ตอนที่ 29 : ตอนที่27 สลัดสิ้นซึ่งความหวัง 24/ต.ค./59

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2176
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    8 ธ.ค. 59










สลัดสิ้นซึ่งความหวัง มุ่งสู่อุดมการณ์อันยิ่งใหญ่ ไม่มีเเม้คำหวานลาจาก...


- 29 -





การพาฝูลี่หนีออกไปจากวังหลวงนั่นคือสิ่งที่หยวนลี่คิดมาโดยตลอด นางพยายามทุกวิถีทางเพื่อทำให้ตนเองเเข็งเเกร่งขึ้น แต่ไม่ว่าอย่างไร นางกลับลืมคิดไปว่าจางหยวนลี่ก็คือฮองเฮา ไม่ว่านางจะถูกกระทำเหมือนเป็นเศษสวะเเห่งวังหลัง เเต่ถึงอย่างไรนางก็หนีไม่พ้นในคำว่าเมียเอกของฮ่องเต้อยู่ดี ต่อให้ถูกทอดทิ้ง เมื่อวันหนึ่งฮ่องเต้อยากร่วมเตียงเคียงหมอนกับนาง หญิงสาวมิอาจปฏิเสธความจริงในข้อนี้ไปได้

เอี้ยนเอ๋อได้บอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นต้าหลงและจางหลง จวบจนกระทั่งความคิดชั่วช้าของจ้าวถางและพรรคพวกของมัน แต่ก็ยังหลีกเลี่ยงในความจริงบางส่วนที่เป็นความลับอันมิอาจเผยให้คนนอกร่วงรู้ หยวนลี่ย่อมรู้ในข้อนี้ดี

เอี้ยนเอ๋อคือสายสืบเงาที่มีฝีมือและเป็นลูกสมุนที่จงรักภักดีต่อเจ้านายจนน่ายกย่อง นางคือคนนอกที่อยู่ๆ ก็โผล่เข้ามาในแผนการของพวกมัน ดังนั้น การที่นางข่มขู่เพื่อขูดรีดเอาความจริงทั้งหมด คงไม่ต่างอันใดกับการที่นางตะโกนแหกปากใส่ลาตัวหนึ่งเพื่อบังคับขู่เข็นให้มันพูดออกมา

เมื่อบรรยากาศแห่งความตึงเครียดค่อยๆ ผ่อนคลายลง หลังจากที่หยวนลี่จมอยู่ภายใต้ความคิดเพื่อตรึกตรองเรื่องราวทั้งหมด นางก็พอกระจ่างในแผนการของจ้าวถาง

"การที่ฮ่องเต้ชั่วนั่นมายังตำหนักเหิงก็เพื่อตบตาเทียนฟงชินอ๋อง?" หยวนลี่เอ่ยถามด้วยกระเเสเสียงเย็นชา

ในเรื่องของความคิดชั่วช้า นางได้ยกจ้าวถางเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของนางแล้ว จึงอดมิได้ที่จะแค่นเสียงหัวเราะเย้ยหยัน "พวกขุนนางชั่วคิดกำจัดข้า ไม่เเม้เเต่พวกมัน ฮ่องเต้เองก็คิดเช่นนั้นเเต่กลับเกรงกลัวบารมีเทียนฟงชินอ๋อง สุดท้ายฮ่องเต้จึงต้องเเสร้งทำดีต่อข้าเพื่อเอาใจผู้เป็นอา ข้าควรขอบคุณชินอ๋องผู้นั้นที่ทำให้ข้าพ้นจากความตายใช่หรือไม่"

ดวงหน้างดงามได้เหม่อมองอยู่ในห้วงคำนึง มีแววหม่นเศร้าในโชคชะตาและความซวยที่ได้ตกอยู่ภายใต้ปากเสือปากจระเข้ ไม่ว่าจะขยับตัวไปทางใดก็ดูเหมือนจะถูกงาบได้ทุกเมื่อ

หยวนลี่ถอนลมหายใจ ขยับกายพริ้วบางราวสายลมในชุดบุรุษไปยังโต๊ะน้ำชา 

ความเย็นชืดของน้ำทำให้ใจของนางเย็นลง ดวงตางดงามที่ดุร้ายมาโดยตลอดจึงค่อยกลับมาเป็นปรกติ จ้องมองไปยังเอี้ยนเอ๋อที่ยังคงนั่งคุกเข่าอย่างเรียบร้อยในเบื้องหน้า

หยวนลี่โค้งมุมปากขึ้น เป็นความลี้ลับที่นำพาซึ่งความผูกมิตรและเย็นชาผลักไส 

หญิงสาวได้หยั่งเชิงถามด้วยอิริยาบถเยือกเย็น "แคว้นจางหลงมิได้ใยดีต่อข้าแล้ว ข้าคงไม่ต่างอันใดกับสวะคนหนึ่งที่เป็นตัวถ่วงชาติบ้านเมือง ในการกำจัดข้าคงเป็นหนทางที่ดีที่สุด แต่ข้ากลับไม่เข้าใจว่าเหตุใดต้าหลงเทียนฟงจึงทำดีต่อข้านัก"

นางจงใจอวดอ้างและย้ำเตือนว่านางคือคนพิเศษ

เมื่อกล่าวถึงต้าหลงเทียนฟง ทุกคนย่อมต้องหวาดกลัวและเกรงใจนางขึ้นถึงสิบส่วน หยวนลี่เป็นคนฉลาด นางไม่ลังเลที่จะยอมรับความสัมพันธ์อันคลุมเครือระหว่างนางและอ๋องหนุ่ม หากเมื่อต้องการเอาความลับจากคนของพญามัจจุราชน้ำแข็งแล้ว การเขียนเสือข่มโคนับว่าเป็นทางออกที่ควรกระทำที่สุด

เเต่เอี้ยนเอ๋อมองนาง ลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะตอบ "ข้าน้อยมิทราบ" 

เมื่อได้บอกเล่าทุกสิ่ง ชายหนุ่มไม่จำเป็นที่จะต้องตอบคำถามใดๆ จากหยวนลี่อีก คำยืนยันของมันยังคงจบด้วยคำว่าไม่รู้... ในการฝึกฝนของสายสืบ พวกมันเพียงสืบความลับของฝ่ายศัตรูเเละรายงานผล พวกมันไม่จำเป็นเลยที่จะต้องอธิบายเหตุผลทั้งหมดของเบื้องบน ชายหนุ่มเพียงคุกเข่าเเละเก็บคำเสมือนเป็นคนใบ้

หยวนลี่กรอกดวงตาขึ้นบนลงล่าง ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี 

ภายใต้รูปโฉมของเด็กสาวที่มีอายุเพียงสิบห้าปี การเป็นสายสืบสามารถทำให้เด็กคนหนึ่งกลายเป็นคนที่ทึ่มทะมึนและเย็นชาได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?

ฮึ่ย! หยวนลี่ขี้เกียจต่อปากต่อคำกับมันแล้ว!

