ตอนที่ 209 : [SF] ทาสหทัย บทที่ ๕ หมดดวงใจ (จบ) {Hunhan}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2605
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 274 ครั้ง
    10 ม.ค. 62


 Image result for ดอกปีบ


 

นับจากวันนั้น แม้หลวงสีหนาทจะไม่อนุญาตให้นายสินเข้าใกล้ละออ แต่ก็หาใช่อุปสรรคของสองหนุ่มสาว เพราะทั้งคู่มักนัดกันที่กระท่อมร้างในเวลาสองยามทุกคืนที่มีโอกาสเพื่อพลอดรักอย่างโหยหาก่อนแยกจากไปทางใครทางมันเมื่อใกล้ย่ำรุ่ง ความรู้สึกที่มีให้กันก็ยิ่งทบเท่าทวีคูณ

 

ละออยินยอมมีตราบาปว่าเป็นหญิงใจง่ายหน้าไม่อายไปจนวันตาย ขอแค่เธอได้อยู่กับนายสิน อะไรก็ยอมทั้งนั้น...ต่างคนต่างเสพติดร่างกายของอีกฝ่ายจนถอนตัวไม่ขึ้น สินเองก็ลืมสิ้นทุกสิ่งอย่างที่มารดาเคยร้องขอ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านไปสองเดือนเต็ม

 

คืนนี้ก็เช่นกัน สองหนุ่มสาวชวนกันมานอนเล่นชมจันทร์เต็มดวงสุกสกาวที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ท้ายสวน กลิ่นหอมเย็นอ่อนๆ ของดอกปีบที่ละออชอบฟุ้งขจายไปทั่วอาณาบริเวณ สายลมเอื่อยพัดเย็นสบาย นายทาสหนุ่มเอนกายพิงลำต้นแข็งแกร่งโดยมีศีรษะของละออหนุนอยู่บนแผงอกกำยำ

 

“คุณหนูของกระผม...”

 

เขาจุมพิตลงบนไรผมหอม พลางโอบรัดร่างเล็กๆ เอาไว้อย่างหวงแหน คุณหนูของเรือนตัวอ่อนปวกเปียกอยู่ภายใต้การโอบรัดนั้น เพลานี้หากมีใครสั่งให้เธอตายเพื่อนายสิน...ละออก็คงจะทำ

 

“พี่ชวาลากลับมาจากเมืองนอกแล้ววันนี้”

 

“งั้นหรือขอรับ” เขารับคำ ใจหายวูบไม่ต่างอะไรกับตัวคนพูด

 

“ใช่ พรุ่งนี้พี่เขาจะมาคุยเรื่องหมั้นหมายที่นี่กับพระยาชัยสิงห์” พูดจบก็ปล่อยให้น้ำตาเม็ดโตไหลอาบลงมาตามพวงแก้มนวล นึกท้อแท้น้อยใจในชะตาชีวิตตนเองยิ่งนัก “นายสิน ฉันไม่อยากให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้ ฉันไม่ได้รักพี่ชวาลา ฉันรักเธอ...ได้ยินไหมว่าฉันรักเธอ”

 

“กระผมทราบดี...”

 

“เรา...หนีไปด้วยกันได้ไหม”

 

ทำตาปริบๆ ริมฝีปากเบ้จากการร่ำไห้ราวกับเด็ก ชายหนุ่มถอนหายใจก่อนจุมพิตลงบนหน้าผากของอีกฝ่าย ตอนนี้ความรู้สึกของเขากำลังยุ่งเหยิงอีนุงตุงนังไปเสียหมด และนี่เขากับพี่บุษย์ก็จากแม่มานานเหลือเกิน อีกไม่เท่าไหร่ท่านคงจะเริ่มร้อนใจเรื่องแผนการ แต่ครั้นจะให้ขยี้หัวใจของแม่ละออดังที่ตกลงกันไว้ ร่างสูงกลับมิอาจทำมันได้อีกแล้ว ความดีงามได้ละลายบ่วงแค้นในใจของเขาจนหมดสิ้น

 

สินรักละออไม่ต่างจากที่เธอรักเขา รักจนสุดหัวใจ...

 

แต่จะให้หนีแม่แล้วทิ้งทุกสิ่งไปเสียดื้อๆ เขาก็ทำไม่ได้เช่นกัน

 

“นะ นายสิน หนีกันเถอะ ไปใช้ชีวิตด้วยกันสองคน ฉันจะช่วยนายสินทำงาน...”

 

“กระผมว่ามันไม่ใช่ความคิดที่ดีนักนะขอรับ”

 

“นายสินอยากเห็นฉันตกเป็นของชายอื่นหรือ”

 

“...”

 

“ตอบมาสิ อยากเห็นฉันเป็นเมียพี่ชวาลาหรือ ฉันต้องร่วมหอลงโลงกับชายที่ไม่ใช่นายสิน...ฮึก...คุณพ่อไม่มีวันยอมรับเราสองคนแน่ อย่างไรฉันก็ต้องแต่งงานกับพี่ชวาลา”

 

“โถ่ คุณหนู...”

 

“เราจะทำอย่างไรดี...จะทำอย่างไรดี”

 

ละออซบหน้าปล่อยโฮกับอกอุ่นที่คุ้นเคย ไร้ซึ่งคำตอบจากปากนายทาสผู้ซื่อสัตย์

 

เพราะเขาก็ยังหาคำตอบให้กับโชคชะตาอันน่าเข็ญใจเหล่านี้ไม่ได้เช่นกัน...

 

 

.

 

 

“สวัสดีเจ้าค่ะคุณลุง พี่ชวาลา”

 

วันต่อมา ละออถูกมารดากับบรรดาบ่าวจับผัดหน้าตาเสียดิบดีและสวมใส่ชุดที่สวยที่สุดในตู้ ผ้าสไบสีเลือดนกยิ่งขับให้ผิวของสาวน้อยผ่องแผ้วเปล่งประกายเพื่อต้อนรับการมาเยือนของว่าที่สามีผู้อายุมากกว่าถึงสามปีดีดัก พระยาชัยสิงห์หัวร่ออย่างยินดีขณะยกมือรับไหว้

 

“บ๊ะ ไม่พบกันเสียนาน โตเป็นสาวสวยสะพรั่งแท้แม่ละออเอ๋ย ถึงว่าเหตุใดคนถึงร่ำลือกันนักว่าลูกสาวบ้านนี้งดงามไร้ที่ติ”

 

“ไม่ขนาดนั้นดอกเจ้าค่ะคุณลุง”

 

ละออกล่าวตอบอย่างอ่อนหวาน แม้กายจะอยู่บนเรือนใหญ่ของบิดาแต่ใจตอนนี้ลอยไปถึงเรือนทาสเสียแล้ว ไม่รู้ว่านายสินกำลังทำอะไรอยู่ ทานข้าวทานปลาหรือยังนะ...

 

“ว่าแต่พ่อชวาลาเถอะ ไปอยู่เมืองนอกเมืองนาเสียนาน กลับมาก็หล่อเหลาจนจำไม่ได้พอกัน” หลวงสีหนาทเอ่ยชมบุตรเขยกลับบ้างพลางหันมองภรรยาที่มีท่าทีพึงพอใจไม่ต่าง ก่อนทั้งสี่จะหัวเราะร่ากันอย่างมีความสุขยกเว้นละออที่ทำได้เพียงส่งยิ้มฝืนๆ ต่อไปเท่านั้น

 

ชวาลาในตอนนี้อายุราวยี่สิบปี เรือนกายผอมสูง ผิวขาวสะอาดเช่นลูกผู้ดี จมูกโด่งเป็นสันรับกับดวงตาดำขลับและริมฝีปากได้รูป หากเป็นสตรีคนอื่นคงดีใจจนเนื้อเต้นที่จะได้ชายรูปงามผู้มียศฐาบรรดาศักดิ์และทรัพย์สมบัติมากมายเช่นนี้เป็นคู่ครอง

 

“ว่าแต่ท่านอยากให้เด็กทั้งสองหมั้นหมายกันเมื่อใดดีเล่า” หลวงสีหนาทเริ่มต้นธุระอย่างไม่มีการบ่ายเบี่ยง

 

“เร็วที่สุดเห็นจะดี ข้าอยากอุ้มหลานไวๆ เสียแล้ว”

 

“ข้ากับแม่ดาหลาเองก็เช่นกัน...ถ้าเช่นนั้นเรารีบมาวางแผนพิธีหมั้นหมายกันให้เรียบร้อยเถิด” เขากระแอมก่อนหันไปสะกิดบุตรสาว “แม่ละออ พาพี่เขาไปเดินเล่นชมเรือนเสียหน่อยซีลูก ผู้ใหญ่เขาจะคุยกันมานั่งจับเจ่าแบบนี้คงเบื่อแย่ ประเดี๋ยวสำรับพร้อมพ่อจะให้บ่าวไปตาม”

 

“เจ้าค่ะคุณพ่อ”

 

หญิงสาวเดินนำว่าที่คู่หมั้นลงจากเรือนไปอย่างเชื่อฟัง น่าแปลกที่เมื่อครั้นยังเด็กทั้งคู่ก็สนิทสนมรักใคร่กันดี ถึงขั้นที่ละออเอ่ยปากว่าอยากให้ชวาลามาเป็นพี่ชายของเธอ แต่พอมาเจอกันอีกครั้งในคราวนี้ต่างฝ่ายกลับไม่รู้จะพูดอะไร ได้แต่ปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบงำขณะเดินเลียบลำธารไปเรื่อยๆ

 

