ตอนที่ 12 : ตอนที่10 หอโอสถ 7/พ.ค./59

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4856
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    8 ธ.ค. 59











- 12 -



 บริเวณโดยรอบสำนักหมอหลวงมีทหารเฝ้ายามเดินขวักไขว่ พวกมันทุกคนล้วนมีพลังยุทธสูงส่ง ในพลังปราณของพวกมันได้รับความไว้วางใจจากราชสำนักให้เป็นผู้เฝ้าดูเเลหอโอสถ ในตึกสูงเด่นเป็นสง่าล้อมรอบด้วยกำเเพงสูงย่อมเป็นเรื่องยากที่ใครจะลักลอบเข้าไป ท่ามกลางต้นไม้สูงจึงเกิดภาพเงาเคลื่อนไหวสีดำสองร่างที่กำลังสนทนาเเผ่วเบาเพื่อมองประเมินสถานการณ์

ข้าจะเข้าไปในหอโอสถได้อย่างไรกันเล่าหากผู้คนในภพนี้ไม่ธรรมดาอย่างที่คิด หยวนลี่กล่าวบ่นกับตนเองสีหน้าเครียดขรึม คิ้วเรียวดั่งใบหลิวของนางขมวดมุ่นมิได้สนใจร่างสูงที่ยังคงมีใบหน้ายับยู่เจือความเจ็บปวดพาดผ่าน

หยวนลี่เเทบยกรางวัลออสก้าให้แก่มัน เเต่ในเบื้องหน้านางกลับเรียกความสนใจได้ดีกว่า

เดิมทีหยวนลี่คิดเพียงแค่ลักลอบเข้าไปภายในหอโอสถเพื่อขโมยตัวยาบางตัวที่ต้องการ เล่นละครนิดหน่อยตบตาพวกทหารที่เฝ้ายามอยู่ แต่ในยามวิการเช่นนี้การปรากฏตัวของขันทีน้อยย่อมเป็นที่น่าสงสัยเป็นอย่างยิ่ง เขาจึงเปลี่ยนแผนการเป็นแผนBแทน แต่ทว่าผู้คนในแผ่นดินปราณเทพยุทธพวกมันล้วนมีพลังปราณที่น่าอัศจรรย์ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เขาจะลอบเข้าไปด้านในเพียงลำพัง 

ในยามคิดเเผนการนั้นช่างง่ายดายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก เเต่เมื่อปฏิบัติจริงนั้นช่างยากเย็นเเสนเข็ญยิ่งกว่าการทำข้อสอบทุกวิชาที่ได้ร่ำเรียนมาทั้งหมด

ในใจของหยวนลี่ตระหนักด้วยความคับข้องหมองใจ

นี่ถ้าไม่ได้ต้าหลงเทียนฟงป่านนี้หยวนลี่คงเข้าไปอยู่ในซังเตตั้งเเต่ย่างก้าวเเรกที่มาถึงที่นี่เเล้วกระมัง ในความเป็นจริงนั้น ช่างขัดเเย้งกับในหนังซีรีย์ที่เคยดูราวฟ้ากับเหว 

ทำไมเวลาพระเอกมันลอบเข้าไปในฐานลับของศัตรูมันดูง่ายดายนักฮะ เเต่เมื่อถึงตาข้า! ใยอุปสรรค์ถึงมากมายเพียงนี้ คิดเเล้วก็น่าเจ็บใจ

เมื่อเทียนฟงเห็นว่าหยวนลี่มิได้สนใจใยดีเขาสักกระผีก หนำซ้ำรูปโฉมงดงามของนางยังเครียดขรึม ในคำกล่าวบ่นทำให้ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มลี้ลับ ร่างสูงเพียงขยับกายยืนเหยียดตรงเผยใบหน้าสงบนิ่งดุจผิวน้ำ ในคำราบเรียบแลเยือกเย็นของเขาทำให้หญิงสาวต้องเหลือบขึ้นมอง

นี่ไม่มีสิ่งใดต้องกังวล มีข้าอยู่ทั้งคนการลอบเข้าไปในหอโอสถเป็นเรื่องง่ายดายนัก

หยวนลี่เลิกคิ้ว จริงรึ?” ในสีหน้าของเทียนฟงล้วนจริงจังไม่มีคำโป้ปดแต่แววตากลับแฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมในยามคลี่ยิ้ม นางแค่นเสียงหัวเราะเย็นชาแกมหมั่นไส้ หากเป็นเช่นนั้นเหตุใดไม่รีบพาข้าเข้าไปเล่า ทว่าเทียนฟงยังคงยืนนิ่งเงียบมีเพียงรอยยิ้มบางเบาในความมืด

ทั้งคู่ตกอยู่ในความเงียบงันครู่หนึ่ง แม้เเต่เสียงของเเมลงหรือสายลมยังต้องเกรงใจพวกเขา

ดวงตากลมโตจดจ้องร่างสูง

แววตาประกายลึกซึ้งยากเกินเข้าใจคู่นั้นของเทียนฟงไม่ยอมเเพ้...

