ตอนที่ 13 : ตอนที่11 หญิงสาวอัจฉริยะ 9/พ.ค./59

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4786
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    8 ธ.ค. 59







- 13 -


"ตัวยาประเภทนี้มีอยู่มากมายนักในหอตำราโอสถ" ร่างสูงจับคางครุ่นคิด พลางกวาดตามองไปทั่วชั้นวางหนังสือจำนวนหนึ่งพันเล่มที่วางซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ 

ในคำตอบของต้าหลงเทียนฟงทำให้หญิงสาวถึงกับหูผึ่ง! ดวงตากลมโตยิ่งเปล่งประกายระยับราวกับเเสงอัสดงกระทบผิวน้ำใสสะอาด ชวนให้น่าหลงใหลและน่าจับตามอง

ชายหนุ่มมองความไร้เดียงสาของนางเขาแสร้งตีสีหน้าคิดหนัก เดินผ่านร่างเล็กไปยังส่วนตำราแพทย์พื้นฐาน

ในบริเวณนั้นส่วนใหญ่จัดเก็บตำราวิชาแพทย์ที่ไร้ค่า เป็นวิชาพื้นฐานที่แพทย์ฝึกหัดล้วนมีความรู้เเรกเริ่มฝึกวิชาการแพทย์ทั้งสิ้น บัดนี้ ตำราแพทย์ที่ถูกฝุ่นปกคลุมมาเป็นเวลาช้านานได้ถูกต้าหลงเทียนฟงหยิบมันออกมาจากชั้นวาง

ชายหนุ่มปัดฝุ่นออกเล็กน้อยก่อนจะเดินกลับไปทางหญิงสาว นางยืนไพล่หลังสอดส่ายสายตามองไปตามชั้นหนังสือแต่มิได้สนใจใคร่เปิดอ่าน เมื่อเห็นเทียนฟงเดินกลับมา หญิงสาวจึงละความสนใจมองไปยังตำราในมือชายหนุ่ม

"ข้าไม่มั่นใจนักว่าสิ่งที่เจ้าต้องการจะมีบันทึกอยู่ในนี้หรือไม่ ด้วยสมุนไพรธรรมดาเช่นนั้นไม่มีปรากฏมาก่อนในเเผ่นดินปราณเทพยุทธ เเต่ด้วยตำราแพทย์ของหมอเทวดานามเสี่ยวหยู ข้าได้ตรวจสอบเนื้อหาภายในเล่มคร่าวๆ พบตัวยาทั้งหมดสิบเเปดชนิดที่ใกล้เคียงกับตัวยาที่เหมยลี่ต้องการมากที่สุด" ชายหนุ่มส่งตำราแพทย์ให้เเก่หยวนลี่ในขณะที่นางเลิกคิ้วประหลาดใจ เเละมองร่างสูงราวกับคนโง่งม 

นางไม่ทันเห็นว่าเทียนฟงได้เปิดตำราแพทย์ในมืออ่านเมื่อใดเเต่เมื่อนางรับมันมาจากชายหนุ่ม พลัน! ร่างกายของนางเกิดคลื่นพลังลมประหลาดที่เเทรกผ่านเข้ามาในห้วงคำนึง นางสามารถเห็นตัวยาเเละวัตถุดิบในการปรุงยาจำนวนหนึ่งรอยสามสิบเเปดชนิดที่ลอยวนอยู่ในคลื่นสีฟ้าอันบริสุทธิ์ ทั้งยังสามารถจำเเนกประเภทเเละวิธีสกัดตัวยาเเต่ละชนิดออกมาได้อย่างรวดเร็ว 

นางหันไปสบตาเทียนฟงที่เผยรอยยิ้มอ่อนโยนลี้ลับบนใบหน้าอันสงบนิ่งด้วยความประหลาดใจ

"นี่คือ..." ดวงตากลมโตกระพริบถี่หลุบตามองตำราแพทย์ที่อยู่ในมือ "เพียงสัมผัสมันข้าสามารถเรียนรู้วิชาแพทย์จากมันได้เกือบทั้งหมด! นี่มันไม่ธรรมดาเลยจริงๆ เพราะเหตุใดข้าจึงเห็นภาพวัตถุดิบเเละการสกัดยาภายในเล่มโดยที่ไม่ต้องอ่าน มันหลั่งไหลเข้ามาราวกับการเติมน้ำในเเก้วเล่า?" 

ในน้ำเสียงตื่นตระหนกไม่คาดฝันว่าสิ่งที่ประสบนั่นคือเรื่องจริง หยวนลี่บังเกิดความรู้สึกสยดสยองจนไม่อาจระงับใบหน้าหมองคล้ำเเละเเววตาตื่นตะลึงของนางได้ลง 

เเม้นางไม่อาจเรียนรู้วิชาแพทย์ได้ทั้งหมด เเต่วิชาพื้นฐานที่มองปราดเดียวก็พอเข้าใจ มันได้หลั่งไหลหยั่งลึกเข้ามาในความทรงจำของนางจนหมดสิ้น เรื่องนี้หากมิใช่ฝันหรือเป็นสิ่งที่คิดไปเอง นับว่าเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

ต้าหลงเทียนฟงเลิกคิ้วประหลาดใจไม่เเพ้กัน ชายหนุ่มมองนางด้วยเเววตาคลุมเครือแปลกประหลาดอัศจรรย์ยากแก่การเข้าใจ

