ตอนที่ 8 : ตอนที่6 ค่ายกลในวังหลัง 15/เม.ษ./59

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5429
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    8 ธ.ค. 59








- 8 -








ฝูลี่ได้กล่าวว่า การออกไปจากวังหลวงเปรียบได้ดั่งการฝ่าค่ายกลของสำนักใหญ่ในยุทธภพอันมีชื่อเสียงหลายๆ สำนัก เมื่อก่อนหน้าหยวนลี่ได้คิดดูถูกความซับซ้อนของวังหลังอย่างดูเเคลน ทว่าในยามนี้ ตัวเขาได้รู้ซึ้งซึ่งคำว่า  "หลงทาง" จากความมั่นใจของเขาที่ได้พกพามาอย่างเต็มเปี่ยม ไหนเลยความมั่นอกมั่นใจมันกลับตาลปัตรตายอยู่ในค่ายกลอันซับซ้อนยุ่งยากนี่เสียได้

ความ Ship Hi ได้มาเยือน ความบรรลัยไม่มีที่สิ้นสุดวิ่งไล่ล่าแบบมาราธอนไม่หยุดยั้ง...

“...”

บรรยากาศที่เลวร้ายได้ส่งผลให้ร่างบางยืนอึ้งเงียบอยู่หน้าตำหนักชุนหลัน* ในยามโพล้เพล้แสงอัสดงร้อนแรงเริ่มลาลับโค้งฟ้า เห็นแสงสีแดงส้มพาดผ่านความมืดครึ้มอยู่รำไร ไม่ทันไรความมืดก็กำลังคืบคลานเข้าใกล้ยิ่งทำให้อารมณ์ที่หวั่นไหวรู้สึกหงุดหงิดไม่สบายใจจนสีหน้าบึ้งตึง

หยวนลี่ได้มองตรงไปยังตำหนักชุนหลันอันเงียบเชียบ ที่นี่ไม่มีสนมนางใดอยู่อาศัย หรือแม้แต่บรรดาองค์หญิงข้ารับใช้ที่สมควรดูแลตำหนักที่หลบซ่อนอยู่ในหวังหลัง ท่ามกลางสวมพฤกษาและต้นไม้สูงใหญ่ ที่นี่นับได้ว่าห่างไกลจากตำหนักอื่นๆ อย่างแท้จริง แต่ทว่า...

เขามาที่นี่ได้อย่างไร? เพราะเหตุใดเขาจึงยืนบื้ออยู่ตรงนี้ ด้วยเหตุผลบางประการที่ไม่ว่าจะเดินเลี่ยงไปทางใด เส้นทางที่ได้มาบรรจบกลับเป็นตำหนักชุนหลันอันเงียบเชียบ 

หยวนลี่ได้เดินไปตามเส้นทางที่สนมซูผินใช้กลับตำหนัก เขามั่นใจว่าตนมีความจำที่แม่นยำสามารถจดจำเส้นทางและตำหนักที่เสี่ยวเผยจื่อพาไปได้ทุกที่ แต่เมื่อเขาได้เดินแยกออกมาจากทางเดินของอุทยาน ผ่านกำเเพงที่ขนาบข้างเเละผ่านอุทยานสายเล็กสายน้อยไปเรื่อยเปื่อย ตำหนักมากมายที่เดินผ่านไม่ว่าอย่างไร ต่อให้เขาเดินไปทางซ้ายหรือขวามันก็มักจะกลับมาโผล่ยังหน้าตำหนักชุนหลันอยู่ร่ำไป

คราแรกเขานึกว่าตนได้เดินวนจึงเลี่ยงไปอีกทาง แต่เมื่อกลับมายืนอยู่หน้าตำหนักชุนหลันอีกครั้ง และอีกครั้ง ทำให้เขารู้ตัวว่าการเดินไปตามเส้นทางเกิดความไม่ชอบมาพากลบางอย่าง หญิงสาวในชุดกงกงได้หยุดฝีเท้าและล้มเลิกที่จะลองเปลี่ยนเส้นทางใหม่ เมื่อตระหนักได้ว่า ไม่ว่าเขาจะเดินไปทางใด แน่นอนว่ามันต้องกลับมาโผล่ที่ตำหนักชุนหลันนี่อย่างแน่นอน

จุดประสงค์คือตามลอยเท้าสนมซูผิน แต่เหตุใดกลับกลายหลงทางอย่างสิ้นเชิงเช่นนี้เล่า ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดเศียรเวียนเกล้า หยวนลี่ได้แต่ยืนนิ่งเงียบนวดขมับเบาๆ ยิ่งดวงอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้ายิ่งเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด ที่นี่ทั้งเงียบและวังเวง

ความเป็นไปได้หากความจำของเขาไม่ปลาทองจนเกินไป ต้องมีสิ่งที่ลี้ลับมองไม่เห็นบังตาหยวนลี่อยู่แน่ๆ!  

บ้าเอ๊ยหากเป็นเช่นนั้นจริงหยวนลี่จะทำอย่างไร แม้ไม่มีความเชื่อเรื่องผีสางแต่ยามนี้บรรยากาศชวนหัวเริ่มทำให้สาวงามในชุดกงกงตกประหม่า หยวนลี่ทอดสายตา เขามองหาเส้นทางที่คาดว่าอาจจะต้องลองสุ่มเสี่ยงใหม่อีกครั้ง

ภายในวังหลวงเเห่งนี้เปรียบได้ดั่งค่ายกลของสำนักชาวยุทธอันมีชื่อเสียงจริงๆ มันทั้งซับซ้อนและยากเข้าใจ ไม่ว่าอย่างไร หากไม่ชำนาญทางคงได้หลงอยู่ในวังวนแห่งนี้ ดังเช่นตัวอย่างของหยวนลี่ในขณะนี้ เขาอยากจะกู่ร้องให้ดังก้องไปทั่วทั้งพื้นที่ หากไม่เกรงใจว่าพวกทหารหรือสุนัขรับใช้ของฮ่องเต้จะแห่กันมาแล้วล่ะก็หยวนลี่อาจได้ทำเช่นนั้นจริงๆ ให้ตายสิที่นี่มันที่ไหนกันแน่ เมื่อไรกันที่เขาจะหลุดพ้นออกไป นี่มันไม่ใช่แค่หลงทางธรรมดาแล้วกระมัง!

ร่างบางยืนลนลาน ในดวงตางดงามฉายแววความลังเลใจอันยากเกินจะตัดสิน ไม่ว่ามองไปทางใดก็เกรงว่าจะเป็นเส้นทางที่ได้เดินผ่านไปแล้วทั้งสิ้น

บัดซบเถอะ!  ไอ้สถานที่เช่นนี้มันเขาวงกตหรือไงฟระ!

