ตอนที่ 9 : อลิเซียที่ 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 207
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    16 ธ.ค. 61


ศาสนจักรส่งคนมาศึกษาดูงานอลิเซียสำรวจรอบห้องอีกครั้ง เสียงลมหายใจถูกพ้นออกมาอย่างแผ่วเบา เด็กสาวรู้สึกเหนื่อยใจเมื่อเห็นคนของศาสนจักรอยู่ในห้องเรียนด้วย

ผู้คนในห้องต่างให้ความสนใจ ไปพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่างจากที่เด็กสาวมาริบรับ

“เป็นอะไร อิจฉารึไง”

“เทรซิส คนของศาสนจักรมาเพื่อดูงานจริงหรอ”

เด็กสาวเลือกที่จะไม่สนใจคำพูดก่อนหน้าและวกเข้าเรื่อง

“ได้ยินมาว่างั้นแหละ แต่มันก็แปลกอยู่เหมือนกัน”

เทรซิสตอบแววตาสีแดงสดแสดงอาการครุ่นคิด

“แปลกยังไง”

เด็กสาวถามขึ้นเพื่อยืนยันความแน่ใจ จดหมายเมื่อวานก็พอจะเดาได้

“ส่วนมากคนที่มาเป็นคนของอาณาจักรดารัน”

เทรซิสยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูดบอกมาอย่างไม่ใส่ใจ เมื่อคิดไม่ออกคิดต่อไปก็เปล่าประโยชน์

“แล้วเราควรไปทักทายไหม”

อลิเซียถามอย่างลองเชิง ถ้าปกติตามนิสัยของเทรซิสจะไม่สนใจอะไร แต่ถ้ามีอะไรแอบแฝงนั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง

“แล้วแต่เธอสิ”

ชายผมแดงตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์ แล้วลากโต๊ะของตัวเองมานั่งกับเธอ

“มาทำไม”

อลิเซียมองด้วยแววตาสงสัยปนระแวง คนอื่นไม่เคยสนใจเธอแต่ทำไมเขาถึงมาสนใจ

“เอานา”

คำตอบของเทรซิสทำให้อลิเซียครุ่นคิดอีกครั้ง มีเหตุผลอะไรที่มานั่งด้วย

“หรือว่านายก็ไม่มีเพื่อน”

เด็กสาวถามอย่าคาดเดา

“เฮอะ ใครจะไปเหมือนเธอกัน”

เป็นเหมือนคำพูดที่แทงใจดำ เด็กสาวจึงเลือกที่จะฟุบลงกับโต๊ะเพื่อจะสงบสติอารมณ์ ถึงแม้ว่าอยากจะโวยวายแค่ไหนแต่ตอนนี้ก็ไม่ควรจะทำตัวเด่น

“อรุณสวัสดิ์เทรซิส ย้ายมานั่งนี่เลยหรือคะไวไฟจริงนะ”

เด็กสาวผมสีน้ำตาลแย้มยิ้มอย่างน่ารัก น้ำเสียงเจือด้วยความหยอกเย้าแม้จะไม่ดังมากนักก็สามารถทำให้คนอื่นหันมาสนใจ

“คุณเมย์เรียนี่ ท่าทางจะชอบอลิซจริง ๆ นะครับ”

ชายหนุ่มผมแดงแย้มยิ้มกับ ทำให้หน้าที่เหมือนอันธพาลเป็นเทพบุตรจนทำให้หญิงสาวหลายคนหน้าแดงไปตาม ๆ กัน

เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่ไพเราะผิดปกติของคนข้าง ๆ มันทำให้อลิเซียขนลุก

“ก็แหม่ คนที่ข้ามากลางเทอมแถมยังเก่งขนาดนี้ ไม่ให้สนใจได้ไงละคะ”

เมย์เรียยังคงยิ้มแย้มพูดด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นเล็กน้อยอย่างเป็นธรรมชาติ