ในเมื่อมันกล่าวเพียงสถานการณ์อันตราย นางควรจะเชื่อใจมันใช่หรือไม่? ควรปล่อยให้ฝูลี่กลายเป็นจางฮองเฮาเพื่อเผชิญหน้ากับคนชั่วช้า การกระทำเยี่ยงนี้นับได้ว่าเป็นการกระทำที่เห็นแก่ตัว ชั่วช้า สารเลวที่สุดในใจกลับนึกพะวงห่วงฝูลี่ยิ่งกว่าเดิม ไม่ว่าอย่างไร นางไม่ละเลิกความคิดที่จะพาฝูลี่หลบหนีออกไป 

ภายใต้ความเย็นชาและสุขุมของหญิงสาว นางได้จมอยู่ในความคิดระมัดระวังและได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในยามวิกฤต

"ทางเดียวที่ข้าจะสามารถลบล้างมลทินที่ข้ามิได้ก่อนั่นก็คือความตาย... ใช่เเล้ว ข้าคิดว่านี่คือทางออกที่ดีที่สุด"

"ท่านหมายความว่าเช่นไร?"

ในคำกล่าวของจางหยวนลี่ทำให้ผู้ที่สงบนิ่งอยู่ตลอดบทสนทนามีอาการเเตกตื่น ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น จ้องมองดวงหน้างดงามที่ฉายแววดุร้าย เอี้ยนเอ๋อให้สะท้านไปทั่วสรรพางค์กาย มีความไม่สบายใจได้ถาโถม

"ท่านจะคิดสั้นอย่างนั้นรึ? นี่มิใช่ความคิดที่ดีนัก ทั้งยังเป็นความคิดที่โง่เขลาของพวกเบาปัญญาโดยแท้!"

ชายหนุ่มมีอารมณ์เกรี้ยวกราด แม้ว่ามันจะทำเหมือนมิได้เห็นนางอยู่ในสายตา หรือคิดเกรงกลัวนางเกินไปกว่าตำแหน่งฮองเฮาอันต่ำต้อย ทว่าจิตใจของมันมีมโนธรรมพอที่มิอาจทนมองหญิงสาวนางหนึ่งได้กระทำการสิ้นคิด การฆ่าตัวตายนับได้ว่าเป็นความคิดที่โง่เขลาที่สุด!  

หยวนลี่ยิ้มอย่างอบอุ่นเมื่อเห็นความจริงใจ นางกล่าวออกมาว่า "ใครว่าข้าจะฆ่าตัวตาย?"

นางแค่นเสียงหัวเราะ เสียงสดใสของนางเจือไปด้วยความเย้ยหยันและดูถูกเหยียดหยาม ดุจดั่งนางมารที่เห็นความตายเป็นเรื่องตลกขบขัน "ข้ามิได้สิ้นคิดเยี่ยงนั้น"

หญิงสาวขยับกายลุกขึ้น เคลื่อนกายไปยังบานหน้าต่างและได้มองขึ้นไปยังท้องฟ้าที่ถูกประดับด้วยหมู่ดาว  

ดวงตางามเป็นประกายแวววาวดั่งเเสงสะท้อนในทะเลสาบ... 

ในความสุขุมและอิริยาบถงดงามอันสูงส่ง นำพาซึ่งบรรยากาศคุกคามของความตายที่สามารถปลดปล่อยมันออกมาได้อย่างอิสระ ในสิ่งนี้ นางเรียนรู้มันมาจากเทียนฟง ไม่ว่าแววตาหรือท่วงท่าสง่างามล้วนยึดถือพญามัจจุราชน้ำแข็งเป็นเยี่ยงอย่าง เพื่อสะกดข่มความอ่อนด้อยของตนเอง ความงดงามของหญิงสาวและสายตาเย็นชาอันสูงส่ง ได้ทำให้ชายหนุ่มบังเกิดความรู้สึกประหม่าราวกับบ่าทั้งสองได้แบกรับท้องฟ้าเอาไว้ แม้ว่ามันจะได้รับการฝึกฝนมาอย่างหนักเพื่อรับมือกับการถูกบังคับข่มขู่ให้คายความจริง แต่ในเบื้องหน้าจางหยวนลี่ ราวกับมีอำนาจลี้ลับที่ทำให้ผู้คนต้องขวัญผวา

เมื่อต้องมาเจอสภาวะกดดันของหญิงสาว ดวงตาเอี้ยนเอ๋อจึงสั่นไหวจ้องมองนางด้วยความรู้สึกซับซ้อน...

ในขณะที่จ้องมองขึ้นไปยังราตรีกาล หยวนลี่ได้ลอบสังเกตสีหน้าซีดเซียวของเอี้ยนเอ๋อด้วยหางตา

"ข้าเพียงแค่ต้องการกระตุ้นความจริงใจต่อพญามัจจุราชน้ำแข็งเท่านั้น" คำของนางเเฝงไปด้วยบรรยากาศอันตราย น้ำเสียงอ่อนหวานเเละนุ่มนวลล้วนหนักเเน่น  

หยวนลี่แสร้งถอนลมหายใจ นางได้คิดแผนการนี้มานานแล้วแต่เป็นความคิดที่จะงัดขึ้นมาใช้เมื่ออับจนหนทางเท่านั้น  ไม่คิดว่ามันจะได้งัดออกมาใช้รวดเร็วถึงเพียงนี้

เอี้ยนเอ๋อเองก็มิได้โง่เขลา สายตาที่มองดูหยวนลี่อย่างซับซ้อนได้แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด "ท่านจะยืมมือผู้อื่นเพื่อฆ่าคน?" ความทะมึนได้แผ่ซ่านออกมาจากดวงตากลมโตที่แข็งกระด้าง ทั้งขุ่นเคืองเเละไม่พอใจ

"นายหญิง... ท่านกำลังดูถูกความจริงใจที่นายท่านมีต่อหญิงสาว ท่านทำเยี่ยงนี้มิเท่ากับว่าบังคับจิตใจนายท่านให้สังหารญาติพี่น้องของตนเองหรอกหรือ? แม้ว่านายท่านจะเด็ดขาดต่อทุกสิ่ง แต่เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ หักหาญน้ำใจบุรุษที่ท่านรักนี่มิใช่หนทางที่ดีนัก" เอี้ยนเอ๋อกล่าวเตือน ทว่าคำเตือนของมันไม่ต่างอันใดกับสายลมที่หวีดหวิวอยู่ในใจหยวนลี่

ดวงตาแข็งค้างได้มองชายหนุ่มอย่างทะลุทะลวง ดวงหน้าชะงักงันและมีความด้านชายิ่งกว่าการถูกตบหน้าด้วยฝ่าเท้า 

เมื่อหันไปถลึงตาใส่เอี้ยนเอ๋อเพื่อเตรียมผลุสวาท ทว่านางต้องเก็บคำเมื่อนึกขึ้นได้

บัดซบ! ในสายตาพวกมันข้ารักเทียนฟง? ไอ้มารดามันข้ารึรักเทียนฟง!

