[Boy's Life] คุณนางเอกครับ โปรดอย่าเปลี่ยนผมเป็นนายเอกเลย

ตอนที่ 19 : สุดสัปดาห์ของคนมีงาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 887
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 152 ครั้ง
    24 ก.ค. 62


ตอนนี้เอลิออตกับธาลิเทียสกลับมาแล้วนะ---

_____________________________________


 

19

สุดสัปดาห์ของคนมีงาน

 

ไม่ผิดจากที่คิดเท่าไหร่

ทั้งสองคนนั้นกินข้าวกันเสร็จหมดแล้วจนผมต้องเร่งสปีดการกินข้าว เพื่อไม่ให้ตารางของพวกเราพากันรวนกันไปหมด

“เอ่อ...” ธาลิเทียสขมวดคิ้วมองผม แม้ตัวเขาจะยังยิ้มอยู่ก็เถอะ “ท่านเวดิอุสขอรับ ช้าๆ หน่อยก็ได้”

เขาระมัดระวังกับคำพูดตัวเองมาก ดูกังวลว่าผมจะกลืนข้าวจนติดคอ แต่ขอเถอะ ประสบการณ์กินเร็วของผมน่ะสั่งสมมานานกว่าสิบห้าปีของชาติก่อนเชียวนะ ไม่มีวันติดคอหรอกน่า!

ทั้งคู่ต่างมองผมกินด้วยสีหน้าแบบไหนก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่ แต่เอาเป็นว่านอกจากกลัวตารางรวนแล้ว ผมก็ไม่อยากโดนคนอื่นจ้องตอนกินเหมือนกัน เลยต้องรีบนี่แหละ

จากปกติผมใช้เวลากินประมาณยี่สิบนาที ตอนนี้กลายเป็นว่าแค่ห้านาทีทุกอย่างก็เรียบวุธ ทั้งเอลิออตและธาลิเทียสต่างก็ดูตกใจแบบปิดไม่มิด ธาลิเทียสถึงขั้นมองผมตาแทบถลนเลยด้วยซ้ำ

ผมกระดกน้ำเข้าปากด้วยความเร่งรีบหลังกินแพนนาค็อตต้า ก่อนจะเลิกคิ้วมองทั้งสองคน “มีอะไรติดหน้าข้าเหรอ”

“เปล่า แค่...” เอลิออตอึกอักแบบพยายามหาคำพูดมาอธิบาย “...ไม่คิดว่าเจ้าจะสูบอาหารได้เร็วขนาดนี้”

ปากเสีย! นั่นไม่ได้เรียกสูบโว้ย! มันคือการกินยังไงให้ประหยัดเวลาพวกนายมากที่สุดต่างหากล่ะ เดี๋ยวปั๊ดกระทืบเลยนี่!

แน่นอนว่าผมยังไม่อยากประทุษร้ายองค์ชาย ผมเลยได้แต่กระแอมแล้วจัดถาดของตัวเองไปด้วย

“กระหม่อมมาช้าเองพ่ะย่ะค่ะ การเปลืองเวลาส่วนพระองค์ไม่ใช่เรื่องดี” ใช่ ถ้าผมเลิกคุยกับอิลฟรีซไปก่อนหน้านั้นสักครึ่งชั่วโมง ผมก็ไม่ต้องรีบกินขนาดนี้หรอก “อีกอย่าง หากกระหม่อมสูบอาหารจริงละก็ แค่วินาทีเดียว อาหารก็คงหายไปหมดแล้ว”

“นั่นสิขอรับ” ธาลิเทียสพยักหน้าเห็นด้วยกับผมซะงั้น ช่างเป็นเพื่อนที่ประเสริฐอะไรอย่างนี้