นางรอคอยคำตอบอย่างใจเย็น เเต่ความปรารถนาเเรงกล้าเพียงประโยคเดียวสามารถทำให้คนๆ หนึ่งมีความอดทนจมอยู่ในความเงียบสูงเเละอาจเผยรอยยิ้มอันน่าขนลุกขนพอง หยวนลี่เหมือนเเลเห็นพยัคฆ์ที่กำลังเเยกเขี้ยวให้เเก่นาง

นี่ถ้าไม่ยอมพูดมันจะไม่ยอมขยับกายใช่หรือไม่

หญิงสาวกรอกตาขึ้นบนลงล่างอย่างจนใจ เหตุใดท่านไม่รีบพาข้าเข้าไปด้านในนั่นล่ะ...ที่รัก ในคำว่า ที่รัก นั้นล้วนกล้ำกลืนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันเอ่ยขึ้นอย่างนึกหงุดหงิด

ต้าหลงเทียนฟงยิ่งยิ้มกว้าง เขากระชับเอวคอดเล็กๆ ของสาวงามก่อนกระซิบกระซาบแผ่วเบา

ย่อมได้เหมยลี่ยอดรัก

ไม่ทันที่หญิงสาวจะเตรียมตัวเตรียมใจอันใด ปุบปับร่างสูงได้โอบอุ้มร่างเล็กๆ ของนางและพลิ้วกายดั่งเทพเซียนไปทางตัวตึกสำนักหมอหลวงแล้ว ด้วยพลังปราณเทพยุทธระดับสูงขั้นเริ่มต้นของเทียนฟง และวิชาตัวเบาอันล้ำลึก หยวนลี่เห็นเพียงเงาเคลื่อนไหวของตัวตึกสายหนึ่ง พริบตาเดียว พวกเขาทั้งสองได้เข้ามาอยู่ในหอโอสถแล้ว

ถึงแล้วเหมยลี่ยอดรัก ชายหนุ่มกล่าวพลางยิ้มอ่อนโยน

ในดวงตาล้ำลึกดุจรัตติกาล ประกายแสงสีฟ้าจากแท่งคริสตัลที่ใช้แทนเชิงเทียนตามเสาแต่ละต้นในหอโอสถได้อย่างงดงาม

“...” หยวนลี่ได้แต่หดกายอยู่ภายในอ้อมกอด ดวงตาของนางกลมกว้างราวดวงดาราทอเเสง ตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก

ในทางเข้าลับที่เทียนฟงพานางเข้ามามันคือประตูลับที่กลืนไปกับสีของผนัง 

ชายหนุ่มพุ่งชนมันเข้ามาราวกับว่ากำแพงสีทึบคือม่านน้ำตกมุ่งสู่ทางอุโมงค์ลับที่เห็นเพียงแค่ความมืด เพียงพริบตาเดียวหยวนลี่พบว่าพวกเขาได้ทะลุออกมาจากกระจกบานใหญ่บานหนึ่ง แต่มันหาใช่กระจกไม่ ในคลื่นพลังปราณฟ้าที่หมุนวนอยู่มันคือประตูมิติที่ผู้มีพลังปราณเทพยุทธเท่านั้นจึงจะสามารถเดินผ่านเข้ามาด้านในได้

แน่นอนว่าเทียนฟงชินอ๋องเดินเข้าออกที่นี่อยู่บ่อยครั้งโดยไม่เกรงผู้ใด ถึงอย่างไรแล้วทุกสิ่งในแผ่นดินต้าหลงนั่นคือของเขาทั้งหมด แม้ชินอ๋องเดินเข้าทางประตูหน้าก็ไม่มีใครสามารถปริปากทานอำนาจ แต่เมื่อเห็นว่าเหมยลี่ต้องการเล่นสนุก ชายหนุ่มเองก็อยากร่วมสนุกด้วยเพียงเท่านั้น เมื่อปล่อยร่างเล็กให้เป็นอิสระ ชายหนุ่มมีความเพลิดเพลินกับท่าทางตื่นตาตื่นใจของหญิงสาวที่กวาดมองไปทั่วห้องโอสถชั้นที่หนึ่งด้วยดวงตากลมโตเป็นประกาย

 นางได้กล่าวขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตา แน่ใจหรือว่าที่นี่คือหอโอสถ? ข้านึกว่ามันคือที่เก็บซ่อนสมบัติล้ำค่า ในบรรยากาศของมันกลับมีความหรูหรามากกว่าความขลังในกลิ่นอายของสมุนไพร ที่นี่มองดูเเล้วไม่เหมือนหอโอสถสักกระผีก!

เทียนฟงพยักหน้า "ที่นี่ย่อมเป็นหอโอสถเเน่นอน ในชั้นไม้เหล่านี้ล้วนเก็บรักษาวัตถุดิบเเละตัวยาสมุนไพรเอาไว้ พวกมันล้วนเป็นสิ่งของล้ำค่าที่ถูกรวบรวมจากทั่วหล้าในเเผ่นดินปราณเทพยุทธ"

"พวกมันมีค่ามากมายเพียงใด? สิ่งของล้ำค่าเหล่านี้เเต่กลับมีผู้เฝ้ายามเเค่สิบคนเเละหมอหลวงเฝ้าเวรอีกหนึ่ง หากวัตถุดิบเหล่านี้มีค่าจริงใยการเฝ้าเวรยามจึงหละหลวมนัก"

