ปล้นหัวใจจอมมาร ( สนพ.ไลต์ ออฟ เลิฟ)

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 2 กาลครั้งหนึ่ง ... 100 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,605
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    28 ก.พ. 58

 



              ได้ชิดเพียงลมหายใจ แค่ได้ใช้เวลารวมกัน

แค่เพียงเท่านั้น แต่มันเกินห้ามใจ

ที่ค้างในความรู้สึก ว่าลึกๆเธอคิดยังไง

รักเธอเท่าไร แต่ไม่เคยพูดกัน..


(ต่อ)


“คุณ
! ปวดหัวเหรอ ทำใจดีๆไว้นะ ฉันจะเรียกหมอมาให้”

หมับ!

เป็นอีกครั้งที่ชายนิรนามใช้มือข้างหนึ่งคว้าเข้าที่ข้อมือเล็ก และกำมันไว้แน่น ก่อนจะดึงรั้งร่างบางซึ่งกำลังจะเอี้ยวตัวไปกดกริ่งขอความช่วยเหลือตรงหัวเตียง ให้หยุดอยู่ตรงแค่ที่เธอยืน ดูเหมือนว่าเขาจะออกแรงมากเกินไปร่างอรชรจึงเสียหลักล้มลงไปทับคนป่วยอย่างไร้ซึ่งการตั้งตัว เขาไม่ยอมพูดจากับเธอแม้สักคำ แต่ครองขวัญเดาว่าเขาคงไม่ต้องการให้เธอตามใครเข้ามาในห้องนี้ แต่เธอคงทำตามเจตนาของเขาไม่ได้ เพราะเท่าที่เธอเห็นตอนนี้ชายหนุ่มนิรนามกำลังทรมานมากทว่าเขาก็ยังมีเรี่ยวแรงมหาศาลในการรั้งตัวเธอเอาไว้

“ฟังฉันนะ! ที่ตรงนี้จะไม่มีใครทำร้ายคุณทั้งนั้น พวกเขาทุกคนมีหน้าที่ช่วยเหลือคุณให้ปลอดภัย ได้โปรด ให้ฉันเรียกพวกเขาเข้ามาดูอาการของคุณนะ” หญิงสาวพยายามเกลี้ยกล่อมผู้ป่วยนิรนาม ภาวนาขอให้เธอมาถูกทาง ขอให้สิ่งที่เธอเดาเป็นเรื่องจริง

ชายนิรนามยังคงใช้มืออีกข้างขยุ้มศรีษะของตัวเอง บีบเค้นรุนแรงราวกับจะถลกหนังศรีษะตนเองออกมาเสียให้ได้ ไม่รู้สิตอนนี้เขาไม่รู้อะไรทั้งนั้น รู้แค่เพียงว่าสมองกำลังจะระเบิด เขาไม่ต้องการให้มีใครเข้ามาเห็นว่าเขาสามารถลืมตาขึ้นมาได้แล้ว และเขาไม่รู้ว่าคนพวกนั้นไว้ใจได้มากน้อยเพียงใด ความรู้สึกหวาดระแวงถาโถมเข้ามาสารพัด จิตใต้สำนึกสั่งการให้เขาต้องปกป้องตัวเอง แต่ทำไมเล่า กับผู้หญิงที่ทาบทับอยู่บนตัวเขาในตอนนี้เขากลับไม่รู้สึกหวาดระแวงหล่อนเหมือนเช่นคนอื่นๆ ทำไมเล่า? ทำไม?

“โอ๊ย!!” ชายหนุ่มนิรนามเปล่งเสียงโอดครวญอย่างอย่างทรมาน

“คริสต์!

ประตูห้องคนไข้ถูกเปิดออก พร้อมด้วยเสียงอุทานจากนายแพทย์หนุ่มสงกรานต์ที่เข้ามาได้จังหวะพอดิบพอดี ตกใจไม่น้อยที่เห็นคนป่วยพิเศษของเขาฟื้นขึ้นมาแล้ว  

“พี่กรานต์!

