ตอนที่ 9 : ตอนที่7 คำรักเทียนฟง 3/พ.ค./59

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5759
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    19 เม.ย. 60




- 9- 





ต้าหลงเทียนฟงเห็นสีหน้าและแววตาของหยวนลี่ราวกับกวางน้อยซึ่งกำลังสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวภายใต้อ้อมกอด  ในดวงตากลมโตของนางช่างมีเสน่ห์จนน่าลุ่มหลง ราวกับอัญมณีล้ำค่าคู่ควรจดจำน่าหลงใหล หากแม้นใครได้เห็นต่างก็ต้องหลงเสน่ห์จนโงหัวไม่ขึ้นเป็นแน่แท้ แม้อยู่ในชุดกงกงน้อยยังให้ความน่ารักสดใสสมวัยได้อย่างน่าชม เพิ่มความแก่นซนจากดวงหน้างดงามของนางในยามที่มองเขาอย่างท้าทาย

เทียนฟงไม่คิดเลยว่า สาวงามที่ถูกทอดทิ้งด้วยหุ่นเชิดของต้าหลงจะกลับกลายเป็นเด็กสาวที่งดงามโดดเด่น มีพลังที่ซ่อนเร้นราวกับวิหกเพลิงสยายปีกร่ายรำได้อย่างอิสระ ความเคลื่อนไหวของนางช่างคล่องแคล่วฉับไวราวกับเสือป่า อันถูกฝึกฝนอย่างหนัก และเรียนรู้จากสำนักยุทธอันมีชื่อเสียง วิชาตัวเบาของนางดูไร้พลังแต่กลับว่องไวได้อย่างล้ำลึกล้วนเป็นที่น่าตื่นตะลึง ตัวนางดูไม่เหมือนผู้ที่ถูกทอดทิ้งให้อยู่ภายในตำหนักเย็นเพื่อรอคอยความตายเเต่อย่างใด 

ในสองปีก่อนหน้านั้น หยวนลี่ยังดูเป็นเด็กสาวที่อ่อนแอและไร้ประโยชน์นัก ความงามของนางยังไม่ผุดผาดเหมือนปัจจุบัน นางเสมือนเบี้ยตัวหนึ่งซึ่งจ้าวถางหวังใช้นางต่อต้านเขา

แต่ใครจะรู้เล่าว่า จ้าวถางหลังอภิเษกสมรสกับนางได้ไม่นานแคว้นจางหลงกลับสับเปลี่ยนขั้วอำนาจราวพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน แคว้นจางหลงปฏิเสธไมตรีต่อจ้าวถางในทันที แน่นอนว่าเจ้าหุ่นเชิดนั่นทั้งผิดหวังและแค้นเคืองในตัวของหยวนลี่ที่ไร้ประโยชน์ มันทั้งทรมานนางทางจิตใจและร่างกาย ก่อนที่นางจะถูกส่งไปยังตำหนักเย็นเพื่อกลั่นแกล้งให้นางได้ใช้ชีวิตเยี่ยงสัตว์ และจบชีวิตลงอย่างทรมาน

ความโหดร้ายของจ้าวถางมีหรือที่ต้าหลงเทียนฟงจะมองข้ามไปได้

หากไม่ได้เขา... หยวนลี่อาจกลายเป็นเศษซากที่เน่าเปื่อยอยู่ภายในตำหนักเย็นตั้งแต่แรกเริ่มที่นางถูกจ้าวถางผลักใสแล้ว

ตำแหน่งของนางที่ยังดำรงอยู่นั่นก็มีสาเหตุมาจากเขา นางยังคงใช้ชีวิตอยู่ภายในตำหนักเย็นรอคอยต้าหลงจ้าวถางปลดปล่อยนาง แต่นางหารู้ไม่ว่า ผู้ที่นางสมควรรอคอยนั่นคือต้าหลงเทียนฟงผู้กำลังทำการยึดครองริบรอนอำนาจของฮ่องเต้ต้าหลงกลับคืนมา

ในความเหลาะแหละของจ้าวถาง และความเป็นทรราชของมันทำให้ต้าหลงเทียนฟงตระหนักได้ว่า เขาไม่น่าไว้วางใจหลานชายสายตรงจากตระกูลต้าหลงที่ถือกำเนิดจากลูกพี่ลูกน้องตั้งเเต่คราเเรก

หยวนลี่ก่อนหน้านี้เปรียบได้ดั่งปุยเมฆที่ล่องลอยไร้จุดหมาย ทุกคนรู้จักนางเพียงในนามแต่ไหนเลยจะมีใครได้รู้จักตัวตนที่แท้จริง แม้แต่ต้าหลงเทียนฟงเองยังหลงลืมนางไปเสียสนิท ทว่าการปรากฏตัวของนางที่น่าตื่นตาตื่นใจทำให้เขาไม่อาจเมินเฉยหรือนิ่งดูดายปล่อยนางให้หลุดมือ

นางไม่แม้แต่จะมีชีวิตรอดอยู่จนถึงทุกวันนี้ แต่นางกลับมีรูปโฉมงดงามผุดผาดอีกทั้งยังมีความสามารถอันน่าเหลือเชื่อว่าเด็กสาวจะสามารถออกมาจากตำหนักเย็นได้ไกลถึงเพียงนี้ ด้วยพลังปราณที่ไม่อาจตรวจสอบได้ของนาง และความสามารถที่แอบแฝงอยู่ แม้แต่ทหารที่มีพลังปราณยุทธขั้นกลางยังมิอาจตรวจจับความผิดปรกตินี้ได้ เรื่องนี้ทำให้ต้าหลงเทียนฟงเกิดความสนใจจนไม่อาจเก็บซ่อนแววตาอันลึกล้ำของเขาในยามที่จดจ้องนางได้ลง

ผู้ที่สามารถปกปิดพลังมีเพียงไม่กี่คนในเเผ่นดินปราณเทพยุทธ ผู้คนเหล่านั้นล้วนบรรลุปราณเทพยุทธเเล้วทั้งสิ้น นางสามารถปกปิดพลังของตนได้ หากไม่ให้เทียนฟงคิดว่านางมีพลังปราณถึงขึ้นปราณเทพยุทธขั้นกลางเเล้ว จะให้เชื่อได้อย่างไรว่านางเป็นคนธรรมดาที่สามารถใช้วิชาตัวเบาอันล้ำลึกถึงเพียงนี้

