ตอนที่ 41 : ตอนที่39 โทสะที่โหมเเรงดั่งเพลิงไฟ 8/ธ.ค./59

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1729
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    12 ธ.ค. 59









ต้าหลงเทียนฟง "ใครหน้าไหนก็เเตะต้องเหมยลี่มิได้"

- 41 -



ของฝากจากต้าหลงเทียนฟงสร้างความเขย่าขวัญแก่ทุกผู้คน ทว่าของขวัญในคำถามกลับสร้างความประหลาดใจใคร่รู้สุดระงับมิให้แสดงออกมาทางสีหน้าของพวกมัน

มันเป็นของขวัญประเภทใด?

ศีรษะเหยียนเหวินจวี้กลิ้งอยู่เบื้องหน้าฮ่องเต้อย่างน่าสยดสยอง ชินอ๋องผู้นี้กล่าวว่าเป็นของฝากเมื่อใช้คำกำกวมเปรียบเทียบ ของขวัญนั่นย่อมต้องน่าสยดสยองยิ่งกว่าเป็นสองเท่าแน่ ยิ่งเห็นสีพระพักตร์หมองคล้ำ พวกมันก็ให้ฟันธงการมาเยือนของเทียนฟงคงไม่แคล้วมีคนตายอีกเป็นแน่

สองขาที่สั่นเทาแข็งค้างของพวกมันจึงเริ่มถดถอย ไม่ช้าไม่เร็วในห้องโอ่โถงจึงเหลือเพียงต้าหลงทั้งสองคน ขันทีชรายืนตัวสั่นประชันหน้าท่ามกลางบรรยากาศเลวร้าย

จะ เจ้า! เจ้ารอดมาได้อย่างไร!?” พู่จินหยงมีสีหน้าราวกับเจอภูตผีปีศาจ ไม่สนแม้กระทั่งตำแหน่งอันสูงส่งเอ่ยถามอ๋องหนุ่มราวกับไม่กลัวฟ้ากลัวดิน หากเบื้องหน้านั่นมิใช่ผี ย่อมเป็นพวกมันที่ถูกตลบหลังเข้าให้แล้ว!

หุบปาก!” จ้าวถางตวาดกร้าวดังกึกก้องไปทั่วห้องโถง คล้ายเสียงอัสนีที่ผ่าลงกลางใจขันทีชราให้สะท้านไปทั่วสรรพางค์กาย มีความตื่นกลัวตระหนกในความกริ้วโกรธ

เทียนฟงเลิกคิ้วคมดั่งกระบี่ขึ้น ท่าทีหยอกล้อบนใบหน้าเย็นชาของเขาได้หยุดลมหายใจพวกมันชั่วขณะ "หืม? หรือเจ้าหมายถึงสุนัขสี่ตัวที่ส่งไปต้อนรับข้า อืม... พวกมันทำให้ข้าเสียเวลาหาของฝากที่เหมาะสม เเต่เมื่อมาลองคิดดูให้ดี พวกเจ้าคงชื่นชอบในสิ่งนั้นที่ข้าส่งมาให้ในก่อนหน้า ทำให้ประหยัดเวลาได้ดีทีเดียว"

ใบหน้ายับย่นมากประสบการณ์ของพู่จินหยงซีดเผือด มันลอบปาดเหงื่อที่ข้างขมับในใจเย็นวาบ

ความผิดเลินเล่อของมัน ต่อให้รอดจากเงื้อมมือของเทียนฟง ย่อมต้องตกตายด้วยเพลิงโทสะของจ้าวถางอย่างมิต้องสงสัย มันตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างสิ้นเชิง

แต่เมื่อจิตใจปราศจากความหวัง ในแววตาจึงห่างไกลจากความเกรงกลัวคล้ายกับคนตายไม่มีผิด

ฝ่าบาท ความผิดในครั้งนี้ให้ข้าเป็นคนจัดการมันหันไปประสานมือร้องขอความตายด้วยตนเอง 

เทียนฟงมิได้มองมันด้วยแววตาดูถูกเหยียดหยามในพลังยุทธอันต่ำต้อยของมัน ในความกล้าหาญเทียมฟ้า เมื่อผู้ฝึกยุทธต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่ยอมรับในความตาย จะมิให้รู้สึกยินดีได้เยี่ยงไร ในท่าทางเย็นชาของชายหนุ่มจึงไม่อาจมองออกถึงความเมตตา มันพร้อมที่จะปลิดลมหายใจของขันทีชราได้เพียงการดีดลมปราณจากนิ้วมือเพียงพริบตาเดียว

