ตอนที่ 16 : ตอนที่14 รสจูบกลิ่นโลหิต 4/มิ.ย./59

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4613
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    8 ธ.ค. 59






- 16 -









เพียงแค่มองดูนางอย่างลึกซึ้ง ภายใต้แสงจันทร์ดั่งคลื่นทะเลปั่นป่วนได้พาดผ่านเข้ามากลางอกต้าหลงเทียนฟงระลอกหนึ่ง ในดวงตาเปล่งประกายวาววาบมีแววตื่นตะลึงและน่าอัศจรรย์ใจสุดพรรณนา

แผ่นหลังเล็กแบบบางในชุดทหารโคล่งๆ ตัวหนึ่ง มันช่างคลอเคลียราวกับนักรบหญิงที่มีความเก่งกาจและน่าเลื่อมใส กระนั้นกลับมีความงดงามปานเทพเซียน ราวกับเทพแห่งนักรบหญิงได้ลงมาจุติก็ไม่ปาน ยิ่งแก้มเนียนขาวผุดผาดเต่งตึงขยับไหวพร้อมกลีบปากแดงช้ำที่ค่อยๆ บรรจงกัดผลสาลี่ มันกลับยิ่งสร้างความน่าเอ็นดูและน่าเสน่หาให้บุรุษต่างหลงระเริงไปกับความงดงามของหญิงสาว

ใบหน้ารูปงามปานหยกสลักเผยรอยยิ้มบางเบาอย่างคลุมเครือ เขามองจางหยวนลี่ด้วยความรักและสิ่งที่ประจักษ์ทำให้ในสมองของชายหนุ่มมีแต่ความว่างเปล่า

ไม่ว่าอย่างไร ต่อให้เป็นบุรุษที่มีจิตใจด้านชาเพียงใด มันสามารถกลับกลายเป็นเพียงแผ่นน้ำแข็งบางๆ ที่ถูกกะเทาะออกด้วยหยดน้ำค้างบางเบา เพียงเท่านี้ ความงดงามของหญิงสาวที่มิอาจเปรียบเปรยกับสิ่งใดล้วนทำให้โลกหล้าจืดชืด ในทุกสายตาต่างต้องสะกดลงอยู่ที่ร่างบอบบางร่างนั้น

แม้ชายหนุ่มมีอายุเพียงยี่สิบห้าปี ทว่าเขากลับผ่านโลกและประสบการณ์มานับไม่ถ้วน ผู้คนมากหน้าหลายตาที่หลั่งไหลเข้ามาในชีวิตไม่ขาดสาย แน่นอนว่าย่อมมีสาวงามมากมายที่หมายปองอยู่ร่วมชีวิตกับชายหนุ่ม เทียนฟงเคยได้พบสาวงามที่มีรูปโฉมปานเทพธิดามานับไม่ถ้วน แต่ไม่ว่าอย่างไรในยามนี้หญิงงามเหล่านั้นไม่ต่างอะไรกับดอกไม้ริมทางที่น่าหมางเมิน แต่สำหรับหยวนลี่นั้น แม้กล่าวคำว่างามดั่งเทพเซียนอาจเกินเลยไปบ้าง แต่ไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ว่านางงดงามจนมิอาจพรรณนาออกมาเป็นคำพูดได้

ด้วยเหตุผลนี้ ต่อให้ต้าหลงเทียนฟงพยายามยับยั้งสะกดกลั้นความปรารถนาในก้นบึ้งเพียงใด มันกลับถูกทำลายราวทำนบปริเเตกด้วยดวงตากลมโตอันเปล่งประกายงดงามราวกับดวงดาราภายในพริบตา

ในรสจูบอันอุกอาจนั่น ย่อมเป็นที่ยืนยันแล้วว่าต้าหลงเทียนฟงผู้ซึ่งใจเย็นดุจน้ำแข็ง ในยามนี้กลับรุ่มร้อนด้วยไฟเสน่หาราวกับเพลิงอัคคีอันร้อนแรง

ชายหนุ่มไม่สนแล้วว่าหญิงสาวจะผิดใจกับตนหรือไม่ ด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมและความทระนงในพลังปราณเทพยุทธ์ของตน ในโลกหล้านี้ ไม่มีใครกล้าขัดใจชายหนุ่มได้อย่างแน่นอน แต่ทว่าหยวนลี่ผู้นี้คือใคร? หากเป็นจางหยวนลี่คนเดิมนางคงไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงโง่งมผู้หนึ่งซึ่งได้หลงเข้าไปในวังวนแห่งรักของต้าหลงเทียนฟงเข้าแล้ว 