“พูดอะไรหน่อยสิ ฉันเบื่อแล้วนะ”

เทรซิสหันมากระซิบกระซาบกับเด็กสาวที่ฟุบอยู่

“ไม่ละเราก็เบื่อ”

ชายผมแดงหน้าตามือครึ้มลงเมื่อได้รับคำตอบ ในใจเก็บไว้คิดบัญชีภายหลังอย่างเคียดแค้น เพราะทั้งสองคนมีความเหมือนกันคือเข้ากับคนอื่นไม่ได้ ชอบตีสองหน้าจึงแก้สถานการณ์แบบนี้ไม่เก่งทั้งคู่

“นี่เมย์เรีย ฉันส่งยัยนี่ไปเรียนการเข้าสังคมกับเธอได้ไหม”

เทรซิสกล่าวอย่างปลงใจ ทำให้เด็กสาวตรงหน้าเลิกคิ้วเลิกน้อย ริมฝีปากแย้มยิ้มอย่างกลั่นหัวเราะ

“หน้ากากแตกเร็วไปไหมพ่อเทพบุตร กลับมาเป็นอันธพาลแล้วหรือ”

เมย์เรียตอบกลับอย่างแดกดัน เพราะเคยเป็นเพื่อนกันมาตั่งแต่เด็กสิ่งใด ๆ ล้วนรู้ทัน ที่หาเรื่องอลิเซียก็ไม่ได้เพราะเกียดอะไร แค่อยากจะแหย่เล่น

“เอ้าเงยหน้าขึ้นมาได้แล้ว”

อลิเซียเงยหน้าขึ้นมากรอกตาเล็กน้อย ก็ได้ยินทั้งหมดเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจ

“ก็แค่แกล้งเล่นเฉย ๆ”

“ทำไมเหมือนโดยหลอกยังไงก็ไม่รู้”

เสียงเล็กพึมพำเบา ๆ อย่างไม่สบอารมณ์นัยน์ตาสีน้ำทะเลเฉยชาขึ้นเล็กน้อยไม่แสดงอารมณ์อื่น

“มนุษย์สัมพันธ์แย่เกินไปแล้ว ทั้งสองคนนั้นแหละ โถ่เอ้ยทำไมชีวิตฉันถึงต้องมาเจอกับคนแบบนี้ตั้งสองคน”

เมย์เรียทำหน้าเหนื่อยใจเล็กน้อยแต่ก็ยังคงความน่ารักไว้อยู่

อลิเซียก็เหนื่อยใจไม่แพ้กัน รู้สึกเริ่มไม่เข้าใจโลกขึ้นทุกที มาเหมือนจะหาเรื่องแต่สุดท้ายกลับบอกว่าแกล้งเล่น แท้จริงแล้วต้องการอะไรหรือเปล่า

“หยุดคิดก่อนนะ ใจเย็นนะ เดี๋ยวอธิบายให้ฟัง”

เมย์เรียคล้ายสัมผัสได้ว่าคนตรงหน้าคิดไปค่อนข้างไกล

“ลองว่ามา”

อลิเซียตอบรับ เมื่อเห็นใบหน้าเหนื่อยหน่ายใจของอีกฝ่าย

“อลิเซียต้องใจเย็นนะ อย่าคิดมากจนเกินไป การแกล้งเล่นก็เหมือนเล่นกันเฉย ๆ มันไม่ได้มีความหมายแฝงอะไร เข้าใจไหม”

เมย์เรียพยายามอธิบายแต่เด็กสาวกลับสายหน้าไม่เข้าใจ

“แกล้งโดยการทำให้คนอื่นมองเราไม่ดีน่ะหรือ”

เพราะเมย์เรียทำให้คนในห้องไม่ชอบตน

“เดี๋ยวนะ ใช้อะไรแยกว่าคนนี้ชอบคนนั้นไม่ชอบ”

