[Boy's Life] คุณนางเอกครับ โปรดอย่าเปลี่ยนผมเป็นนายเอกเลย

ตอนที่ 22 : มาจากไหน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 871
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 102 ครั้ง
    5 ส.ค. 62

ช้าไปหน่อยขออภัยค่ะ หายนานเลย (ฮา)
ตอนนี้ยาวเป็นพิเศษด้วยเลยใช้เวลานานนิสนึง

ปล. มีแก้ตอนแรกนิดหน่อย ลองไปอ่านดูได้นะคะ เปิดมาก็เจอแล้ว---
_______________________

 

22

มาจากไหน

 

ดูเหมือนชาคาโมมายล์จะได้ผลดีเกินคาด หรืออาจจะเพราะโกรธจนทั้งง่วงทั้งเหนื่อยก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ พอหัวถึงหมอนปุ๊บ รู้ตัวอีกทีก็เช้าแล้ว ผมเลยจัดการทำกิจวัตรยามเช้าของตัวเองตามปกติ

แน่นอนว่าผมยังไม่อยากโดนรุ่นพี่เพอร์ซิวัลกระทืบ ถึงทางแก้ไขข่าวลือ เวดิอุสหยิ่งยโสต่อเพอร์ซิวัลเพราะเอาชนะเขาได้ที่ดีที่สุดคือไปฝึกกับเขาอีกรอบก็จริง แต่ขอเหอะ ใครจะอยากเป็นกระสอบทรายให้คนอื่นบ้างล่ะ

ถ้าไม่ใช่พวกมาโซคิสต์ล่ะก็ ไม่มีหรอก!

แถมถ้าให้เดาจากข่าวที่อิลฟรีซบอกมา ผมเชื่อว่าตอนนี้คิวต่อแถวฝึกคงยาวเป็นหางว่าว...ผมไปตรวจเองไม่ได้ซะด้วยเพราะนอกหน้าต่างห้องผมไม่ใช่โรงฝึก แต่เป็นลานว่างสักที่ในโรงเรียน และตัวผมเองก็ไม่อยากไปดูเหมือนกัน เพราะงั้นเลยต้องเสกแท่งน้ำแข็งโง่ๆ แล้วใช้มือขวาควงและโยนรับไปก่อน

...

อ้าว หล่นพื้นไปซะแล้ว

กิจกรรมง่ายๆ อย่างควงแท่งน้ำแข็งหรือโยนรับของ ถ้าทำกับมือซ้ายก็ถนัดมาก แต่พอเป็นมือขวาแล้วรู้สึกมันยากขึ้นมาเลยแฮะ ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์แล้วยังทำไม่ค่อยจะได้เลย แย่ชะมัด

ผมถอนหายใจ ก่อนจะก้มลงหยิบแท่งน้ำแข็งขึ้นมาแล้วควงใหม่ ทำแบบนี้วนไปเรื่อย

ช่วยไม่ได้ ในเมื่อถ้าอยากใช้ดาบคู่ก็มีแต่ต้องเริ่มแบบนี้ แล้วหลังจากนั้นก็ค่อยออกกำลังกายตามปกติ...ที่ผมตัดสินใจมาฝึกแบบนี้ก็ตอนที่แอบลองใช้ดาบคู่น้ำแข็งกิ๊กก๊อกเล่นในห้องละดาบข้างขวาร่วงจากมือจนเกือบทิ่มเท้านี่แหละ ไม่อย่างนั้นผมคงไม่ทำอะไรอย่างนี้หรอก

นี่มันสูงสุดคืนสู่สามัญชัดๆ

ต้องยอมรับเลยว่าไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่ แต่จะให้ทำยังไงล่ะ ผมมีทางเลือกที่ไหนกัน

ช่างเถอะ สมาธิๆ

 

ต่อให้อยากจะเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับเรื่องงานสักเท่าไหร่ แต่ถ้าทำแบบนั้นงานจะเสีย เพราะงั้นต่อให้ผมอยากหนีหน้าไอ้โง่เอลิออตนั่นมากแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องไปอยู่กับมันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่ดี

ผมพยายามเงี่ยหูฟังคนอื่นพูดด้วยระหว่างต่อแถวเอาข้าวเช้า แต่ก็ไม่ได้อะไรกลับมาเลย ทุกอย่างเป็นเรื่องทั่วไปจนน่าแปลก

