ปล้นหัวใจจอมมาร ( สนพ.ไลต์ ออฟ เลิฟ)

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1 องศาที่ต่างกัน 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,065
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    20 ก.พ. 58

 

บางเวลาไม่เคยจะคิด......ว่าชีวิตนี้จะพบกับเธอ

เป็นสิ่งดีๆที่ได้มาเจอกับความหมาย

คน คนหนึ่งได้พาชีวิตให้ข้ามเวลาที่หามานาน

และนั่นคือเธอคือความต้องการของหัวใจ..

ต่างกันเพียงองศาที่เราอยู่  อาจจะดูว่าเราห่างกัน

แต่ว่าคนบนฟ้า ก็พาให้เรามาเจอกัน

และทำให้ฉัน...ได้พบกับวันสวยงาม..

 


(ต่อ)

“เฮ้! แซม มีผู้หญิงอยู่ในรถด้วยว่ะ”

“จัดการปิดปากเธอซะ!!

บทสนทนาภาษาอังกฤษจากกลุ่มชายฉกรรจ์ เล็ดลอดเข้ามาจนครองขวัญได้ยินชัด หญิงสาวสะดุ้งโหยงเมื่อรู้ว่าสิ่งที่เธอกลัวนั้นกลายเป็นจริงขึ้นมาเสียแล้ว พวกมันต้องการจะฆ่าเธอด้วยอีกคน

“มะ ไม่ นะ!!” หญิงสาวส่ายหัวร่วน เนื้อตัวสั่นเทา ดวงหน้าสวยสอดส่ายไปมามองหาสิ่งป้องกันตัว

ปึก ๆๆๆ!!!

หนึ่งในชายแปลกหน้าเดินเข้ามาทุบกระจกรถเสียงดังสนั่น ส่วนพวกที่เหลือยังคงรุมทุบตีชายหนุ่มนิรนามอย่างไม่มีท่าทีว่าจะยั้งมือ

“ถ้าอยากตายศพสวยๆก็เปิดประตูให้ฉันเสียดีๆ ” สั่งเป็นภาษาอังกฤษเสียงเหี้ยม

“กรี๊ด!!!!!!

ครองขวัญถอยกรูมาอยู่ที่เบาะอีกฝั่งหนึ่ง ไม่ยอมทำตามคำสั่งของคนร้าย

“ฮึกๆ ยะ อย่าเข้ามานะ” หญิงสาวเริ่มสะอื้นไห้เพราะความหวาดกลัวจนสุดขั้วหัวใจ ขดร่างที่สั่นเท่าเข้าหากันแน่น

เพล้ง!!!!!

เศษกระจกจำนวนมากมายแตกกระจัดกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ เพราะพวกโจรร้ายใช้ท่อนไม้ที่อยู่ในมือทุบมันสุดแรงอย่างไม่เกรงกลัวว่าเศษกระจกพวกนั้นจะกระเด็นถูกร่างอรชรที่อยู่ด้านในตัวรถเลย จากนั้นมันก็ใช้มือสอดเข้ามาปลดล๊อคประตูและเปิดออกอย่างง่ายดาย

“กรี๊ด!! ไม่!! ออกไปนะ!! ฮือๆ” หญิงสาวทำได้เพียงส่งเสียงร้องไล่ให้คนร้ายไม่เข้ามาใกล้ตัวเธอ ทั้งที่รู้ดีว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก

“บอกให้เปิดประตูดีๆไม่เปิด มานี่!” คนร้ายชาวต่างชาติฉายแววตาหื่นกระหายขึ้นมาทันทีที่ได้เห็นดวงหน้าสวยสดของร่างอรชร มันฝ่าดงเศษกระจกเข้าไปคว้าร่างบางออกมาจากในรถได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะเหวี่ยงร่างของหญิงสาวไปกระทบกับร่างกำยำของชายผู้เคราะห์ร้าย ทำให้เหล่าชายฉกรรจ์ที่เหลือหยุดกระหน่ำท่อนไม้ลงบนร่างของเขาไปโดยปริยาย