การตายของมันย่อมไม่ทรมานเหมือนศัตรูที่เคยดาหน้าเข้ามา 

จ้าวถางสัมผัสได้ถึงจิตสังหารรุนแรง รอยยิ้มเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งของเทียนฟงมิได้มีความปราณีแม้แต่น้อย ฮ่องเต้หนุ่มไม่ได้สนใจพู่กงกงที่ทำตัวเยี่ยงวีรบุรุษยกมือสั่งห้ามให้มันหุบปาก

คำของเทียนฟงทำให้มันมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดี การตายของเหยียนเหวินจวี้นอกจากจะสั่นคลอนกำลังและอำนาจของมันแล้ว ยังมีผู้ใดที่ทำให้เทียนฟงนึกระแวงอยากกำจัดอีกเล่า?

เจ้าหมายความเยี่ยงไร?”

ชายหนุ่มได้ฟังคำถามแสร้งโง่ที่พ่นออกมาจากปากจ้าวถาง เขามีท่าทีผ่อนคลายลงเล็กน้อย

บนใบหน้ารูปงามดั่งหยกเผยรอยยิ้มไม่เชิงยิ้ม "เจ้ายังมิได้เปิดดูมันอีกหรือ? หรือเจ้าจดจำนางมิได้ น้ำเสียงเรียบเรื่อยราวกับสายน้ำยิ่งทำให้จิตใจจ้าวถางดิ่งลงเหว ช่างน่าสงสารนางนัก เมื่อยังมีชีวิตรูปโฉมงดงามสะท้านฟ้าสะเทือนดินเป็นที่โปรดปราน แต่เมื่อเนื้อกายไม่ต่างอันใดกับซากศพ ฮ่องเต้ก็สามารถละทิ้งความรักจากนางหลงลืมนางไปเสีย ชายหนุ่มเดาะลิ้นอย่างนึกขำ ช่างน่าเวทนาจริงๆ

บัดซบ!” มีเพียงคนโง่เท่านั้นที่ไม่รู้ความหมาย

หรือนั่นจะหมายถึงสนมเหยียน

ราวกับโลหิตได้กระอักขึ้นมาถึงคอหอย ร่างกายจ้าวถางยิ่งสั่นเทิ้ม แต่หาได้มีความเสียใจต่อการตายของสนมรักไม่

การถูกตลบหลังซ้ำยังโดนหลอกทำให้เสียหน้าไปไม่น้อย มันถูกทำราวกับเป็นคนบ้าผู้หนึ่งที่พยายามโค่นผืนฟ้าทลายแผ่นดิน ความพ่ายแพ้ในครั้งนี้ผลลัพธ์ที่ตามมาเป็นเช่นไรคงไม่ต้องคาดเดา

เหยียนเหวินจวี้และบุตรสาวถูกกำจัดอย่างเหี้ยมโหด ไม่ต้องพูดถึงลิ่วล้อที่ยามนี้คงไปต่อแถวเฝ้ายมบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นับจากนี้คงเป็นคิวของพวกมันที่จะได้ติดตามไปในภายหลัง

 “หืม? อะไรกันจ้าวเอ๋อโกรธแล้วหรือ?” เทียนฟงเอ่ยถามแกมขบขันเมื่อเห็นดวงตาแดงก่ำที่ทอดมองลงมา

มันมีทั้งความแค้นและความกลัวตายอยู่ในแววตาของมัน!

ต่อให้มันอาจหาญเทียมฟ้าสีหน้านิ่งสงบ ทว่าในส่วนลึกกลับกำลังสะบัดร้อนสะบัดหนาวหาทางหนีทีไล่อย่างมิต้องสงสัย 

การส่งนักฆ่าไปกำจัดพญามัจจุราช ย่อมต้องตระหนักว่าชีวิตของพวกมันเองก็ได้เเขวนอยู่บนเส้นได้แล้วเช่นกัน หากงานไม่สำเร็จย่อมเป็นพวกมันที่ต้องตกตาย!