ในความง่ายดายที่พวกเขาทั้งสองเข้ามาในหอโอสถโดยที่ไม่ถูกจับได้ ทำให้หยวนลี่มีความกังขาเเละนึกดูเเคลนความสามารถของทหารต้าหลง

ต้าหลงเทียนฟงหัวเราะครืนอย่างนึกเอ็นดู เอ่ยด้วยท่าทีผ่อนคลาย “ในแคว้นต้าหลงนอกจากท้องพระคลังหลวงที่เก็บซ่อนสมบัติ ยังมีหอตำรายุทธและหอโอสถที่ได้เก็บซ่อนของล้ำค่าเอาไว้ ดังนั้น ที่นี่จึงถูกอัดแน่นด้วยพลังปราณเทพยุทธจากคริสตัลปราณฟ้า ด้วยพลังของผู้ฝึกปราณยุทธธรรมดาไม่อาจเข้ามาที่นี่ได้นอกจากผู้ที่มีพลังคุ้มกายอย่างคริสตัลปราณฟ้าเท่านั้น แม้ทหารเฝ้ายามภายนอกไม่มาก แต่เมื่อผู้ใดคิดไม่ซื่อลักลอบเข้ามาย่อมถูกบดขยี้ร่างกายด้วยพลังคริสตัลปราณฟ้าที่ถูกอัดแน่นด้วยพลังปราณเทพยุทธธาตุน้ำทั้งสิ้น ในขณะที่กล่าวเขาได้ผายมือไปทางคริสตัลที่ส่องแสงแทนเชิงเทียนตามเสาแต่ละต้นให้หยวนลี่มองมัน

แล้วเหตุใดข้าจึงไม่เป็นอะไรเล่า?” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ หากพลังของหินเหล่านั้นสามารถบดขยี้ร่างกายผู้คนได้จริง เช่นนั้นนางคงไม่ต่างอะไรกับสิ่งแปลกปลอมอย่างพวกหนูหรือแมลง แต่ในขณะนี้ร่างกายของนางกลับปลอดโปร่งอย่างน่าประหลาดมิได้เกรงอำนาจของสิ่งวิเศษนั่นแต่อย่างใด

เทียนฟงเพียงคลี่ยิ้มอ่อนโยน เพราะเหมยลี่มีพลังปราณเทพยุทธขั้นพื้นฐานและมีธาตุพลังคือธาตุทองตั้งแต่กำเนิดอย่างไรเล่า ในโลกนี้ทุกผู้คนล้วนได้รับพรจากสวรรค์ การที่ผู้คนเหล่านั้นได้รับพลังปราณเทพยุทธยิ่งมีธาตุทองคุ้มกายตั้งแต่กำเนิดพวกมันย่อมมีสิทธิ์พิเศษมากกว่าผู้อื่นเป็นร้อยเท่า ในส่วนของเหมยลี่นั้น ต่อให้เพลานี้เจ้าไม่มีพลังยุทธใด ไม่ว่าอย่างไร พลังของคริสตัลเพียงตรวจสอบเจ้าและมองข้ามราวกับบุปผาที่เติบโตท่ามกลางไม้ใหญ่

ในคำกล่าวของต้าหลงเทียนฟงไม่มีคำใดเกินจริง ในโลกของปราณเทพยุทธผู้ที่มีพลังอำนาจตั้งแต่กำเนิดนั้นหาได้ยากดังงมเข็มในมหาสมุทร ดังนั้นจึงมีเพียงไม่มีกี่คนที่มีพรจากสวรรค์มาตั้งแต่กำเนิด แต่น่าเสียดายที่หยวนลี่มิได้ฝักใฝ่ในพลังหรืออำนาจ นางเพียงแค่ต้องการมีชีวิตอยู่อย่างสงบสุขภายในเวียงวัง แต่เป็นที่น่าเวทนาเมื่อความคิดอันบริสุทธิ์ผุดผ่องของนางกลับทำให้นางต้องตกต่ำถึงเพียงนี้

อ้อ! หยวนลี่ร้องครางในใจ คงมีเพียงโจรประเภทพวกเขาเท่านั้นกระมังที่กล้าบุกรุกเข้ามาในที่เเบบนี้ หากเป็นโจรธรรมดาคงถูกคลื่นพลังของคริสตัลเหล่านั้นซัดกระเด็นออกไปในย่างก้าวเเรก ในความโชคร้ายที่ได้เข้ามาอยู่ในร่างสาวงาม ยังมีความโชคดีที่ได้รับสิทธิพิเศษเช่นนี้อยู่ นับว่าไม่เลวร้ายทั้งหมด

หญิงสาวมิได้สนใจฟังในสิ่งที่เทียนฟงกล่าวมากนัก ในความใคร่รู้ของนางร่างเล็กเดินไพล่หลังสำรวจไปตามชั้นไม้ซึ่งถูกจัดตั้งเป็นช่องทางเดินหลายช่องทางด้วยกัน ในชั้นไม้แต่ละชั้นล้วนจัดเก็บสมุนไพรเป็นช่องเล็กๆ คล้ายตู้เซฟที่แอบซ่อนสมบัติมีค่าเอาไว้ภายใน หยวนลี่มองไปตามป้ายชื่อยาแต่ละชนิด พวกมันล้วนแล้วมีชื่อที่แปลกตาและไม่น่าเป็นยาสมุนไพรที่เอาไว้รักษาโรคแต่อย่างใด

