Zen กับสายเลือดที่สาบสูญ

  • 98% Rating

  • 13 Vote(s)

  • 112,980 Views

  • 1,198 Comments

  • 2,051 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    21

    Overall
    112,980

ตอนที่ 15 : สมัครเข้าเรียน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4000
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    19 ม.ค. 58

ก่อนอื่นเราจะไปยังตัวราชวัง เพื่อทักทายเจ้าบ้านและจัดเตรียมที่พัก ในวันพรุ่งนี้เราค่อยไปสมัครสอบให้ลูกและเที่ยวเล่นอีกหน่อย ตามนี้นะ

โมนาวี่ หรือเรียกสั้นๆว่าโมน หญิงสาวผมทองหน้าตาดีผู้หนึ่งกล่าวกับเด็กชายผมขาวลูกของเธอถึงกำหนดการของวันนี้และวันพรุ่งนี้

ครับเสียงเจื้อยแจ้วของขานรับ เป็นน้ำเสียงของเด็กชายที่ชื่อเซน เขามีผมสีขาวดวงตาสีฟ้าหน้าตาดีผิวพรรณผ่องใสสะอาดสะอ้าน หากมองไกลๆคงยากที่จะรู้ได้ว่าเซนเป็นเพศอะไร

ขบวนรถม้าพร้อมธงแสดงยศผู้มาเยือนได้เคลื่อนตัวเข้าไปในเมืองอาซลานอย่างช้าๆเรียกความสนใจเหล่าเด็กเล็กเด็กโตในเมืองได้เป็นอย่างดี แต่นี่ถือเป็นเรื่องธรรมดาของเหล่าผู้ใหญ่ในเมืองเพราะช่วงนี้อยู่ในช่วงสมัครสอบเข้าอาซลาน อาคาเดมีจึงไม่แปลกที่เหล่าคนใหญ่คนโตที่อยากจะให้ลูกเข้าโรงเรียนดีๆ จึงมีขบวนรถยิ่งใหญ่แบบนี้เข้าออกในเมืองเป็นประจำ

เมื่อรถม้าเคลื่อนมาใกล้จะถึงตัวปราสาท เซนก็สังเกตรอบๆตัวราชวังเผื่อในอนาคตเขาถูกจับจะได้หนีออกมาได้

แต่เมื่อเริ่มตรสจสอบดูรอบๆจากในบานหน้าต่างรถม้า ก็พบว่าการจะสำรวจนั้นมันคงเป็นไปไม่ไดแน่ เพราะตัวพระราชวังที่ทำจากหินอ่อนขาวที่เห็นไกลๆว่าใหญ่แล้ว แต่เมื่อเข้ามาใก้ลๆมันยิ่งใหญ่เข้าไปอีกจนเซนต้องแหงนมองสุดคอถึงจะเห็นยอดปราสาท

จะทำใหญ่ทำสูงไปทำไมกันนะเซนพึมพำกับตัวเองเบาๆแต่เวนเดอลาดันไปได้ยินจึงอธิบายให้ฟัง

เมื่อก่อนราชวังนี้เป็นของพวกดาร์คเอลฟ์น่ะ พวกนั้นชอบสร้างสถาปัตยกรรมให้ดูยิ่งใหญ่และนี่ก็เป็นวังที่

พวกนั้นสร้าง จึงไม่แปลกที่มันจะออกมาดูใหญ่เวอร์แบบนี้

เมื่อเวนพูดจบ เซนจึงพอจะเข้าใจขึ้นมาบ้าง พลางคิดว่าพวกดาร์คเอลฟ์ถึงจะเป็นเผ่าความมืดแต่ก็สร้างสิ่งสวยงามแบบนี้ได้ด้วยแฮะ แล้วพวกที่อยู่ข้างในวังใหญ่โตแบบนี้จะหลงทางบ้างมั้ยนะ

ฮัดชิ้วเสียงจามเล็กๆดังออกมาจากเด็กผู้หญิงผมสีน้ำตาลอ่อนคนหนึ่ง เธอมีดวงตาสีฟ้าผมยาวประบ่าเป็นลอนดูเข้ากับใบหน้าที่งดงามยากจะหาผู้ใดเปรียบ

อยู่นิ่งๆสิลูก เดี๋ยวผมก็เสียทรงหรอกเสียงหวานของสตรีอีกนางหนึ่งดุให้กับลูกของเธอที่เผลอจามระหว่างที่เธอกำลังหวีผมและจัดทรงให้