ในคำตื่นเต้นของนางล้วนสร้างความรู้สึกไม่คาดคิดว่าเหมยลี่ยอดรักจะสามารถเรียนรู้เเละเข้าใจมันโดยง่ายได้ในระยะเวลาอันสั้น

ในพรสวรรค์ที่ผู้คนล้วนมองข้ามกลับทำให้เทียนฟงได้สมบัติล้ำค่ามาอยู่ในมือ ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มลึกซึ้งพาดผ่านลงบนใบหน้าเย็นชาของเขา กล่าวตอบหญิงสาวด้วยถ้อยคำอบอุ่น

"ในตำราเเต่ละเล่มล้วนกักเก็บพลังปราณของผู้ถ่ายทอดเคล็ดวิชาเอาไว้บางเบา มันสามารถถ่ายทอดเคล็ดวิชาความรู้โดยที่เจ้าไม่จำเป็นต้องอ่าน เเต่ก็ใช่ว่าตำราหรือคัมภีร์ทุกเล่มจะสามารถอ่านได้ ในตำราวิชาเเพทย์ธรรมดาเหล่านี้เป็นเพียงวิชาพื้นฐานขั้นต่ำซึ่งไม่ว่าใครก็สามารถอ่านมัน เเต่ไม่อาจเรียนรู้ได้ทั้งหมด" 

"สำหรับวิชายุทธขั้นสูงหรือในระดับกลาง คัมภีร์จะเลือกนายเฉพาะผู้ที่มีพลังในระดับเดียวกับมัน หากเจ้ามีคุณสมบัติไม่เพียงพอเเม้เจ้าได้ครอบครองคัมภีร์วิชายุทธขั้นสูงในระดับพลังปราณจักพรรดิ มันไม่ต่างอะไรกับการที่เจ้ากอบกำหมอกควันเอาไว้ในมือ ในแผ่นดินปราณเทพยุทธจึงนิยมถ่ายทอดวิชาผ่านศิษย์อาจารย์ ผู้ที่ครอบครองเคล็ดวิชาขั้นสูงย่อมเป็นเจ้าสำนักใหญ่ทั้งสิ้น" 

"ประมาณว่า... เเม้ข้ามีเคล็ดวิชาขั้นสูงอยู่ในมือเเต่ข้ามิอาจอ่านมัน? นี่มันโคตรลำเอียงดูถูกพลังเเละความสามารถกันชัดๆ" หยวนลี่เอ่ยด้วยความไม่พอใจ หากนางครอบครองคัมภีร์ขั้นสูงเอาไว้ในมือเเต่ไม่สามารถเรียนรู้ หากนางไม่เผามันให้สิ้นซากเพื่อระบายโทสะ นั่นคงไม่ใช่หยวนลี่

เทียนฟงหัวเราะครืนออกมาเบาๆ ก่อนจะกล่าว "นี่มิใช่เรื่องลำเอียงเเต่อย่างใด ข้าคิดว่าไม่มีสิ่งใดที่ยากเกินความสามารถของมนุษย์ พวกมันเพียงเเค่เพิ่มพูนพลังปราณของมันเเละฝึกฝนให้หนักขึ้น เเต่ไม่ว่าอย่างไร ตำราเเพทย์หนึ่งเล่มมีค่าเท่าหนึ่งพันเหรียญทอง เเต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าหนึ่งพันเหรียญทองนั่นคือความสามารถของเหมยลี่" เขาเผยรอยยิ้มจริงใจให้เเก่หญิงสาวที่เงยหน้าขึ้นมองด้วยความงุนงงในคำกล่าว ชายหนุ่มได้กล่าวต่ออีกว่า "ตำราเเพทย์หมอเทวดานามเสี่ยวหยูเล่มนี้ยังไม่มีผู้ใดสามารถเรียนรู้มัน

เเม้ข้าสามารถเห็นตัวยาเเต่ไม่อาจทำความเข้าใจมันได้ อย่าว่าเเต่ข้าเลย ตำรามีค่าเช่นนี้ถูกปล่อยปละละเลยเหตุเพราะมันไม่มีใครสามารถทำความเข้าใจกรรมวิธีการในการสกัดยาของหมอเทวดาผู้นั้น เเต่เหมยลี่ เจ้ากลับโพล่งออกมาว่าสามารถเรียนรู้มันได้เกือบทั้งหมด! มันทำให้ข้ารู้สึกประทับใจในความสามารถของเจ้ายิ่งนัก"

หยวนลี่เกาศีรษะด้วยความงุนงงนางไม่เข้าใจในสิ่งที่ต้าหลงเทียนฟงกล่าวสักนิด!  