ทำไมชื่อตัวยามองดูแปลกประหลาด?” หยวนลี่หันไปเอ่ยถามร่างสูงที่ยังคงยืนไพล่หลังทอดมองนางอยู่ที่เดิมด้วยท่าทางสงบนิ่ง ในดวงตากลมโตของนางช่างไร้เดียงสาและเต็มไปด้วยความตื่นตัวเปี่ยมเเววสงสัยใคร่รู้

แปลกประหลาดหรือ?” เทียนฟงเลิกคิ้วประหลาดใจเขาหัวเราะครืนด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ ตัวยาเหล่านี้ย่อมมาจากวัตถุดิบหายาก ส่วนใหญ่เป็นสมุนไพรที่อยู่ในขุนเขาจำพวกหุบเขาแดนอสูร ในชื่อของพวกมันย่อมมีชื่อเรียกตามสภาพแวดล้อมที่เกิด ดังเช่นหญ้าเมฆาขาว หญ้าชนิดนี้เติบโตอยู่ที่จุดสูงสุดของเทือกเขาเมฆา มีสรรพคุณช่วยเพิ่มพูนพลังลมปราณในระยะเวลาครึ่งวัน เมื่อสกัดเป็นเม็ดยาปราณเมฆาขาว ผู้รับประทานจะสามารถเหาะเหินเดินอากาศเหมือนดังเช่นผู้มีพลังปราณเทพยุทธ แต่แน่นอนว่าพวกมันล้วนไม่อาจมีพลังเทียบเท่าผู้มีพลังปราณเทพยุทธที่แท้จริง

หยวนลี่ย่นคิ้วขมวดสีหน้ายับย่นด้วยไม่เข้าใจในสิ่งที่เทียนฟงกล่าว ดวงตากลมโตแฝงไปด้วยความงุนงงในชั่วขณะ จ้องมองไปยังป้ายชื่อสมุนไพรหญ้าเมฆาขาวที่ร่างสูงได้ใช้มือสัมผัสไปที่กล่องไม้

ในคำกล่าวของเทียนฟงสำหรับผู้ที่มาจากโลกไร้พลังเหนือวิทยาศาสตร์ ย่อมเกิดอาการงงเป็นไก่ตาแตกขึ้นมาอย่างกะทันหัน ในความสับสนของหยวนลี่นั้น ทำให้นางถึงกับเกาศีรษะอย่างรุนแรง

ในภพปราณเทพยุทธอะไรนี่แท้จริงแล้วเป็นโลกแบบไหนกันฟระตั้งแต่เจอหมอนี่ทุกสิ่งที่เห็นล้วนไม่ธรรมดาหมด นอกจากผู้คนใช้พลังปราณเทพอะไรนั่นได้แล้วยังมีสมุนไพรแปลกพิสดารนี่อีกด้วย  ไม่ใช่ว่าข้าหลุดเข้ามาในโลกนิยายหรอกรึ!

นี่ข้าต้องเก็บเวลก่อนล่าบอสหรือไม่?

อาการของหยวนลี่เหมือนถูกชกอย่างรุนแรงแต่ท่าทีของนางยังความสุขุมและนิ่งสงบดุจผิวน้ำ มิได้แสดงความตื่นตะลึงหรือฉงนสงสัยในสิ่งที่เทียนฟงกล่าวแต่อย่างใด  

การที่นางมิรู้ว่าในใต้หล้าของผู้ใช้พลังปราณเทพยุทธมีสิ่งวิเศษเหล่านี้ ล้วนเป็นเรื่องผิดพลาดทั้งหมดของหยวนลี่เอง หากเป็นเช่นนั้นนางไม่ถูกหัวเราะเยาะตายหรอกรึ? ต่อให้นางเป็นถึงองค์หญิงไม่ว่าอย่างไรแล้วทุกผู้คนที่ถือกำเนิดย่อมต้องรู้ว่าแผ่นดินที่อาศัยเป็นเช่นไร หากนางปล่อยไก่ออกไปมีหวังหน้าแตกยับ ยิ่งแตกต่อหน้าต้าหลงเทียนฟงด้วยแล้วมันช่างให้ความรู้สึกน่าอับอายแทบแทรกแผ่นดินหนี

ไม่ได้การ คนอย่างหยวนลี่ต้องคงสกิลการแถเข้าขั้นสีข้างถลอก ต้องมิให้ใครรู้ว่าแท้จริงแล้วนางมีจิตใจอันเป็นบุรุษที่เข้ามาแทนที่หญิงสาวมิได้ อย่างน้อยหากนางยังเป็นหยวนลี่ไม่ว่ากระทำการใดย่อมนับว่าง่ายดายหมด ยิ่งต้าหลงเทียนฟงชื่นชอบนางยิ่งรับประกันความปลอดภัยของหญิงสาว อย่างน้อยหลังจากนี้ก็ไม่ต้องทนอยู่อย่างอัปยศอดสูในตำหนักเหิงอีกต่อไป

บนดวงหน้าเฉยเมยของหญิงสาวได้เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ร้ายออกมาบางเบา ร่างเล็กขยับกายเข้ามาใกล้ชายหนุ่มและมองไปยังป้ายชื่อตัวยา ยาวิเศษเหล่านี้แม้มีพลังสูงส่งเพียงใดมันก็มิได้เข้าตาข้าเลยแม้แต่น้อย ที่ข้าต้องการนั่นคือตัวยาสามัญที่ผู้คนธรรมดาใช้ เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นยาสามัญ ผู้ใช้พลังปราณยุทธหรือพลังปราณเทพยุทธล้วนมองข้าม แต่สรรพคุณและฤทธิ์ทำลายล้างของมันนั้นช่างมหาศาลเรียกได้ว่าทะลวงไส้ทะลวงพุงกันเลยทีเดียว!

