Kitty Girl แมวน้อยตัวนี้เป็นของฉัน! (Yuri)

ตอนที่ 2 : Nyan Nyan 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 312
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    26 พ.ค. 61

B
E
R
L
I
N
?
 


Nyan Nyan 2 : เจ้าแมวน้อยมิรุ



เย็บแผลให้เรียบร้อยแล้วแผลไม่ได้ลึกมาก ตื่นมาก็ให้กินยาตามที่จัดไว้ให้นะ

 

          ฉันพยักหน้ารับพลางมองร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง หลังจากที่แบกขึ้นมาบนห้องได้แล้วฉันก็ตัดสินใจโทรหาเพื่อนที่เป็นหมอให้เข้ามาทำแผลให้ ขอบคุณที่ตัวเองยังคงเป็นที่รักของเพื่อนๆอยู่จึงไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายอะไรนอกจากเลี้ยงข้าวหนึ่งมื้อเท่านั้น

 

แล้วเมื่อไหร่ถึงจะตื่น?ฉันเอ่ยถาม

ก็จนกว่าร่างกายจะฟื้นตัวล่ะนะ

อ๋อ..”

แล้วเขาเป็นเพื่อนแกเหรอ?

เปล่า เก็บได้ในกองขยะ

หืม?

 

          เขาหันมามองฉันด้วยความงุนงงทันทีแต่ฉันก็ไม่ได้สนใจ เดินไปนั่งข้างเตียงแทนพลางมองร่างกายมอมแมมของหล่อนที่เต็มไปด้วยรอยช้ำและรอยขีดข่วนราวกับว่าถูกใครทำร้าย

 

เหมือนว่าจะอดอาหารแล้วก็ถูกทำร้ายนะ

นี่มันอะไรกัน..”

 

          ฉันเอื้อมมือไปจับปลอกคอผ้าที่มีกระดิ่งของหล่อนด้วยความแปลกใจ ก็เข้าใจอยู่ว่าสมัยนี้สาวๆนิยมใส่โชคเกอร์ซึ่งเป็นสายรัดคอแบบแฟชั่น แต่จากที่ดูแล้วมันไม่ใช่ใส่เพื่อแฟชั่นแน่นอน เขยิบไปใกล้ๆมองดูก็เห็นว่ามีตัวอักษรภาษาอังกฤษเล็กๆอยู่ด้วย

 

..มิรุ?

ฉันไปล่ะนะ พรุ่งนี้ต้องเข้าเวรเช้า

 

          หลังจากที่เพื่อนฉันออกไปความเงียบก็เข้ามาปกคลุมอีกครั้ง มองนาฬิกาที่บอกเวลาว่าเลยสามทุ่มมาสิบนาทีแล้วก็รู้สึกลังเล การจะผิดนัดกับแฟนคลับก็รู้สึดผิดแต่จะให้นั่งแคสเกมส์เสียงดังในขณะที่อีกคนกำลังต้องการพักผ่อนอยู่ก็ไม่ใช่เรื่อง

 

เห้อออ เลื่อนแล้วกัน

 

          ตัดสินใจได้ดังนั้นฉันก็ทำการหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโพสลงไปในเพจของตัวเองว่าจะเลื่อนการไลฟ์สตรีมออกไปเป็นวันพรุ่งนี้ ลงไปไม่ถึงห้าวินาทีก็มีแฟนคลับมาคอมเม้นท์บ่นอิดอออดแต่ทุกคนก็เข้าใจว่าฉันมีเหตุผลทำให้อดดีใจไม่ได้ที่มีแฟนคลับที่เข้าใจขนาดนี้

          หลังจากวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะข้างเตียงแล้วฉันก็กลับมามองร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงอีกครั้งก่อนจะตัดสินใจเช็ดตัวและเอาชุดของตัวเองมาเปลี่ยนให้หล่อนเพราะดูจากสภาพชุดแล้วควรจะโยนทิ้งขยะไปให้รู้แล้วรู้รอด

 

จะทำยังไงกับเจ้านี่ดีเนี่ย?...

