ตอนที่ 131 : [SF] เซกิที่รัก EP.7 {Hunhan}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4235
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    1 ส.ค. 60

 

  เพลงปลากรอบ : ハッピーエンド(Happy end) - Back Number

https://www.youtube.com/watch?v=0mfb2RczLFE

(เพราะเวอร์วังอลังการดาวล้านดวงมากค่ะ ชอบมาก T-T)

 

 

สิ้นประโยคนั้น เสี่ยวหมิงก็รู้สึกเหมือนอากาศหายใจรอบตัวหมดลงอย่างฉับพลัน ชายวัยกลางคนกำหมัดแน่น ความสั่นเทิ้มกัดกินทั้งร่าง เช่นเดียวกับบุตรชายคนโตที่กำลังยืนร้องไห้ตัวโยนอยู่ข้างหลังเด็กหนุ่มตัวสูงใหญ่ท่าทางกร้านโลก

 

ผู้เพิ่งแนะนำตัวเองว่าเป็นยากูซ่า และรักกับแก้วตาดวงใจของเขา

 

“มึง….ว่ายังไงนะ”

 

“ผมรักลูกชายของคุณ”

 

 

“ผมรักลู่หาน”

 

“มึงยังจะกล้าพูดคำนี้อีกหรอ!!!

 

 

ผัวะ!!!

 

 

“ปะป๊าา!!!

 

หวีดร้องเสียงหลงเมื่อเห็นบิดาใช้หมัดซัดเข้าดวงหน้าของเซกิจนล้มลงกองกับพื้น หากเป็นปกติเด็กหนุ่มคงไม่พลาดท่า แต่เพราะตอนนี้บาดเจ็บสะบักสะบอมอยู่แล้วบวกกับหมัดพ่อลู่หานหนักใช่เล่น ถึงกระนั้นก็ไม่มีท่าทีตอบโต้ ทำเพียงยกมือเช็ดเลือดมุมปากแล้วลุกขึ้นเงียบๆ

 

“ทำไมต้องมายุ่งกับลูกกู ทำไม!!!

 

เสี่ยวหมิงตะคอกลั่น เส้นเลือดบริเวณลำคอขึ้นปูดโปน กำลังจะตรงเข้าบีบไหล่เซกิก่อนถูกร่างเล็กพุ่งเข้ามากอดเอาไว้แน่น เสียงอ้อนวอนสะอึกสะอื้นปานแทบขาดใจช่วยเรียกสติของชายกลางคนกลับคืนมาได้บ้างจนไม่เผลอทำร้ายเด็กหนุ่มมากไปกว่านี้

 

“ฮึกกก พอเถอะนะปะป๊า ลู่ขอร้อง”

 

“ป๊าเลี้ยงแกมาเพื่อให้เป็นคนใฝ่ต่ำแบบนี้หรอ! ทำไม? คนดีๆ ในญี่ปุ่นไม่มีแล้วหรือไง!!

 

“แต่ฮือแต่ลู่รักเซกิเซกิดีกับลู่มากนะปะป๊า

 

แม้จะโดนคำก่นด่าผรุสวาทมากมายลู่หานก็ยังยืนยันคำเดิม สองแขนกอดเอวบิดาเอาไว้แน่นเพราะรู้ดีว่าเจ้าตัวมุทะลุมากขนาดไหนเสี่ยวหมิงพรูลมหายใจ ปรายตามองสีหน้าเด็ดเดี่ยวของเจ้าเด็กตัวสูง พลางแกะมือของลู่หานออกอย่างไม่ไยดี

 

“พ่อขอคุยกับมันส่วนตัวหน่อย ขึ้นข้างบนไปอยู่กับแม่กับน้องซะ”

 

“ลู่ไม่ขึ้น!!

 

“ถ้ายังดื้ออีก ป๊าสาบานว่าชาตินี้แกจะไม่มีวันได้เห็นหน้ามันอีกเลย”

 

เสียงทุ้มเข้มกับแววตาจริงจังของผู้บังเกิดเกล้าทำให้ไม่กล้าโต้เถียง ได้แต่เม้มปากนิ่งจนรับรู้ถึงรสชาติเค็มของน้ำตา เซกิเองก็พยักเพยิดเป็นเชิงให้ลู่หานทำตามคำสั่งเสียเพื่อทุกอย่างจะได้ไม่วุ่นวายไปมากกว่านี้ ความกดดันรอบด้านเริ่มตีวงล้อมเข้ามาใกล้ขึ้นทุกขณะ

 

“ไปเถอะลู่หาน”

 

“ฮึก

 

เสี่ยวหมิงรอกระทั่งบุตรชายเดินขึ้นไปชั้นสองและได้ยินเสียงปิดประตูเรียบร้อยจึงผลักเซกิออกสู่สวนนอกบ้าน ร่างสันทัดทรุดลงคุกเข่าอย่างจำนน ความเย่อหยิ่งและเด็ดขาดทุกอย่างอันตราธานไปทันทีเมื่ออยู่ต่อหน้าคนที่ได้ชื่อว่ามีพระคุณกับคนรักมากที่สุดในชีวิต

 

พ่อใหญ่เคยสอนเสมอว่าสัมมาคารวะสำคัญเหนือทุกสิ่ง ต่อให้ชายกลางคนจะต่อยเขาอีกสักร้อยครั้ง ซากาโมโต้ เซกิก็จะเลือกนิ่งสงบยอมรับมันแบบนี้

 

“มีอะไรจะพูดมั้ย”

 

“ผมขอโทษ

 

“คำขอโทษไม่ใช่หนทางแก้ปัญหา” เขาก้มลงมองดวงหน้าหล่อจัดที่ประดับประดาด้วยรอยแผล “นายคบกับลูกชายฉันมานานแค่ไหนแล้ว”

 

สรรพนามซึ่งเริ่มเปลี่ยนไปบ่งบอกว่าเสี่ยวหมิงกำลังเย็นลง แม้หม้อต้มน้ำในจิตใจจะยังเดือดรอระเบิดอยู่ตลอดเวลา เซกิเอาแต่ก้มหน้ามองพื้นหญ้าสีเขียว ขณะเล่าเรื่องของตนกับแฟนตัวน้อยให้ฟังด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่แสดงออกถึงความหวาดหวั่นใดๆ

 

“คงไม่เสียมารยาทใช่ไหมถ้าฉันอยากรู้ปูมหลังของนายสักหน่อย”

 

“ผมเป็นเด็กกำพร้าที่หัวหน้าแก๊งเก็บมาเลี้ยง ตอนนี้อยู่โรงเรียนเดียวกับลู่หาน จริงๆ ผมแก่กว่าเขาสองปี แต่เริ่มเรียนช้าเลยได้อยู่ชั้นเดียวกัน”

 

“ก่อนคบ ไม่สิ ก่อนจะได้เสีย ลูกฉันรู้ไหมว่านายเป็นยากูซ่า”

 

“รู้ครับ”

 

“บ้าจริงเจ้าเด็กโง่!