เเม้อากัปกิริยาของเทียนฟงจะมิได้โกรธหรือถือสาเอาความ ทว่าในเเววตารุกโรจน์เเละความเยือกเย็นเหล่านั้นพร้อมจะบดขยี้พวกมันได้ทุกเมื่อ

จ้าวถางคิดอย่างจนตรอก สองมือของมันกำเเน่นเเละสั่นเทา เดาไม่ออกว่าเทียนฟงมีเจตนาต่อมันเยี่ยงไร

เทียนฟงเองก็ชื่นชอบการมองสุนัขจนตรอกเป็นอย่างยิ่ง มันจึงไล่ต้อนโดยไม่เปิดโอกาสให้จ้าวถางต้องหลบหนี

ไม่ต้องกังวลนักหากเจ้าเกรงว่าจะมิได้พบนางอีก ท่านอาจะส่งเจ้าไปหานางด้วยตนเอง ดีหรือไม่?”

"!?"

คำถามฟังดูสบายได้เสียดลึกลงไปในจิตวิญญาณของผู้ฟัง คำอ่อนโยนของมันคล้ายกับสัญญาณอันตรายที่กล่าวเตือนอย่างมีเมตตา

เเน่ชัดเเล้วเจตนาของมัน! มันจงใจยัดเยียดความตายกลับคืนมา

นรกเถอะ! ใครยินดี มันผู้นั้นย่อมต้องเป็นบ้า

จ้าวถางยังคงมีท่าทีนิ่งสุขุมมันพยายามข่มกลั้นความกลัวจนตัวสั่น ความตายใช่เรื่องที่จะมาล้อเล่นรึ? มีใครบ้างที่จะไม่กลัวตาย แต่ไม่ว่าอย่างไร มันจะไม่ยอมเผยความขลาดกลัวออกมาให้เทียนฟงเยาะเย้ยเป็นแน่

มันรอโอกาสที่จะโต้คืนกลับไปด้วยเบี้ยตัวสุดท้ายที่มี!

เจ้ากล้า?” เมื่อนึกถึงใครบางคนจิตใจของมันก็ให้ปลอดโปร่งขึ้น มันข่มกลั้นความกลัวยิ้มเยาะกลับไปด้วยรอยยิ้มมากเล่ห์เหลี่ยม หากข้าตายเจ้าเองก็อย่าได้หวังว่าจะได้พบนางอีก ยามนี้จางหยวนลี่คงดื่มสุราลงไปแล้ว หากมันตาย นางเองก็ต้องตกตายด้วยน้ำมือของมันเช่นกัน

แท้จริงแล้วพิษในสุราแม้สามารถหยุดลมหายใจและเส้นชีพจรของมนุษย์ แต่ก็มิได้ตายในทันที หากในสามวันมิได้รับยาถอนพิษ ความตายจึงจะสมบูรณ์ ซึ่งมีเพียงมันและซือฉีเท่านั้นที่รู้

นาง?”  หางคิ้วเรียวยาวดั่งกระบี่ของเทียนฟงกระตุกเล็กน้อย ดวงตาแวววาบได้จ้องมองจ้าวถางสีหน้าเฉยชามิได้คล้อยตามแต่อย่างใด ทั้งที่ใจนั้นกำลังรุ่มร้อนราวเปลวเพลิงที่แทบอยากแผดเผาเจ้าสวะตรงหน้าให้สิ้นซาก

เจ้าคิดว่าเพียงการข่มขู่จะสามารถทำให้ท่านอาเมตตาเจ้าได้อย่างนั้นหรือ? ฮ่าฮ่าฮ่าจ้าวเอ๋อเจ้าช่างไร้เดียงสายิ่งนัก เสียงหัวเราะของเทียนฟงได้กระตุ้นความกรุ่นโกรธของจ้าวถางมากยิ่งขึ้น

ข่มขู่รึข้ามิได้ข่มขู่ นางได้ดื่มยาพิษของข้าลงไป ไม่ช้าก็เร็วนางจะต้องตาย จางหลงหยวนลี่! หรือเจ้ามิได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อนาง?