ในยุคซึ่งผู้มีพลังปราณเทพแอบแฝงได้เรืองอำนาจ ต่างได้รับการยอมรับนับถือไปทั่วยุทธภพ แม้แต่ฮ่องเต้ในทุกๆ แคว้นต่างต้องยำเกรงและใคร่ครอบครองผู้คนเหล่านี้ให้อยู่ภายใต้การปกครองของตนมากที่สุด แต่น่าเสียดายที่ผู้คนเหล่านั้นส่วนใหญ่ล้วนผินหน้าเข้าหาสำนักเทพยุทธอันมีชื่อเสียงในหลายๆ สำนัก และสำนักเหล่านั้นไม่ยุ่งเกี่ยวกับราชวงศ์อย่างสิ้นเชิง เมื่อคิดถึงข้อนี้ การเมินเฉยต่อหยวนลี่มาช้านานทำให้ต้าหลงเทียนฟงรู้สึกเสียดายและรู้สึกละอายแก่ใจยิ่ง

เทียนฟงราวกับว่าได้ค้นพบสมบัติอันล้ำค่าแม้ห้าแคว้นยอมศิโรราบ ยังไม่น่าตื่นเต้นเท่ากับการที่เขาเป็นคนแรกที่ได้ค้นพบจางหยวนลี่ในความงามของนางและความสามารถที่แอบแฝง หากพัฒนาจนถึงขีดสุดนับได้ว่าเป็นอะไร?

ผู้ที่ยืนอยู่จุดสูงสุดของพลังปราณเทพยุทธนั่นคือเด็กสาวที่มีอายุเพียงสิบปี แต่เนื้อแท้ของนางอายุนั่นก็ปาไปเกือบสองร้อยปีแล้ว นางได้ฉายาว่า จักรพรรดิ์เทพสังหาร ส่วนต้าหลงเทียนฟงอยู่ในอันดับที่สอง เขาสำเร็จปราณเทพยุทธขั้นสูงในขั้นเเรกเริ่มมีฉายาที่ผู้คนต่างพรั่นพรึงในนาม พญามัจจุราชเเห่งต้าหลง ผู้ที่มีชื่อเสียงลองลงมาล้วนเป็นหัวหน้าสำนักปราณเทพยุทธในขั้นเริ่มต้นทั้งสิ้น เเต่ด้วยพลังเพียงขั้นเริ่มต้นก็สามารถพลิกฟ้าพลิกเเผ่นดินด้วยพลังยุทธเพียงกระบวนท่าเดียว

ภายในวังผู้ที่มีพลังปราณยุทธในขั้นกลางคือขุนนางฝ่ายจ้าวถางหนึ่งในนั้นคือบิดาของสนมหวงกุ้ยเฟย นอกจากนั้นเป็นบันฑิตคนธรรมดาสามัญชนทั่วไป และมีพลังปราณยุทธในขั้นพื้นฐานเท่านั้น การเฟ้นหาผู้ที่มีพลังปราณเทพยุทธนั่นเปรียบได้ดั่งการงมเข็มในมหาสมุทร

ความน่าตื่นตาตื่นใจนี้ทำให้ต้าหลงเทียนฟงเกิดความรักใคร่ที่บังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในจิตใจ ใครจะรู้เล่าว่า เทียนฟงชินอ๋องผู้ซึ่งได้รับฉายาว่าเป็นพญามัจจุราชแห่งขุนเขาน้ำแข็งจะถูกทลายลงด้วยเด็กสาวที่อายุเพียงสิบหกปีเท่านั้น

รอยยิ้มบางเบาดุจปุยเมฆของอ๋องหนุ่มคลี่ยิ้มได้อย่างลึกซึ้งในความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อหยวนลี่ แต่แล้ว สิ่งที่ทำให้เทียนฟงรู้สึกประหลาดใจจนไม่อาจเก็บซ่อนแววตาเป็นประกายลงได้ นั่นคือดวงตากลมโตของหยวนลี่ที่แสดงความตื่นตระหนกพาดผ่าน บัดนี้กลับแข็งกระด้าง เย็นชาและผลักไสเทียนฟงให้ออกห่างจากนางไกลหมื่นลี้

ความรู้สึกที่มิได้พานพบมานานนับปี แต่กลับเกิดขึ้นจากเด็กสาวที่ตนสนใจทำให้เทียนฟงอยากหัวเราะออกมาด้วยความยินดี

นางน่าสนใจเกิดกว่าที่ข้าจะปล่อยนางให้หลุดมือไปเป็นครั้งที่สอง!

จิตสังหารที่รุนแรงได้สะท้อนออกมาจากแววตาของดรุณีน้อย มันสร้างความกดดันมหาศาลที่แม้แต่ต้าหลงเทียนฟงเองก็ไม่คาดคิดว่านางจะสามารถแผ่กลิ่นกรุ่นความน่าประหวั่นพรั่นพรึงออกมาได้มากเพียงนี้

เมื่อครู่นี้เอง เทียนฟงก็ได้ปล่อยรังสีฆ่าฟันข่มขู่นางให้นึกกลัว แม้จะผิดหวังในท่าทีตื่นตระหนกของนางคราแรก แต่ยามนี้ดวงตาของเทียนฟงประกายความตื่นตระหนกและน่าอัศจรรย์ใจเป็นอย่างยิ่ง

นางไม่แม้แต่จะสามารถเก็บซ่อนพลังปราณเทพของนางได้ หากแต่นางยังสามารถปล่อยรังสีฆ่าฟันได้รุนแรงจนน่าตกใจ ดรุณีน้อยที่อยู่แต่ในตำหนักเย็นเช่นนางสามารถพัฒนาได้ถึงขั้นสูงสุดเช่นนี้เชียวหรือสิ่งใดกันที่ทำให้นางมีความสามารถมากมายถึงเพียงนี้

เท่าที่เทียนฟงเคยทราบ เด็กสาวรูปร่างบอบบางที่อยู่ตรงหน้านางแทบไม่เป็นวรยุทธใดๆ มีเพียงพลังปราณเทพยุทธขั้นพื้นฐานที่ไม่อาจพัฒนาได้มากกว่านี้ แน่นอนว่ามีเพียงแค่เทียนฟงเท่านั้นที่ทราบ เรื่องนี้พี่ชายของหยวนลี่เคยแจ้งแก่เขาก่อนที่นางจะถูกส่งตัวมายังต้าหลง เขายังเคยคิดว่าพรสวรรค์ที่นางได้รับไม่ต่างอะไรกับจอมยุทธที่ขาดเเขนทั้งสองข้างไป