ในน้ำเสียงจริงจังน่าเชื่อถือของหยวนลี่ราวกับว่านางมองเห็นสมุนไพรธรรมดาทั่วไปดีกว่าสมุนไพรวิเศษที่เห็นเป็นเพียงพืชริมทาง ทว่าในความคิดของเทียนฟงนั้น ชายหนุ่มบังเกิดความเลื่อมใสมากกว่าดูแคลนในคำกล่าวที่แลดูเบาปัญญา ไม่ว่าอย่างไรแล้วเทียนฟงย่อมดูคนไม่ผิด ในความสามารถของหญิงสาวการที่นางกล่าวออกมาเช่นนั้น ย่อมมีบางสิ่งที่นางปราณนาและทราบว่าสิ่งที่นางเรียกว่าธรรมดานั่นย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

ในแววตาของชายหนุ่มฉายแววความปลาบปลื้มอย่างลึกซึ้ง ใบหน้ารูปงามเผยรอยยิ้มเอ็นดูต่อหยวนลี่ในร่างดรุณีน้อย ซุ่มเสียงอันททรงพลังและนุ่มละมุนกล่าวถามนางในขณะที่มือชายหนุ่มลูบไปตามแก้มขาวและเนียนนุ่มของหญิงสาวด้วยความรักใคร่ 

เหมยลี่ยอดรัก ยาทรงพลังของเจ้าคือยาประเภทใด? มันดูเหมือนมิใช่ยารักษาเลยนะ หืม?”  ในกระแสเสียงเจือคำหยอกล้อแกมรู้ทันอยู่ในที

หยวนลี่ปัดมือของเทียนฟงออกไปราวกับปัดหมู่แมลงที่มักสร้างความรำคาญให้แก่นาง

ใบหน้างดงามเผยรอยยิ้มชั่วร้าย หัวเราะด้วยน้ำเสียงกระจ่างใส แน่นอนว่ามันเป็นยามีไว้ใช้รักษา แต่ในขณะเดียวกันมันสามารถสร้างความทรมานกายและใจของผู้รับประทานได้อย่างยิ่งยวด แต่ข้าไม่มั่นใจว่าในภพของเจ้าจะมีตัวยานี้หรือไม่ อ้อแน่นอนว่ามันย่อมไม่มีแน่

หยวนลี่ส่ายหน้าในความคิดชั่วแล่นของนาง ยามนี้แผนการของนางได้ล้มครืนไม่เป็นท่า!

หากจะให้กล่าวตามตรงหยวนลี่นางไม่รู้จักยาสมุรไพรใดๆ เลย แม้แต่ชื่อเรียกหรือหน้าตาของพวกมัน สรรพคุณแต่ละตัวยิ่งแล้วใหญ่ หากวิญญาณของชายหนุ่มหลุดเข้ามาในร่างของหมอหลวง คาดว่าคนป่วยคงได้นอนโลงตั้งแต่วันแรกที่โผล่มาแล้วกระมัง ในโลกอนาคตนั้น ไม่มีสิ่งใดสะดวกสบายเกินกว่ายาเม็ดกลมๆ หรือยาแคปซูลที่หาซื้อตามร้านขายยาทั่วไปและเห็นผลเร็วในระยะสั้น คำถามของต้าหลงเทียนฟงกลับสร้างความลำบากใจให้แก่นางในเพลาต่อมา เพราะความอวดเก่งของตนแท้หนอกลับกลายเป็นดาบสองคมทิ่มแทงให้ขายหน้าเสียแล้ว

ต้าหลงเทียนฟงเกือบหลุดขำในคำโอ้อวดของหญิงสาว สีหน้าไม่สู้ดีกับท่าทางโอ้อวดนั่นช่างย้อนแย้งขัดตายิ่ง เขาเก็บกลั้นมันกลับคืนไปและแสดงท่าทีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

 กระนั้นเชียวรึ? ยาที่เจ้าหมายถึงคงเป็นยาที่น่าจดบันทึกเอาไว้ในตำราหอโอสถ ยาวิเศษเช่นนั้นไม่มีทางที่สำนักหมอหลวงจะมองข้ามไปได้

ฮึก!

ไม่มองข้ามรึ? ในความฉลาดอวดเก่งกลับกลายเป็นความโง่งมเสียเเล้ว เมื่อขึ้นชื่อว่าประเทศจีนย่อมมียาสมุนไพรที่เป็นยาต้มไม่ต่างจากประเทศไทยสิ! นางปรารถนาใบไม้สีน้ำตาลเเละอยากให้มันมีเเค่หลักฐานเล่นงานคนหลงเหลือเท่านั้น เพื่อเเผนการของหญิงสาวจำเป็นต้องพึ่งยาสมุนไพรเหล่านี้ เเต่นี่อะไร? เท่าที่นางกวาดตามองไปโดยรอบเเผ่นไม้เหล่านั้นกลับเป็นชื่อวัตถุดิบเเละสมุนไพรที่นางไม่ต้องการเลยทั้งหมด!