 

          มองปลอกคอของหล่อนแล้วก็ลังเลใจเพราะความรู้สึกลึกๆในใจบอกว่าไม่ควรที่จะไปยุ่งกับของสิ่งนั้นอย่างเด็ดขาดจึงไม่ได้ถอดออกมาก่อนจะเอาชุดใส่ถุงขยะแล้วกลับมาหยิบหมอนและผ้าห่มในตู้เสื้อผ้าเพื่ออกไปนอนข้างนอก

 

ถึงจะเป็นผู้หญิงเหมือกันก็เถอะ

แต่จะให้นอนกับคนแปลกหน้าคงไม่ดีเท่าไหร่

 

          พอวางหมอนกับผ้าห่มลงบนเตียงแล้วฉันก็ทิ้งตัวลงนอนพลางมองนาฬิกาตรงฝาห้องที่บอกเวลาห้าทุ่มกว่าแล้วแต่ด้วยนิสัยที่นอนไม่ค่อยเป็นเวลาหนำซ้ำยังตื่นกลางคืนแล้วหลับกลางวันก็พบว่าการไม่ได้เล่นเกมส์ทำให้นอนไม่หลับ

          จะให้เข้าไปเล่นเกมส์ในห้องทั้งๆที่มีร่างของคนแปลกหน้าอยู่บนเตียงก็ยังไงอยู่ฉันจึงหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมากดเล่นเกมส์ไปพลางๆจนกระทั่งหลับลงไปในที่สุด

 

ช่างเป็นวันที่วุ่นวายจริงๆเลยวันนี้






เพล้งง!!

 

          สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงเหมือนอะไรตกแตก ความจริงก็ได้ยินเสียงดังมาตั้งแต่เมื่อครู่แล้วแต่คิดว่าตัวเองฝันอยู่จึงไม่ยอมลืมตาตื่น ฉันลุกขึ้นมาจากโซฟาด้วยท่าทีสะลึมสะลือก่อนที่เสียงของอะไรบางอยย่างจะแตกอีกครั้ง

 

ชวยล่ะ

 

          ฉันตื่นเต็มตาทันทีที่รู้ว่าเสียงมาจากห้องนอนของตัวเอง รีบใช้มือจัดทรงผมให้เป็นทรงก่อนจะลูบหน้าลูบตาหน่อยให้ตื่นแล้วค่อยๆเปิดประตูเข้าไป สิ่งที่เห็นก็คือห้องนอนที่ข้าวของเละเทะกระจัดกระจายไปหมด แม้ว่าจะเป็นคนไม่จัดห้องอยู่แล้วแต่มันกลับเละเทะยิ่งกว่าเดิม ฉันมองแจกันข้างเตียงที่แตกกระจายเป็นวงกว้าง

 

นี่มันอะไรเนี่ย?

ฟ่อออ!”

 

          คนที่เคยนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงถอยหลังไปจนชิดหัวเตียงก่อนจะแยกเขี้ยวแล้วขู่ใส่ฉัน ท่าทางแปลกๆของหล่อนทำให้ฉันต้องเดินเข้าไปใกล้หวังจะพูดคุยด้วยแต่แล้วก็ต้องชะงักเท้าเมื่อหล่อนเริ่มจิกเล็บลงบนเตียงแล้วแยกเขี้ยวมากกว่าเดิม

 

ฟ่อออ!”

คุณใจเย็นๆ คือว่าฉันเจอคุณที่กองขยะ..”

 

          ฉันค่อยๆย่อตัวลงแล้วเดินเข้าไปช้าๆในขณะที่จ้องตากับอีกฝ่าย หล่อนมองฉันด้วยท่าทีไม่ค่อยไว้ใจแต่ก็ไม่ได้เขยิบหนีไปไหนฉันจึงยื่นมือขวาออกไปหล่อนทำท่าดมมือของฉันอยู่พักหนึ่งท่าทางที่ดูผ่อนคลายลงทำให้ฉันชะล่าใจ แต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อหล่อนแยกเขี้ยวอีกครั้งก่อนจะใช้เล็บตะปบเข้าที่แขนลากเป็นทางยาวแล้วเข้าไปหลบในตู้เสื้อผ้า

 

โอ๊ย! อะไรของคุณเนี่ย!?

 

          ฉันพยายามจะเปิดตู้เสื้อผ้าแต่เมื่อเห็นว่าหล่อนแยกเขี้ยวอยู่ข้างในถึงยอมถอยออกมาและหล่อนก็เปิดประตูตู้เสื้อผ้าทันที ฉันถอนหายใจพลางมองแขนของตัวเองที่เป็นรอยข่วนยาวมาจนถึงฝ่ามือเลือดไหลออกมาซิบๆ

 

เห้อออ

…ซวยแต่เช้าเลย

 

(อะไรนะ!? ทำท่าทางเหมือนแมว?)

