ตัวละครที่ไม่ปรากฎในนิยาย (ปรมาจารย์ลัทธิมาร)

ตอนที่ 24 : ความเชื่อใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,127
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 132 ครั้ง
    12 ก.ย. 62







" ไป๋อิง!!!! เจ้าจริงๆด้วย "


เมื่อเห็นเต็มตาว่าร่างที่โรยกายลงมาจากหลังคานั้นเป็นใคร  ร่างบางก็ถูกรวบเข้าไปกอดไว้เต็มอกทันที


  อ่ะ !! 


" นี่เว่ยอิง ข้าหายใจไม่ออก "


ร่างบางในอ้อมกอดพยายามดิ้นเพื่อให้อีกฝ่ายคลายแขนออก ก็หลานจ้านเล่นมองตาขวางซะขนาดนั้น ดูเหมือนว่าสามสี่เดือนที่นางไม่อยู่สงสัยจะมีเรื่องน่าสนใจเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาแน่ๆ ขนาดน้องก็ยังไม่วายจะหวง


เว่ยอิงยอมปล่อยนางแต่โดยดีแต่ยังไม่วายจับตัวนางหมุนไปมาเพื่อสำรวจ


" เว่ยอิง พอได้แล้วมั่ง ข้าเวียนหัวไปหมดแล้วนะ "


" ข้าก็แค่เป็นห่วงเจ้า "


น้ำเสียงติดแง่งอนของเว่ยอิงทำให้นางอดหัวเราะออกมาไม่ได้ ก่อนจะหันไปทางพี่ชายที่ยืนนิ่งมองอยู่


" คารวะหานกวงจิน "


สองมือยกขึ้นทำความเคารพผู้เป็นพี่ชายก่อนอีกฝ่ายจะเดินตรงเข้ามากอดนางเอาไว้ ไม่มีคำถาม ไม่มีคำปลอบ

มีแต่ความห่วงใยยามเมื่อเอ่ยออกมา


" ปลอดภัยก็ดีแล้ว "


ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของคนในครอบครัวที่นางไม่ได้รับมานานทำให้นางต้องกลั้นสะอื้นไว้ ไม่อย่างนั้นนางได้ร้องไห้ออกมาแน่ๆ


" เอ่อ ไป๋อิง คุณชายท่านนี้...."


" พี่เว่ย !  พี่เว่ย ! "


ก่อนจะได้ทันแนะนำ เสียงโวกเวกโวยวายของเซวี่ยหยางก็ดังขึ้นมาเสียก่อน แต่ก็ต้องหุบปากเงียบลงเมื่อเห็นว่าหลานจ้านยืนอยู่ด้วย เด็กหนุ่มดูโตขึ้นมากเลยทีเดียว สายตาของเซวี่ยหยางเหล่มองมาที่นางก่อนจะมองออกไปทางด้านหลังที่ไป๋เสวี่ยยืนอยู่


" พี่ไป๋ ท่านมาอยู่ที่ยังไง แล้วพี่ใหญ่ล่ะ พี่ใหญ่ไม่ได้มากับท่านด้วยเหรอ ? "


นางเดินเข้าไปแล้วยกแขนพาดไหล่คล้องคออีกฝ่ายด้วยความเคยชิน


" อะไรกันไม่ได้เจอกันไม่กี่เดือนเจ้าก็ลืมพี่ใหญ่คนนี้ซะแล้วเหรอ ? "


เซวี่ยหยางผละออกมอง

ท..ท่าน  เ..อ่อ  แม่นางท่านเข้าใจอะไรผิดไปรึเปล่า ท่านจะเป็นพี่ใหญ่ของข้าได้ยังไง พี่ใหญ่ของข้าเป็นบุรุษรูปงาม  ถึงท่านจะ ..เอ่อ รูปงามไม่แพ้กันก็เถอะ "


น้ำเสียงตะกุกตะกักพร้อมใบหน้าที่ขึ้นสีของอีกฝ่ายเรียกความเอ็นดูจากนางได้อีกไม่น้อยเลย ดูท่าคงใกล้จะเป็นหนุ่มเต็มตัวแล้วล่ะสินะ


" กระดิ่งของพี่วันนี้มันไม่ดังใช่ไหม "


