ตอนที่ 149 : [OS] Gallery {Krisyeol}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4605
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    29 ธ.ค. 60

 

ก่อนอื่นฟิค #ohh520 ตอน 2 อัพแล้วนะคะอยู่ในบล็อคแน้ พอดีเด็กผีไม่แจ้งเตือนเลยขอมาบอกในนี้ค่ะ

 

หมายเหตุ 1 : ได้แรงบันดาลใจมาจากหนัง Along with the gods ที่คยองซูเล่น(สนุกมากไปดูกันเถอะ อวยๆๆๆ)ผสมกับการ์ตูนตาหวานเรื่องนึงของสนพ.หมึกจีนที่เคยอ่านสมัยเด็ก

หมายเหตุ 2 : ระดับความเศร้าคิดว่าคงพอๆ กับวานิลลาเฮิร์ท แต่ดาร์คกว่า

หมายเหตุ 3 : เรื่องทั้งหมดเป็นจินตนาการส่วนตัวของเรา ไม่อิงความจริงหรือหลักความน่าจะเป็นยังไงทั้งสิ้น ผิดพลาดตรงไหนก็ขออภัยนะคะ ท้วงได้เลย

หมายเหตุ 4 : อ่านให้สนุก คอมเม้นติชมหรือสกรีมที่ #กลรคริสยอล และสวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าค่า

 


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ chanyeol universe

 

 

 

หวอ....หวอ....

 

 

“เฮ้ย! มาช่วยทางนี้กันหน่อย!!

 

เสียงเอะอะโวยวายสลับกับเสียงไซเรนดังลั่นถนนปลุกให้คนที่นอนคว่ำหน้าอยู่ค่อยๆ ตื่นจากนิทรา สิ่งแรกที่รับรู้คือไอร้อนของเครื่องยนต์กับพื้นถนนสากๆ

 

ปาร์คชานยอลยกมือกุมศีรษะด้วยความปวดหนึบ คิดว่าต้องเจ็บตัวแน่ๆ ทว่าฝ่ามือซึ่งใช้จับกลับไม่มีร่องรอยของเลือดสักหยดตามที่ควรจะเป็น พอก้มลงสำรวจทั่วทั้งกายก็พบว่าไม่มีรอยแผลตรงจุดอื่นเช่นกัน ริมฝีปากหยักรีบยกยิ้มด้วยความลืมตัว

 

นี่เรา....รอดจริงๆ หรอ

 

“ให้ตายเถอะ รอดมาได้ไงเนี่ย”

 

พรูลมหายใจดังฟู่วขณะมองไปยังซากรถบีเอ็มคันหรูที่อัดเละคาต้นไม้ บรรดาเจ้าหน้าที่กำลังง่วนกับการทำอะไรสักอย่างกับมันซึ่งชานยอลเข้าใจว่าคงเป็นการกู้ซากหรือค้นหาผู้เสียชีวิต ว่าแต่ไม่มีใครเห็นเลยหรอว่าคนขับหนึ่งเดียวอย่างเขากระเด็นมานอนอยู่ตรงนี้

 

 

ย้อนไปยังเหตุการณ์ก่อนหน้า

 

ชานยอลจำได้ว่าเขากำลังขับรถเปิดประทุนคันนี้มาตามถนนอันมืดสนิทด้วยความเร็วสูงราวกับลูกกระสุนที่พุ่งทะยานออกจากกระบอกปืนเพื่อตรงกลับบ้าน พร้อมเปิดเพลง EDM จังหวะมันส์ๆ คลอไปด้วย นับว่าเป็นกิจกรรมโปรดอย่างหนึ่งซึ่งเจ้าตัวโปรดปรานนัก ก่อนไอโฟนเครื่องงามในกระเป๋ากางเกงจะสั่นครืดขึ้นขัดจังหวะ

 

 

-KRIS-

 

 

“ชิ โทรตามอะไรกันนักกันหนาวะ ฮัลโหล!” จำต้องกดรับอย่างไม่พอใจนัก ทว่าปลายสายก็ยังตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงใจเย็น

 

(อยู่ไหนชานยอล นี่ดึกมากแล้วนะ)

 

“ขับรถอยู่เดี๋ยวก็ถึงแล้ว”

 

(อย่าขับเร็วล่ะ แล้วนี่กินเหล้าหรอ? เคยบอกแล้วไงถ้าเมาให้โทรมาจะไปรับ)

 

“อย่ามายุ่งได้ไหม วันนี้พี่โทรจิกเราหลายรอบแล้วนะ รำคาญได้ยินมั้ยว่ารำคาญ!!!” กระแทกเสียงแบบไม่แคร์ว่าคนฟังจะรู้สึกสะอึกแค่ไหน ถึงกระนั้นปลายสายก็ยังคงใช้น้ำเสียงเรียบนิ่งตอบกลับมาอย่างเดิมเหมือนชินชาเสียแล้วกับนิสัยแบบนี้

 

(ก็แค่เป็นห่วง ทานอะไรรึยัง วันนี้ฉันทำ.....)

 

“กินมาแล้ว แค่นี้แหละ!

 

(ชานยอ....)

 

ตัดสายด้วยความหงุดหงิดเสร็จก็โยนไอโฟนไปไว้ตรงเบาะข้างคนขับแล้วหันมาสนุกกับเพลงต่อ ลมเย็นๆ ตีหน้าผสมกับฤทธิ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่กินมาจากผับทำให้ร่างโปร่งเริ่มขาดสติ และไม่ทันสังเกตว่าตอนนี้ตัวเองเริ่มเบี่ยงรถมายังเลนข้างๆ

 

 

ปี๊นนนน

 

 

รถกระบะคันโตที่พุ่งสวนมาบีบแตรลั่นสนั่นถนน ตามด้วยเสียงร้องโวยวายด้วยความตกใจของคนในรถ ชานยอลเบิกตาโพลงหัวใจหล่นวูบไปอยู่ตาตุ่มเมื่อแสงไฟของรถคันนั้นสาดใส่จนแสบตา มือเรียวรีบหักพวงมาลัยเข้าพงหญ้าข้างทางตามสัญชาตญาณทันที

 

คงไม่ใช่ปัญหาอะไรหากมีแต่พงหญ้า....เท้าของชายหนุ่มเหยียบเบรกสุดแรงเมื่อพบว่าต้นไม้ใหญ่ตระหง่านโผล่มาอยู่ข้างหน้า แต่ไม่ทันเสียแล้ว

 

ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่มีเวลากระทั่งให้ร้องสักแอะเสียด้วยซ้ำ

 

 

โครมมมมมม!!!!!!!!!!!!!

 

 

รับรู้เพียงความรู้สึกเจ็บชั่วขณะราวกับร่างกายได้แหลกเหลวไปแล้ว กลิ่นคาวเลือดคลุ้งจนอยากอาเจียน ก่อนสติสัมปชัญญะจะดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิด

 

 

“เอาไงต่อดีวะ...คุณ!!!

 

ตัดสินใจตะโกนเรียกเจ้าหน้าที่พยาบาลซึ่งยืนอยู่ใกล้ที่สุดทว่าเจ้าตัวกลับเอาแต่คุยกับเพื่อนร่วมงานโดยไม่สนใจเขาสักนิด ชานยอลสบถคำหยาบในลำคออย่างขุ่นเคืองขณะสับเท้าเดินตรงไปหาอีกฝ่าย คิดว่าถึงไม่เป็นไรแล้วยังไงก็อยากไปตรวจร่างกายให้แน่ใจก่อน

 

“คุณ ผมเจ้าของรถนะ พาผม....”

 

 

วืด...

 

 

“แตะต้องไม่ได้หรอก คุณกับเขาอยู่คนละโลกกันแล้ว”

 

น้ำเสียงเย็นเยือกดังมาจากด้านหลังทำเอาชานยอลสะดุ้ง แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นคือมือของเขากลับทะลุผ่านร่างเจ้าหน้าที่พยาบาลไปเฉยๆ เหมือนอีกฝ่ายมีร่างกายโปร่งใส คราวนี้ชายหนุ่มตัวสั่นตั้งแต่หัวจรดเท้า เหงื่อกาฬไหลโทรมใบหน้าด้วยความช็อค

 

นี่มัน....อะไร....หมายความว่ายังไง....เขาฝันอยู่หรอ?