แปลกเกินไป

ส่วนใหญ่พวกมีอำนาจสูงน่ะ แค่ขยับนิดเดียวก็เรียกความสนใจให้คนหมู่มากได้แล้ว (ขนาดผมยังมีแฟนคลับเลย...ถึงจะไม่อยากยอมรับก็เถอะ) ส่วนเอลิออตนั่นเป็นถึงเจ้าชายเชียวนะ มีแผลที่แก้มแท้ๆ แต่ทำไมคนถึงไม่พูดถึงเลยล่ะ อย่างน้อยก็น่าจะมีประมาณว่าองค์ชายไปโดนอะไรมาหรืออะไรทำนองนี้สิ

เป็นเรื่องที่ถามคนทั่วไปไม่ได้ซะด้วย หรือต่อให้ถามได้ก็รู้สึกกระดากอยู่ดี...ก็ตัวต้นเหตุอยู่นี่นี่นา

อีกอย่าง สำหรับคนทั่วไป ผมกับธาลิเทียสคือหนึ่งในไม่กี่คนที่อยู่กับเขาแทบทุกเวลาเหมือนตัวติดกัน หากไปเลียบเคียงถามว่า เฮ้ เกิดอะไรขึ้นกับองค์ชายเหรอ มีหวังได้โดนมองแปลกๆ กลับมาพอดีน่ะสิ

หลังจากได้อาหารเช้าพร้อมแพนนาค็อตต้าเรียบร้อย ผมก็มองซ้ายขวาหาพวกเขา ซึ่งแน่นอนว่าใช้เวลาไม่นานก็เจอ แต่พอผมเดินไปถึงพวกเขาแล้ว...อ่า พูดไม่ออกเลยแฮะ

เกิดอะไรขึ้นน่ะ ทำไมสภาพไอ้เจ้าชายมันอนาถปานนี้ล่ะเฮ้ย

ผมหันไปมองธาลิเทียสเป็นเชิงถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่อีกฝ่ายกลับส่ายหัวกลับมาเป็นเชิงบอกว่าตัวเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

สภาพของเอลิออตตอนนี้เรียกได้ว่าดูไม่จืด แก้มขวาของเขาบวมเป่งเพราะผมใช้มือซ้ายชกเขาไปเมื่อวาน ส่วนแก้มซ้ายก็แดงแจ๋ไม่แพ้กันเหมือนโดนอะไรสักอย่างตีเข้าให้อย่างแรง ถึงสภาพมันจะเบากว่าด้านขวามากเลยก็เถอะ แต่โดยรวมมันก็อนาถอยู่ดี

จากตอนแรกที่แอบโมโหนิดหน่อยกลายเป็นรู้สึกทั้งสงสารทั้งขำ แอบอยากรู้เหมือนกันว่าอีกข้างนั่นไปโดนอะไรมา แต่ดูจากสีหน้าเจ้าตัวแล้วรู้สึกเหมือนตอนนี้ไม่ควรถามยังไงไม่รู้ อีกอย่างคือผมยังไม่อยากคุยกับมันด้วย

“เอ่อ ท่านเวดิอุส...นั่งไหมขอรับ” ธาลิเทียสชี้ที่นั่งว่างข้างๆ ตัวเอง ผมถึงรู้ตัวว่าตัวเองยืนมานานพอสมควร เลยรีบวางถาดแล้วลงมือกินข้าวกับเขาบ้าง

หลังจากนั้น ทุกอย่างก็เงียบสนิท

ปกติหากพวกผมเงียบกันจะไม่มีบรรยากาศแง่ลบอะไร แต่วันนี้มันอึมครึมบอกไม่ถูก ส่วนหนึ่งคงเพราะพวกเราไม่ค่อยทะเลาะกัน แต่ถ้าทะเลาะกันขึ้นมาก็เป็นแบบนี้เสมอ ผมเลยทำใจให้ชินไม่ลงสักที และทางเอลิออตดูจะไม่อยากพูดอะไรมากด้วยเหมือนกัน

อึดอัด

อึดอัดจนขนาดกลืนข้าวยังกลืนไม่ค่อยจะลง

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ที่แน่ๆ คือพอเอลิออตกินข้าวเสร็จก่อนก็ยังนั่งรอพวกเราเหมือนเดิม แต่ไม่อ้าปากพูดอะไรออกมาเลยสักคำ

“ท่านเอลิออตขอรับ ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม” ธาลิเทียสถามออกมาจนได้ สีหน้าดูหนักใจยังไงไม่รู้ ดูทางเขาเองก็ไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เหมือนกัน “ตรงแก้มซ้ายท่าน...ไปโดนอะไรมา...”