เซวี่ยหยางมองหน้านางสลับกับจิ้งจอกไป๋เสวี่ยไปมาอย่างต้องการคำตอบ แล้วเจ้าตัวก็ปล่อยโฮออกมาเมื่อเสวี่ยหยางพยักหน้าลง

นางจะกอดปลอบเหมือนตอนเด็กๆเจ้าตัวก็ไม่ยอม บอกว่าตนเป็นบุรุษ

นางเป็นสตรี ไม่ควรทำเยี่ยงนั้น


" นี่เซวี่ยหยางเจ้ารู้จักคุณชายท่านั้นด้วยรึ "


" อ๋...อ คุณชายรูปงานท่านนี้น่ะ

เหรอ  ท่านเป็น....

เซวี่ยหยางยังพูดไม่ทันจบเจ้าจิ้งจอกไป๋เสวี่ยกลับแทรกขึ้นมาด้วยคำตอบที่ทำเอานางถึงใบ้กินเลยทีเดียว


"ข้ามีนามว่าไป๋เสวี่ย เป็นคู่หมายของซิ่วอิง "


" อะไรนะ !!!! "


เสียงที่ดังมาจากอีกฝั่งทำให้ทุกคนหันกลับไปมอง เจียงเฉิงยืนจ้องเขม็งมาทางนางก่อนเหลือบสายตามองไปยังตัวต้นเรื่องที่นางไม่อาจรู้ได้เลยว่าตอนนี้เจ้าจิ้งจอกที่ยืนช้อนอยู่ด้านหลังนางนั้นกำลังแสดงสีหน้าแบบไหนออกไป เจียงเฉิงถึงได้มีท่าทางฉุนเฉียวแบบนี้


 อ่อ ที่แท้เจ้าก็สบายดี  เสียเวลาออกตามหาเสียจริง "


ถ้อยคำประชดประชันถูกกล่าวออกมาก่อนเจ้าตัวจะหันหลังเดินจากไป


" เจ้าไม่ตามไปรึ "

ตาคมตวัดมองจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ที่ยืนนิ่งเป็นทองไม่รู้ร้อนหลังจากทิ้งปัญหาเอาไว้ให้ ถึงนางจะอยากตามไปอธิบายแต่ตอนนี้ยังมีเรื่องที่สำคัญกว่ารออยู่


" หลานจ้าน พี่ใหญ่ล่ะ ข้าอยากพบพี่ใหญ่ "


" ตามมา "


ห้องพักขนาดไม่ใหญ่นักถูกหลานจ้านเปิดเข้าไป หลานซีเฉินที่กำลังเข้าญาณอยู่ ก็ลืมตาขึ้นมาทันที


"คารวะ เจ๋ออู๋จวิน "


" ซิ่วอิง เจ้าปลอดภัยดีใช่ไหม "


นางพยักหน้าลง


" เจ๋ออู๋จวินข้ามีเรื่องอยากถามท่าน "


" ว่ามาสิ "


" ท่านได้แผนที่กองกำลังของ

ฉีซานมาแล้วใช่ไหม "


" เจ้ารู้ได้อย่างไร "


หลานฉีเซินมีสีหน้าตกใจเล็กน้อย

เรื่องแผนที่ เขาก็พึ่งได้รับมันมาเมื่อหัวค่ำนี้เอง เขายังไม่ได้กล่าวเรื่องนี้กับผู้ใด รุ่งเช้าเขาว่าจะนำมันไปให้ท่านประมุขเนี่ยดูเพื่อเตรียมจัดการแผนการรบ แต่..


" เป็นจินกวงเหยาที่นำมันมาให้ท่านใช่ไหม ? "


" จินกวงเหยา ? " 


" ไม่ใช่สิ ตอนนี้ยังเป็น เมิ่งเหยาอยู่ "

นางแก้คำที่พูดออกไปเมื่อครู่ให้

เจ๋ออู๋จวินเข้าใจ แต่ดูเหมือนว่ามันไม่ได้สร้างความกระจ่างให้กับอีกคนเลย


" เจ้าต้องการจะพูดอะไรกันแน่ซิ่วอิง พี่ งงไปหมดแล้วนะ "


" พี่ใหญ่ ท่านฟังข้าให้ดีนะ "

สรรพนามที่เปลี่ยนไป รวมถึงสายตาดูที่เป็นจริงเป็นจังของอีกฝ่าย ทำให้ตนไม่กล้าเอ่ยขัดยามที่ร่างบางเอ่ยเล่าเรื่องราว


" พี่ใหญ่ พี่คอยดูนะ ศึกยิงตะวันครั้งนี้พวกเราจะเป็นผู้ชนะ เวินรั่วหานจะถูกสังหาร ตระกูลเวินจะล่มสลาย

และพี่รู้ไหม ใครจะเป็นคนสังหาร

เวินรั่วหาน ... 


