[Boy's Life] คุณนางเอกครับ โปรดอย่าเปลี่ยนผมเป็นนายเอกเลย

ตอนที่ 21 : ตีกันเองในใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 852
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 145 ครั้ง
    31 ก.ค. 62


ขออภัยที่ช้าค่ะ! พอดีติดธุระนิดหน่อยย

ตอนนี้เรามาแล้วววววววว

_______________________________________

 

21

ตีกันเองในใจ

 

“ไอ้เวรนั่น...” ผมกัดกรามกรอด ขาสับก้าวด้วยความเร็วเท่าที่ความโกรธจะพาไปได้ มือซ้ายที่เพิ่งชกไอ้โง่นั่นยังกำไว้แน่นเพื่อข่มอารมณ์

ปัดโธ่เว้ย! เอาจริงๆ จะไม่โกรธขนาดนี้เลยถ้าไม่ใช่ว่าผมรู้ว่าตัวเองเคยตายมาแล้วน่ะ!

เสียงร้องไห้แบบใจจะขาดของแม่และเมียผมในชาติก่อนมันตราตรึงมาก มากจนผมไม่อยากให้คนรอบข้างต้องมาแบกรับความสูญเสียแบบนั้นอีก

คิดว่าผมพยายามหักธงตายของตัวเองไปเพื่ออะไรกัน!

หากเราตาย โสตประสาทจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่หยุดทำงาน ดูเหมือนว่าประโยคนี้มันจะจริงตามที่เขาว่ากันมา ไม่อย่างนั้นผมคงไม่ได้ยินเสียงนั้น...

นั่นเป็นครั้งแรกที่ทำให้ผมได้รู้ว่า ร้องไห้แบบใจจะขาด ของจริงมันเป็นยังไง มันเจ็บปวดจนคนฟังรู้สึกรวดร้าวตามไปได้ไม่ยากเลย

แต่ไอ้เอลิออตงี่เง่านั่นดันเสือกโพล่งว่าถ้าเกิดเรื่องขึ้นจริงๆ ก็อยากให้วานาเซียแบกรับความรู้สึกนั้นไปทั้งชีวิต

ทั้งชีวิตเชียวนะเว้ยไอ้เวรตะไลเอ๊ย!

ผมยกมือขึ้นยีหัวตัวเองจนมันยุ่ง แต่ตอนนี้ใครสนที่ไหนล่ะ อะไรใช้ระบายอารมณ์ได้ก็ทำไปก่อนดีกว่า!

ไม่สิ เย็นไว้

เย็นไว้นะตัวผม

ไม่รู้ว่าเดินมาไกลแค่ไหนแล้ว แต่สุดท้ายผมหยุดเดินลงในที่สุด จัดการสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกเป็นควัน ก็ตอนนี้เป็นฤดูใบไม้ผลิ ตอนกลางคืนมันก็หนาวพอสมควรแบบนี้แหละ

ทำแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้งพอสมควรกว่าน้ำโหจะหายไปบ้าง ส่วนหนึ่งคงเพราะอากาศตอนค่ำมันเย็นดีด้วยล่ะมั้ง ท้องฟ้าพร่างดาวที่สุดขอบไกลลับยังเป็นสีม่วงแดงอยู่ก็สวยมากด้วย ช่วยผ่อนอารมณ์ให้เย็นลงได้ดีจริงจัง

ผมยกมือซ้ายที่ยังกำอยู่ขึ้นมาดู ถึงจะผ่อนแรงกำลงไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังเห็นได้ชัดอยู่ดีว่าข้อนิ้วกลางงุ้มขึ้นมาพอสมควร นึกภาพออกเลยว่าตัวเองกำมือชกเจ้านั่นแบบไหนไป

อ่า...มิน่าล่ะ ฟันของเจ้านั่นถึงหลุดออกมา

ผมกล้าพูดเลยว่าถ้าผมชาติก่อนเจอกับตัวผมชาตินี้แล้วมาแข่งงัดข้อกัน ร้อยทั้งร้อย ตัวผมชาติก่อนก็แพ้หลุดลุ่ย เพราะตั้งแต่อายุหกขวบ เวดิอุสก็ถูกท่านอาจารย์สั่งให้ใช้ดาบฟาดอากาศวันละร้อยครั้งก่อนเริ่มเรียน แถมเพิ่มอีกยี่สิบครั้งทุกปีจนกระทั่งย้ายไปเรียนในวังเป็นเพื่อนไอ้เอลิออต