เทรซิสเอ่ยขึ้นด้วยความอยากรู้ ทั้ง ๆ ที่ตอนแรกกะว่าจะนั่งดูเฉย ๆ

“ก็ใช้เวทมนต์อ่านแนวโน้มของจิตใจ”

อลิเซียตอบกลับ เม้มริมฝีปากอย่างไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องตอบตามความจริง

“ลองอ่านอีกครั้งสิ”

อลิเซียสายหน้าเพราะมีคนของศาสจักรอยู่การใช้เวทย์ความมืดค่อนข้างมีความเสี่ยง

“งั้น ตอนเย็นเวลาฝึกซ้อมตกลงไหม ฉันว่ามันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ ๆ”

เมย์เรียเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าเรื่องนี้คงไม่จบง่าย ๆ และได้เวลาเข้าเรียนแล้ว

“อรุณสวัสดิ์นักเรียนที่น่ารัก ก็อย่างที่เห็นวันนี้มีแขกจากศาสนจักรเข้ามาศึกษาที่เซนต์เกรทของเรา วันนี้จึงมีการประลองเวทย์กันเล็กน้อยเพื่อเป็นการต้อนรับและวัดฝีมือไปในตัว โดยในครั้งนี้ผู้อำนวยการได้ให้หัวข้อมาด้วยตนเอง ห้ามถูกจับได้ว่าใช้เวทมนตร์ธาตุอะไร”

เทื่อฟังจบเด็กสาวหันไปสำรวจคนของศาสนจักรเล็กน้อย แล้วก็เป็นไปอย่างที่คิด สีหน้าของฝั่งนั้นตรึงเครียดขึ้นอย่างชัดเจน ดูเหมือนจะมาที่นี้เพื่อตามหาเธอจริง ๆ

ทางการปิดข่าวเรื่องนี้อย่างไรถึงรั่วไหลถึงศาสนจักรกันแน่

“ยังคงจำถึงบทเรียนกันได้อยู่ใช้ไหม การประลองจะจัดขึ้นเมื่อหมดชั่วโมงโฮมรูม ขอให้นักเรียนไปเตรียมตัวกันให้ดี”

 

 

ลานประลอง

“อลิซ ไหวปะ”

เทรซิสเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบในระหว่างเตรียมตัว เพราะไม่ได้มีแค่ปีหนึ่งที่ต้องประลอง แต่เป็นงานใหญ่ที่เข้าร่วมทุกชั้นปี แต่ละชั้นปีก็จะมีหัวข้อที่แตกต่างกัน

การประลองในครั่งนี้เหมือนกับต้องการที่จะข่มขวัญคนของศาสนจักรชัด ๆ ผู้อำนวยการคงคิดมาแล้วว่าถ้าไม่ทำให้สุดคงจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกหลายครั้ง

“มีอะไรยากเย็น”

เด็กสาวตอบกลับอย่าเกียจคร้าน แววตามองไปรอบ ๆ แล้วหลับตาลงอย่างไม่แยแส แต่ในใจกลับรู้สึกตื่นเต้น จึงต้องพยายามสงบสติอารมณ์

“จำที่ซ้อมได้ใช่ไหม”

“เทรซิสเราว่านายตื่นเต้นแน่ ๆ สงบสติอารมณ์หน่อย”

อลิเซียตอบกลับเมื่อเห็นคนตรงหน้าร้อนรนผิดปกติ สายตาสอดส่องทั่วบริเวณเมื่อเห็นแขกคนสำคัญเริ่มทยอยมากันแล้ว

ที่นั่งบนสุดเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนที่นักเรียนจำหน้ากันไม่ได้ ทางด้านซ้ายน่าจะเป็นอาจารย์ในแต่ละสาขา ส่วนทางขวาคนแรกเป็นชายสูงวัยที่ดูน่าเคารพ จากการแต่งตัวน่าจะเป็นคนจากศาสนจักร

