เขียนนิยาย ไม่ยากอย่างที่คิด และ โฟโต้ช็อป ทำได้ ง่ายจัง

ตอนที่ 19 : Writer - Point of View (วิธีการเล่าเรื่อง การบรรยาย)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,047
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    21 พ.ค. 57

 

 

 

 

Point of View 



...

 

ความคิดเห็นที่ 334 (จากตอนที่ 13)
มีประโยชน์มาก ๆ เลยครับ แต่ยังขาด point of view ของบุรุษที่ 2 (ถึงจะไม่มีใครค่อยใช้ก็เถอะ) พอจะหามาเพิ่มได้หรือเปล่าครับ

บุรุษที่ 1 (First Person POV) (ผม,ฉัน) มุมมองตัวละคร
บุรุษที่ 2 (Second Person POV) คุณ (ส่วนมากจะอยู่ในพวกนิยายพจญภัยที่เลือกการกระทำได้...หาอ่านยากมาก)
บุรุษที่ 3 (Third Person POV) (เขา,หล่อน) มุมมองพระเจ้า

เป็นกำลังใจให้นะครับ ขอบคุณจริง ๆ สำหรับบทความดี ๆ เป็นประโยชน์กับส่วนรวมมาก ๆๆๆ เลยครับ (ขอให้ไรเตอร์มีความสุขมาก ๆๆนะครับ)
Name : เคียงพิณ< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เคียงพิณ [ IP : 118.173.41.219 ]
Email / Msn: golfhomealon(แอท)gmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2553 / 08:30

 


กลวิธีในการเล่าเรื่อง Point of View เป็นอย่างไร

 

เนื่องจากมีคอมเม้นท์เข้ามาถาม แต่ไรเตอร์ไม่มีความสามารถพอ เพราะในตอนที่ 13 คิดเองจากความเข้าใจ เพื่อให้คนอ่านเช้าใจอย่างง่ายๆ เพราะในบางครั้งหากเขียนเรื่องที่อ่านแล้ววิชาการเกินไปอาจทำให้เข้าใจยาก และน่าเบื่อที่จะจดจำที่จะเรียนรู้ เพื่อไขความกระจ่างในครั้งนี้ ไรเตอร์จึงไปลองค้นหาในหนังสือมาให้ แบบละเอียด อธิบายครบในเรื่องของการบรรยายทั้ง 3 แบบ เนื้อหาที่ได้มาทั้งหมดมาจากหนังสือและมีการเสริมคำพูดเล็กๆ น้อยๆ ของไรเตอร์ไปบ้าง ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อให้เกิดความเข้าใจ ไรเตอร์คิดเสมอว่า ไรเตอร์นั้นจะต้องเข้าใจเนื้อหาที่ทั้งหมดก่อน จึงจะนำเสนอให้ผู้อ่านทุกท่านเข้าใจได้อย่างง่ายที่สุด  

 

คุณลองหยิบหนังสือนิยายสักเล่มขึ้นมาอ่าน คุณเคยสังเกตหรือไม่ว่านิยายในหนังสือเล่มนั้นๆ คุณรู้เรื่องต่างๆ โดย 

- ผ่านตัวละคร คิด พูด เห็น รู้สึก ได้ยิน กระทำ 

ผ่านการบรรยายพรรณนาจากใครก็ไม่รู้ ที่ไม่มีตัวตนอยู่ในหนังสือ แต่รู้ทุกอย่างไปตลอดทั้งเรื่อง รู้แม้กระทั่งความคิดของตัวละครด้วย 

เหล่านี้เป็นวิธีการเล่าเรื่องจากผู้เขียน

มันจะทำให้คุณเข้าใจง่ายขึ้นถ้าคุณรู้จักประเภทของ Point of View ที่นักเขียนเลือกหยิบมาใช้ มีด้วยกัน 3 แบบดังนี้ 


           1. The First Person

2. The Second Person

3. The Third Person

เรามาทำความเข้าใจในแต่ละประเภทกัน 

 