หยวนลี่ครุ่นคิดด้วยความเดือดดาล เมื่อตัดสินใจได้ร่างบางได้ย่ำเท้าไปตามเส้นทางทางด้านซ้ายด้วยความรวดเร็ว โบราณได้กล่าวไว้ว่า ขวาร้ายซ้ายดีดังนั้น เราต้องเชื่อในสิ่งที่บรรพบุรุษได้สอน เดินไปทางซ้ายแม่ม ดูซิว่าจะกลับมาที่ตำหนักชุนหลันอีกหรือไม่!

แต่ไม่ว่าอย่างไร หยวนลี่พยายามสาวเท้าให้เร็วขึ้นเเละเร็วขึ้น เขาเดินผ่านอุทยานภายในวังหลัง ผ่านเส้นทางสายน้อยและกำแพงที่ดูคุ้นชินเป็นอย่างยิ่ง ความตื่นตระหนกได้พาดผ่านอยู่ในแววตา สีหน้าซีดขาวราวกระดาษเริ่มเจื่อนลงจนน่าเห็นอกเห็นใจ สายตาคู่หนึ่งที่ได้จับจ้องห่างไกลออกไปเริ่มรู้สึกเห็นใจกงกงน้อยตัวเล็กๆ ที่ดูธรรมดาๆ คนหนึ่ง แต่กลับไม่ธรรมดาในความคิดของเขา

"โว้ย!!!!" เสียงคำรามหวานตะโกนก้องอย่างเดือดดาล บัดนี้ หยวนลี่ได้สิ้นความยับยั้งชั่งใจอย่างสิ้นเชิง เขาได้หมดความอดทนอดกลั้นกับเรื่องตลกที่กำลังประสบอยู่ในขณะนี้

ในความเงียบงันของสถานที่ เพียงสิ้นเสียงหวานของหญิงสาวที่บัลดาลโทสะ กระแสเสียงได้สะท้อนไปทั่วทั้งบริเวณและตามมาด้วยเสียง กา... กา... ของนกน้อยในยามเย็นที่บินผ่าน หยวนลี่ได้เเต่ยืนอึ้งอย่างเงียบงันท่ามกลางเเสงสลัวในยามเย็น ดวงหน้างดงามและไร้เดียงสาเริ่มเอ่อคลอ เเสดงสีหน้าร่ำไห้ปานบิดามารดาตายได้อย่างเงียบงัน

ไอ้สถานที่บัดซบเช่นนี้อย่าว่าเเต่ล้างคน ต่อให้นกน้อยสักตัวกลับได้ยินเพียงเเค่เสียงกากาที่ขานรับ บิดามันอย่างว่าแต่นกเลยแมลงวันสักตัวยังไม่บินผ่านให้เห็น นี่มันอะไรกัน? มันคืออะไร? ใครบังอาจเล่นตลกกับหยวนลี่ นี่มันไม่ใช่เล่นๆ แล้วนะ

ยิ่งหงุดหงิดท้องไส้ก็เริ่มปั่นป่วนมันร้องคำรามลั่นราวกับฟ้าผ่า หยวนลี่เริ่มยกมือเรียวลูบท้องของตนป้อยๆ ด้วยความคับข้องหมองใจ ดวงตากลมโตดั่งจันทราในยามรัตติกาลไม่สบอารมณ์อย่างถึงที่สุด ไม่ว่าสิ่งใดที่รกหูรกตาได้ถูกลำแข้งเล็กๆ ของนางเตะจนกระเด็นไปไกล

ชีวิตนี้ช่างบัดซบสิ้นดี เหตุใดจึงต้องมาหลงทางอยู่ในสถานที่อันเวิ้งว้างไร้ผู้คนเช่นนี้ด้วยเล่า หยวนลี่มั่นใจในตนเองมาตลอดว่าเขาจดจำเส้นทางได้ดี เเต่ยามนี้ เหมือนมีพลังงานบางอย่างเเอบเเฝง เเละกำลังเล่นเล่ห์ลับหลังได้อย่างน่าไม่อาย!

พลัน! ความคิดหนึ่งได้วิ่งผ่านเข้ามาในความคิด หยวนลี่เริ่มตระหนักได้ถึงสิ่งที่ผิดปรกติ...

นี่มันไม่ใช่อย่างที่คิดแล้วดูเหมือนว่าโลกนี้จะมิได้ธรรมดาสากลพิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาสตร์เเล้วกระมัง ใบหน้างดงามฉายเเววความปราดเปรื่องระคนสับสนพาดผ่าน  มันทั้งประกายเเวววาบดั่งดวงดาราเเละงดงามชุ่มฉ่ำดั่งหยาดน้ำค้างในยามเช้า หากนี่ไม่ได้โดนผีหลอก ย่อมต้องเป็นค่ายกลที่ซับซ้อนอันสร้างขึ้นด้วยพลังลวงตาเป็นแน่เมื่อได้สติ หยวนลี่ใช้ดวงตากลมโตของนางเพ่งมองอย่างใจเย็น

ด้วยประสาทสัมผัสอันฉับไวของหยวนลี่ความรู้สึกหนึ่งทำให้นางมองขึ้นไปบนต้นไม้สูง นางกวาดมองไปรอบๆ และเริ่มนับต้นไม้ หนึ่งต้น สองต้น สามต้น... สี่ ห้าต้น...

ต้นไม้ห้าต้นสูงตระหง่านได้อย่างมั่นคงเทียบเท่าตึกสี่ชั้น แผ่กิ่งก้านสาขาได้อย่างร่มรื่น ใบไม้โอนอ่อนไปตามสายลมที่เย็นผ่าน ท่ามกลางความมืดสลัวทำให้มันรู้สึกน่ากลัวและวังเวง ในต้นไม้แต่ละต้นนั้นได้เติบโตห่างจากกันประมาณครึ่งลี้ มีอยู่สองต้นที่ใกล้กันเพียงสี่ผิง รอบๆ ต้นไม้สูงมีไม้ประดับสูงต่ำลดหลั่นกันไปกระจัดกระจายคล้ายป่าขนาดเล็กรอบๆ ตำหนักชุนหลัน แต่ละต้นให้คล้ายทัศนียภาพที่คล้ายคลึงกันทั้งสิ้น

พลันความคิดหนึ่งได้วาบผ่านเข้ามาอีก

หยวนลี่ที่ได้ยืนจับคางครุ่นคิดในดวงตาเบิกขึ้น นางแค่นเสียงหัวเราะออกมาอย่างเยียบเย็น ดวงตากลมโตดุจจันทราเต็มดวงของนางได้ประกายวาววาบมองไปทางด้านต้นไม้สองต้น ในต้นไม้สองต้นนั้นให้ความรู้สึกครุมเครือได้อย่างน่าแปลกประหลาด

คนอย่างหยวนลี่เชื่อลางสังหรณ์ของตนเอง!