เทียนฟงดวงตามืดครึ้มเเย้มยิ้มลี้ลับน่ากลัว "ไม่จำเป็นที่ข้าจะต้องตอบความตายเท่านั้นที่จะตอบคำถามเจ้า"

คำยืนยันของบุรุษตรงหน้าสร้างความตระหนกเล็กน้อย จ้าวถางรีบร้อนกล่าว "หากนางมิได้ยาถอนพิษจากข้านางจะต้องตาย เเน่นอนว่าข้าได้ซ่อนมันไว้เป็นอย่างดี หรือเจ้าไม่สนใจเเม้กระทั่งหญิงพึงใจยอมให้นางตายไปพร้อมกับข้า?"

ความกลัวได้ครอบงำจิตใจถึงขนาดหาวิถีทางเอาตัวรอดไม่เกี่ยงวิธี เเต่ยิ่งเห็นความเฉยเมยของเทียนฟงความตายเท่านั้นที่ยังคงยืนยันออกมาทางสีหน้าเเละเเววตา มันพร้อมหยิบยื่นสิ่งนั้นให้ในทันที จ้าวถางหมดสิ้นความหวังมันหัวเราะออกมาราวกับคนเสียสติ

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า!"

ในขณะนั้น เทียนฟงได้เก็บรอยยิ้มเย็นชาลง ทอดมองบุรุษที่หัวเราะออกมา

นางช่างน่าสมเพชที่กล้าเป็นปฏิปักษ์ต่อข้าและเลือกไว้ใจเจ้า แม้แต่ความตายของนางยังไร้ค่ายิ่งเสียกว่าเหยียนโย่วหลัน ฮ่าฮ่า ช่างน่าเวทนาจริงๆ

โทสะและความเคียดแค้นทั้งหมดได้ทำให้จ้าวถางระเบิดออกมาเป็นเสียงหัวเราะเหยียดหยาม

มันพยายามหยิบยื่นไมตรีให้แก่จางหลงหยวนลี่ที่คิดว่าต้าหลงเทียนฟงนั้นมีใจให้ สุดท้ายแล้วคนไร้หัวใจก็ไร้หัวใจอยู่วันยังค่ำ ใครกันจะสามารถทลายความเยือกเย็นของพญามัจจุราชน้ำแข็งลงได้ จะมิให้มันรู้สึกเหยียดหยามนางได้อย่างไร น่าเสียดายที่นางมิได้ฟังกับหูเห็นกับตาด้วยตนเอง การตายของนางน่าสมเพชกว่ามันเสียอีก!

สีหน้าเทียนฟงยิ่งมองยิ่งดำมืดกลับไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น มีเพียงรอยยิ้มไม่เชิงยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าปานหยก แล้วอย่างไร เจ้ารู้สึกเสียใจ?”

จ้าวถางหยุดเสียงหัวเราะของมัน กล่าวด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวเหี้ยมโหด ข้ารึเสียใจเป็นนางต่างหากที่ต้องเสียใจแต่ผู้ที่เสียใจยิ่งกว่าหาใช่ข้าและนางไม่ แต่ต้องเป็นเจ้า จินหยง!” เพียงส่งสัญญาณไปยังพู่กงกง ขันทีชราที่ยืนสงบเงียบเฝ้ารอโอกาสมานานจึงเริ่มขยับ  มันกระโจนเข้าใส่ต้าหลงเทียนฟงอย่างไม่กลัวเกรง พร้อมสายกระบี่สีเขียวที่อัดแน่นไปด้วยกำลังปราณขั้นสูง

!?” เทียนฟงคล้ายกับตกอยู่ในภวังค์ไม่ว่ายามใดที่ผู้คนกล่าวถึงจางหยวนลี่

เมื่อพู่จินหยงพุ่งเข้าใส่ ชายหนุ่มจึงถดกายถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ละสายตาจากฮ่องเต้ที่พุ่งทะยานขึ้นไปด้านบนทำลายหลังคาด้วยกำลังปราณ ปัง! บังเกิดม่านควันและรูขนาดใหญ่ ตัวมันหลบหนีออกไปปล่อยให้ขันทีชราต้องเผชิญหน้ากับความตาย

ช่างเป็นการกระทำที่โง่เขลาสิ้นดี

ฉึบ!

อ้ากกกกก!!!”