" พอได้แล้ว ไป๋ซิ่วอิง "

เป็นไป๋เสวี่ยที่เอ่ยขัดขึ้นมาก่อนที่นางจะพูดเรื่องที่ไม่ควรออกไป


" เจ้าพูดมากไปแล้ว "

นางตวัดตามองจิ้งจอกไป๋เสวี่ยอย่างไม่สบอารมณ์


" แค่ที่เจ้าช่วยเหลือคนตระกูลเจียงในครั้งนั้นมันก็มากเกิดพอแล้วนะ เลิกก้าวก่ายกับชะตาชีวิตผู้อื่นเสียที"


" แต่นี่มันครอบครัวข้า ข้าจะไม่ปล่อยให้พวกเขาต้องเป็นอะไรไปแน่ "

ซิ่วอิงระเบิดอารมณ์ออกมาพร้อมจ้องตาไป๋เสวี่ยอย่างไม่ยอมลงให้กัน

ไป๋เสวี่ยเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มเสียการควบคุมจึงวาดมือกลางอากาศเพื่อร่ายมนต์  ร่างบางที่ยืนอยู่ตรงหน้าเริ่มผ่อนคลายก่อนจะผล่อยหลับไปในที่สุด ไป๋เสวี่ยรับร่างที่กำลังโอนเอนไว้ในอ้อมกอด แล้วเตรียมที่จะเดินจากไป


" ท่านจะพานางไปที่ใด "

กระบี่ปี้เฉินถูกยกขึ้นมาขวาง

ไป๋เสวี่ยเงยหน้าขึ้นจ้องตากับหลานวั่งจีที่ยืนขวางทางอยู่ ไป๋เสวี่ยไม่ตอบแต่หันกลับไปทางหลานซีเฉิน ก่อนถาม


" ห้องนอนท่านไปทางใด "


ถึงจะงุนงงกับคำถามแต่หลานซีเฉินก็นำทางไปแต่โดยดี ฉีเซินรู้ดีว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็นร่างจำแลงของจิ้งจอกเก้าหางสัตว์เทวะของท่านแม่ ที่ตอนนี้รับหน้าที่ดูแลซิ่วอิง ร่างบางถูกวางลงบนเตียง  ไป๋เสวี่ยสะบัดข้อมือหนึ่งครั้งกู่ฉินปรากฎขึ้นมา หลานวั่งจีตกใจไม่น้อยเพราะนั่นเป็นกูฉินของตน


" ต้องขออภัยคุณชายรองแต่ข้าไม่มีเวลาอธิบาย ตอนนี้ท่านต้องเล่นทำนองปลุกจิตให้นางฟังเดี๋ยวนี้ "


เสียงฉินทำนองปลุกจิตถูกดีดออกมาในกลางดึกของคืนนั้น พร้อมกับเรื่องราวการหายตัวไปของซิ่วอิงตลอดสามสี่เดือนที่ผ่านมา






ซิ่วอิงลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสายของอีกวัน ร่างบางดูเหมือนจะเบาสบายขึ้นกว่าแต่ก่อนจนสังเกตุได้ เนื่องจากช่วงที่นางบาดเจ็บและสลบไม่ได้สติอยู่ในเนินป่าช้าช่วงหลายเดือนก่อนทำให้ร่างกายได้รับไอมารเข้าไปไม่น้อย 




" น่าเกลียด "

 นางที่กำลังบิดขี้เกียจอยู่ถึงกับสะดุ้งสุดตัวเมื่อรู้ว่าไม่ได้มีแค่ตนอยู่ในห้องนี้


" หายงอนข้าแล้วรึ "


" ใคร งอน "


คนที่ปากบอกไม่ได้งอนแต่กลับไม่มองหน้านางเลย


" อ่ะ !!! "