1. The First Person (การใช้สรรพนามบุรุษที่ 1)

การเขียนในวิธีนี้ นักเขียนหรือผู้ที่เล่าเรื่องจะใช้สรรพนามว่า ฉัน ผม ข้าพเจ้า เรา พวกเรา ดิฉัน (ตามไวยากรณ์ของไทย ในบุรุษที่ 1) ผู้เล่าจะเปิดเผยเรื่องราวให้แก่ผู้อ่านได้เฉพาะในสิ่งที่ตนเองเห็น ได้ยิน สัมผัส หรือความคิดของตนเองเท่านั้น ดังนั้นวิธีนี้จึงนิยมใช้กับการบอกเล่าประสบการณ์ที่เกิดขึ้น หรือการแสดงความคิดของคนเขียนเรื่องสืบสวนสอบสวน การเขียนวิธีนี้แบ่งได้ แบบคือ 

 

1.1 First Person Protagonist ตัวละครเอกเป็นผู้เล่าเรื่องให้ฟังโดยตรง

การเขียนวิธีนี้ ตัวละครจะมีส่วนเกี่ยวพันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองโดยตรง หรือเป็นเรื่องของผู้เล่าเอง ยกตัวอย่างเช่น 

ฉันรู้ว่าฉันไม่ควรยอมให้คุณยายเดินลงไปเอง ท่านยังไม่แข็งแรงพอที่จะยืนด้วยซ้ำ แต่จะทำยังไงได้ล่ะ เมื่อท่านเริ่มบ่นและยืนกรานที่จะทำและก็อย่างที่ฉันคาดเอาไว้ ท่านไถลลื่นลงไปทีละขั้น   

 

1.2 First Person Witness ผู้เห็นเหตุการณ์เป็นผู้เล่าเรื่อง

การเขียนวิธีนี้ เรื่องราวของตัวเอกและตัวละครอื่นๆ ในเรื่องจะถูกถ่ายทอดให้แก่คนอ่าน โดยบุคคลอื่นที่เห็นเหตุการณ์เหมือนเป็นพยานสำคัญในเรื่อง ผู้เล่ายังคงสรรพนาม ดิฉัน ฉัน ผม ข้าพเจ้า เรา พวกเรา เช่น อันแรก จากตัวอย่างอันแรกการเล่าเรื่องก็จะเปลี่ยนเป็น

ฉันเห็นเธอยืนเคาะเท้าอยู่ที่หัวบันได มองคุณยายที่พยายามก้าวลงบันไดด้วยตัวเอง หน้าเธอซีด เมื่อเห็นคุณยายลื่นไถลลงไปทีละขั้น   

 

การเล่าเรื่องแบบ The First Person นี้ นักเขียนมือใหม่ มักจะชอบ เพราะสามารถที่จะควบคุมการเขียนและแสดงความรู้สึก นึกคิดของตัวละคร (ซึ่งเปรียบเสมือนตนเอง) ไม่ดีไม่สับสน แต่ก็มีข้อจำกัดคือ ผู้เล่าจะรู้ได้เฉพาะฉากที่ตัวเองอยู่ สิ่งที่ตนรู้จริง และคนอ่านก็จะรู้เฉพาะเท่าที่ผู้เล่าบอกเท่านั้น นอกเหนือไปจากนั้น ผู้เล่าไม่ควรจะรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของความรู้สึก นึกคิดของคนอื่น ซึ่งคุณไม่มีวันรู้ได้ (ยกเว้นเสียแต่ว่าคุณจะบอกผู้อ่านตรงๆ ก่อนว่าคุณเดาเอา)

 

2. The Second Person (การใช้สรรพนามบุรุษที่ 2) 

การเขียนโดยวิธีนี้มีน้อยและยากที่จะเขียน เพราะผู้ที่เล่า ผู้เขียนเจาะจงให้ตัวเอกของเรื่อง คือ ตัวคุณเอง (หมายถึงผู้อ่าน) เป็นผู้ดำเนินการอยู่ในเรื่องภายใต้การบอกเล่าของคนเขียน การเขียนมักขึ้นต้นด้วยคำว่า คุณ เช่น ตัวอย่าง  

คุณควรคาดเดาได้อยู่แล้วว่ามันจะเป็นอย่างไร และคุณคงเสียใจที่ปล่อยให้เป็นอย่างนั้น แต่คุณก็คงคิดว่าคุณยายต้องตะโกนด่าคุณเหมือนอย่างที่ท่านชอบทำเป็นแน่ ถ้าคุณไม่ยอมให้ท่านเดินลงบันไดไปเอง   