แต่ผู้ที่เทียนฟงกำลังจุมพิตอย่างอุกอาจอยู่นั่นคือบุรุษจากอีกโลกหนึ่ง ผู้ซึ่งมีนิสัยแปลกประหลาดจนไม่อาจมองประเมินความคิดอ่านได้

ในความเงียบอึ้งตะลึงงันของหญิงสาว เทียนฟงซึ่งกำลังได้ใจกับรสจูบลิ้มรสกลิ่นหอมของผลสาลี่อยู่นั้น ความหรรษาได้ถูกกำปั้นอันเปี่ยมด้วยพลังปราณสีแดงบริสุทธิ์ที่อัดแน่นเต็มเปี่ยมดับฝัน! มันได้พุ่งตรงมายังสันจมูกของเทียนฟงดัง ผลักชายหนุ่มราวกับเห็นดวงดาวรายล้อมรอบกายพร้อมความเจ็บปวดที่แทรกผ่านเข้ามากลางจมูก

Ai sud เอ๊ย! Ai Father You Die!!!!! หยวนลี่กู่ร้องในใจด้วยความเกรี้ยวกราดประดุจดั่งเขาซุนซานได้ถล่มทลายใส่ร่าง ร่างกายแข็งค้าง รู้สึกชาไปหมดทั้งตัว มิหนำซ้ำยังมีความกระอักกระอวนที่น่าคลื่นเหียนอยากอาเจียน

"อัก!" ร่างสูงถูกบีบอัดด้วยพลังปราณอันหนักหน่วงถอยร่นไปถึงห้าก้าว พร้อมๆ กับที่หยวนลี่กระโดดลงมาจากกิ่งไม้ ชี้หน้าใส่ร่างสูงแผดเสียงอย่างโกรธจัด "ทำบ้าอะไรฟระ!" ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ ใบหน้าแดงก่ำดั่งดอกมู่ตานเบ่งบานในยามเช้า ไม่ว่านางจะมีอารมณ์กริ้วโกรธเพียงใดกลับให้ความรู้สึกราวกับลูกแมวข่มขวัญ

เทียนฟงชินอ๋องคลี่ยิ้มด้วยแววตากรุ้มกริ่มพลางปาดโลหิตสีแดงสดออกจากปลายจมูก ด้วยพละกำลังจากผู้มีพลังปราณในระดับปราณเทพยุทธ์ขั้นพื้นฐาน สามารถทำให้ผู้มีพลังปราณในระดับปราณเทพยุทธ์ขั้นสูงเลือดตกยางออกได้ถึงเพียงนี้ นี่นับได้ว่าไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง แต่ใครเล่าจะรู้ว่าดรุณีน้อยอย่างหยวนลี่ซึ่งต้องหลงไปกับรสจูบของต้าหลงเทียนฟง ผู้ซึ่งหญิงสาวในใต้หล้าต่างหมายปอง กลับฝากกำปั้นกลับมาได้อย่างหนักหน่วง มิหนำซ้ำ แรงต่อยและการพุ่งชนยังสมบูรณ์แบบเป็นอย่างยิ่ง

"พลังกำปั้นของเหมยลี่ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก ทว่ารสจูบนั้นยอดเยี่ยมยิ่งกว่า" คำกล่าวชมลอยหน้าลอยตาเช่นนั้นยิ่งสร้างความขุ่นเคืองให้แก่หญิงสาว ถ้อยคำประจบประแจงอย่างไม่รู้สึกละอายกลับยิ่งเพิ่มแรงโทสะให้แก่หยวนลี่ 

ถ้าเอ็งรู้ว่าข้าเป็นผู้ชายในร่างหญิงสาวข้าอยากจะรู้นักว่าเอ็งจะกล้าจูบข้าอีกหรือไม่ บัดซบ! ไอ้รอยยิ้มหยาดเยิ้มเยี่ยงนั้นช่างรนหาที่ตายยิ่งนัก!

