ท่านหญิงอลิเซีย ( End )

ตอนที่ 5 : อลิเซียที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 276
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    7 ธ.ค. 61


เมื่อปัญหาทั้งหมดกำลังทับถมกันเข้ามาพร้อมกันและสิ่งที่ทำได้ไม่ใช่การแก้ปัญหาในทันที เพราะความสามารถที่มีไม่มากพอ

อลิเซียเป็นเพียงเด็กสาวอายุ 13 ปี ที่ไม่เคยต้องคอยแก้ไขปัญหาที่ตนเองไม่สามารถควบคลุมได้และไม่รู้ถึงเหตุผล

พลังที่มีมากมายเหลือล้นกลับใช้ไม่ได้ดั่งใจ

ทำอะไรไม่ได้สักอย่างเดียว

“ท่านหญิง อย่าพึ่งคิดอะไรมากมายนัก เรื่องของทางการคงยังไม่ปัญหาที่เราควบคุมไม่ได้”

เรนด์เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นท่านหญิงตรงหน้ามีสีหน้าเคร่งเครียดจนเกินไป

“เราสงสัยว่าทำไมว่าต้องคอยจับผิดเราขนาดนั้น”

“เป็นเรื่องปกติ ในขณะที่ประชาชนเห็นความสำคัญของศาสนจักรมีมากกว่าองค์ราชา ท่านหญิงที่สามารถสั่นคลอนบัลลังก์ได้อย่างง่ายก็ต้องถูกจับผิดอยู่แล้ว”

มันไม่ใช่แค่นั้น แน่ ๆ

อลิเซียคิดอย่างขมขื่น เพราะเรนด์ไม่ได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมด  ถึงจะสามารถสั่นคลอนได้จริง หรือการที่อลิเซียต้องการบัลลังก์อาจจะเป็นไปได้ก็จริง แต่ใบปัจจุบันการศึกษาเวทมนต์ธาตุมืดมีน้อยมาก แล้วทางการจะรู้ได้อย่างไรว่าอลิเซียมีความเป็นภัยมากน้อยแค่ไหน

จอมเวทย์ของอาณาจักรไม่ใช่คนที่ว่างงาน แต่ถึงกลับมาตรวจสอบด้วยตนเองเพียงเพราะได้กลิ่นอายของพลังมันแทบเป็นไปไม่ได้

“คุณเรนด์ เรื่องเรือนแก้วล่ะคะ”

อลิเซียถามขึ้นเพื่อลองเชิงว่าชายหนุ่มรับรู้เรื่องเรือนแก้ว มากแค่ไหน หรือรู้จักตัวเธอมากแค่ไหน

เรือนแก้วเป็นที่รู้จักของบุคคลทั่วไปอยู่แล้วการที่อลิเซียถามจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ในเมื่อสามารถรับรู้เสียงสาปแช่งของชาวบ้านได้ การรู้จักเรือนแก้วก็เป็นเรื่องปกติ

ทั้งเครื่องสอดแนมที่อลิเซียใช้กับจอมเวทย์ของอาณาจักรก็เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าเคยทำการค้าร่วมกัน

“เรื่องนี้เป็นที่น่าหนักใจอยู่มาก ถ้าเป็นจริงอาณาจักรดารันอาจจะล่มสลายเลยก็ได้ ทางการที่ปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นคงวุ่นวายไม่น้อย คนที่ได้ประโยชน์ก็น่าจะเป็นศาสนจักร ท่านหญิงคิดเห็นว่าอย่างไร”

“ศาสนจักรต้องการที่จะโค่นล้มองค์ราชา”

เมื่อผู้คนหวาดกลัวธาตุมืด และเรือนแก้วที่เริ่มมีความสำคัญมากเกินไป ศาสนจักรจึงใช้เรือนแก้วเพื่อทำให้ประชาชนระแวงขาดความหน้าเชื่อถือแก่ทางการ