ผู้ที่จับจ้องมองการกระทำของหยวนลี่ถึงกับเลิกคิ้วขึ้นด้วยแปลกใจ เขาได้ขยับกายบนอยู่บนต้นไม้สูง และย่นคิ้วเพ่งมองใบหน้างดงาม

ในดวงตาที่จดจ้องขึ้นมานั้น ราวกับว่าสาวน้อยในชุดกงกงนั่นกำลังสบตาเขาและได้มองผ่านทะลุเข้ามาถึงจิตใจ ใบหน้ารูปงามอันเปี่ยมไปด้วยความสุขุมลุ่มลึกได้เผยรอยยิ้มนึกสนุกออกมาคราหนึ่ง ร่างแกร่งได้ขยับกายลุกขึ้นยืนบนกิ่งก้านสาขาไม้ใหญ่ กอดอกทอดมองดูปฏิกิริยาของกงกงน้อยอย่างใจเย็น

ต้องมีใครบางคนเล่นตลกกับข้าแน่ๆ!

ด้วยกลิ่นอันไม่ชอบมาพากล ดวงตาของหยวนลี่ได้ทอเเววเยือกเย็นออกมาอีกครั้ง นางกวาดสายไปโดยรอบ ที่นี่ล้วนวังเวงเเละล้างผู้คนได้อย่างผิดเเปลก สายตาประดุจเหยี่ยวทอดมองขึ้นไปตามต้นไม้สูงสองต้นเบื้องหน้าที่อยู่ใกล้สุด ก่อนจะตัดสินใจวิ่งไปทางต้นไม้ต้นนั้น และกระโดดเหยียบไปตามลำต้น โหนกายไปตามกิ่งก้านสาขาปีนป่ายขึ้นไปยังจุดสูงสุดของทิวทัศน์ที่ปรากฏ 

หยวนลี่ “...!

มีใครบางคนเล่นเล่ห์กับหยวนลี่ใช้ค่ายกลตบตานาง!

"ใครบังอาจเล่นตลกกับบิดา บัดซบจริงๆ!"

คำสบถลั่นเอ่ยขึ้นอย่างเกรี้ยวกราดหยวนลี่เเยกเขี้ยวยินฟันใส่ภาพทิวทัศน์เบื้องหน้า แม้ความมืดเริ่มถาโถมแต่ก็พอมองเห็นเป็นภาพสลัวเลือนราง สายตาของนางได้ทอดลงไปตามตำหนักที่ถูกติดป้ายว่า ตำหนักชุนหลันในทุกๆ ตำหนักที่ปรากฏแก่สายตา

ไอ้บัดซบเอ๊ยไม่ว่ากำเเพงทางเดิน ประตูตำหนัก หรือเเม้เเต่ต้นไม้ใบหญ้ายังเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว ต่อให้เป็นคนที่มีความทรงจำดีเยี่ยมเป็นเลิศเพียงใด จำต้องตกม้าตายด้วยค่ายกลหลอกตาอันซับซ้อน ใครบังอาจกลั่นแกล้งข้ากันหรือไม่ ก็อาจจะเป็นข้าที่ดันเผลอเหยียบหางหมาเข้า ถ้าหากไม่ได้ความฉลาดของตัวเองคาดว่าคงได้หลงทางจนตาย!

หยวนลี่คิดอย่างเจ็บใจมือเรียวได้ทุบปึงไปตามลำต้นด้วยความเดือดดาล ในขณะที่นางคิดจะกระโดดลงไปเบื้องล่างเพื่อหาทางออก ความเคลื่อนไหวที่ดังแว่วไปตามกิ่งก้านสาขาทำให้นางต้องนิ่งชะงักงัน

สวบ!

"นั่นใคร!?" ดวงตากลมโตได้หันไปมองอย่างว่องไว ในอีกด้านของต้นไม้มีแต่ความมืดที่เริ่มกลืนกิน

ในขณะนี้บรรยากาศค่อนข้างเย็นสบาย ท้องฟ้าเริ่มเข้าสู่รัตติกาลเเละบังเกิดความเงียบงันจนได้ยินเสียงหวีดหวิวของสายลม แมกไม้ได้ขยับไหวส่งเสียงเซ็งแซ่กระทบดังไปทั่วทั้งบริเวณ เบื้องหน้าของนางมีเพียงความเงียบงันและเสียงของใบไม้ที่กระทบ ดวงตากลมโตได้หรี่ลงและเพ่งมองผ่านความมืดอย่างระแวดระวัง นางได้พยายามเพ่งมองอยู่นานแต่ไม่มีสิ่งใดที่แลดูผิดปรกติ

ร่างบางค่อยๆ ขยับเท้าไปยังกิ่งก้านเพื่อที่จะลองข้ามไปดูที่ต้นไม้อีกต้น แต่กลับต้องหยุดชะงักงันดวงตาเบิกกว้าง เมื่อกิ่งไม้ที่กำลังเหยียบอยู่เกิดความสั่นไหวอย่างรุนแรง

เหวออออออ!!!” เสียงกรีดร้องโหยหวนพร้อมร่างกายโงนเงนแทบจะตก ดวงตาของหยวนลี่เบิกกว้างสีหน้าหวาดหวั่นด้วยหัวใจเต้นระทึก แม้ว่าวิญญาณในร่างของหยวนลี่จะเคยชินกับความสูง แต่ถึงกระนั้น ต้นไม้ต้นนี้ก็สูงจนเกินไป เรียวขาที่ไม่มั่นคงของนางพยายามทรงตัวให้มิให้ร่วงหล่น ในเพลานี้นางเหมือนนักกายกรรมที่กำลังเดินอยู่บนเชือกเส้นเล็กๆ

พลันใบหน้าของนางซีดขาวราวกระดาษเมื่อสายลมแรงสายหนึ่งได้พัดกระทบร่างเต็มแรง

วูบบบบบ!!!

ว๊ากกกกก!!!

เสียงกรีดร้องได้ดังขึ้นพร้อมๆ กับเท้าของนางได้ลื่นหล่นลงมาจากกิ่งไม้ ด้วยความรวดเร็วดั่งหัวใจถูกกระชากออกไปอย่างรุนแรง สีหน้าของหยวนลี่เปี่ยมไปด้วยความตื่นตระหนกและฉายแววความขลาดกลัวในความตาย!

หมับ!