 

“ด่าผมแค่คนเดียวเถอะ”

 

คราวนี้เงยขึ้นประจันหน้าอย่างอาจหาญทำเอาชายกลางคนชะงักไปพักหนึ่ง ดูจากรูปลักษณ์ ลักษณะนิสัยรวมถึงหลายอย่างแล้ว ไม่แปลกเลยที่เจ้าตัวสามารถใช้ชีวิตในวงการดำมืดแบบนั้นได้ ทั้งสุขุม เยือกเย็น มีสติ และเข้มแข็งเสียจนน่าประหลาดใจ ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่โอเคอยู่ดีนั่นแหละ

 

“ผมจีบแล้วก็ตามตื๊อขอลู่หานคบก่อน ผมผิดเอง แต่สาบานว่าไม่เคยพาเขาเสื่อมเสียไปกับผม ผมแยกแยะได้ระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว”

 

“เฮ้เจ้าหนุ่ม แต่นายเป็นยากูซ่า”

 

“ผมดูแลลู่หานได้

 

“นี่!!! จะบอกอะไรให้ฟังนะ”

 

เสี่ยวหมิงจ้องดวงตาสีสว่างกลับ ก่อนเลื่อนสายตาลงมาถึงรอยสักบนเรือนกายหนั่นเนื้อ

 

“สมัยวัยรุ่นฉันก็เคยเป็นนักเลงมาก่อน แค่นักเลงธรรมดาไม่ได้ยิ่งใหญ่มากนักหรอก แต่มันก็สอนให้เรียนรู้ความระยำตำบอนของวงการนี้เป็นอย่างดี ฉันต้องพัวพันกับอันตรายแทบไม่เว้นวัน แลกกับเงิน ผู้หญิง อบายมุขทุกอย่าง ความเท่ ความสนุกสะใจ แล้วยังไงล่ะ?”

 

 

“นายอาจจะต่างกับฉันก็ได้ เพราะอย่างที่บอกฉันมันแค่นักเลงหัวไม้ธรรมดา แต่รบกวนช่วยโฟกัสตรงพัวพันกับอันตรายดูจากแผลตามตัว คงไม่ปฏิเสธใช่ไหมว่ามันไม่จริง”

 

 

“ลู่หานคือแก้วตาดวงใจ เป็นลูกชายคนแรกที่สร้างความภาคภูมิใจให้เสมอ อนาคตถ้าหลินหลินโตเป็นสาวเขาก็จะมีพี่ชายคนนี้คอยดูแล ครอบครัวของฉันอบอุ่นและสมบูรณ์ดี นายพอจะเข้าใจไหมเซกิ ว่าฉันไม่มีทางปล่อยเขาไปเสี่ยงกับอะไรทั้งนั้น”

 

คราวนี้เด็กหนุ่มชะงัก น้ำใสเจือคลอในเบ้าตา จะอ้าปากพูดก็เหมือนมีก้อนบางอย่างขวางลำคอเอาไว้ตลอดเวลาจนได้แต่ก้มหน้านิ่งเหมือนเดิม เล็บจิกลงบนหัวเข่าจนชาหนึบ

 

 

สาเหตุการแตกหักระหว่างเขากับซายากะเริ่มย้อนกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง

 

 

“นายเป็นกำพร้าแต่เกิดอาจจะไม่รู้สึกอะไรกับคำว่าครอบครัว ส่วนฉันเป็นหัวหน้าครอบครัว เลี้ยงลู่หานมาด้วยมือตัวเองเกือบยี่สิบปี ฉันรักลูกมาก ขอร้องล่ะนะ”

 

“แล้วผม….ต้องทำยังไง”

 

เซกิเริ่มรู้สึกว่ามีม่านน้ำไหลบ่าขวางการมองเห็นจนพร่าเลือน กายสูงใหญ่สั่นเทิ้ม นับตั้งแต่ก้าวเข้ามาสู่เฮียวซัง นี่เป็นครั้งแรกที่ยากูซ่าอย่างเขาเสียน้ำตา….ยิ่งพอได้ยินประโยคถัดมาจากปากชายกลางคน ความเจ็บปวดที่พยายามกักเก็บไว้ภายในก็เผยออกมาอย่างหมดท่า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ลู่หานร้องไห้จนหลับไปก่อนลืมตาตื่นขึ้นในเวลาย่ำรุ่ง ร่างเล็กรีบผุดลุกอาบน้ำแต่งตัว วิ่งออกจากบ้านโดยไม่สนใจเสียงร้องเรียกของมารดาที่กำลังยืนทำข้าวกล่องให้ ท้องฟ้าด้านนอกยังมืดสนิท เหลืออีกหลายชั่วโมงกว่าโรงเรียนจะเข้า แต่เขาทนอยู่ในบ้านต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว

 

เซกิปิดเครื่องและไม่ตอบข้อความสักข้อความตั้งแต่เมื่อคืนยิ่งทำให้ร้อนใจหนัก ตัดสินใจไปดักรอตรงตึกร้างที่เจ้าตัวมักจอดรถเป็นประจำโดยไม่แคร์ว่าจะมีอันธพาลที่ไหนมาก่อกวนอีก ร่างบางนั่งกอดเข่าคุดคู้อยู่บนกองอิฐเตี้ยๆ ขอบตาบวมแดงอย่างน่าสงสาร

 

พ่อของเขาต้องพูดบางอย่างกับเซกิแน่ และลู่หานต้องรู้ให้ได้ว่าพูดอะไรบ้าง

 

พอเสียงเครื่องยนต์คุ้นเคยแล่นเข้ามาคนตัวเล็กก็ผุดลุกขึ้นราวกับถูกไฟฟ้าช็อต อาการหายใจไม่ทั่วท้องกลับมาเยี่ยมเยียนเมื่อเห็นหนุ่มผมส้มกำลังก้าวลงจากพาหนะคันคุ้นเคย มือเรียวยกขึ้นขยี้ตา มองแล้วมองอีกให้แน่ใจว่าเป็นคนที่กำลังรอจริงๆ

 

หลังจากนั้นก็เหมือนไม่รู้จักคำว่าสติอีกแล้ว หัวใจสั่งการให้สองขาวิ่งเข้ากอดแผ่นหลังกว้างอย่างรุนแรง พลางร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาดังลั่น

 

“ทำไมฮือทำไมถึงติดต่อไม่ได้ทำไมไม่ตอบไลน์เราเลย

 

 

“เราเป็นห่วงเซกินะ ฮึกกป๊าสั่งใช่ไหมป๊าไม่ให้เซกิคุยกับเราใช่ไหม”

 

 

“พูดกับเราหน่อยสิเซกิขอร้องล่ะพูดกับเราหน่อย”

