ตอนที่ 1 : อลิเซียที่ 0

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 700
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    12 ธ.ค. 61


ความต้องการอย่างแรกของมนุษย์คือการมีชีวิตอยู่ ขอแค่มีชีวิตอยู่ก็สามารถทำอะไรก็ได้ โดยมีบรรทัดฐานทางสังคมเป็นตัวจำกัดการกระทำ ใช้ชีวิตแบบไหลตามกระแสสังคม พอความต้องการแรกสำเร็จก็จะมีความต้องการอีกเรื่อย ๆ อย่างไม่สิ้นสุด

มันเป็นคำนิยามของความต้องการในชีวิตของคน ๆ หนึ่งเด็กสาวผมลอนตัดสั้นสีอ่อน ดวงตาน้ำทะเลประกายแวววาว ริมฝีปากอมชมพูสุขภาพดีบางเฉียบที่อมยิ้มน้อย ๆ อยู่ตลอดเวลา ร่างเล็กของเธอทำให้แลดูน่าทะนุถนอม

ในยุคที่ยังมีสงครามกลางเมือง การแกร่งแย่ง และการล่าแม่มด ประชาชน ให้ความเคารพและไว้วางใจแก่ศาสนจักร จนการปกครองส่วนกลางยังต้องหวาดหวั่น

ยุคที่ผู้หญิงยังไม่ได้รับการยอมรับที่มากพอ ถึงจะมีโรงเรียน แต่ก็ยังไม่มีหญิงสาวคนไหนได้เป็นขุนนางสักคน เด็กสาวก็เคยพยายามและมีความฝันว่าสักวันเธอจะเป็นที่ยอมรับไม่น้อยไปกว่าผู้ชาย

ก็แค่เคย

ก๊อก ๆ

“ท่านหญิงอลิเซียถาดอาหารอยู่ที่โต๊ะด้านนอกแล้วนะคะ”

เพราะเด็กสาวผมลอน หรือท่านหญิง อลิเซีย แบรนการ์ด เป็นคนประหลาดในบ้าน เธอครอบครองเวทมนตร์ธาตุมืดที่แข็งแกร่งทำให้ไม่สามารถออกจากห้องที่ถูกลงอาคมกักขังได้  ไม่สามารถพบเจอคนอื่นได้ เด็กสาวต้องใช้ชีวิตแบบนี้ตั้งแต่อายุ 10 ปีทำให้ความฝันของเธอจบลง

เวทมนตร์ธาตุมืด เป็นเวทมนตร์ที่สามารถทำได้ทุกอย่าง ยิ่งแข็งแกร่งมากสิ่งที่ทำก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่เมื่อใช้งานมันจะลดอายุขัยของคนรอบข้างมาเพิ่มอายุขัยของตนเอง

อลิเซียจึงกลายเป็นเด็กสาวที่น่ารังเกียจ เพียงเพราะเธอมีธาตุมืด

แล้วทำไมไม่ฆ่าทิ้งซะล่ะ เพราะอลิเซียไม่สามารถถูกฆ่าตายได้ถ้าเธอไม่ยินยอมที่จะตายเอง การมีชีวิตอยู่คือความต้องการขั้นพื้นฐานของคนทุกคน อลิเซียก็เช่นกัน

ทำไมไม่หนีออกไปแล้วใช้ชีวิตตามความต้องการล่ะ อลิเซียเป็นแค่เด็กสาวคนหนึ่ง ถึงจะหนีไปได้ขอแค่ต้องการ แต่ถ้าทำแบบนั้นแล้วคนรอบข้างล่ะ ตระกูลแบรนการ์ดล่ะ เด็กสาวไม่สามารถฆ่าชีวิตของคนรอบข้างได้

แล้วมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร คำถามมากมายที่เด็กสาวถามตัวเองแล้วหาคำตอบด้วยตัวเองเสมอมา เธอมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร รอคอยความหวังที่ไม่รู้ว่าจะมีอยู่จริงหรือเปล่า มันก็คงจะเป็นเช่นนั้น