...ไม่สิ นี่ไม่ใช่เวลาคุยสักหน่อยนี่

“พวกเจ้าไปรอที่สวนก่อนเลยก็ได้” ผมหันไปบอก หยิบถาดมาถือแล้ววิ่งฉิวไปเก็บมัน แถมจะให้เจคอบรีบกินข้าวแบบผมก็คงไม่ดี เพราะเอาจริงๆ การกินเร็วน่ะมันไม่ค่อยดีต่อสุขภาพในระยะยาว อาหารก็ย่อยช้าด้วย

ทั้งหมดนี้เพราะผมป่วยตายมาแล้วเลยกล้าพูด และถ้าเป็นไปได้ผมก็ไม่อยากกินแบบนี้อีกเหมือนกัน

ไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ...ผมเพิ่งมาเข้าใจความหมายมันก็ตอนที่รู้ตัวว่าเป็นมะเร็งนี่แหละ

หลังจากเก็บถาดเสร็จผมก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกนอกตึกโรงอาหาร ก่อนจะลอบเหงื่อตกเมื่อเห็นคนที่ควรจะเดินนำไปก่อนรอผมอยู่ข้างนอก แถมยังมีฟารัสกับบลังก์ พ่อบ้านของพวกเขายืนอยู่ด้วย

ให้องค์ชายกับธาลิเทียสรอว่าแย่แล้ว แต่ให้อีกสองคนรอผมคนเดียวด้วยนี่ทำเอารู้สึกผิดหนักกว่าเดิมอีกจริงจัง

“...ข้าบอกว่าให้ไปก่อนไง” ผมส่ายหัวแต่ก็เดินไปหาทั้งสองคน “เดี๋ยวก็เสร็จงานช้าหรอก”

“ข้าไม่ถืออยู่แล้ว” เอลิออตทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนจะเป็นฝ่ายเดินนำไปก่อน พวกเราที่เหลือย่อมเดินตามไปตามระเบียบ ส่วนเจคอบเดี๋ยวก็ตามมาเองแหละ เขามีตารางงานผมด้วยนี่นา

อ่า ถ้าองค์ชายไม่คิดบ้าอะไรอย่างจู่ๆ ก็อยากเปลี่ยนสถานที่กะทันหัน ผมว่าเจคอบก็มาถูกแหละน่า

ว่าก็ว่าเถอะ คิดแล้วก็เสียดายชะมัด เพราะผมมาช้าเกินไป จากปกติที่ค่อยๆ กินแพนนาค็อตต้าของโปรดกลับกลายเป็นว่าต้องรีบเอาเข้าปากแล้วกลืนซะงั้น ความจริงพวกขนมหวานเขามีไว้ให้ละเลียดกินเพื่อรับรู้รสชาติที่แท้จริงต่างหาก!

“แต่ข้าก็ตกใจนะขอรับว่าท่านจะยอมกินแพนนาค็อตตาเร็วๆ ด้วย” ธาลิเทียสเปรยออกมา แต่นั่นทำให้เอลิออตถึงกับหลุดขำพรืด “ท่านชอบของหวานมากเลยนี่ขอรับ”

“ของหวาน?” องค์ชายทวนคำ จากที่หัวเราะเมื่อกี้กลายเป็นเบ้หน้า “ขอเถอะธาลิเทียส ของหวานที่ไอ้หมอนี่กินน่ะเหรอของหวาน รสชาติไม่เห็นจะมีอะไรเลยเถอะ”

...ไม่เห็นต้องพูดกันขนาดนั้นเลยก็ได้ไม่ใช่รึไง อีกอย่าง กินขนมหวานที่หวานน้อยมันไม่ดีตรงไหนไม่ทราบ!