วงแขนแกร่งได้พุ่งเข้ามาโอบรับร่างบางได้อย่างเหมาะเจาะ ท่ามกลางความเงียบงันของสายลม หยวนลี่มองฝ่าความมืดด้วยสีหน้าตกใจสุดขีดสบนัยน์ตาลุ่มลึกดั่งรัตติกาล ในความมืดนั้น ร่างสองร่างได้โอบกอดและพลิ้วกายกลับไปยืนอยู่ที่กิ่งก้านสาขาบนต้นไม้อีกต้น

ลมหายใจอุ่นๆ ของสายลมได้คลอเคลียอยู่ที่ลำคอระหงอันขาวเนียนละเอียดดุจกำมะหยี หยวนลี่ให้คล้ายความรู้สึกเหมือนสายลมเยือกเย็นพัดผ่าน เเต่ลำคอกลับอุ่นร้อนราวไฟแผดเผา

ร่างกายของหยวนลี่เเข็งค้าง ดวงตากลมโตของนางเบิกกว้างด้วยสีหน้าตื่นตะลึง

ในความมืดที่ไม่อาจมองเห็นรูปโฉมของบุรุษแปลกหน้า แต่ความสูงส่งด้วยรูปร่างองอาจและไหล่ที่กว้างจนสามารถโอบกอดจนเสมือนหยวนลี่ได้สิงร่างของชายผู้นั้น ทำให้หยวนลี่ไม่อาจแม้แต่จะขืนกายหรือผลักไสร่างสูงออกไป มิหนำซ้ำ วงแขนแกร่งยังยิ่งโอบกอดและรัดร่างของหยวนลี่แน่นราวกับอนาคอนด้าตัวเขื่อง!

เจ้า!” ดวงตาของหยวนลี่แทบหลุดออกจากเบ้านางถลึงตาใส่ หมายขยับกายปกป้องตัวเอง แต่ถึงกระนั้น นางกลับพ่ายแพ้ให้ผู้ที่กำลังโอบกอดให้คล้ายความรู้สึกเหมือนแมวน้อยที่พยายามต่อต้าน

บ้าเอ๊ยนี่มันอะไรวะเนี่ย!  

ชู่ววววว์นิ้วเรียวได้แตะลงบนริมฝีปากอวบอิ่มของหยวนลี่ ผู้ที่สัมผัสฉายแววความประหลาดใจพาดผ่าน ในความนุ่มนิ่มของริมฝีปากราวกับการสัมผัสลงบนผลองุ่น ที่ให้ความเต่งตึงเรียบเนียนและชุ่มฉ่ำน่าหลงใหล เขาส่งสัญญาณให้กงกงน้อยสงบใจลง ในดวงตาลุ่มลึกแลเยือกเย็นได้เพ่งผ่านความมืดจดจ้องลงบนริมฝีปากที่หยุดลงอย่างง่ายดาย

ต้าหลงเทียนฟงเผยรอยยิ้มบางเบาซึ่งพาดผ่านไปจนถึงดวงตา รู้สึกสนใจและใคร่รู้ในตัวตนของกงกงน้อย เขาโน้มกายกระซิบกระซาบกับร่างเล็กในอ้อมกอดที่ยังคงต่อต้านขัดขืน

"กงกงน้อย เจ้ากำลังมองหาทางออกอยู่หรือ?"

“...”

ในกระเเสเสียงลุ่มลึกอันทรงพลัง ที่ทั้งทุ้มต่ำเเละมีเสน่ห์ฟังดูให้ความรู้สึกเคลิบเคลิ้ม เเม้หยวนลี่จะมีความรู้สึกว่ากระเเสเสียงที่กระซิบกระซาบฟังดูนุ่มนวลเพียงใด เเต่มันกลับฟังดูเยือกเย็นอยู่ในหทัยจนร่างกายเเข็งค้าง มือเรียวเย็นวาบดั่งยืนอยู่ที่ขั้วโลกเหนือ

 ดวงตากลมโตของหยวนลี่ช้อนขึ้นมองวงหน้าคมเข้มภายในความมืด เขาพิจารณาร่างสูงอย่างระแวดระวัง ในหทัยรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้พกพาอาวุธติดตัวเอาไว้ใช้ในยามคับขัน หากไม่แล้ว ถ้าพกมีดติดตัวอย่างน้อยเขาก็อาจไม่เสียเปรียบเหมือนดังเช่นในตอนนี้

เทียนฟงรับรู้ได้ถึงสายตาไม่เป็นมิตรแต่มันกลับดึงดูดความสนใจของเขาให้จ้องลึกลงไป และอยากมองทะลุให้เห็นถึงจิตใจของกงกงน้อย ในดวงตาลุ่มลึกของเขาได้หยีลงเปี่ยมด้วยรอยยิ้มของปีศาจ เขากล่าวถามขึ้นมาอีกว่า ว่าอย่างไรล่ะ เจ้ากำลังหลงทาง?”

หยวนลี่พยายามสะบัดไหล่ที่ถูกตรึงร่างเอาไว้ ใบหน้าของนางยุ่งเหยิง เมื่อประเมินสถานการณ์ว่าไม่อาจรอดออกไปจากอ้อมแขนแกร่ง ร่างบางจึงผ่อนคลายลงแต่ยังคงตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา นางพยายามเอ่ยให้น้ำเสียงฟังดูแหบห้าว ปล่อยข้า”

ปล่อย?” เทียนฟงเลิกคิ้วสบตากลมโตในความมืด ก่อนจะหัวเราะครืนด้วยความขบขัน

เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าคือใครเขาเอ่ยถามหยวนลี่ที่ขมวดคิ้วแน่น คิ้วเรียวดั่งใบหลิวของนางดวงตาที่ดื้อรั้นและกลีบปากที่ค่อยๆ โค้งลง เปี่ยมด้วยเสน่ห์ที่อยากทำให้อ๋องหนุ่มกลั่นแกล้งนางยิ่งนัก

เจ้าเป็นใครเจ้ายังไม่รู้แต่กลับมาถามข้า เจ้าเห็นข้าเป็นอัปดุล?” คำตอบจากกระแสเสียงห้าวหวานเจือไปด้วยความหงุดหงิด ร่างเล็กในอ้อมแขนพยายามผลักดันอกแกร่งออกไปให้พ้นตัว

“...” เทียนฟงนิ่งเงียบไปครู่เมื่อได้คำตอบเกินความคาดหมาย มือของเขาได้รวบเอวคอดที่ให้ความรู้สึกเล็กและชวนให้อยากลูบไล้มากยิ่งขึ้นแนบชิดกับร่างกาย ทว่าหยวนลี่ไม่มีท่าทีเขินอายเมื่อหนึ่งหญิงหนึ่งชายแนบชิดอิงแอบ