ก็มันช่วยไม่ได้นี่คะท่านแม่ อยู่ๆมันก็จามจะให้หนูทำยังไงล่ะเด็กหญิงย้อนกลับแม่ของเธอเสียงใส

แน่ะ ยังจะย้อนแม่อีก เอาเถอะๆนั่งนิ่งๆละกัน วันนี้เรามีแขกคนพิเศษมาหานะ จะให้ลูกทะเล่อทะล่าออกไปต้อนรับมันก็กระไรอยู่ เข้าใจแม่ด้วยนะ อลิซ” 

ค่ะ ท่านแม่อนาลิเซีย

อนาลิเซีย หรือราชินีแห่งเมืองอาซลาน หญิงชาวเอลฟ์ผู้สูงศักดิ์ที่ได้มาเป็นราชินีในแดนมนุษย์ เธอคือหญิงผู้งดงามราวเทพธิดาไม่ต่างจากลูกสาวของเธอ หรือจะพูดให้ถูกก็คือลูกสาวของเธอได้ความสวยมาจากเธอเต็มๆ

แต่ถึงเธอจะสูงศักดิ์ขนาดไหน เธอกลับชอบที่จะทำอะไรด้วยตัวเองและไม่ถือตัว อย่างเช่นตอนนี้ที่เธอมาจัดแจงทรงผมให้ลูกสาวด้วยตัวเองเพื่อต้อนรับแขกพิเศษที่เดินทางมาเยี่ยม ซึ่งก็คือพี่สาวและพี่เขยของเธอรวมถึงลูกชายของทั้งสองที่ชื่อเซน

                แตร๊ด~~’ เสียงดนตรีดังสนั่นตามทางเดินเข้าสู่พระราชวังเพื่อต้อนรับและให้เกียรติผู้มาเยือนที่มีศักดิ์เป็นถึงรัชทายาทอันดับสองแห่งดินแดนเอลฟ์รวมถึงเป็นพี่เขยของราชินีแห่งเมืองนี้

เมื่อขบวนรถเคลื่อนตัวมาจอดหน้าพระราชวัง คนทั้งสามที่นั่งอยู่ในราชรถจึงลงมาพร้อมทั้งย่อตัวทำความเคารพกษัตริย์เมอริค กษัตริย์แห่งเมืองอาซลานและดินแดนมนุษย์ ที่ท่านทรงให้เกียรติมาต้อนรับบุคคลทั้งสามด้วยตนเอง

ไม่ต้องมากพิธีก็ได้ ลุกขึ้นได้แล้วน่าทำป็นห่างเกินกันไปได้เสียงกษัตริย์หนุ่มผู้ยิ่งใหญ่เจ้าของเรือนผมสีดำหน้าตาคมเข้ม อกผายไหล่ผึ่งสมเป็นชายชาตรีดังขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง เพื่อให้บุคคลทั้งสามที่มาเยือนลุกขึ้นและเพื่อไม่ให้เด็กชายผมขาวที่ดูจะเกร็งเล็กน้อยรู้สึกผ่อนคลาย

โหย เป็นถึงกษัตริย์ของเหล่ามนุษย์แล้วจะไม่ให้กระผมทำความเคารพได้ยังไงคร้าบบบเสียงยอกย้อนของเวนเดอลาดังสวนกลับแทบจะในทันทีหลังจากที่เมอริคพูดจบ

แหมไอ้เวน ไม่ต้องมาทำเป็นยอกย้อนเลยนะ พอพูดดีด้วยล่ะเอาใหญ่ เดี๋ยวปั๊ดเข้าให้กษัตริย์เมอริคผู้ยิ่งใหญ่ที่ดูภายนอกดูน่าเกรงขามไม่น้อยใครๆต่างก็ให้ความเคารพ แต่กษัตริย์คนนั้นที่เซนเห็นในตอนนี้ เซนกลับคิดว่าเขาก็ดูเหมือนแค่ไอ้บ้าธรรมดาๆคนนึงเท่านั้นเอง มิน่าล่ะถึงเป็นเพื่อนกับเวนได้ บ้าพอกัน

ผ่านไปสักครู่ทั้งคู่ก็ยังเถียงกันไปกันมาไม่หยุด โมนจึงพาเซนเข้าไปข้างในปราสาทก่อนแถมยังรู้ทางเหมือนกับเป็นบ้านตนเอง ปล่อยให้เจ้าบ้าสองคนเถียงกันอยู่ข้างนอก