 

“บ้าจริง ยังจะพยายามอีก บอกว่าอยู่คนละโลก”

 

“พวกนายเป็นใคร!

 

กำหมัดแน่นพลางหันไปตะคอกใส่ชายรูปงามในชุดสูทดำสนิททั้งสองคนซึ่งดูท่าจะเป็นคนเดียวที่ให้ความสนใจเขาในตอนนี้ คนตัวเล็กกว่าจึงเริ่มแนะนำตัวด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย

 

“ฉันคยองซูส่วนข้างๆ นี่เซฮุน พวกเราคือยมทูต มีหน้าที่มาเก็บวิญญาณของนาย”

 

“เก็บวิญญาณ!!!?

 

“ใช่ บาปเยอะเหมือนกันนะเราอ่ะ ป้ายชื่อถึงได้ดำมืดขนาดนี้”

 

คนชื่อเซฮุนว่าพลางชูแผ่นไม้ดำๆ ไหม้ๆ ที่สลักชื่อ ปาร์คชานยอล ด้วยภาษาเกาหลีขึ้นมา คราวนี้ร่างโปร่งยิ่งงงเป็นไก่ตาแตก ยมทูตอะไร? หมายความว่า....เราตายไปแล้วงั้นหรอ?! ไม่จริงน่ะ!!! นี่มันเรื่องจ้อจี้อะไรกัน ชานยอลคิดว่าเขาต้องกำลังฝันอยู่มากกว่า

 

“ฉันฝันอยู่ใช่มั้ยเนี่ย ใครก็ได้ช่วยปลุกหน่อยเหอะ”

 

“ไม่ใช่ฝัน นายตายแล้วจริงๆ ไม่เชื่อตามมาสิ”

 

ทั้งสองคนเดินนวยนาดก้าวไปยังซากรถที่เจ้าหน้าที่กำลังมุงกันเป็นสิบคน ชานยอลไม่รีรอออกวิ่งตามทันที และแล้วขนตั้งแต่ศีรษะก็ลุกตั้งราวกับเห็นผี...เหมือนมีใครสักคนกำลังเอาถังน้ำแข็งเย็นเฉียบสาดใส่เขาอย่างไร้ความปราณี ริมฝีปากอิ่มสั่นเทา

 

“ช่วยดึงตรงนั้นหน่อย”

 

“เอ้าหนึ่ง สอง ฮึบ!!!!!!!!

 

 

นั่นมัน...

 

ร่างของเขา...

 

 

ไม่ผิดจริงๆ เป็นตัวเขาเองที่บรรดาเจ้าหน้าที่กำลังพยายามอุ้มกันออกมาจากซากรถยับเยิน ทั่วทั้งใบหน้าและเนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือด ดวงตาปิดสนิท.....ชานยอลหอบหายใจแรงราวกับสัตว์คลั่งขณะมองร่างของตนถูกยกใส่เปลห้ามขึ้นรถพยาบาล

 

ไม่มีเสียงใดรอบตัวนอกจากเสียงวิ้งในช่องหู ภาพตรงหน้าคือบรรดาหมอและพยาบาลกำลังพยายามช่วยชีวิตเขาอย่างสุดความสามารถ อุปกรณ์นานาชนิดระโยงระยางเต็มไปหมด

 

ผ่านไปกี่นาทีไม่รู้ที่ปาร์คชานยอลได้แต่ยืนมองอยู่แบบนั้น

 

“ไม่สำเร็จค่ะ หัวใจหยุดเต้นแล้วจริงๆ”

 

 

บ้าน่า...

 

 

“น่าเสียดายนะ อายุยังแลน้อยๆ หน้าตาก็ดี”

 

“คลุมหน้าเขาไว้แล้วกัน โทรศัพท์ผู้ตายล่ะ โทรเรียกญาติไปที่โรงพยาบาลด้วย”

 

“ค่ะ”

 

 

ไม่จริง!!! ฉันเพิ่งอายุยี่สิบสามเองนะ ยังมีอนาคต มีเงิน ยังอยากทำอะไรอีกตั้งเยอะตั้งแยะ จะมาตายแบบนี้ไม่ได้!!!

 

 

“บอกฉันสิว่ามันไม่จริง ฉันยังไม่ตาย!!! ชุบชีวิตฉันขึ้นมาได้ไหม!!!!!!!!

 

หันไปเขย่าร่างของสองยมทูตจนหัวสั่นหัวคลอน ก่อนทรุดลงไปนั่งร้องไห้โฮราวกับเด็กๆ น้ำตาไหลพรั่งพรูแข่งกับสายฝนที่เพิ่งสาดซัดลงมาอย่างบ้าคลั่ง คยองซูกับเซฮุนหันมองหน้ากันด้วยความละเหี่ยใจหากก็ชินชาเสียแล้ว ถ้าไม่ใช่วิญญาณคนแก่ที่ตายตามอายุขัยหรือคนปลงกับชีวิต แต่เป็นการตายกะทันหันแบบนี้วิญญาณมักไม่ทันตั้งตัวกันทั้งนั้น

 

“ใจเย็นๆ ก่อนวิญญาณปาร์ค....”

 

“อย่าเรียกฉันว่าวิญญาณ!

 

“เรื่องมาก! โอเค ปาร์คชานยอล” เซฮุนขมวดคิ้วหงุดหงิด “ตอนนี้นายตายแล้วจริงๆ พวกเราต้องรีบพานายไปศาลปรโลกก่อนเช้า ลุกขึ้นเถอะ”

 

“ศาลปรโลก? ปรโลกอะไร ฉันไม่ไป!!!!

 

“ถ้าเช้าแล้วเรายังไปไม่ถึงศาลปรโลก นายจะหมดโอกาสได้ผุดได้เกิด ต้องเป็นวิญญาณเร่ร่อนไปตลอดกาลนะ อยากให้เป็นแบบนั้นหรือไง”

 

คยองซูกล่าวสมทบพลางช่วยเซฮุนหิ้วปีกร่างบางขึ้นมา ดวงหน้าหวานตอนนี้เต็มไปด้วยคราบน้ำตา ขอบตาบวมแดงก่ำอย่างน่าเวทนายิ่งนัก ความจริงที่ได้รับรู้มันทั้งเจ็บปวดและสิ้นหวังสำหรับชายหนุ่มผู้เปี่ยมไปด้วยไฟอย่างเขา เขายังแข็งแรง มีอนาคต ยังอยากทำอะไรอีกเยอะแยะบนโลกใบนี้

 

แต่มันไม่มีโอกาสเสียแล้ว....

 

ลืมตาขึ้นอีกที สองยมทูตก็พาเขามายังสถานที่ลึกลับแห่งหนึ่งซึ่งมีลักษณะเหมือนเมืองโบราณเงียบๆ เก่าๆ ท้องฟ้าครึ้มดำยิ่งทำให้บรรยากาศหม่นหมองเข้าไปอีก ระหว่างทางก็มีถูกยมทูตคุมตัวในสภาพเดียวกันกับเขาสวนออกมาหลายคน 

 

นี่น่ะหรอ โลกหลังความตายที่ใครต่อใครสงสัยกันนัก

 

“ผมยมทูตเซฮุนและยมทูตคยองซู พาวิญญาณปาร์คชานยอลที่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2017 เวลา 23.50 มาส่งครับท่าน”

 

ชานยอลถูกจับนั่งตรงกลางโดยมีเซฮุนและคยองซูประกับติดซ้ายขวาราวกับเป็นผู้ร้ายซึ่งกำลังถูกศาลสอบสวน เบื้องหน้าคือชายร่างใหญ่คนหนึ่งกำลังกางสมุดอะไรสักอย่างดูด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เกิดมาเขาก็ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าไอ้นรกหรือยมบาลยมทูตอะไรพรรค์นั้นจะมีอยู่จริง

 

“จากรายการบาป วิญญาณตนนี้ยามเมื่อมีชีวิตอยู่ชอบเที่ยวเตร่ ดื่มสุราเมรัย ใช้วาจาว่ากล่าวคนรอบข้าง ชอบทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจคนที่มีเจตนาดีต่อตนเองอยู่เป็นนิจ”

 

