Zen กับสายเลือดที่สาบสูญ

  • 98% Rating

  • 13 Vote(s)

  • 112,980 Views

  • 1,198 Comments

  • 2,051 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    21

    Overall
    112,980

ตอนที่ 13 : มนุษย์หมาป่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3653
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    15 ม.ค. 58

วันนี้ข้าจะพาเจ้าไปสู้กับพวกสัตว์ต่างๆในป่าดูก่อนเพื่อวัดระดับความสามารถของเจ้าในตอนนี้ว่าแข็งแกร่งสุดเท่าไหร่ลูคัสอยากรู้ว่าเซนจะสามารถสู้กับสัตว์ต่างๆได้มากน้อยเพียงไรและแพ้ทางพวกลักษณะไหนก็จะได้รีบแก้ไขได้ทัน จึงวางแผนให้เซนต่อสู้ไปเรื่อยๆ

ปรากฏว่าเซนสามารถจัดการกับสัตว์อสูรต่างๆได้อย่างง่ายดาย แต่บางตัวก็ใช้เวลานานหน่อยเช่นพวกอสูรสิงโตที่สามารถสร้างเสียงคำรามจนคนธรรมดาหมดสติได้ หรือพวกจิ้งจอกหางเพลิง มันเป็นสัตว์ที่มีความเจ้าเล่ห์มากโดยหางของมันจะมีไฟลุกท่วมทำให้ผู้ที่มาเห็นคิดว่ามันธาตุไฟและใช้ธาตุน้ำซึ่งชนะทางจู่โจมมัน หารู้ไม่ว่าธาตุที่แท้จริงของมันคือธาตุดินที่ชนะธาตุน้ำอีกที

เมื่อเซนต่อสู้ไปนานเข้า ลูคัสจึงเข้าใจจุดแข็งและจุดอ่อนของเซน โดยจุดแข็งของเซนคือสัญชาตญาณที่ว่องไว การเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว ไหวพริบในการตัดสินเพียงเสี้ยววิ และความไม่ลังเลที่จะโจมตีหรือฆ่าทิ้ง โดยรวมแล้วก็ดูจะเพอเฟคทุกอย่าง

แต่เขาก็สังเกตเห็นจุดอ่อนของเซนได้เหมือนกันทั้งๆที่คนปกติไม่น่าดูออก คือเซนนั้นจะใช้พลังเวทย์ได้ไม่รุนแรงเท่าที่ควร เขาจึงบอกเซนถึงเรื่องนี้ซึ่งเซนก็แค่พยักหน้ารับไม่ซักถามหรืออ้างอะไรเหมือนรู้เหตุผลอยู่แล้ว

หลังจากฝึกกับแทบทุกสายพันธุ์อันตรายที่อยู่ในเขตป่าอาถรรพ์ส่วนนอกเรียบร้อยแล้ว ผลที่เซนทำได้ก็น่าพอใจไม่ใช่น้อย เพราะเซนสามารถเอาชนะพวกมันได้ทั้งหมดและมีรอยแผลกลับมาเพียงแค่รอยขีดข่วนเล็กๆเท่านั้น

ลูคัสจึงพาเซนที่ตอนนี้เหนื่อยหอบอยู่กลับกระท่อม เพราะการต่อสู้ติดต่อกันนานๆแบบนี้หากไม่มีลมปราณช่วยให้เหนื่อยช้า ก็คงจะสลบไปแล้ว

เมื่อมาถึงกระท่อม เขาก็จัดแจงทำอาหารไว้ให้เซนซึ่งตอนนี้กำลังหลับไม่รู้เรื่องอยู่ในกระท่อม เขานั่งผิงไฟย่างเนื้อและคลายหนาวไปด้วยเพราะตอนนี้ค่ำแล้ว อากาศภายในป่าจึงเริ่มเย็นตัวลงอย่างรวดเร็ว