นายแพทย์หนุ่มไม่รอช้า วิ่งเข้าไปกดกริ่งฉุกเฉินเพื่อเรียกให้พยาบาลที่อยู่ด้านนอกเข้ามา ก่อนจะพยายามดึงร่างอรชรให้ออกมาจากพันธนาการของผู้ป่วยนิรนาม ทว่าต่อให้เขาดึงเท่าไรชายหนุ่มผู้นั้นก็ไม่ยอมปล่อยน้องสาวของเขาเสียที กระทั่งพยาบาลและบุรุษพยาบาลกรูกันเข้ามาช่วยกันจับหนุ่มนิรนามผู้มีเรี่ยวแรงมหาศาลมัดเอาไว้ แต่กว่าจะมัดเขาได้ก็เหนื่อยกันพอดู

“คริสต์ออกไปรอข้างนอกก่อนนะ!

ครองขวัญพยักหน้าแล้วรีบสาวเท้ายาวๆออกจากห้อง ใจดวงน้อยสั่นไหวเกินต้านทาน และเธอก็ไม่ลืมที่จะหันไปมองเขาซึ่งกำลังดิ้นพล่านทุรนทุราย หากเธอไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเอง ภาพสุดท้ายที่เธอเห็นก่อนประตูจะปิดลงคือ เขาพยายามอ้อนวอนให้เธออยู่..ด้วยสายตา..

 

โรงแรมห้าดาวชื่อดังใจกลางกรุงเทพมหานคร

ร้อยตำรวจตรีปนาลี   ชริยาภรณ์ วัย 25 ปี เจ้าของร่างเพียวระหง ตำรวจสากลสาวลูกครึ่งไทย รัสเซีย ผู้มีผมบลอนด์ประกายส้มดัดเป็นลอนสวยถึงกลางหลังเป็นเอกลักษณ์ ดวงหน้าสวยราวกับนางงามจักรวาล ทั้งยังมีผิวสีน้ำผึ้งเรียบเนียนที่หญิงสาวหลายคนเห็นแล้วต้องอิจฉา ดวงตาคู่สวยของเธอเฉี่ยวมั่นและทรงเสน่ห์ต่อผู้พบเห็น  ใส่เสื้อผ้าทะมัดทะแมง และเพิ่มความมั่นด้วยรองเท้าส้นสูงยาว 6นิ้ว กำลังลากกระเป๋าเดินเข้าโรงแรมด้วยท่าทางคล่องตัว แม้มือหนึ่งจะลากกระเป๋าใบโต ไหล่อีกข้างก็มีกระเป๋าแบรนด์ดังแขวนอยู่ และวงแขนข้างเดียวกันก็ยังหอบเจ้าหมาน้อยพันปอมเมอเรเนียนตัวสีขาวน่ารักเอาไว้ อาจจะดูทุลักทุเลหากเป็นสาวคนอื่นแต่สำหรับปนาลีแล้วมันไม่เป็นปัญหาในการเคลื่อนไหวใดๆทั้งสิ้น ขนาดพนักงานโรงแรมจะมาช่วยถือ หล่อนยังปฏิเสธความหวังดีและหน้าทีของพนักงานเลยทีเดียว ขณะที่กำลังเดินเข้าไปยังล๊อบบี้โรงแรมเพื่อเช็คอิน โทรศัพท์มือถือคู่ใจก็ดังขึ้น ตำรวจสาวชะงักเล็กน้อยก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าแบรนด์ดังอย่างรวดเร็ว แตะที่หน้าจอไปหนึ่งครั้ง และยกมันขึ้นมาแนบหูพร้อมทั้งใช้ไหล่ข้างเดียวกันหนีบเอาไว้ มุ่งหน้าไปที่ล๊อบบี้ต่อ

 ปีใหม่มาถึงแล้วค่ะแม่ แต่จะพักเหนื่อยที่กรุงเทพฯก่อนหนึ่งคืนนะ พรุ่งนี้ก็จะขึ้นเครื่องไปหาแม่ที่ภูเก็ตแต่เช้าค่ะ

มารดาของปนาลีทำธุรกิจโรงแรม และ รีสอร์ทอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต ส่วนบิดานั้นทำธุรกิจค้าเพชรอยู่ที่ประเทศรัสเซีย แม้ทั้งสองจะเลิกรากันไปนานแล้ว แต่ปนาลีผู้ซึ่งอยู่ในความดูแลของบิดาก็ไปๆมาๆระหว่างประเทศไทยกับรัสเซียอยู่เสมอๆ

