[Boy's Life] คุณนางเอกครับ โปรดอย่าเปลี่ยนผมเป็นนายเอกเลย

ตอนที่ 9 : ใครบอกขุนนางเขางานน้อย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1948
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 231 ครั้ง
    10 มิ.ย. 62


9

ใครบอกขุนนางเขางานน้อย

 

ผมถอนหายใจยาว ถ้าองค์หญิงไอริเซียรู้ส่วนใหญ่เธอจะรู้จากต้นข่าวโดยตรง ผมเลยรีบฉวยโอกาสถามทันที

“กระหม่อมขออนุญาตถาม...ท่านไปทรงทราบมาจากใครหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“ก็หลายคนอยู่” เธอว่าด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนเหมือนนางฟ้า นัยน์ตาสีน้ำเงินคล้ายพลอยคู่นั้นมองมาทางผมเป็นประกายระยิบระยับดูขบขัน “เจ้าลืมไปหรือไรว่าห้องพักทุกห้องมีหน้าต่าง”

เท่านั้นแหละ ผมก็เงียบกริบ

ลืมนึกไปเลย

พวกผู้ชายที่ขยันบางคนจะตื่นเช้ามาจัดตารางเรียนหรือทบทวน (ผมเป็นพวกทำงานตอนสายมานานแล้ว เพิ่งมาตื่นเช้าเอาเมื่อปิดเทอมปีที่แล้วหรอก) ส่วนผู้หญิงมักจะตื่นเช้าเพื่อแต่งตัวทำผม เพราะงั้นถ้ามีคนได้ยินเสียงไม้กระแทกกันดังลั่นก็ต้องมาดูอยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

ไม่น่าเลยผม!

ผมวางกาน้ำชาลงบนโต๊ะทันทีที่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังเซเพราะไม่อยากจ่ายเงินชดใช้หลายหมื่นเหรียญทอง ถึงความจริงจะรวยมากแต่ผมก็ไม่อยากเสียเงินโดยใช่เหตุอยู่ดี

“เจ้ายังไม่ได้บอกข้าเหมือนกันนี่นะ” ดูเหมือนพอองค์ชายเห็นพี่สาวตัวเองเปิดแล้วเลยแจมบ้าง เขาเอนตัวหันมามองผมยิ้มๆ เป็นเชิงกดดัน

ทั้งสองคนเป็นว่าที่ผู้มีอำนาจสูงสุด การจ้องมองให้คนอื่นรู้สึกกดดันจึงเป็นสิ่งที่พวกเขามีมาตั้งแต่แรก ต่อให้ผมรับใช้พวกเขามาตั้งแต่เด็กก็ไม่เว้นหรอกนะ

“กระหม่อม เอ่อ...” ผมอึกอักเล็กน้อย แอบรู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก อารมณ์แบบนี้มันเหมือนผมคอนซัลต์ (consult) ลูกค้าไม่ดีแล้วหัวหน้าจ้องผมแบบกินเลือดกินเนื้อไม่มีผิด ผมเลยได้แต่ยกมือขึ้นยอมแพ้ “กระหม่อมเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ ช่วยเลิกทอดพระเนตรกระหม่อมแบบนั้นก่อนเถอะ”

สองคนนั้นถึงยอมเก็บสายตากดดันกลับไป

“กระหม่อมโกงน่ะขอรับ” ผมยิ้มแห้ง พอพูดออกมาแล้วรู้สึกหนักใจอย่างบอกไม่ถูกจริงจัง

“เจ้าไม่ได้ใช้เวท...อ้อ รู้ละ” เอลิออตกำลังจะพูดอะไรแต่ดันเข้าใจเสียก่อน ผมเลยโล่งใจที่ตัวเองไม่ต้องอธิบายต่อ “คืองี้น่ะท่านพี่ ไอ้เจ้านี่ไม่ได้โกงหรอก แค่ใช้มือใช้เท้าเฉยๆ”

“องค์ชายตรัสเหมือนกระหม่อมไปชกเขาเลยนะพ่ะย่ะค่ะ” ผมเหงื่อตก อีกอย่าง ที่ผมทำคือการโกงนะ ก็มันไม่ใช่การประลองที่บอกให้ แสดงความสามารถเหมือนตอนนั้นสักหน่อยนี่นา!