ก่อนที่ขันทีชราจะถึงร่าง เส้นแสงสีขาวตัดสายลมปะทะเข้าที่ร่างของมันอย่างรุนแรง เนื้อกายแหลกละเอียดโดยที่ชายหนุ่มมิได้ขยับร่างหรือยกกระบี่ขึ้นแต่อย่างใด มีเพียงแววตาเย็นชาที่มองขึ้นไปยังด้านบน

ละอองโลหิตบดบังร่างสีทองที่ทะยานร่างขึ้นไปบนม่านน้ำหมึก เทียนฟงได้กล่าวขึ้นคล้ายกับหยอกล้อ อะไรกัน ท่านอามิได้บอกจ้าวเอ๋อหรอกหรือว่าจะส่งเจ้าตามพวกมันไปเหตุใดจึงรีบร้อน 

คำอ่อนโยนยิ่งสร้างแรงกดดันตามไล่หลัง

จ้าวถางยิ่งเหงื่อตกเมื่อเห็นว่าตัวถ่วงเวลาอย่างพู่จินหยงได้ตกตายไปแล้วเพียงไม่กี่อึดใจ ทั้งยังมีเทียนฟงที่ทะยานตามไล่หลังขึ้นมาหมายเอาชีวิตอย่างกระชั้นชิด แววตาของมันหดลงเหลือเพียงตาขาวให้เห็น ทันทีที่เทียนฟงดึงเอากระบี่ออกมา

ทว่า... เมื่อพวกมันพุ่งทะยานขึ้นมาด้านบนยังไม่ทันประชันหน้าประลองฝีมือ รอบๆ วังหลังได้เกิดความวุ่นวายขึ้นอย่างโกลาหล

ไฟไหม้!!!!!!!”  เสียงร้องของขันทีตะโกนก้องอย่างตื่นตระหนก ทหารหลายนายต่างวิ่งวุ่นหาน้ำดับไฟ บ้างรีบรุดไปในที่เกิดเหตุเพื่อใช้พลังปราณเข้าควบคุมเปลวเพลิงที่โหมแรงอย่างควบคุมได้อยาก แม้แต่เทียนฟงเองยังต้องหยุดชะงักท่ามกลางอากาศ เลิกคิ้วกระบี่ขึ้นด้วยความประหลาดใจ

ใครกันบังอาจเผาวังหลวงต้าหลง นี่มิได้อยู่ในแผนการ?

แต่เมื่อสายตาได้มองตรงไปยังตำหนักหงลี่ แววตาเย็นชาของชายหนุ่มให้แวววาบไหวสะท้าน

ขณะนั้นเองที่จิ่นฟานได้กระโดดขึ้นมาบนหลังคาและกล่าวรายงาน

นายท่านตำหนักหงลี่ถูกเปลวเพลิงลุกลามอย่างหนักจางฮองเฮาติดอยู่ข้างในนั้นขอรับ!

จ้าวถางที่ตะลึงงันอยู่ชั่วครู่จนละการหลบหนีได้ยินเข้า มันหันกลับมามองเทียนฟง เห็นประกายตาไหวสะท้านของอ๋องหนุ่ม ในใจของมันบังเกิดความเคียดเเค้นและริษยาขึ้นเป็นสิบเท่า!

นี่น่ะหรือความเย็นชาของต้าหลงเทียนฟง พวกมันล้วนตบตาข้า นางตายจริงเสียได้ก็ดี!

เมื่อดวงตาเย็นชาได้จ้องมองขึ้นมายังมัน ความหวั่นไหวเมื่อครู่ถูกกลบซ่อนอย่างรวดเร็ว มีเพียงความตายและไอสังหารรุนแรงที่กดดันบรรยากาศให้เยือกเย็น มันได้หยุดลมหายใจของผู้ที่กำลังมองมันอย่างท้าทายโดยไร้ความเมตตา ยามนี้ ต้าหลงเทียนฟงได้ระเบิดโทสะรุ่มร้อนออกมาแล้ว ความเย็นชาและสุขุมเป็นเพียงหน้ากากที่ใช้เก็บซ่อนอารมณ์เท่านั้น เมื่อเพลิงโทสะถูกกระตุ้น ความน่ากลัวดั่งปีศาจน่ากลัวเสียยิ่งกว่าพญามัจจุราชที่ผุดขึ้นมาจากห้วงอเวจี!