หยวนลี่บังเกิดความคิดยุ่งยาก การกล่าวปฏิเสธในความสัมพันธ์อันคลุมเครือระหว่างนางและต้าหลงเทียนฟง ไม่ส่งผลดีอันใดต่อความมั่นคงของนางนัก ถึงอย่างไรนางก็ยังต้องการ Back up ที่เอาแต่พูดพร่ำว่ารักนางคุ้มกะลาหัว

"..." หยวนลี่เก็บงำความเกรี้ยวกราดก่อนจะฉีกยิ้มกว้างจริงใจ "เเน่นอนว่าข้าไม่อยากทำเช่นนั้น แต่ในฐานะฮองเฮาที่ค้ำคอ ข้าย่อมมิอาจสมหวังในความรักที่มีต่อเทียนฟง..." 

นางมีสีหน้าหม่นเศร้า หญิงสาวแสร้งปั้นหน้ายิ้มขื่นเพื่อให้แลดูน่าเวทนาที่สุด

ไม่ว่าอย่างไร จิตใจนางก็เป็นบุรุษย่อมต้องรู้จุดอ่อนของบุรุษด้วยกัน เท่ากับว่านางได้ถือไพ่ตายเหนือกว่า เมื่อเอี้ยนเอ๋อเห็นโฉมสะคราญดวงตาเอ่อนองด้วยน้ำตา ความเศร้าโศกได้ทำให้บรรยากาศเกิดความกระอักกระอวนใจ 

ในมารยาหญิงสาวใช่ว่าจะทำยากเสียเมื่อไร ก็แค่บีบน้ำตาเล็กๆ น้อยๆ ก็สั่นสะเทือนจิตใจบุรุษให้ทลายลงแล้ว นี่เป็นผลพลอยได้ที่หยวนลี่ได้อยู่กับฝูลี่จอมเจ้าน้ำตา เมื่อนางตระหนักว่า ฝูลี่มักจะเอ่อคลอน้ำตาเสมอในยามที่นางเริ่มทำตัวเหลวไหลหรือแม้แต่กล่าววาจาลึกซึ้งจริงใจ นั่นคือท่าไม้ตายของสตรีที่ใช้กับบุรุษเเละมันยังได้ผลกับหยวนลี่ในร่างนี้อีกด้วย

เมื่อจมอยู่ภายใต้ความอาลัยรัก หยวนลี่ได้ถอนลมหายใจออกมาอีกคำรบหนึ่ง นางกล่าวด้วยรอยยิ้มอ่อนล้า "แม้เจ้าจะนำเรื่องนี้ไปบอกกล่าวต่อเทียนฟง ข้าก็ไม่คิดที่จะโกรธเคืองเจ้า นี่เป็นทางออกเพียงหนทางเดียวที่ข้าคิดได้ในยามนี้ นายเจ้าจะคิดเยี่ยงไรก็สุดแล้วแต่ใจ..."

ดวงตาของหญิงสาวได้ทอดมองออกไปไกลแสนไกล ราวกับว่านางกำลังแบ่งปันความอ้างว้างแก่บุรุษที่เพิ่งได้พบ

เอี้ยนเอ๋อรู้สึกสับสน มันได้มองร่างบอบบางที่กำลังยืนเหม่อลอย 

ชายเสื้อที่สะบัดพลิ้วราวกับว่ามันได้นำพาหญิงสาวให้ล่องลอยดุจเซียนน้อย กอปรเส้นผมที่กำลังคลอเคลียใบหน้าละเอียดลออ ยิ่งเสริมดวงหน้าให้เเลดูบริสุทธิ์เเละปราศจากพิษภัย เมื่อนำทั้งสองสิ่งมาบรรจบ ได้สั่นคลอนจิตใจเอี้ยนเอ๋อให้สะกดกลั้นลมหายใจให้จมลงไปในห้วงเหวโดยมิรู้ตัว 

ชายหนุ่มได้กล่าวขึ้นโดยลังเล "ท่านมีเเผนการในใจอย่างนั้นหรือ? ท่านจงอย่าได้ลืมตระหนักในข้อนี้ เเม้ท่านได้รับพลังปราณเทพยุทธก็ใช่ว่าจะสามารถต่อกรกับศัตรูได้ตามอำเภอใจ"

หยวนลี่ได้หันมามองชายหนุ่ม ดวงตาของนางอบอุ่นเเม้ว่าดวงหน้าจะเศร้าหมอง

 "เอี้ยนเอ๋อ... ข้าและจ้าวถางคือศัตรูนับตั้งแต่ที่ข้าฟื้นขึ้นมาจากความตาย..." หยวนลี่ได้กล่าวขึ้น นางเงียบไปครู่เพื่อให้ถ้อยคำนั้นจมหาย ก่อนจะกล่าวออกมาอีกว่า "เจ้าเคยผ่านความตายมาแล้วหรือไม่? ทว่าตัวข้าเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่เดิมข้าคือสตรีที่อ่อนแอและมีจิตเมตตาต่อผู้อื่น ทว่าความเมตตาของข้ากลายเป็นดาบสองคมที่ได้ทำลายตัวข้าเอง"

"ความอ่อนด้อยและความอ่อนแอของข้าเปรียบดั่งคมหอกที่พุ่งกลับมาทำร้าย ข้ามีมลทินที่มิอาจลบล้าง อีกทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นฮองเฮาแห่งต้าหลง แม้เรื่องลับในวังหลังมิอาจเปิดเผยสู่สาธารณะชน ทว่าในความเป็นจริงที่ข้าคือฮองเฮา นั่นคือสิ่งที่มิอาจหลีกเลี่ยง..."

หยวนลี่เเสร้งพยายามเก็บกลืนความขมขื่นลงไป ก่อนจะกล่าวออกมาอีกว่า "มีเพียงความตายเท่านั้นที่จะลบล้างมลทินของข้า เมื่อข้าตายแล้ว จ้าวถางจำเป็นต้องตกตายลงไปด้วยเช่นกัน!" 

เมื่อมาถึงจุดนี้ ดวงหน้าของหญิงสาวจึงกลับมาปลอดโปร่งอีกครั้ง มีรอยยิ้มดั่งบุปผาพิษที่แย้มบานในฤดูวสันต์

เหน็บหนาว... และอวลไปด้วยความรื่นเริงในความตาย!

"แต่ข้าจะไม่ตาย! ข้าได้เตรียมการเรื่องนี้เอาไว้แล้ว หากเป็นไปตามที่ข้าได้วางแผน ข้าจะได้อยู่กับคนที่ข้ารัก (นางหมายถึงฝูลี่) และตราบจนวันตายของข้า ข้าจะใช้ชีวิตเสพสุขความอิสระกับเขาและไม่ต้องพะวงต่อสิ่งใดอีก เอี้ยนเอ๋อ เจ้าไม่คิดว่าเรื่องนี้เป็นทางออกที่ดีหรอกหรือ?"

