ปล้นหัวใจจอมมาร ( สนพ.ไลต์ ออฟ เลิฟ)

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 กาลครั้งหนึ่ง... 50 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,796
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    21 ก.พ. 58

ตอนที่ 2 กาลครั้งหนึ่ง

ได้ชิดเพียงลมหายใจ แค่ได้ใช้เวลารวมกัน

แค่เพียงเท่านั้น แต่มันเกินห้ามใจ

ที่ค้างในความรู้สึก ว่าลึกๆเธอคิดยังไง

รักเธอเท่าไร แต่ไม่เคยพูดกัน..

(เพลง อยากรู้แต่ไม่อยากถาม ศิลปิน แคลอรี่ บลาบลา)

สามสัปดาห์ต่อมา

ตึกสีขาวนวลของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ คลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ส่วนใหญ่ก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ป่วยและญาติที่มีฐานะทางสังคมค่อนข้างดีเข้ามาใช้บริการ เพราะนอกจากโรงพยาบาลแห่งนี้จะมีแพทย์เก่งๆ มีพยาบาลที่ให้บริการดีเยี่ยมแล้วค่ารักษาพยาบาลนั้นก็ราคาแพงอยู่ไม่น้อยเช่นกัน

“สวัสดีค่ะ คุณคริสต์มาส” เสียงทักทายจากพยาบาลสาวนางหนึ่ง เอ่ยขึ้นเมื่อหล่อนมองเห็นร่างอรชรที่แสนคุ้นเคย เจ้าของใบหน้าสวยหวานราวกับตุ๊กตา แถมยังมีผมสีดำสลวยสยายยาวถึงกลางหลังอย่างน่าอิจฉา

“อ่อ สวัสดีค่ะคุณมันตรา” ครองขวัญฉีกยิ้มหวานให้กับพยาบาลสาวอย่างเป็นกันเอง หญิงสาวเป็นที่รู้จักของใครหลายคนในโรงพยาบาลแห่งนี้ ในนามของน้องสาว หมอกรานต์สุดหล่อซึ่งนอกจากจะเป็นนายแพทย์หนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงแล้ว ยังเป็นขวัญใจสาวๆน้อยใหญ่เกือบทั้งโรงพยาบาลอีกต่างหาก

“มาหาหมอกรานต์เหรอคะ”

“ใช่ค่ะ ยังไม่ได้โทร.บอกล่วงหน้าเลย ไม่รู้ว่าตอนนี้พี่กรานต์จะว่างหรือยัง”

“มาได้จังหวะพอดีเลยค่ะ หมอกรานต์เพิ่งตรวจคนไข้รายสุดท้ายเสร็จเมื่อสักครู่ ตอนนี้น่าจะอยู่ที่ห้องพัก”

“ขอบคุณค่ะ ถ้าอย่างนั้นคริสต์ขอตัวไปหาพี่กรานต์ก่อนนะคะ”

 

ผลสแกนสมองครั้งล่าสุดในจำนวนหลายครั้งของชายหนุ่มนิรนามรวมไปถึงผลตรวจร่างกายของเขา กำลังถูกนายแพทย์สงกรานต์นั่งพินิจพิเคราะห์ พลิกไปพลิกมาอยู่หลายรอบ สมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า จนไม่ทันสังเกตว่าน้องสาวคนสวยของเขาได้เดินเข้ามาใกล้ตัว

“พี่กรานต์”

เสียงเรียกหวานๆนั่น ทำให้นายแพทย์หนุ่มละสายตาจากแฟ้มเอกสาร เงยหน้าขึ้นมามอง

“อ้าว! คริสต์  จะมาทำไมไม่โทร.บอกพี่จะได้ไปรับที่สนามบิน”

“ก็กลัวพี่กรานต์ไม่ว่างนี่คะ คริสต์เลยนั่งแท็กซี่เข้าบ้าน เอาของไปเก็บแล้วก็มาที่นี่เลย”

หญิงสาวว่าพลางทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาสีครีมนุ่มนิ่ม หลังจากเหตุการณ์วันนั้นครองขวัญยังคงรู้สึกหวาดกลัวและไม่สบายใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น นายแพทย์สงกรานต์จึงสั่งให้น้องสาวกลับไปอยู่กับพ่อและแม่ที่เชียงใหม่สักพัก เพราะอย่างน้อยๆครองขวัญก็จะได้อุ่นใจมากขึ้นเมื่อมีท่านทั้งสองอยู่ใกล้ๆ

“ป๊ากับม๊า สบายดีมั๊น” ป๊ากับม๊า คือคำที่ชายหนุ่มใช้เรียกแทนบิดาและมารดา

“สบายดีทั้งสองคนค่ะ”