หญิงสาวมีใบหน้าหมองคล้ำและแดงก่ำยิ่งกว่าเปลวเพลิง คิ้วเรียวดั่งใบหลิวขมวดมุ่นโต้กลับเสียงห้วนอย่างขุ่นเคือง "นอกจากหมัดข้าจะหนักแล้ว เท้าข้ายังหนักอีกด้วย! ต้องโดน!!!!" ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงให้มากความ ร้อยบิดาพันมารดาให้ด่าหยวนลี่ว่าเป็นสุนัขยังไม่แค้นเท่าโดนขโมยจูบจากบุรุษด้วยกัน หากนางไม่สั่งสอนไอ้คนฉวยโอกาสอย่างเทียนฟงไม่ต้องเรียกนางว่าจางหยวนลี่!

ฝ่าเท้าเล็กๆ จู่โจมร่างสูงอย่างเกรี้ยวกราด ยามนี้ แม้เอากระบือสักตัวมาฉุดก็คงห้ามหญิงสาวมิได้ ด้วยเรี่ยวแรงจากที่ใด ดรุณีน้อยร่างบอบบางกลับมีพละกำลังเพิ่มมากยิ่งขึ้นเท่าทวี แต่การประมือกับต้าหลงเทียนฟงผู้ซึ่งมีระดับพลังในยามนี้ นี่ไม่ต่างอะไรกับหนูน้อยหยอกราชสีห์ ซึ่งชายหนุ่มมิได้มีความสะทกสะท้านแม้แต่น้อย มันกลับยิ่งเพิ่มความขบขันในยามที่ร่างเล็กพุ่งเข้าใส่อย่างไม่คิดชีวิต

ฝ่าเท้า และกำปั้นได้ชกลมครั้งแล้วครั้งเล่าในขณะที่ร่างสูงคล้ายยืนอยู่กับที่ แต่หยวนลี่มิอาจทำอันตรายอันใดให้แก่ชายหนุ่ม

เวลาผ่านไปเนิ่นนาน หยวนลี่พึงตระหนักได้ว่าทุกๆ กำปั้นที่นางรัวไปไม่ยั้งนี่ไม่ต่างอะไรกับการชกลม 

บัดซบ!!!! นี่มันหลบแบบดิตจิตอล!!!!!? 

หญิงสาวเริ่มมีความตระหนกและรู้สึกพรั่นพรึงขึ้นมาในใจ พละกำลังที่ทุ่มเทลงไปล้วนเสียเปล่า

ในพลังปราณเทพยุทธ์ระดับสูง เทียนฟงชินอ๋องผู้นี้คือใคร? แล้วหยวนลี่เล่า นี่อาจเทียบได้กับการที่หยวนลี่ผายลมใส่ภูเขาลูกหนึ่งซึ่งไม่อาจทำให้ร่างสูงเกิดแรงสั่นสะเทือนแต่อย่างใด มันกลับสร้างความหรรษาให้แก่ชายหนุ่มมากยิ่งขึ้นเท่านั้น!

แม้ไม่ละความพยายามที่จะสร้างบาดแผลให้แก่ต้าหลงเทียนฟงอีกหนึ่งแผล ทว่าเรี่ยวแรงที่ทุ่มไปไม่ยั้งเริ่มบั่นทอนกำลังจนหอบเหนื่อย

"ฮึ่ม!!!"

หญิงสาวแยกเขี้ยวยินฟันในขณะที่นางเงื้อมหมัดเป็นครั้งสุดท้าย ฟุบ! เพียงลมหนาวละลอกหนึ่งได้หอบพัดเอาความเย็นเยือกของฤดูกาลกระทบร่างกาย พลัน! หญิงสาวกลับต้องชะงัก ดวงตากลมโตเบิกค้างตะลึงงันเมื่อเห็นความทะมึนและไอเย็นที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูง

ในดวงตาลุ่มลึกดั่งรัตติกาล พร้อมรอยยิ้มลี้ลับบางเบาราวกับเหมันต์ฤดู สายลมอันหนาวเหน็บได้พัดผ่านร่างพวกเขาทั้งสองจนเส้นผมสะบัดพลิ้วไปตามแรงลม ในยามนั้น หยวนลี่ราวกับได้พบกับปีศาจบังเกิดความกดดันที่แทรกผ่านเข้ามากลางอกโดยไม่ทันตั้งตัว หัวใจของนางเต้นแรง มันมีความตระหนกในความกลัวตายที่โหมกระหน่ำเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ในความรู้สึกกดดันคุกคาม ได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วซึ่งแม้แต่นางเองก็มิอาจเข้าใจ