กระแสเสียงหัวเราะอันเยือกเย็นได้กลบบรรยากาศหม่นเศร้าเป็นปลิดทิ้ง มีเพียงความกระจ่างใส และความสุขที่คาดหวังแม้ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรมเท่าที่ควร แต่นั่นก็ทำให้นางสามารถหัวเราะออกมาด้วยกระแสเสียงหวานและเป็นธรรมชาติที่สุด   

เอี้ยนเอ๋อมองดูหญิงสาวราวกับคนโง่เง่า ชายหนุ่มเเม้ภายนอกคือเด็กสาววัยสิบห้าปี เเต่นี่เป็นเพียงเคล็ดวิชาหดกระดูกเปลี่ยนโฉมหน้าเท่านั้น ตัวมันเเท้จริงเเล้วมีอายุสิบเเปดปี เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหญิงสาวที่อายุเพียงสิบหกปี มิหนำซ้ำ มันไม่เคยได้ยินมาก่อนว่านางเคยสังหารผู้คน เเต่ทว่าคำตอบอันอ่อนหวานของนางที่ฟังราวกับเสียงพิณกระชากวิญญาณ กลับเเฝงไปด้วยความโหดเหี้ยมที่ไม่อาจคาดเดา ชายหนุ่มจึงคิดว่า ในการสืบค้นข้อมูลความเป็นมาของจางหยวนลี่นั่นย่อมมีสิ่งผิดพลาด!

พวกมันได้พลาดความจริงบางอย่างที่คาดไม่ถึง

หยวนลี่ได้ล้มป่วยเมื่อหลายเดือนก่อน นางกำนัลฝูถึงขนาดใจกล้าบ้าบิ่นแอบลักขโมยตัวยาที่ทางหอโอสถหลวงได้เพาะปลูกไว้ที่โรงเพาะปลูกสมุนไพร เพื่อนำมันมารักษาจางฮองเฮาที่ใกล้ตาย ในขณะที่ผู้คนไม่รู้ความเป็นตายของนาง ในวันนี้เอี้ยนเอ๋อได้ทราบแล้ว! หญิงสาวที่น่าเวทนาผู้หนึ่งได้ก้าวข้ามความตาย หากไม่ทำตัวให้เข้มแข็งขึ้นก็คงเป็นเพียงเศษสวะที่รอคอยวันตายเท่านั้น

แววตาเอี้ยนเอ๋อเปลี่ยนไปหลังจากที่ชายหนุ่มได้ฟังความจริงใจจากหญิงสาว

นี่ไม่จำเป็นเลยที่หยวนลี่จะต้องเเสร้งทำเป็นคนดีเอี้ยนเอ๋อชอบคนประเภทนี้ที่สุด! ทั้งงดงาม และฉลาดหลักแหลม ไม่เพียงเท่านั้น นางยังมีจิตใจเด็ดเดี่ยวเฉกเช่นบุรุษ ความจริงใจไม่เสแสร้งอ่อนแอของนางทำให้ชายหนุ่มเยี่ยงมันบังเกิดความเลื่อมใส มันจึงไม่คิดทำตัวห่างเหินอีกต่อไป

"เช่นนั้น... ข้าจะยอมทำตามท่านสักครั้ง เเต่ข้าขอเตือนท่าน! แม้ว่าฮ่องเต้ไม่อาจจดจำพวกท่านทั้งสองได้ และเข้าใจว่าแม่นางฝูคือท่าน ทว่าในวังหลังมีคนอีกมากที่จดจำนางได้ ยามนี้ฮ่องเต้มีความประสงค์ที่จะคืนตำแหน่งและอำนาจให้แก่ฮองเฮา เมื่อกลับตำหนักหงลี่แล้ว เป็นไปได้ยากที่นางจะไม่ถูกจับได้... ข้าคิดว่าท่านควรลงมือกระทำให้เร็วที่สุด!"

คำของเอี้ยนเอ๋อทั้งหนักแน่นและเด็ดเดี่ยว เปลี่ยนไปต่างจากเดิมในคราแรกแม้แต่หยวนลี่เองก็ยังรู้สึกประหลาดใจ

ดวงตากลมโตประกายวาบเมื่อได้ฟัง

"เจ้ารู้อันใด?" หยวนลี่รีบเอ่ยถาม มีความเครียดขรึมส่งผ่านทางแววตา

"นี่เป็นความลับสุดยอดแห่งหน่วยสายสืบเงาชินอ๋อง... ดูเหมือนว่านอกจากฮ่องเต้แล้ว ยังมีคนผู้หนึ่งที่ต้องการตัวท่าน" สีหน้าเอี้ยนเอ๋อยิ่งมองยิ่งทะมึน เงียบไปครู่ราวกับลังเล ก่อนจะกล่าวออกมาอีกว่า "ยามนี้ฮ่องเต้ทราบแล้วว่าแม่นางฝูคือฮองเฮาตัวปลอม ในก่อนหน้านี้ฮ่องเต้ได้พบกับคนผู้หนึ่งในสถานที่นัดพบ ชายผู้นั้นมีภาพวาดของท่านและมันได้เสนอข้อแลกเปลี่ยนต่อฮ่องเต้ นี่คือเหตุผลว่าเพราะเหตุใดฮ่องเต้จึงไม่เสด็จมาที่นี่อีกนับจากคืนนั้น"

เอี้ยนเอ๋อหยุดชะงักไปครู่ ความคิดความอ่านชายหนุ่มล้วนรอบคอบเสมอ แม้มันจะกล่าวความจริงทว่ามันกลับเลี่ยงเอ่ยในสิ่งสะเทือนใจเพื่อมิให้หญิงสาวมีอารมณ์ร้อนและหุนหันพลันแล่น ถึงอย่างไร ตัวมันไม่รู้จักหยวนลี่ดีนัก ความเยือกเย็นและสง่างามของนางย่อมมิอาจทนเห็นคนสนิทเยี่ยงแม่นางฝูต้องเผชิญกับเรื่องเลวร้ายนี่เป็นแน่ นางย่อมเสียใจและกล่าวโทษตนเอง

เมื่อไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน มันจึงเลี่ยงในเรื่องนี้และกล่าวออกมาทั้งหมด "แผนของมันคือล่อลวงให้ท่านปรากฏตัวออกมา... ในก่อนหน้านี้มันได้วางแผนทำดีต่อฮองเฮาเพื่อให้นายท่านตายใจ  พวกมันได้คิดว่าฮองเฮาตัวจริงอยู่ภายใต้การคุ้มครองของนายท่าน เหตุการณ์ที่หอโคมฟ้าทำให้พวกมันคิดเช่นนั้น"

"ฮ่องเต้คิดวางแผนจะกำจัดพระปิตุลาในสายเลือด! ข้าขอคืนคำที่ว่าเลือดย่อมต้องข้นกว่าน้ำเพื่อลองใจท่าน นายหญิง... นายท่านได้เตรียมการเพื่อถอนรากถอนโคนพวกมันแล้ว หากท่านคิดจะเสริมแรงเพื่อกระตุ้นให้เรื่องนี้เป็นไปอย่างรวดเร็วอย่าได้รีรอ หากไม่แล้ว ภัยอันตรายจะวิ่งเข้าใส่พวกท่านดุจคันสรวิ่งตรงออกมาจากแล่ง พวกเราไม่อาจคาดเดาเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นนับจากนี้"

บัดซบ!