นางเเทบอยากตะโกนบอกเเก่เทียนฟงว่า "ช่างหัวไอ้ตำราหรือคัมภีร์นี่เถอะ!" เเต่เมื่อถูกกล่าวชมเช่นนี้ทำให้หญิงสาวเกิดความฮึกเหิมจนยืดเเผ่นอกด้วยความภาคภูมิ

"เเน่นอนพี่ชาย! หยวนลี่ผู้นี้เป็นใครนางเป็นถึงจางฮองเฮาผู้อัจฉริยะที่ถูกมองข้ามเชียวนะ!" หญิงสาวตบอกตัวเองดังปึก! เเสดงความทระนงตนได้อย่างเจ็บเเสบ

ไม่วายยังมีเจตนาเหน็บเเนมให้ผู้ฟังเจ็บปวดอีกว่า "เเต่ในความอัจฉริยะของข้ากลับถูกมองข้ามจากพวกเบาปัญญาที่ชอบเอาเเต่วางอำนาจเป็นใหญ่ บัดนี้ ในการที่ข้าถูกมองข้ามกำลังกลายเป็นหอกข้างเเคร่ทิ่มเเทงพวกมัน ในความตาถั่วไม่เห็นความสามารถของข้านั้น ข้าจะทำให้พวกมันตระหนักว่านรกนั่นมีจริง!"

เทียนฟงมองดูนางราวกับคนโง่เง่า ใบหน้ารูปงามมีเพียงความรู้สึกประหลาดใจพาดผ่าน

ด้วยหลากหลายความรู้สึกที่มีต่อดรุณีน้อยที่สามารถกล่าววาจาเชือดเฉือนออกมาได้อย่างฉะฉานเช่นนั้น ชายหนุ่มเเทบไม่คิดเลยว่านางคือจางหลงหยวนลี่คนเดียวกัน ที่มีเพียงความอ่อนเเอมักฉายเเววความเมตตาอ่อนโยนเพียงด้านเดียว 

ในความรู้จักที่เทียนฟงมีต่อนาง ดรุณีน้อยที่เริ่มย่างก้าวสู่วัยสาวนางนี้เป็นเพียงเหลียนฮวาสีขาวอันสะอาดบริสุทธิ์ ที่ไม่ว่าอย่างไรนางไม่มีทางก้าวหน้าได้ไกลมากกว่านี้ เเต่ในวันนี้นางได้ทำให้เทียนฟงรู้สึกเสียใจเเละผิดหวังในสายตาเล็งเห็นอันเฉียบคมของตนสุดประมาน

ชายหนุ่มเเสดงความเสียใจพาดผ่านมองนางด้วยความสำนึกผิด

"ใช่... ข้า ช่างเบาปัญญานักที่มองข้ามบุปผางามเช่นเจ้า ข้ารู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น..." ชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้หญิงสาว คว้ามือเรียวเล็กนุ่มนิ่มไร้กระดูกของนางขึ้นกอบกุมด้วยความเร็วเหนือเเสง ไม่ปล่อยให้หยวนลี่ได้ตั้งตัว นางเบิกตากลมกว้างมองดูเทียนฟงที่เผยรอยยิ้มลึกซึ้งจนน่าสะพรึง ชายหนุ่มกอบกุมมือนางเอาไว้เเน่นเเละได้กล่าวอออกมาอีกว่า "ข้ายอมให้เจ้าทิ่มเเทง หากเป็นเหมยลี่ข้ายอมพลีกายให้เจ้า"

"พลีกายกับผีสิ!" หยวนลี่สะบัดมือออกมารุนเเรง บนดวงหน้างดงามซีดขาวราวกระดาษสยดสยองในคำกล่าวเล่นเล่ห์ในคำของเทียนฟงจนขนลุกตั้งชัน 

Fuckเถอะ! ชายผู้นี้เป็นคนเยี่ยงไรข้าไม่เคยเจอใครที่หน้าหนาเท่าฝ่าเท้าข้าได้เท่านี้มาก่อน!

เทียนฟงหัวเราะครืนในท่าทางตื่นตระหนกของหญิงสาว เขาเพียงไพล่หลังเเละยืนตรงด้วยท่าทางสุขุมผ่อนคลาย นานเพียงใดเเล้วที่เขามิได้บังเกิดความสนุกเเละหัวเราะได้บ่อยครั้งเช่นนี้ ดวงตาลุ่มลึกฉายเเววความเอ็นดูทอดมองหญิงสาวอย่างอ่อนโยน กล่าวว่า "ข้าไม่เเกล้งเจ้าเเล้ว" เขาพยายามเก็บกลั้นรอยยิ้มเเละเผยความน่าเกรงขามออกมา "นี่ก็ดึกมากเเล้ว มันคงไม่ดีนักหากหลินหานเจ๋อมาพบเข้า อาจทำให้เกิดความวุ่นวาย"

หยวนลี่มุ่ยหน้าเเววตาของนางยังคงขุ่นเคืองเทียนฟง

เเต่ภารกิจของนางยังไม่บรรลุนางจึงโยนความไม่พอใจลงถังขยะไปชั่วครู่หนึ่ง

ใบหน้างดงามเชิดขึ้นด้วยท่าทางกอดอก เอ่ยด้วยกระเเสเสียงเย้ยหยัน "วุ่นวายสิดี! ยิ่งมีคนรู้เห็นหลายคนยิ่งทำให้เเผนการของข้าราบลื่น สิ่งที่้ข้าอยากให้มันเกิดขึ้นนั่นคือกงกงเเอบลักลอบเข้ามาขโมยตัวยา ท่านสามารถทำให้มันเป็นจริงได้หรือไม่?"