ในความมั่นใจของหยวนลี่นั้นได้หดหายลงไปในก้นบ่อ ใบหน้าของนางฉายแววความหดหู่จนน่าเวทนา 

ทำไงดี?

เเถไปสิ จะอะไรอีกเล่า!

ในความคิดชั่วเเล่นของหญิงสาวนางได้กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า เรื่องนี้ช่างเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจยิ่ง แม้ข้ารู้จักสรรพคุณของมันแต่ข้ากลับไม่รู้ชื่อของมันนี่สิ เฮ้อ... ดูเหมือนว่าข้าจะถูกกักขังอยู่ในตำหนักเหิงจนนานเกินไป ในดวงตาตัดพ้อและใบหน้าเศร้าหมองล้วนสร้างบรรยากาศที่แสนหดหู่และน่าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง

หยวนลี่ทอดสายตาขึ้นไปบนเพดานด้วยใบหน้าที่เศร้าสร้อย นี่ยิ่งสร้างความปั่นป่วนในใจของเทียนฟงได้อย่างมหาศาล

ในตอนนี้ไม่มีหนทางกู้หน้าใดเท่ากับแสร้งทำตัวให้หน้าสงสารได้อีกแล้ว หยวนลี่ไม่มั่นใจว่าความน่าสงสารของนางจะสามารถใช้กับเทียนฟงชินอ๋องที่ได้ฉายาว่าเป็นบุรุษที่มีใจเย็นชาดุจน้ำแข็งผู้นี้ได้หรือไม่ แต่มารยาของนางไม่เคยล้มเหลวกับหญิงสาวในโลกอนาคต!

ในเพลาต่อมาหยวนลี่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่โอบล้อมรอบกายของนางแนบแน่น

หมับ!...

“...!?”

วงแขนแกร่งได้สวมกอดร่างเล็กของหยวนลี่เอาไว้ นางมีท่าทีตื่นตระหนกตกใจแทบกระโดดถอยห่างออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ในความสามารถของนางหรือจะสู้ความสามารถของเทียนฟงได้ ในความนึกคิดของร่างกายกลับถูกตรึงด้วยร่างแกร่งซึ่งกำลังโอบกอด มือและเท้าของหญิงสาวพยายามกั้นกลางระหว่างแผ่นอกของเทียนฟงด้วยสีหน้าพรั่นพรึง

บ้าไปแล้ว นี่มันได้ผลดีเกินคาดไปนะเฮ้ย!

เรื่องที่ผ่านมาไม่คู่ควรให้เหมยลี่ต้องจดจำและใส่ใจ ในยามนี้ขอเพียงอยู่ใกล้ๆ ข้า ข้าจะไม่วันทำให้เจ้าต้องทุกข์ใจอย่างแน่นอน ในคำกล่าวของเทียนฟงล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยความยึดมั่นถือมั่นได้อย่างหนักแน่น

แต่ตอนนี้เอ็งกำลังทำให้ข้าทุกข์ว้อยยยยย!!!

หยวนลี่พยายามเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันผลักกายออกมาจากอ้อมกอด เเต่ดูเหมือนว่ามันจะไร้ผลหญิงสาวจึงยอมโอนอ่อน 

เอาล่ะ เอาล่ะ เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับข้าเลย แล้วเรื่องสมุนไพรอะไรนั่นใช่ว่าจะหามันยากเย็นเสียเมื่อไร นางพยายามปั้นหน้ายิ้มจนใบหน้าเเข็งทื่อราวก้อนหิน

เทียนฟงรู้ว่านางเสเเสร้งเพียงเเค่ชายหนุ่มมิได้เเสดงท่าทีใดๆ คลี่ยิ้มบางเบาดุจสายลมในฤดูใบไม้ผลิ ยอมปล่อยร่างเล็กให้เป็นอิสระ หยวนลี่ได้กล่าวต่ออีกว่า "ตำราโอสถที่ท่านว่าน่าจะทำให้ความทรงจำข้าดีขึ้น"

ในบรรยากาศที่เงียบสงบ ท่ามกลางเเสงสีฟ้าในความมืดสลัวย่อมสร้างบรรยากาศให้ผู้คนเกิดความซาบซึ้งใจ นี่เป็นโอกาสที่ดีที่เทียนฟงชินอ๋องจะเเสดงความอ่อนโยนของเขาต่อหญิงสาว อย่างน้อยนางจะเชื่อใจเขาเเละขอความช่วยเหลือโดยไม่เก็บกลั้นมันอีกต่อไป