แต่สาเหตุที่แท้จริงซึ่งเทียนฟงได้คิดเตลิดไปไกล แท้จริงแล้วหยวนลี่มิได้ปล่อยรังสีฆ่าฟันดังที่อ๋องหนุ่มคิด ในดวงตากลมโตที่เขม็งมองผ่านความมืดนั้นกลับเปี่ยมไปด้วยความเกลียดชังที่มีต่อจ้าวถาง และตัวนางหิวเกินกว่าที่จะมาเล่นทายคำ ทายซิใครเอ่ย กับคนที่กล้าคิดว่าตัวเองเป็นฮ่องเต้ ในความหวาดกลัวของหยวนลี่ กลับกลายเป็นความทรมานที่กำลังกัดกร่อนกระเพาะน้อยๆ ของนางอยู่

บัดซบเถอะ ไอ้หน้ามารดามันข้าหิวเกินกว่าที่จะใช้สมองคิดว่ามันเป็นใครต่อให้รู้ว่ามันเป็นฮ่องเต้แล้วจะได้อะไรขึ้นมา ข้าหิวเกินกว่าที่จะยกกำปั้นหรือยืนแข็งค้างให้ลมโบกพัดเช่นนี้ นี่มันจะจ้องหน้าข้าผ่านทางความมืดอีกนานแค่ไหน หากข้าเป็นปลากัดข้าไม่ท้องแล้วรึ?

หยวนลี่มุ่ยหน้าด้วยนึกไม่พอใจ ดวงตาของนางได้แผ่กลิ่นกรุ่นของความขุ่นเคืองเริ่มด่าทอเทียนฟงไปจนถึงโคตรเง่า

ไร้สาระสิ้นดี!

เทียนฟงประสบความสำเร็จในขั้นหนึ่ง นั่นคือดวงตากลมโตของหยวนลี่ได้สั่นไหวและหวั่นกลัวเขาในชั่วเพลาหนึ่ง แต่ยามนี้ สายตาของนางกลับแข็งกร้าวไม่แม้แต่จะเกรงกลัวความกดดันที่แผ่รังสีออกมาจากต้าหลงเทียนฟง หากแต่ทว่านางกลับได้ปล่อยไอกรุ่นรังสีฆ่าฟันออกมาอย่างรุนแรง ดวงตาคมประดุจเหยี่ยวของอ๋องหนุ่มบัดนี้มันเบิกกว้างจนกลมโตราวไข่ห่าน เมื่อเห็นพลังปราณเทพที่ค่อยๆ พวยพุ่งออกมาจนกลายเป็นไอสีแดงปกคลุมร่างบางได้อย่างน่าพรั่นพรึง

สิ่งนี้ย่อมเป็นที่ยืนยันถึงพลังที่นางครอบครองอยู่!

ข้าเจอเจ้าแล้ว!”  

สวรรค์ผู้ที่เขาตามหามานานอยู่ต่อหน้าเทียนฟงแล้ว ในดวงตาลุ่มลึกดุจรัตติกาลประกายความรักใคร่ต่อนางอย่างลึกซึ้ง มันเป็นความรู้สึกแรกประทับใจจนไม่อาจควบคุมหัวใจที่เต้นแรงให้สงบลงได้

หยวนลี่ได้ฟังคำของเทียนฟงใบหน้างดงามยิ่งกว่าบุปผาย่นคิ้วด้วยไม่เข้าใจ นางได้เอ่ยปากหลังจากที่พวกเขาต่างพากันเงียบงัน และเป็นเทียนฟงที่เอ่ยปากขึ้นมาก่อนหน้านี้

อะไรที่ว่าเจอเจ้าแล้ว เจ้ารู้ว่าข้าคือจางฮองเฮาเจ้าคือจ้าวถางรึ!” ในดวงหน้าแตกตื่นของนางได้ฉายแววความทะมึนออกมาจากสีหน้าและแววตา สิ่งที่นางประหม่าและหวาดวิตก

นั่นคือเรื่องจริงหรือนี่ที่มันคือฮ่องเต้จริงๆ

เทียนฟงเดาะลิ้นพลางส่ายหน้าเนิบๆ เขายกนิ้วชี้โยกไปตามใบหน้าของเขาเสมอดวงตากลมโตของหญิงสาว “อย่าได้เปรียบข้ากับคนไม่เอาไหนเช่นมัน สิ่งที่เจ้าควรตื่นตระหนกและหวาดกลัวมิใช่จ้าวถางหากแต่เป็นคนที่เจ้าไม่คาดคิดเลยทีเดียว

หยวนลี่กรอกตาขึ้นด้วยความเบื่อหน่าย ดูเหมือนว่าการฆ่าเขาซะตอนนี้ยังง่ายกว่าการคาดคั้นเอาคำตอบที่แท้จริงจากเขาเสียอีก บนดวงหน้าน่ารักน่าเอ็นดูของนางที่ตอบโตฉับไวกลับยิ่งทำให้เทียนฟงเกิดความรักใคร่จนใบหน้าของเขาเปี่ยมรอยยิ้มกว้างฟุ่มเฟือย

หยวนลี่สบถมาคำ “ลีลานัก!” ดวงหน้าน่ารักของนางเปรียบได้ดังกลีบบุปผาที่ยับย่น

เทียนฟงหัวเราะครืนเขาฉกฉวยโอกาสใช้มือแกร่งลูบพวงแก้มนุ่มนิ่มของหยวนลี่ ดวงตากลมโตของนางยิ่งถลึงโตแทบถลนออกมา

อย่ามาจับแก้มข้าไอ้คนฉวยโอกาส!