เปิดประเด็นถามไม่พอ ถามในสิ่งที่ผมอยากถามให้ด้วย ขอบใจมากนะพวก!

เอลิออตชะงักไปนิดหน่อย ก่อนจะถอนหายใจแล้วตวัดตามองมาทางพวกผม “จะถามข้าทำไมในเมื่อเจ้าก็รู้อยู่แล้ว”

หา? รู้อยู่แล้ว?

พวกนายคุยอะไรกันระหว่างที่ฉันไม่อยู่เนี่ย แล้วทำไมธาลิเทียสถึงรู้ล่ะเฮ้ย! อย่าบอกนะว่าแก้มอีกข้างนี่โดนธาลิเทียสชกเข้าให้น่ะ

อ่า ไม่หรอกมั้ง เจ้านั่นไม่ใช่คนประเภทลงไม้ลงมืออะไรกับใครสักหน่อยนี่นา...พอเรียงประโยคแบบนี้แล้วเหมือนตัวเองเป็นพวกนักเลงหัวไม้เลยแฮะ

ทันทีที่ผมกินเสร็จ จานของพวกเราทั้งสามก็ถูกยกไปทั้งที่ปกติผมจะเป็นคนยกไปเอง พอเงยหน้าจะบอกว่าไม่ต้องถึงได้รู้ว่าคนทำไม่ใช่เจคอบ แต่เป็นคุณบลังก์

ก็ว่าอยู่ ปกติเจคอบรู้อยู่แล้วว่าผมทำอะไรหรือไม่ทำอะไรบ้าง

“เชิญตามสบายเลยขอรับ” เขายิ้มบางให้พวกเราทุกคน ก่อนจะยกถาดไปหน้าตาเฉย ปล่อยให้บรรยากาศที่อึดอัดอยู่แล้วอึดอัดหนักกว่าเดิมอีก

นี่คิดจะแกล้งกันรึไงครับ...

“ขอโทษที แต่ข้ามีเรื่องจะพูด เอาไว้หลังเลิกเรียนก็แล้วกัน” องค์ชายเอ่ยขึ้นมาในที่สุด สายตามองมาทางผมอย่างชัดเจน แต่พอผมจะอ้าปากถามบ้าง เขากลับพูดแทรกพลางใช้มือกุมแก้มขวาของตัวเอง “ไม่ใช่ไล่เจ้าออก สบายใจได้”

ไม่ไล่ออก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีบทลงโทษสินะ ผมว่าใช่แน่ๆ

เอาเถอะ ไม่คิดว่าตัวเองจะรอดอยู่แล้ว ปกติโทษของการทำร้ายร่างกายราชวงศ์คือถูกแส้หนามเหล็กฟาดหลังสิบครั้ง...อ่า ก็หวังว่าผมจะไม่โดนถึงขั้นนั้น อย่างน้อยถ้าฟังเหตุผลแล้วก็ขอลดหลั่นโทษเหลือสักห้าครั้งก็ยังดี

ถึงผมจะไม่เคยโดนมาก่อน แต่แค่ได้ยินก็รู้แล้วว่ามันเจ็บมากแหง แถมถ้าถูกตีตรงไขกระดูกสันหลังหนักๆ ก็มีโอกาสพิการด้วยมั้งเนี่ย

ม ไม่เอาน่า อย่าเพิ่งคิดไปเองเซ่!

ดูท่าทางสีหน้าของผมคงตลกมาก เอลิออตถึงหลุดขำพรืดออกมา ก่อนจะเดินไปก่อนโดยไม่พูดอะไร ในขณะที่ธาลิเทียสเอื้อมมือตบบ่าผม “ข้าว่าเขาไม่ลงโทษแบบที่ท่านคิดหรอกขอรับ สบายใจได้”

นายก็พูดได้สิ ไม่ได้โดนเองนี่!

