[Boy's Life] คุณนางเอกครับ โปรดอย่าเปลี่ยนผมเป็นนายเอกเลย

ตอนที่ 8 : ไปที่ไหนก็โดนถาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,066
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 226 ครั้ง
    8 มิ.ย. 62


ช่วงนี้ติดเกม Tasokare Hotel ค่ะ (...)
เป็นเกมแอปแนวไขปริศนาที่ดีงามมากๆ รุ่นพี่ก็ดี คู่โอโซโตะเนโกะก็ดี //โดนตี
ถ้าใครว่างก็ลองไปหาเล่นกันได้นะคะ แล้วมาคุยกันเถอะ!
________________

8

ไปที่ไหนก็โดนถาม

 

“เดี๋ยวๆๆ” ผมรีบเบรกทั้งสองคนก่อนเลย ขมวดคิ้วใส่ด้วย หน้าของผมจะดูเป็นคนโมโหร้ายหรืออะไรก็ช่างมันแล้ว! “พวกเจ้าหมายถึงอะไร”

ผมยังไม่ได้บอกใครเลยนะว่าผมไปสู้อะไรกับใครมา แล้วพวกเอ็งรู้ได้ยังไงวะ! อีกอย่าง อย่าบอกนะว่าที่คนบางส่วนจ้องผมนี่เป็นเพราะผมสู้ชนะรุ่นพี่เพอร์ซิวัลเมื่อเช้าเรอะ เอาจริงดิ?

แล้วถ้างั้นรู้ได้ไง ผมไม่คิดจะป่าวประกาศให้ใครรู้ด้วยซ้ำ!

ผมรีบทวนอีเวนต์นางเอกในหัวทันที แล้วก็พบว่า...ผมจำได้แค่อีเวนต์สำคัญๆ เท่านั้นเองเลยไม่แน่ใจว่าเฟรย่ามีพูดถึงเรื่องรอบตัวของผมด้วยไหม ซึ่งก็แหงล่ะ ผมไม่ได้มีความจำแบบ HSAM* สักหน่อยที่จะจำบทพูดได้ทุกคำอย่างแม่นยำน่ะ!

“อย่ามาไขสือน่า” องค์ชายยักคิ้วทะเล้นให้ “เจ้าไปสู้กับรุ่นพี่เพอร์ซิวัลมาไม่ใช่รึไงเมื่อเช้าน่ะ”

นั่นไง ชัดเจน

จะชัดเจนเกินไปแล้ว!

ถ้าไม่ติดว่ามือสองข้างโดนจับอยู่ ผมคงยกมือมือสองข้างก่ายหน้าผากตัวเองไปแล้ว นี่ไปรู้มาจากไหน พ่อบ้านใครป่าวประกาศกันหา ตอบมา!

“ขออภัยนะพ่ะย่ะค่ะ” ผมรีบยกมือเบรกเอลิออต พอเหลือบไปเห็นธาลิเทียสจะพูดต่อ ผมก็รีบพูดด้วยว่า “เจ้าก็เหมือนกัน”

ทั้งสองนิ่งเงียบ ผมรีบหมุนข้อมือตัวเองให้หลุด กุมมือตัวเองแล้ววางลงบนขอบโต๊ะด้วยรอยยิ้ม พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้ตัวเองกัดฟันพูดออกมา “ก่อนอื่นเลย โปรดแถลงให้กระหม่อมทราบก่อนได้ไหมพ่ะย่ะค่ะ ว่าพระองค์ไปทรงทราบมาจากไหน”

“ได้ยินจากผู้หญิงน่ะขอรับ” ธาลิเทียสตอบอ้อมแอ้ม ใช้นิ้วชี้เกาแก้มตัวเองนิดหน่อยตามประสา “พอดีตอนข้ามาที่นี่ก็เห็นพวกผู้หญิงพูดเรื่องท่าน ข้าก็เลย...แอบฟังดู”

แล้วพวกผู้หญิงรู้ได้ยังไงเนี่ย

“ส่วนข้าได้ยินจากพวกผู้ชายบางคนที่น่าจะเห็นเข้า ก็เลยไปถามตรงๆ น่ะ”