องค์หญิงไอริเซียวางปากกาขนนกลง ทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วถึงบางอ้อ “ที่แท้ก็ทักษะนั้นนี่เอง”

ถ้าเธอจะเคยเห็นมาบ้างก็ไม่แปลก เพราะนอกจากวันหยุดที่ผมต้องกลับบ้าน ผมก็แทบจะกินอยู่ในวังเป็นเพื่อนเอลิออตไปแล้วนี่นะ

“ก็...นั่นแหละพ่ะย่ะค่ะ” ผมถอนหายใจ ก่อนจะชะงักเมื่อประตูถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับอีกคนที่เป็นหัวข้อบทสนทนา อารมณ์แบบนี้มันเรียกผีผีก็มาชัดๆ

จะใครอีกล่ะ รุ่นพี่เพอร์ซิวัลไง เขาก็อยู่ในหัวหน้าสภานักเรียนเหมือนกันนี่

เมื่อมีคนเข้ามา ทุกคนก็ย่อมมองไปทางเขาอัตโนมัติ ส่วนเขานั้นไม่สนสายตาใครอย่างเคย เดินดุ่มๆ ไปนั่งโต๊ะตัวเองหน้าตาเฉย

“ฮุๆ” องค์หญิงยกมือประสานแล้ววางคางไว้บนหลังมือตัวเอง ตาสีน้ำเงินของเธอเป็นประกายอีกครั้ง “เพอร์ซิวัลเอ๋ย รู้สึกอย่างไรบ้างที่แพ้เป็นครั้งแรกให้กับคนที่ไม่ใช่อาจารย์ของเจ้า”

ขอโทษนะองค์หญิง ท่านจะรับตำแหน่งนักล่าแหล่งข่าวซุบซิบด้วยเลยดีไหม

เขาส่ายหัวเล็กน้อยกับคำถามนั้น จัดเอกสารของตัวเองต่อโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นยิ่งกว่ากลัวดอกพิกุลร่วง ความเงียบนี้เลยทำให้รู้สึกทะแม่งๆ ยังไงก็ไม่รู้

...ว่าแต่ส่ายหัวนี่คือไม่พอใจหรือไม่ได้ไม่พอใจกันแน่ล่ะเฮ้ย มาตอบให้เคลียร์ก่อน! ถ้าไม่พอใจผมจะได้หนีทัน!

หลังจากเขาจัดเอกสารเสร็จก็นั่งลงจัดการงานเอกสาร ในขณะที่ไอริเซียดูจะชินชากับการโดนรุ่นพี่เพอร์ซิวัลเมินเสียแล้วเลยก้มหน้าทำงานต่อ ส่วนเอลิออตนั้นยกชาขึ้นมาจิบ ผมก็เลยนั่งสรุปเอกสารให้เอลิออตบ้าง

อา งาน งานเยอะจังเลย เยอะกว่าชาติก่อนอีก นี่ผมอายุแค่สิบหกเองนะ!

“ที่แน่ๆ เขาไม่ได้โกง”

“แค่ก!” องค์ชายถึงกับสำลักน้ำชาค่อกแค่กจนผมสะดุ้ง รีบยกมือตบหลังอีกฝ่ายก่อน สำหรับใครก็คงคาดไม่ถึงที่อยู่ๆ เพอร์ซิวัลผู้เงียบเป็นเป่าสากจะตอบสนองอะไรกับเขาบ้าง ส่วนผมถ้าเอาจริงๆ ก็ช็อกไม่น้อยที่เขาได้ยินที่ผมพูดเมื่อกี้

“เห...” องค์หญิงไอริเซียดูแปลกใจนิดหน่อย ก่อนจะหัวเราะคิกคักออกมาบางเบา “อะไรกัน ยอมพูดแล้วหรือ”

“ข้าพูดความจริง” เสียงของเขายังเย็นชาดูไม่แยแสอะไรสักนิดอย่างเคย

“ยังเหมือนเดิมเลยนะ” องค์หญิงพูดกลั้วหัวเราะแล้วทำงานต่อ เมินเสียงไอค่อกแค่กของน้องชายตัวเองหน้าตาเฉย