 

วันนี้เป็นวันแรกที่ธาลิเทียสมานั่งข้างผม แต่ถ้าเทียบกับที่ผมกับเอลิออตทะเลาะกันครั้งก่อนๆ ก็ถือว่าไม่แปลกอะไร เขามักจะเป็นแบบนี้เสมอ ถ้าใครบาดเจ็บก่อนเขาจะอยู่กับคนนั้น แล้วหลังจากนั้นค่อยมาดูอารมณ์ของคนลงมือเพื่อไกล่เกลี่ยตอนเขาเย็นลง

ไม่สิ ถ้าว่ากันตามตรงก็แปลกนิดหน่อย เพราะปกติถ้าถึงขั้นลงไม้ลงมือ ว่ากันตามตรงล่ะก็ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมไปชกองค์ชายก่อน...ไม่สิ ตั้งแต่รู้จักกันมา นี่เป็นครั้งแรกที่ลงมือกันตรงๆ แบบนี้ ปกติต่างคนต่างจะใช้การฝึกเป็นข้ออ้าง แล้วเล่นแรงด้วยตลอดต่างหาก

นี่ผมทนเป็นเพื่อนกับหมอนั่นมาได้ไงตั้งนานวะเนี่ย เจ็ดปีแน่ะ

ตอนนี้อาจารย์ยังไม่เข้ามาในห้อง พวกเราเลยยังคุยกันได้

ผมจัดการเอาหนังสือเรียนมาวางไว้บนโต๊ะตามปกติ ในขณะที่ธาลิเทียสเองก็หยิบหนังสือเรียนมาทบทวนเงียบๆ ห้องเรียนนี้ตอนอาจารย์ยังไม่เข้าถือว่าสงบมากหากเทียบกับโรงเรียนในชาติก่อน อย่างน้อยก็ไม่มีคนเตะบอลกันหลังห้อง แต่เสียงคุยยังมีเหมือนเดิม ทุกคนดูไม่ใส่ใจพวกผมตามปกติ

วิชาแรกเรียนทฤษฎีเวทมนตร์สินะ

เวทมนตร์...

...

ชะอ้าว เอลิออตมันใช้เวทแสงกับมืดนี่ เวทแสงคือการรักษา เสริมพลังหรืออะไรทำนองนี้ไม่ใช่เหรอ แถมระดับเจ้านั่น ถ้าจะรักษาแผลช้ำนั่นก็ง่ายนิดเดียวด้วย

แล้วทำไมไม่ใช้ให้มันจบๆ ไปล่ะเนี่ย!

ผมเอามือตีหน้าผากตัวเอง รู้สึกเอือมระอากับไอ้โง่นั่นขึ้นมายังไงก็ไม่รู้ อย่าบอกนะว่าที่ไม่รักษาเพราะเป็นพวกมาโซคิสต์ชอบความเจ็บปวดน่ะ

ใช่ก็บ้าแล้ว!

“เฮ้ ธาลิเทียส” ในเมื่อรู้สึกจนปัญญาก็ต้องถามคนที่น่าจะรู้เรื่องมากที่สุดแล้วล่ะ “ทำไมเจ้าเอลิออตถึงไม่ใช้เวทรักษาแผลตัวเองล่ะ...” พอพูดออกมาถึงได้รู้ว่าเสียงตัวเองดูปลงตกมากจนอีกฝ่ายหัวเราะแห้ง

เขาดูช็อกไปนิดหน่อยตอนผมถาม ถึงขั้นหันขวับมามองผมแล้วถามอึ้งๆ “ท่านเพิ่งนึกขึ้นได้เหรอขอรับ”

เอาน่า คนเราก็ต้องมีหลงมีลืมกันบ้าง สมองผมก็ไม่ใช่คอมพิวเตอร์สักหน่อยที่จะจำได้ทุกอย่างน่ะ...ถึงไอ้เรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องที่ควรลืมเลยก็เถอะ

“น่า ว่าแต่อีกข้างไปโดนอะไรมา เจ้ารู้รึเปล่า”

อีกฝ่ายดูลังเลจะตอบ ผมเลยจ้องเขาอย่างคาดคั้นเพราะเชื่อว่านี่เป็นสิทธิที่ผมควรจะรับรู้ในฐานะทั้งเพื่อนและผู้ติดตาม เขาถึงถอนหายใจออกมา “ก็ไปโดน...”

“เอ้า ทุกคนเจ้าคะ นั่งที่ได้แล้ว!