ร่างสูงยังคงความสุขุมสงบนิ่งดุจผิวน้ำ ไร้ละลอกคลื่นใดบนใบหน้ารูปงามเเละท่าทางองอาจดั่งภูเขาน้ำเเข็ง เผยรอยยิ้มลี้ลับบางเบาเเต่ให้ความรู้สึกน่ากลัวราวกับปีศาจ เเม้เเต่หยวนลี่เองยังมีความประหม่าบังเกิด

ในความทระนงตนยิ่งใหญ่ของนางหดหายเมื่อสัมผัสได้ถึงความน่าประหวั่นพรั่นพรึงที่กำจายออกมาจากร่างสูง 

ต้าหลงเทียนฟงได้ตอบนางกลับไปด้วยรอยยิ้ม "ในเมื่อเหมยลี่อยู่ต่อหน้าเทพเจ้า มีหรือที่เทพผู้นี้จะไม่ทำตามคำขอของหญิงงามเช่นเจ้า?"

"..."

ในความเงียบงันที่บังเกิดขึ้นมาอย่างกะทันหันต้าหลงเทียนฟงค่อยๆ มีใบหน้าเเดงเรื่อ เมื่อดวงตากลมโตของหยวนลี่นั้นมองเขานิ่งค้างราวกับเด็กน้อยวัยห้าขวบที่กำลังรับฟังเรื่องน่าเหลือเชื่อ มันช่างน่ารักและอยากดึงรั้งร่างเล็กเข้ามาสวมกอด

ในดวงตากลมโตดั่งดวงดาราของหญิงสาวมิได้ทอประกายความเลื่อมใส หากเเต่เป็นดวงตาที่ทอประกายเเปลกประหลาดยากเกินเข้าใจ 

ดูเหมือนว่านางกำลังมองเทียนฟงชินอ๋องคือเทพเจ้าจริงๆ

หญิงสาวประสานมือด้วยท่าจอมยุทธเขย่ากำปั้นด้วยความเลื่อมใส "พี่ชายท่านคือยอดคน! นับถือ นับถือ!" ใบหน้าของนางผ่อนคลาย ฉายเเววความกวนโทสะได้อย่างน่าตี

เทียนฟงเพียงมองนางด้วยความเงียบงันราวกับร่างสูงได้จมลงไปในห้วงความมืด

บรรยากาศช่วงค่ำคืนในหอโอสถนั้นช่างเงียบสงบ แม้แต่สายลมที่พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างยังแผ่วเบา ความเงียบงันนี้ทำให้การเปิดตำราแพทย์ในแต่ละหน้าล้วนมีเสียงเสียดสีของกระดาษดังสะท้อนไปทั่วทั้งห้องโถง เกิดแสงสีขาวฉายภาพวัตถุดิบปรุงยาและกรรมวิธีมากมายที่ผู้คนธรรมดาเห็นแล้วจำต้องเบือนใบหน้าหลบหนี มันคือตำราแพทย์ระดับสูงและยากแก่การทำความเข้าใจ หากผู้มีประสบการณ์น้อยไร้ความสามารถพวกมันคงไม่ต่างอะไรกับคนโง่งมที่อ่านหนังสือไม่ออก

ชายผู้นั่งอ่านตำราแพทย์คร่ำเคร่งอยู่ที่โต๊ะทำงานผู้นั้นคือหลินหานเจ๋อ ใบหน้าของชายวัยกลางคนเต็มไปด้วยริ้วรอยยับย่นมากประสบการณ์อันผ่านโลกมาอย่างโชกโชน ในแววตาว่างเปล่าได้ฉายภาพวัตถุดิบและตัวยาสมุนไพรมากมายวิ่งผ่านจอตาของเขาไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะพลิกหน้ากระดาษไปอีกหน้าหนึ่งอย่างเอื่อยเฉื่อย

แต่ในความเอื่อยเฉื่อยของมันกลับมีประสาทสัมผัสที่ฉับไว 

ท่ามกลางความเงียบงันได้เกิดเสียงคลื่นลมแทรกผ่านม่านอากาศ พุ่งตรงไปยังชั้นวางยาสมุนไพรทางฝั่งประตูลับเข้าสู่หอโอสถชั้นในด้วยความรวดเร็ว ฟุบ!

เข็มอาบพลังปราณธาตุน้ำได้พุ่งตรงไปยังเงาร่างปริศนาที่หลบซ่อนได้อย่างเหมาะเจาะ หลินหานเจ๋อเก็บม้วนตำราวางไว้บนโต๊ะด้วยความเร็วพริบตา ร่างกายสูงใหญ่ของมันกระโดดข้ามโต๊ะด้วยพลังปราณธาตุน้ำพุ่งทะยานติดตามเข็มของมันในทันท่วงที

ในการขยับตัวแต่ละครั้งจึงเหมือนนำพาคลื่นละอองตามตัวรุนแรง แต่กลับอ่อนโยนต่อสภาพแวดล้อมราวกับสายน้ำเคลื่อนไหว

หืม?” มันร้องครางด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นเข็มเล่มเล็กยิ่งกว่าใยไหมปักค้างอยู่ที่ตู้ไม้

ดูเหมือนว่าผู้บุกรุกที่แฝงกายอยู่ในความมืดมีความว่องไวที่ไม่ธรรมดา ใบหน้ากร้านประสบการณ์ของมันยิ่งยับย่น สายตาเฉียบคมกวาดมองไปทั่วทั้งห้องโถงอย่างระแวดระวัง

ฟุบ!