 

อ้อนวอนจนเสียงแหบพร่าอีกคนก็ยังคงยืนนิ่ง จนกระทั่งน้ำตาของลู่หานทำเสื้อนักเรียนสีเข้มเปียกเป็นดวง ซากาโมโต้ เซกิจึงหันมาพร้อมสีหน้าเรียบนิ่งเหมือนคนละคน หากมองผิวเผินจะไม่มีทางรู้ว่าใต้หน้ากากน้ำแข็งนั้นกักเก็บความทรมานเอาไว้มากมายขนาดไหน

 

“พอเถอะ”

 

“อะไร เซกิหมายความว่าอะไร”

 

มือเล็กขยุ้มเสื้ออีกฝ่ายแน่นจนยับขณะถามทวน อากาศหายใจรอบข้างเหมือนลดน้อยลงทุกที

 

 

“เรื่องของเรา พอแค่นี้เถอะนะ”

 

 

ประโยคนั้นทำให้ลู่หานรับรู้ถึงความหมายของคำว่าตายทั้งเป็น

 

เขาไม่เคยมีความรัก ไม่เคยรู้ว่ารสชาติการอกหักมันทรมานเจียนตายเพียงไร

 

“ทะทำไม….ทำไมล่ะเซกิ”

 

 

“ตอบสิ!! ตอบ!!!!

 

ทุบกำปั้นลงบนอกอีกคนหลายปั้ก น้ำตาไหลพรั่งพรูอาบสองแก้ม ไม่คาดคิดว่าความรักความเข้าใจที่บ่มเพาะกันมายาวนานจะพังครืนลงเพียงชั่วคืนเดียว ไหนตอนนั้นเซกิบอกว่าจะไม่ทิ้งเขา บอกว่าไปไหนไม่รอด แล้วทำไม….ทำไมถึงบอกลากันได้อย่างไร้เยื่อใยแบบนี้

 

“ป๊าสั่งให้เราเลิกกันใช่ไหม ฮือออไม่เลิกนะไม่เลิกเด็ดขาดเลย”

 

“ใจเย็นๆ ฟังกูก่อน”

 

“เราแอบคบกันก็ได้ ฮึกก เรายอมทุกอย่าง ขอแค่เรื่องของเรากับเซกิยังเป็นเหมือนเดิม”

 

“ไม่ใช่เพราะพ่อมึง ไม่ใช่เพราะใครทั้งนั้น เพราะกูที่ผ่านมากูผิดเอง”

 

ดวงหน้าจิ้มลิ้มเงยขึ้นมอง ในหัวมีแต่คำถามว่าทำไม ทำไมเซกิถึงเลือกจบความสัมพันธ์อย่างง่ายดายแบบนี้ ทำไมถึงไม่เหมือนเซกิที่เขาเคยรู้จักสักนิด

 

“กูผิดผิดที่ไม่น่าดึงมึงเข้ามาในชีวิตตั้งแต่แรก”

 

 

“ตั้งแต่นี้ไปก็ดูแลตัวเองด้วยนะ”

 

“เซกิ!!!....เซกิ!!!

 

สองแขนยังพยายามรั้งอีกคนเอาไว้สุดชีวิตไม่ให้เดินหนี แม้ตนเองก็ไร้เรี่ยวแรงแทบเข่าอ่อนทรุดกับพื้น ร้องไห้จนรู้สึกว่าน้ำตาแทบแห้งเหือดไม่มีให้ไหลออกมาอีกแล้วแต่มันก็ยังทะลักออกมาเรื่อยๆ ขอแค่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผู้ชายคนนี้ ลู่หานยอมศิโรราบทุกอย่าง

 

ไม่เอาสิฮึกไม่เอาแบบนี้…..ไม่เอานะ

 

 

“พอเถอะลู่หาน

 

“มาทำให้เรารักจนหมดหัวใจ มาทำให้เราขาดเซกิไม่ได้ แล้วก็ทำกับเราแบบนี้ ทำไม!!!” ความในใจของร่างเล็กยังคงพรั่งพรูออกมาเรื่อยๆ ด้วยความสิ้นหวัง “ไหนบอกจะไม่ทิ้งกัน….เซกิสัญญากับเราดิบดีแล้วนะอึก...ไม่สงสารเราเลยหรอ….ถ้าไม่มีเซกิแล้วเราจะอยู่ต่อไปยังไงใครจะบอกฝันดีเราทุกคืนใครจะยอมเข้าคาเฟ่คิตตี้แลนด์กับเราใครจะพาเราซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวใครจะกอดเราแน่นๆ เวลาเราหนาวแล้วใครจะทำแผลให้เซกิเวลาเจ็บ ใครฮือออ..

 

“ลู่หาน กูขอโทษ”

 

ร่างสูงกล้ำกลืนฝืนความเจ็บปวด ระบายยิ้มบางเบาออกมาให้อีกคน

 

“มึงเป็นคนเก่ง คนดี เป็นที่รักของใครอีกหลายคน อย่าเอาชีวิตมาผูกติดกับคนเหี้ยๆ แบบกูเลยนะ”

 

“ฮือออ….เซกิอย่าไปอย่าไปจากเรา”

 

“ดูแลตัวเองด้วย”

 

กล่าวคำบอกลาสั้นๆ ก่อนแกะมือที่กอดรัดกายตนเองออกแล้วเดินจากไป ทิ้งให้ลู่หานทรุดนั่งอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง เสียงครวญร้องเรียกชื่อเขาอย่างน่าสงสารดังตามหลังมาครั้งแล้วครั้งเล่า เปรียบเสมือนกระสุนปืนกลที่รัวเข้าสู่หัวใจของซากาโมโต้ เซกิ จนแหลกลาญไม่มีชิ้นดี

 

 

 

 

 

 

40%

 

 

 

 

เป็นเวลาหนึ่งเดือนเเต็มที่ลู่หานร้องไห้แทบทุกคืน เขาต้องกักเก็บความอ่อนแอเอาไว้ข้างในไม่ให้ใครเห็นเพราะขี้เกียจตอบคำถามเดิมๆ ถึงใจจะแอบโกรธเสี่ยวหมิงผู้เป็นพ่อมากแค่ไหน ร่างเล็กก็พยายามทำความเข้าใจ บอกตัวเองว่าท่านเป็นห่วงและหวังดีจึงทำแบบนี้

 

แม้มันจะเป็นการทำร้ายหัวใจเขาอย่างสาหัสเพียงไรก็ตาม

 

ซากาโมโต้ เซกิกลับมาเป็นคนเก่าที่เย็นชาและไร้หัวใจ ทำเหมือนไม่เคยรู้จักหรือพูดคุยกันมาก่อน แม้ลู่หานจะหลีกเลี่ยงการพบเจอกันในโรงเรียนแค่ไหนมันก็ไม่พ้นเพราะห้องของทั้งสองห่างกันเพียงนิดเดียว แถมช่วงนี้ยังต้องเรียนพละด้วยกันอีก เหมือนพระเจ้าต้องการกลั่นแกล้งเขาเหลือเกิน