พอได้ยินเสียงนี้  ธาลิเทียสจึงส่งสายตาขอโทษมาให้แล้วหันไปตั้งใจเรียน ปล่อยให้ผมรอเก้ออยู่อย่างนั้น

ให้ตาย มาเร็วเกินไปแล้วนะครับอาจารย์เอลิน่า!

เมื่ออาจารย์เข้าห้อง ทุกคนก็พร้อมใจกันไปนั่งทีเพื่อให้อาจารย์เช็กชื่อกันเสร็จสรรพ ก่อนที่เธอจะเริ่มสอน

ผมรู้เรื่องพวกนี้แล้วเลยไม่ต้องใส่ใจฟังมากก็ได้ นี่ถือเป็นโชคดีของคนที่ต้องไล่ตามสติปัญญาของเอลิออตให้ทันตลอดรึเปล่านะ ให้ว่าตามตรงคือโคตรเหนื่อย แต่โดยรวมก็ไม่ได้แย่อะไรมากมาย คงเพราะพื้นฐานผมเป็นพวกเรียนรู้ไวอยู่แล้วด้วยละมั้ง

นอกจากเรื่องเอลิออต ก็ยังมีอีกเรื่องให้ผมต้องคิดเหมือนกัน

ผมหยิบดินสอกับกระดาษมาเขียนแผนรูตเกมเล่นๆ อันนี้สำคัญมาก จะลืมไม่ได้เด็ดขาด

จะว่าไปแล้ว นี่ยังถือว่าผมอยู่ในเส้นเรื่องเกมรึเปล่าเนี่ย แบบว่าเหตุการณ์ที่ผมเจอมันออกจะนอกเรื่องไปโขเลยรึเปล่...ไม่สิ หรือว่ายังอยู่กันนะ

ถ้าจำไม่ผิด เฉพาะรูตเอลิออตจะเป็นรูตเดียวที่เจ้านั่นไปแลกเปลี่ยนในช่วงฤดูร้อนแล้วกลับมาอีกทีตอนจะปิดเทอม แต่ถ้านางเอกเข้ารูตคนอื่น เขาจะยังอยู่ในโรงเรียนนี่นา

ถ้าเอาประสบการณ์ผมไปรวมกับเนื้อเรื่องที่เคยเล่นมาแล้วสรุป เวดิอุสในเกมคงคิดประมาณว่า จะไปไหนก็ไปเถอะ ออกห่างจากเฟรย่าก็พอเรอะ จะไร้ความรับผิดชอบไปหน่อยไหม ตัวผมในเกม!

เอาเถอะ สมมติว่าผมหักธงคู่เอลิออตเฟรย่าไม่ได้ ผมว่าตัวเองก็คงให้เขาไปแหละเพราะขี้เกียจจะห้าม

เฮ้อ...เป็นผู้หญิงนี่ดีจังน้า ไม่ต้องมาเกี่ยวข้องกับเรื่องยุ่งเหยิงพวกนี้ มุมนางเอกในเกมดูจะไม่ค่อยได้เก็บเรื่องภายในเท่าไหร่ซะด้วย ซึ่งเป็นเรื่องปกติมาก เพราะหากเทียบลำดับชนชั้นแล้วอยู่ต่ำสุด ถ้าเทียบกับราชวงศ์ก็ถือเป็นแค่วงนอก ไม่รู้เรื่องพวกนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

นี่ยังไม่นับว่าสถานที่คือโรงเรียนขุนนางอีก ถูกจำกัดการรู้ข่าวซะขนาดนี้ ถึงจะออกไปข้างนอกได้ในตอนเย็นกับสุดสัปดาห์และหาแหล่งขายข่าวได้จริงๆ แต่ข่าวเกี่ยวกับราชวงศ์ก็ราคาสูงพอๆ กับเงินเดือนผมทั้งเดือนเป็นอย่างต่ำอยู่ดี ซึ่งบารอนไม่มีเงินเยอะขนาดนั้นหรอก

อีกอย่าง ตัวเนื้อเรื่องเกมเองก็ไม่มีให้ไปสลัมในช่วงสุดสัปดาห์ด้วย ตัดออกไปได้เลย

สรุปง่ายๆ คือนางเอกเกมแต่งตัวไปเที่ยวกับเพื่อน ดูผมสิทำงานหลังขดหลังแข็ง จนป่านนี้ยังไม่ได้ออกนอกรั้วโรงเรียนกับคนอื่นบ้างเลย อะไรจะน่าอดสูขนาดนี้