คำนี้ค่อนข้างสะเทือนใจหยวนลี่อยู่กลายๆ แม้นว่ามันจะหลุดออกมาจากปากของตนเอง

ก้องภพในร่างของชายหนุ่มในโลกอนาคต เขามักถูกคำๆ นี้ด่าทอจากสาวๆ ที่ตนชอบเกี้ยวพาราสีในยามที่นึกครึ้มอยากได้ใครสักคนกลับไปนอนอุ่นเตียงที่คอนโด เขาไม่เคยรู้สึกเจ็บราวกับว่าใบหน้าของเขาได้ฉาบเอาไว้ด้วยปูนตราช้าง หากแต่ทว่าในวันนี้ ความรู้สึกที่ได้เป็นสตรี อีกทั้งยังถูกลวนลามด้วยผู้ชายด้วยกันมันให้ความรู้สึกเจ็บใจจนแทบกระอัก

นี่หรือเปล่าที่เขาเรียกว่ากรรมติดจรวด...

ดูเหมือนว่ามือที่เหนือกว่ามือปลาหมึกปลาไหลของร่างสูงที่อยู่ตรงหน้าเริ่มคุกคามไปตามใบหน้าของหยวนลี่มากยิ่งขึ้น นิ้วแกร่งของเทียนฟงกำลังดึงแก้มของนางเล่นด้วยความหมั่นเขี้ยวอยู่ในใจ

แก้มของเจ้านิ่มราวกับลูกแมว” 

คำหยอกล้อแลผ่อนคลายทำให้หยวนลี่เกิดจิตสังหารขึ้นอีกละลอก ร่างเล็กๆ ขาสั้นๆ ของนางอยากยกเท้ายันร่างสูงให้กระเด็นออกไปไกลแสนลี้ แต่ดูเหมือนว่านั่นเป็นเพียงแค่ฝัน

ไอ้บัดซบเอ๊ย!” หยวนลี่ด่าทอเทียนฟงออกมาอีกคำ เขาไม่มีทางพอใจกับคำชมที่ลั่นออกมาจากปากบุรุษเพศเช่นเดียวกันกับดวงวิญญาณที่อยู่ในร่าง หยวนลี่หัวฟัดหัวเหวี่ยงจนใบหน้ายับย่น ดวงตาของนางแข็งกร้าวและดุดันแทบอยากฝังคมเขี้ยวไปบนไหล่ร่างสูงให้เกิดรอย

หากมันเข้ามาใกล้กว่านี้ได้เจอสกิลหมาบ้าของก้องภพแน่!

โครกกกกก....

หยวนลี่ “...”

เทียนฟงเลิกคิ้วขึ้นสูงประหลาดใจเมื่อได้ฟังเสียงคำรามลั่นออกมาจากสาวงามในร่างกงกงน้อย ตัวเขาแทบอยากจะหัวเราะออกมาให้ดังลั่น ร่างสูงพยายามกลั้นขำและกุมท้องด้วยความเจ็บปวด หยวนลี่ได้แต่ยืนหงุดหงิดเป็นเจ้าเข้าอยู่ในใจ สุดท้ายเข้าโกรธจนแทบอยากร้องไห้ออกมา

โรคจิต ไอ้บ้านี่มันต้องโรคจิตแน่ๆ เวรของหยวนลี่ เวรของก้องภพเจอแต่ละอย่างนี่ดีๆ ทั้งนั้น!

 เทียงฟงพยายามเกร็งใบหน้าของเขาให้เป็นปรกติมากที่สุด เขาลูบกลุ่มผมของหยวนลี่ด้วยความเอ็นดู "ข้าไม่เเกล้งเจ้าเเล้ว มาเถิดข้าจะพาเจ้ากลับตำหนัก" สรรพนามเเลอ่อนโยนเเละนุ่มละมุนเปลี่ยนไปในฉับพลันจนหยวนลี่งงงวย

"เอ๊ะเฮ่ยเดี๋ยว!!!" หยวนลี่เบิกตาโตด้วยเเตกตื่น ร่างเล็กๆ ของเขาถูกอุ้มขึ้นอย่างง่ายดาย 

เทียนฟงเลิกคิ้วประหลาดใจก่อนจะเผยรอยยิ้มบางเบา "ตัวเหมยลี่*เบาเหมือนขนนก มิน่าเล่า ในยามที่เจ้าใช้วิชาตัวเบาจึงเหมือนเทพเซียนเคลื่อนคล้อยล่องเมฆา" 

บัดนี้ใบหน้าของหยวนลี่บิดเบี้ยวด้วยความสะพรึงอยู่ในใจ

ในราตรีซึ่งถูกประดับด้วยหมู่ดาวนับล้านพราวระยับ สายลมเอื่อยหอบกลิ่นบุปผางามเเละเย็นฉ่ำชื่นหัวใจ ตำหนักน้อยใหญ่ล้วนถูกจุดด้วยโคมไฟสีส้มเเดงให้เห็นอยู่ประปลาย เกิดเเสงสีท่ามกลางความมืดคล้ายหมู่ดาวบนฟากฟ้าล้วนเป็นทิวทัศน์ที่หาดูได้ยากในมุมสูง 

ในความมืดร่างสูงได้เคลื่อนตัวเหยียบอากาศไปอย่างรวดเร็ว เเต่กลับอ่อนโยนเเผ่วเบาสำหรับร่างบางซึ่งซุกกายอยู่ในอ้อมกอด หยวนลี่คอยลอบมองวงหน้าของเทียนฟงชินอ๋องในยามที่เเสงจันทร์ส่องกระทบจนเห็นรูปโฉมที่เเท้จริง

หยวนลี่ไม่คิดว่าเจ้าโรคจิตจะหล่อเหลารูปงามเพียงนี้ เขาค่อนข้างมั่นใจในความหล่อของตัวเองสูง เเต่เมื่อได้เจอเทียนฟง ความหล่อของเขาอาจมีเเค่สองในสี่ของความหล่ออ๋องหนุ่ม ยิ่งรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าของมัน มันช่างเจิดจรัสท่ามกลางดวงดาวนับล้านดวงราวกับเทียนฟงหลุดออกมาจากภาพวาดปานนั้น หล่อเข้มเเบบมีสไตล์น่าค้นหา... 