แล้วเจ้าพวกนั้นรู้กันได้ยังไง ผมไม่เห็นมีใครผ่านมาเลยนะ หรือผมสมาธิจดจ่อกับรุ่นพี่เพอร์ซิวัลมากไป? ไม่หรอกน่า

“...ข้าไม่ได้อยากให้ใครรู้เลยแท้ๆ” ผมส่ายหัว เอาข้าวเช้าเข้าปากไม่เกรงใจทั้งองค์ชายทั้งธาลิเทียส หลังจากกลืนเสร็จก็พูดต่อเสียงเบา “พอดีข้าโกงน่ะ”

ตอนนั้นเองที่เอลิออตถึงบางอ้อ ส่วนธาลิเทียสยังงงอยู่บ้าง “โกงที่ว่านี่สรุปคือใช้เวทเหรอขอรับ”

ใช่ก็บ้าแล้ว! ผมไม่หน้าด้านถึงขนาดนั้นนะ! ผมตวัดตาจ้องเขา เขาถึงยกมือเสมออกเป็นเชิงขอโทษ แต่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดี

ก็ไม่แปลก...ตอนผมเรียนกับเอลิออต ธาลิเทียสเขาก็เรียนที่บ้านเขา ไม่ได้เรียนกับพวกเราสักหน่อยนี่นา แถมตอนสู้กันแย่งตำแหน่งผมก็ใช้ทั้งเวทและดาบ จะคิดว่าผมใช้เวทเอาชนะรุ่นพี่ได้ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร

ผมถอนหายใจพลางกินต่อเป็นสัญญาณว่าขอกินก่อนค่อยว่ากัน โดยเฉพาะแพนนาค็อตต้าเริ่มมีหยดน้ำเกาะ...

หิวจะตายอยู่แล้ว! ถ้าคุยมากกว่านี้เดี๋ยวแพนนาค็อตต้าก็ไม่เย็นพอดี ขอกินก่อนได้ไหม!

 

เพราะสองคนนั้นเอาแต่ชวนคุย เข้าแถวก็ยาว กว่าจะกินข้าวเสร็จก็ต้องวิ่งเข้าห้องเรียนกันแล้ว สรุปพวกเราก็เลยไม่ได้คุยกันต่อ

ผมกับธาลิเทียสอยู่ปีสองห้องเดียวกัน ส่วนองค์ชายอยู่ปีสามเลยต้องแยกกันไปโดยปริยาย

ผมเลือกที่นั่งข้างหน้าต่างหลังห้องแน่นอนเพราะอาจารย์จะได้ไม่ต้องสนใจผมตอนผมอู้ ส่วนธาลิเทียสแยกไปนั่งข้างหน้าเพื่อตั้งใจเรียน...เจ้านั่นดูตั้งใจเรียนดีแฮะ ส่วนผมตอนนี้ต้องสารภาพว่าเรียนมาจนจำได้แล้ว ที่ต้องจดก็มีแค่ความรู้เพิ่มเติมที่ไม่เคยรู้มาก่อนเท่านั้นเอง ซึ่งมันแทบไม่มีเลย

และเพราะไม่มีนี่แหละ ผมเลยเหมือนมานั่งทวนเฉยๆ มากกว่า

แต่เอาเถอะ...ผมหาวหวอด ใจก็อยากจะฟังเขาอยู่ แต่เรียนหมดจำได้หมดแล้วก็ไม่รู้จะฟังทำไม อ่า ไม่สิ ผมต้องทบทวนนี่นา

เหมือนตัวเองสู้กันเองในใจแปลกๆ เลยแฮะ

ผมตัดสินใจหยิบปากกาขนนกจุ่มหมึกดำแล้วเขียนบ้าง

ห้องเรียนห้องหนึ่งมียี่สิบคนเท่านั้น ต้องใช้ปริมาณคนมากขนาดไหนกันเนี่ยถึงสอนได้ทุกคนทุกคาบ...คิดไปคิดมาก็เริ่มนับถือบุคลากรที่นี่ซะแล้ว โดยเฉพาะถ้าทุกคนสอนคนได้ดีแบบนี้

ผมก้มมองหนังสือแผนที่ประเทศนี้ตามที่อาจารย์ในห้องบอก...แน่นอนว่าเวดิอุสเห็นมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ผมนี่เป็นครั้งแรกที่ผมซึ่งเป็นเวดิอุสแบบได้รับความทรงจำชาติก่อนมาด้วยเห็นมัน