 

          เสียงปลายสายเอ่ยเสียงดังด้วยความตกใจจนฉันต้องยกโทรศัพท์ออกจากหูก่อนจะเปิดสปีคเกอร์วางไว้บนโต๊ะในห้องนั่งแล่นแล้วเริ่มทำแผลให้ตัวเองพลางคุยกับเพื่อนที่เป็นคนมาทำแผลให้หล่อนเมื่อคืนไปด้วย

 

ก็ใช่น่ะสิ เนี่ยข่วนฉันจนเป็นรอยหมดแล้ว

(ทำไมไม่ลองคุยกับเขาดีๆล่ะ)

แล้วการที่ฉันบอกว่าช่วยเขาไว้นี่ไม่ดีตรงไหน? ซวยชะมัดบ่นพลางใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์แตะแผลไปด้วย

(เขาสติไม่ดีรึเปล่า)

ก็คิดว่าแบบนั้น ฉันควรทำยังไงดีล่ะ

(ฉันลองคุยกับเพื่อนที่เป็นจิตแพทย์ให้ ระหว่างนี้ก็อย่าให้เขาอาละวาดล่ะ)

คงไม่แล้วล่ะเข้าไปอยู่ในตู้เสื้อผ้าแล้ว

 

          ฉันกดวางสายแล้วจัดการพันแผลตัวเองจนเสร็จพลันท้องน้อยๆก็เริ่มส่งเสียงร้องออกมา หันไปมองนาฬิกาก็พบว่าใกล้จะเที่ยงแล้วคงจะถึงเวลาหาอะไรซักหน่อยแต่เมื่อเข้าไปค้นในครัวก็พบว่าเหลือแค่บะหมี่ถึ่งสำเร็จรูปกับทูน่ากระป๋องเท่านั้น ฉันมองไปยังประตูห้องของตัวเองที่เงียบลงพลางใช้ความคิด

 

ไหนๆก็ทำท่าเหมือนแมวแล้ว

งั้นกินทูน่ากระป๋องก็พอมั้ง

 

          ว่าแล้วก็จัดการต้มน้ำสำหรับใส่ในบะหมี่ในระหว่างที่รอให้น้ำเดือดก็เปิดประป๋องทูน่า กรองน้ำออกแล้วเทใส่จานก่อนจะบีบมายองเนสใส่ลงไปแล้วคนจนเข้ากันในขณะนั้นเองน้ำก็เดือดแล้วฉันจึงเทน้ำใส่บะหมี่แล้วปิดฝาไว้เพื่อรอเวลา

          ฉันค่อยๆเปิดประตูห้องอย่างเบามือพลางกวาดสายตาไปรอบๆห้องก็เห็นว่าทุกอย่างเงียบสงบดีและหล่อนก็คงจะยังอยู่ในตู้เสื้อผ้าจึงเดินไปยืนหน้าตู้เสื้อผ้าแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงดีในเมื่อหากเปิดเข้าไปมีหวังถูกหล่อนข่วนเพิ่มอีกรอยแน่ๆ

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

นี่คุณฉันเอาข้าวมาให้

“…” ไม่มีเสียงตอบรับจากคนข้างใน

เห้อ~ งั้นวางไว้หน้าตู้นะหิวก็มากินล่ะ

 

          ฉันวางจานทูน่าลงหน้าตู้เสื้อผ้าแล้วเดินออกจากห้องไปก่อนจะแอบแง้มประตูเพื่อแอบดูปฏิกิริยาของอีกฝ่ายสักเล็กน้อยจึงเห็นว่าประตูตู้เสื้อผ้าเปิดแง้มออกมา หล่อนก็ค่อยๆโผล่หน้าออกมามองไปรอบๆหลังจากแน่ใจแล้วว่าปลอดภัยหล่อนก็ค่อยๆก้มหน้าลงไปกินข้าวในจานโดยไม่สนใจช้อนที่ใส่ไว้ให้ในจานเลยสักนิด

 

หล่อนกินโดยไม่ใช่ช้อน...