นางแกล้งร้องออกมาเพื่อดูปฎิกริยาของอีกฝ่าย แน่นอนเจียงเฉิงรีบลุกขึ้นมาดูนางทันที


" เจ้าเจ็บปวดตรงไหนรึ "


" ข้าเจ็บตรงนี้ "

นิ้วเรียวชี้ไปยังตำแหน่งหัวใจของตนเอง


" เจ้าหลอกข้ารึ "

ร่างสูงเตรียมลุกขึ้นเมื่อรู้ว่าตนถูกหลอก แต่มีหรือที่นางจะปล่อยไปง่ายๆ แขนเรียวคว้าแขนของอีกฝ่ายมากอดไว้แล้วเอียงศีรษะซบลงบนไหล่ของชายหนุ่มอย่างออดอ้อน


" หวั่นอิ๋น "


น้ำเสียงอ่อนนุ่มเรียกชื่อเขาเบาๆ ก่อนที่เจียงเฉิงจะรับรู้ได้ถึงน้ำหนักของอีกคนที่ทาบทับลงมาบนหัวไหล่ 

บนใบหน้าของชายหนุ่มปรากฎรอยยิ้มบางเบา ในที่สุดเขาก็แพ้ทางนางอีกจนได้


" อ้อนรึ "


" เป็นเช่นนั้น "



ไป๋ซิ่วอิงก็เป็นเช่นนี้ เมื่อรู้ว่าตนทำผิดหรือต้องการจะขอโทษ ก็จะใช้วิธีออดอ้อน แทนการใช้คำพูดหวานหู  


" เจ้าควรจะไปแต่งตัวได้แล้ว พวกเรากำลังจะออกเดินทางกันแล้ว "


" ได้ "






โถงใหญ่กลางที่ประชุม ประมุขเนี่ยหรือเนี่ยหมิงเจวี๋ยรับหน้าที่แม่ทัพในการทำศึกครั้งนี้ มีเจ๋ออู๋จวินเป็นรองแม่ทัพ หลานวั่งจี เว่ยอู๋เซี่ยน เจียงเฉิง

จินซื่อเซวียน และตัวปัญหาอีกคนในอนาคตอย่างจินซื่อจวิน ที่เข้าร่วมศึกในครั้งนี้

 ไป๋ซิ่วอิงเดินเข้ามายังโถงประชุมด้วยชุดบุรุษสีฟ้าขาว ที่เอวห้อยกระดิ่งเงินสัญลักษณ์ของตระกูลเจียงและพู่หยกขาว สัญลักษณ์ของตระกูลหลานที่พี่ใหญ่เป็นผู้มอบให้นาง

ท่าทางทะมัดทะแมงขัดใบหน้าที่งดงามชวนมอง เบื้องหลังนางยัง

ปรากฎชายหนุ่มรูปงามท่าทางองอาจอีกคนที่เดินตามเข้ามา


คารวะท่านประมุขเนี่ย ข้าน้อย

ไป๋ซิ่วอิง ศิษย์จากสกุลเจียงแห่งอวิ๋นเมิ่ง ขอเดินทางร่วมทำศึกในครั้งนี้ด้วย


" แม่นางไป๋ เจ้าแน่ใจรึ "

ท่าทางคล้ายไม่แน่ใจของผู้นำทัพทำให้หลานซีเฉินต้องเอ่ยปากออกมา


" พี่หมิงเจวี๋ย  ซิ่วอิงเป็นคนที่ช่วยข้าเอาไว้เมื่อคราวตระกูลเวินบุกผาเมฆา "


" นอกจากนั้นก็เป็นนางที่ช่วยสกุลเจียงของข้าไว้เหมือนกัน "


" งั้นหรอกรึ น่าสนใจนัก "


สายตาคมจ้องมองนางอย่างสำรวจแต่ไม่ถึงกับสร้างความอึดอัดให้แก่นาง


 ได้  ในเมื่อเจ้าตบตาผู้อื่นว่าเป็นบุรุษมาตลอดได้ แสดงว่าก็มีฝีมือไม่น้อย "



นางถึงกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อประมุขเนี่ยละสายตาไปจากนาง สมกับเป็นบุคคลที่น่ายกย่อง เพียงครู่เดียวก็สามารถประติดประต่อเรื่องราวของนางได้ แสดงว่า หวายซังคงจะเคยเล่าขานเรื่องของนางให้ฟังเป็นแน่