เมื่อทำอาหารเสร็จ เขาจึงจะไปปลุกเซนเพื่อมารับประทานอาหาร แต่เมื่อเข้าไปข้างในกระท่อมก็พบเพียงแต่ฟูกที่นอนและผ้าห่มที่ว่างเปล่า หาได้มีผู้ใดอยู่ข้างในนั่น ลูคัสอึ้งไปซักพักจึงตั้งสติได้และมองไปรอบๆก็พบกับกระดาษแผ่นเล็กๆ

บนแผ่นกระดาษเขียนด้วยสีประหลาดเขียนด้วยภาษาเอลฟ์โบราณว่า คนของเจ้าอยู่กับเรา อย่าห่วง

คำสองคำที่ดูจะงงๆเพราะไม่ทราบถึงผู้เขียนและยังบอกว่าอย่าห่วงนี่ยิ่งทำให้เขาห่วง เพราะในป่าอาถรรพ์นั้นพวกที่มีสมองพอจะเขียนหนังสือออกก็มีแค่พวกมนุษย์หมาป่าเท่านั้น ยิ่งเป็นภาษาโบราณแบบนี้ยิ่งชัดเลย แต่พวกมันเข้ามาในอาณาเขตเวทย์ 7 ธาตุได้ยังไงล่

ลูคัสจึงทำได้แค่นิ่งเงียบอย่างวิตกพลางคิดหาทางช่วยเซนอย่างหนัก ถ้าจะให้บุกไปในรังพวกมันก็ดูจะบ้าเกินไป เขาจึงทำได้แค่รอเท่านั้นเพราะถ้ามันเข้ามาภายในอาณาเขตเวทย์ได้แสดงว่ามันไม่ได้มีเจตนาทำร้ายผู้ที่อยู่ข้างใน

.

.

.....ตึง...ตึง...ตึง...ตึง.....เสียงกลองเหมือนกลองศึกดูทรงพลังดังขึ้นทำให้เซนตื่นขึ้นมาด้วยความงุนงง เมื่อสติเริ่มกระจ่างแลวเขาก็หันไปสำรวจรอบๆ ก็พบว่าเขากำลังนอนอยู่บนแท่นบางอย่างที่ถูกชายร่างกายกำยำสี่คนแบกอยู่ รอบๆเป็นหมู่บ้าน ตัวบ้านทำจากไม้และมีคนมายืนอยู่รอบๆเป็นทางเดินให้เขา โดยจุดหมายดูเหมือนจะเป็นแท่นที่นั่งที่ว่างเปล่า มีกระดูกหัวอะไรซักอย่างที่ดูคล้ายมนุษย์แต่ใหญ่กว่ามากประดับอยู่ทั้งสองข้างของยอดแท่นที่นั่ง

เซนพยายามจะสื่อสารกับคนเหล่านั้นแต่สิ่งที่ได้รับตอบกลับมากลับเป็นเสียงเงียบ เขานึกว่าตัวเองกำลังฝันจึงลองตบหัวตัวเองเล่น แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาก็มีแค่ความเจ็บปวด

เมื่อเสียงกลองหยุด คบเพลิงไฟรอบๆแท่นที่นั่งก็ถูกจุด แท่นของเซนถูกวางลงโดยเหล่าชายฉกรรจ์อย่างนิ่มนวล เซนก็ทำได้แค่นั่งอยู่กับที่อย่างงงๆพลางมองไปรอบๆเพื่อลอบสังเกตุหาทางหนี

ไม่นานก็มีชายชราหนวดเคราสีขาวยาวรุงรังท่าทางอาวุโสเดินมายืนอยู่ข้างแท่นที่นั่งพร้อมทั้งชูมือขึ้นเหนือฟ้าและบริกรรมคาถาบางอย่างที่เซนฟังไม่ออก และเมื่อการบริกรรมคาถาจบ ชายชราก็จ้องมายังเซนพร้อมทั้งเอ่ยปากพูดกับเขาว่า

ขอต้อนรับท่านเจ้าสู่บัลลังก์แห่งแวร์วูฟล์เนฟินดอร์ชายชารพูดพร้อมทั้งผายมือให้เซน ทันใดนั้นรอบๆเขาก็มีเสียงแตรจากเขาสัตว์และเสียงกลองดังขึ้นกระหึ่ม พร้อมทั้งเสียงโห่ร้องเห่าหอนของมนุษย์หมาป่าที่บางตนกลับคืนร่างเป็นครึ่งคนครึ่งหมาป่าและบางตนยังคงสภาพมนุษย์ไว้