นางเผลอจดจ้องหน้าอ๋องหนุ่มอยู่นาน บัดนี้เทียนฟงได้ก้มหน้าสบตาหยวนลี่เมื่อรู้สึกถึงความคุกคามจากสายตา

"หน้าข้ามีอะไรแปลกหรือ?" เทียนฟงเอ่ยถาม

หยวนลี่ยังคงมีใบหน้าง้ำงอ "นี่พี่ชาย ท่านจะพาข้าไปที่ใด พาข้าไปเชือดรึ?" เขาเอ่ยถามด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายมิได้ตระหนกในคำกล่าวหากถูกพาไปเชือดจริงๆ ในดวงตาของหยวนลี่กลับประกายความตื่นเต้นอัศจรรย์ใจ นางหลุบตามองไปยังทิวทัศน์เบื้องล่างเเละเอ่ยถามอีกว่า "เจ้าทำมันได้ยังไง เจ้าเหาะได้โดยที่ไม่มีปีก! นี่มันสุดยอดอเมซิ่งเเดนมังกร!" 

คำตื่นเต้นของหยวนลี่ทำให้เทียนฟงหัวเราะครืน เขาทอดมองหยวนลี่ราวกับเด็กน้อยที่ได้พบเจอเรื่องเเปลกใหม่ก็รู้สึกตื่นเต้นเเปลกใจทุกครั้งไป

"มันเป็นวิชายุทธ วิหกซ่อนเร้น เมื่อบรรลุพลังถึงปราณเทพยุทธขั้นกลางจะสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ เจ้าอยากฝึกมันหรือไม่?" 

หยวนลี่เหลือบตามองใบหน้ารูปงามที่เลิกคิ้วเป็นเชิงถาม ในดวงตาลึกล้ำเเละยากเข้าใจคู่นั้นมิได้กล่าวเล่นเเน่นอน หากเเต่มันเปี่ยมความเอ็นดูได้อย่างลึกซึ้ง คิ้วเรียวดุจกระบี่เคลื่อนไหวดั่งใบหลิ่วขยับขึ้นลงยักคิ้วหลิ่วตา เเน่นอนว่าหยวนลี่เกลียดบุรุษที่เล่นหูเล่นตากับนางนัก

"เจ้าคิดว่าข้าจะสนใจรึ?" หยวนลี่เเค่นเสียงหัวเราะเย้ยหยัน ไม่นานสีหน้าจึงกลับมาเยียบเย็นเเละนิ่งสงบประดุจผิวน้ำ ดวงหน้าน่ารักของนางเชิดขึ้น เผยลำคอระหงสีขาวเรียบเนียนปานกระเบื้องเคลือบ ทุกๆ อิริยาบถในตัวนางถูกจดจ้องโดยดวงตาของเทียนฟง

นางได้ปลายตามองเขาเเลดูกระเง้ากระงอดน่าหลงใหล 

"เหตุใดเจ้าไม่ตอบข้าก่อนว่าเจ้าคือใครบางทีข้าอาจจะไว้วางใจเจ้ามากกว่านี้" 

เดิมทีหยวนลี่ก็มิใช่คนที่ถือตัวเย่อหยิ่งนัก เขาถือคติดีมาดีกลับ เเละชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าก็มิได้ให้ความรู้สึกถึงภัยคุกคามอีกเเล้ว หยวนลี่ตระหนักว่า หากชายผู้นี้คิดจะฆ่าเขามันสามารถโยนเขาลงสู่ผืนพสุธาได้ในทันที เเต่นี่กลับพาเขาไปยังที่ใดที่หนึ่งเเน่นอนว่ามันไม่ใช่ตำหนักเหิง เเละชายผู้นี้ก็มิใช่จ้าวถางที่น่าชิงชังหยวนลี่ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องต่อต้านมัน

"ห้ามบอกให้ข้าเดา" หยวนลี่กล่าวดักคอ นางมุ่ยหน้าเตรียมแยกเขี้ยวยินฟันใส่เมื่อเห็นว่าเทียนฟงกำลังจะอ้าปาก

ใบหน้ารูปงามดุจหยกเย็นของเทียนฟงยิ้มกว้าง เขาหัวเราะครืนออกมาก่อนจะกล่าว "ต้าหลงเทียนฟง... นั่นคือนามของข้า"

ต้าหลง... เทียนฟง...

“...!

หยวนลี่เบิกนัยน์ตากว้างเพียงได้ยินนามของชายแปลกหน้า ไม่คิดว่าผู้ที่อันตรายในความทรงจำของหยวนลี่จะอยู่ตรงหน้าเขา! มิหนำซ้ำ ยังโอบอุ้มด้วยท่าทีอ่อนโยนนี่มิใช่ว่ามันหลงรักเขาเเล้วรึ!?

หยวนลี่ค่อนข้างมั่นใจแม้เเต่เขาในเเรกเห็นยังหลงรักตัวนางเอง เเล้วผู้อื่นเล่าต้าหลงเทียนฟงผู้นี้ในความทรงจำเป็นผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดในต้าหลง เขาทั้งน่ากลัว เป็นมังกรที่เผยคมเขี้ยวได้อย่างน่าสะพรึง เเต่ในเพลานี้หยวนลี่กลับมองเห็นเพียงผู้ชายโง่งมผู้หนึ่งที่ซึ่งกำลังเเย้มยิ้มโง่ๆ ออกมา ไม่เห็นจะน่ากลัวสักนิด ร่างบางยิ่งกอดกายตัวเองแน่นอย่างหวงเนื้อหวงตัว

"เจ้ากลัวข้าหรือ?" เทียนฟงเอ่ยถามเมื่อเห็นเเววตาของหยวนลี่ทอดมองเขาอย่างคลุมเครือ

หยวนลี่เบ้ปาก "ข้าไม่เคยกลัวใคร" บัดนี้สีหน้าของนางเเลดูผ่อนคลาย "ข้าเเค่ไม่ไว้วางใจเจ้า"

คำตอบของหยวนลี่สร้างความพึงพอใจเเก่เทียนฟงยิ่งนักเขากระชับวงเเขนเเน่นขึ้นอีก ในร่างเล็กบางเบาไร้กระดูกให้ความรู้สึกน่าหลงใหลราวลูกเเมวเขาเเทบไม่อยากปล่อยนางให้หลุดมือ ใบหน้ารูปงามโน้มเข้าหาเเละเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบานุ่มละมุน "ข้าดีใจที่เจ้าไม่กลัวข้า ในใต้หล้านี้ผู้คนต่างกลัวข้ายกเว้นเจ้า"

หยวนลี่ย่นคิ้วสบดวงตาลึกล้ำดุจรัตติกาลของต้าหลงเทียนฟงด้วยความไม่เข้าใจ

หรือนี่เป็นสกิลจีบสาวของมัน?