“ไม่มีความต้องการใดที่ธาตุมืดให้ท่านไม่ได้เพียงแค่เอ่ยนามของท่านออกมา”

อลิเซียทวนคำพูดที่ได้ยินในความทรงจำ ตอนอายุ 10 ปีในวันที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป

“นามของข้าคือ อลิเซีย ผู้เป็นนายของเจ้า กริม”

จบคำภาพตรงหน้าเด็กสาวเริ่มบิดเบี้ยวเกิดเป็นหลุมมิติขึ้นมาพร้อมกับชาวหนุ่มงดงามผู้หนึ่ง

“เป็นเวลาเนิ่นนานแล้วที่ท่านไม่ได้เรียกข้าออกมาท่านหญิง มีอะไรให้ข้ารับใช้โปรดสั่งการมา”

เมื่อไม่มีคนรอบข้างการลดหรือเพิ่มอายุขัยก็ไม่อาจส่งผล ทำให้ธาตุมืดไม่เสถียร เธอจึงใช้เวทมนตร์ได้ไม่บ่อยนัก

“ข้าอยากได้วัตถุดิบในการเล่นแร่แปรธาตุ”

“รับบัญชา”

การเล่นแร่แปรธาตุคือการเพิ่มความสามารถพิเศษในสิ่งของ สร้างหรือเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติ ให้เป็นไปตามความต้องการ

สำหรับอลิเซียมันเป็นงานอดิเรกที่ทำได้เรื่อย ๆ คลายความเหงา จนกลายเป็นธุรกิจค้าของวิเศษ สำหรับคนภายนอกเด็กสาวอาจไม่มีพวกพ้องใด ๆ ไม่สามารถทำสิ่งใดกับโลกภายนอกได้ แต่ในความเป็นจริง อลิเซียมีพวกพ้องมากมาย พวกพ้องที่เธอสร้างขึ้นด้วยความมืด

พวกเขาจะไม่มีวันหักหลัง จะเป็นแขนขา และเกราะป้องกันของเธอ

เพราะคนภายนอกล้วนหวาดกลัวและรังเกียจธาตุมืด จึงไม่ได้มีการศึกษาธาตุมืดที่มากพอ รู้แค่เพียงว่ามันจะทำร้ายชีวิตผู้อื่น ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าของวิเศษกว่าครึ่งที่ใช้ในชีวิตประจำวันของพวกเขาคือสิ่งที่อลิเซียสร้างขึ้น

ก๊อก ๆ

อลิเซียหันไปมองประตูอย่างแปลกใจ ในเวลานี้ไม่ใช่เวลาอาหารหรือของว่างไม่น่าจะมีใครเคาะห้องของเธอ มันน่าแปลกจนอลิเซียเกิดความกังวล

“หายไป จงกลับสู่สภาพเดิม”

เด็กสาวนึกภาพวันแรกของห้องนี้แล้วพยายามทำให้มันกลับเป็นเหมือนเดิมโดยการทำให้ของที่ไม่ควรอยู่ในห้อง ล่องหน

ก๊อก ๆ

เสียงเคาะประตูยังคงดังขึ้นแต่ไร้เสียงเอ่ยจากคนเคาะ

อลิเซียก็ยังคงเงียบเฉย แบรนการ์ดขอร้องเธอว่าห้ามเปิดประตูออกจากห้องนี้เด็ดขาดเพราะแบบนั้นการไม่เปิดประตูแล้วเตรียมการรับมืออยู่ข้างในเป็นสิ่งที่เธอพึงกระทำ

แอด

ประตูถูกเปิดขึ้นพร้อมกับแสงสว่างที่สาดส่องเข้ามา

บุรุษผมสีทองยาวสลวย นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนกับกรอบแว่นที่ทำให้ดูน่าเคารพนับถือ ส่วนสูงสมสัดส่วน อายุประมาณ 25 ปี

อลิเซียมองคนตรงหน้าอย่างจับผิด ชุดที่สวมใส่มาทำให้คาดเดาว่า น่าจะเป็นอาจารย์

เพราะความเงียบยังคงครอบงำจึงทำให้ชายตรงหน้าเอ่ยขึ้นก่อน

“กระผมเรนด์  ดีวาร์ล นับแต่นี้ต่อไปคือผู้ปกครองของท่านหญิงอลิเซีย”