เซนดูจะตามเหตุการณ์ไม่ทันเพราะไม่รู้ว่าพวกเขาพูดถึงอะไรจึงเอ่ยปากถามท่านผู้เฒ่าที่ตอนนี้กำลังเดินมาหาเขา

เอ่อ ไม่ทราบว่าท่านพูดถึงเรื่องอะไรกันเหรอครับเซนเอ่ยปากถามผู้เฒ่าชราตรงหน้าอย่างหวั่นๆเพราะคิดว่าเขาอาจจะถูกจับตัวมาเซ่นสังเวยก็ได้

ไม่ต้องกลัวไปหรอกท่านเจ้า พวกเราเฝ้าคอยวันที่ท่านจะกลับมายังดินแดนของเรามานานแสนนาน เชิญร่วมสนุกกับงานสังสรรค์นี้ตามสบายนะท่าน ชายชราเสียงแหบแห้งตอบคำถามเซนซึ่งยิ่งทำให้เซนงงกว่าเดิมอีก

ผมว่าพวกคุณเข้าใจอะไรผิดไปรึเปล่าครับ คือผมเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา..เซนยังพูดไม่ทันจบแต่เสียงของชายชราแหบแห้งก็กล่าวทักท้วงว่า

ครึ่งหนึ่งน่ะใช่แต่อีกครึ่งไม่ใช่ สายเลือดแห่งไลทเอลฟ์ผู้สูงส่งของท่านมันทำให้ข้าคิดถึงวันที่ได้รบเคียงบ่าเคียงไหล่กับสายเลือดนั้น วันที่พวกข้าถูกปล่อยเป็นอิสระจากดาร์คเอลฟ์ผู้ชั่วร้ายถึงแม้พวกข้าจะเป็นธาตุมืดแต่เหล่าไลท์เอลฟ์ก็ไม่รังเกียจพวกข้าเลย แถมยังช่วยพวกข้าเอาไว้ ข้าจึงสาบานตนกับตัวเองว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้ที่มีสายเลือดไลท์เอลฟ์เดินทางมาถึงนี่ ข้าจะมอบบัลลังก์ของข้าให้ทันทีชายชราตอบด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความเคารพอย่างเต็มเปี่ยม

คงรับไว้ไม่ได้หรอกครับ

แต่เซนตอบปฏิเสธไปอย่างง่ายดาย ถ้าหากเป็นคนอื่นคงจะรับไว้อย่างไม่มีข้อโต้แย้งอะไรเลย แต่กับเขาไม่ใช่ ถึงเขาจะมีสายเลือดไลท์เอลฟ์จริง แต่เขาก็ไม่ใช่ผู้ที่ช่วยเผ่ามนุษย์หมาป่านี้ เขาจึงปฏิเสธแทบจะทันที

ขอทราบเหตุผลได้ไหมครับชายชราถามถึงเหตุผลอย่างนอบน้อม

เซนจึงเล่าเหตุผลที่เขาคิดออกไป มนุษย์หมาป่าชราจึงเข้าใจและอยากจะมอบบางอย่างให้เซนแทนการขึ้นบัลลังก์ จึงถามสิ่งที่เซนต้องการ

ถ้าท่านไม่ต้องการบัลลังก์นี้ ข้าจึงคิดว่าน่าจะมอบอะไรให้ท่านขอบคุณแทนสายเลือดของท่าน ไม่ทราบว่าท่านต้องการสิ่งใด หญิงสาว? เงินทอง? หรืออะไรก็ตาม ตามแต่สิ่งที่ท่านต้องการข้าให้ได้ทุกอย่าง

ข้าอยากได้พลัง เผ่าพันธุ์ท่านนอกจากจะแข็งแกร่งเพราะอีกร่างเป็นมนุษย์หมาป่า แต่ข้าว่าไม่ใช่แค่นั้น ข้าอยากได้พลังที่เป็นความลับของเผ่าพันธุ์ท่าน ท่านจะให้ได้หรือไม่

