ตอนที่ 134 : [OS] Fuck my tattoo {Krisyeol}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4297
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    4 เม.ย. 61



เสียงหึ่งของเครื่องสักดังอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมที่ปิดมิดชิด ผนังสีดำกับม่านสีเดียวกัน และการตกแต่งสไตล์พังค์ร็อคทำให้ห้องนี้ดูทะมึนทึมแปลกๆ คล้ายห้องขัง แต่เพราะมันเป็นสไตล์ที่ชายหนุ่มผู้ทำการตกแต่งชื่นชอบเป็นอย่างมาก เขาจึงไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไรนัก

 

“เจ็บไหม”

 

“ไม่ค่ะ”

 

หญิงสาวผู้นอนคว่ำอยู่บนเตียงตอบเสียงหวานพลางส่งยิ้มให้คนกำลังลงเข็ม เสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยถามบ่งบอกถึงความละเอียดลออและใส่ใจของเจ้าตัว ร่างสูงโปร่งเกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ลูกครึ่งจีน-แคนาดาเจ้าของชื่อคริสวูคือช่างสักมือวางอันดับหนึ่งของในแถบนี้ ทุกงานล้วนต้องเนี้ยบสมราคา เรียกว่ามีลูกค้าต่อคิวสักกับเขาไม่ขาดสายแทบทุกวัน

 

คริสจบจากมหาวิทยาลัยศิลปะชื่อดังก่อนตัดสินใจลงทุนเปิดร้านสักในย่านสถานบันเทิงของฮ่องกง เขาตัดสินใจหนีออกจากบ้านที่มีแต่เรื่องน่าปวดหัวมาใช้ชีวิตคนเดียวตามลำพังตั้งแต่วัยรุ่นจนปัจจุบันอายุอานามปาเข้าไปสามสิบต้นๆ ถึงกระนั้นความหล่อเหลาและแข็งแรงของชายหนุ่มก็ไม่ได้ลดน้อยลงอย่างใดจากการดูแลตนเองอย่างดีเป็นประจำ

 

“โอเค เรียบร้อยแล้ว”

 

“ขอบคุณค่ะ”

 

ดวงหน้าสวยฉายแววพึงพอใจหลังหันสะโพกเข้าหากระจกแล้วพบว่ากุหลาบแดงดอกใหญ่พร้อมโควทภาษาอังกฤษตามรีเควสท์ถูกประทับเอาไว้เรียบร้อย เธอสักกับคริสมาหลายครั้งและฝีมือของเขาไม่เคยทำให้ผิดหวัง...ช่างหนุ่มยื่นมือรับค่าตอบแทนมาจากอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเรียบเฉยแม้จะเพิ่งเห็นเรือนร่างขาวผ่องใต้เนื้อผ้าของเจ้าตัวมาหมาดๆ

 

นอกจากความเก่งกาจแล้ว ความใจแข็งก็เป็นอีกอย่างซึ่งคริสมีอยู่เต็มเปี่ยม

 

“อะไร?” ถามเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมลงจากเตียงสักทีแม้กระบวนการทุกอย่างจะเสร็จสิ้นลงแล้ว พอเลื่อนสายตาลงมามองกระโปรงรัดรูปที่ถูกถกขึ้นโชว์ขาอ่อนขาวถึงพอเดาออก โอเค...หล่อนเป็นผู้หญิงที่จัดว่าเซ็กซี่มากคนหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้พิเศษอะไรมากมายนักสำหรับเขา

 

“ฉันเป็นลูกค้าคนสุดท้ายของวันนี้ เพราะงั้นคุณก็ว่างแล้วสินะ”

 

“ว่าง แต่ไม่มีอารมณ์”

 

“โถ่ ครั้งเดียวก็ยังดี คนมันเหงา”

 

“ผมต้องเก็บของ”

 

“คริส~ มาเถอะน่า”

 

พยายามออดอ้อนเสียงหวานเท่าที่จะทำได้ หากผลตอบแทนคือเสียงถอนหายใจเหนื่อยหน่ายกับร่างสูงที่หันไปจัดการเก็บอุปกรณ์ต่ออย่างไม่แยแส อยากรู้เหมือนกันว่าใครจะมาทำให้ผู้ชายตายด้านอย่างคริสวูซู่ซ่าขึ้นมาได้บ้าง เท่าที่รู้จักและเห็นหน้าค่าตามาก็เห็นเขาอยู่ตัวคนเดียวเสมอ