แผนที่เจ้าปัญหาม้วนเมื่อวานถูกกางออกมาให้ทุกคนที่ประชุมได้ดู

ถึงประมุขเนี่ยจะถามถึงที่มาของแผนที่ม้วนนี้ แต่พี่ใหญ่ก็เลี่ยงที่จะตอบออกมา ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะเมิ่งเหยาเคยสร้างบาดแผลในใจให้ท่านประมุขเนี่ยไว้ อีกส่วนน่าจะมาจากเรื่องที่นางเล่าให้ฟัง ตลอดการประชุมสายตาของพี่ใหญ่มักจะมาหยุดอยู่ที่นางตลอด เมื่อเรื่องที่ประชุมเป็นเรื่องเดียวกับที่เรื่องที่นางเล่า

และอีกคนที่ทำให้นางรู้สึกอึดอัดไม่น้อยยามมองมานั่นก็คือจินซื่อจวิน ที่คอยส่งสายตาแทะโลมมาอย่างไม่ปิดบัง แล้วไหนจะไอ้รอยยิ้มกระลิ้มกระเหลี่ยนั้นอีก

นางได้แต่อดกลั้นเพราะไม่อยากสร้างความวุ่ยวายให้เสียเรื่อง

แต่ใครจะคิดว่าอยู่ดีๆ จินซื่อจวินกลับฟุบลงไปกับพื้นพร้อมเสียงโอดครวญที่ดังขึ้น นางรู้ดีว่านี่เป็นฝีมือของใครยามหันกลับไปมองก็เห็นจิ้งจอกหนุ่มเลิกคิ้วยักไหล่กลับมา


" หาเรื่อง "


" ข้าไม่ควักลูกตามันออกมากินก็ดีเท่าไหร่แล้ว "


เสียงในจิตที่เชื่อมถึงกันทำให้การสนทนาของเราแม้ไม่เอ่ยปากก็ได้ยินแล้เข้าใจ เป็นอันรู้ดีว่าที่เจ้าตัวทำแค่นี้ก็เท่ากับปราณีมากแล้ว


เมื่อไม่รู้สาเหตุ ก็จับมือใครดมไม่ได้การประชุมจึงดำเนินต่อไป

ผ่านไปครึ่งชั่วยามเมื่อตกลงกันได้พวกเราก็ออกเดินทาง

จุดหมายคือสำนักเซียนปู๋เย่เทียนของตระกูลเวินแห่งฉีซาน






                                   HARU ❤️



ตอนหน้าจะเป็นจุดจบของตระกูลเวินแล้วนะคะ ใครที่รอสองพี่น้อง เวินฉิง

เวินหนิง เจอกันตอนหน้านะคะ





เผื่อใครอยากรู้ว่าจิ้งจอกหนุ่มไป๋เสวี่ยหน้าตาเป็นยังไง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 132 ครั้ง

276 ความคิดเห็น

  1. #265 TTFUN (@TFTorfun) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 07:56
    ขอจิ้งจอก​ได้มั้ย55555
    #265
    0
  2. #122 Tonfon_nn (@Tonfon_nn) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 18:33
    จินซื่อตงจวิน
    นี่ใครว่ะ ลืม5555
    #122
    3
    • #122-2 Tonfon_nn (@Tonfon_nn) (จากตอนที่ 24)
      3 ตุลาคม 2562 / 18:34
      พิมพ์ผิด555
      #122-2
    • #122-3 you're my Healing (@google824) (จากตอนที่ 24)
      3 ตุลาคม 2562 / 19:13
      คนที่โดนสำสาปคาถาร้อยโพลงไงคะ
      #122-3
  3. #96 caramel_white2 (@caramel_white) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 10:38
    มีความหวง น้องตัวเอง หรือ ....กันนะ
    #96
    0
  4. #95 U M E R I N N (@0903310469) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 02:33
    เจียงเฉิง "ที่แท้ก็มีผู้หล่อ" 5555555555
    #95
    0
  5. #94 Reconcile -. (@SunFox) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 18:42
    โอ้ยย ไป๋เสวี่ย~~ งานดีมากเลยเทอจ๋าาาา
    #94
    0