“เทรซิส ข้างบนนั้นคงไม่ใช่ประมุขของศาสจักรใช่ไหม”                        

เด็กสาวเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ ถ้าใช่การประลองครั่งนี้สำหรับเธอต้องน่าตื่นเต้นแน่ ๆ

“ใช่ แต่ไม่ต้องห่วง เมื่ออยู่ที่เซนต์เกรทการที่มีเวทย์มืดมันไม่มีผลกระทบอะไรมากหรอก”

เทรซิสตอบคล้ายกับเข้าใจความคิดของอลิเซีย

ถ้าไม่ได้มาเพราะเธอ อลิเซียก็คงไม่ได้คิดอะไร ถ้าโดนจับได้แล้วจะเกิดอะไรขึ้นเด็กสาวเริ่มอยากรู้สะแล้ว

“สวัสดิ์ดี ท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน”

น้ำเสียงของพีธีกรกล่าวขึ้นเป็นการเปิดงาน ผู้อำนวยการพูดนิดหน่อยก่อนงานประลองจะเริ่มต้น

“คู่แรก ปี 1

เพราะว่าจับฉลากกันก่อนหน้าแล้วและอลิเซียก็เป็นคู่ที่ห้า ปีหนึ่งมีเพียง 20 คนซึ่งมีอื่นก็มีเท่ากัน

เด็กสาวจ้องมองการต่อสู้ตรงหน้า เวทมนตร์บทต่าง ๆ ถูกสาดใส่กันอย่างดุเดือด บทเรียนที่ทุกคนเคยเรียนก็เริ่มเห็นผล

เสียงปรบมือดังขึ้นเมื่อการต่อสู้จบลง จนถึงคู่ของเด็กสาว

“คู่ที่ 5 ปี 1

อลิเซียเดินขึ้นไปบนลานประลอง ลานกว้างสีขาวที่ถูกใช้มาอย่างโชกโชนกลับดูสะอาดตากว่าที่คิด เด็กสาวทำตามที่ฝึกซ้อม ผนึกที่ไม่ใช่การผนึกตัวเรา วงเวทย์ที่ซับซ้อนถูกวาดขึ้นอย่างรวดเร็วโดยคู่ต่อสู้ก็ทำในแบบเดียวกัน

ผลึกชีวาถูกโยนออกมาเพื่อให้การดึงพลังง่ายขึ้น

แต่อีกทางหนึ่งก็เหมือนกับบอกไปกลาย ๆ ว่าคือผู้ใช้เวทย์ธาตุมืด ที่ไม่ให้สัมผัสได้ถึงพลงธาตุเพียงเพราะมันเป็นโจทย์เท่านั้น

พลังเวทย์ของอีกฝ่ายที่โจมตีมาถูกป้องกันไว้อย่างหมดจด เด็กสาวชอบที่จะเป็นฝ่ายตั่งรับเสียมากกว่าจึงไม่คิดที่จะโจมตรี

เกราะที่เป็นการเขียนโปรแกรมเวทมนตร์สามารถดูดพลังของเจ้าของและป้องกันได้เรื่อย ๆ ถ้าพลังไม่หมด และแน่นอนถ้าผลึกชีวาเป็นกองตรงหน้าไม่หมดเกราะนี่ก็ไม่มีวันสลาย

เวทมนตร์มากมายที่ถูกสาดเข้ามาไม่เป็นผลทำให้ฝ่ายตรงข้ามเริ่มหัวเสีย

ศัตรูเริ่มไม่สนถึงโจทย์แล้วใช้เวทย์ธาตุน้ำที่เป็นธาตุของตัวเองขึ้นมา  มวลน้ำในอากาศหายไปอย่างรวดเร็วทำให้อลิเซียหายใจไม่ออก แต่มันก็ไม่นานนัก

“อลิเซีย ชนะ”