หยวนลี่เบิกตาค้างสีหน้าตื่นตะลึงเมื่อได้ฟังความลับวงในทั้งหมด ไม่คิดว่าเทียนฟงจะกระทำในสิ่งที่นางเคยยั่วยุเอาไว้ในก่อนหน้านี้ ไม่เชื่อว่ามันจะรวดเร็วกว่านางไปหลายก้าว!

ในความรักที่เทียนฟงมีให้แก่หยวนลี่ มันสามารถคิดสังหารผู้ที่กล้าข่มเหงนางแบบถอนรากถอนโคนโดยไม่ลังเล หยวนลี่ตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก หรือแน่ชัดแล้วที่นางไม่สามารถรอดพ้นไปจากพญามัจจุราชน้ำแข็งผู้นั้นได้?

หยวนลี่รู้สึกละอายใจ พลันรอยยิ้มลี้ลับปรากฏขึ้นบางเบาบนมุมปากเเทบมองไม่ออก เป็นรอยยิ้มเเห่งความน่านับถือต่อคนผู้หนึ่ง

แม้ความคิดของพวกเขาจะตรงกัน หากแต่ทว่าจุดมุ่งหมายในการคิดกำจัดจ้าวถางล้วนสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง มิหนำซ้ำ ศัตรูยังรับรู้การเคลื่อนไหวของนาง เเผนการของเทียนฟงจะต้องถูกจับตามอง สู้ให้นางสนับสนุนเเละปลีกตัวออกมาไม่ดีกว่าหรือ? โชคยังดีที่จ้าวถางเป็นคนเหลี่ยมจัด หากมันโหดเหี้ยมเฉกเช่นผู้เป็นอาไม่แน่ว่าฝูลี่คงได้ตกตายตั้งแต่วันที่มันทราบความจริง เเละหยวนลี่เองอาจได้ถูกเปิดโปงความไร้ยางอายออกมาฐานคบชู้กับชินอ๋อง!

ดูเหมือนว่าต้องวางแผนให้รอบคอบกว่านี้ เพื่อให้นางและฝูลี่ได้หลุดพ้นออกมาจากความวุ่นวายนี่ทั้งหมด เมื่อคิดเช่นนั้นดวงตาก็ให้ประกายแวววาบ นางมองเอี้ยนเอ๋ออย่างคาดหวังและมีความมั่งคงเชื่อมั่นในตัวชายหนุ่ม หญิงสาวใช้สายตาและความจริงใจทั้งหมดเพื่อซื้อใจมัน

"นี่คือความจริงทั้งหมดรึ?" หยวนลี่แสร้งเอ่ยถามกำลังชักนำให้ชายหนุ่มเดินเข้ามาในแผนการ

"ขอรับ นี่คือความลับที่ข้าได้สืบมาทั้งหมด" เอี้ยนเอ๋อยืนยันด้วยท่าทางหนักแน่นและผึ่งผ่าย มีความองอาจกำจายออกมาย้อนแย้งความเป็นสตรีในร่างกายบอบบาง

หยวนลี่มองมันอย่างประเมินด้วยอารมณ์อันเยือกเย็น นางพยักหน้าและกล่าวด้วยคำหวานหนักแน่น "หากเป็นเช่นนั้น ข้าจะลงมือให้เร็วที่สุดแต่..." สีหน้านางเป็นกังวล "นี่เป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยง ข้าไม่ปรารถนาให้ใครมาทำลายแผนการของข้าแม้แต่เทียนฟง... ในเรื่องนี้..." นางมองเอี้ยนเอ๋ออย่างมีความหวัง

"ข้าจะไม่รายงานเรื่องนี้ให้นายท่านทราบ" ชายหนุ่มประสานมือกล่าวคำอย่างไม่ลังเล รับปากทันควันที่แม้แต่หยวนลี่เองก็ยังไม่จำเป็นต้องเอ่ยมันออกมา

เอี้ยนเอ๋อได้เชื่ออย่างสนิทใจ ในความรักของหญิงสาว หยวนลี่สามารถเดินเข้าไปในเปลวเพลิงเพื่อที่นางจะได้ใช้ชีวิตอยู่กับคนที่นางรักได้อย่างผาสุก เป็นวาสนาของพวกเขาที่ได้ครองรักกัน

เอี้ยนเอ๋อผู้ที่มีนิสัยซับซ้อน มิได้ฉุกคิดไปมากกว่าเรื่องนี้อีกแล้ว

หยวนลี่แค่นเสียงหัวเราะชั่วร้ายในใจ  

"ข้าคงต้องฝากฝูลี่ไว้กับเจ้าอีกสักพัก... หากเป็นไปได้ ข้าอยากให้เจ้าหาหนทางพานางหนีออกไป" หญิงสาวได้ฝากความหวังแก่ชายหนุ่ม ทว่าใบหน้าเอี้ยนเอ๋อมีสีหน้าปั้นยาก

ดวงตาเอี้ยนเอ๋อหลุบต่ำและกำลังครุ่นคิด

เพียงครู่เดียวชายหนุ่มจึงเงยหน้าขึ้นด้วยหางคิ้วจรดแน่น "เรื่องนี้ข้ามิอาจทำตามคำสั่งท่านได้ ข้าอยู่ภายใต้คำสั่งของนายท่านเพียงผู้เดียว อีกอย่าง... ทั่วทั้งวังหลวงฮ่องเต้ได้กระจายเวรยามเอาไว้อย่างแน่นหนา แม้แต่ตำหนักเหิงยังมีคนคอยจับตามองอยู่ไม่ห่าง  เหตุผลที่ข้าได้ล่วงเกินท่านก็ด้วยเหตุผลนี้ โชคดีของท่าน ที่นายหญิงมีปราณเทพยุทธในธาตุทองพวกมันจึงมิอาจตรวจสอบท่านพบ หากไม่แล้ว ยามนี้ฮ่องเต้คงได้ส่งทหารมาปิดล้อมตำหนักไว้เพื่อควบคุมตัวท่าน"

ความคิดความอ่านของเอี้ยนเอ๋อรอบคอบอย่างไร้ที่ติ เป็นจริงดังที่มันบอกจริงๆ หยวนลี่สัมผัสได้ถึงบรรยากาศอันไม่ชอบมาพากลตั้งแต่ที่นางก้าวเท้าออกมาจากวังชินอ๋อง

นี่คือคำเตือนของเทียนฟงที่ได้กำชับนางเอาไว้อย่างนั้นหรือ?