นั่นใคร!” หลินหานเจ๋อตวาดก้องเมื่อเห็นเงาสีดำเคลื่อนไหวเข้าไปในประตูเชื่อมต่อหอโอสถชั้นใน มันฉายแววความตื่นตระหนกออกมาคราหนึ่งและรีบตามเงาร่างสีดำเข้าไปด้านในด้วยความรวดเร็ว

แม้หลินหานเจ๋อมีอายุมากแล้วแต่พลังลมปราณและสายตาเฉียบคมของมันไม่แพ้วัยหนุ่ม มันมองไล่ล่าแผ่นหลังแกร่งที่ลักลอบเข้าไปในหอโอสถชั้นในอย่างรีบเร่ง เมื่อออกสู่ทางเชื่อมเข้าสู่ห้องโอสถหลักร่างสูงจำต้องหยุดชะงักด้วยใบหน้าทะมึน ความเยือกเย็นดุจสายน้ำกวาดมองไปทั่วหอโอสถชั้นที่หนึ่งมีการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ก่อนที่ร่างสูงจะขยับกายพลิ้วไหวไปตามตรอกซอกซอยในชั้นเก็บวัตถุดิบปรุงยาด้วยความรวดเร็ว

มันพุ่งไปทางหนึ่งและพบเงาเคลื่อนไหวที่สวนไปทางด้านหน้า หลินหานเจ๋อมีความตื่นตระหนกมันรีบพุ่งตามเงาดำไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มันจะพบว่า มีกงกงร่างเล็กร่างหนึ่งกำลังยืนหันหลังให้แก่มัน ท่าทางรีบร้อนลนลานนั่นย่อมเป็นหัวขโมยแน่นอน

บังอาจเจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในหอโอสถหลวง!” มันตวาดก้องอย่างเดือดดาลใบหน้ายับย่นของมันเปี่ยมรังสีฆ่าฟันออกมาอย่างรุนแรง

ร่างเล็กของกงกงที่ดูเหมือนว่ามันจะถูกจับได้สะดุ้งโหยง ในความเคลื่อนไหวของมันกลับชะงักนิ่งค้างก่อนจะค่อยๆ หันใบหน้ากลับมา

หลินหานเจ๋อพยายามเพ่งมองรูปโฉมของหัวขโมยผ่านเงามืดเลือนราง ไม่ทันที่มันจะเอ่ยอันใดออกมาอีกท้ายทอยกลับถูกกระแทกแผ่วเบาดังปึกในพลังปราณยุทธขั้นพื้นฐานระดับสิบนั่นช่างห่างไกลจากผู้มีพลังปราณเทพยุทธขั้นสูงในขั้นแรกเริ่มเปรียบได้ดั่งพื้นดินและสวรรค์ เพียงเทียนฟงตีท้ายทอยมันโดยไม่ต้องออกแรงมากมายนัก ร่างสูงใหญ่ของหลินหานเจ๋อกลับร่วงเผลาะลงไปนอนกองราวกับผักเปื่อยในตลาดสด

ต้าหลงเทียนฟงยืนไพล่หลังทอดมองหลินหานเจ๋อที่นอนแน่นิ่งใต้ฝ่าเท้า ราวไรฝุ่นที่รั้งแต่จะทำให้รองเท้าของชายหนุ่มแปดเปื้อนด้วยท่าทางหยิ่งยโส

หยวนลี่ขยับกายออกมาจากเงามืด หญิงสาวใช้เท้าเขี่ยไปที่ไหล่ของหลินหานเจ๋อเพื่อพิสูจน์ว่ามันสลบไปจริงหรือไม่ ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะด้วยความพึงพอใจ กล่าวกับเทียนฟงว่า มันจะจำข้าได้หรือไม่?”

ใบหน้ารูปงามแลสงบนิ่งส่ายหน้าเนิบๆ ก้าวข้ามร่างไร้สติของหลินหานเจ๋อเพื่อยืนเคียงข้างหญิงสาว เขาได้กล่าวพลางลูบแหวนมิติที่นิ้วชี้ข้างขวาว่า ด้วยระยะห่างในระดับนี้มันไม่อาจมองเห็นใบหน้าเจ้าได้อย่างแน่นอน ต่อให้เห็นรูปโฉมของเจ้า ด้วยความเร็วพริบตาก่อนที่จะถูกทำให้สลบเมื่อมันฟื้นขึ้น มันไม่อาจจดจำเจ้าได้ ในมือของเทียนฟงปรากฏยาเม็ดกลมสีดำเท่าเมล็ดถั่วเเดงออกมากลางฝ่ามือ หยวนลี่เลิกคิ้วและมองมันด้วยความประหลาดใจ

มันออกมาจากมือท่านได้เยี่ยงไร ท่านเป็นนักมายากล?” นางเอ่ยถามด้วยความตื่นตระหนกระคนตื่นเต้นเมื่อเห็นลูกเล่นของต้าหลงเทียนฟง

มันช่างน่าสนอกสนใจและน่าอัศจรรย์ใจเป็นอย่างยิ่ง หยวนลี่ไม่เคยเห็นสิ่งของวิเศษอย่างแหวนมิติ นางไม่อาจเก็บซ่อนดวงตาเป็นประกายเมื่อเห็นในสิ่งแปลกใหม่ก็มักจะมีความแปลกใจในทุกครั้ง

