Who? (markmin ft. noren)

ตอนที่ 5 : four - you lie 57%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 75
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    31 พ.ค. 62

 

04

You lie

 

 

แจมินถูกเพื่อนตัวเล็กและเพื่อนร่วมห้องอีกคนช่วยกันแบกมาห้องพยาบาลหลังเตนล์พยายามปลุกอีกคนให้ตื่น ร่างบางถูกวางลงบนเตียง ลมหายใจของแจมินผ่อนเข้าออกอย่างสม่ำเสมออีกทั้งดวงตาสองข้างปิดสนิทคล้ายกับคนกำลังหลับทำให้พวกเขาคิดว่าอีกคนอาจจะเหนื่อยจากเมื่อคืนทำให้หลับไป

 

 

 

 

เสียงออดของโรงเรียนปลุกให้คนบนเตียงลืมตาขึ้น มือขยี้ตาก่อนมองไปรอบๆว่าตอนนี้แจมินกำลังอยู่ที่ไหน เตียงสีขาวและบรรยากาศคุ้นเคยทำให้เดาได้ไม่ยาก สายตาของแจมินไปหยุดอยู่ตรงใบหน้าของเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ข้างเตียงและมองเขาด้วยความเป็นห่วง

 

“เมื่อคืนไม่ได้นอนหรอ?”นั่นเป็นประโยคแรกที่เตนล์เอ่ยถามหลังจากเขาเห็นแจมินตื่นขึ้นมา

“...”แจมินงงกับประโยคที่อีกคนพูด ดวงตากลมมองนาฬิกาผนังห้องซึ่งตอนนี้เป็นเวลาเลิกเรียนแล้ว

“มึงขาดเรียนช่วงบ่ายหมดเลย...เป็นไรรึเปล่า บอกกูได้นะ”แจมินส่ายหน้าก่อนก้าวขาลงจากเตียงด้วยอาการมึนหัว ร่างกายของเขาเกือบทรงตัวไม่อยู่จนเพื่อนสนิทต้องมาประคองเอาไว้ได้ทัน พลันสายตาของแจมินเหลือบไปเห็นมาร์คเดินผ่านประตูของห้องพยาบาลไปพอดี

 

 

 

“กระเป๋ามึง กูเก็บการบ้านและก็จดการบ้านไว้ให้มึงแล้ว”คนฟังรับมันมาสะพายไว้กับตัวก่อนรีบบอกลาเพื่อนสนิทของตัวเองด้วยความเร่งรีบจนเตนล์ถึงกับงงเมื่อแจมินบอกกับเขาว่าลืมของไว้ที่ห้อง ให้กลับไปก่อน

 

 

แจมินโกหหกเพื่อนของตัวเองว่าลืมของเมื่อฝีเท้าของเขากำลังรีบวิ่งตามคนตรงหน้าให้ทัน เรื่องราวเมื่อช่วงเที่ยงมันคืออะไร ความฝันหรือว่าความจริง ตอนนี้แจมินแยกอะไรไม่ออกทั้งนั้น

 

 

 

.

.

.

แสงแดดในยามบ่ายเริ่มหายไป และค่อยถูกแทนด้วยท้องฟ้าสีส้มยามเย็น มาร์คลืมตาตื่นขึ้นมาหลังจากการนอนพักผ่อนบนชั้นดาดฟ้าของโรงเรียน เขาตื่นขึ้นมาเมื่อพบว่าท้องฟ้ารอบๆนั้นเปลี่ยนสี

ทำไมความทรงจำช่วงวัยรุ่นของเขานั้นแสนสั้น มาร์คจำได้ว่าเขาพึ่งค้นพบที่สงบในช่วงพักเลยเผลอหลับไป แต่พอลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีก็อยู่ในช่วงเวลาเลิกเรียนซะแล้ว

 

 