 

“งั้นขอตัวก่อนแล้วกัน ไว้เจอกันใหม่”

 

“เชิญ”

 

เดาว่าหล่อนคงเบะปากใส่เขาก่อนเดินออกจากห้อง ซึ่งแน่นอนว่าคริสโนสนโนแคร์...ทั่วทั้งห้องกลับมาตกอยู่ในความเงียบอีกครั้งจึงตัดสินใจกดเปิดเพลงสากลจากคอมพิวเตอร์ดังลั่นเพื่อคลายเหงา กะว่าเก็บอุปกรณ์ตรงนี้เสร็จค่อยเดินไปปิดประตูหน้าร้านแล้วขึ้นไปนอนบนชั้นสองเหมือนทุกวัน ทว่าช่างมากฝีมือก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงทุ้มพร่าของใครบางคนดังขึ้นจากด้านหลัง

 

“คุณเป็นช่างของที่นี่ใช่ไหม”

 

“ครับ?”

 

“ผมอยากสัก”

 

คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบว่าเจ้าของประโยคนั้นเป็นเพียงเด็กหนุ่มร่างผอมบางผิวขาวผ่องในชุดยูนิฟอร์มโรงเรียนมัธยม ดวงหน้าอ่อนเยาว์กับผมหน้าม้าแตกๆ นั่นยิ่งทำให้เจ้าตัวดูน่ารักน่าชัง ให้คาดคะเนอายุคิดว่าคงไม่เกินสิบหกสิบเจ็ด

 

“ฉันไม่รับลูกค้าอายุต่ำกว่าสิบแปด”

 

“ผมสิบแปดพอดี”

 

“ยังเรียนอยู่จะสักไปทำไม”

 

ถามไปอย่างนั้นเองเพราะก็เคยสักให้พวกเด็กนักเรียนมัธยมปลายมาบ้าง แต่ส่วนใหญ่เป็นพวกเด็กแก๊งมะเหรกเกเร ไม่ใช่เด็กเนิร์ดที่แต่งตัวถูกระเบียบตั้งแต่หัวจรดเท้าแบบนี้....ร่างบางเงียบกริบเหมือนกำลังคิดหาคำตอบในใจ ก่อนถือวิสาสะเหวี่ยงกระเป๋าเป้ลงกับโซฟาตัวยาวแล้วเดินไปนั่งบนเตียงสักทันที

 

“มีเงินให้ ไม่เอาหรอ”

 

“ร้านปิดแล้ว”

 

“ป้ายข้างหน้ายังแขวนว่าเปิดอยู่เลย ขี้ตู่นี่หว่า”

 

เด็กเปรต....ช่างหนุ่มพยายามข่มอารมณ์หงุดหงิดในใจ ก่อนถอดผ้าปิดปากสีดำที่ใส่ประจำออกเพื่อให้พูดคุยกับอีกคนสะดวกขึ้น

 

“เอาเป็นว่านายไม่ผ่านการประเมินของฉัน ฉันไม่รับ”

 

“อะไร? ร้านสักเดี๋ยวนี้ต้องประมงประเมินลูกค้าด้วยหรอ นี่มาสักนะไม่ได้ทำแท้ง” เด็กหนุ่มเถียงฉอดๆ ราวกับรัวกระสุนปืนกล ทำเอาคนพูดน้อยอย่างคริสถึงกับปวดหัวยกกำลังสอง เปิดร้านมาเป็นสิบปีไม่เคยเจอลูกค้างี่เง่าปัญญาอ่อนแบบนี้มาก่อน

 

“โว้ย พูดจาไม่รู้เรื่อง! ออกไปได้แล้วฉันต้องเก็บร้าน”

 

“นี่คุณ!!! ผมบอกว่าผมมีเงินไง...”