และเมื่อเข้ามาในตัวปราสาท เซนก็พบว่าภายในนั้นมันเป็นอะไรที่สวยงามมาก ภายนอกว่าสวยงามแล้วแต่ภายในสวยงามยิ่งกว่า มันสวยยังกะเอาพิพิธภัณฑ์ที่มีลวดลายอันวิจิตรตามกำแพงและเพดานมาไว้ข้างในยังไงอย่างงั้น มันทำให้เซนอึ้งจนตาค้าง แต่ที่เซนอึ้งจนตาค้างหาใช่เพราะความงามของภายในปราสาท หากแต่เป็นร่างของผู้หญิงสองคนที่งดงามปานเทพธิดาบนรูปสลักกำลังยืนเคียงคู่กัน คนหนึ่งเป็นเด็กและอีกคนเป็นผู้ใหญ่

สวัสดีอนาลิเซีย เป็นยังไงบ้างไม่ได้เจอกันตั้งนานแน่ะสบายดีมั้ย หนูด้วยนะจ๊ะอลิซ แหมโตเป็นสาวแล้วสวยขึ้นเยอะเลย ทำเอาป้าแทบจำไม่ได้แน่ะโมนาวี่เอ่ยทักอนาลิเซียและลูกสาวของเธออย่างเป็นกันเอง ซึ่งอีกฝ่ายก็ตอบกลับมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

สบายดีค่ะพี่โมน เราก็ไม่ได้เจอกันนานจริงๆนั่นล่ะเนาะ อุ้ยแล้วนั่นใช่เซนหรือเปล่าคะ โตขึ้นเยอะแล้วหล่อเชียว อนาลิเซียกล่าวทักทายกลับพร้อมทั้งเยินยอเซนไปในตัว ไม่ใช่การเยินยอเพื่อประจบลูกเลี้ยงของพี่สาวตนแต่เธอพูดออกมาจากใจจริง เพราะครั้งล่าสุดที่เธอเห็นเซนนั้น เขายังดูเป็นเด็กตัวกระเปี๊ยกอยู่เลย ต่างกับตอนนี้ที่ดูจะสูงขึ้นเยอะ

สวัสดีค่ะป้าโมน แล้วก็...คุณเซน ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งค่ะ ฉันอลิซนะคะ อลิซาเบธ ชาร์ล เรียกว่าอลิซเฉยๆก็ได้ อ้อและก็ขออภัยในตอนนั้นด้วยนะคะที่ดิฉันเสียมารยาทต้องขอโทษด้วยจริงๆค่ะ เนื่องด้วยอลิซยังเด็กเลยแสดงกิริยาแบบนั้นออกไป แต่ตอนนี้สบายใจได้ค่ะเพราะอลิซไม่เหมือนตอนเด็กแน่นอนค่ะ

อลิซ เจ้าหญิงน้อยผู้เลอโฉม ธิดาเพียงองค์เดียวของกษัตริย์และราชินีแห่งแดนมนุษย์ กล่าวกับเซนด้วยน้ำเสียงอันไพเราะพร้อมยิ้มให้เซนอย่างอ่อนหวาน แต่เซนซึ่งเมื่อก่อนเคยใช้ไม้นี้มาเยอะก็รู้ว่า...เธอไม่ได้ยิ้มออกมาจากใจจริง

                เมื่อสองสาวมาพบปะกันทำให้ทั้งคู่คุยกันยาวไม่ต่างจากสองหนุ่มหน้าวัง อนาลิเซียซึ่งเห็นเซนและอลิซลูกสาวเธอกำลังยืนเบื่ออยู่ทั้งคู่จึงบอกทั้งสองว่า

อลิซ พาเซนเดินชมเดินเที่ยวรอบวังหน่อยสิ แม่ว่าเซนน่าจะเพิ่งเคยมาเดี๋ยวจะหลงเอาได้ ลูกช่วยพาเค้าทัวร์หน่อยนะ

-คะ?” อลิซตอบกลับด้วยสีหน้างงงวยที่ไม่คิดว่าตนจะต้องพาเด็กผู้ชายที่ไม่ชอบหน้าพาเดินเที่ยววังหรือบ้านของตน