ทำไมไม่พักที่บ้านคุณยายเลยล่ะลูก มารดาส่งเสียงติลูกสาวจากปลายสายมายังต้นสาย

“ตอนแรกก็กะจะนอนบ้านคุณยายนั่นแหละค่ะ แต่พอมาคิดดูอีกที ไม่เอาดีกว่า แม่ก็รู้นี่คะว่าลูกของแม่เป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูงม๊าก อีกอย่างคุณยายก็ดุออกขนาดนั้น สองทุ่มปุ๊บก็ต้องให้เข้านอน น่าเบื่อแย่”

เพราะเติบโตอยู่ที่ประเทศรัสเซีย ปนาลีจึงค่อนข้างมีนิสัยเป็นฝรั่งจ๋า ไม่ชอบให้ใครมาตั้งกฎเกณฑ์อะไรในการดำเนินชีวิตของเธอ ยิ่งถ้าได้อยู่กับคุณยายผู้ที่เคยได้รับรางวัลกุลสตรีดีเด่นแห่งชาตินั้นด้วยแล้ว เธอยอมเสียเงินนอนโรงแรมจะดีกว่าต้องมานั่งพับเพียบทานข้าว

“นานๆกลับมาเมืองไทยที น่าจะอยู่ให้คุณยายหายคิดถึงสักคืนนะลูก”

“โธ่ แม่ขาปีใหม่รักคุณยายนะ และก็คิดถึงคุณยายด้วย แต่แบบ เอาไว้วันไหนที่แม่มาด้วยแล้วปีใหม่จะยอมนอนที่บ้านคุณยายนะคะ”

 “โอเค โอเค ไม่พักก็ไม่พัก แล้วนี่แวะไปเอาเจ้าซูชิที่บ้านคุณยายมาให้แม่รึยัง”  

ซูชิคือเจ้าหมาน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดของปนาลีนั่นเอง มารดาของเธอนำมันมาผสมพันธุ์ที่กรุงเทพฯ อาทิตย์ก่อน และเหมือนเป็นแผนการให้ปนาลีเข้าไปแวะกราบคุณยายเสียมากกว่า มารดาของเธอจึงทำทีฝากซูชิเอาไว้ที่บ้านคุณยาย เพื่อรอให้ปนาลีไปรับมาให้

แวะไปแล้วค่ะ เนี่ยกำลังอุ้มเจ้าลูกชายสุดที่รักของแม่อยู่เลยน๊า

“ดีมากจ้ะ แล้วคราวนี้จะมาอยู่กับแม่กี่วันลูก”

 ก็ลาพักร้อนหนึ่งสองเดือนค่ะ ตอนนี้ที่รัสเซียเหตุการณ์ปกติดี เลยขอลาพักร้อนซะเลย อ๊ะ !! ซูชิ แม่คะไว้คุยกันนะคะแม่   ลูกชายแม่ก่อเรื่องแล้ว

หญิงสาวรีบวางสายจากมารดาและวิ่งตามสุนัขพันธ์ปอมเมอเรเนี่ยน ที่จู่ๆก็ตกใจวิ่งออกจากอกเธอไปทั้งๆที่จะถึงหน้าล๊อบบี้อยู่แล้ว

ฝากกระเป๋าหน่อยนะคะหญิงสาวพูดอย่างรีบร้อนกับพนักงานหน้าเคาน์เตอร์และวิ่งตามสุนัขออกไปทางด้านหน้าโรงแรม

ร่างระหงหยุดชะงักมองภาพซูชิคลอเคลีย หน้าขาบุรษผู้หนึ่ง  ยิ่งเพ่งมองก็ยิ่งคุ้นตา ไม่ผิดแน่ชายหนุ่มผู้นั้นคืออังเดร ฮาซาเร่ เพราะไม่มีใครในรัสเซียที่ไม่รู้จักเขาพ่อค้าอาวุธชื่อดังอย่างเขา และแน่อนว่าอังเดรไม่มีทางรู้จักเธอ เขาหล่อเหลาเป็นที่หมายปองของหญิงสาวค่อนโลก แม้สาวๆหลายคนจะรู้ดีว่าเขาป่าเถื่อน มุทะลุ และโหดร้ายแต่ก็ยังไม่วายยอมพลีกายให้เขาแทบทุกรายไป ว่าแต่ไอ้หมอนี่มาทำอะไรที่เมืองไทย

และก่อนที่เธอจะได้คิดต่อ สิ่งที่หญิงสาวไม่คาดฝันก็พลันเกิดขึ้น  ไอ้หมอนั่นกำลังพยายามสะบัดซูชิออกจากกางเกงยีนส์ยี่ห้อหรูที่ปกคลุมลำแข้งแข็งแกร่งของตน เขาออกแรงสะบัดหลายทีจนซูซิกระเด็นไปไกล

ออกไปนะโว้ย! ไอ้หมาเวร!”