 

“เงินอาจจะซื้อคนอื่นได้ แต่ไม่ใช่ฉัน ออกไป”

 

คริสยังคงยืนกรานคำเดิมแต่เด็กน้อยเองก็สู้สุดชีวิต ยังคงนั่งจุ้มปุ๊กบนเตียงสักแบบนั้นอย่างกดดันราวกับชาตินี้จะไม่ลุกไปไหนอีกจนกระทั่งช่างสุดหล่อเริ่มรู้สึกเหนื่อยใจ

 

“จะสักตรงไหน”

 

“นั่นสิ ยังไม่ได้คิดเลย”

 

“เวร...” สบถออกมาอย่างเหลืออด คนบ้าอะไรพร่ำบอกว่าอยากสักๆ แต่อยากสักตรงไหนยังไม่รู้ เขาลุกขึ้นยืนปรายตามองร่างในชุดนักเรียนอยู่นาน ก่อนตัดสินใจช่วยยื่นข้อเสนอให้ตามประสาช่างที่มีประสบการณ์ในการสักมานักต่อนัก

 

“ยังไงถ้าไม่อยากโดนโรงเรียนเล่นงาน นายก็ต้องสักใต้ร่มผ้า”

 

“ใต้ร่มผ้า?”

 

“อือ และฉันแนะนำว่าควรเป็นช่วงล่างๆ หน่อย”

 

มองลงต่ำตามคำบอกของผู้เชี่ยวชาญก่อนสองแก้มจะแดงเรื่อขึ้นตามสัญชาตญาณ คริสไม่พูดพร่ำทำเพลงลากรถเข็นอุปกรณ์สักเข้ามาใกล้เตียง พลางสั่งให้ชานเลี่ยนั่งเอนกับเบาะที่ปรับขึ้นลงได้ เด็กหนุ่มซึ่งเริ่มมีท่าทีลังเลเอ่ยถามเสียงสั่นเทา

 

“ล่างๆ นี่มันตรงไหน”

 

“ปลดกระดุมเสื้อ แล้วรูดซิปกางเกงลง”

 

ไม่ตอบแต่กลับสั่งอีกอย่างมาแทน แถมเป็นคำสั่งที่ฟังดูล่อแหลมพอตัว

 

“ห๊ะ! ว่าไงนะ”

 

“ตกลงจะสักหรือไม่สัก” เขากระแทกเสียง “นายเป็นนักเรียน สักแถวนั้นแหละปลอดภัยสุดแล้ว หรืออยากให้สักบนหน้าผากแม่งไปเลย”

 

“ทำไมต้องประชดกันด้วยเล่า”

 

ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจนักทว่าก็ต้องยอมทำตามอย่างเชื่อฟัง หัวใจเต้นสั่นรัวไม่เป็นจังหวะเมื่อปลดกระดุมเรียบร้อยและเลื่อนมือลงรูดซิปกางเกงเผยให้เห็นอันเดอร์แวร์สีแดงเลือดนกตัดกับผิวขาวๆ มีงูน้อยนอนจำศีลแน่นิ่งอยู่ภายใต้นั้น

 

“ฉันจะสักให้นาย...ตรงนั้น เหนือขอบกางเกงใน ไม่โอเคก็ไม่ต้องสัก”

 

“อือ ก็ได้”

 

ร่างโปร่งยู่ปาก แอบนึกในใจว่าตนเองมาผิดร้านหรือเปล่าทำไมช่างถึงได้ดุยังกับหมาเฝ้าบ้านขนาดนี้ ทำยังกับมาขอสักฟรีอย่างนั้นแหละ ไม่รู้ว่ามีแฟนเพจในเฟสบุ๊คหรือเปล่าคอยดูเถอะจะไปรีวิวดาวเดียวให้เลย ข้อหาบริการไม่ถูกใจลูกค้า

 

“คุณชื่ออะไรจะได้เรียกถูก ผมชานเลี่ยนะ จริงๆ ชื่อชานยอลเป็นคนเกา...”

 

“คริส”

 

ตัดบทห้วนฉับแบบไม่ไว้หน้ากันสักนิด ชานเลี่ยที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาโม้เรื่องตัวเองเต็มขั้นจึงต้องเงียบลงทันทีด้วยความอับอายและเกรงใจ ได้แต่นั่งนิ่งๆ รอคริสตระเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างต่อไป เพิ่งรู้ว่าการมาสักนี่ให้ความรู้สึกไม่ต่างอะไรกับมาหาหมอฟัน

 

 “ว่าแต่จะสักอะไร”

 

ดวงหน้าหวานหม่นลงเล็กน้อย สุ้มเสียงที่ใช้เริ่มแปรเปลี่ยนจากเดิมราวกับคนละคน

 

 

Fuck me

 

 

“หื้ม?”

