Zen กับสายเลือดที่สาบสูญ

  • 98% Rating

  • 13 Vote(s)

  • 112,978 Views

  • 1,198 Comments

  • 2,051 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    19

    Overall
    112,978

ตอนที่ 19 : เสียงปริศนา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3761
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    26 ม.ค. 58

                 
                        ในระหว่างที่ผลการตัดสินแพ้ชนะกำลังจะรู้ผล จู่ๆก็มีเสียงปริศนาของหญิงสาวดังเข้ามาในหัวเซน พร้อมเอ่ยปากว่าจะช่วย

เซนซึ่งในตอนนี้ไม่อาจจะคิดหาวิธีโต้ตอบเพลิงของมังกรขนาดมหึมานี้ได้ นอกเสียจากจะต้องใช้พลังจากธาตุแสงที่เป็นไพ่ตายของเขาซึ่งกับเรื่องแค่นี้คงไม่จำเป็นต้องใช้ เพราะนี่เป็นเพียงการทดสอบที่ความตายและอาการบาดเจ็บจะไม่เกิดขึ้นจริง

และก่อนที่เปลวเพลิงจากลูกไฟยักษ์จะถึงตัวเด็กทั้งสิบคน แต่ละคนต่างก็หลับตาด้วยความกลัวและภาวนาขอให้รีบทดสอบเสร็จๆไป แต่ทว่า...จู่ๆกลับมีบาเรียเวทย์สีดำขนาดใหญ่ปรากฎขึ้นรอบๆตัวของสมาชิกในกลุ่มของเซนและต้านเปลวเพลิงร้อนนั้นไว้ได้อย่างเฉียดฉิว

เซนจึงเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่จะโจมตีสวนกลับ จึงกระชับดาบในมือแน่นพร้อมทั้งรีดพลังธาตุแสงที่มีในตัวให้ไปรวมที่ดาบได้มากที่สุดจนดาบเรืองแสงประกายสีขาวขึ้นมา

และเมื่อใกล้ถึงจุดอันตรายเพราะใช้เวทย์เกินขนาด เซนจึงหยุดไว้เพียงแค่นั้นและกรีดดาบเป็นทางยาวลากไปตามพื้นก่อนจะฟาดไปยังทิศทางของมังกรที่กำลังบินอยู่บนฟ้า ลำแสงสีขาวขนาดใหญ่ก็ออกจากดาบพุ่งทะยานสวนกลับเปลวไฟจำนวนมหาศาลไปยังร่างของมังกรแดงยักษ์

เซนที่ในตอนนียังไม่รู้ว่าการโจมตีเมื่อครู่สำเร็จหรือไม่ก็ได้แต่หแบหายใจอย่างหนักๆเนื่องด้วยสุดกำลังของเขาแล้ว

อันที่จริงถ้าจะให้เซนจัดการให้เสร็จๆตั้งแต่แรกไม่ต้องรอให้มังกรใช้ท่าไม้ตายแบบนี้ก็ย่อมได้ แต่เนื่องจากการจะกำจัดมังกรที่มีเกร็ดหนาและตัวใหญ่ขนาดนี้มันจำเป็นจะต้องใช้ธาตุแสงเข้าช่วย เพราะเนื่องจากในการใช้ธาตุธรรมดานั้น เซนไม่สามารถใช้ได้ทรงพลังเหมือนคนอื่นๆที่มีธาตุใดธาตุหนึ่งเป็นธาตุประจำตัว เช่นผู้ที่มีธาตุประจำตัวเป็นธาตุไฟก็สามารถใช้ธาตุไฟได้แข็งแกร่งกว่าผู้ที่มีธาตุดินเป็นธาตุประจำตัว  แต่ในบางครั้งก็ขึ้นอยู่กับพลังเวทย์ในตัวด้วย

                หลังจากทุ่มพลังเวทย์จนเกือบหมดตัว เซนที่ตอนนี้ถึงกับล้มทั้งยืนก็พบว่าเปลวไฟจำนวนมหาศาลในตอนแรกนั้น บัดนี้มันได้อันตรธานหายไปพร้อมกับมังกรแล้ว และเมื่อหันไปรอบๆก็พบว่าเพื่อนรวมทีมแต่ละคนนั้นต่างก็มีสีหน้างงงวยกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะตามเหตุการณ์ไม่ทันและมองอะไรไม่เห็นเนื่องด้วยแสงจากเปลวเพลิงกระทบเข้าตาจนยากที่จะลืมตาได้