ชายหนุ่มเอาแต่ก้มหน้าไม่พูดอะไร ทุกสิ่งทุกอย่างที่ยมบาลตรงหน้ากล่าวคือเรื่องจริง ตั้งแต่จบมหาวิทยาลัยเขาได้กลายเป็นคนชอบเที่ยวเตร่ ติดเหล้าจนระยะหลังไม่เป็นอันทำงานการ ส่วนคนที่มีเจตนาดีต่อตัวเขานั้น จะเป็นใครไปได้นอกจากครอบครัวคนสุดท้ายที่เหลืออยู่

 

 

ครอบครัวที่ชื่อว่า คริส 

 

 

“แต่รายการความดีก็พอๆ กัน เพราะก่อนจะมาหลงผิดเจ้าตัวปฏิบัติตนดี ทำบุญไว้มากมายจากการมีน้ำใจต่อผู้อื่น รวมถึงใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า ทำงานหาเลี้ยงตนเองจนเรียนจบ เพราะงั้นข้าขอพิจารณาดังนี้...หืม?” ยมบาลร่างยักษ์นิ่งเงียบไปสักพัก “หึ โชคดีเสียจริงเจ้าวิญญาณผู้น่าเวทนา ที่คริสอู๋คนรักของเจ้าเป็นผู้มีบุญญาธิการและสั่งสมความดีเอาไว้มาก แรงสวดภาวนาของเขาส่งผลให้เจ้าได้สิทธิพิเศษหนึ่งอย่าง”

 

“ส...สิทธิพิเศษ?

 

“เจ้าจะได้โอกาสในการกลับไปใช้ชีวิตเยี่ยงมนุษย์อีกครั้ง แต่แค่....หนึ่งเดือนเท่านั้น วันสุดท้ายคือ 27 พฤศจิกายนซึ่งเป็นวันเกิดของเจ้าในเดือนหน้า”

 

“จริงหรอครับ...!

 

“แต่โอกาสนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อให้กลับไปก่อสร้างบาปเพิ่ม จำไว้ เจ้าจะต้องสะสางความชั่วต่างๆ ที่เคยทำเอาไว้ให้หมด และต้องได้รับคำอภัยด้วยใจจริงจากคนรักของเจ้าก่อนวันสุดท้าย มิฉะนั้นเจ้าจะต้องกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนตลอดไป เอาล่ะไปได้แล้ว”

 

“ขอบพระคุณครับท่าน นี่! คำนับสิ”

 

ยมทูตหนุ่มช่วยกันกดศีรษะวิญญาณหน้าหวานให้คำนับแก่ยมบาลก่อนพาชานยอลเดินสวนกลับออกไปทางเดิม ระหว่างทางก็อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิพิเศษซึ่งเจ้าตัวได้รับไปด้วย

 

“สิทธินี้ไม่ได้ได้กันง่ายๆ นะ ต้องได้รับการสวดภาวนามหาศาล หรือไม่ก็คนที่สวดต้องเป็นผู้มีบุญญาธิการ ทำความดีมาทั้งชีวิต เดือนเดียวนี่ถือว่าเยอะมากแล้วสำหรับวิญญาณบาปหนาอย่างนาย ใช้มันให้เป็นประโยชน์แล้วกัน”

 

“แต่เราต้องรอจนกระทั่งรุ่งสางถึงจะพานายกลับโลกมนุษย์ได้ ตอนนี้ดูกระจกไปก่อนแล้วกัน”

 

เซฮุนยกนิ้ววาดอะไรบางอย่างขึ้นในอากาศ ภาพที่ปรากฎผ่านหมอกควันตรงหน้าคือคนรักอย่างคริส อู๋ที่กำลังซบใบหน้ากับโลงศพในห้องมืดๆ เพียงลำพัง ดวงตาคมมีน้ำใสเอ่อคลออย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่มันจะไหลรินออกมาอย่างหมดท่า

 

ผู้ชายที่ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นมาก่อน กำลังร้องไห้โฮเป็นเด็กๆ เพราะเขา...

 

“ชานยอล...พี่ขอโทษ”

 

“...”

 

“พี่ดูแลเราไม่ดีเอง”

 

“อย่าขอโทษ พี่ไม่ได้ทำอะไรผิด อย่าทำแบบนี้ได้ไหมคริส!

 

“คนที่สมควรตายต้องเป็นพี่”

 

“...”

 

“คนที่ต้องนอนในโลงนี้มันควรจะเป็นพี่”

 

“พูดจางี่เง่าตลอด เป็นบ้าอะไรวะ ฮึกกก”

 

เสียงแหบแห้งกล่าวแม้รู้ทั้งรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ยิน ดวงหน้าขาวใสซบลงกับมือและยังคงร้องไห้ตัวโยนแบบนั้นถึงเซฮุนจะปิดกระจกวิเศษไปแล้ว ไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหนกว่ายมทูตทั้งสองจะกระซิบข้างหูให้เข้าเงยหน้าขึ้น แล้วชานยอลก็พบว่าภาพตรงหน้าไม่ใช่ปรโลกอีกต่อไป

 

มันคือเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งซึ่งชานยอลไม่รู้จัก บรรยากาศเงียบสงบ รอบข้างเต็มไปด้วยธรรมชาติ แสงอาทิตย์อาบส่องจนทุกอย่างดูกลายเป็นสีเหลืองนวล

 

“ที่นี่คือเมือง A จังหวัด X

 

“บ้านฉันอยู่โซล แล้วพามาที่นี่ทำไม”

 

“ลืมบอกไปว่าคืนหนึ่งของปรโลกเท่ากับปีหนึ่งของโลกมนุษย์ เท่ากับผ่านมาหนึ่งปีแล้วนับจากนายเสียชีวิต สามีนายย้ายมาอยู่เมืองนี้ได้เกือบปีแล้ว และอพาร์ทเม้นต์ห้องนี้คือที่ที่เขาอาศัยอยู่ปัจจุบัน”

 

พริบตาเดียวชานยอลก็มาปรากฎตัวหน้าบานประตูห้อง 0627 ของอพาร์ทเม้นต์กะทัดรัดหลังนั้น หัวใจวูบโหวงด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด จะว่าดีใจก็ดีใจ จะว่าเสียใจก็เสียใจ ไม่รู้จะทำอย่างไรดีจนกระทั่งคยองซูวางมือลงบนบ่าพร้อมบีบเบาๆ

 

“ใช้ช่วงเวลาที่เหลือให้คุ้มค่า อย่าสร้างบาปเพิ่ม สะสางสิ่งที่เคยก่อไว้ให้หมด แล้วอย่าลืมข้อสำคัญที่ท่านยมบาลบอกไว้ ภายในคืนวันที่ 27 พฤศจิกายน นายต้องได้รับคำบอกลาและอภัยด้วยใจจริงจากปากคนรักของนาย ถ้าไม่อยากเป็นวิญญาณเร่ร่อนไปตลอดกาล”

 

“...”

 

“อีกเดือนนึงเจอกัน ขอให้โชคดี”

 

ร่างสองยมทูตหายวับไปแล้ว เหลือเพียงชานยอลที่ยืนกำมือนิ่งด้วยความกลัดกลุ้ม ชั่งใจว่าจะกดกริ่งเรียกคนด้านในออกมาดีหรือไม่ คริสจะเชื่อหรอว่าการตายแล้วฟื้นมีจริง...แล้วจะตกใจมั้ยถ้าเห็นแฟนที่ตายไปแล้วมายืนปรากฎกายอยู่หน้าห้อง

 

“เอาไงดีเนี่ย”

 

นิ้วเรียวกำลังจะสัมผัสกับปุ่มออด ทว่ากลับมีเสียงเหมือนของอะไรหล่นดังขึ้นข้างๆ มันคือถุงของจากซูเปอร์มาร์เก็ต ร่างโปร่งย่อตัวลงหยิบลูกแอปเปิ้ลที่กลิ้งตรงมายังตัวเองไว้....ก่อนพบว่าตรงหน้าคือสามีของตนกำลังยืนตัวแข็ง พลางขยับแว่นสายตาบนใบหน้าเหมือนไม่เชื่อสิ่งที่เห็น

 

“ชะ...ชานยอล...”

 

“พี่...”