 

“ผมเกลียดตัวเอง เกลียดทุกอย่างที่ตัวเองเป็น เพราะงั้นเอาคำนี้แหละ จะดีไซน์แบบไหนแล้วแต่คุณเลย” ชานเลี่ยยืนยันหนักแน่น ดวงตากลมโตแฝงด้วยความเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด ทว่าคริสก็ไม่ได้ถามซอกแซกอะไรออกไปตามมารยาทของผู้ให้บริการที่ดี

 

Fuck me? หึ เข้าใจคิด”

 

แค่นหัวเราะขณะทรุดนั่งลงบนเก้าอี้แล้วกดเปิดเครื่องสัก เสียงดังหวือของมันทำให้ชานเลี่ยเกือบสะดุ้งหากยังคุมตัวเองไว้ได้ ก่อนมาลมจับกับเข็มปืนสักขนาดใหญ่แทน...ทำไมรู้สึกเหมือนกำลังจะถูกเชือดอย่างไรชอบกล อยู่ดีๆ มันก็ดันกลัวขึ้นมาซะงั้น

 

“เถิบหนีทำไมเล่า”

 

“มันเจ็บไหม”

 

“อือ เจ็บ”

 

“...”

 

“อยากสักมากนักไม่ใช่หรือไง เจ็บแค่นี้ต้องทนให้ได้สิ”

 

คริสระบายยิ้มเย้ยหยันอยู่ภายใต้ผ้าปิดปาก เดาไว้แล้วว่าเจ้าตัวต้องกลัวหัวหดเมื่อถึงเวลาจริง ทำปากเก่งไปเท่านั้นแหละ...มีบางเหมือนกันลูกค้าที่มาถึงร้านแล้วเกิดป๊อดหรือเปลี่ยนใจขึ้นมาแต่ก็น้อยเต็มที พอเห็นเจ้าตัวเงียบไปจึงตั้งใจจะจรดเข็มลงบนผิวหนังก่อนถูกอีกฝ่ายเขยิบหนีอีกครั้ง

 

“นี่! อยู่นิ่งๆ สิ”

 

“ผมกลัว...”

 

“ถ้างั้นก็กลับบ้านไปซะ”

 

“คริส...แต่...”

 

“ฉันไม่สักให้แน่ๆ ตราบใดที่นายยังเกร็งตัวแข็งเป็นหินแบบนี้”

 

คริสปิดเครื่องแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เสียเวลาไม่เข้าท่าเพราะเด็กขี้ป๊อดคนเดียวเท่านั้น...ดูก็รู้ว่าชานเลี่ยยังไม่พร้อมสำหรับวันนี้ การสักมันไม่ใช่แค่ศิลปะชั่วครั้งชั่วคราวเหมือนแทททูธรรมดาหรือการแต่งหน้า เขาจึงย้ำลูกค้าทุกรายเสมอว่าคิดดีๆ ก่อนตัดสินใจ

 

“ไว้โตกว่านี้ค่อยมาสักใหม่แล้วกัน”

 

“ผมโตแล้วนะ ทำไมพูดเหมือนผมเป็นเด็ก”

 

“พูดตรงๆ มั้ยล่ะ ในสายตาฉันรู้สึกว่านายอายุแค่สิบขวบ” เขากล่าวกระแทกแดกดันขณะเตะรถเข็นอุปกรณ์กลับไปยังจุดเดิมของมัน ชานเลี่ยได้แต่นั่งขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดเหมือนเด็กที่ไม่ได้รับการตามใจจากบิดามารดา ดูท่ายังไงวันนี้ก็คงไม่ได้รอยสักติดตัวกลับไปด้วยแน่ๆ

 

แต่ให้ทำยังไงได้ ใจมันดันกลัวขึ้นมานี่นา

 

“ไป กลับบ้านไปซะ ดึกมากแล้วเดี๋ยวพ่อแม่จะเป็นห่วง”

 

“ไม่มีพ่อแม่”

 

“โทษที...เอาเถอะ ยังไงก็ควรรีบกลับ พร้อมเมื่อไหร่ค่อยมาใหม่แล้วกัน หวังว่าครั้งหน้าจะไม่กระเถิบหนีเข็มฉันอีกนะ”

 

เด็กหนุ่มจัดการแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วโดดกลับมายืนบนพื้น สองมือกำหมัดแน่นขณะเอ่ยถามคนที่กำลังปิดคอมพิวเตอร์อย่างไม่มั่นใจนัก

 