ส่วนผู้คุมสอบที่กำลังงุนงงกับเหตุการณ์เมื่อครู่ว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นกัน ก็กำลังคิดอย่างหนักพร้อมหาสาเหตุมาอธิบายการชนะของเด็กกลุ่มนี้แต่ก็หาคำตอบให้ไม่ได้ เพราะเนื่องด้วยในระหว่างที่เซนโจมตีนั้น เปลวเพลิงจำนวนมากได้บดบังทัศนวิสัยจนผู้คุมสอบไม่สามารถมองเห็นได้ว่าเกิดอะไรขึ้น จะเห็นก็เพียงแต่ว่าได้เกิดประกายควันขึ้นที่ร่างของมังกรพร้อมทั้งเสียงอะไรบางอย่างกระทบก่อนมังกรจะสลายหายไปเพราะเป็นเพียงแค่เวทย์มายาที่หากถูกทำลายก็จะสูญสลาย

งานงอกซะแล้วสิ และเนื่องด้วยให้คำตอบกับเหตุการณ์นี้ไม่ได้ ทางผู้คุมสอบจึงจำใจต้องจดรายชื่อทุกคนไว้ให้ทางฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูลวิเคราะห์ว่าจะทำยังไงกับเด็กพวกนี้ เพราะไม่อาจรู้ได้ว่าเป็นฝีมือของใครจึงจะได้ให้คะแนนถูก แต่พอถามกลับบอกว่าไม่รู้เรื่องซักคน

และเมื่อการสอบของกลุ่มเซนเสร็จสิ้นลง เซนพร้อมเพื่อนร่วมกลุ่มก็ออกมาจากหลังม่านพร้อมทั้งสีหน้าที่แสดงออกมาได้ชัดเจนว่า เหนื่อย

แต่แล้วเมื่อมองไปรอบๆก็พบว่าแต่ละคนในห้องมีสีหน้าดูตกอกตกใจกันมากๆ เนื่องจากกลุ่มของเซนสามารถเอาชนะสัตว์อสูรหลังม่านนั้นได้ทั้งๆที่ก่อนหน้ากลุ่มของเซนนั้น แค่จะอยู่ให้ได้เกินสามนาทีก็เป็นไปไม่ได้แล้ว

พวกนายทำได้ยังไงเหรอ

ใครเป็นคนจัดการ

ข้างในเป็นตัวอะไร

ดวงดีได้ตัวอ่อนแอล่ะสิท่า

เก่งจังเอาชนะสัตว์อสูรได้ด้วย

ทันทีที่กลุ่มของเซนเดินกลับไปนั่งในที่รวมกลุ่มกันตอนแรก ก็มีกลุ่มอื่นๆมาซักถามถึงเรื่องราวข้างใน บ้างก็ดูถูกเหน็บแนม บ้างก็เชยชม แต่สมาชิกในกลุ่มก็ได้แต่ส่ายหน้าและบอกว่าไม่รู้ เป็นอย่างนี้ได้ไม่นานก็มีผู้คุมสอบมาไล่เพราะการสอบยังเหลืออีกสามกลุ่ม

แต่กลุ่มสุดท้ายดูจะน่าเหลือเชื่อกว่ากลุ่มของเซนมาก เพราะทันทีที่กลุ่มสุดท้ายเข้าไปยังหลังม่านดำเพื่อสู้กับสัตว์อสูร ก็พบว่าไม่ถึงสิบนาทีพวกเขาก็สามารถเอาชนะได้แถมยังเร็วกว่ากลุ่มของเซนที่ใช้เวลาเกือบยี่สิบนาที แต่เมื่อสังเกตดูดีๆถึงเหตุผลที่กลุ่มสุดท้ายสามารถเอาชนะได้รวดเร็วขนาดนี้นั้น ก็เพราะว่าแต่ละคนนั้นเป็นเพื่อนที่มาสมัครไล่เลี่ยกันจึงได้อยู่ห้องสอบและกลุ่มเดียวกัน แต่ละคนในทีมจึงเข้าขากันได้ดีเป็นอย่างมาก