ข้า รับลองว่าในหอโอสถแห่งนี้ต้องมีสิ่งที่เหมยลี่ปรารถนาอย่างแน่นอน ชายหนุ่มกล่าวขึ้นและดึงแขนเล็กๆ ของหยวนลี่ให้เดินตามเข้าไปในส่วนของห้องตำราโอสถที่อยู่อีกฟากฝั่ง ร่างเล็กๆ ของนางเดินตามไปอย่างว่าง่าย ดวงตาสอดส่ายมองไปยังแผ่นป้ายที่ถูกเขียนชื่อวัตถุดิบในการปรุงยาที่ล้วนแล้วแต่อลังการ ไม่น่านำมันมาเป็นตัวยาอย่างสิ้นเชิง แต่เมื่อชายหนุ่มได้พานางพ้นเข้ามาในอีกโลกหนึ่ง

นี่คือรายชื่อและคำอธิบายสรรพคุณของวัตถุดิบสมุนไพรแต่ละชนิดที่มีอยู่ในหอโอสถ เหมยลี่ยอดรัก สิ่งที่เจ้าต้องการเป็นยาพิษหรือยาสมุนไพรประเภทใด?” เทียนฟงก้มใบหน้าลงเอ่ยถามเมื่อยังเห็นหญิงสาวเงียบงัน

ในดวงตาและสีหน้าตื่นตระหนกของหยวนลี่เริ่มฉายแววความยากลำบากที่กำลังเกิดขึ้นกับนางอย่างแสนสาหัส เพียงแค่เห็นตำราโอสถจำนวนหนึ่งพันเล่มในชั้นวางหนังสือเหล่านั้น กลิ่นไม้แห้งที่ลอยอบอวลยิ่งเพิ่มความกดดันให้แก่หยวนลี่อย่างยิ่งยวด นางแทบเข่าอ่อนทรุดกายอยู่กับที่

บะ... บัดซบเถอะตำรามากมายขนาดนี้ใครจะหาเจอกันฟระ อย่าว่าแต่อ่านเลยแค่มองก็แทบจะสำรอกออกมาเป็นตัวหนังสือแล้ว ในแผ่นดินนี้มียาทั้งหมดกี่ชนิดกัน!

เหมยลี่...คิดออกหรือยังว่าเจ้าควรเริ่มจากที่ใด?” คำถามของชายหนุ่มได้เตือนสตินางที่หลุดลอย 

ดวงวิญญาณที่แทบลอยออกจากปากกลับภพภูมิของตัวเองไปสิ้น ถูกริมฝีปากอวบอิ่มเเละเเดงสดราวมู่ตานดูดกลับคืนไป สีหน้าขาวผ่องผุดผาดดุจรากบัวของนางบัดนี้เจือสีซีดและขาวคล้ำ นางหันมาทางเทียนฟงชินอ๋องที่ยังคงมีความสงบเยือกเย็น แฝงด้วยความอบอุ่นเจือด้วยรอยยิ้มบางในยามที่กล่าวถาม

ขะ ข้า... ข้าคิดว่าข้าอาจเล่นตัวมากเกินไปนิด หยวนลี่เอ่ยด้วยความรู้สึกกระดากอาย จริงๆ แล้ว... นิ้วเรียวเล็กน่ารักของนางพยายามเกาพวงแก้มนุ่มนิ้มแก้เขินอายในยามที่จนตรอก คือข้า...

เทียนฟงเลิกคิ้วขึ้นรอคอยว่านางพยายามจะเอ่ยสิ่งใดออกมากันแน่ ในดวงตากลมโตดั่งดวงดาราของนางมีความสับสนอลม่านจนน่าขัน

เทียนฟงหัวเราะครืนในท่าทีผ่อนคลาย เขาลูบกลุ่มผมนุ่มสลวยของหญิงสาวที่ลาดลงไปตามแผ่นหลังบอบบาง กล่าวออกมาว่า เพียงแค่เจ้าตอบข้ามาตามตรงว่าต้องการสิ่งใด เขากล่าวเร่งนางด้วยท่าทีที่ไม่รีบร้อน

หยวนลี่ยิ่งเผยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก นางอยากจะพ่นคำพูดออกมาแต่กลับอับอายจนไม่กล้าสารภาพความจริง ใบหน้าของนางยิ่งแดงเรื่อ มันทั้งให้ความงามที่น่าหลงใหลหลอกล่อบุรุษให้ตายใจ

ความน่ารักของนางในแววตาของเทียนฟงยิ่งเพิ่มความเอ็นดูและรักใคร่ได้อย่างลึกซึ้ง มิได้คิดสงสัยหรือต้องการล่วงรู้สิ่งใดในสิ่งที่หญิงสาวต้องการ ชายหนุ่มยังคงคำสัญญาที่ให้ไว้เเก่หยวนลี่ว่าจะไม่เอ่ยถามว่านางคิดกระทำการอันใด มีเพียงความว่างเปล่าและความจริงใจที่มีให้เพียงเท่านั้น

ทว่า... เเม้ไม่ถาม สิ่งที่เทียนฟงเอ่ยถามเเบบอ้อมค้อมก็เหมือนถามกันเเบบโต้งๆ

หยวนลี่กรอกตาครุ่นคิดไปมาคราหนึ่ง จากนั้น ดวงหน้างดงามของนางก็ก้มลงบิดมือของตนไปมา กล่าวด้วยน้ำเสียงของคนพ่ายแพ้ ข้า... ข้าแค่ต้องการยา..." นางโน้มกายป้องปากกระซิบกระซาบ ก่อนจะผละกายออกมามือเรียวลูบท้ายทอยด้วยใบหน้ายิ้มไม่เชิงยิ้ม "ข้าอยากได้ที่มีฤทธิ์รุนแรงและสามารถหลงเหลือหลักฐานเอาไว้เล่นงานคนได้ก็เท่านั้น