“ผมมาที่นี่เรื่อยๆ ได้ไหม”

 

“หมายความว่าไง”

 

“ผมเพิ่งย้ายมาจากเกาหลี ไม่มีเพื่อน เหงา” ดวงหน้าหวานหม่นลงอย่างน่าสงสารจับใจ ดูจากแววตาเหมือนลูกหมาหลงบ่งบอกว่าเจ้าตัวเปล่าโกหกแต่อย่างใด “เลิกเรียนพิเศษแถวนี้เวลาประมาณนี้แหละ สัญญาว่าไม่รบกวนการทำงานของคุณแน่นอน”

 

“ฉันบอกแล้วหรอว่าจะยอมเป็นเพื่อนกับนายน่ะ”

 

“ไม่รู้แหละ ถือว่าคุณโอเคแล้วนะ ไว้เจอกัน”

 

ช่างหนุ่มหล่อได้แต่มองตามแผ่นหลังอีกคนหายออกไปจากประตูหน้าร้านอย่างหน่ายใจ ทว่ามุมปากกลับกระตุกยิ้มเมื่อนึกถึงคำที่เจ้าตัวอยากสักนักสักหนา

 

 

Fuck me…

 

“ผมเกลียดตัวเอง เกลียดทุกอย่างที่ตัวเองเป็น เพราะงั้นเอาคำนี้แหละ”

 

 

เด็กน้อยจะรู้ไหม ว่าคำนี้ไม่ได้มีความหมายเพียงอย่างเดียว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นับจากวันนั้น ภาพที่ช่างสักมือหนึ่งได้เห็นจนชินตาคือชานเลี่ยที่โผล่หน้าเข้ามาหลังร้านปิดพร้อมขนมนมเนยมากมายเสมอ เขาไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังของเจ้าตัวเท่าไหร่นักแต่ก็ไม่อยากคาดคั้นหากเด็กน้อยไม่เต็มใจเล่า แต่เดาว่าทางบ้านของชานเลี่ยคงมีปัญหาอะไรสักอย่างที่ทำให้เด็กหนุ่มกลายมาเป็นคนโดดเดี่ยวแบบนี้ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านไปหลายเดือน

 

“คริส...”

 

“กินเหล้ามาหรอ”

 

เอ่ยถามเมื่อได้กลิ่นแอลกอฮอล์จาง หน้าร้านถูกปิดด้วยประตูเหล็กเรียบร้อยเพราะกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วที่ชานเลี่ยจะมานอนค้างที่นี่กับเขาเป็นครั้งคราวแต่ก็ไม่เคยมีสัมพันธ์อะไรลึกซึ้งกัน สถานะพวกเขาตอนนี้ยังคงเป็นแค่ช่างกับลูกค้าที่ออกจะสนิทสนมมากไปหน่อยเท่านั้น

 

“อือ วันนี้สอบเสร็จปิดเทอมแล้ว”

 

พวงแก้มกลมแดงก่ำ ดวงตาคู่สวยปรือเยิ้มกว่าทุกวัน ชุดนักเรียนที่เคยเรียบร้อยก็หลุดลุ่ยผิดหูผิดตาแม้เจ้าตัวจะยังประคองสติไว้ได้พอสมควร คริสกำลังจะหันไปเก็บข้าวของเตรียมขึ้นนอนทว่ากลับถูกอีกฝ่ายท้วงเอาไว้เสียก่อน

 

“อย่าเพิ่งเก็บ”

 

“ทำไม?”

 

“ผมอยากสัก”

 

ลูกโป่งสีม่วงจากหมากฝรั่งรสองุ่นพองโตก่อนแตกดังเป๊าะและติดหนึบกับริมฝีปากของผู้เป่า คราวนี้ชานเลี่ยไม่ทำเพียงปลดกระดุมแต่ถอดเสื้อนักเรียนทั้งตัวเหวี่ยงลงกับพื้น เผยให้เห็นผิวขาววิบวับยามต้องแสงไฟนีออนบนเพดาน เด็กแสบตรงหน้าดูกร้านโลกกว่าครั้งแรกที่เจอกันมากมายนัก บางทีอาจเป็นเพราะฤทธิ์น้ำเมาที่เจ้าตัวดื่มเข้าไปก็เป็นได้

 

“ไม่กลัวแล้วหรอ”

 

“อือ คิดว่าไม่แล้ว”

 