คำพูดของบุรุษผมทองตรงหน้าทำให้อลิเซียตกใจ ไม่ใช่เพราะคำว่าผู้ปกครองแต่เป็น ดีวาร์ล ยังดีที่สามารถรักษาใบหน้าที่สงบนิ่งเหมือนเดิมได้

ดีวาร์ลคือตระกูลนักปราชญ์ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในอาณาจักรดารันแห่งนี้ และยังเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอลิเซีย ที่สำคัญตระกูลดีวาร์ลยังตามหาอลิเซียในนามของเจ้าของธุรกิจอีกด้วย

ไม่ใช่ว่ารู้แล้วหรอกนะ

เด็กสาวคิดในใจอย่างหวาดหวั่น แต่ก็ไม่ได้แสดงออกทางสีหน้า

“ท่านหญิงอลิเซียคงจะสงสัย ทำไมกระผมถึงกลายเป็นผู้ปกครองของท่าน”

อลิเซียพยักหน้าน้อย ๆ ทั้ง ๆ ที่แทบไม่ได้สงสัยอะไรเลยทั้งสิ้น เพราะคงจะหมดยุคที่แบรนการ์ดรุ่งเรืองแล้ว ตระกูลแบรนการ์ดต้องสร้างห้องพิเศษเพื่อกักขังพลังของอลิเซีย ย่อมต้องแบกรับค่าใช้จ่ายมากมายทั้งยัง ผู้นำตระกูลคนปัจจุบันที่บริหารกิจการได้ไม่ดีเท่าที่ควร ถึงจะเป็นดยุกแต่ก็โดนริบอำนาจทีละน้อยมาเรื่อย ๆ  และเหตุผลสุดท้ายคือ แบรนการ์ดต้องการผลักสิ่งที่เป็นภาระอย่างอลิเซียออกไป และดีวาร์ลที่อยากวิจัยตัวของอลิเซียอยู่แล้วเลยเสนอว่าจะดูแลแทน

เธอก็คงเป็นเพียงตัวประหลาดของคนภายนอก

เรนด์ ดีวาร์ล คุณจะใช้คำพูดไหนหลอกลวงเราดีล่ะ

“เพราะเราเข้ากันได้ ท่านหญิงลองใช้พลังสิขอรับ”

อลิเซียมองคนตรงหน้าอย่างแปลกใจ เขายอมให้เธอสูบพลังชีวิตหรอ เพื่อไม่ให้รับรู้ความจริงถึงกับยอมขนาดนี้

มันเป็นความรู้สึกน่าสนใจ เพราะเด็กสาวรู้ว่าไม่มีใครเป็นข้อยกเว้นสำหรับธาตุมืด แล้วเรนด์ ดีวาร์ลจะโกหกไปเพื่ออะไร คิดว่าเธอจะดีใจจนวิ่งไปกอดเขาหรอ

ถึงคนธรรมดาอาจจะรังเกียจเธอ แต่พวกที่มีฐานะสูงกว่านั้นล้วนอยากใช้ประโยชน์กับเธอทั้งสิ้น

ต้องการอะไรจากเรากันแน่

อลิเซียคิดไม่ตกกับท่าทีของคนตรงหน้า

“ใช้ได้จริง ๆ หรือคะ”

แต่ถึงกระนั้นการแสดงเป็นเด็กสาวผู้ใสซื่อก็ยังคงดำเนินต่อไป

“ได้สิขอรับท่านหญิง ไม่ต้องหวาดกลัว”

คนตรงหน้ายังคงใช่เสียงนุ่มทุ้มของตัวเองหลอกล่อ แล้วก้าวเข้ามาหาเด็กสาว

ทำให้อลิเซียก้าวถอยหลังอย่างอัตโนมัติ มันเป็นปฏิกิริยาที่ตอบสนองอย่างรวดเร็ว

ลองใช้คงไม่เป็นไรหรอกมั่ง ดีวาร์ลอาจมีเครื่องป้องกันธาตุมืดก็ได้

“นามของข้าคือ อลิเซีย”