แต่มันไม่ประจวบเหมาะเกินไปหรือ

“คิดมากไปก็เปล่าประโยชน์ ไม่สู้สืบหาข้อมูลเพื่อเตรียมรับมือไม่ดีว่าหรือ”

“ก็จริง เราอยากได้ชาผลไม้เพื่อผ่อนคลายสักหน่อย”

อลิเซียกล่าวอย่างเริ่มปลงตก ในสถานการณ์แบบนี้คนที่ไม่รู้สึกรู้สาคงมีเพียงคนที่เพียบพร้อมได้ทุกอย่างแล้วละ

“เปลี่ยนเป็นนมแทนแล้วกันนะขอรับ”

“แล้วแต่เถอะ”

 

เด็กสาวนั่งดื่มนมอุ่นเพื่อคลายความเครียด แต่ถึงกระนั้นภายในใจก็ยังว้าวุ่นไม่สงบ ดวงหน้าหวานฉายความกังวลใจอย่างยากที่จะปิดบัง

“ท่านหญิง ผมจะพาท่านไปรู้จัดคนผู้หนึ่งเขาอาจจะช่วยท่านได้”

“ใครหรือ”

อลิเซียเอ่ยถาม แต่ได้คำตอบเพียงการยิ้มรับ

ยังมีคนที่อยากจะช่วยเราอยู่หรือ ไม่สิยังมีคนที่ไม่รังเกียดเราอยู่หรือต่างหาก

เรนด์  ดีวาร์ลรู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นท่านหญิงเครียดจนเกินไป แปลกใจตั่งแต่แรกทำให้เขาคิดว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านี้

เพราะยังไม่รู้จักท่านหญิงดีพอ สิ่งที่เคยพูดออกไปก็เป็นเพียงข้อสงสัยและการคาดเดาเท่านั้น

อันที่จริงต้องบอกว่าเขาไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับท่านหญิงเลยต่างหาก

“ถึงแล้ว”

อลิเซียก้าวลงจากรถหมา บริเวณที่เด็กสาวอยู่ตอนนี้คือใจกลางป่าลึกตรงหน้าปรากฏคฤหาสน์หลงหนึ่ง ใหญ่โตโอ่อ่าแต่พอมองดี ๆ กลบเรียบง่ายอบอุ่น

“ที่นี่คือป่ามายา”

“ป่าต้องห้ามน่ะหรือ”

ป่ามายาคือสถานที่ต้องห้าแห่งอาณาจักรดารัน มีผู้คนมากมายที่เคยลองดีเข้ามาแต่กลบไม่มีใครออกไปได้อีกเลย ไม่มีเลยสักคนเดียว

ว่ากันว่าในป่ามายามีสิ่งมีชีวิตประหลาดอาศัยอยู่ เป็นปีศาจที่น่าหวาดกลัว

แต่มันก็เป็นเพียงเรื่องเล่า

“นี่คือตราผ่านป่ามายา ผมได้มาจากคฤหาสน์หลังนั้น”

เรนด์อธิบายโดยไม่ต้องรอให้เธอเอ่ยถาม

“คุณเรนด์ คนที่เราจะพบเป็นใครหรือ”

“เขาชื่อว่า ธาวิศ”

ชายหนุ่มเอ่ยตอบพร้อมเดินนำเข้าไป

คฤหาสน์ที่กว้างใหญ่ภายนอกกลืนกินไปกับธรรมชาติ ภายในก็ไม่ต่างกันให้ความรู้สึกถึงความสูงศักดิ์เก่าแก่ แต่กลบเอื้อมถึง

“เรนด์  ดีวาร์ล มาครั่งนี้ข้าสงสัยว่ามันต้องเป็นเรื่องใหญ่ แล้วนั้นท่านหญิงอลิเซียหรือ”

เจ้าของคฤหาสน์เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางไม่ไยดีต่อสิ่งใด ราวกลับพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ

“ต้องรบกวนท่านธาวิศแล้ว”