หยวนลี่มิเคยกลัวตาย! แต่เมื่อประสบเข้ากับพลังปราณอันน่าสะพรึงที่กำจายออกมาจากร่างสูง หยวนลี่ราวกับคนสิ้นสติที่ได้พบกับความน่ากลัวอย่างน่าประหลาด ดวงตาของนางเบิกกว้าง นัยน์ตาหรี่เล็กราวกับคนโง่งมผู้หนึ่งซึ่งได้พบความกดดันที่เหนือกว่า แม้ว่านางอยากเปลี่ยนใจชักหมัดกลับมา ทว่าความเร็วกระชั้นชิดนางแทบมิอาจยั้งมืออันใด

Ship Hi แล่วววววว!!!!

หมับ!!!!

หมัดที่พุ่งตรงมายังใบหน้าของเทียนฟงถูกเบี่ยงไปทางซ้ายของชายหนุ่ม ชั่วพริบตาเดียวร่างสูงได้เบี่ยงตัวและโน้มใบหน้าเข้าหาหยวนลี่ มือแกร่งได้โอบล้อมรอบเอวคอดเพียงดึงเข้าหาตัวเบาๆ ร่างเล็กก็โถมเข้าใส่ทั้งร่าง นี่กลับยิ่งสร้างความตกตะลึงให้แก่หญิงสาว

ลิ้นร้อนระอุถูกลุกล้ำเข้ามาภายในโพลงปากไม่ต่างอะไรกับอสรพิษที่ฉกฉวยหาโอกาสให้แก่ตนเอง กลิ่นโลหิตยังคละคลุ้งอยู่ที่ปลายลิ้นไม่มีสิ่งใดที่น่าพึงใจทั้งสิ้น!  ใบหน้าซีดขาวดั่งหิมะยิ่งซีดขาวและเขียวคล้ำสลับไปมาแลดูตลกพิลึกพิลั่น

ด้วยความตกใจระคนความก้าวร้าวคิดต่อต้านเทียนฟง พลังปราณเทพยุทธ์ขั้นพื้นฐานของนางได้ถูกปลดปล่อยและระเบิดออกมาดัง ตูม!!!!

ผลัก!

เทียนฟงถูกแรงกระแทกอันหนักหน่วงราวกับหินยักษ์ก้อนหนึ่งได้โถมเข้าใส่ร่างเต็มแรง ก่อนที่ร่างแกร่งจะลอยละลิ่วไปถึงสามเมตรและหล่น  ตุบอยู่ใจกลางสวนสาลี่ในยามค่ำคืน ก้นกบกระแทกเข้ากับพื้นหินอย่างจัง ชายหนุ่มอยู่ในท่านั่งชันเข่าพยายามเก็บกลั้นความเจ็บปวดที่เสียดแน่นไปตามไขสันหลัง จนใบหน้ารูปงามปานหยกสลักหมองคล้ำ มันขึ้นเขียวและแดงสลับสับสนจนน่าขบขันเป็นอย่างยิ่ง

อันตัวเทียนฟงชินอ๋องไม่เคยประสบความยากลำบากและสภาพร่างกายที่น่าอับอายเช่นนี้มาก่อน กระนั้น ภายในใจกลับนึกขบขันหญิงสาวมิได้มีความกริ้วโกรธแต่อย่างใด ร่างเล็กๆ ที่ซึ่งเคยถูกล่วงเกินอย่างอุกอาจบัดนี้ได้อันตรธานไร้ฝุ่น แม้แต่เงาหลัง เทียนฟงยังมิอาจหยั่งรู้ว่านางได้หนีเตลิดหายไปทางฝั่งใด ชายหนุ่มเพียงขำครืนออกมาคราหนึ่ง พยุงกายของตนลุกขึ้นยืนด้วยความเกียจคร้าน

"ฝ่าบาท! เกิดอันใดขึ้นพะยะค่ะ!"