อัปดุล? ดวงหน้าคมคายรูปงามเต็มไปด้วยคำถาม ไม่นานเขากลับหัวเราะครืนออกมา

ข้าอาจจะเห็นเจ้าเป็นอัปดุลเขาตอบและหัวเราะออกมา

หยวนลี่กรอกดวงตาเขาแทบก่นด่าร่างสูงออกมา เจ้าโง่เอ๊ย! ดูเหมือนว่าชายผู้นี้จะมีสกิลเนียนได้โล่ระดับชาติไม่แพ้ก้องภพในโลกอนาคตนั่นเลย (ถึงแม้เพลานี้ก็ยังชอบเนียนอยู่ก็ตาม) หยวนลี่ไม่มั่นใจว่าชายแปลกหน้าผู้นี้รู้หรือไม่ว่าเขาเป็นสตรี แต่ยามนี้ร่างกายพวกเขาแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน ถ้าไม่รู้นี่ก็คงโง่ดักดาน

ปล่อยข้า!” หยวนลี่ถลึงตาตวาดลั่นอีกครั้ง ครานี้เขาใช้กำลังพยายามขัดขืนสุดแรง

แม้เพลานี้วิญญาณของชายหนุ่มอยู่ในร่างของหญิงสาว แต่ถึงอย่างไร จิตวิญญาณของหยวนลี่ก็ยังเป็นผู้ชาย มันไม่แปลกไปหน่อยหรือที่ถูกผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่โอบกอด? ในยามที่มือแกร่งลูบไปตามแผ่นหลังและสะโพกมน ให้ความรู้สึกขนลุกขนพองสยองเกล้า เส้นขนได้ตั้งชันไปตามเรือนร่างให้ความสะท้านจนน่าหวาดกลัว

หากผู้ที่กำลังโอบกอดคือสาวงามหยวนลี่อาจจะเต็มใจมากกว่านี้

แต่นี่... ผู้ชายที่มีเพียงกล้ามเนื้อแผ่นอกที่ให้ความรู้สึกแข็งราวกับหินผา มันไม่ต่างอะไรกับการที่เราเอาปลิงมาวางไว้บนท้องน้อยแล้วให้มันเคลื่อนกายไปตามเรือนร่าง... บรึ๊ยแค่คิดหยวนลี่ก็หน้าถอดสีจนซีดขาวแล้ว!

เทียนฟงขยับใบหน้าและคลายวงแขนออกเพียงเล็กน้อยตามคำร้องขอ

แต่อย่าได้หวังว่าร่างสูงจะปล่อยให้หยวนลี่หลุดรอดไปได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยความรวดเร็วของเขาและความรวดเร็วของหยวนลี่

ชั่วเวลาเสี้ยววินาทีหญิงสาวได้เงื้อมกำปั้นขึ้นด้วยความรวดเร็วแทบจับตามองไม่ทัน แต่ทว่าเทียนฟงนั้นมีความเร็วลึกล้ำยิ่งกว่า เขาได้ขยับนิ้วที่มีความรวดเร็วเหนือแสงกดไปตามเรือนร่างของดรุณีน้อยด้วยความรวดเร็ว หยวนลี่เพียงรู้สึกว่าไหล่ทั้งสองข้างถูกกดเบาๆ จากนั้นร่างกายของเขากลับแข็งค้างราวกับประติมากรรมชิ้นเอกที่อยู่ในทวงท่ายกมือที่กำแน่นขึ้น

เอ๊ะเฮ้ย... เกิดอะไรขึ้นเนี่ย!? ร่างเล็กๆ ของสาวงามในชุดกงกงน้อยพยายามที่จะขยับกาย แต่ไม่ว่าอย่างไรร่างกายมันกลับหนักอึ้งราวกับก้อนหินก้อนหนึ่ง แม้แต่ใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความตื่นตระหนกยังคงเรียบเฉยและแข็งค้างราวกับหิน มีเพียงดวงตาที่ยังสามารถกลิ้งกรอกด้วยแตกตื่น

เทียนฟงเดาะลิ้นส่ายหน้าเนิบๆ ด้วยนึกดูแคลนกงกงน้อย เขากล่าวขึ้นอย่างกระดากอายว่า ข้าไม่อยากใช้กำลังกับเด็กสาวเช่นเจ้า แต่เจ้าเล่นไม่ซื่อข้าจึงต้องสกัดจุดเจ้าเอาไว้... เฮ้อ... ข้าไม่ได้อยากรังแกเจ้าเลยความนัยที่แฝงอยู่เจตนาพูดให้หยวนลี่เกิดความตกใจ

แน่นอนว่าหยวนลี่ตกใจในคำกล่าวของเทียนฟง!

มันรู้!

ดวงตากลมโตเบิกกว้างยิ่งกว่าจันทราที่เต็มดวงในยามค่ำคืน ไม่นานจึงแปรเปลี่ยนเป็นความเยียบเย็นมองร่างสูงในความมืดด้วยดวงตาแข็งกระด้าง

ดูเหมือนว่าชายผู้นี้จะมิใช่ธรรมดาเสียแล้วกระมัง แต่แล้วมันคือใคร? เรื่องนี้ทำให้หยวนลี่รู้สึกไม่ไว้วางใจแต่ก็ไม่อาจขัดขืนหรือคิดหนีได้ในเมื่อเขาโดนสกัดจุด นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสวิธีการยับยั้งไม่ให้คนดิ้นหนี หรือขยับเขยื้อนร่างกายของพวกชาวยุทธ เขาคิดว่ามันคงมีแต่ในหนังแต่ครานี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวได้ตระหนักแล้วว่านี่ไม่ใช่เรื่องที่กล่าวขึ้นลอยๆ

 “เจ้าดูเหมือนอยากพูดอะไรกับข้านะกระแสเสียงทุ้มต่ำฟังดูผ่อนคลายแต่ให้ความรู้สึกเยือกเย็นเหมือนเสียงของปีศาจที่ดังฝ่าความมืดออกมา

หยวนลี่ได้พิจารณาว่าเขามิใช่คู่ต่อสู้ของชายผู้นั้น ต่อให้หยวนลี่พอรู้วิทยายุทธอยู่บ้างแต่นั่นมันก็แค่พื้นฐานขั้นต้น หากให้กล่าวความจริง สิ่งที่นางทำได้เพียงใช้กำลังกายและเคลื่อนกายเหมือนใช้วิชาตัวเบาวิ่งไต่ไปตามกำแพงเท่านั้น เรื่องศิลปะป้องกันตัวก็พอมีอยู่บ้างแต่มวยไทยจะสู้กำลังภายในจีนได้หรือไม่ก็สุดรู้ แต่ถ้าหากจวนตัว หยวนลี่เองก็คงต้องงัดท่าไม้ตายออกมาใช้ในยามคับขันเช่นกัน

เทียนฟงได้เพ่งมองผ่านความมืด เนื่องจากเขาเป็นผู้ใช้พลังปราณถึงขั้นสูงสุดแล้ว ในความมืดจึงมิใช่อุปสรรค์ของอ๋องหนุ่มเท่าใดนัก เขายังสามารถมองเห็นใบหน้าของหยวนลี่ได้อย่างเด่นชัดราวกับแสงสว่างโพล้เพล้ในยามเย็น เมื่อเห็นแววตาของหยวนลี่เริ่มหยุดนิ่งฉายแววความเย็นชา มุมปากของเทียนฟงได้โค้งขึ้นจนทลายความเย็นชาดุจน้ำแข็งของเขาออกไป