น่าๆลูกก็ไม่มีปัญหาอะไรกับเค้าแล้วหนิ อายุของทั้งคู่ก็พอๆกันน่าจะไปด้วยกันได้ดีน้าแม่ว่าอนาลิเซียบอกลูกอย่างยิ้มๆทั้งๆที่เธอก็รู้อยู่แล้วว่าลูกสาวเธอน่าจะยังไม่ชอบเจ้าหนูเซนอยู่ จึงวางแผนจะให้ทั้งคู่คืนดีกัน

ก็ได้ค่ะ...อลิซตอบด้วยสีหน้าห่อเหี่ยวใจ พลางเรียกเซนตามมา

 

อย่าคิดว่าชั้นหายโกรธนายแล้วนะหลังจากเดินไปเรื่อยๆ อลิซที่ดูจะทนความเงียบไม่ไหวจึงเอ่ยขึ้นเป็นคนแรก

ผมก็ไม่ได้หวังว่าคุณจะหายโกรธผมซักหน่อยเซนตอบกลับอย่างรู้ทันว่าอลิซยังโกรธเคืองตนอยู่

ได้ข่าวว่านายมาที่นี่เพื่อจะเข้าอาซลานอคาเดมี ดูจากท่าทางอ้อนแอ้นนี่แล้วไม่ติดชัวร์ชั้นว่านายล้มเลิกความคิดเถอะ

อลิซพยายามกล่าวเย้ยหยันเซนเพื่อจะเอาคืนในเรื่องของเมื่อก่อนให้ได้

ผมอ่ะยังไงก็ได้ แต่เพราะท่านพ่ออยากให้ผมได้พบปะผู้คนดีๆผมจึงต้องจำใจเข้า และผมก็จะไม่ทำให้ท่านพ่อท่านแม่ผิดหวังเด็ดขาดเซนตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจังซึ่งก็ทำให้อลิซหลุดขำออกมา

อุ๊บส์ ฮ่าๆอลิซพยายามกลั้นขำไว้ในลำคอแต่มันก็ดันมีเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ เซนจึงได้ยินเข้าจึงมีสีหน้าอายๆอย่างเห็นได้ชัด

ไม่ต้องมาหัวเราะผมเลยนะครับ ว่าแต่ผมเหอะแล้วคุณล่ะ ก็จะเข้าใช่รึเปล่าเซนพยายามถามกลับเพื่อปกปิดความอายไว้

อื้ม แต่ยังไงชั้นก็ติดอยู่แล้วล่ะ ไม่ต้องมาห่วงพะวงแบบนายหรอกว่าจะติดหรือไม่ติด แบร่อลิซตอบกลับคำถามเซนแถมยังแลบลิ้นให้ด้วย ซึ่งที่เธอทำเพื่อจะให้กำลังใจของเซนหดหายไปแต่มันกลับทำให้เซนลอบยิ้มในความน่ารักของเธอมากกว่า

ยิ้มอะไรของนาย น่ากลียดเป็นบ้าเมื่ออลิซสังเกตเห็นว่าเซนลอบยิ้มให้ตนจึงถามด้วยสีหน้าสงสัย

เปล่าครับ แค่คิดว่าถ้าผมไม่เจอคุณในห้องน้ำเมื่อตอนนั้น เราอาจจะเข้ากันก็ได้นะครับ เซนกล่าวด้วยสีหน้าพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนแต่แฝงด้วยความเศร้าเล็กน้อย มันทำให้อลิซคู่สนทนาเซนในตอนนี้นั้นเกิดอาการใจสั่นเล็กน้อย เธอจึงสะบัดหน้าไล่ความคิดนี้ออกไปและตอบเซนกลับว่า

ไม่มีทางย่ะ ถึงนายจะไม่เห็นชั้นตอนนั้น ชั้นก็รับรองได้เลยว่าเราทั้งคู่ไม่มีทางเข้ากันได้แน่นอน

 แหะๆ งั้นเหรอครับ ก็คงจะอย่างนั้นล่ะขอโทษที่ผมพูดเข้าข้างตัวเองเกินไป กับองค์หญิงผู้สูงศักดิ์แล้วการจะเป็นเพื่อนด้วยคงจะยากน่าดูน้ำเสียงเซนที่ตอบกลับอลิซในตอนนี้นั้นมันเจือเศร้าออกมาด้วย ทำให้อลิซที่ฟังอยู่รู้สึกเหมือนมีอะไรแหลมๆมาทิ่มกลางอก เพราะจริงๆแล้วนอกจากเหล่าแม่บ้านในวังและแม่ของเธอ เธอก็ไม่มีเพื่อนเลย เธอจึงไม่พูดอะไรแล้วพาเซนเดินชมส่วนต่างๆในวังต่อไป