เพียงเอ่ยคำสั้น ๆ พลังงานความมืดรอบ ๆ ก็เริ่มปั่นป่วน อลิเซียเริ่มควบคุมพลังของตัวเองให้มันไม่สงบ มากบ้างน้อยบ้างโดยใช้พลังออกไปเพียง 2 ใน สิบส่วนเท่านั้น  จนเริ่มสัมผัสได้ถึงบางอย่าง อายุขัยของเด็กสาวที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น แต่บุรุษผมทองกลับไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย

ใช้พลังอย่างงั้นหรอ ใช้ธาตุแสงคอยหนุนพลังไว้แล้วใช้ผลึกชีวาปลดปล่อยอายุขัยออกมาสินะ

ผลึกชีวา เป็นของที่อลิเซียใช้วิชาเล่นแร่แปรธาตุสร้างขึ้น เพื่อใช้ในโอกาสฉุกเฉินที่จะต้องใช้พลังบ่อยๆ เพราะผลึกชีวามีคุณสมบัติในการปลดปล่อยอายุขัยออกมาเพื่อเพิ่มอายุขัยตนเองในชั่วขณะหนึ่ง ทำให้อลิเซียสามารถใช้พลังโดยคงความสมดุลของพลังไว้ได้

และเมื่อมีธาตุแสงคอยหนุนพลังของตนเองไว้ขณะที่ใช้ก็จะทำให้ผลึกชีวามีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

ดีวาร์ลช่างลงทุนเสียจริง ผลึกชีวาหนึ่งก้อนมีมูลค่าหลายพันล้าน G การลงทุนของดีวาร์ลครั้งนี้นับว่ายิ่งใหญ่เสียจริง

“คุณไม่เป็นอะไร”

น้ำเสียงของอลิเซียถูกเปล่งออกมาให้สั่นเครือ น่าปกป้อง

“แน่นอน เมื่อท่านหญิงอยู่ข้างกายผม ท่านก็จะใช้พลังได้โดยไม่ต้องกังวลอีกแล้ว”

เรนด์ ดีวาร์ล ตอบพร้อมรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนชวนลุ่มหลง

รอยยิ้มเสแสร้งชัด ๆ คุณกำลังล่อลวงเราอย่างงั้นหรือ เรนด์ ดีวาร์ล!!

ถึงจะบ่นภายในใจอย่างไรใบหน้าหวานก็ยังคงแสดงออกถึงความกังวล ตามสถานการณ์ ตรงหน้าอย่างแนบเนียน

“แล้วทางตระกูลแบรนการ์ดล่ะคะ”

อลิเซียเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเจือความกังวล

“ผมแจ้งเรื่องนี้จากทางแบรนการ์ดแล้วขอรับ ท่านหญิงไม่ต้องกังวลใจ”

อลิเซียยังเงียบเหมือนครุ่นคิดถึงปัญหาภายในใจ ความกังวลฉายชัดบนใบหน้า

คงต้องไปจริง ๆ สินะ

เมื่อไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ อลิเซียก็คงต้องไปอย่างไร้ทางเลือก เพื่อไม่ให้ผิดสังเกตและเป็นที่จับตามองมากเกินไปเด็กสาวจะต้องงดเว้นการเล่นแร่แปรธาตุ หรือทำอะไรให้โดดเด่นจนเกินไป ธุรกิจการค้าไม่เป็นปัญหาเพราะมีพรรคพวกคอยดูแลให้อยู่แล้ว ส่วนของก็มีในคลังมากมาย

หลังจากที่อลิเซียขอเก็บของภายในห้องก็เดินทางมากลับ เรนด์  ดีวาร์ล จนมาถึงคฤหาสน์  ถึงจะสามารถรับรู้เรื่องราวภายนอก แต่ก็ไม่เคยออกมาสำรวจ การออกมาครั่งนี้ของอลิเซียจึงเป็นเรื่องแปลกใหม่ไม่น้อย