ชักสงสัยแล้วสิว่าเป็นใครกันแน่

 

          ฉันค่อยๆปิดประตูลงอย่างเบามือที่สุดไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัวก่อนจะกลับมานั่งกินมาม่าของตัวเองต่อพลางเปิดทีวีดูไปด้วย บนจอทีวีกำลังฉายภาพของโฆษณาอาหารสุนัขจึงมีสุนัขพันธ์โกลเด้นวิ่งวุ่นไปทั่ว

 

ฟ่ออ! เมี๊ยว!!”

 

          ฉันหันไปตามเสียงก่อนจะพบว่าหล่อนออกมาจากห้องตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้และกำลังขู่เจ้าสุนัขในทีวีอยู่เสียด้วย ไม่ทันที่จะได้ตั้งตัวร่างบอบบางนั้นก็พุ่งเข้าใส่ทีวีทันทีโชคดีที่เป็นทีวีติดผนังและสูงเกินกว่าคนที่คลานสี่ขาจะเอื้อมถึง แต่กลับห่วงหล่อนที่ร่วงลงมากระแทกกับตู้วาง PS4 ของฉันเสียงดังลั่นมากกว่า

 

ปึ่ก!

 

เห้ยคุณ เป็นอะไรรึเปล่าฉันวางมาม่าลงแล้วรีบเข้าไปหาทันที

ฟ่อออ!”

 

หล่อนหันมาแยกเขี้ยวใส่ฉันอีกครั้งจนต้องค่อยๆถอยออกไป เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้อีกฝ่ายตกใจจนไปหลบอยู่ในครัวฉันจึงเดินมากดรับเมื่อเห็นว่าเป็นสายจากเพื่อนหมอคนสนิทนั่นเอง

 

ทันเวลาพอดีเลย ว่ายังไงบ้าง?

(เพื่อนฉันบอกว่าอาจจะเป็นอาการทางจิตซึ่งยังวินิจฉัยไม่ได้ แกต้องพาเข้ามาพบหมอเองแล้วล่ะ)

จะบ้าเหรอแค่เข้าใกล้ฉันยังโดนข่วนเลยเนี่ยฉันบ่นอย่างหัวเสีย

(บอกว่าเธอคนนั้นเป็นแมวใช่มั้ย? ก็ทำตัวให้เหมือนเธอเป็นแมวซะสิ)

ยังไง?

(อย่างเช่นร้องเหมียวๆ ไม่ก็เรียกชื่อ.. เขามีชื่อมั้ย?)

เหมือนจะมีนะแต่ไม่แน่ใจว่าใช่รึเปล่า จะลองดูแล้วกัน

(สู้ๆเพื่อน)

 

          และแล้วเพื่อนสุดที่รักก็กดวางสายไปโดยไม่ฟังอะไรอีกฉันวางโทรศัพท์ลงและเดินเข้าไปในครัวก่อนจะเห็นว่าหล่อนหลบอยู่ตรงมุมเคาท์เตอร์จึงค่อยๆย่อตัวลงอยู่ในระดับสายตาเดียวกันแล้วยื่นมือออกไปอีกครั้ง

 

มิรุจัง เหมียวๆ~”

เนี้ย~

 

          ฉันเลิกเบิกตากวางทันทีด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าวิธีจะได้ผลเมื่อหล่อนขานตอบกลับมาแต่สายตายังคงไม่ได้ไว้ใจฉันนักจึงเอื้อมไปหยิบทูน่ากระป๋องอีกอันใกล้ๆมือมาเปิดแล้วยื่นออกไป

 

กินปลามั้ยมิรุจัง เหมียวๆๆ

เนี้ยงง~”

 

          หล่อนค่อยๆเริ่มคลายสีหน้าตื่นตระหนกลงแล้วคลานมาหาฉันช้าๆ ทำท่าดมทูน่าในมือแล้วเหลือบมองกันฉันจึงยิ้มตอบกลับไป หล่อนก้มหน้าลงค่อยๆกินทูน่ากระป๋องในมือของฉัน

 

เหมือนแมวจริงๆเลยแฮะ

 

          ฉันอยู่นิ่งๆจนหล่อนกินทูน่าในมือจนหมดแล้วจึงยื่นมืออีกข้างไปตรงหน้า หล่อนผงะถอยไปเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไรฉันจึงค่อยๆเขยิบเข้าไปจนในที่สุดก็สามารถลูบหัวหล่อนได้

 

เนี้ยง~

น่ารัก

 

          เผลอยิ้มกว้างออกมาทันทีเมื่อลองเกาคางแล้วหล่อนหลับตาพริ้มเหมือนชอบใจพอฉันเลิกเกาหล่อนก็เขยิบเข้ามาเอาหัวถูกันอ้อนๆเสียอย่างนั้น

 

เห้ยย เดี๋ยวสิ!”