 

น้ำเสียงที่เปล่งออกมาบางเบาจนรู้สึกได้ คริสกลืนน้ำลาย จิกเล็บลงบนแขนตนเองให้แน่ใจว่านี่ไม่ใช่ความฝัน กลิ่นกายหอมตามแบบฉบับเจ้าตัวชัดเจนยิ่งขึ้นยามชานยอลเดินเข้ามาสวมกอดร่างสูงแน่น เปลือกตาสีไข่ปิดพริ้มกันไม่ให้น้ำตาไหลออกมา

 

“พี่คงตกใจสินะ เราก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่...”

 

“...”

 

“เรามีเวลาอยู่กับพี่อีกเดือนเดียวเท่านั้น ขอให้ได้ทำหน้าที่คนรักที่ดีสักครั้งได้ไหม”

 

“...”

 

“ขอโทษที่มาช้านะ ขอโทษ...”

 

“นี่พี่อยู่ในฝันใช่ไหม เรามาเข้าฝันพี่หรอ”

 

เสียงทุ้มต่ำสั่นเครือด้วยไม่อาจควบคุมตนเองจากการเห็นคนรักที่ตายไปแล้วมายืนตรงหน้า ภาพทุกอย่างมันชัดเจนเสียจนคริสไม่อยากเชื่อสายตา ทว่าพอริมฝีปากอุ่นคุ้นเคยทาบทับลงอย่างนุ่มนวลเคล้ารสน้ำตา ชายหนุ่มก็ต้องหยุดความคิดมั่วซั่วของตนไว้เพียงเท่านั้น

 

“มันคือความจริงหรอ ชานยอล บอกพี่ที...”

 

“พี่ไม่ได้ฝัน นี่เราเอง ปาร์คชานยอล”

 

“...”

 

“เรากลับมาหาพี่แล้วนะ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ทำไมถึงย้ายมาอยู่ที่นี่ล่ะ”

 

หลังรับประทานอาหารเย็นชานยอลจึงเปิดปากถามคนรักด้วยความสงสัย บ้านหลังเก่าในโซลที่พวกเขาอยู่กันก็กว้างขวาง โอ่โถง สะดวกสบายอยู่แล้ว หน้าที่การงานของคริสที่นั่นก็ดี แล้วทำไมต้องย้ายมาอยู่เมืองเล็กๆ เงียบเหงาแบบนี้กัน

 

“ไม่มีอะไรหรอก แค่อยู่บ้านเก่าแล้วมันคิดถึงน่ะ”

 

“...”

 

“ทุกที่ ทุกมุม ทุกห้อง มองไปทางไหนมันก็เห็นแต่ภาพเรา ได้กลิ่นเรา แม้กระทั่งบอนไซต้นเล็กๆ บนโต๊ะทำงานยังทำให้พี่นึกถึงเรา พี่ทรมานจนแทบบ้า ไหนจะคนรอบตัวที่เข้ามาแสดงความเสียใจ ถามว่าเราเป็นอะไรถึงตายบ้าง พี่พยายามหลอกตัวเองว่าเรายังอยู่ แต่สุดท้ายก็รู้ว่ามันโง่สิ้นดี”

 

“...”

 

“ขนาดตอนนี้ พี่ยังคิดว่าตัวเองฝันอยู่ด้วยซ้ำ”

 

“บอกแล้วไงว่าไม่ได้ฝัน ชานยอลกลับมาหาพี่แล้วจริงๆ”

 

“ที่ว่าฝันไม่ใช่เพราะได้เห็นเรากลับมาอย่างเดียวหรอก” อีกฝ่ายระบายยิ้มทั้งน้ำตาคลอเบ้า “แต่เพราะพี่ได้เห็นชานยอลที่น่ารักคนเดิม ชานยอลแบบที่เคยรักสุดหัวใจคนนั้นอีกครั้งต่างหาก”

 

“อะ...”

 

“ดึกแล้ว เดี๋ยวพี่ไปเคลียร์ห้องก่อนนะมันรก เราจะได้นอนสบายๆ”

 

คนตัวสูงกล่าวก่อนเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ทิ้งชานยอลไว้กับความชาวาบและเจ็บปวด ภาพอดีตอันเลวร้ายมากมายเริ่มย้อนพรั่งพรูกลับเข้ามาในหัว

 

 

“พี่กล้าทิ้งเหล้าเราไปได้ไง รู้มั้ยว่าทั้งหมดนั่นกี่วอน!!!

 

“อย่าดื่มเยอะเลยนะชานยอล เดี๋ยวโรคมันจะถามหา เดือนหน้าไปตรวจสุขภาพหน่อยไหม”

 

“โรคเริคอะไรบ้าบอ พี่เลิกเสือกกับชีวิตเราเหอะว่ะ รู้มั้ยว่าตัวเองเป็นคนน่าเบื่อขนาดไหน คิดผิดชะมัดที่มาฝากชีวิตไว้กับคนแบบนี้!

 

วาจาเชือดเฉือนจากปากคนรักแทบทำเอาคริสลงไปทรุดกองกับพื้น...ชานยอลเกลียดเขามากขนาดนี้เชียวหรือ? ทว่าก็ไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้อีกฝ่ายรับรู้ สิ่งที่ปรากฎบนดวงหน้าหล่อคมจึงมีเพียงความเรียบนิ่งจริงจัง กระทั่งน้ำตาสักหยดยังไม่ปรากฎ

 

“โอเค จะว่าเสือกก็ได้ แต่พี่หวังดี....จะไปไหนชานยอล!

 

คว้าข้อมือผอมบางของคนที่กำลังจะเดินออกจากบ้านเอาไว้ก่อนถูกสลัดทิ้งอย่างไม่มีความปราณี พร้อมกับดวงหน้าหวานที่หันมาโต้เถียงอย่างหงุดหงิด

 

“ไปเที่ยว รำคาญ!

 

“เที่ยวอะไร นี่สี่ทุ่มกว่าแล้วนะ พรุ่งนี้ต้องทำงานอีกไม่ใช่หรอ”

 

“เฮ้ย เราบอกแล้วไงว่าให้เลิกจุ้นจ้านอะพี่เป็นอะไรนักหนาวะ ว่างมากก็ไปวาดรูปฟุ้งซ่านนั่นต่อไป เมื่อไหร่จะขายได้ก็ไม่รู้ ไม่มีจะแดกอยู่แล้วเนี่ย โว้ย!

 

“ทำไมถึงดื้อแบบนี้ ฟังพี่บ้างได้ไหม!!!

 

“ถ้าไม่ชอบใจ หย่าให้ก็ได้ เอามั้ยล่ะ”

 

“ว่าไงนะ...”

 

“หย่ากันไปเลยไงจะได้จบๆ บอกตามตรงเลยนะ เราโคตรรำคาญกับการมีพี่อยู่ในชีวิต แค่เห็นหน้าก็อยากอ้วก!!!!!!!

 

ผลักแผ่นอกหน้าจนเซแทบล้มทว่าเจ้าตัวก็ยังดึงแรงกลับมาสวมกอดร่างบางเอาไว้ได้ คราวนี้หน้ากากคนเข้มแข็งที่กักเก็บไว้เริ่มหลุดลอกออกทีละนิด เหลือเพียงใบหน้าสิ้นหวังของชายขี้แพ้....ที่ต้องการเพียงจะรั้งคนรักเอาไว้ให้นานที่สุดเท่านั้น

 

“ไม่เอาชานยอล พี่รักเรานะ อย่าทำแบบนี้”

 

“แต่เราเบื่อ ได้ยินมั้ยว่าเบื่อ ออกไปไกลๆ!!!!

 

“พี่ขอโทษ”

 

“บอกให้ออกไปไง!!!!

 

 

เพล้ง!

 

 

รวบรวมกำลังผลักคนรักออกห่างพร้อมกับปาแจกันดอกไม้ใบเล็กที่ตั้งอยู่บนโต๊ะข้างประตูตามไปด้วย ผลคือมันบาดหน้าผากของคริสจนเลือดไหลเป็นทาง ส่วนคนกระทำก็เดินสะบัดตูดออกจากบ้านโดยไม่แสดงอาการห่วงใยแม้สักนิด ทิ้งให้ชายหนุ่มยืนกุมศีรษะตนเองแบบนั้น พร้อมกับน้ำตาที่แข่งกันไหลพรั่งพรูออกมาอย่างเงียบงัน

 

 

นั่นคือคืนสุดท้าย....ที่คริสได้เห็นคนรักของตนเอง ในฐานะมนุษย์จริงๆ

 

 

“ยอล...ชานยอล!