ชายหนุ่มหัวเราะครืนก่อนจะถอดแหวนออกจากนิ้วชี้สวมใส่ให้เหมยลี่

เขากล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ข้ามิได้เล่นกลแต่อย่างใด นี่คือแหวนมิติซึ่งข้าได้เก็บสิ่งของมีค่าเอาไว้ภายใน ยังพอมีพื้นที่ให้เหมยลี่นำยาสมุนไพรออกไปจากหอโอสถ เพียงแค่เจ้าใช้นิ้วสัมผัสมันเจ้าจะเห็นสิ่งของที่บรรจุอยู่ภายในและสามารถนำมันออกมาเพียงเจ้านึกถึง

ขนาดนั้นเลย?” หยวนลี่ร้องด้วยความตื่นเต้นนางยอมให้มือแกร่งสัมผัสมือเรียวขาวดั่งหิมะ สวมแหวนไปที่นิ้วโป้งของนาง 

เมื่อชายหนุ่มสวมใส่ให้นางเสร็จสิ้นหยวนลี่ได้ทดลองทำตามดังที่เทียนฟงกล่าว นางสามารถมองเห็นสิ่งของภายในแหวนมิติเพียงสัมผัสและต้องเบิกดวงตากว้าง เมื่อนางพบขุมสมบัติขนาดย่อมภายในห้วงมิติสีขาวโพลน นั่นไม่รวมไปถึงอาวุธจำพวกกระบี่ที่งดงามและมีพลังปราณธาตุทองแผ่รัศมีความน่ายำเกรงออกมา นอกจากนี้ยังมีวัตถุดิบล้ำค่าที่ได้มาจากการล่าสัตว์อสูรในตำนานทั้งสิ้น 

เพียงแหวนวงเดียวที่เทียนฟงมอบให้ นางสามารถกลายเป็นมหาเศรษฐีได้ในชั่วข้ามคืน!

แววตาของหยวนลี่ในยามทอดมองชายหนุ่ม ราวกับว่านางอยากหาไม้หน้าสามเหมาะมือสักด้ามฟาดหลังเทียนฟงให้สลบแล้วชิ่งหนีออกไปจากแคว้นต้าหลงพร้อมแหวนมิติสีม่วงวงนี้ซะแต่นางยังไม่ไร้มโนธรรมจนเกินไป นางเพียงเก็บอาการน้ำลายไหลและหมุนตัวเดินดุ่มๆ ไปที่ชั้นไม้หยิบวัตถุดิบในการปรุงยาตามที่นางได้เรียนรู้จากตำราแพทย์หมอเทวดาเสี่ยวหยู 

ในหอโอสถชั้นที่หนึ่งส่วนมากมักเก็บวัตถุดิบในการปรุงยาที่มีระดับต่ำและปานกลาง

นางแทบไม่ต้องเดินตามหาให้เมื่อยขบก็สามารถนำตัวยาที่ต้องการเก็บใส่ในแหวนมิติได้ทั้งหมด นั่นนับได้ว่ายาที่นางต้องการมิได้เป็นยาที่มีกรรมวิธีการในการสกัดยาที่ซับซ้อนเเต่อย่างใด ในหอคัมภีร์ชั้นที่สองเเละสามส่วนใหญ่เก็บวัตถุดิบล้ำค่าเเละมีการเก็บรักษาที่ดีกว่านี้ หากหยวนลี่ได้เห็นพวกมันไม่เเน่ว่านางอาจจะเลิกสนใจสมุนไพรธรรมดาเหล่านี้ไปสิ้น เทียนฟงเพียงครุ่นคิดเเละมองนางด้วยความเอ็นดู

ท่านว่าคืนนี้จ้าวถางบรรทมอยู่ที่ใด หยวนลี่ได้เอ่ยถามในขณะที่นางเลือกเฟ้นสมุนไพรบางชนิดที่ไม่เกี่ยวข้องในแผนการของนาง มิได้มองสีหน้าของต้าหลงเทียนฟงหลังจากที่ถามออกไปแล้ว

ร่างสูงมีไอทะมึนแผ่ออกมาแต่ยังคงมีความสุขุมเยือกเย็นในท่วงท่าไพล่หลัง เขาได้กล่าวตอบอย่างไม่ใส่ใจว่า อาจเป็นตำหนักสนมซูผิน หรือไม่ก็อาจจะเป็นสนมหวงกุ้ยเฟย ดวงตาสงบนิ่งได้ทอดมองหญิงสาวซึ่งแม้นางจะถามถึงจ้าวถางด้วยความสงสัย แต่นางหาได้มีความสนใจไม่

หยวนลี่ครุ่นคิดในขณะที่นางเหมาวัตถุดิบในกล่องไม้มาจนหมด นางมองสบตาเทียนฟงก่อนจะจับคางครุ่นคิดครู่หนึ่ง ไม่นานจึงเปลี่ยนท่าทีเป็นยิ้มแย้ม เดินเข้ามาหมายกอดคอชายหนุ่มฉันมิตรสหาย แต่ดูเหมือนต้าหลงเทียนฟงจะสูงใหญ่เกินอาจเอื้อมจนเกินไป นางจึงเปลี่ยนท่าทีเป็นยืนกอดอกเคียงข้าง ใช้ไหล่เล็กๆ ของนางกระแทกไหล่ร่างสูงเบาๆ กล่าวกับชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มว่า

พี่ชาย ข้าคิดว่าพวกเราควรเอาเวลาที่เหลือมาทำความรู้จักกันเพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากกว่านี้ดีหรือไม่? ข้าเห็นไหสุราในห้องต้นเครื่องมันทำให้ข้าอยากลองลิ้มรสมันยิ่งนัก ท่านไปเอาไหสุรามา ส่วนข้าไปหากับแกล้ม เราไปเจอกันที่ตำหนักเหิงก่อนรุ่งสางดีไหม? โอเคร๊!? โอเค!” 