แม้ครั้งแรกเทียนฟงจะจำนางมิได้ ด้วยไม่คาดคิดว่าหนูตัวกระจ้อยที่ตามล่ากลับกลายเป็นฮองเฮาแห่งต้าหลง แต่เมื่อได้พบกันอีกครั้งทำให้เทียนฟงรู้สึกประหลาดใจ เขาไม่คิดว่าจางหลงหยวนลี่กงจู่จากแคว้นจางหลงจะมีวรยุทธที่สูงส่งและการแทรกแซงราชวงศ์ต้าหลงที่ลึกล้ำเพียงนี้

เขาแทบลืมใบหน้าอันไร้ชีวิตสีสันของจางฮองเฮาที่แลดูอ่อนแอไปจนหมดสิ้น เมื่อได้พบอีกครั้งในวัยดรุณีสาวแรกแย้ม อีกทั้งความงามยังผุดผาด ความสามารถที่โดดเด่นจนน่าตื่นตะลึงทำให้เขาไม่คาดคิดว่าจางฮองเฮาจะเปลี่ยนไปกลายเป็นคนละคน นางไม่ได้ดูเหมือนตุ๊กตาเดินได้เหมือนเมื่อสองปีก่อน หากแต่ทว่าในยามนี้ นางเปี่ยมด้วยพลังและมีชีวิตชีวาราวกับผีเสื้อที่ขยับปีกออกมาจากใยไหมที่ใช้ห่อหุ้มร่างกาย

น่าสนใจ... นี่คือสิ่งที่เทียนฟงคิดเมื่อครั้งแรกพบ

ร่างสองร่างได้ยืนประจันหน้า ท่ามกลางความเงียบงันเทียนฟงได้ตกอยู่ในห้วงภวังค์ความคิด ดวงตาต่างจดจ้องมองกันอย่างไม่มีใครยอมใครสร้างแรงกดดันให้รอบกายเกิดความหนาวเย็น เพียงสายลมแรงสายหนึ่งได้โถมเข้าใส่ร่างบางที่ยืนแข็งทื่อ หยวนลี่เบิกตาโพลงด้วยตกใจอีกครั้งเมื่อร่างกายโงนเงน แต่ก็ได้วงแขนแกร่งของเทียนฟงโอบรับเอาไว้

ข้าจะคลายจุดให้เจ้า แต่เจ้าต้องสัญญาว่าจะไม่โวยวายหรือคิดหนี

หยวนลี่ตวัดตาขึ้นมอง ในดวงตาของนางได้เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ได้อย่างร้ายกาจ นางกระพริบตาปริบๆ สองครั้งอย่างไร้เดียงสา แม้มันจะดูไร้ประโยชน์ในความมืดอยู่บ้างแต่ก็พยายามส่งสายตาบอกเป็นนัยน์ว่านางจะไม่ดื้อไม่ซน... จริ๊ง!

คลายสิ คลายเลย คลายเลยลวกเพ่คลายจุดเมื่อไรอย่าหวังว่าข้าจะอยู่เฉยๆ ฮึ่ม...

เทียนฟงจับคางครุ่นคิดในยามที่สบตาหยวนลี่ ดวงตาของนางได้ทอแววซุกซนจนไม่น่าไว้วางใจ มองแค่ปราดเดียวก็รู้ว่านางอาจจะเล่นไม่ซื่อ ด้วยความสามารถของนางที่เทียนฟงได้เห็น เด็กสาวนางนี้ลูกเล่นแพรวพราวนัก!

ข้าว่าแค่จุดเดียวก็น่าจะพอกระมังเทียนฟงเอ่ยผ่านความมืด

หยวนลี่ไม่ทันสงสัยว่าอะไรคือจุดเดียวของร่างสูง ด้วยความรวดเร็วที่แทบไม่รู้สึกอะไรกลีบปากและใบหน้างดงามสามารถขยับขึ้นได้อย่างอิสระ ความรู้สึกของหยวนลี่เหมือนดำน้ำอยู่เป็นเวลานานและโผล่ศีรษะขึ้นพ้นสายน้ำด้วยความปลอดโปร่ง

ดวงตากลมโตของนางได้มองค้อนร่างสูงด้วยนึกไม่พอใจ เจ้าบอกว่าจะคลายจุดให้ข้า!” เสียงหวานทวงความเป็นธรรมด้วยนึกขุ่นเคือง

ข้าก็คลายให้เจ้าแล้วมิใช่หรือ?” เทียนฟงได้ถามกลับไปในกระแสเสียงเจือความขบขัน

นี่เจ้า!” หญิงสาวได้แต่เก็บคำ รูปโฉมน่ารักน่าเอ็นดูของนางได้บิดเบี้ยวฉายแววความความไม่พอใจอย่างถึงขีดสุด แต่มันกลับให้ความรู้สึกยิ่งน่าแกล้งเข้าไปทุกที

ร่างสูงขยับกายยืนไพล่หลังเขาทอดสายตามองทิวทัศน์ในยามค่ำคืน สนทนากับหญิงสาวในชุดกงกงอย่างผ่อนคลายว่า หากข้าคลายจุดจนหมดเจ้าคงหลบหนีและรายงานเรื่องข้าให้พวกทหารองครักษ์ทราบ ด้วยความปลอดภัยของข้า ข้าจำเป็นที่จะต้องสกัดจุดไม่ให้เจ้าคิดหนี

หยวนลี่มองประเมินร่างสูงฝ่าความมืดอย่างละเอียดถี่ถ้วน อุปสรรค์ของเขานั่นคือความมืดที่ไม่อาจมองเห็นว่าผู้ชายตรงหน้าแต่งกายเช่นไร มีรูปโฉมอย่างไร แต่ในคำตอบของมันทำให้หยวนลี่เกิดความกังขา นางได้เอ่ยถามกลับไปว่า ข้าอาจจะแจ้งเรื่องเจ้าให้ทหารองครักษ์ทราบจริงๆ หากข้าเป็นขันทีโง่เขลา แต่บังเอิญข้าไม่ใช่เจ้าก็รู้ดีอยู่แก่ใจ

เทียนฟงหัวเราะครืนเมื่อได้ฟังคำตอบของหยวนลี่ เขาหันมาสบตาเย็นชาของนาง

เช่นนั้น...เขาเอียงคอเอ่ยถาม เงียบเสียงไปครู่เพื่อหยั่งเชิง เจ้าคิดว่าข้าเป็นใคร?”