“น้องสบายดีหรือ” สุดท้ายชายหนุ่มก็เป็นฝ่ายเปิดปากก่อนเพื่อทำลายบรรยากาศอันน่าอึดอัด ละออสะดุ้งเล็กน้อยแล้วจึงหันไปยิ้มให้

 

“สบายดีเจ้าค่ะ”

 

“เห็นลำธารนี่แล้วนึกถึงสมัยเด็กนะ ตอนนั้นน้องชอบอ้อนให้พี่พายเรือพาไปเก็บบัวเป็นประจำ แถมยังขอให้สอนว่ายน้ำอีกทั้งที่คุณป้าทัดทานนักหนา แก่นแก้วไม่มีใครเกิน”

 

“คิก...แต่คุณพี่ก็ยอมสอนน้องมิใช่รึเจ้าคะ”

 

“ไหนจะต้นมะม่วงนั่นอีก น้องชอบกินมะม่วงน้ำปลาหวานมาก เดือดร้อนพี่ต้องปีนขึ้นไปสู้กับมดแดงอยู่เรื่อย จะให้บ่าวเก็บให้ก็ไม่ยอม ต้องพี่เก็บเท่านั้น”

 

การหยิบเรื่องสนุกๆ ในอดีตมาพูดคุยค่อยทำให้ละออผ่อนคลายขึ้นได้บ้าง ถึงกระนั้นก็มิอาจปกปิดความเศร้าในแววตาได้...ชวาลาเดินทางมาหลายประเทศ พบเจอผู้คนต่างชาติต่างภาษามากมายจนการอ่านความรู้สึกคนกลายเป็นทักษะอย่างหนึ่งที่ชายหนุ่มมีติดตัว

 

“ละออ”

 

“เจ้าคะ”

 

“น้องมิอยากหมั้นกับพี่ใช่หรือไม่”

 

“ป...เปล่านะเจ้าคะ”

 

“อย่าโกหกพี่เลย ละออเอ๋ย ตั้งแต่พี่ย่างกรายเข้ามาในเรือนน้องมองหน้าพี่ไม่ถึงสิบครั้งเสียด้วยซ้ำ พี่รู้ว่าใจน้องกำลังคิดถึงสิ่งอื่น”

 

กล่าวตรงๆ ไร้ซึ่งการอ้อมค้อม แม้ความจริงจะรู้สึกพึงใจหญิงสาวตั้งแต่แรกพบสบตา ทว่าอากัปกิริยาตอบรับของหล่อนก็ทำให้ชวาลารู้ได้ทันทีว่าต่อให้แต่งงานกันไปละออก็จะเป็นเมียเขาแค่เพียงกาย หาได้หัวใจดวงน้อยนั้นมาครอบครองด้วยไม่

 

ช่วงที่เขาจากเมืองไปร่ำเรียนเสียหลายปี...คงมีชายใดมาฉุดแม่ตัวน้อยตกหลุมรักเสียละกระมัง

 

“น้อง...น้องขอโทษ”

 

“...”

 

“น้องมีคนรักอยู่แล้วเจ้าค่ะ หากคุณพ่อคุณแม่รู้คงเป็นเรื่องใหญ่จึงไม่เคยบอกใครเลย” เธอก้มหน้าอย่างละอายใจตนเองถึงที่สุด “คุณพี่อย่าบอกใครเลยนะเจ้าคะ ขอร้อง...น้องรู้ว่าน้องมิควรปฏิบัติตนเช่นนี้ แต่น้องรักเขามากเหลือเกิน รักจนไม่อาจรักใครได้อีกแล้ว”

 

“อย่าได้กังวล พี่ไม่บอกใครดอก และจงจำไว้...ว่าพี่ยังคงเป็นพี่ที่เข้าใจน้องเสมอ”

 

เขาระบายยิ้มบาง พยายามฝืนกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้ภายในขณะดึงร่างแน่งน้อยเข้ามากอดปลอบ ไออุ่นที่ได้รับจากอีกฝ่ายทำให้ละออรู้สึกสบายใจขึ้นอย่างน่าประหลาด แต่ยังไม่ทันไรก็ต้องผละออกมาเพราะรู้สึกคลื่นไส้กระทันหันจนต้องรีบวิ่งไปยังพงหญ้าบริเวณนั้น

 

“อุก...อุแหวะ!

 

“แม่ละออ!

 

ชวาลาร้องเสียงหลงด้วยความตกใจขณะตามไปลูบหลังให้หญิงสาวที่กำลังคุกเข่าอาเจียนออกมาจนหมดไส้หมดพุง ดวงหน้าหวานซีดเผือดไร้สีเลือดเช่นเดียวกับริมฝีปาก เหงื่อไหลผุดเต็มขมับ...หญิงสาวกล่าวขอบคุณเบาๆ พลางรับผ้าผืนเล็กจากอีกฝ่ายมาเช็ดปาก

 

“ไปกินอะไรผิดสำแดงมาหรือ ท่าทางดูไม่ค่อยดีเลย”

 

“ก็ไม่นะเจ้าคะ ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นอะไร แต่น้องคลื่นไส้มาตั้งแต่สองสามวันก่อน...”

 

เสียงหวานขาดห้วงเมื่อนึกบางอย่างเกี่ยวกับร่างกายของตนเองขึ้นมาได้ ชวาลาเห็นสีหน้าอีกฝ่ายซีดหนักยิ่งกว่าเก่าก็ยิ่งเป็นห่วงจัด

 

“ถ้าเช่นนั้นลองไปตรวจดูเสียหน่อยดีหรือไม่ พี่พอมีเพื่อนเป็นหมออยู่บ้าง”

 

“ม...ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”

 

“แต่น้องอาจป่วย...”

 

“น้องสบายดีเจ้าค่ะ คุณพี่อย่ากังวลเลย”

 

ละออยืนยันเสียงแข็งแม้ใจตอนนี้จะร้อนรุ่มดั่งไฟเผา ความวิตกกังวลเหล่านั้นคงฉายชัดมากทางสีหน้า ชายหนุ่มจึงเผลอหลุดปากโพล่งถามออกมาด้วยความลืมตัวทั้งที่มันเป็นเพียงการสันนิษฐาน เขารู้ว่าการที่ใครจะอาเจียนหลายวันติดต่อกันมีอยู่ไม่กี่สาเหตุเท่านั้น...

 

“แม่ละออ”

 

“เจ้าคะ?”

 

“ระดูน้อง...ไม่มานานแล้วใช่หรือไม่”

 

!!!!

 

 

.

 

 

 

“คุณหนูท้องจริงหรือขอรับ!

 

“ใช่ ฉันอาเจียนมาหลายวันแล้ว ระดูก็หายไปไม่มาตามปกติเหมือนทุกที”

 

นายทาสหนุ่มลมแทบจับ ทั้งดีใจระคนตกใจปะปนกันไปหมดจนไม่รู้ว่าควรรู้สึกเช่นไรก่อนเมื่อละออนำความมาบอกในตอนกลางดึกของคืนวันหนึ่งที่ทั้งคู่นัดพบปะกันตามปกติ เขากอดจูบเมียคนสวยอย่างรักใคร่ ฝ่ามือสั่นเทาก็ลูบหน้าท้องของหญิงสาวไปด้วย

 

นี่เรา...กำลังจะเป็นพ่อคน...

 

“แบบนี้จะให้ฉันมีหน้าไปหมั้นกับพี่ชวาลาได้อย่างไร แต่งานก็จะจัดขึ้นอาทิตย์หน้าแล้ว” ละออยังคงวิตกกังวล แน่นอนว่าเธอรักลูก แต่แค่คาดไม่ถึงว่าเจ้าหนูน้อยจะเลือกมาเกิดในช่วงเวลาอันตรายเช่นนี้ เกิดมาโดยที่สถานะความสัมพันธ์ของเธอกับทาสหนุ่มยังคงต้องปิดเป็นความลับ

 

“อย่าเพิ่งกังวลมากเลยขอรับคุณหนู ประเดี๋ยวจะส่งผลต่อลูกในท้อง กระผมจะไปสารภาพทุกอย่างกับคุณหลวงและคุณหญิงเอง”

 

“ไม่ได้นะ!!!!!

 

ละออปรามเสียงหลง หวาดกลัวเหลือเกินว่าอีกคนจะทำตามที่พูด เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นจริงมีหวังหลวงสีหนาทได้ลงหวายจนนายสินขาดใจตายอย่างแน่นอน คุณพ่อไม่มีทางยอมให้เธอได้ตบแต่งกับทาสชั้นต่ำทั้งยังมีชนักติดหลังว่าเคยขโมยของในเรือนเด็ดขาด ให้ฟ้าดินสลายยังจะมีความเป็นไปได้มากกว่า

 

“ขืนไปบอกคงมีแต่ตายกับตาย คิดว่าคุณพ่อจะมีวันยอมให้เราสองคนแต่งงานกันหรือ!

 

“แต่คุณหนูขอรับ...”