เด็กสาวเหม่อมองไปนอกรถม้า สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านขายของมากมาย มันเป็นสิ่งที่อลิเซียไม่สามารถออกมาสัมผัสได้ แววตาสีน้ำทะเลหม่นลงเล็กน้อย

“ลงไปเดินเล่นหน่อยไหมขอรับ”

“ไม่ค่ะ”

อลิเซียตอบคนตรงหน้าอย่างรวดเร็วสร้างความแปลกใจแก่ เรนด์ ดีวาร์ลเป็นอย่างมาก

เพราะคนทั่วไปไม่สามารถรับรู้ได้เมื่ออายุขัยของตัวเองลดลงอย่างช้า ๆ แต่จะรับรู้ได้เมื่อมันลดลงอย่างรวดเร็ว ในโลกนี้ธาตุมืดล้วนมีอยู่ทุกที่ คอยกัดกินอายุขัยตามการเวลา การคงอยู่ของอลิเซียจะทำให้พื้นที่รอบ ๆ มีความมืดมากขึ้น อาจทำให้เป็นผลเสียในระยะยาวของชาวบ้านได้

“งั้นผมจะไปซื้อของให้ ถ้าท่านหญิงประสงค์”

อลิเซียมองคนตรงหน้าอย่างแปลกใจอีกครั่ง

“รีบไปกันเถอะค่ะ”

 

 

คฤหาสน์ ดีวาร์ล

“ยินดีต้อนรับกลับค่ะ/ขอรับ นายท่าน”

เมดและบัลเลอร์มากมายออกมาต้อนรับ ด้วยความไม่ชินจึงทำให้อลิเซียก้าวถอยหลังอย่างรวดเร็ว

ความหวาดกลัวเกิดขึ้นในใจเด็กสาว เพราะไม่เคยต้องพบเจอผู้คนมากมาย ไม่เคยถูกทำความเคารพ ไม่เคยถูกจ้องมองด้วยสายตาของคนจำนวนมาก จึงอดประหม่าไม่ได้

“ยินดีต้อนรับท่านหญิงอลิเซีย”

เรนด์ ดีวาร์ลเอ่ยขึ้น  แล้วก้มหัวเล็กน้อย

“นี่คือห้องของท่านหญิง พักผ่อนให้สบายนะขอรับ”

พูดจบ บุรุษผมทองก็ออกจากห้องไปทิ้งไว้เพียงความเงียบกับเด็กสาว

อลิเซียเก็บของให้เข้าที่และสำรวจรอบ ๆ ห้อง

มีเครื่องสอดแนมประมาณ 200 ตัว บัดซบเถอะ เรนด์ ดีวาร์ล คุณทำให้เราโมโห

ห้องนอนสีขาวสลับชมพูให้ความดูเป็นผู้หญิงที่สดใสร่าเริง ถ้าเป็นเด็กวัยสิบสามทั่วไปย่อมต้องชอบ เครื่องสอดแนมมีอยู่ทั่วห้องสองร้อยจุด จากที่สังเกตเป็นเครื่องสอดแนมที่มีทั้งเสียงและภาพ แน่นอนว่ามันเป็นของวิเศษที่อลิเซียสร้างขึ้น เมื่อเอามารวมกับรูปสลักที่ทำจากผลึกชีวาภายในห้อง คนที่คอยสังเกตการณ์จะรู้ได้ทันทีเมื่อมีการใช้ธาตุมืดในห้อง

นี่มันเอาปลามาเลี้ยงเจ้าของบ่อชัด ๆ

ก๊อก ๆ

“ท่านหญิงอลิเซีย ถึงเวลาอาหารเย็นแล้วขอรับ”

“คุณดีวาร์ลหรือคะ”

อลิเซียเอ่ยถามคนตรงข้ามประตูอย่างแปลกใจ

“เรียกเรนด์เถอะ ขอรับ”

ฝ่ายตรงข้ามตอบกลับมาน้ำเสียกลั้วหัวเราะ

“ไม่ดีกว่าค่ะ คุณดีวาร์ล”