อ๊ะห้ามเจ้าตอบว่าข้าเป็นอัปดุลเด็ดขาดเทียนฟงดักคอ เขาทำท่าขบขันเมื่อยังจดจำคำตอบยียวนของหยวนลี่ในคราแรกได้แม้ไม่รู้ว่าอัปดุลที่หยวนลี่เอ่ยถึงคือสิ่งใดก็ตาม

หยวนลี่ถอนลมหายใจออกมาอย่างประชดประชัน ดวงตากลมโตของนางกลอกขึ้นด้วยนึกรำคาญ

เสวนากับพวกผู้ชาย เหอะ!

นางได้กล่าวตอบด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย ดูจากที่เจ้ากลัวทหารองครักษ์ไม่แน่ว่าเจ้าอาจจะเป็นโจร

คำตอบของหยวนลี่ทำให้เทียนฟงต้องเลิกคิ้วอมยิ้มด้วยความสนใจ หญิงสาวได้กล่าวออกมาอีกว่า

แต่ข้าก็ดูหนังจีนค่อนข้างเยอะ ไม่แน่เจ้าอาจจะเป็นองค์ชายที่เกรงกลัวความผิด

ตามกฎของวังหลัง องค์ชายที่มิได้กำเนิดจากฮ่องเต้ปัจจุบันไม่สามารถเข้าออกวังหลังได้นอกจากท้องพระโรงหลวงหรือในโอกาสสำคัญต่างๆ ที่ทางวังหลวงได้จัดขึ้น หรือมีรับสั่งจากฮ่องเต้ให้เข้าวังโดยด่วนก็ตาม

องค์ชายที่เกิดจากฮ่องเต้รัชสมัยก่อนต้องออกจากวังหลวงและประทับอยู่ที่วันชั้นนอก นอกจากชินอ๋องเท่านั้นที่เป็นกรณีพิเศษชายผู้นั้นอาจเรียกได้ว่าเป็นฮ่องเต้องค์ที่สองของต้าหลง ตำหนักของเขาอยู่ห่างออกไปจากวังหลังเพียงครึ่งลี้ แต่ถึงอย่างไรก็ยังอยู่ในวังหลวงแห่งนี้อยู่ดี แต่หยวนลี่ไม่คิดว่าชายที่อยู่ตรงหน้านั่นคือชินอ๋อง นางยังได้กล่าวออกมาอีกว่า

แต่ไม่ต้องกลัวว่าข้าจะปากโป้งไปบอกใคร แลกกับการที่เจ้าไม่ปากโป้งเรื่องของข้าก็พอ

โอ้!

ดวงตาของเทียนฟงกระจ่างแจ่มใส เขาให้คล้ายนึกสนุกอยู่ในใจเมื่อได้ฟังข้อต่อรองของหยวนลี่เด็กสาวนางนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ เขาพยายามปกปิดรอยยิ้มที่เกือบจะหัวเราะออกมาด้วยความขบขัน

เทียนฟงได้กลอกตาคิดชั่วแล่นสบดวงหน้าของนางที่บัดนี้นางได้ถือความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่า เทียนฟงอาจเป็นโจรหรือไม่ก็องค์ชายนอกวัง?

ยามนี้จ้าวถางอายุเพียงยี่สิบชันษาคงไม่มีองค์ชายที่เติบโตเกินวัยเพียงนี้ นับได้ว่านางยังฉลาดหลักแหลม แต่เทียนฟงเองก็อยากแกล้งนางอีกสักนิด

ร่างสูงได้ขยับเข้าไปใกล้ร่างเล็กๆ ที่ยืนนิ่งอยู่กับที่ในอิริยาบถเดิม ทว่าไหล่บางของนางกลับเกร็งค้างด้วยความประหม่า ดวงตากลมโตของนางช้อนขึ้นมองด้วยความไม่ไว้วางใจ เทียนฟงได้โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้พวงแก้มอันขาวเนียนละเอียดดุจรากบัวของนาง ลมหายใจอุ่นได้แทรกผ่านสายลมให้ความรู้สึกจักจี้อย่างบอกไม่ถูก

หากข้าตอบเจ้าว่า... ข้าไม่ใช่ทั้งโจรและไม่ใช่ทั้งองค์ชายเล่า เจ้าคิดว่า... ข้าสามารถเป็นใครได้บ้าง

คิ้วเรียวดั่งใบหลิวบนดวงหน้างดงามขมวดแน่นในทันที

หยวนลี่รู้สึกหมดความอดทนกับการที่เขาต้องมาต่อปากต่อคำ เล่นเกม ทายซิใครเอ่ย... กับชายแปลกหน้าที่ดูลึกลับผู้นี้ นางตอบคำถามร่างสูงด้วยความรำคาญ เจ้าจะบอกว่าเจ้าเป็นฮ่องเต้รึไง?” กระแสเสียงที่ตอบกลับทั้งห้วนห้าวเจือความไม่พอใจอย่างยิ่งยวด

เทียนฟงหัวเราะครืนอยู่ข้างหูของนาง กระแสเสียงขบขันฟังดูเยือกเย็นราวกับปีศาจร้าย หยวนลี่นึกหวั่นกลัวในใจ บังเกิดลางร้ายประหลาดที่พาดผ่านขึ้นมากลางอก นางปลายตามองวงหน้าของชายหนุ่มผ่านความมืด ด้วยความใกล้ชิดของพวกเขาหยวนลี่ได้เห็นดวงตาดำขลับที่กลมกลืนไปกับรัตติกาล แต่มันกลับกระจ่างทอแสงแพรวพราวดั่งดวงดาราให้ความรู้สึกลุ่มลึกน่าค้นหา ดูมีเสน่ห์เหลือร้ายและเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง

ฮึก!

ความกดดันที่ถาโถมราวกับว่ายามนี้เข้าสู่หน้าหนาวที่มีหิมะโปรยปราย เพียงสิ้นคำของนางท่าทีกดดันจากร่างสูงได้ถาโถมจนรู้สึกหายใจหายคอไม่สะดวก หยวนลี่นิ่งเงียบ นางเม้มปากแน่นแทบหยุดลมหายใจไปชั่วขณะเมื่อความทะมึนที่แผ่ซ่านออกมากำลังทำให้นางนึกกลัว

ความกดดันเช่นนี้แตกต่างจากครั้งแรกที่ดวงวิญญาณชายหนุ่มในร่างของหยวนลี่พบจ้าวถางในคราแรกนัก มันคือความน่าเกรงขามและน่ายำเกรงอย่างแท้จริง หากแต่ทว่า... หยวนลี่ไม่มั่นใจว่าชายตรงหน้าคือฮ่องเต้แต่ความเงียบงันอันจมอยู่ในความทะมึนของมัน กลับทำให้อกของหยวนลี่สะท้านด้วยลมหายใจตื่นตระหนก

 

 

 

 

 