 

“อะ...ว่าไง”

 

“ไปพักผ่อนเถอะ”

 

“ครับ”

 

ยอมเดินตามแผ่นหลังกว้างอย่างว่าง่าย แผ่นหลังกว้างอบอุ่นซึ่งครั้งหนึ่งเคยชอบซบยามอีกคนชวนซ้อนมอเตอร์ไซค์เลียบไปตามถนนริมทะเลด้วยกัน

 

คริสและชานยอลรู้จักกันเมื่อสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ด้วยความเป็นเด็กกำพร้ากันทั้งคู่ทั้งสองจึงสนิทสนมและลึกซึ้งกันได้ไม่ยาก เมื่อเรียนจบพวกเขาก็เอาเงินที่เก็บหอบรอมริบจากการทำงานพิเศษมาลงขันซื้อบ้านอยู่ด้วยกัน คริสได้งานเป็นครูสอนศิลปะในโรงเรียนเอกชน ส่วนชานยอลจับพลัดจับผลูได้ไปทำบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งใกล้ย่านสถานบันเทิง

 

และนั่นคือจุดเปลี่ยน คริสเริ่มรู้สึกว่าคนรักหยาบกระด้าง ใจร้อน และฉุนเฉียวมากขึ้น แถมยังติดสุราจนเรียกได้ว่าต้องดื่มเกือบทุกวัน แถมบางทีหายไปเที่ยวทั้งคืน ในที่สุดความรักของพวกเขาก็เกิดรอยร้าวขึ้นทีละนิด รู้อีกทีมันก็พังพินาศจนเกินแก้ไข

 

“นอนเตียงไปละกันนะ เดี๋ยวพี่นอนโซฟาเอง”

 

“ไม่เอา นอนด้วยกันเถอะ”

 

“แต่...” ลังเลเพราะเมื่อก่อนชานยอลมักปฏิเสธการนอนร่วมเตียงกับเขาเสมอโดยอ้างว่าเบื่อขี้หน้า

 

“เราไม่ใช่ชานยอลคนเหี้ยคนนั้นแล้วนะ” เจ้าตัวพูดขึ้นเหมือนรู้ พลางปรายตามองรูปงานศพของตนที่ถูกตั้งไว้พร้อมกระถางธูป กลิ่นจางๆ ของมันยิ่งทำให้บรรยากาศของห้องนอนแคบๆ นี้ดูเศร้าหมองขึ้นไปอีก “ขอร้อง เรามีเวลาแค่เดือนเดียว....ให้โอกาสเราเถอะพี่คริส”

 

“...”

 

“ถึงจะไม่ได้พูดมานาน แต่อยากให้รู้ว่าเรารักพี่ ไม่เคยอยากหย่ากับพี่เลยสักนิด”

 

“...”

 

“ฮึก...เรารัก...รักพี่จริงๆ นะ”

 

คืนนั้นคริสกกกอดคนรักของตนอยู่ใต้ผ้าห่มตลอดทั้งคืน ชานยอลคงไม่รู้ว่าเนื้อตัวตนเองเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง ทว่าชายหนุ่มกลับยินยอมจะสัมผัสก้อนน้ำแข็งไร้ชีวิตนั้นด้วยความเต็มใจ ฝ่ามือใหญ่ลูบกลุ่มผมสีน้ำตาลไปมาพลางร้องเพลงแผ่วเบาเพื่อกล่อมให้เจ้าตัวหลับสบาย

 

ขอแค่เป็นชานยอล...ต่อให้มาในสภาพศพ

 

ก็คือชานยอลที่เขารัก

 

 

 

 

 

 

 

 

กลิ่นไข่เจียวหอมฉุยกับเสียงกระทะโช้งเช้งปลุกให้คริสตื่นขึ้นในเช้าวันหนึ่ง ริมฝีปากสีสดระบายยิ้มอย่างยินดีเมื่อรู้ว่าคนรักของเขายังไม่หายไปไหน แต่พอหันมองปฏิทินซึ่งถูกขีดฆ่าไปหลายช่องก็ต้องหน้าสลดลงอีกครั้ง....คริสกามันไว้ตั้งแต่วันที่ชานยอลกลับมาวันแรก

 

พวกเขาเหลือเวลาอยู่ด้วยกันอีกแค่สิบวันเท่านั้น เวลาผ่านไปไวเสียจนน่าใจหาย

 

อีกสิบวันชานยอลก็จะจากเขาไปอีกครั้ง

 

และเป็นการจากไปตลอดกาลโดยแท้จริง

 

“ตื่นได้แล้วพี่คริส มากินข้าว”

 

บอกเลยว่าสมัยคบกันชานยอลไม่คิดแม้แต่จะซื้อของจากร้านสะดวกซื้อเข้ามาฝากอีกคนด้วยซ้ำ แต่ในเมื่อตอนนี้เขาตั้งใจเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ก็ควรปรับปรุงทุกอย่าง คริสนั่งตักข้าวเข้าปากอย่างไม่รู้รสเพราะมัวเครียดเรื่องสิบวันที่เหลือหากก็ยังชมเปาะว่าอร่อย

 

“อยู่แต่ในห้องมาตั้งสิบยี่สิบวัน อุดอู้หรือเปล่า”

 

“อืม นิดหน่อย แต่ไม่เป็นไรหรอก”

 

“งั้นวันนี้ไปเที่ยวกันไหม”

 

“เที่ยว?

 

สวนสนุกพารัมแลนด์คือจุดหมายที่คริสพาคนรักซ้อนมอเตอร์ไซค์มาจนถึง สถานที่แห่งความทรงจำซึ่งพวกเขาเคยบอกรักกันครั้งแรกบนชิงช้าสวรรค์ ชานยอลมีอาการประหม่าอย่างเห็นได้ชัดเพราะนับแต่กลับมาโลกมนุษย์เขาไม่เคยออกจากห้องของคริสมาพบเจอผู้คนเลยสักครั้ง

 

“พี่คริส เรากลัว”

 

“กลัวอะไร”

 

“คนอื่นจะรู้ไหมว่าเราไม่ใช่คน แล้ว...”

 

“อย่ากังวล มากับพี่ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น” เขาบีบฝ่ามือนุ่มเบาๆ “ถ้าคนอื่นจะรู้ก็ช่างเขา เรามากับพี่ มีกันแค่สองคน โอเคไหม”

 

เงียบไปพักหนึ่งจึงพยักหน้า เคราะห์ดี ทุกคนยังมองเขาเป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งไม่ใช่แบบที่ชานยอลกังวล และถึงแม้เนื้อตัวจะทวีคูณความเย็นเฉียบขึ้นทุกวัน ทุกวัน คริสก็ยังจับมือรวมถึงแตะต้องร่างกายเขาอย่างเต็มใจเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

ที่ผ่านมา...เขาละเลยผู้ชายที่แสนดีคนนี้ไปได้ยังไง

 

ปาร์คชานยอล นายน่ะมันโง่เง่าเต่าตุ่นที่สุดเลย

 

เขาลืมความรู้สึกครั้งสุดท้ายที่มาสวนสนุกไปแล้ว ไม่คิดว่าการวิ่งจับมือกับคริสไปเล่นเครื่องเล่นต่างๆ จนเหนื่อยจะทำให้หัวใจลืมความทุกข์ทั้งหมดทั้งมวลได้อย่างชะงัด กระทั่งไอศกรีมราคาถูกธรรมดาชานยอลก็ยังรู้สึกว่ามันอร่อยราวกับของหวานชั้นเลิศ

 

“สวนสนุกใกล้ปิดแล้ว ขึ้นอันนี้อันสุดท้ายแล้วกันนะ”

 

 

ชิงช้าสวรรค์ เครื่องเล่นแห่งความทรงจำ

 

 

เย็นมากแล้ว แสงอาทิตย์อาบจนทั้งท้องฟ้าเป็นสีส้ม วิวสวยจนชานยอลหายใจไม่ทั่วท้องด้วยความตื่นเต้น แต่อีกใจก็หมองเศร้าเมื่อรู้ว่าเหลือเวลาอีกเพียงสิบวันที่จะได้เห็นวิวอันสวยงามแบบนี้ หลังจากสิบวันแล้ว...เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองต้องไปอยู่ที่ไหน

 

“มาเซลฟี่กันเถอะ ไม่มีรูปคู่ด้วยกันมาหลายปีแล้วนะ”

 

“อ้อ อืม”

 

หันมายิ้มให้กล้องอย่างเริงร่า ก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะจางหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อพบว่าบนหน้าจอไอโฟนที่ใช้ถ่ายมีเพียงหน้าของคริสปรากฎอยู่เพียงคนเดียว แม้ว่าจะถ่ายต่ออีกกี่สิบรูปก็ล้วนมีแค่หน้าของคริสเท่านั้น ไร้แม้กระทั่งเงาของชานยอล

 

จริงสิ ไม่ใช่คนนี่นะ จะถ่ายรูปติดได้ยังไง

 

“ขอโทษนะ แค่ให้พี่เก็บความทรงจำเอาไว้เรายังทำให้ไม่ได้เลย"

 

“อย่าโทษตัวเองสิ”

 

“...”

