ตัวละครที่ไม่ปรากฎในนิยาย (ปรมาจารย์ลัทธิมาร)

ตอนที่ 9 : เด็กหนุ่มในความดูแล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,471
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 212 ครั้ง
    10 ส.ค. 62





เมืองไฉ่อี้แห่งกูซู


เนื่องจากอีกไม่กี่วันจะถึงเทศกาลโคมไฟ ร้านค้า บ้านเรือนในเมืองไม่ว่าจะบ้านเล็กบ้านใหญ่ในตรอกซอกซอยล้วนประดับประดาตกแต่งไปด้วยโคมไฟหลากสี ผู้คนจากทั่วทุกสารทิศเดินทางมาเพื่อชื่นชมงาน ทำให้เมืองนี้ดูคึกคักขึ้นกว่าแต่ก่อน 

นางเดินเข้าออกตามร้านต่างๆเพื่อเลือกซื้อของที่จำเป็นต้องใช้ในภายภาคหน้า  


" เจ้าจะซื้อไปทำไมมากมายขนาดนี้" ถึงจะถามแบบนั้นแต่มือก็หยิบเงินออกมาจ่ายค่าสิ่งของพวกนี้ให้นาง

มีพี่เป็นสายเปย์มันดีแบบนี้นี่เอง

" แล้วเด็กคนนั้นอีก เจ้าดูแลมานานแล้วรึ  "


เด็กที่หลานจ้านพูดถึง คือเด็กกำพร้าที่นางรับมาดูแลหลังจากที่นางตามหาตัวมานาน แน่นอนว่าเด็กคนนี้เป็นหนึ่งในตัวละครที่สำคัญของนิยายเรื่องนี้


"ท่านไม่ต้องกังวลไป เขาเป็นเด็กดี "


ซิ่วอิงนางบอกเขาว่าไม่ต้องกังวลไป แต่จะให้เขาทำใจยอมรับได้ยังไง เด็กทั้งคน แล้วไม่ใช่ว่า สามขวบสี่ขวบซะที่ไหน  ถึงเขาจะเห็นว่าเด็กคนนั้นดูเคารพเชื่อฟังซิ่วอิงมากก็เถอะ การที่นางเป็นหญิงแต่เก็บเด็กหนุ่มไว้ข้างกายยังไงเขาก็ทำใจยอมรับไม่ได้อยู่ดี อยากจะรู้จริงๆว่าเว่ยอิงรู้เรื่องพวกนี้ด้วยรึเปล่า


ซิ่วอิงหันไปมองเด็กหนุ่มที่กำลังเลือกลูกกวาดอยู่ ก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู เด็กยังไงก็คือเด็ก การเลี้ยงดูเอาใจใส่ สั่งสอนเป็นเรื่องสำคัญ  เว่ยอิงโชคดีที่เจอท่านอาเจียงรับมาเลี้ยงดูและสั่งสอน เด็กคนนี้ก็เหมือนกันนางแค่อยากจะเลี้ยงดูสั่งสอนให้เขาเป็นคนดี รู้จักการให้อภัย และเรียนรู้ที่จะแสดงความรักออกมาในทางที่ถูกต้อง นางแค่ไม่อยากให้เขาต้องเจอกับโศกนาฏกรรมอัน

เลวร้ายที่เกิดจากการกระทำของ

ตัวเองก็แค่นั้น


" เซวี่ยหยาง นั่นเจ้ากะจะเก็บไว้กินทั้งปีเลยรึ "

เด็กหนุ่มที่กำลังตั้งใจเลือกลูกกวาดหยุดมือพร้อมกับหันมามองนาง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสลด ที่นางฟังยังไงก็ไม่อาจเชื่อได้ว่าเจ้าตัวสลดจริง


แสบเหมือนเว่ยอิงไม่มีผิด


นางเดินเข้าไปหาพร้อมยกมือขึ้นขยี้ผมอีกฝ่ายด้วยความหมั่นใส้

" ช่วยไม่ได้นะ เราตกลงกันไว้แค่นี้ เจ้าฝึกกระบี่ท่าที่ข้าสอนให้ไม่สำเร็จเอง "


" แต่ท่านพี่พึ่งสอนข้าไปเมื่อไม่กี่วันเองนะ"


" อย่าเอามาอ้าง เจ้ามัวแต่ฝึกวิชาเวทย์อยู่ข้ารู้ "


" ก็ข้าไม่ชอบวิชากระบี่นิ  ท่านไม่ได้จะให้ข้าไปฆ่าใครเสียหน่อย "


" ข้าไม่ได้ให้เจ้าฝึกไว้ฆ่าใคร ที่ข้าให้เจ้าฝึกเพราะจะได้ไม่ใครมารังแกเจ้าได้ต่างหาก  แล้วอีกอย่างถ้ามีคนมาปองร้ายข้าขึ้นมาเจ้าจะทำอย่างไร จะปล่อยให้ข้าตายโดยไม่ช่วยอย่างนั้นรึ "

เด็กหนุ่มนิ่งคิดตามที่นางเอ่ยแล้วก็ตะโกนออกมา

" ใครมันบังอาจทำร้ายท่านพี่ของข้า มันผู้นั้นต้องข้ามศพข้าไปก่อน "

หลานจ้านได้ยินแบบนั้นก็เข้ามาสะกิดถามนาง

" เด็กนั่นคงไม่รู้ใช่ไหมว่า

เจ้าเป็นหญิง "

" ไม่รู้ "