เมื่อมีคนยื่นข้อเสนอดีๆให้แบบนี้เซนก็ยินดีที่จะรับไว้โดยหาสิ่งที่ดีที่สุดไว้ เพราะใช่ว่าเขาจะเป็นคนขี้เกรงใจซะเมื่อไหร่ล่ะ

เฒ่าชราดูจะมีสีหน้าหนักใจเล็กน้อย แต่ก็บอกเกี่ยวกับพลังนั้นพลางบอกว่าจะสอนให้เอง

พวกข้ามีพลังอยู่อย่างหนึ่งที่สามารถทำให้ร่างกายรักษาบาดแผลได้รวดเร็วและมีพละกำลังมากขึ้น รวมไปถึงการสร้างกรงมีดแหลมจากอากาศ ท่านต้องการสิ่งใดล่ะ

ทั้งหมด ข้าต้องการทั้งหมด แต่ก่อนอื่นข้าหิวมากท่านช่วยหาอะไรมาให้ข้ากินหน่อยได้ไหมเซนบอกสิ่งที่ต้องการไปด้วยความโลภในพลังพลางท้องก็ร้องจ้อก เขาจึงบอกให้ผู้เฒ่าหาอาหารมาให้เขาด้วย

ซึ่งผู้เฒ่าก็รับปากว่าจะสอนให้พลางคิดว่าเด็กชายตรงหน้านั้น ถึงจะเด็กแต่เจ้าเล่ห์ใช่ย่อยหากโตมาต้องเป็นคนที่อันตรายมากแน่ๆ

การสอนเป็นไปได้อย่างราบรื่น เพราะเซนนั้นสามารถทำความเข้าใจแต่ละเรื่องได้อย่างรวดเร็วเพราะแต่ละเรื่องนั้น ส่วนใหญ่จะมีเรื่องลมปราณมาเอี่ยวซึ่งเขาสามารถใช้ลมปราณได้จึงง่ายต่อการฝึกสอน จะยากก็แค่วิธีใช้ให้หลากหลายยิ่งขึ้นซึ่งลูคัสไม่รู้ถึงเรื่องนี้

หลังจากอยู่ที่หมู่บ้านนี้มาได้สามเดือนพร้อมทั้งลูคัส ซึ่งเซนบอกผู้เฒ่าว่าลูคัสเป็นอาจารย์ที่มากับเขา ท่านผู้เฒ่าจึงให้พามาอยู่ด้วยพร้อมทั้งสอนเรื่องเดียวกับเซนให้ ซึ่งในตอนแรกที่ลูคัสมานั้นก็ดูจะตกใจไม่น้อยรวมถึงรู้เรื่องที่เซนเป็นลูกครึ่งไลทเอลฟ์ด้วยเนื่องจากผู้เฒ่านึกว่าลูคัสรู้แล้วเขาจึงปากพล่อยพูดออกไป แต่ลูคัสก็รู้ว่าเรื่องนี้ไม่สมควรแพร่งพรายออกไปจึงคิดจะเก็บเงียบไว้ให้อยู่ในวงแคบที่สุด

เมื่อเซนและลูคัสสำเร็จวิชาลับของเหล่ามนุษย์หมาป่า ทั้งคู่จึงอยากลองวิชากับศัตรูที่แข็งแกร่งดูบ้าง จึงบอกลาท่านผู้เฒ่าพร้อมทั้งขอบคุณหมูบ้านมนุษย์หมาป่าที่ช่วยดูแลพวกเขาเป็นอย่างดี

ซึ่งท่านผู้เฒ่ามนุษย์หมาป่าก็ได้ประทับลอยกรงเล็บ 3 ขีดไว้เหนือไหล่ซ้ายของทั้งสอง เป็นการแสดงความเคารพขั้นสูงสุดของเผ่าพันธุ์มนุษย์หมาป่าโบราณเป็นของขวัญการจากลา และบ่งบอกว่าทั้งสองได้รับการยอมรับจากเผ่าพันธุ์มนุษย์หมาป่า