*ชุนหลัน ดอกชุนหลัน/กล้วยไม้จีน

 

สงกรานต์นี้ว่าจะงดอัพนิยายแต่กลัวว่าจะทิ้งนานเกินไปก็เลยมาจับคีย์บอร์ดเคาะๆ ป๊อกๆ แป๊กๆ บ้าง สามวันที่ผ่านมาอากาศค่อนข้างร้อนสติสตังหายไปหมดเลย (=w=) ปั่นนิยายไม่ไหว(ร้องไห้หนักมาก)

 แต่คืนนี้อากาศไม่ร้อนมากนั่งตากพัดลมสบายๆ เลยผ่อนคลายในระดับหนึ่ง ปั่นไป ปั่นมา มันเพลิ๊น โอ๊ะ! พอได้สติมันก็ได้ตอนนึงพอดีงั้นอัพเลยไม่ต้องรอวันที่17ละ (ในเพจได้แจ้งไว้ว่าจะงดอัพถึง17ค่ะ) อาจจะมีคำผิดสำนวนแปล่งๆ ออกมาบ้างนะคะ ก็อากาศมันร้อนT^T อย่าลืมรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ

สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

1,104 ความคิดเห็น

  1. #1073 หนูดี (@lisanna) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 03:08
    ติ ทำไมฟ่ะเขา แต่งให้อ่านฟรีๆก็ดีละ. ไม่พอใจโน้นเลย ไปซื้อ แจ่มใส่เล่มละ200บาท อ่านดิ
    #1073
    0
  2. #1009 SAOW (@Sunako_333) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 22:06
    ขอบคุณค่ะะ สนุกมากก
    #1009
    0
  3. #889 123 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 13:35
    อ่านแล้วน่ารำคาญจริงด้วย ยืดเยื้อ ยืดยาด นางเอกก้องั้นๆ นึกว่าจะได้เห็นบูเซ็กเทียน



    สรุบก็แค่ หญิงชายได้หมด ถ้าสด ชื่น ลาละ มีเรื่องอื่นที่สนุกน่าอ่านกว่านี้เยอะ
    #889
    3
    • #889-1 Lunalinly (@giraya01) (จากตอนที่ 8)
      20 เมษายน 2560 / 14:42
      ขอบคุณที่สละเวลาจ้า
      #889-1
    • #889-3 #น้องสาวบราค่อนขี้มโน (จากตอนที่ 8)
      29 เมษายน 2560 / 18:38
      ไม่ชอบก็ไม่ต้องอ่านดิ เป็น...ไรมากป่ะ

      คนชอบก็มีเยอะแยะ แต่เองเลยดิ หึ!!!!
      #889-3
  4. #801 ไพรชญา (@16-i-18-a-25-a) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 16:50
    เราเกลียดพระเอกแบบนี้ที่สุด นึกว่าจะมีอะไรน่าสนใจ สุดท้ายก็แค่ผู้ชายเก่งที่คิดว่าตัวเองเจ๋ง ใช้อำนาจบงการคนอื่นและรังแกนางเอก ส่วนนางเอกทำไมดูอ่อนทั้งๆที่เป็นชายแท้ เจอพระเอกเข้าหน่อยง่อยเลย ไม่ค่อยตรงใจเราเท่าไหร่
    #801
    0
  5. #787 ไม่รู้จัก (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 15:39
    แทนที่จะฟินอ่านแล้วหงุดหงิดแปลกๆ สรุปนาง(?)เอกก็ยังคงต้องเป็นตุ๊กตาน่ารักๆไว้ให้พระเอกแกล้งเย้าหยอกอย่างเดียว หวังไว้ลึกๆว่านางจะเก่งกว่านี้ ยิ่งอ่านยิ่งหงุดหงิด
    #787
    0
  6. #758 minggg- (@minggg-) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 22:25
    กรี๊ดดด เจอกันแล้วววว

    #758
    0
  7. #635 MissSaza (@MissSaza) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2559 / 22:24
    สนุกมากค่ะ ฮาก้องภพนางจะเปิ่นไปถึงไหน555
    #635
    0
  8. #548 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 17:20
    สนุกมากมาย รอว่าเมื่อไหร่จะเอาคืนทุกคนให้หนักๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ...
    #548
    0
  9. #488 Qzaxgun (@gzb1-realster) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 02:00
    สนุกมากกก ไรต์ดำเนินเรื่องได้ดีมากกกกกกก
    #488
    0
  10. #450 papui (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 15:11
    ขอบคุณคะ
    #450
    0
  11. #371 แพรรี่ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 22:33
    โอ้ยย ฟินคะะ
    #371
    0
  12. #350 NongYingNutty (@haruminilove) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 17:56
    ขำกับความแมน ความเถื่อน ชอบนางมากกกก
    #350
    0
  13. #264 แคนดิไลออน (@resenttoyou) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 00:52
    ปากจัดจังเลย พี่พะเอกจับจูบสักทีสองทีสิ
    #264
    0
  14. #202 Ma-A-Queen (@ma-a-queen) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 22:16
    555 ถูกกอด ถูกหอม 
    #202
    0
  15. #112 Harm. (@tanzanaza) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 17:18
    ทั้งกอด ทั้งโอบ ทั้งมองปาก แหม ท่านอ๋อง เกินไปแล้ว
    #112
    0
  16. #91 j-teana (@j-teana) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 09:18
    หุหุ เจอกันแล้ว
    #91
    0
  17. #89 ImAcha (@imsudyod55) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 14:05
    แหม่ ท่านชินอ๋องได้กำไรเกินควรแล้วนะเจ้าคะ ปล่อยหยวนลี่ได้แล้วม้างง 55555
    #89
    0
  18. #88 Nagato/หิมะสีเลือด (@Nagato69) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 00:52
    ไม่มีใครยอมใคร อิอิ รอตอนต่อไปจ้าาา
    #88
    0
  19. #87 วัวพันปี (@witch-singsong) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 22:33
    ปะทะคารมบนต้นไม้ คึคึ
    #87
    0
  20. #86 หงส์ สิรินทร์ (@honokoe) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 22:25
    ในที่สุดก็ปะทะกันซึ่งหน้าเสียที
    #86
    0
  21. #85 Mintx2 (@Mintx2) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 21:54
    เย่ๆมาก่อนกำหนดน่ารัก ร้อนมากมายเลยคะช่วงนี้ 555555 มาให้ลุ้นอีกแล้วนี่จะเรียกว่านางเอกหรือนายเอกดีหละนี่ 5555 ชอบมากมายเลยคะ
    #85
    0
  22. #84 lovelyava (@ava11) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 21:39
    กำลังสนุกเลย มาต่อไวๆนะ
    #84
    0
  23. #83 จินเมี่ยวลี่ (@savena002) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 21:30
    สนุกมาก รอๆ
    #83
    0