ขายาวก้าวลงบันไดเพื่อเดินไปยังห้องเรียนของตัวเองด้วยความงัวเงีย หนังสือและการบ้านของเขาคนด้านข้างวางมันไว้บนโต๊ะและเขียนรายละเอียดบอกมันไว้แล้ว แถมยังทิ้งท้ายโน้ตนั้นด้วยว่าจะโดดเรียนแล้วทำไมไม่ชวนพร้อมอิโมจิโมโหที่มันไม่ได้ทำให้ประโยคนั้นดูดีขึ้นมาเลยสักนิด

 

 

เสียงหอบเหนื่อยดังขึ้นข้างประตูพร้อมใบหน้าของเพื่อนร่วมห้องที่คุ้นเคย มาร์คมองริมฝีปากของคนตัวเล็กข้างประตูอย่างอัตโนมัติเมื่ออีกคนสบตาเขาเข้าพอดี แก้มเล็กนั้นขึ้นสีแดงคงเป็นเพราะความเหนื่อย

“...”แจมินไม่ได้เอ่ยทักกัน เพียงแต่อีกคนเดินไปหยิบสมุดโน้ตใต้โต๊ะก่อนเดินออกจากห้องไป

 

 

ฉันอยากจูบนาย

เพียงเสี้ยววิเท่านั้นที่มีประโยคนี้เข้ามาในหัว ความรู้สึกบางอย่างทำให้มาร์คเอื้อมมือไปแตะริมฝีปากของตัวเองอย่างไม่ทันตั้งตัว สัมผัสความนุ่มของริมฝีปากของแจมินชวนให้หลงใหลราวกับตกลงไปอยู่ในของหวานที่ชอบ ราวกับมาร์คเคยสัมผัสแบบนั้นมานับครั้งไม่ถ้วน

เรื่องราวเมื่อช่วงกลางวันมันคือความจริงหรือว่าความฝัน... ทุกอย่างตกอยู่ในภวังค์ ไม่มีคำตอบสำหรับคำถามนี้ สิ่งเดียวที่ชัดเจนสำหรับมาร์คตอนนี้คงเป็นรสชาติของน้ำสลัดในขนมปังที่ยังติดอยู่ปลายลิ้นของเขา

 

 

 

 

มาร์คกลับถึงคอนโดของตัวเอง กระเป๋าสะพายถูกโยนลงบนเตียงพร้อมกับทิ้งร่างลงด้วยความเหนื่อย ตาทั้งสองข้างเหมือนจะหลับลงอีกรอบแต่โทรศัพท์ตรงปลายเตียงสั่นขึ้นมาทำให้รู้สึกตัวขึ้น

 

 

‘Round four start

10:00 p.m.’

 

 

ข้อความบนหน้าจอโทรศัพท์ทำให้ริมฝีปากของคนมองกระตุกยิ้มขึ้น มาร์คไม่รู้ว่าตัวเองไปลงทะเบียนไว้ตอนไหนเพียงแต่เขารู้สึกสนุกกับเกมส์ที่กำลังเล่น เพราะเขาไม่เคยแพ้มันเลยสักครั้ง

 

 

มาร์คจัดการงานที่ค้างไว้ให้เสร็จก่อนถึงเวลา ดวงตาสองข้างปิดสนิทก่อนถึงเวลานั้นไปเพียงสิบนาที เขาตื่นขึ้นมาในห้องมืดเหมือนอย่างทุกครั้ง แต่ทว่ารอบนี้มันต่างออกไป จากห้องมืดมีแสงสว่างและภาพเลือนรางอยู่ตรงหน้าเขา

 

ที่พูดไปเมื่อกี้คือโกหกนะ

เขาไม่เห็นว่าเจ้าของน้ำเสียงนั้นเป็นใคร มาร์ครู้แค่ว่าเขารู้สึกคุ้นเคยกับน้ำเสียงนั้น