ใบหน้านุ่มนิ่มสัมผัสกับใบหน้าระคายที่บวมช้ำและเต็มไปด้วยเลือด ร่างอรชรทาบทับอยู่บนแผงอกล่ำสันของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และสิ่งเดียวที่เธอค้นพบตอนนี้คือเขายังมีลมหายใจอยู่ครองขวัญพยายามจะดันตัวให้ลุกขึ้น แต่เธอก็พบว่าแขนทั้งสองข้างนั้นไร้เรี่ยวแรงจึงทำได้เพียงฟุบคาอกชายผู้เคราะห์ร้ายอยู่เช่นนั้น

“เอายังไงต่อแซม ยิงมันสองคนทิ้งตรงนี้เลยดีมั๊ย” ชายฉกรรจ์หนึ่งคนหันไปถาม กับพวกเดียวกันอีกคนนามว่าแซม ซึ่งดูเหมือนว่าแซมผู้นี้ คงเป็นหัวหน้าหรือไม่ก็เป็นผู้ที่มีอำนาจเด็ดขาดในการตัดสินใจ

“ฉันยังอยากทุบไอ้เวรนี่ต่อ ให้มันตายช้าๆอย่างทรมาน มากกว่าให้มันตายด้วยลูกปืน” แซมว่า

“รีบๆเก็บมันสองคนเลยจะดีกว่า เดี๋ยวก็มีคนผ่านมาเห็น นายก็รู้ดีนี่แซมว่าถ้าไอ้หอกนี่มันรอดไปได้ มันไม่ปล่อยให้พวกเราอยู่บนโลกนี่นานแน่ และที่สำคัญคนอย่างมันไม่มีคำว่าพลาดให้เราได้เห็นบ่อยๆแบบนี้เท่าไรนะ”

“เออๆ งั้นก็ยิงทิ้งแม่..งตอนนี้เลยแล้วกัน”

เมื่อเห็นพ้องต้องกัน ชายฉกรรจ์คนหนึ่งจึงหยิบอาวุธดำมะเมื่อมออกมา ปากกระบอกพุ่งตรงไปยังสองร่างที่นอนกองกันอยู่บนพื้นถนน

“มะ ไม่ นะ ได้โปรด ฮึกๆ” หญิงสาวร้องขอชีวิตเป็นภาษาอังกฤษคงเป็นคราวเคราะห์ครั้งใหญ่ของเธอจริงๆที่ต้องมาพบกับเหตุการณ์ป่าเถื่อนแบบนี้

“ขอโทษทีที่ฉันคงปล่อยเธอไปไม่ได้ แม่สาวไทยคนสวย ฉันจะเลือกเก็บเธอก่อนแล้วกันจะได้ไม่ต้องทนดูใครตายต่อหน้า” ชายฉกรรจ์ผู้ถือกระบอกปืนเอ่ยขึ้นพร้อมกับเล็งปืนมายังร่างอรชรก่อนจะเหนี่ยวไก

ปัง!

กรี๊ดดด!

เหมือนมีแรงเหวี่ยงมหาศาล เหวี่ยงเธอให้ลงไปนอนติดกับพื้นคอนกรีต ก่อนจะตามมาด้วยร่างกำยำอีกร่างที่ถาโถมมาทับบนกายสาวแทน จากนั้นใบหน้าเปื้อนเลือดของชายหนุ่มนิรนามก็ค่อยๆร่วงลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลกจนปะทะกับแก้มระเรื่ออีกครั้งครองขวัญเบิกตากว้าง แทบไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เห็น ผู้ชายที่กำลังใกล้จะตายอย่างชายนิรนามผู้นี้เขามีสัญญานการปกป้องจนเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายของเขา..ใช่ หญิงสาวรับรู้ได้ว่าเขากำลังพยายามจะปกป้องเธอ..