 

“ฉันอยากไปจากที่นี่ นายสินพาฉันไปจากที่นี่เถิดนะ”

 

หญิงสาวร่ำไห้จนเสียงแหบแห้งอยู่ในอ้อมกอดแข็งแกร่ง เธอไม่มีทางยอมเข้าหอกับชวาลาทั้งที่ยังมีลูกของนายสินในท้องแน่ แต่จะให้ทำแท้งก็หาใช่ความคิดที่สู้ดีนัก เด็กคนนี้ไม่ได้ทำอะไรผิด...เพราะฉะนั้นการหนีไปให้พ้นจากเรือนเสียคงเป็นทางออกสุดท้าย

 

จะว่าเธอเป็นลูกอกตัญญูก็ได้ แต่ละออรู้จักนิสัยบิดาบุญธรรมลึกซึ้งกว่าใคร หากหลวงสีหนาทพูดว่าจะฆ่านายสินให้ตายคามือราวกับมดปลวกตัวหนึ่ง แน่นอนว่าเขาสามารถทำได้โดยที่ไม่ต้องสนใจความรู้สึกของเธอแม้แต่น้อย เพราะฉะนั้นความหวังที่จะให้อีกฝ่ายยอมรับจึงริบหรี่เสียยิ่งกว่าริบหรี่

 

“หากคุณพ่อล่วงรู้เข้าท่านคงไม่ยอมให้ลูกที่เกิดกับนายสินลืมตาดูโลกเป็นแน่ ฉันกลัว คุณพ่อทำได้ทุกอย่างนั่นล่ะนายสิน ฉันอยู่กับท่านมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ฉันรู้ดี”

 

“...”

 

“เราไปจากที่นี่กันเถิด...ขอร้องล่ะ...”

 

ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ อันที่จริงตอนนี้ก็ถือว่าทำตามคำขอของมารดาสำเร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุณหนูละออหลงรักเขาจนยอมมอบให้ทั้งตัวและหัวใจ อีกทั้งยังตั้งครรภ์สมความต้องการ สิ่งที่ควรทำคือบอกพี่บุษย์แล้วพากันขโมยสมบัติหนีไปเสียโดยไม่หวนกลับมาอีก

 

แต่สินมิอาจทำได้ลง...

 

เขารักลูก รักละออ ผู้หญิงที่ยืนหยัดเคียงข้างในวันที่ไม่มีใครเชื่อมั่นในตัวเขา ผู้หญิงที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่โดยไม่สนฐานันดร ผู้หญิงที่ยอมเสี่ยงเอายามารักษาถึงที่คุมขังในวันที่เจ็บเจียนตาย เจ้าของรอยยิ้มและเสียงหวานซึ่งคอยปลอบโยนเสมอ หากเลือกทิ้งลูกเมียไปจริงสินคงอภัยให้ตนเองไม่ได้ชั่วชีวิต

 

“คืนนี้คุณหนูกลับไปพักผ่อนก่อนนะขอรับ กระผมขอเวลาวางแผนสักคืน แล้วพรุ่งนี้เราค่อยตกลงกันว่าจะทำอย่างไรดี”

 

ละออเงยหน้าขึ้นอย่างมีความหวัง

 

“ฮึก...ได้สิ...แต่นายสินอย่าทิ้งฉันกับลูกไปไหนนะ...ฉันไม่เหลือใครแล้ว”

 

“ขอรับ กระผมจะไม่ทิ้งคุณหนูกับลูกไปไหน เราต้องได้ใช้ชีวิตด้วยกันฉันท์ผัวเมีย ช่วยกันเลี้ยงไอ้หนูนี่จนเติบใหญ่ กระผมขอสัญญาด้วยชีวิต”

 

สินบีบมือเล็กเบาๆ น้ำตาลูกผู้ชายเอ่อคลอเบ้า

 

อนาคตข้างหน้าเป็นเช่นไรมิอาจรู้ได้ แต่เขาจะไม่มีวันทอดทิ้งละออกับลูกอย่างแน่นอน

 

ไม่นานละออก็ขอตัวกลับ เหลือเพียงตัวเขาที่ยืนมองแผ่นหลังเมียรักไปจนลับตา ฝ่ามือใหญ่กำเข้าหากันแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน ขอบตาร้อนผ่าวราวถูกเหล็กร้อนนาบ เหตุใดโชคชะตาจึงเล่นตลกกับไอ้สินคนนี้ได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฝั่งหนึ่งก็แม่ ฝั่งหนึ่งก็ลูกเมีย และเขารักทั้งสองไม่แพ้กันเลย...

 

“ไอ้สิน เอ็งทำสำเร็จแล้ว!!

 

“พ...พี่บุษย์!

 

ร่างสูงสั่นสะท้านเมื่อหันไปเห็นพี่ชายที่จู่ๆ ก็เดินออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ บุษย์พุ่งเข้าโผกอดคนเป็นน้องด้วยสีหน้าตื่นเต้น เขามาแอบยืนฟังสักพักจนรู้ว่าละออตั้งท้องเป็นที่เรียบร้อย นั่นหมายความว่าแผนการทุกสิ่งอย่างจบสิ้นลงแล้ว ทีนี้ทั้งคู่จะได้กลับไปใช้ชีวิตกับแม่เสียที

 

“ข้าได้ยินหมดทุกอย่าง คุณหนูละออท้องกับเอ็ง แถมยังรักเอ็งหัวปักหัวปำตามที่แม่ต้องการ ถ้าแม่รู้คงดีใจมาก เอ็งทำได้แล้วนะไอ้สิน เอ็งทำได้!

 

“...”

 

“คอยดูเถิด วันพรุ่ง...ไม่สิ ข้าจะไปบอกข่าวกับแม่คืนนี้เทียว เราจะได้ออกไปจากเรือนไอ้คุณหลวงเวรตะไลนี่เสียที เกลียดขี้หน้ามันนัก สมควรแล้วที่จักต้องโดนดีเช่นนี้ รับรองชาวบ้านคงได้ลือสะพัดไปยันเมืองข้างๆ ว่าลูกสาวคุณหลวงสูงศักดิ์ท้องไม่มีพ่อ หึ!

 

“เดี๋ยว!!!!!

 

สินฉุดแขนพี่ชายเอาไว้อย่างแรงจนอีกฝ่ายแทบปลิว บุษย์กำลังจะอ้าปากสบถด้วยความหงุดหงิดหากก็ต้อชะงักเมื่อเห็นว่าร่างสูงกำลังคุกเข่าลงตรงหน้าตนเอง ดวงตาแดงก่ำอย่างน่าเวทนา ริมฝีปากก็สั่นเทาจนเสียงที่เปล่งออกมาฟังแทบไม่ได้ศัพท์

 

“พี่...ข้าขอร้อง...”

 

“ขอร้องอะไรของเอ็ง”

 

“ข้าทิ้งคุณหนูกับลูกไปไม่ได้ พี่บุษย์...”

 

“...”

 

“ข้ารักคุณหนู”

 

บุษย์ถึงกับอ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออกไปอีกพักใหญ่ กว่าจะรวบรวมสติกลับมาได้ก็กินเวลาเสียหลายนาที “อ...เอ็ง...เอ็งว่าอะไรนะไอ้สิน...”

 

“พี่ก็เห็นมิใช่หรือว่าคุณหนูดีกับข้าเหลือเกิน ไม่เหมือนกับคนอื่นๆ ในเรือนแม้สักนิด ตอนที่โดนโบยเรื่องกำไลก็มีแค่คุณหนูกับพี่ที่เชื่อว่าข้าไม่ได้ทำ และถ้าไม่ได้ยาจากคุณหนูข้าคงตายไปแล้ว” ขอบตาของสินแดงก่ำ สองมือถูกยกขึ้นประนมไว้กลางอก “ข้าขอร้องในฐานะน้องชายเถิด ข้าทิ้งคุณหนูกับลูกไม่ได้ ยังไงก็ทำไม่ได้”

 

“แต่แม่...”

 

“ข้ารู้ว่าแม่คงผิดหวังในตัวข้า แต่คุณหนูเองก็มีพระคุณต่อข้ามาก พี่...ข้าจะทำอย่างไรดี”

 

คนเป็นพี่ถึงกับแข้งขาอ่อน ไม่นึกว่าเหตุการณ์ทุกอย่างจะพลิกผันได้ถึงเพียงนี้ จากทีแรกที่ตั้งใจว่าแค่ทำคุณหนูท้องแล้วหนีไปกลับกลายว่าน้องชายของเขาเกิดหลงรักคุณหนูเข้าเสียแทน และดูจากน้ำตาลูกผู้ชายที่กำลังไหลพรั่งพรู สินคงไม่ได้โกหกเป็นแน่แท้

 

“ใจเย็นก่อนนะไอ้สิน”

 

“ฮึก...พี่บุษย์...ข้าล้างแค้นให้แม่ไม่ได้...ทั้งที่ทุกอย่างมาถึงขนาดนี้แล้วแท้ๆ”

 

“มันหาใช่ความผิดของเอ็งไม่ ข้าเข้าใจเอ็งดีหนา”

 

ตกใจไม่น้อยเพราะร้อยวันพันปีแทบไม่เคยเห็นไอ้น้องชายตัวดีเสียน้ำตาสักนิด และพอมาคิดดูอีกทีก็จริงดังมันว่า ละออเป็นสตรีที่งดงามทั้งกายใจโดยแท้ หากแต่ที่ผ่านมาบุษย์ปล่อยให้คำว่าความแค้นของแม่ครอบงำโดยตลอด จึงไม่เคยนึกคิดถึงข้อนี้...และไม่เคยคิดว่าน้องชายจะรักละออเข้าจริงๆ

 

“ข้าต้องพาคุณหนูหนีไปก่อนวันหมั้นหมาย มิฉะนั้นหลวงสีหนาทต้องเอาข้าถึงตายเป็นแน่ เผลอๆ อาจอันตรายถึงลูกของข้าด้วย”

 

“โถ่ถัง ไอ้สินเอ๊ย...”