เขารู้สึกถึงสัมผัสนุ่มนวลตรงริมฝีปากเกิดขึ้น เมื่อเงาเลือนรางของคนตรงหน้ากำลังก้มลงจูบยังริมฝีปากของร่างบนพื้น

 

 

 

“เฮือก...”เสียงหายใจแรงดังขึ้นเมื่อภาพเลือนรางนั้นหายไป และเป็นตัวเขาที่ลืมตาตื่นขึ้นมายังบรรยากาศคุ้นเคยเหมือนเดิม แรงสั่นจากโทรศัพท์คือสิ่งที่ตามมา

 

ผู้ถูกล่า

 

มันเป็นสถานะใหม่ที่มาร์คไม่เคยเล่นมันมาก่อนหลังผ่านไปสี่รอบ และมันคงเป็นครั้งแรกที่ตอนนี้เขารู้สึกกลัวขึ้นมาเมื่อเสียงฝีเท้าของใครอีกคนนั้นเข้ามาใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เสียงหายใจของเขาเบาลงก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเสียงฝีเท้านั้นใกล้ออกไปแล้ว

 

ตอนนี้เขากำลังรอคำใบ้ที่ระบบจะส่งเข้ามาให้ และเขามีสิทธิ์ทายชื่อของผู้ล่าเพียงแค่สามครั้งเท่านั้น หากเกินกว่านั้นก็ถือว่าแพ้

 

‘yhpnf’

 

คำสั้นๆซึ่งจับใจความอะไรไม่ได้นั้นทำให้มาร์คอยากโยนเครื่องมือสื่อสารในมือของตัวเองทิ้ง เมื่อระบบของเกมส์ส่งเข้ามาให้เขาเพียงเท่านี้และไม่มีข้อความอะไรหลังจากนั้นอีก

 

เหงื่อชื้นบนใบหน้าเริ่มไหลลงเป็นเม็ดเมื่อเวลาในเกมส์นั้นยังไม่จบลงและมาร์คเองก็ยังแกะคำใบ้นั้นไม่ออก เสียงหายใจซึ่งไม่ใช่ของเขานั้นดังเข้ามาใกล้

 

“เจอตัวแล้ว”เพียงแค่ชั่วพริบตาเท่านั้นดวงตาของเขาก็ลืมตาขึ้นพร้อมกับเวลาในเกมส์นั้นหมดลง

 

 

เม็ดเหงื่อผุดขึ้นบนใบหน้าขณะเขาตื่นขึ้นมาหอบหายใจแรง เกมส์เมื่อคืนมันทำให้เขาตื่นเต้นแต่ในขณะเดียวกันเขากำลังรู้สึกกลัว กลัวถึงเสียงฝีเท้าและลมหายใจนั้นดังอยู่ใกล้กับเขา

ความกลัวอีกอย่างของเขาก็คือ มาร์คไม่สามารถดูสิ่งที่ตัวเองเดิมพันได้เหมือนกับคนอื่นๆ ซึ่งเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม?

 

 

 

 

.

.

.

“ไว้เดี๋ยวกูเลี้ยงขนมนะ”ใบหน้าของคนพึ่งตื่นนอนพร้อมทรงผมรังนกมองเพื่อนของตัวเองยื่นสมุดการบ้านให้ไว้ในมือพร้อมมืออีกข้างที่กุมมือผู้หญิงด้านข้างเอาไว้

“อื้อ...”เตนล์ตอบด้วยใบหน้างัวเงียติดจะง่วงนอน เขาได้รับข้อความทางส่งมาบอกตั้งแต่เมื่อคืนว่าจะฝากส่งการบ้านให้ตอนเช้า แต่เตนล์ก็ไม่คิดว่ามันจะเช้าขนาดนี้

“กูลาครูไว้แล้ว แต่เหมือนเขาให้ส่งแค่วันนี้เท่านั้น เลยต้องรบกวนมึงเลย”