ทำไมหัวใจของเราถึงรู้สึกเจ็บปวดแบบนี้...

“ชิบหายแล้ว มีคนมาเผ่นเร็ว!” หนึ่งในคนร้ายเอ่ยขึ้นเมื่อมองเห็นไฟรถยนต์สองคันกำลังมุ่งตรงมายังจุดนี้ ก่อนจะจอดอย่างรวดเร็ว

 

ปังๆๆ!

นายแพทย์สงกรานต์ รีบลงมาจากรถแล้วยิงปืนขึ้นฟ้าทันทีสามนัดรวด ไม่ผิดแน่รถยนต์คันสีขาวบริสุทธ์ที่จอดอยู่ตรงนั้นคือรถของน้องสาวหัวแก้วหัวแหวนของเขาอย่างแน่นอน เมื่อเห็นว่ากลุ่มคนร้ายเผ่นหนีไป นายแพทย์หนุ่มพร้อมด้วยเพื่อนตำรวจอีกสามนายจึงรีบวิ่งไปยังจุดเกิดเหตุทันที

“คริสต์! คริสต์! เป็นอะไรมั๊ย พวกมันทำอะไรคริสต์บ้าง” นายแพทย์หนุ่มนั่งคุกเข่าและพลักร่างล่ำสันออกไปจากตัวน้องสาวโดยพลันก่อนจะรั้งร่างอรชรสั่นเทาเข้ามากอดประโลม เข้าใจไปว่าชายนิรนามผู้นั้นคือคนร้ายที่ต้องการทำร้ายครองขวัญ

“กรานต์ นายอยู่ดูน้องนายไปก่อนนะ พวกฉันจะตามไปคนร้ายไป คงไปได้ไม่ไกล” นายตำรวจคนหนึ่งพูดขึ้นก่อนจะประสานเรียกรถพยาบาลและขอกำลังเสริม

“คริสต์ตอบพี่หน่อยคนดี พวกมันทำอะไรน้องของพี่” นายแพทย์หนุ่มรู้ว่าน้องสาวยังตกอยู่ในอาการกลัวจนช๊อค

“คริสต์ มะ ไม่ เป็นไรคะ ตะ แต่ เขา..เขา” หญิงสาวส่ายศรีษะช้าๆโบ้ยหน้าไปที่ร่างกำยำไร้สติซึ่งโดนพี่ชายพลักออกไปเมื่อสักครู่

“ไอ้ระยำนี่ มันทำไมเหรอคริสต์”

“ไม่ใช่ค่ะ เขา ชะ ช่วย บังกระสุนปืนให้คริสต์ พวกคนร้ายนั่นต้องการฆ่าเขาแต่บังเอิญคริสต์ดันมาเห็นฮึกๆ” บอกเสียงแผ่วเบาเคล้าไปกับเสียงสะอื้น

นายแพทย์หนุ่มสีหน้าสลดลงเขาเกือบทำผิดจรรณยาบรรณวิชาชีพหมอเสียแล้ว ชายหนุ่มอุ้มร่างอรชรของน้องสาวไปวางไว้ข้างรถญี่ปุ่นคันเดิม

“คริสต์นั่งตรงนี้ก่อนนะ อีกเดี๋ยวรถพยาบาลคงมา เดี๋ยวพี่จะไปดูอาการเขาก่อน” นายแพทย์หนุ่มว่า พร้อมทั้งรีบวิ่งกลับไปเอากล่องเครื่องมือปฐมพยาบาลในรถของตน

ครองขวัญนั่งมองร่างไร้สตินั้นผ่านความมืด จิตใจยังคงสั่นไหวกับเหตุการณ์เมื่อสักครู่ ไม่เคยคิดว่าในชีวิตจะมาพบพานกับเรื่องแบบนี้..ตอนนี้ไม่ว่าเขาจะเป็นคนดีหรือเลวมาก่อนมันก็คงไม่สำคัญเท่ากับการขอให้เขาปลอดภัยเธอขอให้เขามีลมหายใจอยู่บนโลกนี้ต่อไปก็พอ..