เมื่อสะบัดซูซิออกไปได้ชายหนุ่มก็เดินเข้าไปในโรงแรม พร้อมด้วยลูกน้องเป็นโขยง เขาไม่หันกลับมามองลูกหมาน้อยที่หน้าสงสารเลยด้วยซ้ำ

เอ๋งๆๆๆ

เอี๊ยดดดดดดด โครม!!!

กรี๊ดดดดดด ไม่นะซูชิ!!!!” ปนาลีร้องลั่นเมื่อซูซิกระเด็นไปโดนรถของโรงแรมที่เข้ามาจอดส่งลูกค้า เหยียบเข้าพอดิบพอดีที่ร่างน้อยของมัน

อุ้งมือบางรีบวิ่งเข้าไปประคองร่างหมาน้อย ออกมาจากล้อรถด้วยอาการสั่นระริก หญิงสาวกัดฟันกรอด น้ำตาคลอเบ้า เมื่อพบว่าร่างโชกเลือดของเจ้าซูซิได้หมดลมหายใจไปเสียแล้วเนื่องจากโดนทับในจุดสำคัญ หญิงสาวมองตามแผ่นหลังกำยำ ใบหน้านวลแดงก่ำด้วยความโกรธ

 เอ่อ ผะ ผมขอโทษจริงๆนะครับคุณผู้หญิง ผมเบรกไม่ทันจริงๆครับ กรุณาอย่าเอาเรื่องผมเลย คนขับรถรีบลงมาขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่

“ทางโรงแรมขอโทษจริงๆนะคะ จะให้เราทำยังไงก็บอกมาได้เลยขออย่างเดียวอย่าเผยแพร่ข่าวนี้ออกไปข้างนอกก็พอนะคะ” พนักงานสาวนางหนึ่งซึ่งดูแล้วคงจะเป็นตำแหน่งผู้จัดการ รีบวิ่งมานั่งลงข้างๆปนาลีพร้อมทั้งยกมือไหว้ขอโทษ ด้วยห่วง กลัวว่าภาพลักษณ์โรงแรมจะเสียหาย

ปนาลีหยิบสมุดโน้ตเล็กๆ พร้อมปากกาออกมาจากกระเป๋าแบรนด์ดัง ก่อนจะเขียนที่อยู่บ้านคุณยายลงไปและยื่นให้พนักงานสาว

“ช่วยเอาซูชิ ไปไว้ที่นี่ ทำให้ซูซิหล่อที่สุด แล้วฉันจะไม่เอาเรื่องพวกคุณ เดี๋ยวฉันจะโทรไปบอกเจ้าของบ้านเองว่าพวกคุณจะไปที่นั่น” พูดจบ ตำรวจสาวสุดมั่นก็ลุกเดินกลับเข้าไปในโรงแรม อันที่จริงเธอก็ไม่ได้โทษทางโรงแรมหรอกนะ เพราะรู้ว่าต้นเหตุทั้งหมดมาจากไหน คนอะไร ใจร้าย ป่าเถื่อนได้แม้แต่กับหมาตัวเล็กๆ แบบนี้มันต้องเจอกันหน่อย!..

 

 

 เขาอยู่ห้องไหนเสียงใสถามพนักงานหน้าล๊อบบี้ของโรงแรม

ใครคะ

อังเดร ฮาซาเร อยู่ห้องไหน!!”

พนักงานต้อนรับมองหน้ากันเลิกลั่ก ก่อนจะให้ตัวแทนตอบ

เอ่อ ต้องขอโทษด้วยจริงๆค่ะเราบอกไม่ได้มันผิดกฎของโรงแรมค่ะพนักงานสาว ตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ คงเป็นเพราะไม่เห็นเหตุการณ์เมื่อสักครู่ หล่อนจึงไม่ทราบว่าปนาลีคือลูกค้าคนสำคัญที่สมควรได้รับการดูแลและอนุโลมเป็นกรณีพิเศษ

พรึ่บ!