 

          ฉันร้องเสียงหลงเมื่อเจ้าแมวน้อยกระโดดขึ้นมาทับตัวฉันจนนอนราบไปกับพื้น ท่าทางที่ดูจะไม่ดีเท่าไหร่ทำให้หน้าเห่อร้อนอย่างห้ามไม่ได้แต่หล่อนก็ไม่ได้สนใจเมื่อคลานออกไปจากตัวฉันแล้วไปเล่นผ้าม่านที่ขยับไปมาแทน

 

หัวใจจะวายเอาได้นะเนี่ย






ทางตำรวจจะรีบตามหาญาติให้นะครับ ระหว่างนี้ก็ฝากคุณดูแลไปก่อน

 

          นั่นคือคำตอบที่ได้ยินจากตำรวจหลังจากไปแจ้งความมา แม้ว่าอยากจะปัดความรับผิดชอบไปให้คนอื่นดูแลยัยแมวนี่แต่ดูเหมือนจะไม่ได้เมื่อทางตำรวจก็ไม่ได้มีบริการรับดูแลคนเสียด้วยฉันจึงได้มายืนอยู่ในห้างแห่งนี้พร้อมกับมองเงินอันน้อยนิดในกระเป๋าสตางค์ตัวเอง

 

ช่วงนี้ก็ยิ่งอดๆอยากๆ

ยังต้องมาดูแลยัยแมวนี่อีกเหรอเนี่ย!?...

 

          ฉันถอนหายใจเสียงดังไม่สนใจว่าคนที่เดินไปมาจะมองหรือเปล่าก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าร้านชุดชั้นในก่อนเป็นอันดับแรกเพราะถือเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆโดยฉันสามารถเลือกไซส์ที่เหมาะได้ทันทีแม้ว่าจะไม่ได้พาเจ้าตัวมาด้วยก็ตาม

 

ก็แหงล่ะ เมื่อคืนฉันเป็นคนเปลี่ยนชุดให้นี่นา

 

          พอนึกถึงแล้วก็เผลอหน้าแดงอย่างช่วยไม่ได้ฉันสะบัดหัวไล่ความคิดออกไปก่อนจะเดินเข้าร้านถัดไปข้างๆกันซึ่งเป็นร้านเสื้อผ้าผู้หญิง ฉันเดินวนไปมามองดูชุดอยู่นานเนื่องด้วยปกติแล้วเป็นคนไม่เรื่องมากนักเรื่องการแต่งตัว ตามปกติแล้วก็ใส่ยีนส์กับเสื้อยืดเป็นประจำทำให้ใช้เวลาเลือกนานหน่อย

 

ตัวนี้ก็สวยนะคะคุณหนู สีชมพูอ่อนๆเหมาะกับฤดูนี้เลย

 

          เสียงของพนักงานที่ดังมาจากอีกฝั่งหนึ่งของราวแขวนทำให้ฉันต้องเงยหน้าขึ้นมามองก่อนจะต้องตะลึงไปเมื่อคนข้างหน้าคือคนที่ตัวเองแอบชอบมานาน

 

ยูกะ..”

 

          ฉันรีบหันกลับไปดูราวด้านหลังอีกทีเมื่อเผลอหลุดปากเรียกชื่อของอีกฝ่ายออกไปจนหล่อนหันมามองก่อนจะยกมือขึ้นตบปากตัวเองแรงๆที่ทำตัวซื่อบื้อต่อหน้าเขาอีกแล้ว

          สุไก ยูกะเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่โตที่บ้านอาศัยอยู่ในซอยถัดไปจากอพาร์ทเมนท์ที่ฉันอาศัยอยู่ ตั้งแต่ฉันย้ายมาอยู่ที่นั่นเมื่อสามปีก่อนก็ได้ตกหลุมรักหล่อนเข้าอย่างจังเพราะหน้าตาที่น่ารักและออร่าคุณหนูที่โดนใจ

 

แต่ก็นั่นแหละความขี้ขลาดของฉัน

ไม่เคยจะกล้าเข้าไปทำความรู้จักเลย

 

อ๊ะ!”