 

 

สองวันต่อมา ณ กรุงมอสโคว์ ประเทศรัสเซีย  21.00. ตามเวลาท้องถิ่น

ชายหนุ่มหุ่นล่ำสัน สูงตระหง่าน ใบหน้าหล่อเหลาราวกับหลุดออกมาจากนิตยสาร กำลังใช้ดวงตาสีน้ำตาลเข้มรับกับสีผมจ้องเขม็งไปยังบรรดาลูกน้องราวห้าคนที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าภายในห้องทำงานของเขาซึ่งตั้งอยู่บนชั้น25 ของ ตึก30 ชั้น บริษัทผลิตอาวุธสงครามชื่อดังก้องโลก ของประเทศรัสเซีย

“ได้โปรด เถอะครับคุณอังเดร พวกเราทำตามคำสั่งคุณดมิทรีจริงๆ”

“หุบปาก!!

อังเดร ฮาซาเร่ ชายหนุ่มหล่อวัยสามสิบสามปี เจ้าของบริษัทผลิตอาวุธสงครามส่งออกทั่วโลกร่วมกับเพื่อนรักของเขา ดมิทรี ชูมัคร์เกอร์ ซึ่งตอนนี้เกิดมาหายตัวไปอย่างลึกลับและเนื่องจากไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาก่อน เพราะดมิทรีนั้นจัดว่ามีฝีมือดีทั้งสมองและการต่อสู้ แม้ว่าเขาจะมีคนจ้องเล่นงานอยู่มากมายแต่ก็ไม่เคยพลาดท่าเสียทีให้ศัตรูสักครั้ง จนกระทั่งครั้งนี้ อังเดรมั่นใจว่า ดมิทรีต้องเสียท่าให้ศัตรูเป็นแน่ มันจึงทำให้เขาเดือดเป็นไฟ เพราะดมิทรี คือเพื่อนรักที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาแต่วัยเยาว์ ทั้งยังเป็นเพื่อนคนเดียวที่เขามี

          หน้าที่บอร์ดี้การ์ดคือให้ความคุ้มครองผู้ว่าจ้าง แต่นี่อะไร! พวกมึงปล่อยให้ดานิลฉายเดี่ยวได้ยัง! โธ่โว้ย!! ไอ้พวกเวร!!!

   พลั่ก! พลั่ก!  ผั่วะ! ผั่วะ! พลั่ก

ชายหนุ่มเลือดร้อนไม่พูดเปล่า ฝ่ามือและฝ่าเท้าทำงานประสานกันตั๊นหน้าลูกน้องไปคนละทีสองทีด้วยอารมณ์โมโหจัด ก่อนจะหยิบปืนสั้นที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาพุ่งปลายกระบอกตรงไปที่บอดี้การ์ดหนึ่งในจำนวนห้าคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า ท่ามกลางสายตาลูกน้องนับยี่สิบคนที่ยืนอยู่ภายในห้อง

คุณดานิลไม่ได้ไปคนเดียวนะครับ ตะแต่ ไปกับคุณแซม พะ พวกเราจะตามไปแล้วนะครับ  ตะ แต่คุณดานิลบอกว่าไม่ต้องให้พวกเรารอที่โรงแรม  คุณดานิลจะไปกับคุณแซมเองครับ เราก็เลยไม่กล้าขัดคำสั่ง  อย่าฆ่าพวกเราเลยนะครับ คุณอังเดร พวกเรา ผิดไปแล้วจริงๆครับให้โอกาสพวกเราเถอะครับ  เสียงลูกน้องอ้อนวอนขอชีวิต เพราะพวกเขารู้ดีว่า อังเดร ฮาซาเร โหดขนาดไหน การทำงานกับชายผู้นี้ต้องไม่มีคำว่าผิดพลาด ซึ่งต่างกับอีกคนที่หายไป ถึงขานั้นจะโหดร้ายกว่าแต่ก็มีเหตุผลและไม่มุทะลุอย่างอังเดร