อู๋จิ่นฟาน หัวหน้าองครักษ์รักษาพระองค์ในเทียนฟงชินอ๋องรีบรุดหน้าเข้าเฝ้า เมื่อชายหนุ่มสามารถจับสัมผัสพลังปราณเทพยุทธ์ระดับพื้นฐานที่แปลกปลอมเข้ามาในวังหลวง ร่างสูงพลิ้วกายข้ามพุ่มไม้ล่อนลงสู้เบื้องหน้า ร่างองอาจชักกระบี่ประจำกายออกมาเพื่อคุ้มครอง

ความเงางามของโลหะและเปี่ยมด้วยพลังอันคลุมเครือถูกแสงจันทร์สะท้อนจนเงาวับ ในขณะเดียวกันทหารองครักษ์ในสังกัดชินอ๋องได้พุ่งทะยานและเข้าห้อมล้อมระวังภัยให้เทียนฟงอย่างรวดเร็ว

ใบหน้าของเทียนฟงยิ่งหมองคล้ำมากยิ่งขึ้น ดวงตาเยียบเย็นและมีความโหดร้ายได้มองไปยังทหารรับใช้ที่บังอาจโผล่หัวออกมาโดยที่เขามิได้สั่ง

"ใครอนุญาตให้พวกเจ้าเข้ามา" กระแสเสียงเย็นชาได้กล่าวถามขึ้นท่ามกลางความตื่นตระหนกลนลาน

อู๋จินฟานรีบหันกลับมาและคุกเข่าประสานมือเบื้องหน้าพระพักตร์ กล่าวว่า "ข้าน้อยสัมผัสได้ถึงผู้มีพลังปราณในระดับปราณเทพยุทธขั้นพื้นฐานและเสียงดังโครมครามภายในสวนสาลี่ เกรงว่าจะมีคนร้าย ก็เลย..."

ในความตื่นตระหนกที่แผ่วลง อู๋จิ่นฟานเริ่มตระหนักได้แล้วว่ามันได้ทำในสิ่งที่ไม่ควร ดังนั้นในยามที่กล่าวมันจึงมีความเกรงกลัวจนมิอาจเก็บกลั้นความประหม่าได้ลง ในความจงรักภักดีนั้น มันได้ทำให้เทียนฟงพลาดโอกาสที่จะติดตามจางหยวนลี่

นอกจากในสวนสาลี่มีเพียงเทียนฟงชินอ๋อง ไม่ต้องคาดเดาในระดับพลังนั่นย่อมเป็นพลังของจางฮองเฮาอย่างแน่นอน ทว่าดรุณีน้อยที่มิเคยฝึกปรือวรยุทธ์หรือแม้แต่วิทยายุทธ์ นี่กลับสร้างความประหลาดใจอย่างคลุมเครือแก่จิ่นฟาน มันกลับกลายเป็นตัวโง่งมซึ่งเทียนฟงมิได้กล่าวตำหนิอันใด ร่างสูงเพียงแค่นเสียง "หึ!" เหยียดหยาม ก่อนจะสะบัดชายเสื้อหมุนตัวจากไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้ข้ารับใช้คนสนิทจมอยู่ภายใต้ความโง่เง่าและความจงรักภัคดีของมัน

แท้จริงแล้ว เทียนฟงชินอ๋องเพียงต้องการปกปิดความน่าอับอายที่แดงช้ำอยู่ที่สันจมูก แต่มันได้สร้างความลำบากใจให้แก่เหล่าทหารซึ่งยังคงนั่งโง่งมอยู่กับที่

ในขณะนั้น หยวนลี่ซึ่งได้หลบหนีออกมาจากความน่าหวาดหวั่นและความอัปยศที่เทียนฟงได้มอบให้ ร่างเล็กได้พุ่งตัวไปตามแมกไม้ หลบข้างกำแพง หลับหูหลับตาโจนทะยานไปตามตำหนักน้อยใหญ่ อย่างไม่คิดชีวิต

ในความตื่นตระหนกลนลาน ทุกๆ ครั้งที่นางได้ที่กำบังนางมักจะเหลียวหลังกลับไปเพื่อให้แน่ใจว่าเทียนฟงได้ติดตามนางมาหรือไม่ เมื่อรู้ตัวอีกครั้ง หญิงสาวได้พุ่งตัวออกมาจากกำแพงวังและออกสู่ภายนอกวังหลวงเสียแล้ว

เฮ้ย! ที่นี่มันที่ไหน?