เซนและลูคัส หลังจากออกหมู่บ้านมนุษย์หมาป่าได้ไม่กี่วัน ทั้งคู่ก็ได้เจอกับพวกสัตว์อสูรร้ายกาจมากมายที่เซนมั่นใจว่า หากเป็นเมื่อเดือนก่อนเขาคงตายตั้งแต่สัตว์อสูรตัวแรกโผล่ออกมาแล้ว

ณ บัดนี้ เซนกำลังยืนประจันหน้ากับสัตว์อสูรที่มีใบหน้า ปีกและขาหน้าเป็นนกอินทรี ขาหลังและลำตัวเป็นสิงโตมีหางเป็นงู ชื่อของมันคือกริฟฟอน สัตว์อสูรที่ร้ายกาจจนต้องใช้อัศวินสิบกว่าคนถึงจะกำจัดมันได้ แต่เซนกำลังเผชิญหน้ากับมันเพียงลำพัง!! ...ไม่นับลูคัสที่กำลังยืนมองอยู่..

สัตว์อสูรตัวนี้ว่ากันว่ามีพละกำลังมากเท่าช้าง 10 เชือก ร่างกายแข็งแกร่งดั่งหินผาเพราะมันสามารถผสานธาตุดินเข้ากับตัวมันได้ ทำให้อาวุธฟันแทงไม่ค่อยเข้า แต่ไม่ใช่กับเซน...

เซนนั้นสามารถใช้ธาตุได้ถึง 6 ธาตุเนื่องจากมีธาตุแสงเป็นธาตุประจำตัวและตอนนี้ลูคัสก็รู้เรื่องนั้นแล้ว เขาจึงไม่มีอะไรต้องปิดบังอีกและสามารถใช้พลังได้เต็มที่

เซนเมื่อเห็นกริฟฟอนกระพือปีกตั้งท่าจะโจมตี เขาก็ผสานลมปราณเพิ่มพละกำลังทั่วทั้งตัวพร้อมทั้งชักดาบผสานธาตุไม้ซึ่งชนะทางธาตุดิน

กริฟฟอนที่บัดนี้กำลังบินพุ่งมาหมายจะจัดการเด็ดหัวเด็กชายตรงหน้าด้วยการโจมตีเดียวมันคิดว่าเด็กตัวแค่นี้ไม่น่าจัดการยาก

 แต่ทว่า เมื่อมันพุ่งจะถึงตัวเด็กชายมันกลับคิดผิด เพราะเด็กชายดันกระโดดหลบขึ้นไปข้างบนหลบการโจมตีมันอย่างง่ายดายพร้อมทั้งฟันดาบสวนมากระทบเข้าหัวของมัน ซึ่งตัวดาบของเด็กชายอาบไปด้วยธาตุไม้ที่มันแพ้ทาง ทำให้เมื่อดาบกระทบกับผิวของมันคุณสมบัติของธาตุดินจึงหายไปเมื่อเจอกับธาตุที่แข็งแกร่งกว่าและคนใช้มีพลังเวทย์เหนือกว่า

มันรู้ได้ทันทีว่าตัวเองตกเป็นรอง ทั้งพละกำลังที่ไม่น่าจะใช่ของเด็กและความเร็วระดับนั้น มันไม่มีทางเอาชนะได้เลย เมื่อรู้อย่างนั้นมันจึงกระพือปีกบินหนีไป

ส่วนลูคัสที่กำลังมองดูพัฒนาการของเซนอย่างอึ้งๆ เพราะไม่คิดว่าเด็กตัวแค่นี้จะสามารถไล่กริฟฟอนสุดแกร่งได้ ทั้งๆที่กว่าเขาจะทำได้ก็ปาอายุไป 30 กว่าปีแล้ว ลูคัสจึงยิ้มอย่างพอใจที่เขามีลูกศิษย์ที่มีพรสวรรค์ขนาดนี้