เรียกได้ว่าถ้านับแค่แรงแขนข้างที่ถนัดล้วนๆ ผมเชื่อว่าตัวเองไม่ได้ด้อยไปกว่าใครเท่าไหร่ ถึงฝีมือดาบผมจะอ่อนพอสมควรก็เถอะ เพราะอย่างนั้นผมเลยไม่แปลกใจเลยสักนิด แถมเจ้านั่นก็ไม่ทันตั้งตัวด้วย ถ้าเขากัดกรามเอาตอนนั้นฟันก็ไม่หลุดหรอก

เอาเป็นว่าสมน้ำหน้าแล้วล่ะ

...

ไอ้ชกน่ะสมน้ำหน้าอยู่ อันนี้ผมเชื่อว่าตัวเองไม่ได้ผิดอะไร

แต่ชกหน้ามันถึงขั้นฟันหลุดเลยเนี่ย...ผมหนักมือไปหน่อยรึเปล่าหว่า แต่ฟันหน้าเจ้านั่นไม่ได้หลุดนี่ ไม่เป็นไรหรอกมั้ง

ไม่เป็นก็บ้าแล้ว! เศษอาหารติดเหงือกนี่นรกมากเลยนะ!

จะว่าไป เมื่อกี้ตอนพุ่งออกมาจากที่นั่ง ผมเองก็เผลอขึงตาใส่พวกผู้ติดตามที่มาดูสถานการณ์เหมือนกัน พรุ่งนี้ต้องไปขอโทษหน่อยแล้วล่ะ พวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนี่นา แถมยังต้องมาเก็บกวาดโต๊ะกับเอกสารที่ผมทำล้มไปอีก

ไม่เคยรู้สึกทั้งกลัวทั้งโกรธแบบนี้มาก่อนเลย แย่ชะมัด

กลัวที่โลกของผมจะพังทลาย โกรธที่ไอ้บ้าบางคนไม่เห็นค่าของตัวเอง

ไม่สิ ผมว่าเขาเห็นแน่ๆ แต่ทำไมต้องพูดอะไรแบบนั้นออกมาด้วยวะ! ว้ากก! พอ! คิดอีกก็โกรธอีก เลิกคิดมันเลยดีกว่า!

“ไม่ได้เห็นท่านโกรธจนลงไม้ลงมือมาหลายปีแล้วนะขอรับ” เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากข้างหลัง มันดูหน่ายใจอย่างบอกไม่ถูกแปลกๆ “แถมทำแบบนี้กับแต่ละคนก็ชวนน่าตกใจทั้งนั้น...”

“เจคอบ...” ผมถอนหายใจยาวออกมาจนได้ แต่ก็ยิ้มแหยกลับไป “เชื่อข้าเถอะ ข้าว่าข้าไม่ผิด”

เขานิ่งไป ก่อนสุดท้ายจะเป็นฝ่ายถอนหายใจออกมาบ้าง “ครั้งแรกท่านไปต่อยลูกชายตระกูลดยุกคนหนึ่งเพราะเขาด่าคุณหนูวานาเซียทั้งที่นางยังไม่ได้ทำอะไร ครั้งที่สองท่านเล่นไปชกเจ้าชายซะเองแบบนี้...หากครั้งที่สามท่านไปต่อยองค์ราชาขึ้นมา กระผมคงไม่แปลกใจแล้วล่ะขอรับ”

เดี๋ยวนะเดี๋ยว หยุดคิดอะไรเลอะเทอะเดี๋ยวนี้! นั่นองค์ราชาเชียวนะเฮ้ย ใครจะไปกล้าต่อยองค์ราชาที่อายุใกล้จะสี่สิบแล้วกัน! จะเพ้อก็ให้มันน้อยๆ หน่อย!

อีกอย่าง ไอ้เจ้าลูกชายตระกูลไซเคสเทียมันน่าไหมล่ะ ไอ้หมอนั่นถึงขั้นชี้หน้าด่าเซียว่าไม่เหมาะกับเจ้าชาย แถมยังด่าสาดเสียเทเสียจนเธอร้องไห้น้ำตาไหล จะให้ผมลงมือก็ไม่แปลกรึเปล่า!