หยวนลี่หัวเราะครืนราวกับปีศาจจิ้งจอกตัวน้อย นางรวบรัดหน้าตายก่อนจะพุ่งกายสวนทางร่างสูงไปยังทางเข้าลับที่พวกเขาใช้เข้ามาในหอโอสถ เทียนฟงไม่ทันรั้งให้นางรอก่อน ร่างเล็กๆ กลับกลืนหายเข้าไปในความมืดอย่างไร้ร่องรอย

เพียงเมื่อได้ของเล่นใหม่สาวงามอย่างหยวนลี่ก็ชิ่งหนีไปอย่างไร้ฝุ่นตลบ

พลังตัวเบาอันล้ำลึกของนางเทียนฟงมิได้เป็นกังวลนัก

ในดวงตาลุ่มลึกดุจรัตติกาลเปี่ยมรอยยิ้มลี้ลับอยู่ในแววตาก่อนจะก้มลงมองไปยังหลินหานเจ๋อที่ยังนอนสลบไสลไม่ได้สติ ชายหนุ่มย่อกายลงคุกเข่าข้างหนึ่ง เขาใช้มือแกร่งบีบสันกรามให้ปากหลินหานเจ๋อเผยอออกและนำยานอนหลับใส่ลงไปในลำคอของมัน มองมันด้วยแววตาเย็นชาราวกับน้ำแข็ง

ในขณะนั้นหยวนลี่ได้พุ่งตัวออกมาจากหอโอสถใช้ความเร็วในการเคลื่อนไหวประดุจไป๋หู่ท่องทะยานในสายลม พยายามหลีกเลี่ยงทหารที่เดินเฝ้าเวรยามอยู่โดยรอบ

นางได้มุ่งตรงไปยังตำหนักซุ่ยเหลียนโดยไม่เหลียวหลังมองสิ่งใด ในค่ำคืนอันเงียบสงบและไร้แสงจันทร์ย่อมเป็นที่สังเกตได้ยากในมุมสูง หญิงสาวได้อาศัยความมืดและความคล่องตัวปีนป่ายไปตามหลังคากำแพง 

เมื่อมาถึงตำหนักซุ่ยเหลียน หยวนลี่กระโดดเข้าไปในตัวตำหนัก ปีนขึ้นไปบนหลังคาเพื่อสำรวจบริเวณโดยรอบอย่างระมัดระวัง

เป้าหมายของนางนั่นคือห้องครัว...

ในไหวพริบของหยวนลี่หญิงสาวเดาได้ไม่ยากว่าห้องครัวของตำหนักซุ่ยเหลียนนั่นอยู่ส่วนใด นางใช้วิชาตีนแมวเดินย่องไปตามหลังคาและคุกเข่าข้างหนึ่งมองตรงไปยังเรือนไม้เล็กๆ ซึ่งแสงไฟยังคงสว่างอยู่ ในความรอบคอบของหญิงสาวนางได้มองดูมันอย่างละเอียดถี่ถ้วนเป็นเพลานานหนึ่งเค่อ(15นาที)

เมื่อมั่นใจว่าหนทางโล่งสะดวกร่างเล็กจึงกระโดดลงจากหลังคาลงสู่หน้าประตูห้องครัวได้อย่างงดงามราวกับนางเซียนได้ปรากฏกายขึ้นในราตรี จากนั้น หญิงสาวได้พุ่งตัวเข้าไปด้านในและปิดประตูลงอย่างแผ่วเบา

หัวใจของนางเต้นแรงเสียยิ่งกว่าวันแรกที่ได้พบจางหยวนลี่

ฟู่วววว์ ลมหายใจหนักหน่วงพ่นออกมาจากกลีบปากอวบอิ่มสีแดงสด

ในความรู้สึกตื่นเต้นนั้นหญิงสาวยืนทำใจอยู่นานครู่หนึ่ง

มือเรียวเล็กและขาวราวหิมะลูบไปยังแหวนมิติ นำวัตถุดิบสมุนไพรออกมาวางเรียงเอาไว้บนเขียง นางเพ่งมองมันอย่างชั่งใจพลางจับคางครุ่นคิด

ในเเหวนมิติไม่มีหม้อปรุงยาอย่างที่เห็นในตำรานั่นเลย โดยปรกติแล้วการที่ยาจะมีประสิทธิภาพจะต้องผ่านกรรมวิธีการปรุงยาจากหม้อชนิดพิเศษและใช้พลังปราณเพื่อสกัดตัวยาออกมา แต่ในขณะนี้พลังปราณในตัวหยวนลี่นับได้ว่าเป็นพลังเยี่ยงไร? ข้ายังไม่เคยแม้แต่สัมผัสถึงพลังนั่นมาก่อน การที่ข้าจะใช้พลังปราณเพื่อสกัดตัวยาออกมาย่อมเป็นฝันลมๆ แล้งๆ มีแต่วิธีที่คนธรรมดาทั่วไปทำเท่านั้นข้าจึงจะสามารถสกัดยาที่ต้องการออกมาได้” แต่นางไม่รู้ว่าควรเริ่มจากตรงไหนก่อน