และแต่ละคนในกลุ่มสุดท้ายก็มาจากเผ่าที่เป็นธาตุความมืดที่ถือว่าแข็งแกร่งที่สุดในตอนนี้กันซะหมด จึงไม่แปลกที่จะโค่นสัตว์อสูรได้รวดเร็วขนาดนี้ (เนื่องจากธาตุแสงสาบสูญไปแล้ว ธาตุความมืดจึงขึ้นมาแข็งแกร่งที่สุดแทน)

ในขณะที่เซนกำลังนั่งเงียบอยู่คนเดียวรอผู้คุมสอบปล่อยตัวออกจากห้องสอบก็ได้มีอะไรบางอย่างมาสะกิดแขนเขา เซนจึงหันไปมองและก็พบว่าเป็นมือเรียวงามของเด็กสาวผมเงินที่อยู่กลุ่มเดียวกัน

เธอเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นว่าเซนหันมาแล้วว่าเป็นนายใช่มั้ย ที่จัดการเจ้ามังกรนั่นและด้วยคำถามนี้เองทำให้เซนรีบตอบปฏิเสธไปแทบจะทันที เพราะกลัวว่าหากตอบว่าใช่เธอจะถามเซ้าซี้ถึงวิธีการเอาชนะ

ซึ่งก็ดูเหมือนว่าเธอจะพยักหน้าตอบเล็กน้อย ก่อนจะมีเสียงอีกเสียงดังขึ้นตามมา

ผมเป็นคนจัดการมันเองแหละคนสวย ตอนแรกที่ผมเห็นคุณเข้าสู้กับมังกรผมเห็นว่ามันไม่ใช่วิธีการของผม ผมเลยรอจัดการตอนที่คุณเสียท่าเพราะอยากเห็นท่วงท่าอันงดงามของคุณ ตอนไฟใกล้จะโดนคุณนะผมเลยกางเวทย์รอบๆทุกคนและซัดพลังตู้มเดียวจอดยังไงล่ะ

เสียงของเด็กชายผมทองลูกครึ่งแวมไพร์ที่ได้มาเข้าร่วมวงสนทนาของทั้งคู่ด้วยอีกคน แต่ก็พบว่าทันทีที่พูดจบกลับไม่มีเสียงอันใดเอื้อนเอ่ยออกจากลำคอของเด็กสาวผมเงินเลยแม้แต่น้อย กลับกัน เธอกลับนั่งอยู่เฉยๆโดยที่ไม่หันไปมองใครเลยแม้แต่น้อย

แต่ทว่าจากคำพูดของเด็กชายผมทองทำให้เซนที่นั่งฟังอยู่ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ก่อนที่จะโดนไฟเผานั้นได้มีเสียงของผู้หญิงดังก้องเข้ามาในหัว ทำให้เซนพยายามนึกถึงน้ำเสียงนั้นว่าเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนรึเปล่าเพราะเหมือนว่ามันจะคุ้นๆ แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกทำให้เซนล้มเลิกความพยายามในเรื่องเสียงปริศนานั้นไป

 

                เป็นยังไงบ้างเซน สอบยากมั้ย เป็นอะไรมากรึเปล่าดูเหนื่อยๆเชียวทันทีที่ถึงราชวังของกษัตริย์แห่งเมืองอาซลาน เสียงแรกที่เอ่ยทักเซนก็คือเสียงของเวนที่กำลังนั่งคุยกับเมอริคที่สวนหย่อมหน้าราชวังในตอนเย็น เวนถามเซนด้วยความเป็นห่วงเพราะเซนมีสีหน้าไม่ค่อยดีนัก

ไม่เป็นอะไรมากหรอกครับท่านพ่อ สอบก็ยากนิดหน่อยแต่ก็ไม่เท่าไหร่ ตอนนี้แค่เหนื่อยจากการสอบน่ะครับเซนพยายามปั้นหน้ายิ้มก่อนจะตอบกลับไปเพื่อไม่ให้เวนเป็นห่วง