 

“ฝากพี่ดูแลและขอโทษแม่แทนข้าที ไว้อะไรๆ เข้าที่เข้าทางเมื่อไหร่ข้าจะกลับมาหาทุกคนแน่นอน”

 

สองพี่น้องสนทนากันไปเรื่อยโดยหารู้ไม่ว่าบริเวณนั้นไม่ได้มีเพียงพวกตน...แต่กลับมีชายในชุดคลุมท่าทางลึกลับสองสามคนยืนหลบอยู่หลังพงไม้รกทึบและได้ยินทุกสิ่งอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง หนึ่งในนั้นเอ่ยถามคนที่ดูท่าจะเป็นหัวหน้าทันทีเมื่อบุษย์กับสินพากันกลับไปพักผ่อนที่เรือนเรียบร้อย

 

“เอาอย่างไรต่อดีขอรับ คุณสาลี่

 

หญิงกลางคนเลิกผ้าคลุมหน้าออก น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความโกรธขึ้งถึงที่สุด อุตส่าห์สู้บุกลับๆ ล่อๆ มาถึงนี่เพราะนึกห่วงทั้งคู่รวมทั้งอยากรู้ว่าแผนการไปถึงไหนแล้ว ไม่คิดไม่ฝันว่าบุตรชายแท้ๆ จะกล้าหักหลังถึงเพียงนี้ ทั้งที่มันก็รู้ว่าในอดีตแม่คนนี้เคยเจ็บปวดเพียงใด...โดดเดี่ยวมากแค่ไหน เธอไม่มีทางยอมให้ละออหนีหายไปมีความสุขกับบุตรชายของตนเองเป็นอันขาด!

 

“เกณฑ์กำลังคนมา”

 

“ขอรับ?”

 

“กูจักฆ่าล้างโคตรไอ้หลวงสีหนาทเสียให้สิ้นซาก!!!

 

.

.

.

 

 

“ไฟไหม้!!! ไฟไหม้!!!!!

 

 

เสียงโหวกเหวยโวยวายดังลั่นจนสินที่กำลังนอนหลับพักผ่อนสะดุ้งสุดตัว พลันไอโขลกออกมาจนแสบคอเพราะควันไฟดำมืดที่รายล้อมอยู่รอบด้านพร้อมความร้อนจัดคล้ายผิวหนังจะละลาย เมื่อได้สติจึงพบว่าเรือนทาสของตนในตอนนี้เต็มไปด้วยเปลวไฟโหมกระหน่ำ

 

ไฟไหม้งั้นหรือ?

 

“ไอ้สิน! เอ็งจักนอนโง่อยู่อีกนานไหม ประเดี๋ยวก็ได้ตายห่าหรอก!!!

 

“พี่บุษย์...นี่มันเกิดอะไรขึ้น”

 

สติสัมปชัญญะของชายหนุ่มยังไม่กลับมาเต็มร้อยขณะถูกพี่ชายลากลู่ถูกังออกมาจากเรือนที่ไฟเริ่มลามไปถึง ท่าทีของคนเป็นพี่ดูลำบากใจเหลือหลาย

 

“ตอบฉันสิพี่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น!

 

“แม่...แม่พาพวกลูกน้องมา...ตั้งใจจะฆ่าล้างโคตรไอ้คุณหลวง” เสียงของบุษย์สั่นเทา “แม่รู้ทุกอย่างหมดแล้ว รู้เพราะได้ยินที่เราคุยกันตอนนั้น รู้ว่าเอ็งกับคุณหนู...”

 

“...”

 

“แม่บ้าไปแล้ว ข้าไม่รู้จะทำอย่างไรดี”

 

“คุณหนู!!! คุณหนูละออ!!!!!!

 

สินใจหายวาบเมื่อเพิ่งหันไปเห็นว่าเรือนของละออเองก็กำลังถูกไฟไหม้เช่นกัน เขาสาวเท้าออกวิ่งโดยไม่สนพี่ชายที่ร้องเรียกตามหลัง แต่ยังไม่ทันได้ขึ้นไปบนเรือนกลับถูกชายสองคนวิ่งมากอดแขนไว้คนละข้าง เห็นหน้าก็จำได้ทันทีว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มโจรลูกน้องของบิดาบุญธรรม

 

“น้าคำ น้าม่วง ปล่อยข้า...ข้าจะไปช่วยลูกเมียข้า!!!

 

“ไม่ได้ คุณสาลี่สั่งห้ามเอ็งขึ้นไปบนเรือนหลังนี้!

 

“ปัดโธ่เว้ย!!! กูบอกให้ปล่อยอย่างไรเล่า!!!!

 

สินแผดเสียงคำรามลั่นด้วยความโมโห ก่อนใช้กำลังวังชาทั้งหมดที่มีสะบัดนายคำและนายม่วงจนกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง แม้เปลวเพลิงจะลุกโหมกระหน่ำเพียงไรก็หาได้หวาดกลัวไม่ สิ่งเดียวที่กลัวตอนนี้คือละออกับลูกจะเป็นอันตราย

 

“คุณหนูขอรับ คุณหนู คุณหนูอยู่ที่ไหน!!!

 

“น...นายสิน...แค่ก!!

 

“คุณหนู!!!

 

ภาพละออที่กำลังทรุดตัวไอโขลกอยู่ในห้องนอนทำเอาสินแทบสิ้นสติ เขาฝืนทนฝ่าความร้อนเข้าไปอุ้มเมียรักออกมาทันที เคราะห์ดีเรือนนี้ไฟยังไม่ลามมากเท่าไรนัก...หากนั่นก็เกือบทำให้ละออสำลักควันไฟจนหมดลมหายใจได้แล้วหากชายคนรักไม่มาช่วยเสียก่อน

 

“นายสิน...มันเกิดอะไรขึ้น”

 

“อย่าเพิ่งถามเลยขอรับ ตอนนี้เราสองคนต้องรีบไปจากที่นี่ก่อน”

 

เขาอุ้มร่างเล็กลงจากเรือนอย่างทุลักทุเล สภาพสะบักสะบอมด้วยกันทั้งสองผัวเมีย ตอนนี้ทั่วทั้งอาณาบริเวณเรือนของหลวงสีหนาทมีสภาพไม่ต่างจากขุมนรก กระทั่งเรือนทาสก็ยังพลอยฟ้าพลอยฝนไปด้วย...ละออถึงกับปล่อยโฮลั่นเมื่อเห็นว่าเรือนของบิดามารดานั้นได้ถูกเปลวเพลิงกัดกินจนสิ้นแล้ว

 

“ฮือออ...คุณพ่อคุณแม่!!!

 

“คุณหนู! ทำใจดีๆ เอาไว้ก่อนนะขอรับ...” สินพยุงร่างเล็กที่เกือบจะเป็นลมล้มพับเอาไว้ได้ทัน จนถึงตอนนี้ละออก็ยังอยากให้ทุกอย่างเป็นเพียงความฝันยามหลับเท่านั้น แต่อนิจจา...โชคชะตาไม่เข้าข้างเอาเสียเลย

 

“นายสินไปช่วยพ่อแม่ฉันที อย่าให้พวกท่านเป็นอะไรไปนะ ขอร้อง...”

 

“ไม่จำเป็นดอก เพราะพ่อแม่ของเธอไปสวรรค์ ไม่สิ ไปลงนรกกันหมดแล้ว สาสมกับที่พวกมันเคยก่อกรรมทำเข็ญกับฉันไว้ยังไงล่ะแม่ละออ!!!

 

สาลี่ปรากฎตัวขึ้นตรงหน้าสองผัวเมีย สีหน้าเหี้ยมเกรียมจนสินยังคาดไม่ถึงว่าคนตรงหน้าจะเป็นมารดาจริงๆ ละออร่ำไห้จนแสบไปทั้งลำคอเมื่อได้ยินเช่นนั้น...แม้หลวงสีหนาทกับคุณหญิงดาหลาจะเคี่ยวเข็ญหนักจนเธอไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตของตนเอง แต่ความผูกพันในฐานะลูกบุตรธรรมย่อมต้องมีบ้างเป็นเรื่องธรรมดา

 

“พวกท่าน...ต...ตายแล้วงั้นหรือ”

 

“ตายไม่ตาย ฉันก็เป็นคนเห็นศพตอตะโกของพวกมันกับตา”

 

“คุณเป็นใคร ฮึก ทำไมต้องมาฆ่าแกงกันแบบนี้!!! ครอบครัวฉันไปทำอะไรให้คุณ!!!

 

“ฉันเป็นเมียทาสของพ่อเธอ เมียทาสที่พ่อเธอไม่เคยเหลียวแลอย่างไรเล่า!” นางตะเบ็งลั่น “แล้วก็เป็นยายของลูกในท้องเธอด้วย แค่นี้ชัดเจนพอรึไม่!!

 

ละออเบิกตาโพลง

 

“ฉันเป็นแม่ของไอ้สิน!!! เมื่อสิบกว่าปีก่อนคุณหลวงไล่ตะเพิดเราสองแม่ลูกออกจากเรือน ทั้งที่ไอ้สินป่วยจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด หลวงสีหนาทลืมฉันจนหมดสิ้นตั้งแต่แต่งคุณหญิงดาหลาเข้าบ้าน เธอไม่รู้ดอกว่าฉันเจ็บปวดเพียงไรแม่ละออ เธอไม่เคยรู้!!!

 

“แม่ ฉันขอร้องล่ะพอเถิด มันชักจะไปกันใหญ่แล้ว!!!