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...

“ก็แล้วทำไมไม่ห้ามข้าเล่า...” ผมบ่นอุบ

“บลังก์ห้ามกระผมน่ะขอรับ” เจคอบดันแว่นขาเดียวของตัวเองขึ้นมา ก่อนจะยกมือขวาเสมออกแล้วโค้งให้ผม “กระผมขออภัยด้วยที่ไปห้ามไม่ทัน”

หา? เอาจริงดิ

คุณบลังก์เนี่ยนะห้ามไม่ให้ใครขัด? คุณบลังก์อะนะ? พ่อบ้านสุดเพอร์เฟกต์คนนั้นน่ะเหรอ ถามจริง!

นี่มันอะไรกัน นั่นเจ้านายคุณไม่ใช่เหรอครับคุณบลังก์ ไหงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะ!

“หากตอนนี้อารมณ์เย็นลงแล้ว กระผมแนะนำให้ไปทานอาหารเย็นเถอะขอรับ” เขาหยิบนาฬิกาออกมาดูเวลา “ตอนนี้หนึ่งทุ่มแล้ว วันสุดสัปดาห์ครัวจะปิดสองทุ่มครึ่งก็จริง แต่มันไม่ดีต่อสุขภาพของท่าน”

ผมพยักหน้าพลางมองไปรอบๆ ที่ตรงนี้ไม่ได้ห่างจากโรงอาหารมากขนาดนั้นก็จริง แต่ห่างจากสวนพอสมควรเลย

ผมโกรธหนักขนาดไหนกันเนี่ย โชคดีที่ไม่มีคนเดินผ่าน...อะ มีนี่หว่า

เพราะเมื่อกี้ผมโกรธจัดจนไม่ได้สังเกตอะไรเท่าไหร่ แต่พอมานึกดูก็จำได้ว่ามีคนเห็นหน้าผมตอนโมโหมาก แล้วก็จำได้ด้วยว่าพวกเขาหน้าซีดเผือดแค่ไหน...ที่จริงถ้ามันทำให้เอลิออตถอยกรูดได้ก็แสดงว่าน่ากลัวพอสมควรเลยนั่นแหละ

แถมตอนพูดประโยคชวนน่าโมโห เจ้านั่นก็หลับตาพูดด้วย เหมือนไม่กล้าสู้หน้ายังไงยังงั้นแหละ

ผมยกมือทั้งสองข้างมานวดหน้าตัวเอง มันจะมีวิธีที่ให้สีหน้าของผมน่ากลัวน้อยกว่านี้ไหมนะ ได้เชื้อท่านแม่มาเยอะเกินนี่เป็นปัญหาต่อการเข้าสังคมจริงจัง เฮ้อ

คิดแล้วคิดอีกจนเริ่มรู้สึกปลงแล้วล่ะถ้าเอาจริงๆ แถมตอนนี้ก็เริ่มหิวแล้วด้วย ไปหาอะไรกินตามที่เจคอบแนะนำมาท่าจะดี

“ไปกันเถอะ”

 

หลังจากที่ผมกินข้าวอาบน้ำใส่ชุดนอนเสร็จเรียบร้อย เจคอบก็เดินเข้ามาพร้อมกับชุดชาและกองเอกสารบนถาด ก่อนจะขมวดคิ้วนิดหน่อยตอนเห็นผมกำลังใช้ผ้าเช็ดผมให้แห้ง

เวรละ ปกติไม่เข้ามาหลังผมอาบน้ำเสร็จไม่ใช่รึไง ไหงอยู่ๆ ถึงเข้ามาล่ะเฮ้ย

“กระผมเคยบอกแล้วรึเปล่าขอรับว่าช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ ปลายฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวไม่ควรสระผมตอนกลางคืน” เขาเอ่ยเสียงดุ

“เดี๋ยวจะเป็นไข้เอา...อยากพูดแบบนี้ใช่ไหมล่ะ” ผมว่ากลั้วหัวเราะ “แค่อยากให้ในหัวมันผ่อนคลายลงบ้างอะไรบ้างน่า ไม่เห็นเป็นไรเลย” ถ้าว่ากันตามตรง ตอนนี้ผมยังรู้สึกกรุ่นๆ อยู่ แต่ก็ไม่ได้มากเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว คงเพราะได้เวลาอยู่คนเดียวด้วยล่ะมั้ง

หืม อะไรนะ ผมไม่ได้อยู่คนเดียวแต่มีเจคอบอยู่ด้วย?