เจ้าของคฤหาสน์หัวเราะเล็กน้อยอย่างไม่แยแส เส้นผมสีเงินวาวถูกมัดอย่าเรียบง่าย นัยน์ตาสีฟ้าซีดแลดูเยือกเย็น ส่วนสูงที่สมส่วนทำให้คนตรงหน้าเป็นบุรุษเหนือบุรุษได้อย่างง่ายดาย

เมื่อรวมกับท่าทางที่ไม่ไยดีต่อสิ่งรอบข้างทำให้เขาเหมือนกับเจ้าชายผู้สูงส่งและร้ายกาจ ทรราชผู้ไม่สนประชาชน

“รบกวนมากเสียด้วย เรื่องราวเป็นอย่างไรละท่านหญิงตัวน้อย”

อลิเซียมองคนตรงหน้าอย่างพิจารณา ก่อนจะตัดสินใจพูดออกไป เพราะรู้สึกได้ว่าคนตรงหน้าเป็นคนที่สามารถช่วยเธอได้จริง ๆ

ถึงจะดูไม่สนใจสิ่งดี แต่ลึก ๆ ในแววตานั้นกลบน่าเชื่อถืออย่างประหลาด

“เราอยากจะใช้พลัง โดยไม่ให้จอมเวทย์ของอาณาจักรจับได้”

“ทำไมละ ปัญหามันยุ่งยากถึงกลับต้องใช้กำลังแก้ปัญหาเลยหรือ”

อลิเซียส่ายหน้า ถ้าอยากให้ปัญหาหาจบจริง ๆ อลิเซียไม่จำเป็นต้องคิดอะไรเลยด้วยซ้ำ แค่ใช้พลังทุกอย่างก็หายไปแล้ว หรือแค่ใช้พลังขู่ กอย่างก็น่าจะเป็นไปตามที่ต้องการอย่างง่ายดาย

“มันเป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่เมื่อเรามีความสุขกับอิสระจอมปลอมในตอนนี้ได้ก็แค่อยากจะกลับไปในจุดเดิม”

จุดที่มีความสุขกับการเล่นแร่แปรธาตุ ได้ทำธุรกิจการค้าของวิเศษ มีพรรคพวกที่สร้างขึ้นคอยช่วยเหลือ

คนตรงหน้านิ่งเงียบคล้ายคำนวณถึงสิ่งที่ท่านหญิงน้อยคนนี้ต้องแบกรับ ภายในใจรู้อืดอัดคล้ายหัวใจถูกบีบรัด

“แล้วถ้ามีความสุขได้ล่ะ ธาตุหญิงจะยงอยากใช้พลังอีกไหม”

“เราจิตนาการไม่ออกถึงความสุขที่ว่านั้นเลย”

อลิเซียพูดความจริง ตั่งแต่ออกมาจากห้องนั้นอลิเซียก็ไม่เคยสัมผัสถึงความสุข ต้องคอยหวาดระแวงทุกฝีก้าว

“เอาละ เรนด์เจ้าไปทำอาหารมือเย็นหน่อยสิ”

บุรุษผมเงินหันไปสั่งชายหนุ่มที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่

“ท่านหญิงน้อย ข้าก็อาศัยอยู่ที่นี่มานาน ได้เรียนรู้เรื่องราวมากมายทำให้ข้าคิดว่าโลกนั้นไม่ยุติธรรม ท่านหญิงอายุเพียง 13 ปีเท่านั้นโปรดสดใสให้เหมาะกับอายุท่านเถิด ส่วนเรื่องปัญหานั้นเพียงบอกข้า”

“สดใสหรือ ท่านคิดว่าเราไม่พยายามหรือ”

บุรุษผมเงินเหม่อมองท่านหญิงน้อยด้วยความสงสาร โลกช่างไม่ยุติธรรมเสียจริง

“ท่านหญิงข้าเอ็นดูท่าน”