ปนาลีหยิบธนบัตรหนึ่งพันบาท จำนวนห้าใบมาวางกองตรงดวงหน้าแฉล้มของพนักงานนางเดิม

ห้าพัน คราวนี้จะบอกฉันได้มั๊ย? หรือถ้ายังบอกไม่ได้เรื่องที่ฉันตกลงกับผู้จัดการของเธอว่าจะไม่ประจานโรงแรมนี้ก็คงอาจจะยกเลิก

“จารุณี ทำตามความต้องการของลูกค้าเดี๋ยวนี้”

เสียงผู้จัดการดังขึ้นด้านหลังของปนาลี สั่งพนักงานสาวที่ชื่อจารุณี พร้อมทั้งเดินอ้อมมาหยิบเงินห้าพันบาทไทย ยื่นส่งคืนให้ปนาลี

“ผู้จัดการคะ! แต่ว่า..” จารุณีจะบอกว่านั้นมันลูกค้าคนสำคัญและลูกค้ารายใหญ่เชียวนา

“ทำตามความประสงค์ของลูกค้า เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง”

จารุณี มองหน้าผู้จัดการด้วยความงวยงงก่อนจะก้มหน้างุดๆลงไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์

เอ่อ สักครูนะคะ เจอแล้วค่ะคุณอังเดร พักอยู่ชั้น 15 ห้อง 1507 ค่ะ

“ขอบคุณ ฉันฝากกระเป๋าด้วยเดี๋ยวลงมาเอา อ่อ ขอยกเลิกห้องพักที่จองไว้ด้วย  ปนาลีเอ่ยเสียงเรียบนิ่งพอๆกับสีหน้าซึ่งนิ่งสนิทไม่ต่างกัน ..แต่ถึงสีหน้าจะนิ่ง ก็อยากจะบอกให้รู้ไว้เลยว่าตอนนี้ข้างในนั้นกำลังร้อนรุ่มเหลือคณานับตำรวจสาวเดินผ่านหน้าผู้จัดการและพนักงานไปด้วยท่าทีมาดมั่น แถมไม่รับเงินห้าพันบาทคืนอีกด้วย

 

ชั้น 15 ห้อง1507

 “คุณครับเข้าไปไม่ได้นะครับ

บอดี้การ์ดหน้าห้องของอังเดรพยายามขวางร่างระหงไม่ให้เข้าไปข้างใน ปนาลียืนจ้องหน้าบอร์ดี้การ์ดเขม็งไร้ทีท่าหวาดกลัวใดๆทั้งสิ้น

ฉันมีธุระกับเจ้านายของคุณ!!!หญิงสาวเสียงแข็งกร้าว

เราให้เข้าไม่ได้จริงๆครับถ้าเจ้านายไม่อนุญาต

เสียงดังเอะอะ อะไรกันวะ หนวกหู น่ารำคาญชะมัดอังเดรเปิดประตู ออกมาในสภาพนุ่งผ้าเช็ดตัวสีขาวผืนเดียว ท่อนบนเปลือยเปล่าโชว์แผงอกล่ำสัน เท่ละลายใจสาวอย่าบอกใคร แต่ทว่าปนาลีไม่ใช่หนึ่งในสาวพวกนั้น

เธอคนนี้น่ะสิครับดึงดันจะเข้าไปพบเจ้านายให้ได้ เราห้ามก็ไม่ฟังบอร์ดี้การ์ดโบ้ยหน้ามาหาหญิงสาวสวย

อ่อ ฮึให้เธอเข้ามา

อังเดรพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน มองดูปนาลีตั้งแต่หัวจรดเท้า ..ยอมรับว่าหล่อนสวยไม่น้อย แต่หน้าดุอย่างกับยักษ์ ไม่ใช่สเปคว่ะ.. เขาพูดจบก็เดินนำกลับเข้าไปในห้อง ด้วยท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรเอาเสียเลย ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าแม่สาวคนนี้น่ะมีจุดประสงค์อะไร คงจะมาขอค่าเสียหายไอ้หมาเวรนั่นน่ะสิ คิดแล้วยังขนลุกไม่หาย ทำเขาต้องมาอาบน้ำใหม่อีกรอบเลยเนี่ย เกลียดหมาโว้ยยยย