ก็ไม่ต้องนับเขาสิ

ถ้าไม่ติดว่าเขายังหยิบนู่นคว้านี่ให้ผมตลอดเวลา ทำตัวเป็นนาฬิกาแจ้งเตือนมีชีวิต หรือทักทุกครั้งที่เห็นผมทำอะไรไม่ควรล่ะก็ ผมบอกเลยว่าตัวตนของเจคอบในสายตาผมน่ะ แทบจะเลือนหายไปหมดแล้ว!

เพราะงั้นต่อให้ผมอยู่คนเดียวหรืออยู่กับเจคอบ มันก็เหมือนผมอยู่คนเดียวอยู่ดี...

“ว่าแต่นั่นอะไรน่ะ” ผมจัดการเปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย ตาสีฟ้าของเขาเลยฉายแววไม่พอใจ แต่ก็ยอมตอบอยู่ดี

“ชาคาโมมายล์ขอรับ”

ผมร้องอ้อออกมาพลางพยักเพยิดไปที่โต๊ะ เขาจึงเดินมาวางของให้เสร็จสรรพ โค้งให้แล้วเดินออกไป ผมจึงถือโอกาสเหลือบมองเอกสารไปด้วยแล้วเหงื่อตก

เจคอบจะรู้งานเกินไปแล้ว

เขาถึงขั้นไปของานเอกสารที่ผมไม่ได้ขอมาจากไอ้โง่นั่นมาให้ผมด้วย คือปกติหลังเคลียร์บทสรุปเอกสารและหนทางการแก้ไข พวกเราจะคุยเรื่องเบาสมองไปพักหนึ่ง แล้วเอลิออตก็จะโยนเอกสารกองใหม่มาให้ผม แต่พอดีวันนี้เขาไม่ได้ให้เพราะหลังทำงานเสร็จเพราะเกิดเรื่องขึ้นพอดี

ถึงความจริงจะไม่ต้องไปหยิบให้ก็ได้ เพราะผมก็ไม่ได้เด็กขนาดจะหนีหน้าตัวภาระ แฮ่ม! หมายถึงหนีหน้าเพื่อนร่วมงานหลังทะเลาะกับเขาหรอก

แต่ถ้าให้เจอวันนี้เลย ผมก็ไม่อยากแผลงฤทธิ์รอบสองเหมือนกัน เพราะงั้นดีแล้วล่ะ

ผมจิบชาคาโมมายล์พลางอ่านเอกสารไปพลาง ขณะเดียวกันก็พยายามไม่ให้อารมณ์มาเปลี่ยนทิศทางของเหตุผลไปด้วย ซึ่งผมก็เชื่อว่าตัวเองทำได้ดีพอสมควรนะ อย่างน้อยถ้ารับมือพี่สาวผมในชาติก่อนได้ก็ไม่ต้องกลัวแล้วล่ะ

เรื่องชกไอ้โง่นั่นไม่นับ ก็มันน่าโมโหจริงๆ นี่

อ๊ะ จะว่าไป...ผมทิ้งท้ายกับเจ้าเอลิออตไว้สินะ บอกว่าอะไรแล้วหว่า ใช่ จะไล่ข้าออกก็เชิญ รึเปล่า

...

“...ฉิบหายละ” ผมจัดการวางปากกาลงบนขวดน้ำหมึก รู้สึกได้เลยว่าใบหน้าตัวเองซีดลงทันควัน

อ๊ากกก! เวรแล้ว เวรแล้วไง!

พระเจ้าช่วย ถึงผมจะไปท้าเจ้านั่นไว้ก็เถอะ แต่ถ้ามันทำจริงขึ้นมาก็ไม่ใช่เรื่องตลกแล้ว! ตระกูลเชอร์มาลจะมาเสื่อมเสียชื่อเสียงตระกูลด้วยน้ำมือผมไม่ได้นะ! อีกอย่างถ้าทำจริงขึ้นมา มันเปิดโอกาสให้คนอื่นมองวานาเซียในแง่ลบไปด้วยนี่นา คนเรายิ่งชอบเหมารวมอยู่ด้วย!