คงยากที่คนอ่านจะพอใจเมื่อถูกเล่าเรื่องของตัวเองจากคนอื่น ดังนั้นเราจึงเห็นวิธีการเขียนแบบนี้ ในการให้คำแนะนำมากกว่า เช่น แนะนำการทำอาหาร แนะนำเรื่องการท่องเที่ยว ตอบจดหมาย มีบ้างเหมือนกันที่จะยังเหนในการเขียนสำหรับเด็กประเภท หลับตาลงแล้วจินตนาการ การผจญภัยของคุณเองสิ แล้วคุณก็จะ   

 

3. The Third Person (การใช้สรรพนามบุรุษที่ 3) 

การเขียนวิธีนี้ ตัวละครจะถูกกล่าวถึง โดยใช้คำว่า เขา เธอ หญิงสาว ชายหนุ่ม ตาแก่ มัน หรือเอ่ยชื่อตัวละครตรงๆ กรณีนี้ คนเขียนจะเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในตัวละคร ที่นักเขียนเลือกที่จะเห็นผู้เล่าเรื่อง และอาจเปิดเผยให้คนอ่านได้ในสิ่งที่เขาเห็น รวมไปถึงความรู้สึกนึกคิดของตัวละครด้วย การเขียนประเภทนี้แบ่งออกได้เป็น 3 แบบคือ 

 

3.1 Third Person Omniscient ผู้เล่ารู้เห็นทุกอย่าง รวมถึงสิ่งที่อยู่ในหัวของตัวละครทุกตัว 

การเขียนวิธีนี้ ผู้เล่าเรื่องจะรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ทั้งความรู้สึก ความนึกคิดของตัวละคร เปรียบได้กับพระเจ้าที่รู้ไปหมด เรื่องราวจะถูกเล่าโดยผ่านตัวละครมากมายที่คนเขียนเลือกขึ้นมา สามารถเล่าจากจุดเริ่มต้นย้อนกลับไปถึงอดีต มาถึงอนาคตได้ สามารถมองทะลุเข้าไปถึงจิตใจของตัวละครแต่ละตัวอย่างไม่จำกัด ข้อได้เปรียบในการเขียนด้วยวิธีนี้ก็คือ คนอ่านจะพลอยรู้เรื่องทุกอย่างไปด้วย แต่ข้อด้อยคือ หากว่าคุณเขียนไม่เก่งพอ จะทำความสับสนให้แก่คนอ่านได้มากที่สุดว่า ความคิด ความรู้สึก การกระทำนั้นเป็นของตัวละครตัวใด (เกิดความมั่วได้ง่าย) และเนื้อเรื่องก็จะเยิ่นเย้อไปด้วย ยกตัวอย่างการเขียนบรรยายในแบบที่อธิบายไป 

อันธิกายืนอยู่ข้างคุณยาย เธออยากจะพยุงท่านลงบันได แต่คุณแพรวใช้สายตาปรามหลานสาวเอาไว้ ท่านต้องการที่จะลงบันได้ด้วยตัวเอง เพื่อพิสูจน์ว่าท่านแข็งแรงและทำได้ 

(รู้เข้าไปในหัว อันธิกาและคุณยาย)

 

3.2 Third Person Objective ผู้เล่าเห็นสิ่งที่ตัวละครแสดงออก แต่ไม่รู้สิ่งที่อยู่ในหัวของตัวละคร

การเขียนแบบนี้ผู้เล่าจะบอกได้แต่เพียงสิ่งที่ได้เห็นและได้ยิน ผู้เขียนจะมีวิธีเขียนให้ผู้อ่านตัดสินเองได้ว่า ตัวละครคิดหรือรู้สึกอย่างไร จากการแสดงออกของตัวละครด้วยการกระทำ หรือคำพูด โดยที่ผู้เล่าจะไม่ได้กล่าวถึงความรู้สึกนึกคิดของตัวละครเลย ยกตัวอย่างเช่น 

อันธิกายืนเคาะเท้าอยู่ที่หัวบันได มองคุณยายที่ยืนหอบจับราวบันไดหย่อนขาลงไปทีละข้าง ไม่ถึงสองขั้น ท่านก็ลื่นไถลลงไป 