ตั้งแต่ก่อนได้ความทรงจำชาติก่อนกลับมา ผมก็เป็นพวกกินของหวานที่ไม่ค่อยหวานมานานแล้วถ้าไม่นับน้ำผึ้ง สงสัยเป็นเพราะสัญชาตญาณจากชาติก่อนติดมาด้วยแหง พอผมได้ความทรงจำชาติก่อนกลับมาก็อยากลองกินของหวานปกติดู แต่พอเอาเข้าจริงๆ กลับกลายเป็นว่าเลี่ยนจัดจนต้องกลับมากินแบบเดิมล้างปาก

ดูเหมือนเอลิออตจะไม่ค่อยชอบรสชาติมันสักเท่าไหร่ ตอนเด็กๆ เขาเคยหยิบขนมผมไปกินครั้งหนึ่ง แล้วหลังจากนั้นก็ไม่เคยหยิบไปกินอีกเลย

“พระองค์ทรงเสวยของหวานมากไปจนชินมากกว่า...” ผมถอนหายใจ “ที่แน่ๆ พระองค์ยังทรงเสวยชาได้เลยไม่ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ ทำไมกลับเสวยของหวานที่กระหม่อมทานไม่ได้กัน”

ขนาดธาลิเทียสยังกินได้ปกติเลยนะ ไอ้องค์ชายเรื่องมากนี่!

“เจ้ารู้ตัวรึเปล่าว่ากำลังพูดให้ข้าเอารสชาติผักกับเนื้อมาเทียบกัน” เขาหันมามองค้อน แต่คำพูดของอีกฝ่ายทำให้ผมค้านหัวชนฝา

“ไม่จริงเลยพ่ะย่ะค่ะ”

เอลิออตกำลังบอกว่าของต่างชนิดกันก็เอามาเทียบกันไม่ได้ แต่มันไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย! ความหมายของผมคือรสขมของชายังกินได้หน้าตาเฉย แต่ทำไมขนมหวานหวานน้อยถึงกินไม่ได้ต่างหากเล่า เข้าใจกันบ้างเซ่!

ใจหนึ่งผมรู้สึกว่าพวกเรากำลังเถียงด้วยเรื่องไร้สาระมาก ซึ่งที่จริงก็ไม่ได้ไร้สาระขนาดนั้นนะ ผมกำลังปกป้องความชอบส่วนตัวอยู่ต่างหากล่ะ

ขนมหวานหวานน้อยสุดยอด!

องค์ชายมองผมสักพัก ก่อนที่พวกเราจะหันขวับไปมองธาลิเทียสอย่างพร้อมเพรียงกัน

คนโดนมองถึงกับยกมือนวดขมับพร้อมเผยสีหน้า พวกท่านทั้งสองช่วยเถียงกันด้วยหัวข้อมีสาระกว่านี้หน่อยจะได้ไหม ออกมาแบบไม่คิดปิดซ่อน...จริงอยู่ที่เขาไม่ได้ทำสีหน้านี้ครั้งแรก พอพวกเราเถียงกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องทีไรเขาก็ทำหน้าแบบนี้ตลอด เห็นทีไรก็รู้สึกกระอักกระอ่วนในใจทุกทีเหมือนผมพูดอะไรผิดไปงั้นแหละ

เรื่องนี้มันไร้สาระขนาดนั้นเลยเรอะ

ถึงเขาจะเผยสีหน้านั้นออกมา แต่ก็ยอมพูดต่ออยู่ดี “เรื่องนี้ข้าอยู่ฝ่ายองค์ชายขอรับ”

ไม่จริงน่า!

ผมกำลังจะอ้าปากถาม แต่เห็นคนชนะหันมายักคิ้วกวนบาทาใส่ก่อนเลยถลึงตาใส่กลับไป

“ถ้าให้ข้ายกตัวอย่างแบบให้ท่านเข้าใจด้วย ก็คงเป็นแพนนาค็อตตากับพุดดิ้งละมั้งขอรับ” ธาลิเทียสขมวดคิ้ว “ท่านชอบพุดดิ้งน้อยกว่ามาก ทั้งที่สองอย่างนั้นมีคุณสมบัติเหมือนกันหลายอย่างแท้ๆ”