“ท่านดีกับเรา เรนด์ก็ดีกับเรา เพราะอะไรหรือ”

อลิเซียสงสัย บุรุษผมเงินยิ้มรับ มันเป็นรอยยิ้มแรกที่อลิเซียได้สัมผัสจากคนตรงหน้า คล้ายหัวใจที่เย็นชืดรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาทีละน้อย

“เพราะช้าคือธาวิศ และเจ้านั้นก็คือเรนด์อย่างไรเล่า”

คำตอบที่ไม่คล้ายคำตอบเอ่ยมาจากคนตรงหน้า

“เราไว้ใจพวกท่านได้จริง ๆ หรือ”

“เรื่องนี้กาลเวลาที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ เอาเถอะท่านหญิงไม่ต้องคิดมาก คิดสะว่าเจ้านั้นเป็นพี่ชายและคิดว่าข้านั้นเป็นบุรุษที่เอ็นดูท่านก็พอ”

อลิเซียนิ่งคล้ายโดนสาปเป็นหินจากคำพูดนั้น ท่าทางของท่านหญิงทำให้คนตรงหน้าสำราญใจไม่น้อย

“อ่อ ท่านหญิงเหมือนร่างกายของท่านจะไม่ค่อยแข็งแรงนักอย่าใช้พลังโดยไม่มีผลึกชีวาหรือคนให้สูบพลังชีวิตอีกเลยนะ”

“ร้ายแรงขนาดนั้นเลยหรือท่านธาวิศ”

เรนด์เอ่ยถาม เมื่ออกมาจากห้องกลัวก็ได้ยินธาวิศเอ่ยเตือนท่านหญิด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยผิดปกติ

“แน่สิ เป็นเพราะเจ้าบีบครั่นท่านหญิงมากเกินไป”

“ข้าผิดไปแล้ว ขออภัยด้วยท่านหญิง”

เมื่อเห็นสายตาที่ธาวิศมองตนก็ทำให้เรนด์อดขนลุกไม่ได้ แววตาที่ไม่เคยไยดีใครกลับมองท่านหญิงอย่าอ่อนโยนแต่กลับมองเขาด้วยแววตาเชือดเฉือน

“เอาละ ช่างเถอะตอนนี้ท่านหญิงก็ไม่เป็นไรแล้วปัญหาทุกอย่าก็ให้เป็นหน้าที่ของข้าสองคนเถอะ”

อลิเซียมองทั้งสองคนสลับไปมาอย่างชั่งใจ เพราะปัญหาไม่ได้มีแค่เรื่องของทางการแต่เป็นมีทั้งเรื่องเรือนแก้ว และศาสนจักร ถ้าเกิดรู้ถึงปัญหาทั้งหมดเรนด์และธาวิศยังจะอยากช่วยเธออยู่ไหม

“ท่านธาวิศ คุณเรนด์ คิดว่าปัญหาคืออะไร”

“เรื่องของทางการ หรือว่ามีมากกว่านั้นหรือท่านหญิง”

เรนด์เอ่ยตอบและวิเคราะห์ความน่าจะเป็นในคำถามของอลิเซีย

แต่อีกคนกลับเพียงยิ้มอย่างกับรู้คำตอบอยู่แล้ว

“แน่นอนว่ามากว่านั้น เรนด์เรื่อนี้เจ้าต้องรู้อยู่แล้วไม่ใช้หรือ”

เรนด์นิ่งคิดเพราะไม่ใช่มีแค่ปัญหาของอลิเซียที่เขาต้องสนใจ แต่กลับมีเรื่องงานและปัญหาของตนเองจึงอาจทำให้เขามองข้ามอะไรบางอย่าง

“ใช่มันมีมากกว่านั้นและเป็นเรื่องที่ยุ่งยากเสียด้วย”

“ในตอนนี้ปัญหาที่ยุ่งยากที่สุดในอาณาจักรก็มีอยู่เรื่องเดียว  เรือนแก้วสินะ”