ฆ่ามัน 

เพียงคำเยือกเย็นประโยคสั้นๆ ทั่วทุกทิศทางได้บังเกิดระลอกของความตาย คล้ายกับคลื่นพายุที่ซัดเข้ามาพร้อมกันอย่างรุนแรง 

จ้าวถางเบิกตาจนกลมกว้าง ที่แท้ ทั่วทั้งวังหลวงขณะนี้มีคนของเทียนฟงเต็มไปหมด! หากมองลงไปให้ดีจะพบแอ่งโลหิตตามเส้นทางถนน ศพทหารหลายพันคนที่เฝ้ารักษาการณ์ต่างนอนตาค้างสิ้นลมหายใจอย่างน่าสยดสยอง ทั้งหมดล้วนเป็นฝีมือขององครักษ์เงาในสังกัดชินอ๋องทั้งหมด! 

เพราะเหตุนี้จึงไม่มีผู้ใดวิ่งวุ่นเข้ามาอารักขาฮ่องเต้ ราวกับว่าไม่รับรู้การบุกรุกอย่างอุกอาจของเทียนฟงเเต่อย่างใด!

บัดซบ!”

ยามนี้ความตายเท่านั้นที่เป็นมิตรสหายที่ดีของจ้าวถาง เมื่อรู้ตัวว่าถูกตามล่าหมายเอาชีวิต มันได้กลืนก้อนลมปราณเข้าไป แผ่นหลังของมันปรากฏปีกลมปราณที่ล้นทะลักออกมา สะกดข่มความกดดันที่โถมซัดเข้ามาอย่างรุนแรง วิชายุทธวิหกซ่อนเร้น จึงเป็นไม้ตายสุดท้ายที่มันได้ใช้หลบหนี!

"คิดหนีรึ?"

ในจังหวะนั้น เทียนฟงได้ปล่อยคลื่นสังหารผ่านกระบี่ ซัดแผ่นหลังจ้าวถางเข้าเต็มกำลังจากระยะไกล มันกระอักเลือดออกมาคำแต่มิได้สิ้นกำลังลง พาสังขารที่บาดเจ็บหลบหนีการไล่ล่าอย่างดุเดือด

มันหนีไปได้ไม่ไกลนักในอีกไม่กี่ชั่วยามยาปราณจะหมดกำลังลง ไล่ตามมันจนกว่าจะได้ศีรษะของมันมา เทียนฟงกล่าวสั่งองครักษ์หนุ่มข้างกาย พร้อมสะบัดมือด้วยอารมณ์เยือกเย็น หมุนกายทะยานร่างหายเข้าไปในทะเลเพลิง มุ่งตรงไปยังตำหนักหงลี่

เพียงแค่ออกคำสั่งก็สามารถทำให้คนผู้หนึ่งตกนรกทั้งเป็นอยู่มิสู้ตาย

จิ่นฟานรับคำสั่ง ขอรับชายหนุ่มเร้นกายหายลับไปในทิศทางของจ้าวถาง

ขณะนั้นตำหนักฮองเฮาเปลวได้ถูกเพลิงลามกินไปครึ่งตำหนัก

รุ่ยซีถิงที่รุดหน้ามาดูเป็นคนแรกรีบสั่งทหารยอดฝีมือรีบเร่งดับเพลิงไฟ แต่ถึงแม้ว่าขันทีชราจะสามารถดับไฟลง ทว่ามันก็สายเกินไปที่จะช่วยเหลือผู้คนทั้งตำหนัก

ในเถ้าถ่านที่เต็มไปด้วยกองไม้สีดำ มีร่างสีแดงเพลิงที่ถูกไฟลามไปส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะลำตัวและใบหน้า ศพของนางจึงแลดูอเนจอนาถและน่าเวทนาเป็นที่สุด ขันทีชราถอนลมหายใจรำพึงออกมาอย่างเศร้าโศก "ช่างเศร้าใจเหลือเกินข้าน้อยมาช้าเกินไป" ดวงตาของมันเเดงก่ำ พยายามหยุดยั้งน้ำตาด้วยนิ้วเหี่ยวย่น กำลังจะหันไปเอ่ยสั่งให้ทหารเข้ามานำศพไปเก็บรักษา ทว่าหางตากลับมองเห็นเส้นสายสีทองเจิดจ้า… 

ผ้าไหมสีดำสะบัดพลิ้วเเนบกับร่างองอาจ ดวงหน้างดงามเย็นชาดั่งหยกหิมะ คล้ายกับหอบเอาสายลมเหมันต์เยือกเย็นเสียดเเทงไปถึงกระดูกลงมาด้วย สีหน้ารุ่ยซีถิงยิ่งซีดเผือด มันยังไม่พร้อมเตรียมใจเพื่อกราบทูล ทว่าชินอ๋องกลับเสด็จมายังที่นี่ด้วยตนเอง!