ตำรวจสาวเดินตามอังเดรไปติดๆ โดยไม่ลืมที่จะค้อนควับไปยังบอดี้การ์ดหนุ่มคนละทีสองที ร่างระหงเดินดุ่มๆเข้าไปนั่งยังโซฟาตัวนุ่ม อย่างไม่ต้องรอให้ใครเชื้อเชิญ

อ่ะนี่ ค่าเสียหาย เสร็จแล้วก็ออกไป ผมไม่ชอบให้ใครมารบกวนเวลาส่วนตัว  ร่างใหญ่เปลือยท่อนบนโยนกระดาษแผ่นหนึ่งมาให้เธอ ไม่บ่อยหนักที่เขาจะปล่อยให้คนแปลกหน้าเข้าพบโดยที่ไม่ได้นัดล่วงหน้า เขาเองก็ไม่ค่อยเข้าใจหัวอกคนรักหมามากสักเท่าไหร่หรอก แต่เดาว่าก็คงจะเหมือนๆกับการรักสัตว์สักตัว มั๊ง เห็นมันโดนเขาเตะกระเด็น หล่อนคง ตกใจ อะไรประมาณนั้นหรือเปล่า? ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะอนุโลมให้หล่อนเข้ามา และจะไม่เอาเรื่องกับพนักงานที่บังอาจบอกหล่อนว่าเขาอยู่ห้องไหน

หญิงสาวรับมาดูแล้วกำมัดแน่น ขยำมันทิ้งและปาใส่หน้าหล่อๆของเขา ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงประชันหน้ากับอังเดร แม้ปนาลีจะตัวเล็กกว่าเขาอยู่มาก แต่ขอบอกไว้เลยว่าไม่เคยกลัวผู้ชายบ้าอำนาจอย่างไอ้หมอนี่

เงินของนายอาจจะฟาดหัวใครต่อใครมานับไม่ถ้วน แต่ขอบอกไว้ตรงนี้ว่าสำหรับฉันแล้ว เงินของนายมันไร้ค่าสิ้นดี!

อังเดรผู้เคยพบเจอแต่ผู้หญิงที่คลานเข้าหา ไม่คิดว่าวันนี้จะได้มาเจอผู้หญิงที่มายืนด่าทอแถมไม่สะทกสะท้านกับหุ่นแมนๆล่ำๆของเขาเลยสักนิด   รู้สึกเหมือนโดนดูถูก รู้สึกเหมือนเธอทำให้ซิกแพคของเขาไร้ความหมาย ชายหนุ่มเดินดุ่มเข้าไปประชิดร่างระหงทันที

กล้ามากนะคนสวย  เงินตั้งสิบล้านบาทกับไอ้หมาเวรนั่นมันเทียบกันไม่ได้เลยนะ

หมาของฉันมีค่ามากกว่าเงินทั้งหมดที่นายมี!!” หญิงสาวจ้องหน้าตอบอย่างไม่กลัวเกรง

ฮึ ตลกดี ความจริงหมานั่นน่ะไม่มีค่าอะไรเลยต่างหาก อันที่จริงฉันไม่จำเป็นต้องให้เงินเธอสักบาทก็ได้ แต่ในเมื่อกล้าขึ้นมาหาฉันถึงที่นี่ ถ้าไม่ต้องการเงิน แล้วเธออยากได้อะไร หรือว่าอยากมานอนกับฉันเลยวางแผนให้ไอ้หมาเวรนั้นวิ่งเข้ามาหาฉัน แบบนั้นหรือเปล่าคนสวย..” ชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้จนแนบชิดกับเรือนร่างระหง ทว่าหญิงสาวผลักเขาออกอย่างรุนแรง จนชายหนุ่มซึ่งปกติแล้วจะไม่เคยสะเทือนกับแรงของผู้หญิงถึงกับเซถลา

.. ยายบ้านี่ แรงเยอะชะมัด

“ชอบความรุนแรงเสียด้วย”