เก่งมากเซน รู้มั้ยกริฟฟอนตัวนั้นน่ะต้องใช้อัศวิน 10 กว่าคนเลยนะถึงจะเอาชนะได้เลยนะ แต่เจ้าซึ่งเป็นเด็กเพียงแค่คนเดียวกลับเอาชนะมันได้อย่างง่ายดาย ข้าล่ะทึ่งในตัวเจ้าจริงๆ

ลูคัสกล่าวกับเซนอย่างภูมิใจซึ่งเซนก็ยิ้มรับอย่างเขินๆ

เอาล่ะ ดูเหมือนการฝึกของเราจะจบลงแล้วสินะเซน แถมเรายังได้พลังใหม่ที่ข้าไม่คิดว่าจะได้มาก่อนอีกด้วย ถือว่าประสบความสำเร็จกว่าที่ข้าคาดหวังไว้เยอะมากนักดูเหมือนการฝึกของเซนและลูคัสใกล้จะจบลงแล้ว ลูคัสจึงกล่าวทิ้งท้ายกลายๆเป็นการกล่าวจบงานไปในตัว

แล้วเจ้าปีนี้กี่ปีแล้วล่ะเซน

น่าจะ 12 ล้วครับ ปีหน้าก็คงจะต้องเข้าโรงเรียน...ไม่ได้เรียนกับท่านอาจารย์แล้วข้าคงจะเหงาแย่

เซนมีสีหน้าเศร้าเล็กน้อยเมื่อพูดถึงการจากลากับอาจารย์ ซึ่งลูคัสก็เหมือนกัน เขาไม่คิดว่าตนจะผูกพันกับเด็กคนนี้ขนาดนี้ ทั้งๆที่วันแรกที่เขารับเซนมาเป็นศิษย์ เขายังรำคาญเจ้าเด็กนี่อยู่แท้ๆ

งั้นเรารีบออกจากป่าและไปบอกลาแอนเดอร์กันเถอะลูคัสสะบัดหัวไล่ความคิดเศร้าๆพลางกล่าวกับเซน

ครับ ท่านอาจารย์เซนก็ตอบกลับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มทั้งๆที่ในใจเขาก็ดูเศร้าๆโหวงเหวงเหมือนกันที่ต้องจากลากับอาจารย์ที่คอยสอนตนมาตลอด 4 ปีเมื่อกลับบ้าน 

หลังจากคุยกันเสร็จ ทั้งคู่จึงกลับกระท่อมไปแพคของเตรียมตัวเดินทางกลับเมืองเนฟินดอร์เเล้วค่อยกลับแดนเอลฟ์...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #818 มิลิน (@sompopy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 11:16
    โอ้วว วิชาลับ           สั้นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
    #818
    0
  2. #532 นายตัวร้าย (@aom084495) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มีนาคม 2558 / 12:30
    ได้วิชาลับของ มนุษย์หมาป่ามาด้วย
    #532
    0
  3. #210 Teekatud Sripud (@teekatad) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:18
    หลักการแพ้ทางของธาตุ อืมดีๆ แต่ว่าไรต์คงคิดไว้ยุแล้วใช่ไหมครับ ว่า ถ้าธาตุที่แพ้ทางมีพลังมากว่าก็จะชนะ
    #210
    0
  4. #100 kimurakung (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 21:15
    ได้พลังและวิชาจากมนุษย์หมาป่ามาแบบนี้ เหมือนติดปีกให้เซนเลย
    #100
    0
  5. #43 tainies (@tainies) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 มกราคม 2558 / 17:04
    เก่งแล้ว
    #43
    0
  6. #42 kimon (@thunder-k) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 มกราคม 2558 / 11:13
    สนุกมากๆครับ จะรอตอนต่อไป
    #42
    0
  7. #41 Reayu (@yukio-omine) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 มกราคม 2558 / 04:15
    ขอบคุณครับ
    #41
    0
  8. #40 Natdanai Wichapong (@chiba_tatsuya) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มกราคม 2558 / 21:13
    ขอบคุณครับ
    #40
    0
  9. วันที่ 15 มกราคม 2558 / 20:43
    ตกใจเพิ่งตอนที่ 12 ไป คนแต่งก็มาอัพพอดี เรื่องนี้สนุกมากๆเลย
    #39
    0