“แล้วคริสต์ล่ะ สบายใจขึ้นบ้างมั๊ย เห็นว่าม๊าพาไปทำบุญสะเดาะเคราะห์เก้าวัดมาด้วยนี่”

คำถามนี้ทำให้ใบหน้าสวย สลดลง แววตาเศร้าสร้อยอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะตามมาด้วยเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่

“ดีขึ้นนิดหน่อยค่ะ”

นายแพทย์หนุ่มลุกออกมาจากเก้าอี้ทำงานของตน แล้วเดินมานั่งข้างๆน้องสาว ฝ่ามือหนายกขึ้นมาขยี้ผมนุ่มเบาๆ

“เป็นอะไรก็บอกพี่ได้นะคริสต์ พี่ชายคนนี้พร้อมจะเป็นพระเอกให้คริสต์ได้เสมอเลย”

หญิงสาวลอบมองดวงตาคมเข้มของพี่ชาย ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างกลัวๆกล้าๆ

“ผู้ชายคนนั้น..” เธอหมายถึงชายนิรนามผู้ที่ถูกรุมทำร้ายในวันนั้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรตั้งแต่เหตุการณ์นั้น เธอยังคงมีแต่ภาพใบหน้าของเขาลอยวนเวียนอยู่ในห้วงความรู้สึก ไม่ว่าเธอจะตื่น จะนอน หรือจะทำอะไร ภาพของเขาก็จะเด่นชัดในความคิดเธออยู่เสมอ และนับจากวันนั้นเธอเองก็ไม่เคยได้ถามข่าวคราวอะไรของเขาเลยทั้งที่ในใจกลับรู้สึกเป็นห่วงเขาอยู่ทุกวินาทีอย่างน่าประหลาด เธอรู้แค่เพียงว่าพี่ชายนายแพทย์ของเธอรับเขาไว้เป็นคนไข้ในความรับผิดชอบ

“อาการพ้นขีดอันตรายแล้วล่ะ แต่ยังไม่ฟื้นเลย นี่ก็ปาเข้าไปสามอาทิตย์แล้ว”

“เขาเป็นเจ้าชายนิทราเหรอคะ!

“ไม่หรอก เขาแค่ยังไม่ฟื้น”

“หลับนานแบบนี้ ถ้าเขาฟื้นขึ้นมาจะมีอาการข้างเคียงอะไรมั๊ยคะ”

“มีน่ะมีชัวร์ จากผลสแกนสมองพี่มั่นใจว่าเขาจะสูญเสียความทรงจำ เพราะสมองได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง”

“เขาจะความจำเสื่อมเหรอพี่กรานต์!” หญิงสาวมีท่าทีวิตก แสดงกิริยาห่วงใยออกมาโดยไม่รู้ตัว..ทั้งๆที่เธอก็เพิ่งจะเคยเห็นเขาแค่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น..

นายแพทย์หนุ่มส่ายศรีษะปฏิเสธ

“สูญเสียความทรงจำกับความจำเสื่อมมันไม่เหมือนกันนะคริสต์ สูญเสียความทรงจำ คือเขามีโอกาสหายเป็นปกติ เพราะเขาสูญเสียแค่ความทรงจำเท่านั้น แต่อย่างอื่นเช่น พฤติกรรม การตัดสินใจ ความสามารถที่เคยมี ก็ยังคงอยู่เช่นเดิม แต่ความจำเสื่อมนั่นน่ะ หมายถึงเขาจะสูญเสียทุกอย่างคือเหมือนในสมองจะไม่มีอะไรเลย เทียบได้กับเด็กทารกที่ต้องหัดเรียนรู้ใหม่”

ครองขวัญ นั่งฟังคำอธิบายของพี่ชายอย่างตั้งใจ ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะเหม่อลอยออกไปไกล ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโชคชะตาหรือความบังเอิญที่ทำให้เธอได้มาเจอกับเขา และมันช่างน่าแปลกที่หญิงสาวไม่อาจสลัดสายตาคู่นั้นของเขาออกไปจากสมองของเธอได้สักนาที

“แปลกมาก ที่จนป่านนี้แล้วยังไม่มีใครมาตามหาตัวเขาสักคน เพื่อนพี่ที่เป็นตำรวจบอกว่าได้ส่งรูปเขาไปสถานฑูตต่างๆที่มีอยู่ในประเทศไทยแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบกลับใดๆทั้งสิ้น เอกสารหรือข้อมูลสักชิ้นที่จะใช้ยืนยันตัวตนผู้ชายคนนี้ ก็ไม่มีปรากฏอยู่เลยคล้ายกับมีคนจงใจให้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับตัวเขาหายไป คนร้ายกลุ่มนั้นก็ลอยนวล”