หยวนลี่ไม่เคยพบเจอคนแปลกประหลาดอย่างเทียนฟง เพียงเจอกันครั้งแรกอ๋องหนุ่มผู้นี้กลับดูเอาใจใส่และเอาอกเอาใจหยวนลี่นัก ในดวงหน้าหล่อเหลาเปื้อนรอยยิ้มโง่ๆ ของชายผู้นั้น กำลังแย้มยิ้มราวกับโลกนี้ถูกปกคลุมไปด้วยบุปผาหลากสีสันปานนั้น ร่างแกร่งนั่งเท้าคาง ในดวงตาลึกซึ้งหยีเล็กกำลังทอดมองนางด้วยแววตาอ่อนโยน หยวนลี่เกิดความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก...

“...”

ใช่... นางกลืนไม่เข้าคายไม่ออกจริงๆ

มือเล็กๆ สีขาวเนียนราวกระเบื้องเคลือบของนางวางตะเกียบลงด้วยความรู้สึกเสียดาย เมื่อนางยังต้องการที่จะรับประทานอาหารหลากลานตาเลิศรสนี่ให้หมด แต่เพราะสายตาที่เอาแต่จ้องมองนางด้วยแววตาลึกซึ้งยากเกินเข้าใจดวงนั้น มันกลับทำให้นางไม่อยากอาหาร มิหนำซ้ำ นางจะคายซากเนื้อที่ยัดเข้าปากจนแก้มตุ่ยเคี้ยวไม่ไหวนี่ได้ยังไง

เจ้าอิ่มแล้วรึ?” เทียนฟงเลิกคิ้วเป็นเชิงถามเมื่อเห็นเด็กสาววางตะเกียบ หยวนลี่พยักหน้า แก้มย้วยๆ ราวกระรอกน้อยของนางพยายามที่จะเคี้ยวเนื้อลงคอแต่มันยากลำบากนัก เทียนฟงแทบไม่อาจเก็บซ่อนแววตาของความชอบพอในตัวนางได้ลง

แก้มย้วยๆ เช่นนี้ก็น่ารักน่าชังดี ข้าเพิ่งเคยพบสตรีที่สามารถจัดการกับอาหารได้ในเพลาอันสั้น มิหนำซ้ำนางไม่รักษากิริยาและเป็นกันเองจนให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ความเป็นธรรมชาติของนางแทบไม่มีสิ่งใดผิดพลาดไปจากความใสสะอาด และบริสุทธิ์ผุดผ่องราวกับเหลียนฮวาสีขาวในยามเช้า

ในยามนี้ ไม่ว่าหยวนลี่จะตะกละมูมมามเยี่ยงขอทานเช่นไรเทียนฟงก็ยังเห็นว่านางน่ารักอยู่ดี เขาส่งป้านน้ำชาให้แก่นางพลางส่งรอยยิ้มละไมให้

หยวนลี่รับป้านน้ำชานางยกชาดื่มจนหมด ไม่พอยังส่งสายตาให้เทียนฟงรินให้แก่นางอีก นางดื่มอีกอึกจนเศษเนื้อสามารถกลืนลงคอได้อย่างสะดวก

 “อยากทานขนมหรือไม่?” เทียนฟงเอ่ยถามเมื่อยังเห็นดวงตาของหยวนลี่สอดส่าย นางเงยหน้าขึ้นดวงตาเป็นประกายวาววับดั่งดวงดาราพยักหน้ารวดเร็ว

ร่างสูงลุกขึ้นเดินไปยังโต๊ะยาวซึ่งมีขนมวางเรียงรายเป็นทิวแถว เขาเลือกขนมที่ดีที่สุดและรสชาติดีเยี่ยมที่สุด ที่เขาชื่นชอบและโปรดปรานนำมันกลับมาที่โต๊ะเล็กต่อหน้าหยวนลี่ ดวงตากลมโตของหยวนลี่เพ่งมองไปยังขนมดอกกุ้ยฮัวที่ส่งกลิ่นหอมได้น่าลิ้มรสนัก นางไม่ลังเลที่จะหยิบมันขึ้นมากัดคำหนึ่งใบหน้าจิ้มลิ้มหลับตาลงด้วยความเคลิ้มฝัน นานเพียงใดแล้วที่หยวนลี่ไม่ได้ลิ้มรสชาติของอาหารคนได้อย่างเต็มปากเพียงนี้ มันให้ความรู้สึกฟินราวกับได้ขึ้นสวรรค์

อา...

จริงอย่างที่ฝูลี่กล่าว อาหารในห้องต้นเครื่องหลักมีอาหารและของว่างมากมายตระการตาจริงๆ ที่นี่เปรียบได้ดั่งสวรรค์บนดินสำหรับพวกเขา หยวนลี่ลืมตามองขนมกุ้ยฮัวตาละห้อย เขาเริ่มนึกถึงฝูลี่ว่าป่านนี้นางกำนัลสาวของตนจะเป็นอย่างไรบ้าง นางคงตกใจมากที่เขาหายไป แม้บัดนี้ดึกดื่นแล้วยิ่งต้องสร้างความกังวลใจให้แก่ฝูลี่แน่ๆ

หยวนลี่ชำเลืองตามองเทียนฟงตาปริบๆ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเกรงอกเกรงใจ ข้าสามารถนำขนมเหล่านี้กลับตำหนักเหิงได้หรือไม่?”

เทียนฟงพยักหน้าเนิบๆ เขาหยิบขนมอีกชิ้นป้อนหยวนลี่ เจ้าสามารถนำมันกลับไปได้ทั้งหมด

ใบหน้าของหยวนลี่ฉายแววความพึงพอใจจนไม่อาจเก็บซ่อนรอยยิ้มบางเบา ดวงตากลมโตของนางเหลือบมองเทียนฟงอีกครั้งในขณะที่นางยังคงเคี้ยวขนมในปาก นางมองร่างสูงพิจารณาอย่างระแวดระวัง

ดูๆ ไปแล้ว คนๆ นี้ดูไม่มีพิษภัยสำหรับนาง แต่ก่อนหน้านี้รังสีฆ่าฟันของเทียนฟงช่างรุนแรงยิ่งนัก มันทั้งให้ความกดดันอย่างน่าประหลาดจนร่างกายหนักอึ้งเหมือนถูกก้อนหินหล่นทับปานนั้น แต่ในเพลานี้เขาดูเหมือนก้อนเมฆที่เลื่อนลอย ดวงตาของมันในยามที่จ้องมองดูก็รู้ว่ามันปรารถนาในตัวนางเพียงไหน แต่มันก็มิได้ล่วงเกินนางไปมากกว่านี้ มิหนำซ้ำ ยังพามาเลี้ยงอาหาร เสียดิบดี

หรือว่าเทียนฟงชินอ๋องกำลังหลอกให้ข้าตายใจ?