อืม..งั้นเหรอ แล้วอลิซล่ะไม่ได้กลับมาด้วยกันหรอกเหรอเวนเหมือนจะเข้าใจแต่เมื่อสังเกตเห็นว่าลูกสาวของเพื่อน หรือราชธิดาแห่งกษัตริย์เมืองอาซลานไม่ได้กลับวังมาด้วยกันจึงเอ่ยถาม

เธอบอกว่าจะกลับมาเองครับ อีกหน่อยก็คงจะถึงแล้วล่ะเซนแต่งเรื่องขึ้นเพราะอันที่จริงแล้วเขามายืนรออลิซที่หน้าโรงเรียนตั้งแต่สอบเสร็จ แต่เธอบอกว่าไม่อยากกลับกับเซนจึงปล่อยให้เซนเดินกลับมาเองคนเดียว

ซึ่งเมอริคที่นั่งตรงข้ามกับเวนก็ไม่เอะใจกับเรื่องนี้จึงแค่ทักทายเซนตามมารยาทก่อนที่เซนจะเดินกลับเข้าห้องส่วนตัวที่กษเมอริคมอบให้

                ทันทีที่ถึงห้อง เซนก็ทิ้งตัวลงนอนกับเตียงทันทีพลางนึกถึงเรื่องของวันนี้ที่ได้พบเจอกับผู้คนวัยเดียวกันมากมาย ถึงจะไม่รู้จักชื่อก็เถอะแต่ก็ได้พูดคุยกันบ้าง ซึ่งโอกาสที่ได้คุยกับคนอื่นในวัยเดียวกันของเซนมีไม่มากนัก ทำให้เซนรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกก ถ้าไม่ติดว่าเหนื่อยเพราะใช้พลังเยอะเกินไปล่ะนะ...

แล้วเราจะสอบผ่านมั้ยน้าเซนลอบบ่นกับตัวเองคนเดียว เพราะผลสอบจะประกาศในอีกหนึ่งอาทิตย์นับจากวันนี้ ทำให้เซนวิตกกังวลว่าจะสอบไม่ผ่าน เนื่องจากเขาทำข้อสอบวัดความรู้ได้ไม่ดีนัก

โชวลวดลายซะขนาดนั้นไม่ผ่านก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วล่ะทว่าจู่ๆกลับมีเสียงปริศนาเดิมตอบกลับคำพูดของเซน ทำให้เซนหันไปมองรอบๆแต่ก็ไม่พบใคร จึงเอ่ยถามขึ้นทันที

เจ้าเป็นใครกันแน่ ต้องการอะไร

ฮะฮะจำข้าไม่ได้จริงๆน่ะเหรอ จะบอกให้ก็ได้ ข้าน่ะคือวิญญาณตนเดียวกับที่เคยจะพาเจ้าไปอยู่ด้วยในทางผีผ่าน แต่เจ้าโชคดีที่มีธาตุแสงเป็นธาตุประจำตัว ทำให้วิญญาณของข้าถูกชำระล้างและหลุดพ้นออกมาจากป่านั้นได้ แต่ข้าก็ไม่สามารถไปไหนได้หากไม่มีเจ้าคอยนำพาเสียงหญิงสาวที่บอกว่าเธอคือวิญญาณจากป่าบริเวณทางผีผ่านที่เคยเข้าฝันเซนตอนที่เซนเดินทางไปยังเมืองเนฟินดอร์ เธอมีเสียงที่ไพเราะแต่ก็ดูน่ากลัวในเวลาเดียวกันอย่างหาสาเหตุไม่ได้ ตอบกลับเข้ามาในหัวของเซน

และจากคำตอบนี้เองทำให้เซนต้องการที่จะเห็นร่างของเธอเพื่อยืนยันคำบอกเล่า ซึ่งเธอก็ได้ปรากฎกายต่อหน้าเซนด้วยรูปร่างของหญิงสาวอายุประมาณยี่สิบปี ผมสีดำยาวถึงสะโพก คิ้วดำเข้มโดยรวมถือว่าสวยมากและดูมีเสน่ห์น่าดึงดูดแบบแปลกๆ ถ้าไม่ติดว่าช่วงขาของเธอหายไป