"ทะ ท่านอ๋อง" ขันทีชรากล่าวเสียงสั่นเทาเมื่อปลายเท้าดั่งเทพรัตติกาลของท่านอ๋องเเตะลงพื้น 

ดวงตาเยียบเย็นกวาดมองนำพาความกดดันโถมซัดมิให้ผู้ใดกล้าขยับ เมื่อหยุดสายตาไปยังร่างที่คาดว่าน่าจะเป็นจางฮองเฮา ชายหนุ่มจึงสืบเท้าเข้าไปอย่างรวดเร็ว 

รุ่ยซีถิงมีสีหน้าปั้นยากพยายามหยุดรั้งเเต่ดูเหมือนจะเปล่าประโยชน์

ร่างสูงได้หยุดยืนอยู่ข้างศพจางหยวนลี่ที่โดนไฟคลอกเเล้ว ดวงตาดั่งพญาอินทรีย์จ้องพิจารณาด้วยท่าทางสงบนิ่ง มีความดำมืดโอบล้อมบรรยากาศหนาวเหน็บ หยุดลมหายใจผู้คนราวกับถูกกระชากวิญญาณออกมา

"ท่านอ๋อง..." ขันทีชรารู้สึกเห็นใจกอปรกับเวทนาความรักของทั้งสอง น้ำตาเริ่มอาบไหลออกมาอย่างควบคุมมิได้ ทว่าคำปลอบโยนกลับต้องกลืนลงคอกลับไปเมื่อคำถามเเข็งกร้าวได้กล่าวขึ้น

"เอี้ยนเอ๋อไปมุดหัวอยู่ที่ใด!?"

คล้ายกับถูกค้อนทุบเตือนสติ ขันทีชราเบิกตากว้างดวงตากระจ่างเต็มตื่นร้อง "เอ้อ! นั่นสิ" ออกมาอย่างลืมตัว

เทียนฟงสะบัดชายเเขนเสื้ออย่างไม่ใยดีก่อนจะหมุนตัวหันหลัง คล้ายกับว่ามิได้อาลัยรักต่อการจากไปของจางฮองเฮา พร้อมคำสั่งเฉียบขาด "หากเอี้ยนเอ๋อกลับมาให้มันไปพบข้าที่วังจิง เก็บกวาดที่นี่ให้เรียบร้อย รุ่งเช้าประกาศการสวรรคตของฮ่องเต้เเละฮองเฮา นำศีรษะเหยียนเหวินจวี้เสียบประจารในข้อหากบฏ!"

"ท่านอ๋องนั่นท่านจะไปไหนหรือ?" รุ่ยกงกงรั้งฝีเท้าหนักเเน่นที่เตรียมหายไป

สั่งปุ๊บ เตรียมไปปั๊บ! นี่มิใช่วิสัยของท่านอ๋องเสียเท่าไร นี่ก็ดึกมากเเล้ว นายท่านเสียกำลังไปกับนักฆ่านอกวังไปมากไม่เหน็ดเหนื่อยย่อมเป็นไปมิได้ หรือนายท่านจะเสียใจเรื่องจางฮองเฮาจึงมิอาจทำใจมองนาง?

เทียนฟงหยุดฝีเท้าปรายหางตาดั่งคมกระบี่หันมามอง เห็นว่าทหารเตรียมนำศพในชุดเเดงใส่โลงไม้หนานมู่ทองอย่างดี เพียงเงื้อมมือกำกำปั้นจากระยะไกล พลังยุทธลึกล้ำก็ได้บดขยี้โลงไม้จนไม่เป็นชิ้นดี ทำเอาทหารที่กำลังวางศพคนถึงกับขวัญกระเจิง เเม้เเต่รุ่ยซีถิงเองยังต้องตาค้าง

"เอาศพมันไปทิ้งที่อื่น อย่าให้เเปดเปื้อนสุสานต้าหลง!" 