ท่ามกลางความมืดมิด ทหารองครักษ์รูปร่างบอบบางได้ยืนเกาศีรษะงงงวยอยู่กับที่ด้วยความไม่เข้าใจ เมื่อเบื้องหน้านางความโอ่อ่าของวังหลวงกลับกลายเป็นความเรียบง่ายที่ไม่เด่นชัด ในความเงียบงัน ท้องถนนที่ซึ่งเคยมีผู้คนสัญจรไปมากลับดูวังเวงจนน่าหวาดกลัว

ในยามนั้น หยวนลี่ตระหนักแล้วว่ากำแพงสุดท้ายที่ตนได้ข้ามผ่าน ที่แท้แล้วมันคือกำแพงวังที่แบ่งแยกชนชั้นในแว่นแคว้น แต่ถึงกระนั้น นางเองก็เหนื่อยเกินกว่าที่จะหันหลังกลับไปหาได้สนใจในความประมาทของตนเอง

ท่ามกลางความมืดสลัวสายลมหวีดหวิวฟังดูวังเวงพิกลมิได้ทำให้หยวนลี่หวาดกลัวแต่อย่างใด แสงจากดวงจันทร์ได้ส่องสว่างนำทางให้แก่หญิงสาว พอให้เห็นเส้นทางตามท้องถนนเลือนราง ในความหงุดหงิดระคนเหนื่อยล้า หญิงสาวได้พุ่งตรงไปยังบ่อน้ำดื่มซึ่งหลบอยู่ในมุมของโรงเลี้ยงม้าอย่างรวดเร็ว

นางตักน้ำในบ่อน้ำและราบลงบนศีรษะเพื่อให้ความรุ่มร้อนคลายลง จากนั้น จึงตักน้ำดื่มพลางกลั้วปากอยู่หลายครั้ง ในความน่าขนลุกขนพองสยองกร้าว หยวนลี่ได้สาปแช่งเทียนฟงไปจนถึงโคตรเง้าอย่างหัวฟัดหัวเหวี่ยง ตระหนักได้ว่า นับจากนี้นางไม่อาจไว้ใจต้าหลงเทียนฟงได้อีกต่อไป

"เวรจริงๆ!" ในกองฟางซึ่งใช้เลี้ยงม้าหญิงสาวได้ทิ้งกายลงนั่งด้วยความคลั่งแค้น ใบหน้างดงามมีความยับย่นแลดูกระเง้ากระงอดน่าชม แม้ภายในใจจะนึกโกรธต้าหลงเทียนฟงจนอยากฆ่าชายผู้นั้นให้ตายคามือ แต่ถึงกระนั้น หยวนลี่กลับมีความรู้สึกโล่งอกที่นางสามารถรอดตายจากความกดดันคุกคามที่ได้แผ่ออกมาจากมัน

ความสามารถเช่นนั้น ช่างเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจและน่าพรั่นพรึงจนไม่อาจพรรณนา หยวนลี่ไม่เคยพบใครที่สามารถปล่อยรังสีคุกคามและกดดันราวกับทุ่มภูเขาทั้งลูกใส่ร่างผู้อื่นได้ง่ายดายเพียงนี้ นี่คงไม่แปลกอันใดในโลกปราณเทพยุทธ์ที่ซึ่งต้าหลงเทียนฟงได้รับฉายาว่า พญามัจจุราชน้ำแข็ง วันนี้หยวนลี่ได้ประจักษ์แก่สายตาจนบังเกิดความเลื่อมใส และในขณะเดียวกันนางเกิดความเกลียดชังเหม็นขี้หน้าเทียนฟงจนมิอาจหาสิ่งใดมาเปรียบเปรยเพื่อด่าทอ

นางได้ให้คำสัตย์ยึดมั่นถือมั่นกับตนเองว่า "ข้ามิได้อยู่ในร่างบุรุษก็แล้วไป แต่เมื่อใดก็ตามที่ข้ามีพลังยุทธ์เหนือผู้คน ต้าหลงเทียนฟง! เจ้าเป็นคนแรกที่ข้าจะตืบเจ้าให้จมธรณีฮึ่มมมมม..." เมื่อกล่าวจบ หญิงสาวเอี้ยวตัวจัดกองฟางก่อนจะทิ้งกายนอนลงไป 

ดวงตากลมโตเปี่ยมแววเกรี้ยวกราดทอดมองดวงดาวที่ส่องสว่างริบหรี่ ดูเหมือนว่าในคืนนี้นางมิอาจกลับเข้าวังหลวงได้ นั่นเท่ากับว่านางได้หลงทางอย่างสมบูรณ์ โชคดีเพียงใดที่นางได้วางแผนสำรองเอาไว้ หากฝูลี่สะดุ้งตื่นกลางดึกอย่างน้อยนางกำนัลสาวก็ยังคิดว่าหยวนลี่นอนหลับอยู่