 

          ในระหว่างที่นึกก่นด่าในความบื้อของตัวเองในใจนั้นก็ต้องชะงักไปเมื่อกำลังจะเอื้อมไปหยิบชุดตัวหนึ่งที่แขวนอยู่แต่ก็ต้องชักมือกลับมาแทบไม่ทันเมื่อไปจับโดนมือของอีกคนที่จะจับตัวเดียวกันพอดี

 

ยะ..ยูกะฉันช็อกไปทันทีเมื่อคนข้างๆคือหล่อนนั่นเอง

เห? รู้ชื่อฉันด้วยเหรอคะยูกะเอียงคอมองฉันด้วยความสงสัย

..เอ่อ ก็อยู่อพาร์ทเม้นท์ใกล้ๆบ้านเธอ

“อย่างนี้นี่เอง ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” ยูกะโค้งตัวให้อย่างมีมารยาท

อ่า เช่นกัน เอ่อ..ไปก่อนนะ

 

          ฉันรีบเดินเอาชุดที่ตัวเองเลือกไปจ่ายเงินแล้วรีบออกมาจากร้านทันทีด้วยความตื่นเต้นแต่แล้วก็แทบอยากจะเอาหัวโขกกับกระจกร้านแถวนั้นขึ้นมาทันทีเมื่อนึกได้ว่ายังไม่ได้แนะนำตัวเองให้ยูกะรู้จักเลย

 

ฉันทำไมบื้อแบบนี้!”

 

          จะก่นด่าตัวเองต่อไปก็ไม่มีประโยชน์เมื่อไม่สามรถกลับไปแก้ไขอะไรได้แล้ว นึกซะว่าอย่างน้อยก็มีโอกาสได้คุยกับเขาแม้ว่าจะแค่ไม่กี่วินาทีก็ตามฉันจึงพาตัวเองไปยังโซนของใช้ต่างๆเพื่อซื้อของจิปาถะให้กับแมวน้อยที่บ้าน

 

เดี๋ยวนะ

นี่เหมือนฉันเลี้ยงแมวจริงๆเลยนะเนี่ย

 

          ฉันหลุดขำออกมาเมื่อรู้สึกตัวว่าตัวเองกำลังยืนเลือกกระบะทรายให้หล่อนเสียอย่างนั้น คงจะเพราะท่าทางที่เหมือนแมวจริงๆของหล่อนนั่นแหละจึงต้องรีบพาตัวเองกลับไปยังโซนของใช้แล้วซื้อพวกแปรงฟัน และของใช้อื่นๆที่จำเป็นแล้วจึงรีบกลับอพาร์ทเม้นท์เพราะห่วงอีกคนจะพังห้องเสียก่อน

 

ป่านนี้จะทำอะไรอยู่นะ?

 

          พึมพำเบาๆในขณะที่กำลังจะไขกุญแจเข้าไปในห้องและเมื่อพาตัวเองเข้ามาในห้องได้แล้วก็ต้องช็อคไปกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า ข้าวของทุกอย่างกระจัดกระจายเต็มพื้นไปหมด ทีวีที่เคยแขวนติดผนังก็พังลงมา ฉันเดินเข้าไปหยิบเครื่องเล่นเกมส์ PS4 ขึ้นมาด้วยมือสั่นๆ

 

ไม่นะ

ฉันไม่มีปัญญาซื้อแล้ว

 

          วางเครื่องเล่นเกมส์ของตัวเองลงก่อนจะมองตัวต้นเหตุที่นอนหลับสนิทอยู่บนโซฟาโดยไม่ได้รับรู้ถึงความผิดของตัวเองเลยก็ต้องถอนหายใจ จะโทษหล่อนก็ไม่ได้ในเมื่อสติไม่ดีและฉันก็ไม่ได้ใจร้ายพอที่จะส่งไปสถานบำบัดซะด้วยเพราะฉันรู้ว่าที่นั่นโหดร้ายสำหรับพวกเขาแค่ไหน

 

ก็ต้องเก็บกวาดอย่างเดียวล่ะนะ






มิรุจังมานี่นะ!”