“โลกนี้ไม่ยุติธรรม...” ถ้าไม่ติดว่าเรียนอยู่และเกรงใจอาจารย์เอลิน่าสุดเนี้ยบล่ะก็ ผมคงเอาหัวโขกโต๊ะไปแล้ว

จริงอยู่ที่ผมเคยออกไปบ้างในปีที่แล้ว แต่ทุกอย่างมันอยู่แค่ในความทรงจำนี่นา ตัวผมตอนได้ความทรงจำชาติก่อนคืนมายังไม่เคยออกไปดูเลย น่าเศร้าชะมัด ผมเองก็อยากอู้ไปเที่ยวเหมือนกันนะ!

แต่ทุกอย่างคงต้องเป็นช่วงหลังองค์ราชาจัดการเรื่องเมืองขึ้นเสร็จ

ถ้าเป็นช่วงนี้ พวกผมออกนอกโรงเรียนเมื่อไหร่ก็กลายเป็นเป้าให้เขาฆ่าชัดๆ อันนี้ต้องไปเตือนวานาเซียด้วย ส่วนอิลฟรีซ...นั่นสินะ เอาเป็นว่าไปเตือนหน่อยก็ดี ยังไงเจ้านั่นก็เป็นผู้หญิง แถมรายนั้นใช้ชื่อผมเพื่อให้คนเข้าหาผมตั้งเยอะด้วย โอกาสโดนหมายหัวก็มีบ้างแหละ ถึงจะน้อยมากเพราะเป้าหมายไม่ใช่ผมก็เถอะ แต่มันก็ใช่ว่าจะไม่มี

ยังไงซะ กันไว้ก็ดีกว่าแก้อยู่แล้วนี่ จริงไหม

ถึงคนส่วนใหญ่จะชอบแก้ไขมากกว่าป้องกันก็เถอะ

 

ในที่สุดตอนพักเที่ยงก็มาถึงสักที ธาลิเทียสหันมามองผมยิ้มๆ ทั้งที่มือกำลังจัดกระเป๋าหนังสือ

“ดูท่าอารมณ์ท่านจะเข้าที่แล้วนะขอรับ ถ้าไม่ว่าอะไร...ช่วงบ่ายข้าไปนั่งที่เดิมได้ไหม”

ผมพยักหน้าตอบกลับไป ก่อนจะขมวดคิ้วเข้าให้ “ว่าแต่เจ้าเถอะ สี่คาบที่ผ่านมามีตรงไหนไม่เข้าใจรึเปล่า” ถ้าผลการเรียนของเขาตกเพราะเป็นห่วงผม อันนี้ไม่ใช่เรื่องดีเลย เพราะงั้นถ้าเขาติดตรงไหนก็ควรจะช่วยเท่าที่ช่วยได้ ยังไงซะก็เป็นเพื่อนกันนี่

“เอ๋ อ่า...ก็มีขอรับ” เขาหัวเราะแหะๆ พลางยกมือเกาแก้มตัวเอง ในขณะที่ผมหรี่ตามองเขาเพราะรู้ว่าเขาจะพูดอะไร “แต่ไม่ต้องห่วง ข้าไปถาม...”

เสียงของธาลิเทียสเบาลงจนในที่สุดก็ถอนหายใจออกมา “ไม่รบกวนท่านเหรอขอรับ”

“ก็ไม่นี่” ผมยักไหล่พลางเก็บของลงกระเป๋าบ้าง “เจ้าช่วยข้ากับเอลิออตตั้งเยอะ เอาตรงๆ ถ้าไม่มีเจ้า บางทีข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกเราจะอยู่กันยังไง” ผมหัวเราะในลำคอตบท้าย พอเงยหน้ามองกลับพบว่าอีกฝ่ายนิ่งอึ้งไปแล้ว

ผมพูดอะไรผิดรึเปล่าเนี่ย เขาค้างแข็งเป็นหินไปแล้ว!