ได้คำตอบอลิเซียก็เปิดประตูออกไป เรนด์  ดีวาร์ลยังคงเหมือนเดิม ผมสีทองยาวสลวยถูกรวบเป็นหางม้า นัยด์ตาสีน้ำตาลอ่อนยังคงอบอุ่น เจืออารมณ์ขบขัน

“งั้นเรียกพี่ชายดีไหม”

“ไม่ละค่ะ คุณดีวาร์ลเป็นผู้ปกครองเรื่องยศถาบรรดาศักดิ์ของเรา ไม่ต้องสนใจมันก็ได้ค่ะ”

เพราะคนตรงหน้าที่มีอายุมากกว่า จะให้เรียกท่านหญิงทุกครั้งคงไม่เป็นการดีนัก

“โอ้ ท่านหญิงอลิเซียผู้ไม่ถือยศ”

เรนด์ ดีวาร์ลพูดด้วยน้ำเสียกลั้วหัวเราะหนักกว่าเก่าจนทำให้อลิเซียหน้าแดงกล่ำด้วยความโกรธป่นอาย

เฮ้อ เป็นอลิเซียช่างลำบาก ต้องพยายามแสดงอารมณ์ให้สมวัย

อยากจะแบะปากมองบน




ช่วงบ่น ๆ

me: ท่านหญิงกอดหน่อยยยยยยยย กระซิกๆ

ท่านหญิงอลิเซีย: ใจเย็นนะ //ตบบ่า

me:ท่านหญิงต้องได้เจอกับระบบของ ทปอ ถึงจะเข้าใจเรา

ท่านหญิงอลิเซีย:แค่เจอคุณเรนด์ก็จะบ้าตายแล้วละค่ะ

เรนด์:........................


ปล.แก้คำผิดแล้วหากพบเจอก็คงเป็นเพราะตาไม่ดี สามารถแจ้งได้เลยค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

24 ความคิดเห็น

  1. #4 DuFruit (@DuFruit) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 08:41
    นิยายสนุกดี
    จนกระทั่งตอนนี้ทปอ.ก็ยังเป็นที่ก่นด่าของนักเรียนทั่วประเทศสงสารเด็ก62แต่ก็สงสารรุ่น61ด้วย เพราะความประมาทไม่รอบคอบของผู้ใหญ่แค่กลุ่มเดียวทำเอาเด็กเป็นแสนประสบปัญหาเรื่องที่เรียนและร้อยละ70ของเด็กรุ่นนั้นเกิดอาการจิตตกไมเกรนขึ้นเป็นไบโพล่าร์กันเป็นแถบๆพอถึงช่วงท้ายๆจะเข้ารอบ4บอกว่าประชุมแผนของรุ่น62แล้ว แล้วรุ่น61ก็โดนเทไปตามระเบียบ ปัญหายังเรื้อรังจนถึงเด็กปี1ของมหาลัยที่ปีนี้มีอัตราการซิ่วเยอะจนอาจารย์บ่นกันเป็นทิวแถว
    ณ ตอนนี้สามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าการเจอทปอ.เหมือนมารนรกและการเจอTCASคือบาปกรรม
    แต่จะว่าก็ว่าเถอะ คนที่ไม่รู้สึกอะไรก็คือคนเก่งๆกับคนปลงเท่านั้นนั้นแหละ
    สู้ๆนะ
    #4
    7
    • #4-6 นักอ่านเงา (จากตอนที่ 1)
      6 ธันวาคม 2561 / 08:49
      ก็สมเป็นรัฐไทยดีนะ55555โชคดีที่เป็นเด็กรุ่น58เลยรอดไปแล้วไม่ต้องนั่งปวดหัวเห็นตัวอย่างข้อสอบนี้ไมเกรนรับประทานเลยทีเดียว
      #4-6
    • #4-7 Natputtalak (@Natputtalak) (จากตอนที่ 1)
      11 ธันวาคม 2561 / 20:13
      ข้อสอบ...ก็ตามมาด้วยไมเกรน...เพราะครูให้โจทย์ที่..จะว่าหาได้มั้ยก็ได้...เเต่มันคนละแบบ...ทำให้หาได้เป็นอีกตัวเลขที่โจทย์กำหนดมาให้
      #4-7