เหมยลี่กำลังระแวงข้า?” เทียนฟงเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม เขายังคงนั่งเท้าค้างจ้องมองหยวนลี่ทานขนมอย่างใจเย็น บนใบหน้าที่ได้ชื่อว่าเป็นพญามัจจุราชภูเขาน้ำแข็งไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับฉายแววความอ่อนโยนได้อย่างลึกซึ้งตรึงใจ หยวนลี่รู้สึกขนลุกทุกครั้งที่ถูกเทียนฟงจ้องมอง

หยวนลี่ไม่คิดหลบสายตานางยังคงมองเทียนฟงอย่างระแวดระวัง ปัดมือเปื้อนคราบผงน้ำตาลออกมาจากนิ้วเรียว ทำไมเจ้าจึงช่วยข้า? หรือกำลังหลอกให้ข้าตายใจแล้วพาข้าไปส่งทหาร?”

เทียนฟงได้ฟังคำของนางเขาหัวเราะครืนออกมา เจ้าเห็นข้าเป็นคนเช่นนั้นรึ?”

หยวนลี่ย่นคิ้ว ข้ากับเจ้าเพิ่งเคยเจอกันเหตุใดต้องช่วยข้า สถานะข้าในตอนนี้ก็มิได้เป็นฮองเฮาที่แท้จริง การออกมาจากตำหนักเย็นมีโทษเยี่ยงไร?”

การที่หยวนลี่ถูกจับได้ว่าหนีออกมาจากตำหนักเย็นแน่นอนว่าต้องมีโทษรุนแรงถึงขั้นโบยด้วยไม้หน้าสามกันเลยทีเดียว แต่สถานะของหยวนลี่ในเพลานี้เปรียบได้ดั่งเศษฝุ่นในวังหลัง ผู้คนที่นี่พวกมันแทบหลงลืมจางฮองเฮาไปจนหมดสิ้น หากเอ่ยพระนาม ยากจะมีใครนึกถึงดรุณีน้อยที่มีรูปโฉมปานเทพเซียน

สีหน้าบนใบหน้ารูปงามปานหยกสลักเสลาของเทียนฟงกลอกตาคิดชั่วแล่น ไม่นานจึงเผยรอยยิ้มราวกับแสงอรุณแรกแย้ม เอาเช่นนี้ดีหรือไม่? ไม่ว่าเหมยลี่กำลังคิดทำสิ่งใดอยู่ให้ข้าร่วมมือกับเจ้า เช่นนี้แล้วเราทั้งสองต่างมีโทษร่วมกัน

หยวนลี่แค่นเสียงหัวเราะด้วยใบหน้าเย็นชา สายตาของนางราวกับดวงตาพยัคฆ์ที่กำลังมุ่งร้ายเหยื่อ หญิงสาวกอดอกพิงกายไปตามพนักเก้าอี้เพื่อพักท้อง เอ่ยถามเทียนฟงกลับไปด้วยไม่ไว้วางใจ เจ้าเป็นถึงเทียนฟงชินอ๋องใยข้าต้องเชื่อใจเจ้า มันไม่มีเหตุผลที่ข้าและเจ้าต้องร่วมมือกัน สายตาของหยวนลี่ยังคงระแวดระวัง และมองเทียนฟงด้วยแววตาเย็นชาผลักไส

เทียนฟงขยับกายใช้แขนอีกข้างหนึ่งเท้าคาง ดวงตาลุ่มลึกดุจรัตติกาลให้ความเยียบเย็นประดุจลมเหมันต์เปี่ยมความรักใคร่อาดูร เขาจ้องมองหยวนลี่ด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม และกล่าวด้วยน้ำเสียงอันทรงพลังนุ่มละมุน หากข้าบอกว่าข้ารักเจ้า เจ้าจะเชื่อหรือไม่

ในขณะนั้น หยวนลี่ได้ยกป้านน้ำชาขึ้นจิบ นางถึงกับพ่นน้ำออกมาจากปากจนเกิดละอองแตกกระจายราวน้ำตกใส่ใบหน้าของเทียนฟง แต่ถึงกระนั้น ใบหน้ารูปงามเปื้อนรอยยิ้มของชายผู้นี้ก็ยังคงเปี่ยมรอยยิ้มอ่อนโยน ราวกับศิลาหินอายุนับหมื่นปีมิได้รู้สึกสะทกสะท้านแต่อย่างใด ผิวหน้าอันเนียนเรียบราวเปลือกแอปเปิ้ลเกาะพราวไปด้วยละอองน้ำยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้แก่ชายหนุ่มที่หญิงสาวต่างต้องคลั่งไคล้

หยวนลี่มองเทียนฟงด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ดวงตาของนางกลมโตมันสะท้อนแสงเทียนราวกับดวงจันทร์ อ้าปากตาค้างตะลึงงันในสิ่งที่ได้ฟัง นางถึงกับสตั้นไปสิบวิ...

บัดซบเอ้ยงานเข้าแล้วไหมเล่า นี่มันผิดไปจากที่คิดเสียที่ไหน!!!!

คนสมัยนี้เขาบอกรักกันง่ายดายเยี่ยงนี้เชียวรึ!!!!?

ใครเชื่อก็ลาโง่แล้วเฟร้ย!

 

 

 

 

 เหมยลี่* เป็นชื่อที่เทียนฟงตั้งให้ด้วยความรักเหมือนชื่อเล่น ลี่ ที่มาจากคำว่า สวยงาม เหมย ดอกเหมย เทียนฟงเปรียบหยวนลี่สวยงามเหมือนดอกเหมย

ปราณเทพยุทธ* อยากให้อ่าน ปราณเทพพะยุทธ

ปราณเทพยุทธ กับ ปราณยุทธ เป็นระดับพลังปราณที่เเตกต่างกันนะคะ เทพ* คือคนที่มีพรสวรรค์มาตั้งเเต่เกิด เเต่ก็มีไม่กี่คนที่ทะลุทะลวงพลังปราณยุทธจนถึงปราณเทพยุทธได้ 

กำลังภายในเริ่มมาเเล้ว... -0-!