แล้วบทสนทนาก็จบลงที่ตรงนั้น ผมเลยขมวดคิ้วถามเอลิออตที่ไอจนหน้าดำหน้าแดง “ไหวไหม”

ตอนนั้นเองที่เขาก้มลงหยิบลูกอมมาอมพลางถอนหายใจโล่งอก

“พอได้อยู่” เสียงขององค์ชายดูแหบแห้งบอกไม่ถูก ซึ่งนั่นเป็นเรื่องปกติของคนที่สำลักน้ำ เขาถึงถอนหายใจแล้วก้มลงเขียนงานต่อ ส่วนผมก็ต้องทำตามหน้าที่ตัวเองแล้วเพราะไม่มีใครใช้ให้ผมไปเป็นกาต้มน้ำ ผมจัดการหยิบกองเอกสารของเอลิออตมาอ่านบนโซฟารับแขกแล้วนั่งสรุปเป็นภาษาของบ้านเรา

วันแรกยังไม่มีงานอะไรมากมายที่เป็นของโรงเรียน ทุกคนจึงพร้อมใจเอางานอื่นมาทำก่อน ถ้าถึงเวลาที่ยุ่งจริงๆ ทั้งองค์หญิงองค์ชายจะโยนงานส่งกลับวังหลวงแล้วมาทำงานของที่นี่แทน

เอาเป็นว่าโดยรวมแล้วพวกเราค่อนข้างยุ่งพอสมควร ใครบอกหรือคิดว่าเป็นราชวงศ์แล้วสบายจังมั่งมีเงินเยอะ ตบปากเดี๋ยวนี้

ผมนั่งอ่านเอกสาร จุ่มหมึกแล้วเขียนสรุปไปเรื่อย เนื้อหาเอกสารของเอลิออตส่วนใหญ่จะเป็นการสานสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างที่ผมเล่า โลกตอนนี้ไม่เหมือนโลกชาติก่อนที่เป็นโลกาภิวัฒน์ไปแล้ว

สัญญาการค้าขายนำเข้าส่งออกทุกอย่าง การทำสัญญาการค้าระหว่างประเทศ การสานสัมพันธ์รวมไปถึงการรับเครื่องบรรณาการจากประเทศเมืองขึ้นยังคงมีอยู่ รวมถึงการค้าทาสและสารเสพติดด้วย ทั้งหมดนี้ยังต้องได้รับคำยืนยันจากวังหลวงแทบทั้งสิ้น

แน่นอนว่ามีพ่อค้านำเข้าบางพวกต้องการขายสารเสพติดและทาสที่ราชวงศ์คอร์เวลไม่อนุมัติ ซึ่งตรงนี้ถือเป็นเรื่องผลกระทบจากการค้าขายภายนอกประเทศ พวกเราก็ต้องส่งคนไปจัดการเหมือนกัน

อา นั่นไง มีจนได้...เสนอมาไม่เลิกเลยสิน่า ผมเห็นเอกสารเสนอขายทาสในราคาถูกแล้วกุมขมับ ตัดสินใจลุกขึ้นไปชงชาดื่มกับเขาบ้าง

ทำให้ตัวเองหัวโล่งหน่อยก็คงดี

เมื่อยกมานั่งบนโซฟาแล้ววางเอาไว้ผมถึงไล่อ่านรายละเอียดต่อ

ราชอาณาจักรซิลวาเรสตอนนี้เป็นที่เดียวที่ไม่มีทาสและการครอบครองทาสถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย โทษของการถูกจับได้คือตัดมือตัดเท้าตัดลิ้น ยึดทรัพย์สินและเขตเมือง มันมีให้เห็นอยู่บ้าง แต่ตอนนี้น้อยลงเยอะแล้วเพราะพ่อของเอลิออต...องค์ราชาองค์ปัจจุบันเด็ดขาดได้น่ากลัวเกินไป