จากคำพูดของพี่ชายทำให้ครองขวัญรู้ว่า เขาไม่ได้ปล่อยให้เรื่องชายนิรนามผ่านเลยไป แต่กลับกันนายแพทย์สงกรานต์กำลังตามหาที่มาที่ไปของชายหนุ่มผู้นี้อย่างจริงจังต่างหาก ทั้งยังรับไว้เป็นคนไข้รายพิเศษของเขาอีกด้วย

“คริสต์ดีใจนะ ที่พี่กรานต์ช่วยเขา”

“พี่เป็นหมอนะคริสต์ หน้าที่ของหมอคือการช่วยเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ที่สำคัญ ไอ้หมอนั่นมันเคยช่วยน้องสาวพี่ ทั้งๆที่มันเองก็จะไม่รอดอยู่รอมร่อ”

ไม่ใช่แค่ครองขวัญที่รู้สึกประทับใจและทึ่งกับเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายของชายนิรนามผู้นั้น นายแพทย์หนุ่มสงกรานต์เองก็เช่นกัน เขามองว่าพฤติกรรมที่ชายผู้นั้นแสดงออกมันบ่งบอกว่าเนื้อแท้เขาคือสุภาพบุรุษลูกผู้ชายที่มีสัญชาตญาณการปกป้องอย่างเต็มเปี่ยม จนทำให้เขาอยากจะรู้ว่าชายนิรนามผู้นั้นเป็นใคร มาจากที่ใด เหตุใดจึงถูกรุมฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม

“คริสต์จะไปดูเขาหน่อยไหม?

 

ห้องพิเศษสำหรับผู้ป่วยคนพิเศษในโรงพยาบาลเอกชน แลดูสะอาดสะอ้านและถูกตกแต่งสวยงามราวกับโรงแรมดีๆไม่ต่างกัน หญิงสาวมองไปรอบๆบริเวณห้อง และหยุดสายตาอยู่ที่เตียงสีขาวกลางห้อง  เท้าเล็กค่อยๆก้าวเข้าไปใกล้เตียงนั้นเรื่อยๆจนมาหยุดนิ่งที่ข้างเตียง สายตาระยิบเพ่งมองไปที่ร่างกำยำของผู้ป่วยซึ่งกำลังหลับไหลไม่ได้สติอยู่บนเตียงนั้น ครั้งนี้ครองขวัญมองเห็นใบหน้าเขาได้ชัดเจนกว่าครั้งก่อนเพิ่มเป็นหลายเท่าตัว ใบหน้าที่เคยบวมปูดและเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดในครานั้น บัดนี้ได้หายไปหมดสิ้นเหลือทิ้งเพียงแค่ความเกลี้ยงเกลาและความหล่อเหลาจนทำให้ครองขวัญใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ดวงตาของเขาปิดสนิท จมูกโด่งเป็นสันโดดเด่น รับกับใบหน้าและริมฝีปากได้ดีทีเดียว ชายหนุ่มผู้นี้ยิ่งเพ่งมองยิ่งชวนให้นึกถึงเทพบุตรในยุคกรีกโบราณ อดแปลกใจไม่ได้ที่ใบหน้าของเขาเกลี้ยงเกลาราวกับได้รับการดูแลอย่างดี

“พี่ให้พยาบาลโกนหนวดให้หมอนี่เองแหละ ให้ตายเหอะ มันหล่อชะมัดว่ามั๊ยคริสต์”  นายแพทย์หนุ่มพูดขึ้นราวกับอ่านใจของน้องสาวออก

“คริสต์มาส!!

เมื่อน้องสาวไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับ หนำซ้ำยังจ้องคนป่วยพิเศษของเขาอย่างไม่ละสายตา นายแพทย์สงกรานต์จึงเพิ่มระดับน้ำเสียงในการเรียกให้ดังขึ้นกว่าเดิม เพื่อดึงสติครองขวัญกลับคืนมา

“คะ ? เอ่อ พะ พี่กรานต์ว่าอะไรนะ”

“มันหล่อล่ะสิ จ้องไม่กระพริบตาเลย”

“บ้าน่าพี่กรานต์”

“ล้อเล่นแค่นี้ไม่ต้องหน้าแดงเลยคริสต์”