“นาย นี่! มันเป็นคนประเภทที่มีแต่ความคิดสกปรกจริงๆเลยนะ ฉันจะบอกให้รู้เอาไว้ ว่าฉันไม่มีวันตาต่ำเหมือนผู้หญิงของนายแน่นอน แล้วที่ฉันขึ้นมาที่นี่ ก็เพื่อที่จะมาบอกว่าไอ้หมาที่นายเตะมันจนกระเด็นแล้วไม่หันกลับมามองสักนิด ตอนนี้มันตายสมใจนายแล้วไงไอ้บ้า! นายเตะหมาของฉันไปให้มันโดนรถทับ ไอ้สารเลว!”  หญิงสาวกระโจนเข้าไปตั๊นหน้าอังเดรอย่างไม่ยั้ง แต่จนแล้วจนรอดเขาก็หลบได้ร่ำไป

“จะมากเกินไปแล้วนะแม่ตัวดี! ทำแบบนี้รู้รึเปล่าว่ากำลังรนหาที่ตาย อยากเป็นศพหมกโรงแรมรึยังไง ฉันจะให้โอกาสเธอขอโทษฉัน คิดให้ดีๆนะถ้าต้องมาตายแค่หมาตัวเดียวน่าขำแย่ พวกผู้หญิงนี่เป็นอะไรกันวะ หมามันน่ารักตรงไหน ชอบเลี้ยงกันอยู่ได้!” อังเดรขว้าเข้าที่ข้อมือเล็กทั้งสองข้างของปนาลี เพื่อให้เธอหยุดทุบตีเขา ชายหนุ่มกัดฟันกรอด ผู้หญิงบ้าอะไรวะเนี่ยโหดได้ใจจริงๆ แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับว่าเขากำลังจะขาดความมั่นใจเพราะ เธอ

 นายต่างหากที่สมควรเอ่ยคำขอโทษ คนอย่างนายน่ะไม่มีวันเข้าใจคำว่าคุณค่าทางจิตใจหรอก! จะว่าไปแล้วหมาของฉันมันยังใจดีและมีค่ามากกว่านายเสียอีกนะ ปนาลีใช้ศิลปะการต่อสู้ที่เคยเรียนมา สะบัดข้อมือตนเองจนหลุดพ้นจากอังเดร จากนั้นจึงพลักเขาอย่างแรงอีกครั้ง

เธอว่าอะไรนะหมามีค่ากว่าฉันงั้นเหรอห๊า!!!

ดูเหมือนว่าความอดทนของเจ้าพ่อค้าอาวุธอังเดรได้ขาดสะบั้นลงไปเสียแล้ว ชายหนุ่มตะคอกเสียงดังแล้วจับร่างปนาลีกระแทกลงบนโซฟา ก่อนจะขึ้นทาบทับอย่างรวดเร็ว ให้ตายเหอะ ยังไม่เคยมีใครหน้าไหนมาว่าเขาไร้ค่า ไม่เคยมีใครมาหยามเขาได้ถึงขนาดนี้เสียที แล้วยัยบ้านี่ถือดียังไงวะ

โอ๊ย” เพราะหลังกระแทกกับเบาะนุ่มนิ่มอย่างรุนแรง ตำรวจสาวจึงเผลอร้องออกมา

คนอย่างอังเดร ฮาซาเร ไม่เคยขอโทษใครจำไว้!” เขาว่า ก่อนจะบดขยี้จูบลงไปยังริมฝีปากสวย แต่ยังไม่ทันที่อังเดรจะได้ลิ้มรสหวานจากปากอิ่มระเรื่อ ตำรวจสากลสาวผู้ผ่านการฝึกศิลปะการต่อสู้มานับไม่ถ้วน ก็ใช้เข่ากระแทกไปที่กล่องดวงใจชายของอังเดรทันที

พลั่ก!!!

อ๊าก!!”

อังเดรร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด สองมือผละออกจากปนาลีมากุมไว้ที่ของสุดรักสุดหวงอย่างฉับพลัน ปนาลีอาศัยจังหวะนั้นผลักร่างกำยำออกจากร่างตนแล้วลุกขึ้นมายืนอย่างผู้กุมชัยชนะ มองอังเดรที่นอนตัวขดงอ หน้าเขียว อย่างสะใจ

ธะ เธอ โอย ยัยบ้าเตะมาได้

คนอย่างฉันก็ไม่มีวันยอมให้ใครมารังแกได้ง่ายๆเหมือนกัน ฉันจะถือเสียว่าซูชิมันโชคร้ายแล้วกันที่ต้องมาเจอคนแบบนาย!!” ปนาลีทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านี้ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างเชิดๆ เริ่ดๆ และเมื่อเดินผ่านบอร์ดี้การ์ดของอังเดร หญิงสาวก็ไม่ลืมที่ค้อนควับเข้าให้อีกรอบ