 

“เล่นบาสกันเปล่าลู่หาน”

 

“ขอผ่านดีกว่า เราเหนื่อยๆ น่ะ”

 

บอกปัดเมื่อเพื่อนในห้องชวนร่วมทีมหลังอาจารย์ผู้สอนพลศึกษาขอตัวไปประชุมด่วน ถึงบาสเก็ตบอลจะเป็นกีฬาโปรดแต่ตอนนี้ลู่หานไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทั้งนั้น ร่างบางนั่งกอดเข่าจุ้มปุ๊กอยู่ริมสนาม เสียบหูฟังเปิดเพลงดังลั่นกลบอารมณ์เศร้าหมอง ดวงตากลมแสนอ่อนล้าเหม่อมองไปยังอดีตคนรักที่กำลังยืนสูบบุหรี่กับเพื่อนในห้องอีกสี่ห้าคนอยู่นอกรั้วเหล็ก

 

 

(HAPPY END – Back Number)

 

青いまま枯れてゆく

あなたを好きなままで消えてゆく

私みたいと手に取って

奥にあった想いと一緒に握り潰したの

ทั้งๆที่เป็นสีฟ้าครามอยู่แท้ๆ แต่ก็กลับเหี่ยวแห้งไป

เธอคนที่ฉันรักอยู่ดีๆ ก็เลือนหายไป

กลายเป็นเธอจับมือกับคนที่เหมือนกับฉัน

แต่ฉันจะโอบกอดมันเอาไว้กับความรู้สึกที่อยู่ในใจฉันลึกๆ

 

 

เพลงใหม่รันมาแทนที่ทำเอาแทบสะอึกแต่กลับไม่มีเรี่ยวแรงจะกดปิดมัน ปล่อยให้เพลงแสนเศร้าเล่นไปเรื่อยๆ ดวงหน้าหวานยังคงหันไปทางคนตัวสูงที่คุ้นเคย อยากวิ่งไปกอดแม้รู้เต็มอกว่าทำไม่ได้หยดน้ำตาค่อยๆ ไหลอาบแก้มจนเปียกชุ่มโชก

 

 

大丈夫 大丈夫

今すぐに抱きしめて

私がいれば何もいらないと

それだけ言ってキスをして

なんてね 嘘だよ ごめんね

ต้องไม่เป็นไรสิ ฉันต้องไม่เป็นไร

ฉันอยากให้เธอรีบมากอดฉันทีได้มั้ย

แล้วก็บอกว่า แค่มีฉันอยู่ ก็ไม่ต้องการสิ่งอื่นใดแล้ว

แล้วก็จูบฉันที

ว่าไปนั่น ฉันโกหกน่ะ ขอโทษที

 

 

“ซากาโมโต้! วันนี้เวรนายเอาไปเก็บอ้ะ”

 

มารู้สึกตัวเอาอีกครั้งตอนได้ยินเสียงตะโกนของหัวหน้าห้องเกรดสิบสองเอที่ยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมกับเสียงกริ่งหมดคาบ ร่างสูงรีบวิ่งตรงมาโดยไม่ชายตามองร่างเล็กเหมือนเคย มือเรียวยกขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ แล้วลุกขึ้นยืน อดทนรอจนกระทั่งอีกคนเก็บลูกบาสทั้งหมดลงถุงตาข่ายเรียบร้อย

 

ลู่หานไม่รู้ว่าตนเองคิดอะไรอยู่ขณะผุดลุกขึ้นปลีกตัวจากกลุ่มเพื่อน แอบเดินตามร่างสูงที่คุ้นเคยไปอย่างเงียบเชียบ แค่เห็นแผ่นหลังกว้างน่าซุกต่อมน้ำตามันก็พาลจะแตกอีกครั้งนานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้สัมผัสอุ่นไอของเซกิ ไม่ได้ยินเสียงอ่อนโยนที่กล่อมให้หลับ ไม่มีคนซึนๆ ให้หยอกล้อ ไม่มีคนพาซ้อนมอเตอร์ไซค์หรือนั่งรถไปเที่ยวโน่นเที่ยวนี่

 

เขาคิดถึงเซกิคิดถึงอย่างสุดหัวใจ

 

 

แอ๊ด..

 

 

เสียงสนิมเสียดสีกันดังขึ้นเมื่อยากูซ่าหนุ่มผลักบานประตูห้องเก็บอุปกรณ์กีฬา โดยหารู้ไม่ว่ามีใครบางคนกำลังตามตนเองอย่างเกาะติดราววิญญาณ พอหันมาเห็นก็ถึงกับนิ่งชะงัก หัวใจที่กำลังสร้างกำแพงสูงล้อมรอบมาตลอดหนึ่งเดือนอ่อนยวบยาบลงอย่างง่ายดาย

 

“เดี๋ยวก่อน”

 

ฉุดข้อมืออีกฝ่ายเอาไว้ด้วยความรู้สึกแตกสลาย เสียงเรียกนั้นฟังดูแหบพร่าคล้ายคนป่วยหนักไม่สดใสเหมือนเคย เรือนกายอวบอิ่มก็ผ่ายผอมลงอย่างเห็นได้ชัด

 

“มีอะไร”

 

“เราคิดถึงเซกิ ฮึก คิดถึงมาก เราฝันถึงเซกิเกือบทุกคืน หมอนเราก็ยังมีกลิ่นของเซกิ”

 

ลู่หานเริ่มตัวสั่นอีกครั้ง เขาพยายามหลายต่อหลายครั้งที่จะเข้มแข็ง แต่พอได้เห็นคนเคยรักกันอยู่ตรงหน้า ความพยายามนั้นก็ไร้ความหมายไปเสียทุกครั้ง….เขาพ่ายแพ้อย่างหมดท่า พ่ายแพ้ทุกทาง ทุกอย่างที่ประกอบขึ้นมาเป็นซากาโมโต้ เซกิ

 

“ขอโทษที่มาวอแวให้ลำบากใจ เรารู้ว่าอยากตัดขาดกับเรามากแค่ไหน เรารู้….รู้อยู่ตลอดเวลา แต่มันเหงามากเลยฮือทำไมทรมานแบบนี้”

 

 

“ทำไมโลกที่ไม่มีเซกิมันถึงทรมานแบบนี้ฮื่ออออ”

 

อีกฝ่ายยืนนิ่งไม่พูดอะไรสักคำ พยายามสกัดกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลยามได้ยินเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นปานจะขาดใจของอดีตคนรัก ทั้งที่เรื่องนี้ลู่หานไม่ผิดด้วยซ้ำ มีแค่เขาที่ก้าวเข้ามาในชีวิตของร่างเล็ก มาให้ความรัก ให้ความหวัง ให้ความสุข แล้วก็ทิ้งกันไปดื้อๆ