“พี่กรานต์หยุดพูดเลยนะ!” เมื่อโดนพี่ชายตัวดีแซวหนักๆเข้า ครองขวัญที่ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังหน้าแดงราวกับลูกมะเขือเทศนั้น ก็แหวกลับพี่ชายเบาๆ ก่อนจะหันหน้ากลับมามองชายหนุ่มนิรนามอีกครั้ง

“เราไม่มีทางรู้เลยเหรอพี่กรานต์ ว่าเขาเป็นใครมาจากไหน”

“อย่างที่พี่บอกคริสต์ไปตั้งแต่ตอนแรกว่า เหมือนมีใครจงใจทำให้เขาไร้ตัวตน แต่สมัยนี้โลกโซเชียลมันกว้างขางจะตายไป ลงประกาศแป๊บเดียว ถ้าโชคดีก็อาจเจอญาติเขาหรือคนรู้จัก ไอ้หมอนี่มันหล่อไม่เบา เผลอๆปมฆาตกรรมอาจเป็นเรื่องชู้สาวก็ได้นะ มันอาจมีเมียเป็นคนไทย เอ่อ พี่แค่เดาน่ะ”

“คริสต์ว่าแต่ถ้าเราลงประกาศในโซเซียล เขาอาจเป็นอันตรายยิ่งกว่าเดิมนะพี่กรานต์ พวกคนร้ายกลุ่มเดิมก็ยังลอยนวล และถ้ามันรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน คริสต์กลัวว่าพวกมันจะตามมาทำร้ายเขาอีก”

“ก็น่าคิดอยู่”

ก๊อก ก๊อก!

เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้จังหวะการสนทนาของสองพี่น้องสะดุดลง

“เชิญครับ”

เมื่อได้รับคำเชื้อเชิญจากนายแพทย์หนุ่มประตูห้องก็ถูกเปิดออกกว้างพร้อมกับนางพยาบาลสาวนางหนึ่ง

“หมอกรานต์คะ ผอ. ต้องการพบด่วนค่ะ”

นายแพทย์หนุ่มพยักหน้ารับทราบ ก่อนจะหันมาหาดวงหน้าสวยสดของน้องสาว

“เดี๋ยวพี่มานะคริสต์”

จากนั้นจึงเดินออกจากห้องไปพร้อมกับนางพยาบาลคนเดิม ทิ้งให้ครองขวัญอยู่กับคนป่วยนิรนามเพียงลำพัง เป็นอีกครั้งที่ครองขวัญมีโอกาสเพ่งมองไปยังใบหน้าหล่อเหลาที่หลับสนิทอย่างไม่ยอมละสายตา หัวใจของหญิงสาวเต้นแรงอีกแล้ว..

“คุณต้องตื่นขึ้นมานะรู้มั๊ย ฉันรู้ว่าคุณทำได้ ถ้าคุณจะทำมัน เหมือนที่คุณใช้แรงเฮือกสุดท้ายปกป้องฉันไงคะ.. ” หญิงสาวเอ่ยเสียงแผ่วเบาเป็นภาษาอังกฤษ อุ้งมือนุ่มนิ่มเอื้อมไปแตะที่แขนแกร่งอย่างไม่รู้ตัว แม้ว่าสิ่งที่เธอพูดไปทั้งหมดนั้น เขาอาจจะไม่ได้ยิน แต่อย่างน้อยมันก็ดีกว่าการให้เธอมายืนมองเขาอยู่อย่างเงียบๆ โดยที่ไม่ทำอะไรเลย หญิงสาวเชื่อว่าการที่เธอได้มาเจอเขาในครั้งนี้ มันอาจเป็นเพราะชาติก่อนเคยมีเวรมีกรรมต่อกันมา ดังนั้นเมื่อตั้งใจจะช่วยเขาแล้ว เธอก็จะช่วยให้ถึงที่สุด

 หมับ!

“ว้ายย!!

ร่างบางสะดุ้งโหยงพร้อมทั้งตกใจสุดขีด เมื่อฝ่ามือหนาของชายนิรนามขว้าหมับที่มือนุ่มนิ่มซึ่งแตะที่แขนของเขาอยู่ เปลือกตาของเขาเปิดขึ้นและมองมาที่หญิงสาวอย่างไม่ลดละ ร่างอรชรพยายามสะบัดมือเพื่อให้หลุดพ้นจากพันธนาการอันแน่นหนาของเขาแต่ทว่าชายนิรนามผู้นี้กลับยิ่งรัดข้อมือหญิงสาวไว้แน่นด้วยเรี่ยวแรงมหาศาล จนทำให้ครองขวัญนึกแปลกใจ ว่าทำไมเขาไม่มีอาการเหมือนคนเพิ่งฟื้นจากการหลับไหลไปถึงสามอาทิตย์เลยสักนิด อย่างน้อยๆ คนเพิ่งฟื้น ม่านตาก็ต้องมีการปรับแสงกันบ้าง หรือว่า