หยวนลี่เอียงคอไปมามุ่ยหน้าเบื่อหน่าย นางตัดสินใจนำใบไม้สีน้ำตาลทั้งหมดเทลงไปในหม้อ จากนั้นนางจึงเติมน้ำและนำมันขึ้นเตาที่ยังคงมีเชื้อไฟหลงเหลือ หาที่พอเหมาะพอหลบซ่อนตัวภายในห้องครัว จากนั้นจึงงีบหลับรอคอยเวลาอย่างใจเย็น

เมื่อนางได้กลิ่นเหม็นเขียวลอยออกมาจากหม้อยาต้มเดือด ดวงตากลมโตจึงลืมตาขึ้นรวดเร็ว ในยามที่นางตื่นขึ้น แสงไฟในห้องครัวได้ดับลงแล้วทว่าหน้าต่างที่เปิดอ้าเอาไว้ แสงสีนวลของดวงจันทร์ได้สาดส่องพอให้เห็นสภาพแวดล้อมเลือนราง หญิงสาวรีบดีดตัวลุกขึ้นยืนนางตรงไปยังหม้อต้มยาในทันที

ดวงตากลมโตของหยวนลี่เป็นประกายราวน้ำค้างในยามเช้า

หวังว่านี่คงไม่ทำให้พวกมันถึงตาย

 

 

 

 

 

 

 

ใครเล่าจะฉลาดเจ้าเล่ห์ได้เท่าหยวนลี่... ( ̄∀ ̄) อะเเฮ่ม... นางอาจจะยังไม่ถึงขั้นนั้นหรอกเนอะ ใครว่าหยวนลี่ร้าย? ไม่มี๊! นางออกจะน่ารักน่าเอ็นดูใครๆ ก็คิดงั้น


ตอนนี้เขียนนิยายสองเรื่องควบคู่กันไป สปีดที่ว่าจะพยายามอัพให้บ่อยเเละถี่ขึ้นเป็นอันล้มเหลว ต้องอัพนิยายสลับกันค่อนข้างเป็นเรื่องลำบากน่าดู (ಥ_ಥ) เห็นหลายคนชอบนิยายเรื่องนี้รู้สึกชื่นใจขึ้นเยอะ เเต่สปีดการอัพก็เท่าเดิมแฮ่...(¯―¯٥) (เเถมชอบปั่นตอนดึกๆ อีก มึนๆอึนๆ เผลอๆข้ามวันทบไปอีก) เอาเป็นว่าจะพยายามอัพให้ตรงช่วงวันเวลาเเล้วกันเนอะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

1,104 ความคิดเห็น

  1. #835 MoePunCH (@kuronekokuroneko) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:46
    ถึงตาย555
    #835
    0
  2. #639 MissSaza (@MissSaza) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 17:03
    วางยาอะไรกันแน่ เทียนฟงหลงหยวนลี่หัวปักหัวปำเลยนะ
    #639
    0
  3. #612 Mako (@kikomaruko) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 05:05
    มักน้อยจังไมไม่โมยเอาตัวยาหายากตำราระดับสูงมาให้หมดอิอิ
    #612
    0
  4. #553 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 21:48
    หยวนลี่จะเอาคืนยังไงน่ะ

    เทียนฟงน่ารัก
    #553
    0
  5. #487 monochrome (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 21:40
    พระเอกเราป๋ามากค่ะ ยกให้ทั้งแหวนเลย 5555555555
    #487
    0
  6. #459 papui (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 19:10
    หวังว่าผู้มีบุญน้อยที่ได้รับยาที่ดีเลิศของนางจะได้ตีตั๋วเที่ยวฟรีเมืองนรกกันทั่วหน้า

    ขอบคุณคะ
    #459
    0
  7. #164 Harm. (@tanzanaza) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2559 / 12:39
    สองคนนี้มันคู่สร้างคู่สมกัน 5555
    #164
    0
  8. #163 lloopp2408 (@0845105932) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2559 / 09:02
    ก็ชอบจริงๆนั้นละน้าาา555 รออยู่น้จ้
    #163
    0
  9. #161 yuan-yanyan (@yuan-yanyan) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 17:27
    รออยู่นะ~
    #161
    0
  10. #160 bassjeedjad (@bassjeedjad) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 16:35
    เทียนฟงขยันหยอดมาก มีหึงหวงด้วยนะ
    #160
    0
  11. #159 Nm'mi (@nametaji_miho) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 11:16
    จะทำอะไรฮ่องเต้อ่ะเหมยลี่ที่รักของเทียนฟง เฮียนี่ก็หยอดได้หยอดดีเกินไปแล้ว
    #159
    0
  12. #156 satita (@satitana) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 03:47
    อ่านม่ายด้ายยย
    #156
    0
  13. #155 _KuRoKo_ (@Deitvht1234) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 03:34
    อ้าว. ทำไมอ่านบ่ได้. ยังไม่เสร็จเหรอ. รออยู่ๆ
    #155
    0