 

คนที่เห็นแก่ตัวที่สุดในเรื่องนี้ คือเขาเอง

 

“เราขอกอดหน่อยได้ไหม….ฮึก

 

ลู่หานซบหน้ากับแผงอกแกร่ง ปล่อยโฮลั่นจนเสื้อพละอีกคนเปียกชุ่มเป็นดวง ความหวังที่จะให้เรื่องราวของพวกเขากลับมาเหมือนเดิมช่างริบหรี่จนน่าใจหาย ยิ่งพอเจ้าตัวเอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดอะไรก็แทนคำตอบได้อย่างดี ลู่หานเข้าใจแล้วว่ามันยากเหลือเกิน

 

“เวลาเห็นเซกิมีแผล เราเป็นห่วงมาก แต่ตอนนี้กลับทำอะไรไม่ได้ มันแย่สุดๆ เลย”

 

 

“สบายดีใช่ไหม ยังลดบุหรี่อยู่หรือเปล่า เราไม่อยากให้เซกิสูบเยอะ ฮึกแต่ลืมไปว่าตอนนี้เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วนี่นา ขอโทษด้วยนะ”

 

ผละออกมาจากอ้อมกอดแกร่ง จับจ้องดวงหน้าหล่อคมเป็นครั้งสุดท้าย แววตาของเซกิแห้งแล้งเหมือนทุ่งทะเลทราย ไม่สามารถคาดเดาได้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ขณะที่หัวใจของลู่หานฉีกขาดครั้งแล้วครั้งเล่า ถึงกระนั้นกลีบปากก็ยังพยายามฉีกยิ้มให้

 

“ขอตัวก่อน”

 

พูดตัดบทห้วนๆ แล้วจึงเดินออกมาจากห้องเก็บอุปกรณ์ ปลายจมูกโด่งรั้นเริ่มแดงก่ำ และในที่สุดน้ำตาก็ไหลอาบแก้มตามอีกคนราวกับกรรมตามสนอง ปกติเซกิไม่เคยร้องไห้….แม้จะเป็นเรื่องที่สะเทือนใจมากขนาดไหน ทว่าพอเป็นเรื่องของลู่หานเขากลับพ่ายแพ้หมดท่า

 

ไม่ใช่ว่ารังเกียจร่างเล็ก เขาอยากดึงอีกคนมากอด มาจูบ พร่ำย้ำคำว่าขอโทษสักล้านครั้งเสียด้วยซ้ำ แต่เส้นบ้างอย่างมันกลับกั้นความรู้สึกเอาไว้ตลอดเวลาลู่หานคงไม่รู้ว่าวันก่อนบิดาของเจ้าตัวมาหาเขาถึงหน้าแก๊งอย่างกล้าหาญ เพียงเพื่อจะบอกว่า

 

 

ขอบคุณที่เลิกยุ่งกับลูกชายของฉัน

 

 

เซกิเห็นแววตาความห่วงใยอย่างคนเป็นพ่อจากชายกลางคนชัดเจนจึงตัดสินใจยอมรับทุกอย่างที่เป็นแบบนี้ หากเขามีลูกแล้วลูกคบกับยากูซ่าก็คงทำใจลำบากไม่ต่างกัน ชีวิตของเขาเกี่ยวพันแต่กับอันตราย ให้ทุกอย่างมันจบลงแบบนี้แหละดีที่สุด

 

ถ้าลู่หานต้องเจอสถานการณ์เลวร้ายแบบที่ซายากะเคยเจอ เขาคงทนไม่ได้แน่

 

“ฮึกโธ่เว้ย!

 

กำปั้นหนักทุบเข้ากับกำแพงคอนกรีตดังสนั่น ตั้งแต่ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเฮียวซัง นี่คือครั้งแรกที่ซากาโมโต้ เซกิร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างหมดท่าราวกับเด็กๆ ใครสักคนเคยบอกว่าการต้องจากลาทั้งที่ยังรักสุดหัวใจมันเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าความตาย เพิ่งเข้าใจอย่างลึกซึ้งในวินาทีนี้เอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“พี่ลู่หาน”

 

 

“พี่ลู่หานคะ!

 

“โอ๊ะตกใจหมดเลย มีอะไรหรอหลินหลิน”

 

ลู่หานอุ้มร่างเล็กมานั่งบนตัก ไม่รู้สักนิดว่าสาวน้อยเรียกตั้งหลายครั้งแล้วแต่ตัวเองมัวเหม่อคิดเรื่องของเซกิ ดวงตากลมยังคงฉายความเศร้าหมองอย่างเห็นได้ชัดแต่หลินหลินยังไร้เดียงสาเกินกว่าจะเข้าใจโลกอันซับซ้อนของผู้ใหญ่ พอพี่ชายบอกแค่เครียดเรื่องเรียนเธอก็เชื่อแบบนั้น

 

“พอดีวันนี้พี่ผู้ชายผมชมพูคนนึงเค้าฝากนี่มาให้พี่ค่ะ”

 

“ผมชมพู?”

 

พยายามนึกในหัวว่าไปรู้จักคนทำผมสีนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ก่อนจะถึงบางอ้อในนาทีถัดมา เพราะมัวคิดมากเรื่องความสัมพันธ์ของตนกับเซกิทั้งยังไม่ได้ไปรับหลินหลินที่โรงเรียนอีกเขาเลยลืมเจ้าของชื่อไฮบาระ ชานยะไปเสียสนิท เบอร์ทงเบอร์โทรอะไรก็ไม่ได้แลกกันไว้

 

“อ่า ขอบใจมากนะ”

 

“ป้ามายุบอกด้วยว่ามื้อเย็นเสร็จแล้วค่า”

 

“เดี๋ยวพี่ตามไป ไปกินก่อนเถอะ”

 

ผลัดกันจุ๊บแก้มคนละสองทีเรียบร้อยแล้วสาวน้อยจึงวิ่งตึงตังลงจากห้อง ลู่หานเปิดฝากล่องสีขาวใบเล็กในมือออก ข้างในมีบราวนี่หนึ่งชิ้นกับกระดาษเขียนด้วยลายมือหวัดๆ

 

 

พรุ่งนี้หกโมงเย็นว่างไหม มาเจอกันหน้าร้านหม้อไฟตรงถนน A หน่อย อยากเลี้ยง

มีปัญหาอะไรโทรมา 0XXXXXXXXXX’

 

 

จริงสินะ เจ้าตัวเคยบอกว่าอยากชวนเขาไปกินหม้อไฟนี่นา

 