เช้าวันรุ่งขึ้น เป็นวันที่เปิดรับสมัครเข้าอาซลานอาคาเดมีเป็นวันแรก ผู้ที่ต้องการจะเข้านั้นมีจำนวนมากและต่างก็ยืนเฝ้าหน้าประตูโรงเรียนเพื่อไปสมัครกันตั้งแต่เช้าตรู่ ถึงแม้จะเป็นลูกเจ้านายใหญ่โตขนาดไหนหากไม่มาสมัครด้วยตนเองก็อย่าหวังว่าจะได้เข้า

จึงทำให้เซน...เด็กชายผมขาวอดีตนักฆ่าเด็กที่โชคชะตาจับพลัดจับผลูมาเป็นลูกบุญธรรมเจ้าชายเอลฟ์จนต้องมาเดินเคียงคู่กับอลิซ...เจ้าหญิงน้อยแห่งดินแดนมนุษย์ผู้มีสายเลือดเอลฟ์อยู่ครึ่งหนึ่ง

ตามจริงแล้วทั้งคู่ก็ไม่ได้อยากมาเดินคู่กันเพื่อไปสมัครสอบเข้าโรงเรียนอาซลานที่การสอบจะมีขึ้นในอีกสองอาทิตย์หรอก แต่เพราะเป็นความต้องการของแม่และป้าของอลิซ ที่ต้องการให้ลูกๆของพวกเธอสนิทกันก่อนเข้าโรงเรียนจึงให้มาสมัครเรียนกันเองสองต่อสอง โดยไม่ถามความสมัครใจของลูกๆเลย

อย่าเข้ามาใกล้ชั้นนะ เดี๋ยวคนอื่นเขาก็เข้าใจผิดกันหรอกเสียงของอลิซดังขึ้นเพื่อบอกให้เซนเดินห่างๆเธอ เพราะตอนนี้คนในเมืองเริ่มหันมาให้ความสนใจทั้งคู่แล้ว ด้วยความหน้าตาดีของทั้งสองคนและทางฝ่ายผู้หญิงยังเป็นเจ้าหญิงน้อยของเมือง ทำให้ผู้คนเริ่มซุบซิบว่าเด็กชายผมขาวหน้าตาดีที่เคียงคู่กับเธอนั้นน่าจะเป็นว่าที่คู่หมั้นแน่ๆ

ก็ถ้าผมอยู่ห่างองค์หญิงขึ้นมา มันจะทำให้ผมหลงทางน่ะสิครับ ผมก็เพิ่งจะเคยเดินทางมาที่นี่ครั้งแรกไม่คิดว่าคนจะเยอะขนาดนี้เซนพยายามอ้างเหตุผลที่ไม่ยอมออกห่างองค์หญิง อันที่จริงเขาเคยมาที่นี่แล้วแหละตอนที่ยังเป็นนักฆ่าเพื่อมาปลิดชีวิตคนขายของเถื่อน แต่ตอนนั้นมันเป็นช่วงเวลาเร่งรีบทำให้เซนไม่ได้สังเกตหรือสำรวจเส้นทางในเมืองมากนัก

เฮอะ แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวละกัน คราวหลังอย่าหวังว่าจะได้เดินเคียงคู่ชั้นคนนี้อีกเลย แบร่อลิซบ่นเซนแถมยังแลบลิ้นให้อีกครั้ง ซึ่งมันก็ทำให้เซนขำได้ทุกครั้งเพราะมันทำให้องค์หญิงน้อยคนนี้ดูน่ารักขึ้นมากจริงๆ

ภาพของทั้งสองที่เดินเคียงคู่กันทั้งยังมีการเย้าหยอกเป็นระยะๆ ทำให้ชาวเมืองที่ลอบมององค์หญิงน้อยต่างคิดว่ากษัตริย์ของตนคงจะมีทายาทผู้สืบทอดในเร็ววันเป็นแน่

 