ยุคค้าทาสในราชอาณาจักรหมดไปในยุคของปู่ขององค์หญิงองค์ชาย เชลยสงครามถ้าไม่ถูกปล่อยตัวก็ถูกขายไปที่อื่นจนเกลี้ยง...มันฟังดูน่าหดหู่และไม่ยุติธรรมก็จริง แต่สมัยนั้นตามเขตต่างๆ ยังมีรอยแผลจากสงคราม ไร่นาถูกทำลายไปเยอะมากจากพวกเราที่ทำลายมันโดยไม่ได้ตั้งใจ และพวกเขาที่ไม่อยากให้พวกเราครอบครองอะไร

ถ้าตอนนั้นไม่ทำแบบนั้นก็มีแต่จะพากันล่มจมไปทั้งประเทศ

ผมถอนหายใจ ก่อนจะจัดการสรุปไปตามงานที่ได้มาว่าไม่อนุมัติ

เอกสารที่ผมทำเสร็จแล้วจะแบ่งเป็นสี่กองคือไม่เอาเพราะผิดกฎบ้านเรา ไม่เอาเพราะเราเสียเปรียบเกินไป รับข้อเสนอเพราะยุติธรรม และรับข้อเสนอเพราะได้เปรียบ ซึ่งกองสอง สาม และสี่จะเอายังไงต่อ ส่วนใหญ่พวกเราจะเอามาคุยกันตอนวันหยุดในโรงเรียน...ถ้าว่างน่ะนะ

จนท้องฟ้าเริ่มจะมืดแล้วนั่นแหละ พวกผมถึงพากันเงยหน้าเพราะเริ่มอ่านเอกสารไม่ได้แล้ว พวกเราในนี้ไม่มีใครใช้ธาตุไฟกันสักคน ส่วนหนึ่งคือคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานห้ามอ่านเอกสารพวกนี้เด็ดขาด พวกเขาเลยเลี่ยงจะเข้ามากันถ้าไม่จำเป็น แถมธาลิเทียสดูจะไม่ว่างด้วยมั้งวันนี้

อ๊ะ จริงด้วย เขาบอกผมไว้นี่นา ลืมไปซะสนิทเลย

“องค์ชาย วันนี้ธาลิเทียสไม่มานะพ่ะย่ะค่ะ”

“ไม่บอกตอนเสียงจิ้งหรีดดังเลยล่ะ” เสียงของเขาดูไม่พอใจเท่าไหร่ ก่อนจะสร้างบอลแสงหลายลูก แล้วบังคับให้มันไปวางบนโคมไฟเพื่อให้แสงกระจายตัวได้ดี

เนื่องจากตึกเรียนนี่ถือเป็นตึกเก่า ผู้อำนวยการเองก็ยังไม่ยอมเอาเทคโนโลยีเปิดไฟสมัยใหม่เข้ามาใช้สักทีเพราะตึกเรียนไม่มีใครอยู่จนดึกดื่น เพราะงั้นถ้าเลยห้าโมงครึ่งไปพวกเราก็ต้องใช้พลังเวทเปิดไฟกันเอง ในขณะที่ตึกหอพักนั้นไม่จำเป็นต้องถนัดธาตุไฟหรือแสง แค่เติมพลังเวทนิดเดียวตอนเปิดสวิตช์ไฟทุกๆ ห้าชั่วโมงก็พอแล้ว

อ้อใช่ เรื่องเปิดปิดไฟในห้องถือเป็นเรื่องยกเว้นนะ นอกนั้นห้ามใช้เวทไฟอยู่ดี

“ไม่เอาน่าน้องพี่ เจ้าจะหัวเสียไปทำไมกันหืม” องค์หญิงพูดกลั้วหัวเราะ “เจ้ายังเคยลืมเราเลยไม่ใช่หรือ”

“...ท่านพี่ นั่นผ่านมานานแล้วนะ” เอลิออตถึงกับยกมือลูบหน้า และมันกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของผมได้ดีพอสมควร

แต่ถึงขั้นลืมพี่สาวที่มีความสวยงามระดับมาสเตอร์พีซของพระผู้เป็นเจ้านี่...แกคิดอะไรอยู่กันแน่หาไอ้องค์ชาย!

ก๊อกๆๆ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นบางเบา ตามมาด้วยเสียงคนเคาะประตู “ข ขออนุญาตนะเพคะ หม่อมฉันเข้าไปได้ไหม...”

วานาเซียนี่นา!