ธาวิศเอ่ยขึ้นราวกลับรู้อยู่แล้ว จ้องมองท่านหญิงด้วยแววตาที่แสดงออกว่าสนใจอย่างชัดเจน สนใจในตัวตนอันซับซ้อนของท่านหญิงน้อย

ผิดกับทางเรนด์ที่ตกใจจนต้องพยายามคุมสติตัวเอง ถ้าเป็นเรือนแก้วปัญหาก็หนักหนาเกินไปจริง ๆ

“เราเป็นเจ้าของเรือนแก้ว ซึงเป็นคนที่มีธาตุมืดตามที่ศาสนจักรสงสัยจริง ๆ”

“ไม่คิดว่าการที่ศาสจักรออกมาป่าวประกาศไม่ใช้แค่จะทำให้อำนาจขององค์ราชาลดลงเพียงอย่างเดียวสินะ”

เรนด์วิเคราะห์ถึงเหตุการณ์

อลิเซียพยักหน้าเป็นคำตอบ บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดลงแต่ก็ถูกทำลายด้วยคำพูด คำพูดเดียวของ ธาวิศ

“ไม่มีปัญหาที่ข้าจัดการไม่ได้หรอกท่านหญิง แม้โลกจะล่มสลายเพียงมีข้าอยู่ข้างกายท่านก็จะไม่มีอันตราย”

คำพูดของบุรุษผมเงินทำให้เรนด์ขนลุกอีกครั่ง ในครั่งก่อนเขายังจำได้ดีถึงความโหดร้ายของธาวิศ  กว่าเขาจะได้รับความไว้วางใจจนเข้าออกที่นี่ได้ช่างยากเย็น แต่ทำไมเมื่อเป็นท่านหญิงทุกอย่างจึงดูละมุนไปได้เล่า

อลิเซียนึกหมั่นไส้กับคำพูดของคนตรงหน้าแต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่าตัวเองกำลังรู้สึกดีกับคำพูดนั้นจริง ๆ

แววตาสีฟ้าซีดเผยแววเย็นชาเมื่อนึกถึงสิ่งที่ทำให้เด็กน้อยต้องทำหน้าราวกลับโลกจะแตกสลายเมื่อก่อนหน้า

เมื่ออุปสรรค์มันขวางทางคนที่เขาเอ็นดู ก็ต้องกำจัดมันไปสะ



ช่วงบ่น ๆ

Me: ท่านธาวิศนี่เหมาะสมหรือยังท่านหญิง

ท่านหญิง : เหมาะสมอะไรกันเล่าคะ

เรนด์: ทำไมผมบทน้อยลงละ ปกติมันต้องมีแต่บทผมกับท่านหญิงสิขอรับ


ปล.หยุดยาวสามวันมักมากลับอาทิตย์หน้าที่สอบกลางภาคสินะ

ติชมได้นะคะเราอยากรู้ว่าเนื้อเรื่องดูน่าเบื่อเกินไปรึป่าว ทำไมเรารู้สึกหว่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

24 ความคิดเห็น

  1. #7 DuFruit (@DuFruit) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 20:57
    ว่าแต่ ไรท์เครียดหรอ
    #7
    1
    • #7-1 วุ้นสีฟ้า (@greentea_iaa) (จากตอนที่ 5)
      7 ธันวาคม 2561 / 21:14
      นิดนึงค่ะ อาจจะเป็นเพราะเรื่องอื่นด้วย ประมาณว่าหลังสอบเราจะแต่งไม่ได้เลย แต่งแล้วรู้สึกมันเอื่อย ๆ ไม่ค่อยตรงประเด็น เลยกลัวว่าเนื้อเรื่องมันจะน่าเบื่อรึป่าว ขอบคุณที่ยังติดตามนะคะ <3
      #7-1
  2. #6 DuFruit (@DuFruit) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 20:57
    เรนด์ดูด๋อยเลยเมื่อเจอธาวิศ
    #6
    0