ก่อนรุ่งเช้าหยวนลี่จะต้องกลับตำหนักเหิงก่อนที่ฝูลี่จะตื่นขึ้นมา ทว่าในยามคิดนั้นแสนง่ายดาย แต่ในยามกระทำนั่นไม่ต่างอะไรกับการปั้นน้ำเป็นตัวเพื่อหลอกลวงตนเอง

 ในรุ่งเช้า ฝูลี่ตื่นขึ้นมาจัดเตรียมมื้อเช้าและจัดอ่างน้ำล้างหน้าให้แก่จางหยวนลี่ตามปรกติ นางเห็นว่านายหญิงยังคงบรรทมไม่ยอมตื่นจึงคิดว่าหยวนลี่ยังคงเมาค้างข้ามวันไม่หาย

ในความไร้เดียงสา นางกำนัลสาวได้ต้มยาแก้เมาให้แก่นายหญิง ร่างเล็กเดินถือถ้วยโอสถเข้าไปใกล้เตียงนอนนางวางถ้วยยาเอาไว้บนโต๊ะเล็กหกเหลี่ยม จากนั้นจึงเอ่ยเรียกหยวนลี่เบาๆ

"นายหญิง บ่าวเห็นว่านายหญิงอาการไม่ดีขึ้นจากเมื่อวานจึงต้มโอสถถวายเพคะ นายหญิงตื่นบรรทมเสวยโอสถก่อนเถิดเพคะ"

"..."

"นายหญิงงงงงงงง..."

หลังม่านมีเพียงความเคลื่อนไหวของจางหยวนลี่แผ่วเบา ทว่านางมิได้ขานรับหรือตอบอันใดกลับมา นี่ยิ่งสร้างความห่วงใยให้แก่ฝูลี่จนใบหน้าน่ารักบังเกิดริ้วรอยของความวิตกกังวล

นางตัดสินใจกระทำการล่วงเกินจางหยวนลี่ หญิงสาวกล่าวด้วยความห่วงใยว่า "บ่าวขอประทานอภัยเพคะ หากนายหญิงลุกไม่ไหว ฝูลี่จะประคองพระองค์เอง" ในขณะที่นางกล่าวนางได้เลิกผ้าม่านขึ้นอย่างรวดเร็ว และกำลังจะกล่าวในประโยคต่อไป ทว่าถ้อยคำห่วงใยกลับต้องกลืนหายลงลำคอ...

ดวงตาของนางเบิกค้างและมีความกลมโตราวกับไข่ห่าน นางสบตาโจวฉีหมิงนิ่งอึ้งตะลึงงัน บุรุษซึ่งสวมใส่ชุดฮั่นฝูของหยวนลี่นั้น ได้นอนคลุมโปงพลางยิ้มเจื่อนให้แก่นางกำนัลสาวอย่างจนปัญญาที่จะกล่าวแก้ตัว

"..."

ฝูลี่ยังคงยืนเงียบอยู่กับที่ ในความนิ่งเงียบอันน่าตกใจทำให้โจวฉีหมิงมีท่าทีกระอักกระอวน

ร่างสูงลุกขึ้นนั่งและกล่าวออกมาอย่างร้อนรนว่า "ข้ามิได้มีเจตนาปลอมตัวเป็นฮองเฮาแต่อย่างใดพระองค์สั่งให้ข้าทำก็ต้องทำ นางกำนัลฝู เจ้าอย่าเอาเรื่องนี้กราบทูลต่อท่านอ๋องเลยนะได้โปรด หากไม่แล้วพวกเราทั้งหมดคงได้ถูกโบย!"

เมื่อกล่าวจบ ราวกับเชือกเส้นบางภายในจิตใจของฝูลี่ขาดผึง!

อันที่จริง แม้โจวฉีหมิงไม่กล่าวอันใดนางก็พอทราบว่านี่เป็นฝีมือของหยวนลี่อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ที่นางไม่อาจทำใจยอมรับนั่นคือ ในยามนี้หยวนลี่อยู่ที่ใด? ร่างเล็กถึงกับทรุดกายลงไปนั่งกองกับพื้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก ก่อนจะกู่ร้อง เรียกหยวนลี่ด้วยความรู้สึกรัดทดสุดพรรณนา

"นายหญิงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!!"