“เข้ามาสิ” เอลิออตตอบสั้นๆ ตามด้วยน้องสาวของผมที่เดินเข้ามาแล้วปิดประตู เธอยังคงอยู่ในชุดนักเรียน แต่ทรงผมวันนี้กลับมัดรวบเป็นมวยเสียครึ่งความยาว ปล่อยให้ผมที่เหลือลู่ลงมาถึงกลางหลัง ดูเปลี่ยนลุคจากปกติไปเยอะเลย

โอ๊ะ มีปักปิ่นปักผมที่เจ้าเอลิออตมันให้ด้วย...อยู่ๆ ก็รู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกเลยแฮะ

วานาเซียจีบชายกระโปรงแล้วถอนสายบัวทำความเคารพเอลิออตและไอริเซีย ก่อนจะส่งยิ้มสดใสให้ทุกคนรอบๆ “เป็นยังไงกันบ้างเจ้าคะวันนี้”

อา นี่สิรอยยิ้มแห่งการเยียวยา

ผมยิ้มอ่อนโยนให้เธอพลางเหลือบไปมองไอ้องค์ชายนั่น...แล้วก็เห็นเขาเอาหน้าฟุบโต๊ะไปแล้ว แถมกำปั้นยังทุบโต๊ะเบาแต่รัวอีก

ไม่ต้องเดาก็รู้ เจ้านั่นต้องกำลังสแปมคำว่า น่ารัก น่ารัก น่ารักชะมัดเลย อ๊ากก น่าร้ากก ในใจอยู่แหง

“งานเยอะไปหน่อย แต่ใกล้เสร็จแล้วล่ะ” ผมตอบเธอพลางยกเอกสารกอง ไม่รับเพราะเสียเปรียบ ซึ่งหนาที่สุดไปหาองค์ชาย แล้วจัดการวางทับหัวมันซะเลย!

“ก็ดี” เสียงที่ผมเชื่อว่าวานาเซียไม่มีวันคุ้นเคยแน่ๆ ดังขึ้นมา แล้วทุกอย่างก็เงียบกริบอีกครั้งรวมไปถึงน้องสาวผมด้วย...แล้วทุกคนก็หันไปมองคนพูดอย่างพร้อมเพรียงด้วยสีหน้าเหมือนเห็นผี ขนาดเจ้าเอลิออตยังยกกองเอกสารออกจากหัวตัวเอง หันไปมองเพอร์ซิวัลด้วยความเร็วแสงเลย!

ถ้ามีคนบอกผมว่าเพอร์ซิวัลเขาช็อกหนักจนเปิดปากพูด ผมว่าผมไม่แปลกใจแล้วล่ะ



______________________________
สามารถติดต่อหารือพูดคุยกันทุกเวลาได้ที่ 
- twitter: @InnocentVampir4
- fb page: Blacklight Sonata

ปล. เรื่องนี้มีเปิดระบบโดเนตใน readawrite ด้วยนะคะ ถ้าอยากอ่านเยอะๆ ก็รบกวนโดเนตเราหน่อยน้าา T_T

ถ้าให้สารภาพจริงๆ คือเรามีเวลาแค่สองเดือนในการยืนยันว่าเราสามารถเขียนนิยายแล้วหาเงินได้ ไม่เช่นนั้นเราต้องกลับไปทำงานหามรุ่งหามค่ำเหมือนเดิม และคงไม่ได้กลับมาแต่งนิยายเรื่องไหนอีกเลย...หากอยากซัพพอร์ตก็จิ้มลิงก์นี้โลดดด >>ตรงนี้<< 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 231 ครั้ง

173 ความคิดเห็น

  1. #123 ononno (@ononno) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 20:50
    คุณพี๊ 55555
    #123
    0
  2. วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 09:24
    มันจะต้องซัมติงแน่ๆเลยยยยย
    #22
    1
  3. #16 อาริน (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 23:45

    ลงเรือพี่เพอร์ซี่!!!//วิ่งหลบดาบ...เพราะดันไปตั้งชื่อให้เขาใหม่

    #16
    2
  4. วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 21:03

    น่ารักอ่ะ น่ารักกันทุกคนเลย
    #15
    1