เราจะต้องได้เจอกันอีกแน่ ยัยตัวดี โอย

 “คุณอังเดรเป็นยังไงบ้างครับ หลังจากหญิงสาวเดินผ่านไปด้วยสีหน้าบึ้งตึง บอร์ดี้การ์ของอังเดรจึงรีบวิ่งเข้ามาหาเจ้านาย อันที่จริงพวกเขาก็ได้ยินเสียงอังเดร กับเสียงหญิงสาวปะทะกันอยู่หรอกนะ แต่ครั้นจะเข้ามาก็เกรงว่าจะเข้ามาขัดจังหวะ เพราะทุกครั้งที่อังเดรอยู่กับผู้หญิงสองต่อสองในห้อง รายไหนรายนั้นก็จะจบลงที่บนเตียง ทว่าสิ่งที่บอร์ดี้การ์ดเห็นตอนนี้มันช่างต่างกับทุกครั้งอย่างเหลือเชื่อ

เจ็บสิวะ ถามได้  โอย   เฮ้ย ! พวกมึงขำอะไรกันวะเดี๋ยวยิงไส้แตก เรื่องตามหาดานิล ไปถึงไหนแล้ว!!!”  ชายหนุ่มตวาดลูกน้องดังลั่น มีอย่างที่ไหนมายืนมองเขาแล้วหัวเราะกันคิดคัก  แสร้งทำหน้าดุกลบเกลื่อนความอาย ผู้หญิงคนนั้นจะต้องได้เห็นดีกับเขาอีกแน่ รอให้เขาจัดการเรื่องดมิทรีเสร็จเสียก่อนเถอะ มาบังอาจทำให้เขาเสียฟอร์มต่อหน้าลูกน้องแบบนี้ ถ้าไม่จับมาคิดบัญชีบนเตียงอย่ามาเรียกเขาว่า อังเดร!

-------------------------------------------------------
จบไปแล้วอ่าา สองบท ฮี่ๆๆๆ เรื่องนี้ทำไมไรท์เดซี่ ถึงหลงรักอังเดร ก็มิรู้สินะ อิอิ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

546 ความคิดเห็น

  1. #78 อตินุช (@papagi) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มีนาคม 2558 / 14:11
    จากกรุงเทพฯต้องลงภูเก็ตไม่ใช่ขึ้นภูเก็ตไม่เหรอค่ะ เพราะภูเก็ตอยู่ภาคใต้ของประเทศ (แต่ไม่ถูกต้องยังไงต้องขอโทษด้วยนะคะ อ่านเจอเลยสงสัยนะคะ):-):-):-):-)
    #78
    1
    • #78-1 Geeyongjam (@geeyongjam) (จากตอนที่ 4)
      14 มีนาคม 2558 / 14:45
      ขอบคุณมากค๊าฟฟ
      เป็นประโยคที่ ปีใหม่คุยกับคุณแม่ใช่มั๊ยเอ่ย
      ปีใหม่บอกว่าจะ "ขึ้นเครื่อง" ไปหาแม่ที่ภูเก็ตจร้า หมายถึงขึ้นเครื่องบินค่ะ

      ขอบคุณมากมายสำหรับคำติชม ไรท์ปลื้มมากๆ อิอิ

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 14 มีนาคม 2558 / 14:56
      #78-1
  2. #25 Kwanta Lorliam (@kwantal) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มีนาคม 2558 / 11:38
    ชอบตอนนี้จริงๆเลยพี่น้อง
    อังเดรต้องจำอีกนานพี่น้องเอ๋ย
    เจอปีใหม่อัดเข้าให้ใบ้จุงเบย
    งานนี้เลยต้องเจ็บจำจนวันตาย
    #25
    0
  3. #23 Kwanta Lorliam (@kwantal) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มีนาคม 2558 / 11:31
    ชอบตอนนี้จริงๆเลยพี่น้อง
    อังเดรต้องจำอีกนานพี่น้องเอ๋ย
    เจอปีใหม่อัดเข้าให้ใบ้จุงเบย
    งานนี้เลยต้องเจ็บจำจนวันตาย
    #23
    0