ช่วงนี้อากาศร้อนเนอะ...

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

1,104 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 09:17
    เทียนฟงออกอาการเร็วไป ต้องเก็บมาดไว้หน่อย เพราะยังไงซะยากที่ใครจะเชื่อสมัยโบราณไม่มีรักให้ใครหร็อกเพื่อผลประโยชน์ แต่งกันยังไม่รักเลย
    แต่มีเรื่องหนึ่งที่เราคิด ตอนแต่งนางเข้าวังเป็นฮองเฮา ฮองเต้เค้าคงไม่ได้เข้าหอกันใช่ไหมเพราะนางอายุแค่ 14ปีเองตอนแต่งอ่ะ 2-3เดือนก็ส่งเข้าตำหนักเย็นเลย
    ถ้าเทียนฟงชินอ๋องเป็นพรเอก แล้วนางเอกเป็นฮองเฮาของคนอื่นล่ะ
    #1016
    0
  2. #1010 SAOW (@Sunako_333) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 22:23
    ชินอ๋องงง มันจะหลงรักเร็วไปละะะ
    #1010
    0
  3. #885 Kaktinum (@kaktinum) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 20:51
    พ้นน้ำกันเลยทีเดียว

    ปล. อยากเกริ่นซะหน่อยเวลาเปลี่ยนฉาก
    #885
    0
  4. #834 MoePunCH (@kuronekokuroneko) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:28
    พรูดดดดด//พ่นน้ำ
    #834
    0
  5. #788 ไม่รู้จัก (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 15:51
    นึกว่าเป็นคนเดียวเรื่องที่อยู่ๆมาปุปปัปอะไรก็ไม่รู้ คือฟินไม่ทัน(ไม่ฟิน)เลยอ่ะ
    #788
    0
  6. #782 'Bëa.K. (@kalojiaki) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 22:02
    555555 ตกหลุมรักกันง่ายๆเลยแหะ เฮียฟงต๋องแล้วว
    #782
    0
  7. #759 minggg- (@minggg-) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 22:35
    ที่ผ่านมาในบทก่อน ๆ กับบทนี้
    มันคืออะไรรรรร
    อินเลิฟแล้วววว???????????????
    #759
    0
  8. #683 Lด็nlxม่ (@uoupoptot) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 / 16:57
    เทียนฟงรับน้ำมนต์ไปเจิมแล้ว 5555
    #683
    0
  9. #636 MissSaza (@MissSaza) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 00:00
    ถ้าเทียนฟงกับหยวนลี่ รู้ความคิดในใจของอีกฝ่าย คงกระอักเลือดตายเป็นแน่ 555 โดนหยวนลี่พ่นน้ำชาใส่ ยังเพิ่มความหล่อได้อีกฮ่าๆๆๆ
    #636
    0
  10. #589 Nattalop Bunloy (@galcial) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 23:25
    ฮาาาา
    #589
    0
  11. #588 Nattalop Bunloy (@galcial) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 23:22
    ฮาาาา
    #588
    0
  12. #551 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 20:50
    ใช่ๆเทียนฟงใจง่าย อยากให้หยวนลี่ร่วมมือกับเทียนฟงจัดการฮ่องเต้ ยัยหวงกุ้ยเฟยและยัยสนมคนโปรด
    #551
    0
  13. #451 papui (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 15:45
    เฮียอ๋องใจง่ายจริงๆ

    ขอบคุณคะ
    #451
    0
  14. #429 Maya (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 18:27
    55555 อ่านไปขำไป
    #429
    0
  15. #351 NongYingNutty (@haruminilove) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 18:07
    ความรักบังตาจริงๆ 555+
    #351
    0
  16. #266 แคนดิไลออน (@resenttoyou) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 01:05
    พระเอกเราบ้ารักไปแล้ว ก้องพบสู้ต่อไป
    #266
    0
  17. #209 t_g_k (@rasberry-kwa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2559 / 19:51
    นี่ใช่ชินอ๋องแน่หรอคะ5555 พอมีความรักเป็นได้ขนาดนี้เลยเรอะ
    #209
    0
  18. #203 Ma-A-Queen (@ma-a-queen) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 22:30
    เอิ่ม ความรักทำให้คนตาบอดจริงๆ5555
    #203
    0
  19. #124 มายเมจิ (@mojikiss) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 21:09
    เปียกกันเลยทีเดียว 5555
    อิก้อง แกรู้ตัวรึป่าวว่ามีปราณเทพขั้นสูงสุด --"--
    #124
    0
  20. #115 xx.lqeen (@natteryd) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 เมษายน 2559 / 01:20
    กักน้ำลายไม่อยู่ 555
    #115
    0
  21. #114 Mintx2 (@Mintx2) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 22:22
    55555 ถึงกับน้ำพุ่งเลยทีเดียว
    #114
    0
  22. #113 Harm. (@tanzanaza) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 17:38
    แอร้ยยย เล่นพ่นน้ำใส่หน้าตาอ๋องนี่ยังยิ้มได้อยู่เลย 555555555555
    #113
    0
  23. #104 chingyota (@kohafanclb) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 01:57
    สนุกค่ะๆ ชอบๆ แฮร่ >< ชินอ๋องนี่น่ารักจริงๆ><
    #104
    0
  24. #103 เออ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 00:13
    สนุกมากๆเลยคะ



    ปล. นั่งอ่านจบแล้วลองเลื่อนมาดูเรื่องอื่นของไรท์ บ่ะเจ้า..เหมือนเจอคนคุ้นเคย fic คริสเทาทุกเรื่องเราอ่านของไรท์หมดเลย ติดตามทุกเรื่อง บอกตรงชอบทุกเรื่องเลย

    เรื่องนี้ก็จะตามติดเหมือนเคยจ้าา
    #103
    0
  25. #102 pengkanyas (@pengkanyas) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 เมษายน 2559 / 23:08
    เห็นแสงสีแดงก็รักเลยร่อ?? ไวไฟนะเธออออ
    #102
    0