 

สินตะโกนเตือนสติมารดาแต่นั่นกลับยิ่งทำให้เจ้าตัวคลุ้มคลั่งหนัก หาได้ตระหนักสักนิดว่าละออไม่มีความข้องเกี่ยวใดกับความแค้นในอดีตแม้แต่น้อย หลวงสีหนาทเพิ่งรับเด็กสาวมาเลี้ยงหลังจากที่ตัวเธอเองไม่ได้อยู่ในเรือนแล้วด้วยซ้ำ ทว่าความเคียดแค้นชิงชังกลับบังตาจนลืมคำว่าผิดชอบชั่วดีเสียหมดสิ้น

 

“ฉันส่งไอ้สินให้มาล่อลวงเธอ แต่พอเธอติดกับยอมเสียตัวจนท้องเข้าจริงๆ มันกลับเลือกจะเนรคุณฉันแล้วพาเธอหนีไปแทน หึ งามหน้าดีไหมเล่า”

 

“แม่!!! ฉันบอกให้พอ!!!!

 

สินเชื่อแล้วที่บุษย์บอกว่ามารดากำลังคลุ้มคลั่งเสียสติ ละออหันมองดวงหน้าคมสันทั้งน้ำตาอาบแก้ม ชายหนุ่มรู้ได้ทันทีว่าใจของอีกฝ่ายกำลังคิดสิ่งใดอยู่ เขาจุมพิตเบาๆ ลงบนริมฝีปากแห้งผากพร้อมทั้งจับจ้องเข้าไปในดวงตากวางสุกสกาว

 

“แม่ให้กระผมมาหลอกคุณหนูจริง แต่ความรู้สึกที่กระผมมีต่อคุณหนูหาใช่เรื่องหลอกเล่นไม่ กระผมรักคุณหนูกับลูกจริง จะเชื่อกระผมอีกสักครั้งได้หรือไม่ขอรับ”

 

“ฮ...ฮึก...นายสิน...”

 

“หากยังเห็นข้าเป็นแม่ก็ถอยห่างมาจากผู้หญิงคนนั้นซะ”

 

ปืนพกกระบอกเล็กถูกยกขึ้นขู่ แต่สินยังเอาแต่ยืนนิ่งกอดรัดเมียรักอยู่แบบนั้นอย่างไม่เกรงกลัว ยอมตายเสียดีกว่าจะให้แม่ทำอันใดกับละออและลูกในท้อง เขาเคยสาบานต่อหน้าพระสงฆ์องค์เจ้าว่าจะรักและดูแลละออไปตลอดชีวิต...ก็ต้องทำเช่นนั้นให้ได้

 

“ไอ้สิน เอ็งหูหนวกรึอย่างไร!!!

 

“ข้าเห็นแม่เป็นแม่เสมอ แต่ข้าก็ทิ้งลูกเมียไม่ได้เช่นกัน”

 

“ไอ้สิน!!!

 

“หากแม่จะทำอะไรละออ...ต้องข้ามศพข้าไปก่อน”

 

คำตอบที่ได้รับทำให้โกรธจนตัวสั่น เนื่องด้วยสินเคยเป็นลูกที่รักแม่ยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด นอกจากเดือนดาวแล้วไม่ว่าต้องการอะไรลูกชายย่อมหามาให้ได้เสมอ หากแต่คนตระกูลนี้ก็กำลังจะทำให้สาลี่ต้องโดดเดี่ยวอีกครั้ง เหมือนดังที่หลวงสีหนาทกระทำกับเธอในอดีต

 

“ได้...ไอ้สิน...เอ็งจะเล่นแง่กับข้าแบบนี้ใช่ไหม” นางฝืนกลั้นน้ำตาเอาไว้ขณะหันไปเอ่ยปากสั่ง “พวกมึงจับลูกข้ากับนังผู้หญิงนี่แยกออกจากกันเสีย!!!

 

“นายสิน...ไม่นะ...นายสิน!!!

 

“คุณหนู!!!

 

เหมือนดวงใจถูกพรากไปด้วยเมื่อร่างของเมียรักหลุดจากอ้อมกอด ฝ่ามือของสาลี่ยังกำปืนแน่น คำวิงวอนของบุตรชายไม่ต่างอะไรจากการผลักเธอเข้าไปในกองเพลิง

 

“คุณหนูละออไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ หากแม่เคียดแค้นนักก็มาลงที่ฉันแทนเถิด”

 

“เอ็งรักมันมากกว่าแม่แล้วใช่ไหม รักมันมากกว่าแม่อีกหรือ!!!

 

“ฉันมิได้รักคุณหนูไปมากกว่าแม่เลย แต่การที่แม่ทำแบบนี้มันผิด เลิกจองเวรจองกรรมเสียเถิด หลวงสีหนาทกับคุณหญิงก็ตายแล้วแม่ยังต้องการทำบาปไปถึงไหน แลต่อให้แม่ฆ่าฉันให้ตาย ฉันก็จะรักคุณหนูไปตลอดจนกว่าชีวิตจะหาไม่!!!!

 

“ไอ้สิน!!! ไอ้ลูกทรพี!!!!

 

 ฟางเส้นสุดท้ายของสาลี่ขาดผึง ทว่าอาวุธร้ายในมือไวกว่าความคิดมากนัก รู้ตัวอีกทีก็เกิดเสียงดังปังจนทุกคนในที่นั้นต่างพากันสะดุ้งเฮือกรวมทั้งสิน เมื่อรวบรวมสติเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งหัวใจของชายหนุ่มก็หล่นวูบไปอยู่ตาตุ่ม ภาวนาให้สิ่งที่เห็นตรงหน้าเป็นเพียงภาพลวงตา...

 

ร่างของละออนอนหายใจรวยริน เลือดส่วนหนึ่งไหลจากริมฝีปากต่างน้ำตก อีกส่วนซึมขยายเป็นวงกว้างบริเวณหน้าท้อง บุษย์กับเดือนที่เพิ่งวิ่งตามมาเห็นเหตุการณ์แทบสะดุดล้มหน้าคว่ำ บ่าวคนสนิทร้องกรี๊ดลั่นเมื่อเห็นคุณหนูของตนตกอยู่ในสภาพกึ่งเป็นกึ่งตาย

 

“แม่! แม่ทำอะไรลงไป!” บุษย์ตะคอกใส่มารดาที่ยังมีสีหน้าตื่นตระหนกผิดกับคราวแรก

 

“ข...ข้า...”

 

อาวุธสังหารหลุดร่วงจากมืออันไร้เรี่ยวแรง เธอไม่ได้ตั้งใจจะยิงละออสักนิดแต่นิ้วมันกลับง้างไกเองโดยไม่ทันตั้งตัว สินสะบัดแขนจนหลุดจากการเกาะกุมแล้วตะเกียกตะกายคลานไปโอบร่างเมียรักเอาไว้ ปากก็พร่ำร้องเรียกชื่อหญิงสาวซ้ำไปซ้ำมาราวกับคนบ้าเสียสติ

 

“คุณหนูขอรับ...คุณหนูละออ...คุณหนูละออ...”

 

“นายสิน...”

 

“แข็งใจไว้ก่อนนะขอรับ กระผมจะพาคุณหนูกับลูกไปหาหมอ อย่าเพิ่งทิ้งกระผมไปนะขอรับ...”

 

“นายสิน...จำได้ไหม...แค่ก!...ฉันเคยบอกเธอว่าอย่างไร...” ละออพยายามฝืนยิ้มแม้จะชาหนึบไปทั้งร่างกาย ฝ่ามือสั่นเทาข้างหนึ่งยกขึ้นลูบแก้มสามี สินพยักหน้ารับทั้งน้ำตา ให้ตายก็ไม่มีทางลืมทุกประโยคที่อีกฝ่ายพูด ทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกความทรงจำเขาเก็บมันเอาไว้ในใจเสมอมา

 

 

จำคำฉันเอาไว้นะนายสิน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น...”

 

จำเอาไว้ว่าฉันรักเธอมากที่สุด”

 

 

“คุณหนูขอรับ อย่าทิ้งกระผม อย่าทิ้งกระผมไปแบบนี้...คุณหนู...”

 

“ถ้าชาติหน้ามีจริง...ขอให้เราเกิดมาเป็นคู่กันอีกนะ”

 

“ไม่...ค...คุณหนู...!!

 

สิ้นเสียงสุดท้าย ร่างระหงแน่นิ่งคาอ้อมกอดของสินทั้งที่ดวงตายังเบิกโพลงเนื่องจากเสียเลือดมากและกระสุนถูกจุดสำคัญเข้าอย่างโชคร้าย เป็นสัญญาณว่าสองชีวิตอันแสนมีค่าได้จากเขาไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ ทั้งเมียรักและลูกในท้อง...ที่ยังไม่มีโอกาสแม้กระทั่งได้เห็นหน้า

 

ชายหนุ่มก้มจุมพิตหน้าท้องที่เต็มไปด้วยเลือดอย่างไม่รังเกียจ หากเขายอมพาคุณหนูหนีไปตั้งแต่ครั้งแรกที่เจ้าตัวเอ่ยปากร้องขอทุกอย่างคงไม่ลงเอยแบบนี้...

 

ทั้งหมดเป็นความผิดของเขา...