เพราะมีเวทมนตร์ประเภทสำรวจรึเปล่านะ แผนที่มันถึงทำออกมาได้มีดีเทลยอดเยี่ยมขนาดนี้

ราชอาณาจักรซิลวาเรส ราชอาณาจักรเดียวที่กินพื้นที่ไปหนึ่งในสามของแผ่นดินใหญ่ โดยปู่ทวดของเอลิออตเป็นแกนนำรวมประเทศ ก่อนที่เขาจะสละบัลลังก์ในเวลาต่อมาแล้วให้คนอื่นครองประเทศต่อเหมือนรู้ว่าตัวเองเกิดมาเพื่ออะไร พอทำภารกิจจบแล้วก็เลยวางมือ

หลังจากรัชสมัยนั้นเป็นต้นมา ประเทศนี้เน้นไปทางสานสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านและทุกที่ที่รู้จักมากกว่า ในขณะเดียวกันก็ไม่ลืมลับคมเขี้ยวและกรงเล็บในสมัยนั้นด้วย

สำหรับผมมันให้อารมณ์เหมือนราชอาณาจักรโรมันที่เตรียมล่มสลายในไม่ช้านี้ยังไงก็ไม่รู้

พอพูดเองแล้วเหมือนตัวเองแช่งประเทศบ้านเกิดยังไงชอบกล หยุดคิดดีกว่า

ผมได้แต่มองแผนที่ในหน้านั้นนิ่งๆ

หน้าที่ของผมในชาตินี้คือสนับสนุนทุกอย่างขององค์ชาย และปกป้องเขาทุกวิถีทาง...ถึงความจริงจะไม่ต้องทำเลยก็ได้เถอะ ไอ้เจ้านั่นเกิดมาก็มีธาตุแสงกับมืดในตัวแล้วนี่นา

แสงและมืดเป็นสองธาตุขั้วตรงข้ามที่หายากที่สุดในอาณาจักร แถมมันยังอยู่ในตัวของคนคนเดียว แล้วเขากลับควบคุมมันได้ดีโดยที่สองธาตุนั้นไม่ตีกันจนตายไปซะก่อน ถ้าไม่เก่งจริงก็ทำไม่ได้หรอก

เฮ้อ เอาเถอะ...

ผมมองหมึกสีดำที่ปลายปากกา มันเป็นสีเดียวกับเส้นผมของเธอคนนั้น...ที่ผมฉีกจดหมายต่อหน้าเหมือนตัวร้ายธรรมดาทั่วไป

จะว่าไป เธอจะยังกล้าเข้าหาวานาเซียอยู่มั้ยนะ รายนั้นรู้แล้วนี่นาว่าผมเป็นใคร

ขอให้เป็นเพื่อนกันต่อเถอะ ผมจริงจัง

ถ้าเธอไม่คิดจะเข้ารูตขององค์ชายละก็นะ...

 

ตอนนี้เวลาสี่โมงเย็น เลิกเรียนกันหมดแล้ว ผมเลยต้องหอบกระเป๋าไปเข้าห้องสภานักเรียน ตั้งแต่ทบทวนความจำมาก็จำได้บ้างไม่ได้บ้างว่ามีอีเวนต์เจออะไรกับใครบ้าง เพราะตัวผมในชาติก่อนเองก็ไม่ใช่เป็นพวกความจำดีขนาดนั้น

แต่ดูเหมือนเวดิอุสจะฝึกสมองมาตั้งแต่เด็ก ความจำของเขาเลยค่อนข้างสุดยอดไปเลยจริงๆ

ทันทีที่ผมเปิดประตูเข้ามาก็เห็นองค์ชายกำลังนั่งทำเอกสารอยู่พอดี ผมเลยตัดสินใจโยนของไปวางบนโซฟากลางห้องแล้วเดินไปหาเพื่อจะช่วยงานเขา

“ชงชาให้ทีสิ” เอลิออตพูดขึ้น ทำให้เท้าของผมชะงักไป “ขอเหมือนเดิม”

เฮ้อ ได้คำสั่งแบบนี้มาจะให้ทำอะไรได้ล่ะนอกจากต้องทำ และเหมือนเดิมของเขาคือชาขาว...ไม่น่าอยู่ด้วยจนรู้ไปหมดทุกเรื่องจริงๆ เลยให้ตายสิ