 

 

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 Ai sud เอ๊ย! Ai Father You Die!!!!! หยวนลี่กู่ร้องในใจด้วยความเกรี้ยวกราดประดุจดั่งเขาซุนซานได้ถล่มทลายใส่ร่าง ร่างกายแข็งค้างรู้สึกชาไปหมดทั้งตัว มิหนำซ้ำยังมีความกระอักกระอวนที่น่าคลื่นเหียนอยากอาเจียน ดูเหมือนว่าเพียงแค่ถูกจุมพิตนางก็สามารถตั้งท้องได้แล้ว?

หยวนลี่ "Fuckkkk!!! ตั้งท้องบิดาเอ็งสิ!!!"  

อารมณ์ตอนปั่นอยากตบมุกหยวนลี่พร้อมๆ กับหัวเราะ อิอิอิอิอิอิอิอิอิอิ แบบหลอนๆ อิอิอิ

ขออภัยในความหยาบคาย ใจจริงก็อยาก Cut the Crap มาก เเต่อยากเอาความเครียดในนิยายเรื่องอื่นมาผ่อนคลายอารมณ์กับเรื่องนี้ อยากให้มันไม่เครียดมาก ในคำศัทพ์ENGถ้าใช้คำไทยตรงตัวก็หยาบไปเนอะ (ENG นี่ไม่หยาบเลยนะเเกร(¯―¯٥))   

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

1,104 ความคิดเห็น

  1. #962 Ong (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 08:20
    ไม่หลับไม่นอนดึกดื่นเที่ยงคืน ตื่นมาก็มาอ่านอีก สนุกน่าติดตาม ขำๆฮาๆๆ(ก็ข้างในผู้ชายทั้งดุ้นอ่ะน้อ)

    ผู้ชายที่ชื่นชอบผู้หญิง (เดาไม่ออกมันจะเป็นยังไงต่อ)กรรมตามสนอง55555ไปทำผู้หญิงเอาไว้เยอะ5555

    #962
    0
  2. #555 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 22:40
    สนุกมากมาย
    #555
    0
  3. #466 papui (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 21:52
    ขอบคุณคะ
    #466
    0
  4. #435 Maya (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 00:06
    55555 ไม่เครียดเลยเรื่องนี้ อ่านไปขำไป
    #435
    0
  5. #377 NongYingNutty (@haruminilove) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 02:57
    เขาร้อนแรงเกินไปปป ช๊อบชอบ -/////-
    #377
    0
  6. #274 Nattalop Bunloy (@galcial) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 21:51
    แค่จ้องตาก้แทบท้องแล้วว
    #274
    0
  7. #244 Harm. (@tanzanaza) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 16:55
    แอบเหนื่อยกับหยวนลี่ ป่านนี้นางไปอยู่ไหนล่ะ *ภักดี*
    #244
    0
  8. #243 ;★ Boccacio (@beam2540) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 20:29
    อ่านเพลินๆจริงๆค่ะ ไม่เครียด 555
    #243
    0
  9. #242 Koson Srichaba Yodpet (@sodapp11) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 04:12
    สนุกมากค่ะ????????????????
    #242
    0
  10. #241 bassjeedjad (@bassjeedjad) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 13:52
    น่ารักอ่ะ ขำ ตลกกก
    #241
    0
  11. #240 วัวพันปี (@witch-singsong) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 10:43
    รักด้วยลำแข้ง
    #240
    0
  12. #239 S_suika (@suikajang) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 09:12
     กว่าจะปิ้งพระเอกนิคงช้ำไปอีกกี่รอบเนี้ย 5555
    #239
    0
  13. #238 มายเมจิ (@mojikiss) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 08:32
    55555 ดุเดือดมากไปหน่อย หลงทางเลย
    #238
    0
  14. #237 Nm'mi (@nametaji_miho) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 02:30
    คือฮากับองครักษ์คิดดูร่างหมีในชุดผู้หญิงแค่คิดก็หยุดขำไม่ได้แล้ว อะไรคือโกรธองครักษ์ที่ทำตัวเองคลาดกับหยวนลี่ คืออะไรจูบแบบน็อนสต็อปเนี่ย ตายๆๆๆก้องคลั่งตายด่ากราดเลยจ้า ก้องคิดชายชายจูบกัน แต่ท่านอ๋องชายจูบหญิงงาม คือแบบจะสงสารก็แปลกๆ จะฮาก็ไม่ได้ ท่านอ๋องมือไวมาก ปากก็ไว รวดเร็วทันใจโดนจูบมาราธอนไป 2 ที
    #237
    0