(ไม่รู้ว่าทั้งอันธิกาและคุณยายคิดอะไร แต่เห็นว่าทั้งคู่กำลังทำอะไร ซึ่งพอจะคาดเดาได้ว่า อันธิกากังวลใจ เคาะเท้า และคุณยายเหนื่อย หอบ) 

 

3.2 Third Person Limited ตัวละครเป็นผู้เล่าและรู้สิ่งที่อยู่ในหัวตัวเอง แต่ไม่รู้สิ่งที่อยู่ในหัวตัวละครอื่น 

วิธีนี้เป็นวิธีที่นิยมที่สุดในการเขียนแบบสรรพนามบุคคลที่ 3 (มุมมองพระเจ้า) ผู้เขียนจะรู้เรื่องทั้งหมด แต่จะเล่าเรื่องราวต่างๆ รวมทั้งความรู้สึกนึกคิดได้โดยผ่านตัวละครตัวใดตัวหนึ่ง ซึ่งอาจมีได้หลายตัวตามแต่จะเลือก บางทีวิธีนี้ถูกเรียกว่า Multiple Point of View และตัวละครที่ถูกเลือกให้ถ่ายทอดเรื่องราวความรู้สึกนึกคิด มักจะเป็นตัวเอกของเรื่อง วิธีนี้ดีในแง่ที่คนอ่านจะได้รับรู้เหตุการณ์และความรู้สึกนึกคิดของตัวละครได้หลายตัว และขอเน้นว่าเป็นตัวที่ถูกเลือกให้แสดงในตอนนั้นเท่านั้น ตัวละครตัวหนึ่งจะไม่สามารถอ่านเข้าไปในจิตใจของตัวละครตัวอื่นได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของปุถุชนธรรมดา ข้อควรระวังก็คือการเปลี่ยนของ Point of View จากตัวละครหนึ่งไปสู่ตัวละครใหม่ (เหมือนแบบสรรพนามบุคคลที่ 1 เพียงแต่เปลี่ยนจากสรรพนามเป็นบุคคลแบบที่ 3 เท่านั้นเอง) ยกตัวอย่าง 

อันธิกายืนเคาะเท้าด้วยสีหน้ากังวล คิดว่าเธอไม่ควรให้คุณยายลงบันไดเองเลย ท่านยังไม่แข็งแรงพอ และท่านอาจจะลื่นตกบันไปได้ 

(รู้ความรู้สึกและความคิดของอันธิกาคนเดียว และอันธิกาเป็นคนเล่าเรื่องด้วย)

 

 


 

ขอขอบคุณเนื้อหาทั้งหมดที่ได้กล่าวมา 
จากหนังสือ 100 คำถาม สร้างนักเขียนนิยาย 
เขียนโดย คุณฟิลิปดา สำนักพิมพ์ เจ พลัส มีเดีย จำกัด
ISBN 978-974-04-5805-0

 

 






ขอขอบคุณทุกท่านสำหรับคอมเม้นท์เพื่อเป็นกำลังใจมากๆ นะคะ
หากมีส่วนไหน จุดใด ข้อไหน ไม่เข้าใจ 
ผิดพลาดไปประการใด เม้นท์บอกและเม้นท์ ถามได้นะคะ
คอมเม้นท์สักเล็กน้อย เพื่อเป็นกำลังใจให้กับไรเตอร์นะคะ
เขียนนิยาย ไม่ยาก อย่างที่คุณคิดนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

1,529 ความคิดเห็น

  1. #1397 Eve Watchara (@evewatchara) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2557 / 08:16
    ขอบคุณมากๆ นะคะ ....... ^^
    #1397
    0
  2. วันที่ 26 กรกฎาคม 2557 / 23:02
    ขอบคุณมากนะคะ สำหรับคำแนะนำดีๆ ^^

    #1377
    0
  3. #1223 LeeOrn98 (@liwliw137) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2556 / 22:37
    ขอบคุณมากๆค่ะ สำหรับข้อมูล
    ตอนนี้กำลังเขียนนิยายกับเพื่อนอยู่
    ได้ข้อมูลเยอะมากๆเลยค่ะ มันเริ่มมาเป็นช็อตๆ
    ขอบคุณมากจริงๆค่ะ ^^
    #1223
    0
  4. #1172 เด็กน้อยตาดำๆ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2556 / 06:12
    เช้านี้กำลังจะไปสอบวิชาวรรณคดีเบื้องต้น ขอบคุณเจ้าของกระทู้มากเลยค่ะ สำหรับความรู้