แล้วนางก็ได้ยินเสียงถอนลมหายใจของผู้เป็นพี่ชาย นางก็รู้ได้ทันทีว่าคนหัวโบราณอย่างหลานจ้านกำลังคิดอะไรอยู่

ศอกหลุนๆถูกถองเข้าไปที่หน้าท้องของหลานจ้าน จนคนเป็นพี่หันมาถลึงตาใส่


" คุณชายหลานท่านจะทำอะไรพี่ชายข้า "

เซวี่ยหยางที่เห็นหลานจ้านกำลังทำท่าขึงขังใส่ซิ่วอิงก็โดดเข้ามาขวาง

" นี่ ถ้าเจ้าเรียกเขาว่าพี่ เจ้าก็ควรเรียกข้าว่าพี่ด้วย เพราะข้าเป็นพี่ชายเขา "

ถึงจะฟังดูงงๆแต่เซวี่ยหยางก็หันไปถามความคิดเห็นของซิ่วอิง

และนางก็แค่พยักหน้ากลับมาเท่านั้น

" พี่ใหญ่  555 นี่ข้ามีพี่ชายสองคนแล้วเหรอเนี่ย 555 "

เซวี่ยหยางหัวเราะออกมาอย่างไร้

เดียงสา  พลอยทำให้พวกเราสองคนยิ้มตามออกมา


" หยุดนะ พอได้แล้ว พอสักที "

เสียงร้องห่ำไห้ของหญิงสาวนางหนึ่งลอยดังขึ้นมาเรียกความสนใจของผู้คนบริเวณนั้น  เสียงแซ้ที่กระทบลงบนเนื้อหนังดังไปทั่วบริเวณ

 เซวี่ยหยางเคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับตนเองก็ตัวสั่นเทาด้วยความกลัวพร้อมกำชายเสื้อของนางไว้แน่นนางเอ่ยฝากเซวี่ยหยางไว้กับหลานจ้านแล้วเดินเข้าไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น


ในโรงเตี้ยมเบื้องหน้า ปรากฎกลุ่มคนกลุ่มนึงที่แต่งตัวด้วยอาภรณ์สีแดงมีลายดวงตะวันปักอยู่กลางหลัง แค่ดูเผินๆก็รู้ได้ทันทีว่าคนพวกนี้เป็นคนของสกุลเวิน  และถัดไปไม่ไกลมีชายหญิงคู่หนึ่งนั่งอยู่บนพื้น เบื้องหน้าของชายหญิงคู่นั้นมีหญิงสาวนางหนึ่งนั่งเหยียดยิ้มมองไปยังคนทั้งคู่ที่ตอนนี้ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลจากการโดนเฆี่ยนตี  


" เวินฉิง เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นหมอประจำตระกูลแล้วข้าจะไม่กล้าทำอะไรเจ้าเหรอ ดูสิวันนี้จะมีใครหน้าไหนมาช่วยเจ้ากับน้องชายปัญญาอ่อนของเจ้าได้ "


" เวินหนิง เวินฉิง "

 ซิ่วอิงระพึงชื่อของทั้งสองคนนั้นออกมา  ไม่ใช่สิ นี่มันไม่ได้มีบรรยายไว้ในนิยายนิ พวกเรายังไม่สมควรที่จะต้องเจอกันนิ  ถ้าสองคนนนี้เป็น 

เวินหนิงกับเวินฉิง  งั้นยายป้าปากแดงนี่คงเป็น  หวังหลิงเจียว ผู้หญิงของเวินเฉาสินะ

ซิ่วอิงกำลังชั่งใจอยู่ว่าจะเข้าไปช่วยสองพี่น้องตรงหน้าดีไหม  แต่สุดท้ายนางก็ทนได้ยินเสียงร้องขอให้ปล่อยน้องตัวเองไปของเวินฉิงไม่ไหว 

 ซิ่วอิงรู้ดีว่าเวินฉิงมีน้องชายเหลืออยู่แค่คนเดียว และนางก็รักน้องชายของตัวเองมาก การที่นางยอมทนอยู่กับตระกูลที่บ้าอำนาจอย่างตระกูลเวินก็แค่เพราะต้องการจะรักษาอาการของเวินหนิงผู้เป็นน้องชายของนางเท่านั้น


ซิ่วอิงเข้าไปขวางแซ้ที่กำลังจะฟาดลงไปที่หลังของคนทั้งคู่อีกครั้ง

 

" พอได้แล้วมั้ง "




                                             Haru❤️

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 212 ครั้ง

314 ความคิดเห็น

  1. #19 กุหลาบอาเลือด (@kanwisa1a) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 22:55
    เก็บน้องมาอย่างนี้แล้วน้องจะเจอกับอาจารย์อาได้ยังไงกันละทีนี้
    #19
    1
    • 11 สิงหาคม 2562 / 08:47
      เดี๋ยวไรท์น่าจะหาทางเองนะ เพราะเนื้อเรื่องก็ต้อเป็นไปตามนั้น อีเว้นต์หลักๆต้องเกิดแน่นอน!!
      #19-1
  2. #18 Reconcile -. (@SunFox) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 22:53
    กิ๊ดดด!! น้อนเซวียหยางงงง. จะได้เจอกับซิงเฉินมั้ยลูกกกก
    #18
    0
  3. #17 swan28 (@swan28) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 22:47
    ยังไง..เขาเป็นใคร
    มาต่อเร็วๆนะ
    #17
    0