 

“ไม่มีรูปถ่ายก็ไม่เป็นไร เพราะเราจะอยู่ในนี้แทน” จับมือเย็นเฉียบไปทาบบนอกด้านซ้าย “หัวใจของพี่จะเป็นแกลลอรี่ที่เก็บชานยอลเอาไว้เสมอ ถ้าพี่คิดถึงชานยอล พี่จะหลับตาแล้วดึงภาพเราในนี้ออกมาดู ไม่ต้องเป็นห่วงนะ”

 

คำพูดซื่อๆ นั่นยิ่งทำให้ชานยอลสะอื้นหนัก ตั้งใจว่าจะไม่ร้องไห้แล้วแท้ๆ

 

“คนโง่ ฮึก พี่มันโง่...ติ๊งต๊อง...”

 

“ฮ่าๆ ถึงจะโง่ แต่มีอย่างนึงนะที่พี่รู้”

 

 

“พี่รู้ว่าพี่รักชานยอลมากแค่ไหน และจะรักไปจนวันสุดท้าย”

 

“พี่คริส...”

 

“จำวันแรกที่ขึ้นมาบนชิงช้าสวรรค์ตัวนี้ด้วยกันได้ไหม คืนคริสมาสต์นั้น” เขาก้มลงจูบฝ่ามือเย็นชืด เพิ่งสังเกตว่าผิวของชานยอลซีดเซียวกว่าวันแรกมากนัก บ่งบอกว่าเวลาของเจ้าตัวใกล้หมดลงเต็มทน “พี่บอกว่าอะไร เราจำได้หรือเปล่า”

 

“พี่จะรักเราจนวันสุดท้ายของชีวิต”

 

“ใช่ แล้วพี่ก็ยังยืนยันคำนั้น”

 

“ต่อให้เราจะไม่อยู่บนโลกนี้อีกต่อไปแล้ว?

 

การพยักหน้าแทนคำตอบสั่นคลอนหัวใจของชานยอลได้อย่างง่ายดาย น้ำตายังคงไหลอาบแก้มนวลเป็นทางจนเสื้อเปียกชุ่ม

 

“ไม่จำเป็นหรอก พี่ต้องมีชีวิตของพี่ เรามันเลวเกินกว่าที่พี่จะมาให้ค่าถึงขนาดนั้น”

 

“ความรักน่ะมันเป็นเรื่องไร้สาระนะชานยอล” คริสกล่าวยิ้มๆ “ไร้สาระตรงที่ต่อให้เขาจะเป็นยังไง จะอยู่หรือไป จะรักเราหรือไม่ เราก็ยังรักเขาได้เสมอ”

 

“ฮึก....”

 

“พี่รักชานยอลมากที่สุดเลยรู้ไหม เด็กดื้อของพี่”

 

เสียงบอกรักชัดเจนหนักแน่นดังก้อง และมันเป็นการบอกรักที่เจ็บปวดเหลือเกิน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วันนี้เป็นวันที่ยี่สิบหกพฤศจิกายน

 

ชานยอลเหลือเวลาอีกแค่สองชั่วโมงเท่านั้น ร่างโปร่งที่เคยงดงามอิ่มเอิบเหมือนครั้นยังมีชีวิต ตอนนี้สภาพแทบไม่ต่างอะไรกับซากศพ ผิวกายซีดเผือด ผอมแห้งลงจนเห็นกระดูก แถมยังไม่มีเรี่ยวแรงจะขยับไปไหน ได้แต่นั่งนิ่งๆ บนเก้าอี้ในห้องนอนของคริส

 

“สองชั่วโมงสุดท้ายนี้ ขอเพิ่มภาพเข้าแกลอรี่ของพี่หน่อยได้ไหม”

 

“...”

 

“เป็นแบบวาดรูปให้พี่นะ”

 

“ไม่เอา...เรา...ไม่...” เค้นเสียงอย่างยากลำบาก “เราไม่...น่ารักเหมือนเดิมแล้ว”

 

คริสเอาแต่ยิ้มบางไม่ตอบอะไรแล้วเดินไปนั่งหน้าผืนผ้าใบ จรดพู่กันระบายมันอย่างตั้งอกตั้งใจ เป็นสีหน้าที่ชานยอลเห็นมาเกือบทั้งชีวิต เขารู้ว่าคริสเป็นคนจริงจังกับทุกสิ่งเพียงแต่หนทางอาชีพจิตรกรนั้นไม่ได้สวยหรูสำหรับทุกคน แม้รูปของเจ้าตัวจะสวยงามแค่ไหนแต่กลับไม่ประสบความสำเร็จสักที

 

ชานยอลหลับตาลง นึกสงสารคนรักยิ่งนักที่ต้องมีแบบวาดรูปเหมือนศพขนาดนี้ ทั้งห้องมีเพียงเสียงปัดพู่กันของจิตรกรหนุ่มจนกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านไปถึงห้าทุ่มครึ่ง

 

เที่ยงคืนคือเวลาที่เซฮุนกับคยองซูจะมารับเขาตามสัญญา

 

เขาเหลืออีกแค่ครึ่งชั่วโมง

 

“ดูสิ สวยไหม”

 

“ส..ว...ย....”

 

ระบายยิ้มบางออกมาเมื่อเห็นภาพตนเองปรากฎบนผืนผ้าใบ มันคือภาพตัวเขาในสภาพสมบูรณ์กำลังนั่งยิ้มอยู่บนเก้าอี้ตัวนี้ และเป็นภาพวาดที่สวยที่สุดเท่าที่ชานยอลเคยเห็นมาในชีวิต ฝ่ามือผอมแห้งเคลื่อนไปจับแก้มของคนรักสั่นๆ ขณะพยายามเค้นเสียงพูด

 

“เอา...รูปนี้...ไปขายนะ....เราว่า....มันต้องได้...เงินดี....แน่เลย”

 

“จะขายได้ยังไง มันต้องอยู่ในแกลอรี่ของพี่สิ”

 

“พี่คริส...”

 

“ไม่ต้องเป็นห่วงพี่ คนดี”

 

พวกเขากอดรัดกันแบบนั้นนิ่งนาน ความรู้สึกวูบโหวงแล่นพล่านไปทั่วช่องท้อง ต่างคนต่างเงียบไม่มีกระทั่งน้ำตาสักหยดไหลออกมา จนกระทั่งร่างของสองยมทูตหนุ่มปรากฎขึ้น...บ่งบอกว่าเวลาของปาร์คชานยอลใกล้หมดลงอย่างสมบูรณ์แล้ว

 

“ผมมารับวิญญาณปาร์คชานยอล”

 

“ครับ”

 

คริสดูไม่มีท่าทีตกใจอะไรนัก เพราะตอนชานยอลกลับมาหาเขาทั้งที่ตายไปแล้วก็ถือว่าเหนือธรรมชาติเกินพอ คยองซูเปิดดูสมุดในมือสักพักก่อนเอ่ยถาม

 

“ชานยอล นายยังไม่ได้บอกคนรักเรื่องนั้นใช่ไหม”

 

“เรื่องอะไรครับ” คริสสวนทันที เซฮุนจึงเป็นคนตอบอธิบาย

 

“วิญญาณปาร์คชานยอลต้องได้รับการอภัยและบอกลาอย่างจริงใจจากคุณก่อนเที่ยงคืน มิฉะนั้นเขาจะหมดโอกาสไปเกิดใหม่ ต้องกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนที่ไม่มีใครมองเห็นไปตลอดกาล”

 

“ตะ...แต่เรายินดี...ถ้าต้องเป็นวิญญาณ...เร่ร่อน”

 

“ว่าไงนะ”

 

 

“ถ้าเป็น...วิญญาณ....เร่ร่อน....แต่ได้เห็นพี่ต่ออีกนิด.....เรายอม”

 

 

“ไม่ได้ชานยอล พี่จะไม่ให้มันเกิดขึ้น”

 

“พี่คริส....ขอ...ร้อง...”