“คะ คะ คุณฟื้นนานแล้วใช่มั๊ย” ครองขวัญเอ่ยถามชายนิรนามอย่างกลัวๆกล้าๆ พลางพยายามแกะมือเขาออกจากมือของเธอไปด้วย

“ปล่อยนะ”

ไร้เสียงตอบกลับใดๆจากชายนิรนามจะมีก็เพียงแค่สายตาดุๆคู่นั้นที่มองร่างอรชรอย่างไม่ลดละ  ไม่ยอมปล่อยเธอให้เป็นอิสระเสียที

“ฉันกำลังช่วยคุณอยู่นะ ฉันไม่ได้มาทำร้าย เพราะฉะนั้นถ้าคุณจับฉันไว้แบบนี้ฉันก็จะช่วยอะไรคุณไม่สะดวกเลย ปล่อยฉํนก่อนนะ” ครองขวัญพูดน้ำเสียงที่นิ่มนวลลง หวังว่าไม้อ่อนของเธอคงจะใช้ได้ผล

ชายนิรนามยังคงจับมือนุ่มนิ่มของหญิงสาวเอาไว้ พร้อมทั้งพินิจมองใบหน้าแสนหวานของหญิงสาวตรงหน้า  ใช่ เขาได้สติหลายวันแล้ว เขาไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน เขาไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ทุกครั้งที่มีคนแปลกหน้าเข้ามาในห้อง เขาจึงต้องแสร้งหลับตาเพื่อฟังว่าผู้คนเหล่านั้นจะพูดอะไร และหวังดีหรือร้ายกับเขา ทว่าจนแล้วจนเล่าเขาก็พบเพียงว่าภาษาที่คนเหล่านั้นใช้พูดคุยกลับเป็นภาษาแปลกๆที่เขาไม่สามารถเข้าใจมันได้ จนกระทั่งวันนี้ มีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งก็คือเธอที่อยู่ตรงนี้ มาบอกให้เขาตื่น หญิงสาวใช้ภาษาที่ไม่เหมือนใคร และที่สำคัญเขาฟังออก จึงมั่นใจว่าเธอคือคนที่จะสื่อสารกับเขาได้ อีกอย่างหนึ่งคือ น้ำเสียงของเธอมันเหมือนกับว่าเขาเคยได้ยินมาจากที่ใดสักแห่ง….ใบหน้าของเธองดงามราวกับนางฟ้านางสววรค์ แววตาระยิบที่กำลังแสดงออกถึงความหวาดกลัวนั้น มันทำให้เขาปวดสมองขึ้นมาทันทีเขาเคยเห็นดวงตานี้ที่ไหนกัน

“โอ๊ย!!  โอ๊ย!” ชายนิรนามปล่อยคืนอิสระให้หญิงสาวแล้วเลื่อนมือทั้งสองไปกอบกุมศรีษะเอาไว้แทน ดวงหน้าของเขาบูดเบี้ยวเพราะพิษจากความทรมาน

“คุณ! ปวดหัวเหรอ ทำใจดีๆไว้นะ ฉันจะเรียกหมอมาให้”

______________________________________________



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

546 ความคิดเห็น

  1. #30 Kwanta Lorliam (@kwantal) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มีนาคม 2558 / 12:03
    หนุ่มดานิลรู้สึกตัวแล้วซินะ
    แต่สายตาไม่อาจละจากสาวสวย
    เพราะสภาพร่างกายนั้นไม่อำนวย
    แถมสุดป่วยปวดหัวมากอยากระบาย

    #30
    0
  2. #24 Kwanta Lorliam (@kwantal) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มีนาคม 2558 / 11:38
    หนุ่มดานิลรู้สึกตัวแล้วซินะ
    แต่สายตาไม่อาจละจากสาวสวย
    เพราะสภาพร่างกายนั้นไม่อำนวย
    แถมสุดป่วยปวดหัวมากอยากระบาย

    #24
    0
  3. #22 Kwanta Lorliam (@kwantal) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มีนาคม 2558 / 11:14
    หนุ่มดานิลรู้สึกตัวแล้วซินะ
    แต่สายตาไม่อาจละจากสาวสวย
    เพราะสภาพร่างกายนั้นไม่อำนวย
    แถมสุดป่วยปวดหัวมากอยากระบาย

    #22
    0