ในตึกเรียนนี้ พวกขุนนางต่างต้องดูแลตัวเองกันเพราะเขาห้ามผู้ติดตามเข้าหากไม่มีเหตุจำเป็น เพื่อให้แต่ละคนได้ช่วยเหลือตัวเองกันบ้าง ซึ่งโดยส่วนตัวก็ถือเป็นเรื่องดีนะ แต่บางคนก็ฉวยโอกาสนี้ใช้ขุนนางคนอื่นที่ยศต่ำกว่าตัวเองเหมือนกัน

ดูไอ้เจ้าชายนี่เป็นตัวอย่างสิ ถือเป็นตัวอย่างที่แย่มาก

 “ข้าขอเอิร์ลเกรย์ด้วยนะจ๊ะ”

เสียงกังวานของคนคุ้นเคยดังขึ้นมาด้วยทำเอาผมสะดุ้ง รีบตาเหลือกหันไปมองต้นเสียง แล้วก็ไม่ต่างจากที่คาด องค์หญิงไอริเซียกำลังนั่งอยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง เธอดันแว่นขึ้นแล้วทำงานต่อโดยไม่สนใจผม

“กระหม่อมขออภัยพ่ะย่ะค่ะ พอดีไม่เห็นท่าน...” ผมยิ้มแหยแล้วโค้งหัวให้ ซึ่งเธอก็โบกมือปัดๆ แบบไม่ใส่ใจอะไรนัก

งานของประเทศตอนนี้แบ่งเป็นสองฝ่ายคือภายในและระหว่างประเทศ ซึ่งอย่างที่ผมเคยบอกว่าองค์ชายเปิดการค้ากับดินแดนลับแลกลางน่านน้ำได้สำเร็จมาแล้ว งานความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจึงตกเป็นของเขา ส่วนงานภายในนั้นองค์หญิงไอริเซียเป็นคนจัดการ

ใช่ พวกเขาสองคนช่วยกันทำงาน และเพราะอย่างนั้นผมจะรู้เรื่องภายในวังไม่เยอะ แต่ก็มีบ้างที่เอลิออตเอามาเล่าให้ฟัง ดูเหมือนเขาเองก็น่าจะต้องรู้เข้าไว้

ผมเหลือบมองกองเอกสารของทั้งสองคนพลางเติมน้ำในกาแล้วปิดฝา เอานิ้วแตะตัวกานิ่งๆ แล้วผ่านไปไม่ถึงห้าวินาที ควันร้อนสีขาวของน้ำก็ลอยออกจากกา

อะ ลืมบอกไปเลย อันนี้สำคัญนิดหน่อย

เวทมนตร์เป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปที่นี่ แต่ถึงอย่างนั้นคนจะใช้มันได้อย่างชำนาญก็ใช่ว่าจะมีเยอะ และมีทั้งหมดหกธาตุง่ายๆ ตามประสาเกมออนไลน์ทั่วไปคือดิน น้ำ ลม ไฟ แสง และมืด

ในราชอาณาจักรนี้ สายเลือดราชวงศ์คอร์เวลจะครอบครองเวทสองธาตุแบบสุ่มสายเลือด ในขณะที่ชนชั้นขุนนางลงไปจะใช้ได้แค่ธาตุเดียว นอกนั้นต้องไปต่อยอดกันเอาเอง อย่างผมก็ถนัดธาตุน้ำ เพราะงั้นผมเลยใช้เวทน้ำแข็งได้ และทำให้น้ำร้อนจนเดือดก็ได้เหมือนกัน

เพราะความสามารถที่ว่านี้ เจ้าเอลิออตเวรนั่นเลยเห็นผมกลายเป็นกาต้มน้ำประจำตัวไปแล้ว...