 

“ขอให้ดวงวิญญาณปาร์คชานยอลไปสู่สุคติ ผมอภัยให้สำหรับทุกอย่างที่ชานยอลเคยกระทำกับผม ขอให้เขาไปเกิดในภพภูมิที่ดี และถ้าชาติหน้ามีจริง...ขอให้เราเกิดมาคู่กันอีกครั้ง”

 

“พี่...คริส...ฮึกก...ไม่....ไม่เอา”

 

“คำอภัยผ่านการอนุมัติ ดวงวิญญาณปาร์คชานยอลหลุดพ้นการเป็นวิญญาณเร่ร่อนแล้ว”

 

“ฮึก...ไม่เอา.....ยังไม่อยาก...ไป...ฮือ....ทำไมทำแบบนี้”

 

“พี่คงทนไม่ได้ถ้าต้องเห็นเราอยู่ตัวคนเดียวไปตลอดโดยที่พี่ทำอะไรไม่ได้เลย” คริสก้มลงจูบหน้าผากอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน “ไปเถอะนะชานยอล แล้วสักวันเราคงได้พบกัน”

 

“ฮึก...เรารักพี่”

 

“พี่ก็รักชานยอล และจะรักไปตลอดตามคำสัญญา”

 

“ลาก่อนครับ...พี่คริส....ลาก่อน....ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง”

 

ชายหนุ่มยังคงโอบกอดร่างเย็นเฉียบของคนรักไว้จนวินาทีสุดท้าย จนกระทั่งชานยอลและสามยมทูตค่อยๆ เลือนหายไปอย่างช้าๆ และเหลือเพียงคริสยืนอยู่เพียงคนเดียว ปฏิทินบนฝาผนังถูกขีดฆ่าจนครบ เข็มนาฬิกาชี้ตรงเลขสิบสองอย่างพอดิบพอดี

 

ชานยอลจากเขาไปแล้ว จากไปแล้วจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

27 ตุลาคม 2057

โรงพยาบาลอึนชง

 

 

“คุณลุงคะ ดึกแล้วกลับเข้าห้องพักผ่อนเถอะค่ะ”

 

“หนูเป็นใครเนี่ย”

 

“บอกไปตั้งหลายทีแล้ว ฮานาไงคะ”

 

พยาบาลสาวระบายยิ้มตอบด้วยความเข้าใจขณะเข็นรถพาชายวัยหกสิบห้ากลับเข้าห้องนอนของโรงพยาบาล

 

คุณลุงคริสอู๋เป็นอัลไซเมอร์ขั้นรุนแรง แถมยังพ่วงด้วยมะเร็งระยะสุดท้าย อาการป่วยซึ่งย่ำแย่ลงทุกวันคือสัญญาณเตือนว่าเจ้าตัวคงอยู่ได้อีกไม่นาน และก็เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ชายชราเป็นโสดไม่มีครอบครัว นานๆ จึงจะมีคนมาเยี่ยมสักที

 

แต่ที่น่าประหลาดใจอย่างหนึ่งคือคุณลุงไม่สามารถจำใครได้เลย ยกเว้น

 

“นี่ชานยอลคนรักของลุง เขาไปเป็นดาวอยู่บนฟ้า เขาจะกลับมาหาลุงทุกวันที่ 27 ตุลาคม”

 

“งั้นหรอคะ ก็คืนนี้น่ะสิ”

 

“ใช่ คืนนี้ชานยอลจะมาหาลุง ไว้ลุงจะแนะนำให้หนูรู้จักนะ เอ่อ หนู...”

 

“ฮานาค่ะ งั้นเดี๋ยวหนูขอตัวไปทำงานต่อก่อน คุณลุงพักผ่อนนะคะ”

 

พยาบาลสาวกล่าวพร้อมกับเข็นรถเข็นยาจากไป ทิ้งคริสให้นอนลูบบางสิ่งบางอย่างพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจอยู่เพียงลำพัง นั่นคือภาพวาดของชานยอลในคืนนั้นซึ่งเขาวาดเองกับมือ...คืนสุดท้ายที่พวกเขาได้พบกัน จนถึงวันนี้ก็สี่สิบปีแล้ว

 

สี่สิบปีที่คริสไม่เคยมองใคร ไม่เคยใช้หัวใจรักใครนอกจากชานยอลเท่านั้น

 

กระทั่งถูกโรคอัลไซเมอร์กัดกินตามอายุ สิ่งที่เขายังจดจำได้เสมอก็มีเพียงชานยอล

 

“คิดถึงชานยอลจัง...”

 

“...”

 

“เมื่อไหร่จะได้ไปอยู่กับชานยอลนะ...ชานยอลยังรอพี่อยู่ไหม”

 

ชายวัยหกสิบห้าปีหลับตาพริ้ม รู้สึกถึงลมหายใจที่แผ่วเบาลงทุกขณะ ก่อนเสียงๆ หนึ่งจะดังลอยมาตามลมให้ได้ยินข้างหู

 

 

“ชานยอลรักพี่คริส”

 

 

เสียงนั้นดังก้องซ้ำๆ กังวานไพเราะจนร่างบนเตียงยิ้มกว้าง แต่ทั้งห้องยังคงว่างเปล่า ไร้ซึ่งเงาของคนรักอย่างที่คริสใฝ่ฝันหรือที่เคยบอกใครต่อใครว่าเจ้าตัวจะมาหา ความจริงคือชานยอลไม่เคยปรากฎกายให้เขาเห็น ตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้

 

แต่ไม่เป็นไรหรอก เพราะคริสยังมีแกลอรี่...แกลอรี่ที่ฝังไว้ในหัวใจดวงนี้

 

“พี่ก็รักชานยอล”

 

“...”

 

“รัก...จนวันสุดท้ายเลย”

 

 

ตี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

 

เครื่องตรวจชีพจรดังยาว พร้อมลมหายใจสุดท้ายของชายวัยหกสิบห้าที่เบาบางจนสงบลง ถึงกระนั้นสองแขนผอมแห้งก็ยังคงกอดรูปไว้แน่น

 

จะได้เจอ หรือไม่ได้เจอก็ไม่เป็นไร

 

ขอแค่ชานยอลยังอยู่ในหัวใจเขาไปตลอดกาล....แค่นั้นก็พอ

 

 

 

 

 

END.

ตาบวมตุ๊ยเลย เห็นมีคนอยากให้แต่งฟิคเศร้าอีก อะจัด

ส่งฟีดแบคกันได้ที่แท็ก #กลรคริสยอล


เค้าจะได้เจอกันมั้ย ให้คนอ่านไปคิดต่อกันเองนะคะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

14,768 ความคิดเห็น

  1. #12833 Saaaanooker (@Saaaanooker) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 17:16
    น้ำตาไหล ฮื่อออ
    #12833
    0
  2. #11857 Galaxyrealpcy (@Galaxyrealpcy) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 10:20
    กลับมาอ่านกี่ครั้งก็เสียน้ำตาทุกครั้ง พี่คริสมั่นคงกับน้องมาก ขนาดเป็นอีลไซเมอร์ก็ยังจำน้องได้ ขอให้พี่คริสได้เจอชานยอลสมความตั้งใจ
    #11857
    0
  3. #11851 น้องชัลย๊อลล (@tiraporn0031) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 21:24

    กลับมาอ่านกี่ครั้งก็ยังเรียกร้ำตาเราได้ ในเรื่องจริงทั้งคริสและชานยอลจะเป็นแกลอรี่ที่อยู่ในใจเค้าเสมอ แล้วเราก็จะรอทั้งคู่วนมาเจอกันเพื่อให้เราได้เพิ่มเขาไว้ในแกลอรี่อีก