เพราะฝ่ายตรงข้ามถูกจับได้จึงถูกปรับแพ้  เด็กสาวยิ้มไม่ต้องออกแรงมากมายก็ชนะแถมยังได้เห็นสีหน้าตกตลึงของใครหลายคนก็ถือว่าคุ้มแล้ว

เด็กสาวเดินมานั่งที่เดิมรอดูคู่ต่อไป

“เธอมีพลังมากแค่ไหนกัน”

เทรซิสที่ยังคงตกใจเอ่ยถามขึ้น เด็กสาวเพียงยิ้มไม่ตอบอะไร

“สวัสดีสาวน้อย”

อลิเซียหันไปมองคนที่เอ่ยขึ้นและยิ้มรับ เป็นอย่างที่เด็กสาวคิดไว้ ยังไงคนที่จับตามองอยู่ก็ไม่รู้ไม่ว่าจะปกปิดหรือไม่ปกปิดก็ตาม

“สวัสดีค่ะ”

“ขอเชิญไปกับทางเราหน่อยได้ไหม”

อลิเซียเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำเชิญ

“ไม่ดีกว่าค่ะ เราจะรอดูเพื่อนถ้ามีอะไรเชิญตรงนี้ก็ได้ค่ะ”

หลายคนมองมาอย่างสงสัยว่าทำไมคนจากศาสนจักรต้องมาคุยกับอลิเซีย แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมาหนักนอกจากเทรซิสกับเมย์เรีย

“ธาตุมืดเป็นสิ่งที่อันตราย ทางศาสนจักรเป็นกังวลว่าจะมีอันตรายต่อเด็กนักเรียนของเซนต์เกรท จึงขอให้ไปกับทางเราด้วยขอรับ”

ฝ่ายตรงข้ามตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงกดดัน

“แต่นี่เป็นโรงเรียนเซนต์เกรทนะครับ ทางศาสนจักรมีสิทธิ์อะไรถึงคิดจะมาจับ”

เทรซิสตอบกลับอย่างไม่กลัว มันเป็นความจริงที่ไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์

“อลิเซีย  เซนต์เกรท คือชื่อของเรา ถ้ามีอะไรข้องใจกรุณาติดต่อคุณฌานได้เลยค่ะ”

เด็กสาวแย้มยิ้ม ฝ่ายตรงข้ามเมื่อได้ยินก็ตกใจรีบกลับไปรายงานผล

เป็นที่แน่นอนว่านามสกุลเซนต์เกรทช่างมีอิทธิพลเสียจริง ต้องของคุณท่านผู้อำนวยการเสียแล้ว


คุยหน่อยนะ

นิยายของเราอาจจะไม่ถูกใจใครหลายคน ไม่เป็นไรเราคิดว่าจะแต่งตามใจจะเละก็ให้มันเละกันไปข้าง แน่นอนว่าคนที่เขียนทุกคนย่อมอยากรู้ว่าคนอ่านคิดยังไงกับตัวละครของเรา คือท่านหญิงค่อนข้างจะคิดเยอะ และยังคิดในแง่ลบมาก ๆ เหมือนเราอะขอสารภาพเลยว่าตอนเข้าโรงเรียนตอน ม. 1 เราไม่มีเพื่อนเลยเกือบ 1 ปี มนุษย์สัมพันธ์แย่สุด ๆ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนิยาย....นั้นสิ  เอาเถอะ ขอบคุณคนที่ยังติดตามอยู่นะคะ สัญญาว่าจะพยายามบรรยายให้ดีกว่านี้

ปล.มีคนบอกเราว่าอยากทำอะไรก็ทำ เฮ้อ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

24 ความคิดเห็น

  1. #23 VioMayLin (@mayviolincatcat) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 15:51
    เราก็เป็น เราเข้าใจค่ะ เราเลยชอบเรื่องนี้นะคะ:)
    #23
    0
  2. #14 DuFruit (@DuFruit) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 16:13
    ครับผม
    #14
    0