อันที่จริงจะก่อไฟต้มน้ำก็ได้ แต่เนื่องจากเมื่อนานมาแล้วเคยเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ในห้องนี้เข้าเพราะจะต้มน้ำเหมือนกัน หลังจากนั้นเลยมีกฎห้ามก่อไฟชัดเจนตัวโตๆ ประดับในห้อง

แถมยังใส่กรอบรูปเสียดิบดีอีกต่างหาก

ผมถอนหายใจ รินน้ำลงไปในอุปกรณ์ชงชาแล้วเทใส่กาน้ำชา วางใส่ถาดแล้วเสิร์ฟให้พวกเขาทั้งสองคน

“ขอบใจนะจ๊ะ” องค์หญิงส่งยิ้มบางให้ผมทั้งที่ยังใส่แว่นกรอบสีครีมซึ่งจะใส่เฉพาะตอนอ่านอะไรเยอะๆ แต่นั่นก็มากพอที่จะทำให้ชายทั้งแท่งอย่างผมหัวใจแทบหยุดเต้น

ผมเชื่อแล้วว่าแว่นตาเป็นสิ่งเสริมความงามให้กับผู้หญิง องค์หญิงไอริเซียจะสวยเกินไปแล้ว!

“เป็นเกียรติอย่างยิ่งพ่ะย่ะค่ะ” ผมโค้งให้เธอแล้วเดินไปเสิร์ฟให้เอลิออตบ้าง และกำลังเตรียมรินชาให้เขาตามระเบียบ

“ว่าแต่ชนะเพอร์ซิวัลมาได้สินะ เล่าให้เราฟังหน่อยซิ”

ผมสะดุ้ง รู้สึกตกใจจนแทบทำกาน้ำชากระเบื้องราคาหลายหมื่นหลุดมือ

ให้ตาย! จะให้ผมป่าวประกาศโดยทั่วกันเลยไหมว่าผมโกงน่ะ ทุกคนจะได้เลิกถามผมสักที!

 _____________________

*HSAM มาจาก Highly Superior Autobiographical Memory เป็นความทรงจำประเภทที่ดีมากชนิดที่จำได้ว่าวันไหนใส่ชุดอะไรและไปที่ไหนบ้าง หรือแม้แต่จำเลขบัตรเอทีเอ็มที่ไม่ใช้แล้วได้แม่น เป็นต้น

 _____________________

สามารถติดต่อหารือพูดคุยกันทุกเวลาได้ที่ 
- twitter: @InnocentVampir4
- fb page: Blacklight Sonata

ปล. เรื่องนี้มีเปิดระบบโดเนตใน readawrite ด้วยนะคะ ถ้าอยากอ่านเยอะๆ ก็รบกวนโดเนตเราหน่อยน้าา T_T

ถ้าให้สารภาพจริงๆ คือเรามีเวลาแค่สองเดือนในการยืนยันว่าเราสามารถเขียนนิยายแล้วหาเงินได้ ไม่เช่นนั้นเราต้องกลับไปทำงานหามรุ่งหามค่ำเหมือนเดิม และคงไม่ได้กลับมาแต่งนิยายเรื่องไหนอีกเลย...หากอยากซัพพอร์ตก็จิ้มลิงก์นี้โลดดด >>ตรงนี้<< 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 226 ครั้ง

173 ความคิดเห็น

  1. #111 sweet-meringue (@sweet-meringue) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 19:44

    อ่านแล้วหงุดหงิดมาก โทษตัวเองอะไรนักหนา คิดว่าจะจบแล้วซะอีก

    #111
    1
    • #111-1 เจ้าหมาในกะละมัง (@fytius) (จากตอนที่ 8)
      19 กรกฎาคม 2562 / 20:11
      ถ้าคนเราทำอะไรลงไปแล้วรู้ตัวว่าตัวเองผิด จะให้หยุดโทษตัวเองทันทีมันก็คงเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ ขอบคุณสำหรับความเห็นนะคะ

      (อีกอย่างในความคิดพี่แก นี่เหมือนกับเป็นผู้ใหญ่เหยียบตุ๊กตาตัวโปรดของเด็กจนเละอยู่ดีอะ 55555)
      #111-1
  2. วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 09:14
    หน้าตาเมะนะแต่นิสัยเคะมากกกกกกก
    #21
    1
  3. #14 aom051 (@aom051) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 17:04

    โถ น้องงงง

    #14
    1
    • 8 มิถุนายน 2562 / 19:18
      ถ้าไม่ติดว่าต้องทำงาน เวดิอุสคงหนีไปนอนแผ่ในห้องแล้ว 5555555
      #14-1