 

“อ๊ากกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

เสียงตะเบ็งโหยหวนราวกับจะขาดใจตายของสินทำให้ทุกคนถึงกับพูดอะไรไม่ออก หัวใจเหมือนถูกบดขยี้จนยับเยิน สิ้นแม่ละออกับลูกเขาก็ไม่เหลืออะไรในชีวิตอีกแล้ว...จบสิ้นทุกสิ่งอย่าง...ภาพวันคืนอันหวานชื่นย้อนกลับเข้ามาจนร่างสูงแทบกระอักเลือดมันเสียตรงนั้น

 

สาลี่มัวแต่ตระหนกกับการจากไปของละออจนไม่ทันสังเกตว่าปืนที่ร่วงลงบนพื้นบัดนี้กำลังย้ายไปอยู่ในมือของบุตรชาย รู้สึกตัวอีกทีก็ยามได้ยินเสียงขึ้นนกดังแกร๊ก...สินก้มลงกราบตรงหน้ามารดาก่อนจ่อปากกระบอกเข้ากับขมับ กลิ่นดินปืนยังคงอบอวลชัดเจน

 

“ฉันอโหสิกรรมกับทุกสิ่งทุกอย่างที่แม่ทำกับฉันและลูกเมีย สิ่งใดที่ฉันทำกระทำผิดต่อแม่ ก็ขอให้แม่อโหสิกรรมให้ฉันด้วย”

 

“อ...ไอ้สิน...”

 

“ฉันยังยืนยันคำเดิม ว่าฉันรักแม่ไปไม่น้อยกว่าเมียของฉัน ไม่เลยสักนิดเดียว”

 

“อย่านะไอ้สิน...อย่า!!!!

 

 

ปัง!

 

 

ชายหนุ่มเซล้มลงไปนอนอยู่ข้างเมียรักทันทีที่กระสุนถูกฝังเจาะ เลือดไหลอาบจนเสื้อผ้าซอมซ่อเปียกชุ่ม ดวงหน้าของร่างไร้วิญญาณทั้งสองหันเข้าหากันอย่างน่าเวทนา

 

แลน่าเศร้า...ในคราวเดียวกัน

 

 

.

.

.

 

 

“คิดถึงคุณหนูจังเลยนะพี่ ถ้าป่านนี้ยังอยู่ลูกคงอายุรุ่นราวคราวเดียวกับแม่บัวแล้ว”

 

“นั่นซี พี่ก็คิดถึงไอ้สินมันเหมือนกัน ไม่รู้จะไปก่อเรื่องก่อราวอะไรบนสวรรค์อีกไหม”

 

บุษย์ในวัยสามสิบปีเดินอุ้มบุตรสาวคนเล็กซึ่งยังแบเบาะเดินอยู่ในบริเวณลานวัดอันเงียบสงบโดยมีศรีภรรยาอย่างนางเดือนคอยหิ้วปิ่นโตตาม พวกเขามาถวายภัตตาหารพระที่วัดแห่งนี้ทุกเช้า โดยถือเป็นการทำบุญให้สินและละออไปด้วยในตัว

 

บทสรุปของเหตุการณ์ในวันนั้น สองสามีภรรยาเจ้าของเรือนจากไปในกองเพลิง เช่นเดียวกับน้องชายของเขาและคุณหนูผู้งดงามทั้งกายใจที่ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเศร้า ส่วนทาสทุกคนปลอดภัยเพราะหนีออกมาทันเว้นแต่นางเอื้อยกับนายเสิด ซึ่งก็คงพูดได้คำเดียวว่ากรรมใครกรรมมัน

 

ความสูญเสียซึ่งรุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้มากนักส่งผลให้นางสาลี่ตัดสินใจเข้าบวชชีรับใช้พระพุทธศาสนาตลอดชีวิตทันทีที่พ้นโทษจากคุก ส่วนบุษย์หันมาใช้ชีวิตอยู่กินฉันท์ผัวเมียกับเดือนด้วยการทำอาชีพค้าขาย แม้จะไม่ได้สบายมากมายนักแต่ก็มีความสุขตามอัตภาพ

 

ชวาลาอาสายื่นมือเข้ามาช่วยจัดการเรื่องศพของทุกคนหลังได้ยินเรื่องโศกนาฎกรรมอันน่าสลดใจ ก่อนจะไปแต่งงานใหม่กับบุตรสาวพระยาอีกบ้าน ทุกคนต่างดำเนินชีวิตตามครรลองของตนเองต่อไป โดยทิ้งความทรงจำเจ็บช้ำแสนสาหัสเอาไว้เบื้องหลัง

 

“โยมบุษย์ วันนี้มาเร็วกว่าทุกทีหรือ”

 

“แม่ชี”

 

สองผัวเมียรีบหันไปยกมือไหว้หญิงวัยย่างเลขห้าในชุดสีขาวสะอาด ผมถูกโกนเกลี้ยงทั้งศีรษะ ดวงหน้าที่เคยสวยงามบัดนี้โรยรากว่าอายุไปมาก สาลี่รู้ดีว่าบาปหนาเช่นนี้มิอาจชดใช้ได้ด้วยเพียงการบวช แต่ก็หวังว่าอย่างน้อยมันจะช่วยส่งบุญกุศลไปยังทุกดวงวิญญาณที่ต้องทุกข์ทนจากการกระทำของเธอ

 

“พอดีนอนไม่ค่อยหลับน่ะขอรับ เลยชักชวนกันมาวัดแต่ย่ำรุ่ง วันนี้เป็นวันเกิดไอ้สินมันด้วย”

 

“จริงสินะ วันเกิดของโยมสิน...”

 

“หากแม่ชีต้องการอะไร ฝากเด็กวัดไปบอกผมได้ทุกเมื่อนะขอรับ กระผมจะจัดหามาให้”

 

“ขอบใจมากโยมบุษย์ แต่แม่ไม่ต้องการสิ่งใดดอก”

 

“ถ้าเช่นนั้นกระผมขอตัวลาก่อนนะขอรับ ต้องรีบไปจัดเตรียมของขายที่ตลาด”

 

สาลี่พยักหน้า ยืนกำไม้กวาดมองตามสามพ่อแม่ลูกเดินออกไปจากรั้ววัดจนลับตา แสงอาทิตย์อบอุ่นยามเช้าอาบจนทั่วทั้งอาณาบริเวณกลายเป็นสีเหลืองนวล

 

 

“ฉันยังยืนยันคำเดิม ว่าฉันรักแม่ไปไม่น้อยกว่าเมียของฉัน ไม่เลยสักนิดเดียว”

 

 

ประโยคสุดท้ายจากปากบุตรชายยังคงดังกึกก้องในใจอยู่ทุกวัน แม้วิญญาณของเจ้าตัวจะไม่เคยปรากฎกายให้เห็น แต่สาลี่ยังสัมผัสถึงสินได้อยู่เสมอ...ได้แต่หวังว่าฟ้าจะยอมอภัย ให้โอกาสเธอทำหน้าที่แม่ที่ดีของสินอีกครั้งเมื่อชาติหน้าเวียนมาถึง

 

 

.

.

.

 

 

กรุงเทพ, ปีพุทธศักราช ๒๕๖๒

 

 

เฮือก!!!

 

 

ร่างบางสะดุ้งตื่นจากการนอนฟุบหลับบนโต๊ะ เหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้าอย่างกับเพิ่งผ่านการวิ่งมาราธอนเจ็ดสิบเจ็ดจังหวัด...นี่เขาเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แถมฝันแปลกๆ แบบนั้นอีกแล้ว ฝันถึงเรื่องราวในอดีตของใครก็ไม่รู้แถมจำหน้าคนในฝันไม่ได้สักคน

 

“เป็นไรวะไอ้ลิล เหงื่อตกเชียว แถมหลับหนีกูเฉ๊ย”

 

คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเอ่ยแซวพลางยื่นมือมาผลักศีรษะเพื่อนตัวเล็ก ลลิลหันซ้ายหันขวาพบว่าตนเองยังอยู่ในห้องสมุดตามเดิมก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ฝันนั้นเหมือนจริงมากอย่างกับเขาหลุดเข้าไปในโลกอดีตจริงๆ แบบแม่หญิงการะเกดในบุพเพสันนิวาส เหมือนจริงจนขนลุก

 

“กูฝันเหมือนเดิมเลยว่ะ”

 

“ฝัน? ฝันถึงเรื่องนายทาสกับคุณหนูอะไรนั่นอ่ะนะ”

 

“อืม สามวันติดแล้วเนี่ย ปกติฝันปีละครั้งสองครั้งเองทำไมช่วงนี้มันถี่จัง แถมยิ่งชัดกว่าเดิมอีก ขนลุกชิบหาย” บ่นอุบขณะกลับไปก้มหน้าก้มตาไฮไลท์ชีทปึกหนาตรงหน้าอย่างตั้งใจต่อ อีกฝ่ายอดหัวเราะไม่ได้เมื่อเห็นคิ้วที่แทบผูกเป็นปมของคนตัวเล็ก

 

“โถ่ ก็ช่วงนี้ใกล้สอบประวัติศาสตร์ไทยมึงเลยอ่านเยอะจนเก็บไปฝันอะดิ ไม่มีไรหรอกน่า”

 

“คงงั้นมั้ง เดี๋ยวมานะ ไปหาหนังสือแป๊ป”

 

ลลิลเป็นนักศึกษาคณะโบราณคดี เรียนอยู่ชั้นปีที่สาม ไม่รู้ทำไมแต่เขาสนใจประวัติศาสตร์ต่างๆ มาตั้งแต่ยังเล็กโดยเฉพาะเรื่องราวในอดีตของไทย สนใจราวกับว่ามันเคยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตอย่างน่าประหลาด หรืออาจเป็นเพราะฝันนั้นที่ผูกพันกับมันมาตลอดสิบกว่าปีก็มิอาจทราบได้

 

“โอ๊ย ทำไมต้องไปอยู่ซะสูงขนาดนั้นล่ะ แบบนี้จะหยิบถึงได้ไง”

 

บ่นอุบหน้าหงิกเมื่อพบว่าหนังสือที่ตนเองต้องการดันอยู่ถึงชั้นบนสุด เอื้อมสุดแขนเท่าไหร่ก็หยิบไม่ถึงจนรักแร้แทบจะเป็นตะคริวอยู่รอมร่อ หันซ้ายแลขวามองหาบันไดของเจ้าหน้าที่ก็ไม่มีสักอัน หรือว่าฟ้าจะอยากให้เขาลองเอื้อมดูอีกที....เอาก็ได้วะ

 

“ฮึบบบ!