รู้สึกเหมือนประสาทจะแดกก็คราวนี้แหละ เอาไงดีเนี่ย! ไปขอโทษเหรอ

...ไม่อะ ไม่เอาเด็ดขาด ผมไม่ผิดสักหน่อย เรื่องอะไรต้องไปขอโทษกัน ฝันกลางวันไปเถอะ!

ต แต่ว่าวานาเซียก็สำคัญเหมือนกันนี่

...

ไว้ค่อยคิดดีกว่า

ผมถอนหายใจพลางสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านพวกนั้น แล้วจัดการทำงานเอกสารต่อ

จะขอโทษที่ทำเกินไปหรือไม่ ผมขอดูปฏิกิริยาของเขาและคนรอบข้างพรุ่งนี้ก็แล้วกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 145 ครั้ง

173 ความคิดเห็น

  1. #147 ononno (@ononno) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 15:16

    มีความน่ารักในความเกรี้ยวกราด
    #147
    1
    • #147-1 เจ้าหมาในกะละมัง (@fytius) (จากตอนที่ 21)
      2 สิงหาคม 2562 / 02:00
      หน่าหนี!? //คนแต่งที่สัมผัสไม่ได้ถึงความน่ารักของตานี่ พอเจอคำว่าน่ารักเลยรู้สึกตกใจค่ะ 555555
      #147-1
  2. วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 23:24
    พ่อซิสค่อน!
    #145
    1
    • #145-1 เจ้าหมาในกะละมัง (@fytius) (จากตอนที่ 21)
      2 สิงหาคม 2562 / 02:28
      ม ไม่เถียงค่ะ //มองตาเวที่หันไปเถียงกับตลค.อีกเรื่องว่าน้องใครน่ารักกว่ากันแล้วเครียดแป๊บ
      #145-1
  3. #144 Univa14 (@univa14) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 16:27

    ดูความกรุ่นของแพนนาค่อน

    #144
    1
  4. #143 เต่าน้ำ (@nos-taw) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 10:51
    รอต่อน้าาา อยากรู้ว่าจะเป็นไง
    #143
    1
  5. #142 Phoenix Wind (@oakyxa) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 08:13
    ความคิดพี่คือจะราชาหรือพระเจ้าก็ต่อยได้หมดถ้าทำให้น้องสาวร้องไห้สินะ
    #142
    3
    • #142-1 เจ้าหมาในกะละมัง (@fytius) (จากตอนที่ 21)
      31 กรกฎาคม 2562 / 20:04
      ถ้าวานาเซียผิดจริงก็ดุน้องนะคะ ไม่ได้โอ๋อะไรขนาดนั้น 555555 //แต่ที่ผ่านมาน้องไม่ผิดไง
      #142-1
  6. #141 nuang1 (@lookchup_najaa) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 07:43
    หน้าตอนโมโหต้องน่ากลัวมากแน่ เห็นหลบตาไม่ก็หน้าซีด
    #141
    1
    • #141-1 เจ้าหมาในกะละมัง (@fytius) (จากตอนที่ 21)
      31 กรกฎาคม 2562 / 20:06
      หน้าตอนไม่ยิ้มยังน่ากลัวหน่อยๆ ตอนโมโหนี่ก็ไม่ต้องพูดถึงอะค่ะ 555555
      #141-1
  7. #140 SANSANEE1827 (@SANSANEE1827) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 06:06
    ในที่สุด ตอนต่อไปก็ออกมาซักที ชอบเรื่องนี้มากค่ะ จะรออ่านต่อนะ
    #140
    1
    • #140-1 เจ้าหมาในกะละมัง (@fytius) (จากตอนที่ 21)
      31 กรกฎาคม 2562 / 20:05
      ถ้าชอบก็อย่าลืมอุดหนุนเราด้วยนะคะ อีกเดี๋ยวจะมีประกาศแล้วววว ;;w;;
      #140-1
  8. #139 chinalovely (@chinalovely) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 05:40
    รอตอนต่อไปนะคะ
    #139
    1