“ถ้างั้นก็นั่งดีๆ”

 

พยักหน้ายิ้มรับแล้วกระเถิบก้นขึ้นนั่งรออย่างเชื่อฟัง จัดการถกอันเดอร์แวร์ลงอีกเล็กน้อยเพื่อให้อีกฝ่ายลงเข็มได้สะดวก ความเย็นวาบจากแอลกอฮอล์แล่นพล่านทั่วบริเวณที่ถูกกำหนดตามด้วยความเจ็บจี๊ดชวนสะดุ้งเมื่อคริสเริ่มบรรจงถ่ายทอดฝีมือลงบนผิวหนัง มันเจ็บเสียจนเหงื่อกาฬไหลผุดทั่วขมับ มือบางกำผ้าใบที่ปูอยู่บนเบาะแน่น ขบกัดกลีบปากล่างเสียห้อเลือด

 

“อ่ะห์.....”

 

“อย่าดิ้น”

 

สั่งการผ่านทางผ้าปิดปากสีดำสนิท ตาคมจับจ้องไปยังงานตรงหน้าอย่างตั้งใจ แม้ใจจะเริ่มสั่นอย่างประหลาดยามได้ยินเสียงครวญผะแผ่วยั่วยวนของลูกค้าวัยสิบแปดรวมถึงวีเชปสวยๆ ตรงหน้า ทั้งที่ทำงานนี้มาเป็นสิบปี เห็นคนเปลือยมานับร้อย แต่ชานเลี่ยกลับเป็นคนแรกที่เขารู้สึกหวั่นไหว

 

“ฉันชอบคำที่นายเลือก”

 

“...”

 

“มันเย้ายวนดี รู้ไหม” 



50% ที่เหลือ ลงในบล็อกจ้า

#fmttky 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

14,768 ความคิดเห็น

  1. #7785 WST_0539 (@WST_0539) (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 18:33
    ไปดูแล้วไม่เห็นอ่ะ. ตอนอื่นก้มีน้ะ ทำไมตอนนี้ไม่มี
    #7785
    1
    • #7785-1 gsnowaX (@gamsang2) (จากตอนที่ 134)
      9 มกราคม 2561 / 00:58
      หาอะไรไม่เจอเอ่ย? ติดต่อได้ที่ทวิตเตอร์นะคะ @9412G
      #7785-1
  2. #6204 นักเขียนตัวกลม (@thecircular) (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 16:30
    คิดถึงมากเลยอ่าาาา แต่งคริสยอลอีกนะคะ รออ่านค่าาาา
    #6204
    0
  3. #6057 luhun947 (@luhun947) (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 00:35
    ติดตามมมมอย่าทิ้งนะค่ะไรต์จ๋าาาาา~
    #6057
    0
  4. #6055 สาวกฮุนฮาน (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 19:35
    อยากอ่านแล้ววววว
    #6055
    0
  5. #6036 ~*2u*~ Holic (@u-know_micky) (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 23:13
    กรี้ดๆน้องลู่แนวใสๆชนๆแบบนี้ชอบมากเลย น่าจะตลกน่ารักน่าดูเลยนะคะไรท์
    สู้ๆนะคะทจะรอติดตามค่ะ
    #6036
    0
  6. #6013 AprilIV (@babyll) (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 23:28
    งื้อออ เรารอเรื่องนี้อยู่น้าาา
    #6013
    0
  7. #6007 Nut66665240 (@Nut66665240) (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 16:54
    หายเครียดเมื่อไรมาลงให้อ่านด้วยนะคะ รอทุกเรื่องเลย
    #6007
    0
  8. #5999 PPSnook (@PPSnook) (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 22:51
    เมื่อไหร่จะมาอะ รออ่านอยู่นะสู้ๆ
    #5999
    0
  9. วันที่ 8 กันยายน 2560 / 23:09
    อยากอ่านนนน
    #5953
    0
  10. #5951 w0w-LuHan (@memo-wow) (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 07:05
    รอนะคะ อยากอ่านแล้วววว
    #5951
    0
  11. #5950 Only_gu (@Only_gu) (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 2 กันยายน 2560 / 07:51
    หู้ยยยย รอเลยจ้า ตัวโตน่ารักไปอีกกกกกก
    #5950
    0
  12. #5949 Chomview-cute (@Chomview-cute) (จากตอนที่ 134)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 14:39
    รอเลยค่ะ
    #5949
    0