 

“ให้ช่วยไหม ตัวเล็ก”

 

เสียงทุ้มนุ่มของใครบางคนดังขึ้นข้างหูทำให้ต้องรีบหดแขนกลับมาด้วยความอับอาย คนๆ นั้นอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตพอดีตัวกับกางเกงแสล็ค สูงกว่าเขาเกินสิบเซนต์เห็นจะได้...แถมยังหล่ออีกต่างหาก ลลิลเม้มริมฝีปากอยู่ครู่หนึ่งจึงชี้ไปยังหนังสือที่ต้องการ

 

“ผมจะเอา...เอ่อ...จดหมายเหตุลาลูแบร์น่ะครับ”

 

“เล่มนี้ใช่ไหม”

 

“ครับ”

 

ลลิลรับหนังสือเล่มโตมากอดไว้ ดวงตากลมแป๋วภายใต้แว่นทรงเดียวกันจับจ้องไปยังชายหนุ่มพลางเอ่ยขอบคุณไม่หยุดปากด้วยความเกรงใจเพราะหนังสือมันหนักพอดู อีกฝ่ายอมยิ้มก่อนถามกลับ

 

“เรียนโบราณคดีเหรอ”

 

“ครับ ปีสาม รู้ได้ไง” ลลิลร้องด้วยความประหลาดใจ เพราะที่นี่ก็ไม่ใช่ห้องสมุดมหาวิทยาลัยสักหน่อย เป็นห้องสมุดประชาชนใจกลางกรุงเทพฯ ต่างหาก แล้วเขาก็ไม่ได้สวมชุดนักศึกษามาด้วย แต่คนตรงหน้ากลับเดาคณะถูกยังกับมีตาทิพย์งั้นแหละ

 

“เดาเอาน่ะ” พูดจบก็ยื่นมือมาตรงหน้า “ถ้ายังเรียนมหาลัยก็แสดงว่าเด็กกว่า...พี่ชื่อโซ่ เพิ่งมาทำงานคาเฟ่ใต้ตึกนี้วันแรก ยังไงถ้าหิวก็แวะไปหาอะไรกินได้นะ”

 

“ผมชื่อลลิลครับ เรียกลิลก็ได้ เอ่อ...”

 

“หืม?”

 

“เราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า”

 

ลลิลโพล่งถามออกไปโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกบางอย่างในใจเหมือนกำลังบอกว่าเขาเคยพบเจอกับอีกฝ่ายมาก่อน เพียงแต่ไม่รู้ว่าที่ไหนและเมื่อไหร่...

 

“เอ ไม่น่านะ เพิ่งเคยมาแถวนี้วันแรกด้วยซ้ำ”

 

“แหะๆ นั่นสิเนอะ แต่แปลกจัง ลิลรู้สึกเหมือนเคยรู้จักพี่มานานมาก...”

 

“อ่า อันที่จริงพี่ก็รู้สึกเหมือนน้องเลยแฮะ ประหลาดดี”

 

“จริงเหรอครับ”

 

“หรือว่าเราสองคนจะเป็นเนื้อคู่กัน”

 

“บ้าเหรอ!

 

เจ้าเด็กน้อยเผลอแหวลั่นจนยกมือปิดปากตนเองแทบไม่ทัน พวงแก้มกลมแต่งแต้มด้วยสีแดงดูน่ารักเสียจนโซ่อดไม่ได้ที่จะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมายื่นไปตรงหน้า ทั้งที่ปกติเองเขาก็ไม่ใช่คนรุกใครก่อนขนาดนี้ แต่ลลิลกลับสร้างความประทับใจแรกให้อย่างน่าเหลือเชื่อ

 

“พี่เอามือถือมาให้ลิลทำไมครับ”

 

“จีบได้เปล่า มีแฟนยัง”

 

“ห...หา”

 

ปฏิกิริยาตอบรับแบบอ๊องๆ ยิ่งทำให้โซ่เอ็นดูเด็กน้อยตรงหน้ามากขึ้นไปอีก และเมื่อเจ้าตัวบอกว่ายังไม่มีแฟน เขาก็รู้สึกทันทีว่าตนเองกำลังดีใจจนเนื้อเต้น

 

“ถ้างั้นพิมพ์ไอดีไลน์ให้หน่อยเร็ว เบอร์ก็ได้”

 

“พี่...”

 

“พี่จริงจังนะ”

 

ลลิลก้มหน้างุด ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยโดนจีบครั้งแรกนี่แหละ...บอกเลย แถมยังหล่ออีกต่างหาก โอ๊ย มาแต่ใดกันละน่อพ่อคุณ

 

“เอ่อ...งั้น...Lalil520 แอดมานะครับ”

 

พูดจบก็สะบัดตูดวิ่งกลับไปนั่งที่โต๊ะด้วยความเร็วแสง โซ่จัดการกดแอดไลน์ไวไม่แพ้กัน พลางมองตามแผ่นหลังเล็กๆ ด้วยรอยยิ้มกว้าง น่าแปลกที่เจอกันยังไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำแต่กลับพูดคุยสนิทใจเหมือนรู้จักมาสักสิบปีอย่างไรอย่างนั้น

 

หรือบางทีเขากับลิล...อาจเคยเจอกันมาก่อนหน้านี้จริงๆ ก็ได้

 

 

.

.

.

 

 

หมดดวงใจของฉัน พลีให้เธอคนเดียวเท่านั้น

แม้ต้องตายจากกัน รักยังคงอยู่กับเธอเรื่อยไป

ต่อให้ดาวหมดแสง หรือฟ้าดินมันจะสลาย

รักที่มีต่อเธอนั้นยังอยู่ อยู่เป็นรักของเธอตลอดไป

 

 

“ถ้าชาติหน้ามีจริง...ขอให้เราเกิดมาเป็นคู่กันอีกนะ”

 

 

 Related image


 

 

#ทาสหทัยฮฮ

-จบบริบูรณ์-

 

 

อันที่จริงมีรายละเอียดปลีกย่อยที่อยากแต่งอีกเยอะพอสมควร แต่เนื่องจากเปิดเทอม

แล้ว กลัวไม่มีเวลา และฟิคเรื่องนี้แต่งยากมากๆ ;-; จึงขออนุญาตขมวดจบในตอนนี้นะคะ

แม้จะไม่แฮปปี้เสียที่เดียว แต่ก็ถือเป็นการแฮปปี้ในอีกรูปแบบนึงเนอะ สำหรับพีเรียดเรื่องนี้

เราอาจจะยังเขียนไม่ดีมากด้วยปัจจัยหลายอย่าง แต่เรื่องหน้าสัญญาว่าจะปรับปรุงให้ดีขึ้น

แน่นอน ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจค่ะ :) แล้วพบกันใหม่น้า

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 274 ครั้ง

14,768 ความคิดเห็น

  1. #13715 BrownieBear (@brownie-bear18) (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 08:29

    สงสารคุณหนูละออกับสินมาก หลานก็ไม่ทันได้ลืมตาดูโลกเลย แต่พวกเขาได้อยู่ด้วยกันในอีกชาตินึงเราก็โอเค ฮื่อออ ปาดน้ำตา
    #13715
    0
  2. #13704 Asherluciano (@Asherluciano) (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 01:02
    ไรท์แต่งพีเรียดแบบนี้ได้ดีมากภาษาก็ดีมากก อยากให้มีเป็นเรื่องยาวจังงง
    #13704
    0
  3. #13141 246462580 (@246462580) (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:43
    ร้องแล้ววว
    #13141
    0
  4. #12984 padasara (@earrnny) (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:07
    มันดีมากๆเลยค่ะไรท์ ประทับใจตอนจบมาก
    #12984
    0
  5. #12983 padasara (@earrnny) (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:07
    ฮือออออออ ไม่ไหว ร้องไห้เลยอ่ะ
    #12983
    0
  6. #12869 polypoll (@ployciel) (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 17:06
    ประทับใจมากค่ะ ถึงจะจบพาร์ทของคุณหนูกับนายสินแบบโศกนาฏกรรมก็ตาม แต่อย่างน้อยชาติต่อไปก็ได้มารักกันเนอะ
    #12869
    0
  7. #12852 sehunnie_o (@sehunnie_o) (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 00:01
    ฮื่ออ ร้องไหเลยค่ะTT มันดีมากๆเลย ถึงเเม้ว่าเรื่องในอดีตทำเราจุกมาก เเต่ยังไงเค้าก็เป็นเรื้อคู่กันเนอะ555 ปกติเป็นคนไม่ค่อยอ่านพีเรียด เเต่พีเรียดเรื่องนี้ของไรท์ดีมากเข้าถึงอารมณ์สุดๆเลยค่ะ เลิฟๆ
    #12852
    0
  8. #12830 AungDeYo (@sayphet) (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 15:59
    อมก สุดยอดมากค่ะ ไรท์ไม่ลองแต่งแบบนี้ยาวๆอ่าาา เขียนดีมากเลยนะคะ ภาษาก็ดีด้วย อ่านง่าย เนื้อเรื่องก็สนุกมากกกกก แงงง้ ถ้าเขียนแนวนี้เรื่องยาวอีก ยังไงฝากคู่ฮฮไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #12830
    0
  9. #12788 MOZCB (@chanwooho) (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 20:33
    เราชอบมากๆค่ะ แต่งดีมากเลยนะสำหรับเรา อ่านแล้วเห็นภาพบรรยากาศในเรื่องได้ชัดเจนมาก ส่วนตัวเรารอฉากที่หลวงสีหนาทได้รู้ว่าสินเป็นลูก อยากรู้ว่าจะเป็นยังไง ฮืออออ เสียใจนิดๆที่ตายกันหมด แต่จบแบบนี้ก็ดีไปอีกแบบค่ะ ดีนะที่มีฉากปัจจุบันที่กลับมาเจอกัน สบายใจหน่อย 555

    ปล.เพลงตอนท้าย เราชอบเพลงนี้มากเลยค่ะ ประกอบละครพีเรียดที่เราชอบด้วย
    #12788
    0
  10. #12778 แพน (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 22:42

    ตอนสุดท้ายจุกมากค่ะ บีบหัวใจไปเลยยย แต่ก็ประทับใจตรงที่นายสินล้มเลิกแผนการ ยอมเนรคุณ เพราะคุณหนูดีเกินกว่าที่จะถูกทำร้ายจิตใจ ไม่มีคุณหนู ก็จะไม่มีนายสิน เรื่องนี้เจ็บที่สุดคงเป็นสาลี่..