ใช้เวลาตลอดทั้งวันถัดไปชั่งใจว่าควรไปตามนัดของชานยะหรือเปล่า แต่สุดท้ายร่างเล็กก็ได้มายืนอยู่หน้าร้านหม้อไฟก่อนหกโมงเล็กน้อยจนได้ ตั้งแต่เลิกกับเซกิเขาก็แทบไม่ได้กินข้าวนอกบ้านเลย อีกอย่างชานยะก็ดูไม่ใช่คนเลวร้าย ผูกมิตรไว้คงไม่มีปัญหาอะไร

 

“โว๊ะ มาจริงด้วย”

 

“วะ..หวัดดี”

 

ร่างสูงปรากฏตัวขึ้นตอนเข็มนาฬิกาชี้ตรงหกโมงเป๊ะด้วยท่าล้วงกระเป๋าตามสไตล์ ลู่หานอมยิ้มพลางเอ่ยทักทายเบาๆ ตามมารยาท วันนี้ชานยอลเซ็ตผมขึ้นจนหล่อผิดหูผิดตาจากตอนเจอกันครั้งแรก แต่ด้วยอะไรหลายอย่างก็ยังมีส่วนให้เจ้าตัวดูหน้าหวานเหมือนเดิมอยู่ดี

 

“ทำไมถึงยอมมาล่ะ ไหนว่ากลัวแฟนหึง”

 

เอ่ยถามหลังเข้ามานั่งในร้าน ใช้ตะเกียบคีบนั่นคีบนี่ในหม้อกินอย่างเอร็ดอร่อยพลางลอบสังเกตปฏิกิริยาของคนตรงข้ามไปด้วย ลู่หานได้ยินดังนั้นก็แทบสะอึกแต่ยังข่มอารมณ์เอาไว้ได้

 

“เขาหึงเราไม่ได้แล้วล่ะ”

 

“เลิกกัน?”

 

“อือ ทำนองนั้น”

 

“ทำไมถึงเลิกล่ะ”

 

ชานยะยังพยายามเก็บข้อมูลอย่างเงียบๆ โดยที่ลู่หานไม่รู้ตัวสักนิดเพราะมัวจมดิ่งในห้วงอารมณ์เศร้าหมอง พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นคนตรงข้ามกำลังมองอย่างใจจดใจจ่อก็เริ่มอึกอัก แต่จะให้เล่าก็กลัวตัวเองเผลอปล่อยปี่มันกลางร้านอีก เรื่องของเซกิมีอิทธิพลต่อหัวใจเขาตลอดเวลานั่นแหละ

 

“คือ

 

“ไม่อยากเล่าสินะ”

 

“ไม่เชิงหรอก เราแค่ไม่อยากพูดถึงมันอีกแล้ว”

 

“นั่นแหละเค้าเรียกไม่อยากเล่า บ๊อง”

 

เอามือข้างที่ว่างดีดมะเหงกไปที ลู่หานแสร้งหัวเราะกลบเกลื่อนทั้งที่รอยแผลในใจเริ่มขยายกว้าง ถึงกระนั้นชานยอลก็ทำให้เขาสบายใจขึ้นได้มากจากหม้อไฟอร่อยๆ สมคำโฆษณาและมุขตลกที่ขยันยิงเสียเหลือเกิน รวมถึงรอยยิ้มกว้างตามแบบฉบับเจ้าตัวนั่นด้วย

 

“ขอบใจมากนะชานยะ สำหรับทุกอย่าง”

 

“ไม่เป็นไร”

 

 

“ถ้าไม่รังเกียจ เรามาเป็นเพื่อนกันไหมล่ะ”

 

เป็นคำถามซึ่งแทบจะไม่ต้องเสียเวลาคิด ร่างเล็กพยักหน้าทันทีพร้อมคลี่ยิ้มบางเบาตอบกลับไป โดยหารู้ไม่ว่ามหันตภัยครั้งยิ่งใหญ่กำลังคืบคลานเข้ามา

 

วันเวลาล่วงผ่านอีกหลายเดือน

 

ลู่หานสนิทกับชานยะมากขึ้น ส่วนเรื่องของเซกิก็เริ่มห่างไกลออกไปทุกที

 

 

จนกระทั่งวันหนึ่งมาถึง

 

 

 

 

 

 

 

 

“อืม

 

ความปวดจี๊ดแล่นพล่านทั่วศีรษะราวกับถูกทุบ ก่อนดวงตากลมจะกระพริบปริบและลืมขึ้นอย่างช้าๆ อากาศร้อนอบอ้าวทำให้ลู่หานหายใจไม่สะดวกนัก พอเริ่มปรับโฟกัสสายตาได้ก็พบว่าตนกำลังอยู่ในห้องสีเทาเหม็นอับของสถานที่หนึ่งซึ่งไม่คุ้นเคยมาก่อน

 

“อ๊ะอื้ออื้อ!!

 

เบิกตาโพลงเมื่อพบว่าร่างกายถูกมัดติดกับเก้าอี้ ปากก็ไม่สามารถส่งเสียงได้เพราะมีเทปดำคาดปิดไว้ และยิ่งตกใจไปกันใหญ่เมื่อตรงหน้าคือเพื่อนสนิทคนใหม่ที่แสนไว้ใจ ไฮบาระ ชานยะเด็กหนุ่มกำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่บนเตียงเก่าๆ พร้อมด้วยชายฉกรรจ์อีกหลายสิบคนยืนอยู่ด้านหลัง

 

“ตื่นแล้วหรอ”

 

“อื้อ!!!

 

“นายคงมีคำถามอยากถามฉันมากมายสินะ”

 

ชานยะดับบุหรี่แล้วเดินตรงมาหาคนที่ถูกพันธนาการ มือเรียวยาวลูบไล้พวงแก้มนุ่มนิ่มราวกับรักใคร่นักหนาก่อนกระชากเทปกาวออกดังแคว่ก! จนลู่หานสะดุ้งเฮือก น้ำตาเริ่มคลอเบ้าด้วยความหวาดกลัวระคนไม่เข้าใจ ว่าอีกฝ่ายจับเขามาทำอะไรที่นี่

 

“ชานยะฮึกนี่มันอะไรกัน”

 

“นายคงไม่รู้จริงๆ สินะ”

 

 

“ว่าฉันเป็นยากูซ่าเหมือนกับไอ้เซกิ”

 

!!!!

 

ลู่หานอ้าปากค้าง ตลอดหลายเดือนที่รู้จักกันมาเขาไม่เคยนึกเอะใจเลยสักนิด ชานยะมีรอยสักก็จริงแต่เจ้าตัวเคยอ้างว่าสักเท่ๆ เป็นศิลปะไปอย่างนั้น ทั้งลักษณะ นิสัย รวมถึงหลายอย่างของเจ้าตัวมันทำให้เขาเชื่ออย่างสนิทใจว่าไฮบาระ ชานยะเป็นแค่คนธรรมดา

 

“ฉันไม่ได้เก่งเท่ามันหรอกนะ ตั้งแต่พ่อตายไปแก๊งซาเมะของเราก็เริ่มซบเซาลง ฉันเบื่อวงการชั่วๆ นี่เต็มทน แต่ตราบใดที่ยังไม่ได้ทำลายชีวิตของคนคนนึงให้ถึงที่สุด ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น”

 

...