เมื่อนางหันสายตาไปยังม่านมุกที่ปกปิดส่วนในของห้องนอน มีเพียงเงามืดให้เห็น

ท่ามกลางฉากกั้น มีเงาสายหนึ่งดำมืดอยู่หลังฉากไม่ไกลจากพวกเขามากนัก เงาสายนั้นมีรูปร่างบอบบางมือเรียวเล็กของเงากำลังบีบแน่นราวกับพยายามยับยั้งอารมณ์ทั้งหมด หยวนลี่มิได้ใส่ใจหรือมองเห็นสิ่งใดไปมากกว่าความมืดเรือนลาง

หญิงสาวหันกลับมายังเอี้ยนเอ๋อ

ในแววตาสงบนิ่งและความคิดลึกซึ้งยากคาดเดา เอี้ยนเอ๋อไม่อาจมองเห็นแม้แต่ความคิดของจางหยวนลี่ นางจมอยู่ภายใต้ความคิดอันซับซ้อนของนางอีกครั้ง เมื่อความกดดันได้ซึมผ่านทุกอณูร่างชายหนุ่ม รอยยิ้มงดงามในบรรยากาศน่ากลัวได้เผยสู่สายตา

"เช่นนั้น... นี้ไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว" 

หยวนลี่ยอมสลัดทิ้งซึ่งความปรารถนาของนางทั้งหมด เเม้เเต่ความคิดที่นางจะก้าวข้ามความต่ำต้อยเเละเป็นผู้ฝึกยุทธที่อยู่เหนือผู้คน เเม้เเต่ภาพวาดทิวทัศน์ที่เป็นต้นเหตุของเรื่องราวเฮงซวยนี่ทั้งหมดนางยังโยนทิ้งอย่างไร้เยื่อใย

หากเทียนฟงมีเเผนการ นางเองก็มีเเผนการ

หยวนลี่จ้องตาเอี้ยนเอ๋อและได้กล่าวสั่ง

"เจ้ากลับไปบอกแก่เทียนฟงว่าข้าจะไม่กลับไปวังชินอ๋องอีก ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตามข้าไม่ปรารถนาที่จะขอความช่วยเหลือจากเขา... รวมถึงเจ้า ไม่จำเป็นที่จะต้องปลอมตัวเป็นนางกำนัลอีกแล้ว"

เอี้ยนเอ๋อขมวดคิ้วมองหญิงสาวด้วยความไม่เข้าใจ เมื่อสบดวงตาเป็นประกายดั่งดวงดารามีแววตาลึกซึ้งอันหม่นเศร้า คาดว่าในเรื่องนี้คงเป็นแผนการของหญิงสาวด้วยเช่นกัน ชายหนุ่มเพียงรับคำและจากไปอย่างเงียบเชียบ

เมื่อตำหนักเหิงตกอยู่ภายใต้บรรยากาศอันกดดันที่หยวนลี่ได้ก่อขึ้น ความหงุดหงิดทำให้นางต้องปลดปล่อยเพลิงโทสะเเผดเสียงคำรามต่ำ

"บ้าเอ้ย! เวรกรรมอันใดของตรูฟระ ต้องมาเจอกับเรื่องที่มิใช่เรื่องของตนเอง แถมยังอยู่ในร่างสตรีที่ยังใช้การไม่ได้ ความสวยนี่กินไม่ได้นะเว้ย!" ดวงตากลมโตมีแววเกรี้ยวกราดในขณะที่มองขึ้นไปยังท้องฟ้าและคิดอยากด่าทอสวรรค์อีกครั้ง  

"ฮึ่ย!" เมื่อไม่สามารถทำอันใดได้ หญิงสาวเพียงระบายอารมณ์ลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งด้วยการเตะมันดัง ปัง! พลังปราณที่ไม่อาจควบคุมได้อย่างมั่นคงได้ส่งผลให้เก้าอี้ตัวนั้นแตกเป็นชิ้นๆ โดยที่มันไม่แม้แต่จะขยับ

ดวงตาของนางแผ่ไอทะมึนออกมาอย่างรุนแรง

ในจิตสังหารที่สามารถปลดปล่อยมันออกมาได้อย่างอิสระ ในอิริยาบถสงบเยือกเย็นอันสูงส่ง ล้วนทำให้บรรยากาศในตำหนักเหิงบังเกิดความกดดันคุกคามที่เกาะกินจิตใจเงาสายหนึ่งให้ยืนตัวสั่นภายใต้เงามืด

หยวนลี่กล่าวคำด้วยดวงตาแดงก่ำ "ในเมื่อไฟได้ไหม้มาถึงขนคิ้วแล้ว นี่เป็นเพียงวิธีเดียวเท่านั้น... มันจะต้องได้ผล!"

เช้าวันต่อมา เทียนฟงได้รอคอยหยวนลี่อย่างใจเย็นอยู่ในตำหนัก...

ในวันนี้ชายหนุ่มแต่งตัวเรียบง่ายด้วยอาภรณ์สีขาวขลิบลายแปดมงคลแดง คาดเอวประดับแผ่นเงินตราอินทรีย์ เส้นผมสีดำขลับครึ่งหนึ่งรัดเกล้าด้วยหยกขาวส่งเสริมให้ใบหน้าคมคายโดดเด่นดั่งดวงตะวัน เมื่อมองโดยรวมแล้วความเรียบง่ายล้วนส่งเสริมให้ชายหนุ่มดูราวกับบัณฑิตผู้พรั่งพร้อมไปด้วยปัญญา แม้เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่จะเรียบง่ายดุจสามัญชนทั่วไป แต่ในความเรียบง่ายกลับมิอาจปกปิดความสูงส่งและสง่างามในตัวของมันได้เลย

ในความพิถีพิถันในการแต่งกายตนเองกว่าทุกวัน ทำให้เทียนฟงรู้สึกเบิกบานในอารมณ์...

ราวกับท้องฟ้าได้กลับด้านเมื่อเทียนฟงหันมาใส่ใจในการแต่งกายตนเองเพื่อสาวงาม แต่ไม่ว่าชายหนุ่มจะรอคอยหยวนลี่นานเท่าใด กระทั่งยามสายในรุ่งเช้า หญิงสาวที่ได้รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่านางจะกลับมาในก่อนหน้านั้น กลับไม่โผล่มายังตำหนักชินอ๋องแม้แต่เงา

ชายหนุ่มรอคอยหญิงสาวตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง แม้บัดนี้ท้องฟ้าปลอดโปร่ง แสงสีทองได้อาบแผ่นดินต้าหลงจนบังเกิดภาพงดงามสะเทือนอารมณ์ ไม่ว่าเขาจะรอคอยหรือเคยย้ำเตือนนางแล้วว่าให้กลับมาที่นี่ก่อนรุ่งเช้า การผิดคำสัญญาของนางก็มิได้นำพาให้เทียนฟงชินอ๋องที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ขัดเงาให้มีท่าทางกรุ่นโกรธหรือขัดเคืองอันใด ดวงตาเย็นชาได้หลบซ่อนภายใต้แพตาสีดำเข้ม มีความสุขุมในยามที่รอคอยหญิงสาวอย่างใจเย็น

เมื่อสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวที่สืบเท้าเข้ามาภายในอย่างรีบร้อน เทียนฟงจึงลืมตาขึ้นอย่างแช่มช้า...