ถึงแม้จะบอกว่าเป็นตนเดียวกับวิญญาณในป่าตนนั้น แต่เซนก็ไม่เชื่อในทันทีเพราะด้วยรูปลักษณ์ของวิญญาณตนนี้มันไม่เหมือนกับวิญญาณชั่วร้ายในตอนนั้นเลยแม้แต่น้อย จะเหมือนกันก็แค่ชุดเดรสยาวสีดำที่ยังลักษณะเดิมแต่ดูดีขึ้นมานิดหน่อย

เธอจึงอธิบายให้เซนฟังว่า ในตอนนั้นเธอยังเป็นวิญญาณชั่วร้ายที่ถูกความมืดครอบงำทำให้หลงผิดคอยดักจับวิญญาณผู้คนไปรับใช้ แต่ในตอนที่เซนที่มีธาตุแสงเดินทางผ่านมา ทำให้เธอที่คิดจะลากเซนไปเป็นข้ารับใช้กลับถูกชำระล้างแทน ทำให้เธอพ้นจากความมืดชั่วร้ายกลายเป็นวิญญาณที่มีจิตใจดีชั่วเป็นของตัวเองและควบคุมความมืดในตัวได้อย่างใจนึก

ซึ่งเซนก็ดูจะเริ่มเชื่อเธอขึ้นมาบ้างจึงไม่ซักถามอะไรต่อเพราะตอนนี้เขาง่วงมากจึงล้มตัวนอนต่อทันทีโดยยังไม่ได้ทานข้าวเย็นเลย


ps: เซนไม่ใช่คนชอบโชวออฟไงเลยเงียบไว้-3-  
ps2: ตอนนี้เพิ่งพิมเสร็จเลยเอามาลงก่อนยังไม่ได้เช็คนะครับ ถ้ามันแปลกๆหรือมีอะไริผดพลาดมากมายก็บอกผมด้วยน้อ ผมจะได้กลับมาแก้ไข ขอบคุณครับ:D

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #923 watch012 (@watch012) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2558 / 14:39
    เลี้ยงผี โดยไม่รู้ตัว คิกๆ คักๆ คราวนี้ทำข้อสอบจะได้มีพรายกระซิบ
    #923
    0
  2. #911 เกรียนกาก (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2558 / 20:36
    ไรเตอรครับมันขัดแย้งกันนะครับ เซนบอกเองว่าไม่จำเป็นต้องใช้ธาตุแสง แต่ทำไมอยู่ๆถึงใช้

    อยากให้ไรท์เตอร์ดูตรงนี้หน่อยฮะ
    #911
    0
  3. #719 ไม้ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 เมษายน 2558 / 10:57
    ช่วงแรกกับช่วงแสดงพลังดูขัดแย้งกัน ทั้งที่รู้ตัวว่าไม่จำเป็นต้องใช้
    #719
    0
  4. #534 นายตัวร้าย (@aom084495) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 มีนาคม 2558 / 13:16
    ที่แท้เป็นเสียงผีที่เจอกลางทางนี้เอง ตามมาอยู่ด้วยซะงั้น
    #534
    0
  5. #306 Nut Retspect (@torasr2600) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:52
    มันจะดูสะเพร่าไปรึเปล่า มีการกรรมการมองไม่เห็นเลยตัดสินล่าช้า

    มันต้องมีข่ายเวทย์หรือระบบอะไรที่คอยตรวจได้สิว่าใครเป็นคนจัดการอ่ะ
    #306
    0
  6. #107 kimurakung (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 23:14
    กรรมละ มีวิญญาญสาวมาสิงอยู่ในร่าง .. จะยุ่งกว่าเดิมมั้ยนี่
    #107
    0
  7. วันที่ 27 มกราคม 2558 / 11:05
    เจ้าเซน มีผู้ช่วยแล้ว โอ้เย้
    #72
    0
  8. #71 Reayu (@yukio-omine) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 มกราคม 2558 / 20:11
    ขอบคุณครับ
    #71
    0