อันนี้...เถียงไม่ออกเลยแฮะ ถึงความจริงสองอย่างนั้นจะเหมือนกันแค่ความนุ่มละมุนก็เถอะ แต่ถ้าต่อเรื่องนี้มีหวังได้ยาวแหง แถมเพิ่งเจอสีหน้าปลงตกของเขามาหมาดๆ ด้วย ยังไม่อยากโดนสีหน้าแบบนั้นสาดเพิ่มตอนนี้หรอกนะ

เอาไว้พูดต่อทีหลังก็แล้วกัน

พวกเราคุยเล่นกันไปเรื่อยจนกระทั่งถึงศาลา หลังจากนั้นบรรยากาศเฮฮาเมื่อกี้ก็เปลี่ยนไปอย่างกับโกหก

คุณบลังก์จัดการยกเอกสารมาจัดวางบนโต๊ะพร้อมวางหินเคลือบทับเอาไว้ไม่ให้มันปลิว ส่วนฟารัสเป็นคนชงชาแล้วรินให้พวกเราเสร็จสรรพ ก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินออกไป ปล่อยให้พวกเราทำงานกัน

ธาลิเทียสก้มมองปึกเอกสารที่พวกเราเอามา เขาเอื้อมมือไปหยิบมันมาไล่อ่าน แล้วสีหน้าจากยิ้มอยู่กลับกลายเป็นหม่นหมองขึ้นมาเสียอย่างนั้น

ผมขมวดคิ้วก้มลงมองเอกสารอีกสองปึกที่เหลือ ถึงรู้ว่ากองที่เขาถือคือกองที่พวกเราปฏิเสธไปหมด

ใจอยากจะถามเอลิออตอยู่เหมือนกันว่าทำไมถึงเอามาด้วย แต่ตอนนี้ไม่น่าใช่เวลาเท่าไหร่ “เอ่อ...ธาลิเทียส?”

“ทำไมประเทศอื่นถึงอยากเปิดตลาดค้าทาสที่ซิลวาเรสกันนักนะ...”

“...”

เป็นคำถามที่ถ้าว่ากันตามเหตุผลก็พอจะตอบได้อยู่ แต่พอเห็นสายตาเจ็บปวดของเขาแล้วแม้แต่เอลิออตยังต้องหุบปากเงียบ

เพราะทาสเป็นสินค้าราคาดีและสูงมากนอกราชอาณาจักร แถมราชอาณาจักรซิลวาเรสถือเป็นหนึ่งในประเทศที่น่าลงทุนด้วยมากเพราะความมั่นคง หากทำลายกฎหมายห้ามค้าทาสได้สำเร็จก็จะกลายเป็นแหล่งนำเข้าที่ดีที่สุดไปพักหนึ่งเลยด้วยซ้ำ เนื่องจากที่นี่ไม่มีทาสมานานแล้ว

แต่นั่นแหละ ดูก็รู้ว่าเขาไม่พร้อมจะรับฟังข้อนี้ในตอนนี้

ไม่สิ ความจริงแล้วธาลิเทียสอาจรู้อยู่แก่ใจด้วยซ้ำ แต่พอเห็นกองปฏิเสธหนาเป็นปึกขนาดนี้ยังไงก็ต้องอยากถาม แถมเขานิสัยพระเอกเกมสุดๆ ไปเลยด้วย จะรู้สึกเศร้าก็คงไม่แปลกหรอก...มั้ง

องค์ชายเอื้อมมือไปตบบ่าธาลิเทียส (ส่วนผมทำไม่ได้เพราะเขานั่งไกลผมเกิน) ก่อนจะพูดขึ้นมา

“ไม่ต้องห่วงน่า ท่านพ่อข้าไม่ยอมง่ายๆ อยู่แล้ว” น้ำเสียงของเขาดูมั่นอกมั่นใจมาก และเชื่อว่านั่นเป็นสิ่งที่ธาลิเทียส อยากจะฟังที่สุด “ข้าเองก็เหมือนกัน”