 

          ฉันเดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพฟองเต็มตัวพลางมองไปยังร่างเปลือยเปล่าที่ไปซ่อนในตู้เสื้อผ้าที่ประจำของหล่อน หลังจากที่ใช้เวลาทั้งวันไปกับการเก็บกวาดจนกระทั่งค่ำมืดแล้วฉันก็ตัดสินใจว่าควรพามิรุมาอาบน้ำเสียหน่อยเพราะเมื่อวานฉันแค่เช็ดตัวคงจะไม่สะอาดขนาดนั้น

          ตอนแรกฉันก็ว่าจะพยายามอาบให้น้ำไม่โดนแผลของหล่อนอยู่หรอก แต่อีกฝ่ายกลับดิ้นไม่ยอมฟังเลยสักนิดจนสุดท้ายก็เปียกไปทั้งตัวและพอเผลอหันไปเปิดน้ำแปบเดียวอีกคนก็วิ่งออกมาจากห้องน้ำทั้งๆที่ฟองเต็มตัวอยู่แบบนั้น

 

มิรุจัง..”

เนี้ย~

 

          มิรุยิ่งขยับตัวไปชิดกับมุมเมื่อฉันเปิดประตูตู้ออกมาดู หล่อนดูไม่ได้เขินอายเลยแม้ว่าตัวเองจะไม่ได้ใส่อะไรเลยแบบนั้น แถมยังดูเหมือนกับแมวทั่วไปที่กลัวน้ำอีกต่างหาก

 

ดูไม่มีจิตสำนึกของคนอยู่เลยสักนิด...

 

มิรุจัง มาอาบน้ำนะฟองเต็มตัวแล้วเนี่ย

เนี้ยง!” มิรุพุ่งออกมาจากตู้แล้วไปหลบมุมห้องแทน

เห้ออ ฉันต้องทำยังไงถึงจะยอมอาบน้ำ

“…”

โอเค มิรุจังคนเก่งมาอาบน้ำกันมามะ~

 

          ฉันเดินเข้าไปยังยองๆแล้วลูบหัวหล่อนเบาๆให้มั่นใจว่าฉันจะไม่ทำอะไรท่าทีของหล่อนจึงดูสงบลง ฉันส่งยิ้มให้กับหล่อนที่สบตาก่อนที่จะพาไปอาบน้ำได้สำเร็จ

          ใช้เวลาไปหลายชั่วโมงกับการอาบน้ำและทำแผลให้ใหม่ เจ้าตัวแสบที่ดื้อมาทั้งวันก็นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงหลังจากได้กินข้าวคลุกปลาทูน่าของโปรดฉันดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้หล่อนก่อนจะหันมานั่งหน้าคอมพลางยืดเส้นยืดสายเพื่อเตรียมไลฟ์สตรีม

 

เอาล่ะ

ต้องรีบหาเงินแล้วล่ะ!...




-------------------------------------------------

โถๆ มิรุจัง~ 555 ตัวเอกของเราออกโรงแล้วนะคะ

เรื่องนี้ไรท์จะเขียนชิวๆเนอะสบายๆไม่ได้มีเนื้อเรื่องอะไรมาก

เป็นเหมือนการใช้ชีวิตของคนกับแมว(?)

นางเอกของเราชื่อ ชิโรมะ มิรุ จาก NMB48 ค่ะ

ที่ไรท์เลือกคนนี้ก็เพราะคาแรคเตอร์ดูเหมาะกับแมวที่สุด สายตานี่ใช่เลย! 55

ซึ่งน้องก็แข่ง Produce48ด้วยเป็นกำลังให้น้องด้วยนะคะ^^

เม้นท์เป็นกำลังไรใจไรท์ด้วยนะคะ ^_^



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

71 ความคิดเห็น

  1. #4 xvnotg (@xvnotg) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 17:15
    เห้ยชอบบ ความน่ารักนี้มันอะไรกันนน อ้ากกก
    #4
    0
  2. #3 smindfluk38 (@smindfluk38) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 12:16
    รีดเชียร์ ซากุระอยู่นี่สิ่ 5555 สุไก ยูกะที่มีเนรุเป็นแวมไพร์ปะ อุ๊บ!!! คนละเรื่อง 555
    #3
    0