"ฝ่าบาท" รุ่ยซีถิงเอ่ยเรียก สีหน้าของมันมีความไม่สบายใจ

"เกิดอันใดขึ้น" ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยกระแสเสียงลุ่มลึก หากแต่มันเป็นความเย็นชาเมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของรุ่ยกงกง ดั่งมีลางร้ายเป็นสัญญาณที่ไม่ดีพาดผ่านเข้ามาในใจ

"มีเหตุด่วนจากสำนักอี้หลิวพะยะค่ะ! อีกทั้งนายหญิงยัง..." รุ่ยซีถิงได้โน้มกายกระซิบกระซาบ

พลันนัยน์ตาเย็นเยือกของพญามัจจุราชประกายแวววาบครู่หนึ่ง เพียงครู่เดียวจึงกลับมาสงบนิ่งดั่งดวงตาลึกล้ำได้จมอยู่ภายใต้ก้นบึ้งมหาสมุทร คิ้วเรียวดั่งกระบี่มีริ้วรอยแห่งความไม่พอใจฉายชัดลงบนใบหน้าเย็นชา ราวกับว่ารอบกายพญามัจจุราชน้ำแข็งได้กำจายด้วยบรรยากาศแห่งความตายข่มขวัญ! 

เทียนฟงลุกขึ้นยืน ชายหนุ่มกล่าวด้วยคำเกรี้ยวกราด "รนหาที่ตายนัก! ข้าจะฆ่าพวกมันทุกคน ส่วนเหมยลี่... ข้าจะกลับมาคิดบัญชีกับนางทีหลัง!" ร่างสูงได้สืบเท้าออกไปจากตำหนักอย่างดุดัน ทิ้งความเป็นบัณฑิตปุถุชนเอาไว้เบื้องหลัง

ในเพลานั้น ท้องฟ้าได้เปลี่ยนสีเป็นมืดครึ้ม ฝนผิดฤดูกาลได้ครอบคลุมไปทั่วทั้งวังหลวง...

 

 

 

 

 

 

------------------------------------------------------------------------------------------------------

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นทุกท่านนะคะ มีแรงปั่น คึคึ เวลาเบื่อเหนื่อยๆ ก็อ่านวนไปจะได้มีกำลังใจ

ชอบคอมเม้นที่กล่าวอินไปในแต่ละตอนมาก พอเห็นทุกคนมีอารมณ์ร่วม มันทำให้ผู้เขียนฮึดในยามท้อ

ส่วนในเนื้อเรื่องนิยายของตอนนี้... อูยยยยย ตึงมือเหลือเกินอารมณ์หลากหลาย มึนๆ อึนๆ แก้พลอตอยู่สองสามรอบไม่ต้องหลับต้องนอนกันเลยทีเดียว ใจมันพะวง เข้าโหมดเซียน เอ้ย! ดุเดือดแล้ว แง้งงงง คาดว่าอีกหลายตอนเลยกว่าถึงจุดของอารมณ์ขัน ปรกตินางเอกก็ออกแนวๆ เชื่อมั่นในตัวเองสูง ขี้เก็ก กวนตีน... เอิ่ม... (ไม่รุคิดเองไม่เปล่ากลัวแม่ยกหยวนลี่ตืบเอา) แต่นางก็กวนๆ อะเนอะ (เอ๊า เอ็งใส่คาแรคเตอร์ให้นางเองไม่ใช่เรอะ!!)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

1,104 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 19:42
    กำลังดุเดือน เอาจริงนางไม่รู้ถึงเงาที่แอบซ่อนอยู่หรอ แล้วสายลับเนี่ยก็ไม่รู้สึกหรอว่ามีคนแอบฟัง แล้วฮ่องเต้ก็รู้แล้วว่ามีตัวปลอม
    #1024
    0
  2. #666 Nattalop Bunloy (@galcial) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 23:28
    Thank!!
    #666
    0
  3. #521 Tarntarnz (@tarnz666) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 21:02
    เงาดำๆนั้น ฝูลี่แอบฟังใช่ไหม
    ฝูลี่ ห้ามหักหลังหยวนลี่นะ
    นางรักของนางมากจริงๆนะ
    #521
    0
  4. #512 JikkoHza Xuounoy (@jikkoh-sanrio) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 23:15
    แอร๊ยยยยยยยย. ค้างค่ะ. ค้าง. ท่านอ๋อง. รีบๆจบเกมนี้โดยด่วน. เรารอๆๆๆๆๆ
    #512
    0
  5. #508 oDeeo (@lnudeel) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 12:53
    ลุ้นๆๆๆๆ
    #508
    0
  6. #507 Joopiu (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 01:11
    โอ๊ยย ไม่มีคำบรรยาเราชอบนายเอกแบบนี้ที่สุด ชอบมาก แบบนี้แหละที่ตานหามาแสนนานน้ำตาจิไหล แบบมีความคิดความอ่านเป็นของตัวเอง มีความเป็นชาย?อันนี้ชอบมาก แมนสุดๆ ปลื้มปริ่มมากค่ะ ถึงจะมาอยู่ในร่างผู้หญิงแต่ก็ยังไม่ลืมกว่าตัวเองเป็นปู้ชายแบบนี้ชอบมากกก ไม่เหมือนบ้างเรื่องขนาดเป็นวายแต่สาวออกมากเหมือนสูญเสียความเป็นตัวเองแต่เรื่องนี้ไม่เลยนายเอกเป็นตัวของตัวเองมาก ขอบคุณนะคะที่เเต่งนิยายดีๆอย่างนี้ให้อ่าน

    ปล.ชอบตรงที่บุรุษรูปงานแต่มาดแมนนี่แหละสเปคเลย

    #507
    0
  7. #506 Chutinun8540 (@Chutinun8540) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 22:11

    รอนางเอกอินเลิฟ กันท่านอ๋อง
    สนุกมากค่ะไรท์
    #506
    0
  8. #505 W-raith (@W-raith) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 21:36
    ตายแน่ๆเหมยลี่ เล่นกะใครไม่เล่น 555555555555555555555555555
    ว่าแต่สำนักวายุครามคือที่ไหนหว่า นึกไม่ออก
    ปล.สนุกมากค่ะ เป็นกำลังใจให้น้า
    #505
    2
    • #505-1 Lunalinly (@giraya01) (จากตอนที่ 29)
      20 ตุลาคม 2559 / 21:51
      สำนักที่เทียนฟงเคยไปฝึกวิชาค่ะ =///= คิดได้ง่วงๆ หาชื่อเจ๋งๆ ไม่ออกเลยใช้ชื่อไทยไปเลย ตอนนี้เสียใจอยากเปลี่ยนเป้นชื่อจีน อะฮืออออออ