แบบนี้แหละที่เขาเรียกว่าสะเพร่า!! กูไม่ต้องการฟังคำแก้ตัวใดๆของพวกมึงทั้งนั้นที่ดานิลกับแซมหายไป  มีเพียงเหตุผลเดียวคือพวกมึงทำงานพลาด และในเมื่อพวกมึงพลาดก็ไม่สมควรที่จะมาทำงานกับกูต่อไป!!!

อังเดรทำท่าจะเหนี่ยวไก สังหารลูกน้องที่ทำงานพลาดครั้งใหญ่หลวง  ทว่าเขากลับโยนปืนไปให้กับปีเตอร์บอร์ดี้การ์ดคู่กาย

แม่งโว้ย!!! เอาตัวพวกมันไปให้พ้นหน้าฉัน ขังพวกมันไว้ถ้าฉันพบว่าดานิลยังมีชีวิตอยู่คือพวกมันรอด!!!”

 “ฉันจะไปตามหาดานิลที่เมืองไทย ตราบใดที่ยังไม่พบศพดาดิลฉันจะไม่มีวันเชื่อว่าเพื่อนฉันตาย ปีเตอร์แกเตรียมคนให้พร้อม เราจะออกเดินทางพรุ่งนี้เช้า


__________________________________--
คือแบบ พูดแบบไม่อายเลยนะ ว่านิยายเรื่องนี้ไรท์เขียนไปร้องไห้ไปแทบทั้งเรื่อง อารมณ์มาเต็มจนคนข้างๆที่นั่งดูบอกว่าบ้าาาา เสน่ห์เรื่องนี้ส่วนตัวคิดว่าอยู่ที่เพลงขึ้นนำของแต่ละตอนนะ จริงจริ๊งงงง!!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

546 ความคิดเห็น

  1. #27 Kwanta Lorliam (@kwantal) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มีนาคม 2558 / 11:38
    หนุ่มดานิลหล่อเหลือล้ำเหนือคำกล่าว
    ปกป้องสาวแม้เกือบตายหาใครเหมือน
    แม้สติมีน้อยนิดแถมพล่าเลือน
    มัจจุราชเกือบมาเยือนเมื่อช่วยเธอ
    #27
    0
  2. #21 Kwanta Lorliam (@kwantal) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มีนาคม 2558 / 10:49
    หนุ่มดานิลหล่อเหลือล้ำเหนือคำกล่าว
    ปกป้องสาวแม้เกือบตายหาใครเหมือน
    แม้สติมีน้อยนิดแถมพล่าเลือน
    มัจจุราชเกือบมาเยือนเมื่อช่วยเธอ
    #21
    0
  3. #6 namchah (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:27
    คิดถึงเรื่องนี้สุดๆขอบคุณน่ะค่ะที่กลับมาทำให้มีความสุขอีกครั้ง คิดถึงทุกคนในเรื่องนี้จริงๆค่ะ😊
    #6
    1
    • #6-1 Geeyongjam (@geeyongjam) (จากตอนที่ 2)
      17 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:49
      ขอบคุณจริงๆนะคะ คุณคือส่วนหนึ่งที่ทำให้นิยายเรื่องนี้เดินทางมาถึงตอนจบค่ะ

      #6-1
  4. #5 ดาริกา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:44
    นานมากเหลือเกินที่ได้กลับมานะดานิล อังเดร อยากบอกว่าคิดถึง
    #5
    1
    • #5-1 Geeyongjam (@geeyongjam) (จากตอนที่ 2)
      16 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:49
      ขอบคุณนะคะ สองหนุ่มก็คิดถึงคุณดาริกานะ^^
      #5-1