ในคำสารภาพของหยวนลี่นั้นสร้างความสนอกสนใจจนดวงตาของต้าหลงเทียนฟงเปล่งประกาย เขาร้องครางออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มสูงประหลาดใจ เป็นการแสดงความสงสัยใคร่รู้ว่ายาตัวนั่น นางจะใช้มันเยี่ยงไร ใครกันเล่าเป็นเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายของนาง

 

 

 

 

 

 

  เริ่มเข้าโหมดใช้สมองอย่างหนักในการเขียน (ಥ_ಥ) จริงๆ เเล้วอยากจะอัพตั้งเเต่เมื่อวานเเล้ว นั่งปั่นมาสองวัน เมื่อวานนั่งรีไรท์เพื่อให้นิยายลื่นไหลช่วงค่ำๆ พอเหลือบเวลาอีกทีก็ตีสามของวันนี้ สติไม่สั่งการเลยต้องมานั่งอ่านทวนคำใหม่ในตอนเช้า เนื้อเรื่องเริ่มแหวกไปในทางกำลังภายในแฟนตาซีเเล้วอาจมีหลุดมีพลาดในรายละเอียดนะคะ บางทีมันชอบผุดในภายหลังเเละผู้เขียนชอบแอบกลับไปแก้ อิอิ ในพลอตที่ไม่ได้ใส่รายละเอียดไว้ในหน้าปกคงไม่ใช่เเนวของใครหลายคน หวังว่าจะเพลิดเพลินในการอ่านตอนต่อๆไปล่ะเนอะ ขอบคุณที่รอคอยจ้า (≧∇≦)/

  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

1,104 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 17:39
    เอ่อ แล้วมันยาอะไรเล่า
    #1018
    0
  2. #638 MissSaza (@MissSaza) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 14:07
    ขอบคุณค่ะ เอ็งต้องการยาอะไร ไม่ใช่ยาถ่ายนะ เดาเล่นๆอิอิ
    #638
    1
    • #638-1 029503980 (@029503980) (จากตอนที่ 12)
      21 พฤษภาคม 2560 / 17:09
      ทำไม เรารู้สึกเหมือนกัน
      #638-1
  3. #457 papui (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 16:24
    ขอบคุณคะ

    #457
    0
  4. #432 Maya (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 19:33
    5555 สนุกมาก
    #432
    0
  5. #431 Maya (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 19:33
    5555 สนุกมาก
    #431
    0
  6. #354 NongYingNutty (@haruminilove) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 18:27
    ในที่สุดก็ได้เรียกว่า ที่รัก ด้วยความเต็มใจ?? 5555555
    #354
    0
  7. #271 Nattalop Bunloy (@galcial) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 17:08
    โอย ขำท้องแข็ง แต่ละคำสบถในใจของหยวนลี่
    #271
    0
  8. #154 Punya (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 08:38
    มาเถิดมาต่อมาๆๆๆๆๆๆๆ
    #154
    0
  9. #153 suwimon (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 14:13
    นุกมาค่ะ มาไวๆๆๆนะรออ่านค่ะคุ่นี้เหมาะสมกันมาก555
    #153
    0
  10. #152 tns_niracha (@tuktik39) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 14:02
    เอากลับไปกอดที่ห้องไหมเฮีย 555555
    #152
    0
  11. #150 bassjeedjad (@bassjeedjad) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 / 05:41
    ขำอ่ะ รู้สึกมวยคู่นี้เหมาะสมกับ ก้องนี่น่ารักขึ้นทุกเวลานะคะ5555555
    #150
    0
  12. #144 Few-za (@few-za) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 21:47
    สนุกดีค่า แต่อยากให้อธิบายเกี่ยวกับเรื่องพลังปราณหน่อยอ่ะคะ มันยังงงๆอยู่
    ฝากด้วยนะคะ สู้ๆค่า
    #144
    0
  13. #143 ดาราพร่างพราว (@meilianji) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 17:23
    Thanks.

    ชอบพระเอกจัง  อยากได้ฉากหวานนนค่า
    #143
    0
  14. #142 Poom Raweewan (@poompooi) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 13:31
    แหมมมมมมมมม เฮีย~~เดี่ยวกอดเดี่ยวหอม สักพักนิลากเข้าหอ555
    #142
    0
  15. #141 Harm. (@tanzanaza) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 13:20
    เทียนฟงชินหวังนี่ถ้ารวบหัวรวบหางได้นี่ทำไปแล้ว 55555
    #141
    0
  16. #140 มายเมจิ (@mojikiss) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 12:54
    ยังงงๆ เรื่องพลังปราน นี่นางเอกตกลงมีปรานขั้นไหน ยังไงอ่ะคะ
    #140
    0
  17. #139 cczeonf (@cczeonf) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 12:25
    รอน่าาาาๆๆๆ
    #139
    0
  18. #138 หงษ์ปีกราตรี (@lovelytsuna) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 12:09
    รอนะคะ
    #138
    0