                เมื่อมาถึงอาซลานอาคาเดมีที่ตั้งอยู่ริมชานเมือง ทำให้เซนรู้ว่าที่นี่สมกับเป็นสถาบันการศึกษาที่ดีที่สุดจริงๆ ด้วยขนาดของโรงเรียนที่กว้างและกินเนื้อที่มากกว่าราชวังของเมืองที่ว่าใหญ่สุดๆแล้วแต่ที่นี่ใหญ่กว่าเกือบเท่าตัว

เซนและอลิซที่ตอนนี้กำลังยืนต่อแถวรอหน้าทางเข้าโรงเรียนเพื่อรับบัตรคิวอย่างเบื่อหน่ายเพื่อรอถึงคิวตนเอง แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าแถวที่ยาวเหยียดของจำนวนคนเกือบครึ่งหมื่นจะหดสั้นลง ที่คนมาเยอะในวันแรกนั้นเพราะการสมัครมีเพียงแค่สามวันซึ่งวันหลังๆจะยิ่งเยอะมากเป็นพิเศษจนบางคนต่อแถวแล้วยังไม่ได้สมัครก็มี คนจึงมารวมๆกันและจองคิวซะตั้งแต่วันแรก

ผู้ที่มาสมัครนั้นมีมากมายหลายเผ่าพันธุ์ไม่ว่าจะเป็น เอลฟ์ แวมไพร์ มนุษย์ ซัคคิวบัส มนุษย์หมาป่า เป็นต้น ส่วนใหญ่จะใช้ร่างมนุษย์ตามกฎของดินแดนมนุษย์ ยกเว้นบางเผ่าพันธุ์ที่มีความแตกต่างจากมนุษย์ไม่มากนักเช่นเอลฟ์

ในขณะที่เซนกับอลิซกำลังรอด้วยความเบื่อหน่ายพร้อมทั้งบ่นกับตัวเองไปพลางๆ จู่ๆก็มีชายผู้หนึ่งหน้าตาหล่อดูคมเข้มผมสีดำรูปร่างสูงใหญ่เกินวัยของผู้สมัครสอบคนอื่นๆที่สาวๆที่ไหนเห็นก็เป็นต้องเหลียวตาม เดินเข้ามาหาอลิซ

สวัสดีครับองค์หญิง กระผมเวอเซล ลามิรอส บุตรของเอลดิโก้ ลามิรอสหัวหน้าเผ่าแวร์วูลฟ์ทางตอนใต้ ไม่ทราบว่าองค์หญิงต้องการจะเปลี่ยนลำดับคิวแถวกับกระผมมั้ยครับเขาเอ่ยกับอลิซเพื่อที่จะสละลำดับบัตรคิวที่ได้มาให้กับอลิซ

ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แถวแค่นี้เองชั้นรอได้ค่ะอลิซกล่าวตอบไปอย่างไม่ถึงตัวพร้อมทั้งยิ้มให้นายคนนั้นด้วย ทำเอาเซนที่ลอบมองอยู่รู้สึกหงุดหงิดแปลกๆ เพราะกับเซนนั้นอลิซจะพูดไม่ดีด้วยแต่กับนายคนนี้ดันพูดซะไพเราะเชียว

จะดีเหรอครับ ผมเห็นองค์หญิงยืนอยู่นี่มานานแล้ว ผมเลยกลัวว่ามันจะทำให้องค์หญิงไม่สบายได้น่ะครับ

เวอเซล แวร์วูลฟ์เจ้าเสนห์ยังคงตื้ออลิซไม่เลิกซึ่งอลิซก็ปฏิเสธความปรารถนาดีนั้นไป ชายหนุ่มจึงอยู่คุยกับอลิซเพื่อทำความรู้จัก และอลิซไม่ได้แสดงท่าทีไม่พอจะหรือรำคาญอะไรออกมา ตรงกันข้ามเธอกลับดูจะพูดถูกคอกับชายคนนี้ด้วย

ฮ่าๆ เป็นอย่างนั้นเองหรอกเหรอครับ ผมก็นึกไว้อยู่แล้วว่าองค์หญิงคงไม่มีคู่หมั้นท่าทางอ้อนแอ้นแบบนี้หรอก

หลังจากที่เวอเซลถามเรื่องของเซนที่นั่งเงียบอยู่ข้างๆอลิซตั้งแต่ต้น และได้รับคำตอบที่ดูจะถูกอกถูกใจกับความต้องการของตนจึงหัวเราะออกมาและนินทาเซนโดยไม่สนใจเลยว่า เซนนั้นยังอยู่ข้างๆอลิซ