    #12778
    0
  11. #12777 FirstAugust (@FirstAugust) (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 21:55
    เป็นพีเรียดไทยฮฮที่ทำให้เสียน้ำตา เนื้อเรื่องดีงามมาก ภาษาดีอ่านลื่นไหลไม่สะดุด น้องไรท์เตอร์เก่งมากค่ะ นี่สงสารทั้งคู่มาก ๆ ความผิดของรุ่นพ่อแม่ทำให้ลูกต้องมาจบชีวิตลงแบบนี้ ขอบคุณน้องไรท์เตอร์มาก ๆ นะคะที่สร้างสรรค์ผลงานดี ๆ มาตลอด เป็นกำลังใจให้เรื่องการเรียนค่ะ
    #12777
    0
  12. #12775 NHHN (@NHHN) (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 21:50
    งื้ออออออ เศร้าแต่ก็อบอุ่นใจเบาๆ ขอบคุณนะคะไรท์ แต่งได้ดีมากกกกกก เอาใจช่วยสุดๆ แง
    #12775
    0
  13. #12771 MeowSSHH (@Seb_94) (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 20:00

    ถึงจะไม่เคยแต่งพีเรียดมาก่อน ภาษาเขียนดีมากค่ะ อ่านไหลลื่น เป็นฟิคสั้นเรื่องนึง ที่สนุกจริงๆตั้งแต่เคยอ่านมา ทั้งเขิน ทั้งร้องไห้ สนุกจริงๆ พออ่านถึงตอนที่พระเอกตายคือเศร้าจริงๆร้องไห้แบบสะอึกสะอื้นเลยทีเดียว เศร้ามาก แต่งได้เข้าถึงอารมณ์สุดๆ รักฟิคเรื่องนี้จริงๆ ๆตอนแรกที่อ่าน คิดว่าจะจบแบบดีๆ พระเอกนางเอกได้อยู่ด้วยกัน มีลูกน่ารักๆ แต่เสียดายที่จบแบบพระเอกกับนางเอกตายทั้งสองคน แต่ถึงอย่างนั้น มันก็สนุกมาก

    ถึงจะเศร้า เป็นแบบจบไม่ดี แต่มันดีจริงๆ ยกให้เป็นฟิคในดวงใจเลย ไม่รู้เหมือนกันมันตื้นตันใจมาก ชอบจริงๆแนว นี้

    writer

    แต่งได้ดีมากค่ะ ตอนท้ายขอบคุณที่ยังมี ตอนปัจจุบันให้อ่านเป็นขวัญปลอบใจ แต่มันก็ยังเศร้าไม่หาย ที่พูดมาทั้งหมดนี้อยากให้มี ตอน

    Special ถ้าไรว่างๆ อยากให้มีเรื่องนี้ยาว หรือทำออกมาเป็นเล่มขายเลยก็ดี มันดีจริงๆนะชอบสุดๆ แต่ถ้าทำเรื่องยาวอยากให้มันจบแบบดีๆ ฟินๆ 5555
    #12771
    0
  14. #12746 zonya1220 (@zonya1220) (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 14:42
    อ่านไปน้ำตาซึมตอนน้องตายมันเศร้ามากเลย แต่ตอนปัจจุบันเค้ากลับมาเจอกันมันดีมากๆเลย
    #12746
    0
  15. #12745 KMCYPKJ (@KMCYPKJ) (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 14:36
    ดีใจมากเลยที่ไม่จบแบบดราม่า อย่างน้อยทั้งสองคนก็ยังไม่ได้รักกัน ชอบความรักของทั้งสองคน ถ้าไม่ถูกแม่สาลี่ทำร้ายลูกคงออกมาน่ารักน่าชังมากแน่ๆ
    แต่พี่โซ่กับน้องลิลนี่ก็น่ารักนะ เรียกตัวลงตัวเล็ก จุ๊บจิ๊บมากเลยพี่โซ่~ ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ ชอบภาษาของพี่มากเลย จะรอติดตามเรื่องต่อไปนะคะ สู้ๆค่ะ!
    #12745
    0
  16. #12744 natbussakon2 (@natbussakon2) (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 14:06
    นึกว่าจะจบแบบดราม่าสะแล้ว ขอบคุณที่แต่งเรื่องดีๆแบบนี้มาให้อ่านนะคะ
    #12744
    0
  17. #12743 ภนบ♥ (@siriwan1412) (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 13:07
    แอบเสียดายที่ไม่มีใครรู้ว่าสินเป็นลูกของคุณหลวง แต่ภาษาดีเหมือนเดิมเลย ติดตามนะคะ❤
    #12743
    0
  18. #12742 ppcynz7r (@ppcynz7r) (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 12:23
    มาสคาร่าเปื้อนเลยค่ะ ร้องไห้55555
    #12742
    0
  19. #12741 meandmynongluhan (@bbkunaaa) (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 12:15
    จบแน้วววววววววววววววว ไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะจบแบบนี้ เสียใจที่แม่สาลี่อารมณ์ร้อนไม่ฟังใคร นอกจากจะฆ่าคนอื่นแล้วยังฆ่าลูกฆ่าเมียคนอื่นอีก สงสารทั้งละออทั้งนายสินเลย ฮือ อยากให้พาร์ทอดีตยาวกว่านี้ ชอบมากๆ อ่านแล้วอินมากๆ ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ คุณแก้มทำการบ้านเยอะมากเลย แล้วก็แต่งออกมาได้ดีมากๆเลยค่ะ รอติดตามผลงานต่อไปนะคะ
    #12741
    0
  20. #12740 hunnnielu947 (@hunnnielu947) (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 11:54
    แม่สาลี่ไม่น่าใจร้อนเลย เศร้ามากตอนที่ทุกอย่างกลับกลายมาเป็นโศกนาฏกรรมในตอนจบ แต่ยังดีที่เค้าได้กลับมารักกันในปัจจุบัน ฮืออ ชอบภาษาไรท์มากจริงๆ เหมือนดูละครอยู่เลย สนุกมาก ขอบคุณมากๆนะคะ
    #12740
    0
  21. #12736 Kimchi Gig (@kimchikimchi) (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 11:18
    ชอบมากค่ะไรท์ เป็นฟิคทาสรักที่ดีในดวงใจเราเลย ขอบคุณสำหรับความพยายามในการเขียนออกมานะคะ เรารู้ว่ามันแต่งยากมากแค่ไหนกว่าจะคิดคำศัพท์หาข้อมูลนั้นนี่อีกเสียดายน่าจะเป็นเรื่องยาว สู้ๆนะคะขอบคุณจากใจจริงๆ
    #12736
    0
  22. #12733 ppploycb (@ppployployju) (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 10:36
    โถว่ เสียดายที่ไม่มีใครในเรือนรู้ว่าสินเป็นลูกของหลวงสีหนาท แม่สาลี่ก็อารมณ์ร้อน แต่แม่ละออคือดีมากๆๆๆ สงสารทั้งคู่ อาภัพกันในอดีต แต่ก็มีบุญมาคู่กันในปัจจุบัน ซึ้งใจกับความรักของทั้งคู่ ไรท์แต่งดีมากๆค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะ
    #12733
    0
  23. #12732 Baby Cotton Candy (@krispy-kung) (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 10:23
    หูยยยย จบแล้วว แต่ก็นะ สงสารสินกับคุณหนู นี่อิตาท่านเจ้าคุณยัวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสินคือลูก แล้วแม่ละออท้อง ยังไม่ทันเจ็บปวดก็ชิงตายซะแร้น

    แต่สุดท้ายเค้าก็กลับมาเจอกัน จะไปห้องสมุดกทม.ค่ะ!!! จะไปตามหาพี่โซ่
    #12732
    0
  24. #12731 hunhan_selu (@ployploy200490) (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 10:15
    ฮุกกกกก ร้องไห้หนักมากๆ ขอบคุณไรท์เตอมากๆนะคะที่แต่งให้เราได้อ่านนน
    #12731
    0
  25. #12730 Se_tublu (@amm_428) (จากตอนที่ 209)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 10:11
    แงงงงง แอบอยากให้คุณหนูกับนายสินหนีไปด้วยกันไปมีความสุขอยู่กับลูกตัวน้อยๆ ไม่อยากให้มีคนเสียใจเลย ฮื่ออ
    #12730
    0