 

“ฉันเคยมีน้องสาวอยู่คนนึง น้องสาวที่น่ารักเหมือนกับหลินหลินของนาย” วูบหนึ่งลู่หานแอบสังเกตเห็นความเศร้าหมองเจียนขาดใจจากนัยน์ตาของอีกฝ่าย “เธอชื่อชิโย….ฉันไม่อยากให้ชิโยต้องมาเดินบนเส้นทางสวะนี่ตามรอยฉัน ฉันถึงเลี้ยงดูชิโยอย่างไข่ในหิน ให้เหมือนเธอคือเจ้าหญิงตัวน้อยๆ แต่วันนึงก็มีไอ้สันดารบางตัวก้าวเข้ามาในชีวิตของชิโย”

 

 

“เรื่องตั้งหลายปีมาแล้วแต่ฉันยังจำได้แม่นยำ ชิโยได้รู้จักกับมัน น้องสาวฉันรักมันมาก รักแบบถวายหัว จนกระทั่งวันนึง” ชานยะเม้มปากแน่น พยายามควบคุมเรือนกายไม่ให้สั่นเทา “ชิโยเพิ่งจะอายุสิบห้า แต่เธอกลับถูกรุมข่มขืนจนขาดใจตาย! ไอ้เลวนั่นคือคนสั่งการให้เกิดเรื่องแบบนี้ มันเป็นใครรู้มั้ย”

 

 

“แฟนเก่าหน้าโง่ของนายไงล่ะลู่หาน”

 

“มะไม่จริง…!

 

คนตัวเล็กสะอื้นฮัก เซกิน่ะหรอจะทำเรื่องระยำตำบอนแบบนั้น ไหนเจ้าตัวเคยบอกว่าเกลียดการข่มเหงรังแกผู้หญิงที่สุดโดยเฉพาะการข่มขืน แล้วทำไมเจ้าตัวถึงทำเรื่องแบบนั้นกับน้องสาวของชานยะได้ลงคอ ลู่หานไม่อาจทำใจเชื่อได้เลยว่ามันคือความจริง

 

“คนของเฮียวซังทำร้ายชิโยของฉันให้ตายอย่างทรมาน ตั้งแต่วันนั้นฉันสาบานว่าจะไม่ให้ชีวิตรักของมันมีความสุขอีก เสียดายที่เหยื่อรายแรกอย่างยัยคิโนชิตะหลุดมือไปได้เวลาตั้งสองปีไอ้เซกิคงลืมว่าฉันยังอยู่บนโลกใบนี้ ถึงได้มาคบกับนายอีก”

 

 

งั้นแสดงว่าที่ซายากะเคยบอกให้เขาระวังใครสักคนนั่นหมายถึงไฮบาระ ชานยะ รวมถึงสาเหตุที่ทำให้หล่อนต้องเลิกกับเซกิ ก็คือเรื่องนี้ด้วยสินะ

 

 

“ฮึก

 

“ตอนนี้ถึงคิวนายแล้วล่ะ”

 

“ตะแต่ฉันเลิกกับเซกิแล้วอย่าทำแบบนี้เลย”

 

“เลิกจริงไม่จริง ให้เจ้าตัวมันมาพูดเองดีกว่า”

 

ร่างสูงโปร่งกระตุกยิ้ม แต่ไม่ใช่ยิ้มสดใสแบบชานยะคนเดิมที่ลู่หานเคยรู้จัก ก่อนที่บานประตูเก่าคร่ำคร่าจะเปิดออกพร้อมกับร่างของใครบางคนถูกคุมตัวเข้ามา

 

 

เซกิ!!!

 

ร่างเล็กใจหายวาบ อ้าปากจะตะโกนเรียกชื่ออีกคนด้วยความหวาดกลัวแต่กลับถูกเทปดำปิดปากอีกครั้ง….ยากูซ่าแห่งเฮียวซังพยายามมองภาพตรงหน้าอย่างนิ่งสงบแม้ภายในใจจะร้อนรุ่มยิ่งกว่าไฟไหม้ฟาง เขาคิดแล้วว่าวันนี้ต้องมาถึง วันที่ไอ้ชานยะจ้องทำลายคนรักของเขาอีกครั้ง

 

“บอกให้มาคนเดียวก็มาคนเดียวจริงๆ ไม่รู้ซื่อสัตย์หรือโง่”

 

“ปล่อยลู่หานไป เราเลิกกันแล้ว เขาไม่เกี่ยว” เสียงทุ้มพร่าเอ่ยเฉียบขาด “อยากสะสางความแค้นอะไรก็ลงที่กูคนเดียว เลิกวุ่นวายกับคนของกูสักทีเถอะ”

 

“มึงไม่เคยได้ยินหรอซากาโมโต้ ว่าการต้องเห็นคนที่เรารักถูกทำร้าย มันเจ็บปวดยิ่งกว่าถูกทำร้ายเสียเองร้อยเท่าพันเท่าน่ะ” ชานยะกระชากเส้นผมของลู่หานให้เงยหน้าขึ้นจนเห็นหยดน้ำตาไหลรดอาบแก้มกับแววตาหวาดผวาจับใจ “อยากให้มึงสัมผัสรสชาติตอนที่กูเห็นชิโยขาดใจตาย เข้าใจรึยัง!!! ถ้าต้องเห็นคนที่มึงรักถูกข่มขืนตายบ้าง กูอยากรู้ว่ามึงจะเป็นยังไง!!

 

“กูไม่ได้ทำอะไรชิโยทั้งนั้น ต้องให้บอกอีกกี่ครั้งกี่หน!!!

 

“กูไม่เชื่อ!!! ก่อนจะถูกเป่าหัวเรียงตัว พวกลูกน้องมึงบอกเองว่ามึงเป็นคนสั่ง!!!

 

“แล้วมึงก็เชื่อหรอ!? เห็นตอนกูสั่งรึไง! ถึงกูจะไม่ได้คบกับชิโยแต่เขาก็เหมือนน้องสาวกูคนนึง เรื่องนี้กูก็เสียใจไม่ต่างกับมึงเลยไอ้เวร!!

 

“จับมันนอนบนเตียง!

 

ชานยะทิฐิสูงเสียดฟ้ามาแต่ไหนแต่ไร เขาไม่อยากเชื่อทุกคำพูดของศัตรูตัวฉกาจแม้มันจะเป็นความจริงก็ตาม เด็กหนุ่มไม่รู้เลยว่าคำบอกเล่าของสัตว์เดรัจฉานพวกนั้นที่ว่าหัวหน้าหนุ่มสั่งให้ทำเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อเอาตัวรอด และเซกิไม่ได้ยุ่งเกี่ยวหรือรับรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องระยำตำบอนครั้งนั้นแม้สักนิด

 

“อื้อออ….เออิ!!!...อื้กกกก!!