    ที่เข้าใจง่ายขึ้น และจะได้มีเวลาไปแปลเรื่องสั้นต่อ อีกวามเรื่อง ขอบคุณมากๆเลยค่ะ

    #1172
    0
  5. #676 RUNNALOO ' xxxo (@run-kiss-kiss) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2553 / 00:46
    ขอบคุณนะครับบบ บ >___________<
    #676
    0
  6. #617 mukkymukky13 (@yongjinmuk) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2553 / 00:07
    แหม๊ะ ละเอียดจังค่ะพี่สาว ขอบคุณนะคะ
    ได้เพิ่มหลายมุมมองมากขึ้นแบบนี้ นิยายต้องดีขึ้นแน่ๆเลย
    ขอบคุณคนคอมเม้นท่านนี้ด้วยนะคะ เคียงพิณ ^[]^
    ขอเก็บความรู้นี้ไว้พัฒนางานเขียนของน้องนะค๊า
    ขอบคุณมากๆค่ะพี่สาว จุ๊บบ
    #617
    0
  7. วันที่ 28 เมษายน 2553 / 20:52
    ขอบคุณค่ะ^^+
    #572
    0
  8. #526 kim jong woon (@yeyehkung) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 เมษายน 2553 / 17:36
    อย่างนี้นี่เอง
    ขอบคุณนะฮะ
    #526
    0
  9. #501 Shiro-kun (@pita-chan) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 เมษายน 2553 / 06:18

    พอได้อ่านแล้ว ทำให้เข้าใจเพิ่มมากขึ้นค่ะ

    ขอบคุณมากๆนะคะ มีประโยชน์จริงๆ

    #501
    0
  10. #465 her0_casszii (@her0_casszii) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 มีนาคม 2553 / 16:35

    ขอบคุณมากๆนะคร่า  

    เป็นความรู้มากเลยย ย

    #465
    0
  11. #451 FYiiFaIi3Yuchun~ (@kanyarat112) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 มีนาคม 2553 / 00:44
    ขอบคุณมากค่ะ

    เข้าใจขึ้นเยอะเลย

    #451
    0
  12. #398 14-HAKASE? (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 มีนาคม 2553 / 14:16
    บทความมีประโยชน์สำหรับงานเขียนมากครับ
    #398
    0
  13. #372 Meowlovekorean (@meowlovekorean) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 มีนาคม 2553 / 01:00
    เหมือนได้เรียนภาษาไทยเลย

    เพราะอ่านยังไงก็ไม่เข้าใจ
    #372
    0
  14. #367 conankun (@art_conan) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มีนาคม 2553 / 23:16

    อ่านแล้วได้ประโยชน์ดีคะ
    คุ้มสุดๆ ขอบคุณคับ

    #367
    0
  15. #341 กระโดดโลดเต้น (@faikoon023) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มีนาคม 2553 / 17:14

    เยี่ยมเลยค่ะ! ^^
    ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ

    #341
    0
  16. #338 [: SuPEr MoNkeY :] (@deva20709) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มีนาคม 2553 / 12:25

    ขอบคุณมากๆ ค่ะ

    #338
    0
  17. #336 เจนแจน (@jan4444) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มีนาคม 2553 / 00:26
    หนังสือที่เอามาอ้างอิงนี่ดีจังนะคะ
    ฮิๆๆๆ ทำให้อยากแต่งมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว
    #336
    0
  18. #324 black-kitty (@blackkitty) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 มีนาคม 2553 / 02:35
    ขอบคุณมากค่ะที่ให้ความกระจ่าง
    มีประโยชน์มากจริงๆค่ะ
    #324
    0
  19. #323 เคียงพิณ (@homealon) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553 / 21:12
    โอโห....เซอไพร มากครับรวดเร็วทันใจจริง ขอบคุณมาก ๆ กำลังหาอ่านอยู่เลย เจอแต่พวกเวปนอกขี้เกียจจะเอามาแปล ได้ความรู้เพิ่มอีกแล้วขอเก็บรายละเอียดหน่อยนะครับ ขอบคุณอีกครั้งครับ

    จังซี้ต้อง +100
    #323
    0