เฮ้ ฮัลโหล มีสติอยู่รึเปล่าน่ะ

ผมโบกมือผ่านตาเขาสองสามที เขาถึงกับสะดุ้งเฮือกแล้วยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่สดใสเหมือนเด็กน้อยไม่มีผิด

ลูกชายผมในชาติก่อนจะยิ้มสดใสแบบเขาไหมนะ แอบคิดถึงเหมือนกันแฮะ

“...ได้รับคำชมแบบนั้น ข้ารู้สึกเป็นเกียรติมากขอรับ” เขาโค้งหัวน้อยๆ ก่อนจะสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงกรี๊ดกร๊าดดังมาจากนอกห้อง พอผมเบนสายตาไปมองแล้วถึงกับทำหน้าพิลึกออกมา

อะไรเนี่ย ทำไมฝูงคนถึงกรูกันเหมือนปลาคาร์ปรุมกินขนมปังแบบนั้นล่ะเฮ้ย!

แล้วพวกเราจะออกจากห้องไปกินข้าวยังไง!

ผมขมวดคิ้วเดินไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนจะชะงัก และดูเหมือนอีกฝ่ายก็เห็นผมเข้าพอดี เลยจัดการบอกให้สาวๆ หนุ่มๆ ในห้องผมหลีกทางแล้วเดินเข้ามาหาผมด้วยท่วงท่างดงามคล้ายเทพธิดา

“พอดีเลยเวดิอุส” ตาสีน้ำเงินคล้ายอัญมณีมองมาทางผม ริมฝีปากบางส่งยิ้มอ่อนโยนให้ “เรามีเรื่องจะคุยกับเจ้า...อ้อ ธาลิเทียสด้วยนะ”

เล่นเอ่ยปากต่อหน้าฝูงชนแบบนี้ แล้วผมจะทำยังไงนอกจากยกมือขวาแตะอกแล้วโค้งให้

“กระหม่อมเป็นเกียรติอย่างยิ่งพ่ะย่ะค่ะ องค์หญิง”


__________________________

จบเล่ม 1



เนื้อเรื่องหลัก เล่ม หนึ่ง จบ แล้ว!

เยส อ๊ากกกกกกก ดีใจ ดีใจมากกกกกกกกกก //กรีดร้อง

หลังจากตรงนี้เป็นต้นไป เราอาจจะอัปช้าหน่อยนะคะ UvU เพราะว่าต้องเจียดเวลาไปเขียนตอนพิเศษเฉพาะในเล่มด้วย แล้วก็ต้องเกลาด้วย ไหนจะศึกษาวิธีการจัดเล่มอีก แล้วก็ปกด้วย ฮึบๆๆ (วายุก็อยากแต่งต่อด้วย กำลังคิดจะแต่งสองเรื่องพร้อมกันอยู่แหละค่ะถ้าอะไรๆ เข้าที่แล้ว ลองไปอ่านกันได้นะ //กระซิบ)

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ขอบคุณที่ทนเรามาจนถึงป่านนี้ ถึงบางทีเราอาจจะปากเสีย(?)ไปบ้าง แต่ก็ขอปกป้องตัวเองบ้างอะไรบ้างหลังจากเจอคนไม่ดีมาสองสามรอบอะเนอะ //ขลัว เจอเยอะๆ เราก็เครียดนะ ฮือๆๆ

หากอ่านมาถึงตอนนี้ได้ แสดงว่ายอมรับความเสี่ยงเรื่องคู่แล้วสินะคะ แต่ไม่ต้องห่วง สมมติว่าจบที่เรือใดล่มก็จริง แต่หากเป็นพล็อตเรื่อง เราจะพยายามไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอนที่สุด! (เอาจริงๆ เราก็พายหลายเรือมากเหมือนกันค่ะ นึกภาพเราที่ต้องมาล่มเรือตัวเองสิ T_T)

ขอบคุณนักอ่านดีๆ สาววายดีๆ มีอารยะที่เข้ามาอ่านเรื่องเราแล้วชอบ บอกเราว่า "จะแต่งอะไรก็แต่งไปเถอะ มันเรื่องของไรต์นี่" และยังเลือกจะติดตามเรื่องนี้ทั้งที่รู้ว่าเรื่องนี้มีโอกาสเป็นนอร์มอล

ขอบคุณนักอ่านดีๆ สายนอร์มอลที่เปิดกว้างหากเรื่องนี้จะเป็นวาย //เราเจอคอมเมนต์ที่บอกว่า "ลุ้นตัวโก่งมากว่าจะได้อ่านวายเรื่องแรกไหม" ด้วยแหละค่ะ 5555 ขอบคุณมากจริงๆ นะคะที่ยอมเปิดใจให้นิยายเรื่องนี้