เรื่องความเป็นไปของประเทศน่ะ ต้องฟังคำปลอบใจจากผู้มีอำนาจที่มีประสิทธิภาพมากถึงจะยอมอ่อนลงได้ ซึ่งเอลิออตน่ะเป็นทั้งสองอย่าง เพราะอย่างนั้นผมเลยสบายใจ

“ยิ่งถ้าได้เจ้ามาเป็นหนึ่งในเสนาบดีในวังละก็ การอนุมัติเรื่องนี้ก็ยิ่งยากสุดๆ ไปเลยด้วยนะ” ผมว่าบ้าง แต่นั่นกลับทำให้เขาชะงักพร้อมเบิกตากว้าง

ธาลิเทียสยอมวางเอกสารปึกนั้นลงในที่สุด ผงกหัวให้พวกเราแบบดูไม่ออกว่ากำลังขอโทษหรือขอบคุณ ส่วนองค์ชายก็มองสองปึกนั้นสลับไปมา

“เริ่มกองไหนก่อนดีล่ะ”

“แล้วแต่ท่านเลย” ธาลิเทียสตอบยิ้มๆ และนั่นทำให้เขาเลือกหยิบเอกสารจากกอง ไม่ตกลงเพราะเราได้ผลประโยชน์น้อยเกินไปให้อีกฝ่ายอ่าน ซึ่งตัวเอลิออตคัดมาแล้วเรียบร้อย เพราะงั้นไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน

ระหว่างที่เขาอ่านเอกสารนั้น ทางผมเองก็จัดการหยิบแผ่นอื่นขึ้นมาดูด้วย

เมื่อธาลิเทียสอ่านจบ เขาก็จะให้ความเห็นพร้อมเสนอวิธีการในแบบของเขา ในขณะที่ผมกับเอลิออตต่อยอดสิ่งนั้น...ถ้าว่ากันตามตรงนะ พอมีเขาแล้วผมรู้สึกเหมือนพวกเราทำงานกันเร็วขึ้นเยอะเลย

พวกเราเสนอทางแก้เนื้อหาในเอกสารไปเรื่อย เจคอบเองก็มาแค่วางงานให้ผมเพิ่ม เติมชาให้พวกเราแล้วเดินออกไป

เวลาผ่านไปจนน่าจะประมาณหกครึ่ง พวกเราก็เหลือแค่สองแผ่นสุดท้าย แล้วผมก็จะเป็นอิสระ!

จะว่าไป เรื่องไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เอลิออตยังไม่เห็นพูดเลยแฮะ

เอาเถอะ คงอยู่ในสองแผ่นสุดท้ายนี้นั่นแหละ

___________________________________



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 152 ครั้ง

173 ความคิดเห็น

  1. #121 Univa14 (@univa14) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 13:09

    แพนนาค็อตต้า...เวดิอุสเป็นเจ้าตัวกินแพนนาค็อตต้าตัวจริงเสียงจริง

    ต่อไปต้องเรียกว่าแพนนาค่อน(?)แล้ว


    #121
    2
    • #121-1 เจ้าหมาในกะละมัง (@fytius) (จากตอนที่ 19)
      24 กรกฎาคม 2562 / 17:29
      //ขำตรงแพนนาค่อน 5555555
      #121-1
    • #121-2 Univa14 (@univa14) (จากตอนที่ 19)
      24 กรกฎาคม 2562 / 21:16
      กี่ตอนที่กินข้าวก็มีแต่แพนนาค็อตต้าอ่ะ แพนนาค่อนนี่มันแพนนาค่อนจริง ๆ
      #121-2
  2. #120 Hikaerin (@endmelaifu) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 12:37
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-04.png

    แต่ว่าๆๆ กินแต่เพนนาคอตต้าเดี๋ยวก็เป็นเบาหวานเอาซะหรอกเวดี้ ถึงจะหวานน้อยแต่มันก็ยังเป็นของหวานนะ!
    #120
    1