“ช่างเหอะ”คนฟังส่ายหัวอย่างไม่คิดมากก่อนจะบอกลาเพื่อนของตัวเองเพื่อกลับไปนอนต่อ

 

 

 

 

“แม่เดินดีๆนะครับ”แจมินค่อยๆประคองแม่ขึ้นรถประจำทางเพื่อไปพบแพทย์ของแม่เขาซึ่งอยู่ไกลออกไป

 

 

รถประจำทางจอดยังป้ายที่ต้องการจะลง ก่อนสองแม่ลูกจะเดินไปเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงโรงพยาบาลตามที่หมอนัดไว้ การตรวจโรคและการซักถามอาการนั้นยาวนานแต่แจมินก็ตั้งใจฟังว่าหมอตรงหน้านั้นพูดอะไรไว้บ้างแต่เขาก็ไม่เข้าใจมันอยู่ดี มีบางครั้งที่แม่ของเขาขออยู่คุยกับหมอแค่สองคนซึ่งแจมินก็ต้องออกมาอยู่ด้านนอกโดยเขาไม่รู้เลยว่าด้านในนั้นเกิดอะไรขึ้น

 

 

แอพธนาคารในโทรศัพท์ถูกเปิดดู เงินในบัญชีของเขาเริ่มน้อยลงหลังจากใช้เพื่อรักษาอาการต่างๆของแม่ซึ่งแจมินไม่เคยรู้เลยว่าอาการของแม่เขาตอนนี้เป็นยังไง เขาไม่เคยเห็นถุงยาจากอีกคน เขาเคยถามว่าแม่ของเขานั้นเป็นอะไรแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงรอยยิ้มอบอุ่นแค่นั้น

 

เสียงถอนหายใจยาวเหยียดเมื่อเขาคิดว่าคงต้องหางานพิเศษทำ เมื่อเงินจากการเล่นเกมส์ครั้งที่แล้วกำลังจะหมดไป

“แม่!”แจมินร้องเรียกอีกคนเมื่อบานประตูนั้นถูกเปิดออกพร้อมกับแม่เขาเดินออกมา

“แม่คุยอะไรกับหมออ่ะ ไม่ให้แจมไปฟังด้วยเลย”เสียงออดอ้อนราวกับเด็กบ่นน้อยใจ แม่ของเขาหันมามองหน้าก่อนใช้สองมือลูบแก้มอย่างอ่อนโยน

 

“หมอบอกว่าแม่ใกล้หายแล้ว..ดีใจมั้ย”ใบหน้านั้นยิ้มอย่างมีความสุข สิ่งที่ได้ยินราวกับความฝันทำให้ใบหน้าคนฟังนั้นยิ้มออกมา

“ดีใจ..ผมอยากให้แม่หายป่วยเร็วๆ แม่จะได้อยู่กับผมไปนานๆเลย”สองมือกอดอีกคนแน่นราวกับกลัวว่าอีกคนนั้นจะหายไปเหมือนกับพ่อของเขา

 

.

.

.

“แม่ไปเอายายัง”

“เอามาแล้ว..นี่ไง”คนเป็นแม่หยิบถุงยาในมือให้คนถามดู ขณะเขาไปเข้าห้องน้ำแม่เขาก็เดินไปห้องจ่ายยาพอดี

“งั้นเรากลับบ้านกัน”สองมือแม่ลูกเดินจูงมือกันออกมาจากโรงพยาบาล ใบหน้าของแจมินเต็มไปด้วยความสุขจากคำที่เขาได้ยิน

...แม้ว่ามันจะเป็นคำโกหกก็ตามซึ่งแจมินไม่เคยรู้มันเลย

 

57%

 

---

เริ่มหายงงกัน(หรือเปล่า?) ผู้ล่านี่ลองเดากันได้นะคะ

เม้นและแท็กเป็นกำลังใจให้ด้วยเน้อ

#คือใครmm

---

 

 

 

 

 

 

 

 

B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

24 ความคิดเห็น