ยังไม่ทันที่ทุกคนจะคืนสติ ร่างดั่งเทพเเห่งรัตติกาลก็ได้ทะยานหายไปในม่านน้ำหมึกเเล้ว ขันทีชราได้เเต่ยืนตาค้าง ไม่เข้าใจอารมณ์กริ้วโกรธของท่านอ๋องเลยสักกระผีก เเต่เมื่อมองไปยังศพของจางฮองเฮา... มีความไม่เข้าใจเป็นพันเท่า! มิใช่ว่าท่านอ๋องโปรดนาง?

ยิ่งคิดก็ยิ่งซับซ้อน มันตัดสินใจกลืนก้อนน้ำตาโบกมือให้ทหารทำตามคำสั่งของท่านอ๋อง

“จัดการให้เรียบร้อย คืนนี้อย่าได้หวังว่าจะมีใครได้นอน!

 

 

 

 

 

 



 จะเก็บจ้าวถางไว้ให้เหมยลี่จัดการด้วยตัวเองเเหละ ปล่อยมันไปก่อน หึหึ อย่าเพิ่งเสียดายถ้ามันรอดไปในตอนนี้


มีเเก้ไขคำเรียกตัวละครเล็กน้อย 

พู่กงกง = พู่จินหยง

รุ่ยกงกง = รุ่ยซีถิง 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

1,104 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 11:46
    ตำหนักฮองเฮาชื่อ หงลี่
    ตำหนักเย็นที่เฮาเฮาเคยอยู่ ชื่อเหิง
    #1034
    0
  2. #760 nadadewvydian (@nadadewvydian) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 04:38
    ไม่รู้?เราสับสนไปเองกับชื่อตำหนักรึป่าวนะคะไรท์?
    ชื่อตำหนักเย็นกับตำหนักฮองเฮา. เหมือนตอนนี้มันจะเป็นชื่อเดียวกันแล้วรึป่าว?
    รบกวนไรท์เชคให้หน่อยนะคะ
    ถ้าจำผิดต้องขอโทษด้วยนะคะ
    #760
    1
    • #760-1 Lunalinly (@giraya01) (จากตอนที่ 41)
      12 ธันวาคม 2559 / 08:02
      ไรท์ผิดเองจ้า ตอนพิมพ์มันง่วง 😂 (ตี2) เลยไม่ได้เช็คไม่มีใครทัก ขอบคุณค่ะ😙 น่ารักที่สุด
      #760-1
  3. #746 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 17:16
    สะใจ โดยเฉพาะยัยหวงกุ้ยเฟยที่ศพเละ รอจุดจบของจ้าวถาง เทียนเทียนฉลาดมากๆ
    #746
    0
  4. #743 Fantasy World (@MissSaza) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 13:31
    ขอบคุณค่ะ
    #743
    0
  5. #738 dragun2 (@dragun) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 07:23
    อ๊าก ค้างงงงงงง
    #738
    0
  6. #736 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 06:17
    เย้ๆๆๆไรต์กลับมาแล้ว
    #736
    0
  7. #735 P-nam (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 05:38
    พิมพ์รุ่ยกงกง เป็นพู่กงกง ตั้งหลายจุดแน่ะ
    #735
    1
    • #735-1 Lunalinly (@giraya01) (จากตอนที่ 41)
      8 ธันวาคม 2559 / 08:05
      โอ้ขอบคุณมากค่ะ ตอนปั่นมันง่วง เเก้ไขให้นะคะ😂
      #735-1
  8. #733 bassjeedjad (@bassjeedjad) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 00:48
    ขอนอนก่อนนะคะ จะน็อคแล้ว อ่านหนังสือสอบมายาวๆ ขุ่นพระ แต่ยังไงใจเร่ก็ยังอยู่กับที่ท่านอ๋องนะเพคะ
    #733
    0
  9. #732 airry001 (@airry001) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 00:46
    นอนรอไรท์มิได้หรอ ถ่างตารอ
    #732
    0
  10. #731 saqooljung (@saqool) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2559 / 00:38
    ไม่นอน. จะรอ อัพ. แต่ถ้าไม่อัพ. รีดจะงอล
    #731
    0