ส่วนอลิซก็ได้แต่หัวเราะแหะๆเพราะใจจริงก็สงสารเซนอยู่บ้างที่โดนดูถูกระยะเผาขนขนาดนี้ แต่จะปฏิเสธก็คงไม่ได้เพราะเซนนั้นถึงจะดูโตขึ้นมาหน่อยแต่ก็ยังดูผอมบางกว่าเวอเซลมาก และเธอก็ไม่คิดว่าอย่างเซนจะสอบเข้าอาซลานอาคาเดมีได้หรอก

                และเมื่อถึงคิวของเซนและอลิซที่จะต้องไปกรอกใบสมัครก็เป็นช่วงบ่ายแก่ๆของวัน ดีที่ทางโรงเรียนมีอาคารและต้นไม้มากมาย ผู้สมัครจึงพอจะมีร่มเงาให้กันร้อนได้บ้าง

การกรอกใบสมัครนั้นผู้สมัครจะต้องกรอกใบสมัครและระบุข้อมูลให้ครบรวมถึงเผ่าพันธุ์ด้วย เพื่อง่ายต่อการรับมือหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น โดยการระบุเผ่าพันธุ์นั้นจะต้องไปยังเครื่องระบุเผ่าพันธุ์ที่จะระบุเผ่าพันธุ์ตามเลือดที่ถูกเจาะออกมาหนึ่งหยด

ฮาล์ฟเอลฟ์ แวมไพร์ แวมไพร์ มนุษย์ มนุษย์ มนุษย์ ฮาล์ฟเอลฟ์ มนุษย์หมาป่า ลูกครึ่งมนุษย์หมาป่า นิมฟ์ ครึ่งมนุษย์

เสียงของผลเลือดที่เจาะออกมาถูกระบุโดยเครื่องตรวจสอบเผ่าพันธุ์เป็นรายบุคคลตามหมายเลขที่ระบุ ซึ่งเมื่อถึงทีของเซนเครื่องระบุเผ่าพันธุ์มันกลับบอกว่าเซนเป็นครึ่งมนุษย์ทั้งๆที่ตามปกติควรจะบอกสายเลือดอีกครึ่งที่ไม่ใช่ของมนุษย์

เนื่องจากความผิดปกตินี้นั่นเองทำให้เจ้าหน้าที่เกิดสงสัยขึ้นมาเลยเรียกเซนไปตรวจสอบ เซนจึงบอกว่าเขามีสายเลือดฮาล์ฟเอลฟ์อยู่เครื่องเลยอาจรวนก็ได้ ซึ่งทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็เชื่อจึงบอกให้เซนกรอกข้อมูลเผ่าพันธุ์และไปยังกระบวนการถัดไป

ps.เมื่อวานไม่ได้ลงเพราะว่าจะดองรวมกับส่วนของวันนี้ไว้55 ขอบคุณที่ติดตามครับT^T

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #919 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2558 / 13:58
    5555++ ความเกือบแตก คิกๆ คักๆ
    #919
    0
  2. #820 มิลิน (@sompopy) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 11:26
    ไม่ชอบอลิซค่ะ ไม่เชียร์
    #820
    0
  3. #497 Kei Chaiton (@chaitonkei) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 มีนาคม 2558 / 12:20
    ไม่ชอบผู้หญิงแบบอลิซอะไรนี่เลย บ้าบออะไรแบบนี้ ทำตัวไม่เหมือนองหญิงเลย เพลีย
    #497
    0
  4. #103 kimurakung (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 22:51
    คิดว่าจะต้องประกาศให้โลกรู้ว่า เป็นเผ่าไลท์เอลฟ์ ซะแล้ว เกือบไปๆ นายเซน
    #103
    0
  5. วันที่ 20 มกราคม 2558 / 01:18
    เซน เอ๊ย นึกว่าเครื่องมันจะตรวจเจอสายเลือดไลท์เอลฟ์ซะแล้ว รอดตัวไป
    #54
    0
  6. #53 Natdanai Wichapong (@chiba_tatsuya) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มกราคม 2558 / 20:09
    ขอบคุณครับ
    #53
    0
  7. #52 tainies (@tainies) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มกราคม 2558 / 19:33
    เครื่องรวนซะงั้น
    #52
    0
  8. #51 Reayu (@yukio-omine) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มกราคม 2558 / 19:28
    ขอบคุณครับ
    #51
    0