 

“ไฮบาระ มึง!!

 

ร่างสูงชะงักเมื่อถูกลูกน้องคนหนึ่งของอีกฝ่ายเอาปืนจ่อขมับทำให้ไม่สามารถพุ่งตัวเข้าไปช่วยอดีตคนรักได้ดั่งใจหวัง ชานยะหัวเราะดังลั่นห้องอย่างโรคจิตเมื่อเห็นลู่หานถูกจับตรึงบนเตียงนอนเก่าคร่ำครึพร้อมจะถูกบรรดาลูกน้องโฉดของเขารุมโทรมทุกเมื่อ แม้ใจลึกๆ จะไม่ได้อยากทำแบบนี้เพราะลู่หานก็ถือเป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง แต่ความแค้นบวกกับทิฐิมันกลับบังตาเสียหมด

 

“อะไร๊ซากาโมโต้ เลิกกันแล้วก็แสดงว่าไม่ได้รักแล้วน่ะสิ จะเดือดเนื้อร้อนใจไปทำไม”

 

“กูไม่เคยไม่รักลู่หาน!!! กูรักเขาอยู่ตลอด ต่อให้ตายจากกันก็ยังรัก มึงได้ยินมั้ย!!!

 

“งั้นก็ยิ่งดี”

 

 

“จะได้ทรมานให้สาสมกับที่กูเคยทรมาน”

 

 

 

 

 

 

 

 

TBC.

 

ไม่เคยแต่งชานยอลชั่วขนาดนี้มาก่อนเลย

ปล.ตอนนี้ยาวเวอร์วังมากเพราะกลัวเกิน 10 ตอนแล้วมันจะกลายเป็น

 

ฟิคยาวแทน5555555 อีกไม่เกิน 2 ตอนจบแล้วค่ะ มาเอาใจช่วยไปพร้อมกันนะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

14,768 ความคิดเห็น

  1. #6050 GBright˙ω˙ (@logooo) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 12:36
    พอเถอะพอที
    #6050
    0
  2. #5928 @MayBeSmile (@exo_member12) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 18:38
    อ้าวววววว ไมอ่าา ชานยะ
    #5928
    0
  3. #5907 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 21:56
    หน่วงตามลู่ไปหมดแล้ววววว แล้วมาเจออะไรแบบนี้อีก ชานยะทอฐิมันบังตาอะไรขนาดนั้นคะ? ;(
    #5907
    0
  4. #5882 OHAprilOH (@papitch) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 23:32
    แค่เลิกกันก็เจ็บปวดมากพอแล้ว ละนี่เรื่องอะไรอีกก?
    #5882
    0
  5. #5829 Audaidaj (@Audaidaj) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 18:54
    เลวจ๊นชั้นปวดจัยชานยะ
    #5829
    0
  6. #5809 Gorkam (@kampornpimon-99) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 16:16
    ชานยอลคนเลวววว
    #5809
    0
  7. #5808 Vevyexomk (@Vevyexomk) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 14:42
    ไม่เคยไม่รักอ่าาาาาา
    #5808
    0
  8. #5807 KittiyaJunsahang (@KittiyaJunsahang) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 12:13
    จิตตกอ่ะ
    #5807
    0
  9. #5806 My_Queen ของท่านโอ (@killerbook) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 10:17
    ไอร่ชานยอลล!!!!!!!
    #5806
    0
  10. #5805 ~PUNGY~ (@shalalao3o) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 09:13
    ทำไมถึงได้ชั่วช้าขนาดเนนนนนน้!!!!!!
    #5805
    0
  11. #5804 chochre (@parichatkhomkham) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 08:42
    คนหล่อมักใจร้าย ฮืออออพริชานยะของน้องอย่างใจร้ายกับยัยหนูเลย
    #5804
    0
  12. #5803 hunnnielu947 (@hunnnielu947) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 07:57
    ไม่นะชานยะ ทำไมถึงต้องทำร้ายเพื่อนขนาดนี้ ใจเย็นน้า ฮือออ
    #5803
    0
  13. #5802 Poison cake (@lightoffate) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 07:36
    สงสารน้องเห็บกับพี่ส้ม พี่ส้มสู้ ๆ นะ ช่วยน้องให้ได้
    #5802
    0
  14. #5801 fang_fang (@fang_khaw) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 05:27
    กลัวแล้ววว ชานยอลอย่าทำอะไรลู่ห่านเลย ยังไงซะก็เป็นเพื่อยกันไม่ใช่หรอ
    #5801
    0
  15. #5800 514401309 (@0982148423) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 05:15
    รีบๆช่วยลู่หานเถอะ ฮื่อออออ ไม่อยากให้เขาเจ็บปวดทางร่างกายแหละจิตใจ. ปล.อินจัด
    #5800
    0
  16. #5799 momaijung (@momaijung) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 04:46
    ชานยะนั่นเพื่อนนายนะ
    #5799
    0
  17. #5798 HMKY_ELF (@muk2727) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 01:49
    ชานยอลชั่วแล้วไม่ชิน5555 ฮืออออ อย่าทำแบบนี้เลยนะ มันไม่มีอะไรดีขึ้นเลย ชานยะเชื่อเซกิเถ้อะะะ
    #5798
    0
  18. #5797 LuhanBen (@LuhanBen) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 01:15
    ก็นะถ้าโดนข่มขืนฟิคมันก็จะดิบไปหน่อย55555
    #5797
    0
  19. #5796 s-mildd (@milddsirapa) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 00:01
    ชานยะอย่าทำลู่หานนะ ขอให้มีคนมาช่วยเถอะ
    #5796
    0
  20. #5795 jeeja44 (@jeeja44) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 23:59
    ลู่หานนนน ฮือสงสารอย่าให้น้องเป็นอะไรนะะ
    #5795
    0
  21. #5794 Oohluhan (@nurha) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 23:49
    ชานยะ ลดทิฐิหน่อยเว้ย ฟังบ้าง อย่าทำไรลู่หานเลยยย
    #5794
    0
  22. #5793 fairylu_ (@pleum-asr) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 23:41
    อย่าทำอะไรลูกเรานะะะะะะะ????????
    #5793
    0
  23. #5792 Liv_Yuthing (@xiothing) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 23:29
    โอ้ยยบยน้อ
    #5792
    0
  24. #5791 kimpro (@kimpro) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 23:28
    ใครจะช่วยลู่หานได้ ลุ้นมากกกกก
    #5791
    0
  25. #5790 veszhezaa (@veszhezaa) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 23:11
    ใจจะขสด อยสกกะชสกชยอลมาตบจูบสักที
    #5790
    0