ขอบคุณทุกคอมเมนต์ "ดีๆ" ที่เป็นกำลังใจให้เรามาถึงป่านนี้ สารภาพว่าหากไม่มีพวกท่านอยู่ เราคงโวยวายจะเทและกลับไปทำงานหามรุ่งหามค่ำไม่กลับมาแตะนิยายแล้วแน่ๆ U_U"


สุดท้าย

รักนักอ่านทุกคนที่รักเรานะคะ <3


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 102 ครั้ง

180 ความคิดเห็น

  1. #164 Bloodhound (@Bloodhound) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 17:08

    ชอบเรื่องนี้ค่ะ สู้ๆนะคะ : )

    #164
    1
  2. #163 ononno (@ononno) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 08:32
    ไม่เจ้าหญิง ก็วานาเซีย แต่น่าจะเป็นวานาเซีย เพราะถ้าเป็นเจ้าหญิงคงบวมปูดแน่ๆ
    #163
    1
  3. #159 Blue magic (@bloody-war) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 11:32
    อีกข้างน่าจะเป็นฝีมือวานาเซียนะคะ ตบเบาแบบนี้(?!!) ถ้าเป็นเจ้าหญิงตบอาจมีฟันกรามหลุดอีกข้าง ฮาาา
    #159
    1
    • #159-1 เจ้าหมาในกะละมัง (@fytius) (จากตอนที่ 22)
      6 สิงหาคม 2562 / 21:51
      แนวแบบนี้คือแนวแบบไหนคะเนี่ย ;w; เรื่องนี้เราว่าก็เกร่อพอสมควรเลยนะคะ! TT"
      #159-1
  4. #158 chinalovely (@chinalovely) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 11:19
    น้องน่ารักกก//เราหาแนวแบบนี้มานานแล้วค่ะและเราก็ชอบแบบตัวเอกเป็นผู้ชายด้วย555
    #158
    2
  5. #157 Amujan (@e782546) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 09:16
    ในส่วนของเราชอบนะ เพราะเป็นแบบสโลว์ไลฟ์มันไม่หนักหัวดีแล้วก็น้องจะคู่กับใครแล้วแต่ไรต์เลยแต่สำหรับเราขอไม่ฮาเร็มแล้วกันนะ ถ้าจะอัปช้าลงอัปได้นะแต่ว่าขอแจ้งหน่อยว่าจะอีกช้าเพราะคนรอนานแล้วใจเสีย
    #157
    1
  6. #156 Phoenix Wind (@oakyxa) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 07:30

    อีกข้างต้องเป็นของน้องวาเเน่ กลัวน้องเจ็บมือจัง ส่วนเรื่องพวกจับคู่ผมไม่ซีเรียสนะ คือถ้าอ่านเเล้วชอบก็ชอบ ไม่ชอบก็ไม่อ่าน เเต่เพราะมันสโลว์ไลฟ์ผมเลยคิดว่าเนื้อเรื่องมันดูอืดไปหน่อย เเต่ก็โอเคครับ // อยากให้มีบทน้องวาออกมาอีก น้องหายไปอีกเเล้วววว

    #156
    1
  7. #155 SANSANEE1827 (@SANSANEE1827) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 07:26
    ถ้าเรือเราต้องล่มมันคงเป็นเรื่องน่าเศร้า เพราะดูจากแววแล้วคงอยู่ได้อีกไม่นาน เนื่องจากคลื่นลมพายุมันพัดหนักเหลือเกิน แต่ก็ชอบนะคะ จะรออ่านตอนต่อไปค่ะ
    #155
    1
  8. #154 pinkysery (@pidichanan) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 06:47
    ใช้คำว่าอารยะเลย 55555
    ไม่รู้สิ ไม่ได้เน้นเรื่องคู่อ่ะ ชอบการบรรยายกับบุคลิกตัวละครมากกว่า เรื่องวายไม่วาย ก็อ่านหมดอยู่แล้ว เป็นอิสระนักเขียนเลย เพราะนิยายคือการนำเสนอมุมมองมนุษย์ของนักเขียน แต่ขอให้สมเหตุสมผลก็พอ(แบบแฟนตาซี ใส่อะไรได้กว้างอยู่ละ ถ้าแห่งดีๆ)
    #154
    1