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 20 ตุลาคม 2559 / 22:06
      #505-1
    • #505-2 W-raith (@W-raith) (จากตอนที่ 29)
      21 ตุลาคม 2559 / 00:04
      กระจ่างแล้วค่ะ ขอบคุณที่มาตอบนะคะ ^^
      ชอบนิยายเรื่องนี้มากค่ะ เดินเนื้อเรื่องไม่ติดขัดเลย บรรยายส่วนเล็กส่วนน้อยได้ละเอียด นิสัยตัวเอกก็แน่วแน่ บางคนบอกให้นางรักเทียนฟงไวๆ แต่เรากลับชอบที่นางยึดมั่นใจความเป็นชาย(?)ของนางมากกว่า นางควรจะโดนเทียนฟงลงโทษให้ได้รับบทเรียนซะก่อนแล้วค่อยไปหลงรักเทียนฟงสินะคะ ><
      #505-2
  9. #504 น้ำใส ใจจริง (@jai_ruk) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 20:35
    อยู่ในร่างหญิงก็อย่าประเมินตัวเองสูงเกินไปนักแม้มีพลังอะไรนั่นก็เถอะ...อ่านไปอ่านมาก็ชักรำคาน...แล้วเมื่อไหร่หัวใจจะออกไปทางหญิงคะเมื่อไหร่จะยอมรับสภาพตัวเอง
    #504
    1
    • #504-1 Lunalinly (@giraya01) (จากตอนที่ 29)
      20 ตุลาคม 2559 / 21:59
      รำคาญมันลำบากนะคะ เราควรรำยืน เเงงงงงงง รู้สึกเจ็บปวดเเทนหยวนลี่
      #504-1
  10. #503 Trafagar (@0887446462) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 19:54
    เพิ่งเข้ามาอ่านสนุกมากๆเลยค่ะมาค่อไว้นะๆ
    #503
    2
    • #503-1 Lunalinly (@giraya01) (จากตอนที่ 29)
      20 ตุลาคม 2559 / 22:04
      จะพยายามค่า -0-/
      #503-1
    • #503-2 Lunalinly (@giraya01) (จากตอนที่ 29)
      20 ตุลาคม 2559 / 22:06
      จะพยายามค่า -0-/
      #503-2
  11. #502 มายเมจิ (@mojikiss) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 19:35
    กำลังสนุกเลย ขอบคุณค่ะ
    #502
    1
    • #502-1 Lunalinly (@giraya01) (จากตอนที่ 29)
      20 ตุลาคม 2559 / 22:07
      ขอบคุณเช่นกัลค่ะ
      #502-1
  12. #501 PimmyPk (@pimkulraphat) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 18:18
    เห็นด้วยกับความเห็นของคุณ Yunha ค่ะ ถึงวิญญาณจะเป็นชาย แต่มาอยู่ในร่างผู้หญิงนานแล้ว น่าจะเอนเอียงได้บ้างแล้วนะคะ เหมือนที่เคยดูซีรีย์จีนเรื่อง บันทึกรักข้ามภพ Go Princess Go หนุ่มเพลย์บอย ก็เข้ามาอยู่ในร่างฮองเฮา ตอนแรกก็ชอบผู้หญิงแบบนี้แหละ ซักพักก็เริ่มเอนเอียงไปทางฮ่องเต้ทั้งๆ ที่ฮ่องเต้ก็ร้ายกับนางนะคะ วางแผนฆ่าด้วยซ้ำ แต่นี่พระเอกดีกับนางทุกอย่างจะไม่ยอมให้นางมีใจกับพระเอกบ้างเลยหรือคะ ดังคำที่ว่าความรักไม่มีแบ่งแยกเพศ ( 5555เวิ่นเว้อ แค่ความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ) ยังไงก็ติดตามผู้แต่งต่อไปค่ะ
    #501
    1
    • #501-1 Lunalinly (@giraya01) (จากตอนที่ 29)
      20 ตุลาคม 2559 / 21:57
      เค้าสะเทือนใจนะตัวเอง T^T อีกเเค่2ตอนเอ๊งก็นางเอกก็จะใจตรงกันเเล้ว มีเซอร์ไพรซ์ด้วยเเงงงงงงงง ทำไมใจร้อนกันจังเลยเค้าเสียไต
      #501-1
  13. #500 bassjeedjad (@bassjeedjad) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 17:24
    หนีไม่พ้นเทียนฟงหรอกหยวนลี่เอ้ย
    #500
    1
    • #500-1 Lunalinly (@giraya01) (จากตอนที่ 29)
      20 ตุลาคม 2559 / 22:01
      หนีไม่พ้นเเถมยังจะโดนดีด้วยค่ะ หุหุ
      #500-1
  14. #499 piromandbew (@piromandbew) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 17:20
    สนุกดีค่ะ
    #499
    0
  15. #498 Phatranooch Piyanirun (@piyanirun) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 17:17
    ขอบคุณค่ะ
    #498
    0
  16. #497 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 16:53
    มาอีกนะรอลุ้นหยวนลี่กับเทียนฟง
    #497
    0
  17. #496 NongYingNutty (@haruminilove) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 16:52
    ใครหว่า คนในเงามืด หรือจะเป็นฝูลี่!! //ฮ่องเต้ออกมาแค่ชื่อก็ทำให้เหม็นขี้หน้าได้ 555555
    #496
    1
    • #496-1 Lunalinly (@giraya01) (จากตอนที่ 29)
      20 ตุลาคม 2559 / 22:09
      ตอนต่อไปคงได้สาปส่งกันเเน่ๆ เลย T^T
      #496-1
  18. #495 yunha (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 16:37
    สงสารเทียนฟงค่ะ เมื่อไหร่หยวนลี่จะใจอ่อนนะ เอ็นเอียงเป็นหญืงบ้างก็ได้นะ
    #495
    2
    • #495-1 Lunalinly (@giraya01) (จากตอนที่ 29)
      20 ตุลาคม 2559 / 22:03
      อยากบอกว่าเรื่องนี้นางเอกจะไม่เอนเอียงถึงกับกลายเป็นหญิงไปเลยนะคะ เเต่นางจะรักพระเอกมาก... อุ๊ย เราพิมพ์อะไรลงป้ายยยยยยยยยย
      #495-1
    • #495-2 Lunalinly (@giraya01) (จากตอนที่ 29)
      20 ตุลาคม 2559 / 22:03
      อยากบอกว่าเรื่องนี้นางเอกจะไม่เอนเอียงถึงกับกลายเป็นหญิงไปเลยนะคะ เเต่นางจะรักพระเอกมาก... อุ๊ย เราพิมพ์อะไรลงป้ายยยยยยยยยย
      #495-2