    #11851
    0
  4. #9116 Krisyeol_NC (@piyatida200738) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 00:41
    อ๋อยยยยน้ามตาไหลเจ้าค่ะ😭
    #9116
    0
  5. #8005 kanrawe24 (@kanrawe24) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 20:44
    ไรท์ เรื่องมันเศร้ามากเลย ฮือออ
    #8005
    0
  6. #7805 Pitcha-nurse (@Pitcha-nurse) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 11:26
    ฮื่อออออ เราร้องไห้หนักมากกกกก มันดีมากกกก เป็นฟิคที่เราอินสุด มีความสุขในการอ่านเคล้าน้ำตาสุดๆ ฮื่อออออ
    #7805
    0
  7. #7428 pudsalin (@pudsalin) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 22:23
    อ่านแล้วน้ำตาคลอตลอดทั้งเรื่องเลย สงสารพี่คริสเด้อ ถ้าน้องไม่ดื้อไม่ซนก็คงไม่เป็นแบบนั้นอะ แอบเศร้าตรงเขาจะจากกันเนี่ยแหละ เป็นฉากที่หน่วงหัวใจมาก ถึงน้องจะทำตัวไม่ดีใส่ พี่คริสก็รักน้องแล้วไม่เคยทำร้ายน้องเลย แถมเป็นผู้ชายที่แสนดีและรักน้องแค่คนเดียวอีก แล้วสองคนนี้จะได้เจอกันอีกมั้ยคะเนี่ย ขอให้ได้เจอกันอีกครั้งเถอะฮื่อ
    ปล.ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆแบบนี้ให้อ่านนะคะ
    #7428
    0
  8. #7234 PCY_ (@25012544) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 14:07
    หนักหน่วงมากค่าาา เหมือนโดนกีดเอาหัวใจออกมาแล้วมาขยี้ซ้ำ ฮื่ออออ โคตรเจ็บเลยอะ ขอภาคต่อได้ไหมคะอยากเห็นเขามีความสุข ;-;
    #7234
    0
  9. #7151 Kinnn (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 00:37
    มีภาคต่อมั้ยครัช จะร้องงงง สงสารพี่คริสเหลือเกิน
    #7151
    0
  10. #7137 PCY__61 (@PCY__61) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 19:39
    ร้องไห้เลยยยย ชอบมากๆ อบอุ่นสุดๆไปเลยยย อยากให้มีภาคสองจัง อยากเห็นเขาทั้งสองใช้ชีวิตด้วยกันอีกกก ชอบมากๆ
    #7137
    0
  11. #7104 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 03:38
    ซึ่งงงงง แง่ง ร้องไห้เลย อื้อออออ ขอให้ได้เจอกันนะ .หน่วงมากโอ้ยยยยย .
    #7104
    0
  12. #7095 Korrapak Wong-ngam (@maynut-kwng) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 02:22
    น้ำตาท่วมเตียงแล้วฮรึกกกกกกกฮือออออออออคือนี่แบบสะอื้นฮักเลยอ่ะ ไม่ไหวแล้ววววววไรท์มันหนักหนามากกกกฮือออออออออออออ
    #7095
    0
  13. #7063 หมีหน้าง่วง (@chermalamaneecha) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 15:08
    แม้เวลาผ่านไปแค่ไหน หัวใจของพี่คริสที่มีต่อชานยอลก็ยังเหมือนเดิม พี่คริสยังรอชานยอลอยู่ตรงนี้เสมอ พี่คริสรักและคิดถึงเราจนลมหายใจสุดท้ายเลยนะชานยอล <3
    #7063
    0
  14. #7042 TunaCans (@thisismecher) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 08:08
    อ่านจบแล้วใจหายวาบเลย แง และคงจะใจหายอีกหลายๆ รอบเพราะมาอ่านซ้ำ ผ่านไปสี่สิบปีคริสก็ยังเก็บรูปชานยอลไว้ ทั้งรูปวาดที่วาดไว้ ทั้งในหัวใจ ขอบคุณที่แต่ง os เรื่องนี้นะคะ ฮืออินมากกกกกก คิดถึงคริสยอลจัง <3
    #7042
    1
    • #7042-1 wildchildinla (@ilovekku) (จากตอนที่ 149)
      31 ธันวาคม 2560 / 22:12
      โอ้ยยยยยเศร้าน้ำตาไหล ฮือออออออ พี่คริสสสสสสส
      #7042-1
  15. #7037 Look Pear Meigeni (@lookpear90) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 23:31
    น้ำตาท่วมเตียง ฮือออออออ เศร้าที่สุด ฮือออออออ Y_Y อยากให้มีต่ออีกจัง ฮือออออออออ
    #7037
    0
  16. #7035 pinkloey (@pinkloey) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 23:01
    ร้องไห้เลยฮือออพี่คริสเป็นอัลไซเมอร์แต่จำชานยอลได้ทำเอาเราร้องไห้เลย
    #7035
    0
  17. #7034 ♀ Park MisTeaRs ♂ (@pijita-pinny) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 22:15
    โอ้โห ร้องไห้หนักมากหายใจไม่ออกเลยอ่ะฮือ เหมือนทำให้รู้ว่าการละเลยคนที่รักถ้าวันนึงไม่มีโอกาสกลับมาแล้วชานยอลจะทำยังไงอ่ะ ตอนกลับมาอยู่ได้เดือนนึงยิ่งบีบหัวใจหนักเข้าไปใหญ่ 40ปีผ่านไปคุณลุงอู๋ก็ยังรักคนๆเดิมคือปาร์คชานยอล ถ้าชาติหน้าได้เกิดมาก็อยากให้ทั้งคู่มาเป็นคู่กันอีกนะ
    #7034
    0
  18. #7033 nummon555 (@nummon555) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 21:44
    เศร้าแบบ...ไม่รู้จะพูดไรเลยย ฮือออออแงงงงง
    #7033
    0
  19. #7029 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 20:39
    เศร้ามากอะ แบบพี่คริสรักชานยอลมากอะ ไม่ว่าชานยอลจะเป็นยังไง ฮือออออออออ รอให้มาเจอกันอีกนะ ;((
    #7029
    0
  20. #7028 kkyzsts (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 17:52
    เศร้ามาก ร้องไห้เลย แงงงงง

    สงสารทุกคน อินมากจริงๆ

    ฮือออออ
    #7028
    0
  21. #7025 จอมตะกละ (@moopaa09) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 14:45
    โอ๊ยยยยยยยมันเศร้าง่ะ ชั้นพยายามกลั้นน้ำตาอยุ่วววว
    #7025
    0
  22. #7023 kimpro (@kimpro) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 13:38
    อ่านจบแล้วยังหยุดร้องให้ไม่ได้เลยสงสารที่สุดคือพี่คริสรักน้องจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต ชานยอลก็สงสารแต่ยังโชคดีที่มีโอกาสแก้ตัว หวังว่าเขาทั้งสองจะได้เจอกันนะ ชาตินี้รักกันไม่ได้ขอให้ชาติหน้าเขาได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข
    ชีวิตจริงก็เช่นกันไม่ว่านานแค่ไหนก็จะรอวันที่คริสยอลได้เจอกันอีกครั้ง
    ไรท์เก่งมาก แต่งเรื่องดีๆแบบนี้มาให้รีดได้อ่านกันอีกนะเป็นกำลังใจให้
    #7023
    0
  23. #7021 lovekrisyeol<3 (@sweet_view) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 12:53
    น้ำตาไหลพราก พี่คริสดีมากๆ ดีแบบอยากจะโกรธชานยอลที่ทำแบบนั้นกับพี่คริสแต่ก็โกรธไม่ลงเพราะสงสารชานยอล สงสารพี่คริสด้วย ถึงจะเป็นอัลไซเมอร์แล้วแต่นาทีสุดท้ายก็ยังคงจำได้แค่ชานยอลคนเดียว ขอบคุณไรท์เตอร์ที่แต่งฟิคดีๆแบบนี้มานะคะ หวังให้พวกเขาเจอกันจริงๆในชีวิตจริงและในฟิคนี้นะ ฮือ
    #7021
    0
  24. #7020 fmr2_i (@fmr2_i) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 12:09
    มีสเปเชี่ยลให้หน่อยสิคะ ฮือออ
    #7020
    0
  25. #7015 for U (@fannyking) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 09:23
    ร้องไห้แต่เช้าเลย เขาจะได้เจอกันอีกไหมนะ 
    #7015
    0