เขียนนิยาย ไม่ยากอย่างที่คิด และ โฟโต้ช็อป ทำได้ ง่ายจัง

ตอนที่ 86 : Writer - Theme (แก่นเรื่อง)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 405
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    2 มิ.ย. 57

Theme

 






 

 

แก่นเรื่อง

 
 

คำว่า Theme คือ แก่นเรื่อง มักสับสนกับโครงเรื่อง (Plot) แก่นเรื่องคือ เนื้อหา (Subject) ของนวนิยาย เช่น การคบชู้ , การแก้แค้น , การปล้นรถไฟ , ฆาตกรรมซ่อนเงื่อน ตามธรรมดาของแก่นเรื่องสามารถอธิบายได้คำๆ เดียว หรืออย่างน้อยที่สุด แค่ประโยคเดียว ส่วนเค้าโครงเรื่อง คือเหตุการณ์ในท้องเรื่องที่ต้องใช้ถ้อยคำมากกว่า



                โครงสร้าง (Structure) ของนวนิยายอยู่บนพื้นฐานของความขัดแย้ง (Conflict) ผลที่เกิดขึ้นภายหลังอาจเป็นความสุข ความพึงพอใจ แต่ต้องมาจากปัญหาพื้นฐาน ทั้งนี้ เพื่อให้โครงเรื่องมีการเคลื่อนไหว คนเราย่อมมีความโน้มเอียง ที่จะสร้างปัญหาให้แก้ตนเองและผู้อื่น ปัญหาดังกล่าว รวมกับการขยายความและการแก้ไข ทำให้เรื่องมีรสชาติสนุกน่าอ่าน ถ้าสาระสำคัญของเรื่องชั้นเยี่ยมอธิบายได้ด้วยคำ คำเดียว คำๆ นั้นมักเป็นคำที่เศร้าสลด แต่ไม่ได้หมายความว่าเรื่องจะต้องเศร้าเพียงด้านเดียว มันแสดงให้เห็นว่านิยายมีขึ้นไม่ได้ถ้าปราศจากข้อขัดแย้ง คนที่มีความสุขสมบูรณ์เป็นตัวละครโง่เขลาในนวนิยาย สมมติว่าตัวท่านไปนั่งอยู่ในภัตตาคาร ด้านหนึ่งเห็นคนสองคนนั่งพูดคุยกันเงียบๆ อย่างมีความสุข อีกด้านหนึ่งเห็นคนสองคนทะเลาะทุ่มเถียงกัน ท่านรู้ทันทีว่าด้านไหนน่าสนใจกว่า



                ถ้าเช่นนั้น เรื่องของท่านจะเกี่ยวกับอะไร นวนิยายไม่ใช่การรวบรวมเหตุการณ์เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นอัตชีวประวัติ หรือเรื่องจริงที่ถูกคือเลือก แก่น ซึ่งเกี่ยวข้องกับตัวของท่านมา ท่านเขียนนวนิยายที่ดีไม่ได้ นอกจากเรื่องนั้นสำคัญกับท่านมาก



                สิ่งที่เกิดกับท่าน โดยเฉพาะในตอนเป็นเด็ก จะมีผลต่อการเขียนในปัจจุบัน บางที ความยากเข็ญของชีวิต จะเป็นสิ่งมีค่าที่สุด สิ่งที่ท่านเขียนวันนี้ จะมีผลกระทบต่อความเป็นตัวของท่านในวันพรุ่งนี้ และคนที่เป็นท่านในวันพรุ่งนี้ จะมีผลต่อการเขียนหลังจากนั้น คนที่ท่านเป็น และหนังสือที่ท่านเขียน เป็นสิ่งเดียวกัน



                อย่าเป็นห่วงแก่นของเรื่องที่จะทำให้ท่านผิดหวัง ตอลสตอยกล่าวว่า “คนเราควรจะเขียนเท่าที่ตนได้ทิ้งกมลสันดานไว้ในขวดหมึก แต่ละครั้งที่ตนจุ่มปากกาลงไป” ข้อแนะนำนี้ น่าจะเพียงพอที่จะช่วยให้ผู้รักงานเขียนต้องคิดทบทวนให้ดีในอาชีพของตน แต่นักเขียนมุ่งมั่นย่อมมีโอกาสดีกว่าที่จะประสบความสำเร็จ ยิ่งทุ่มเทความรักและการเสียสละมากเพียงใด ก็จะยิ่งเรียกร้องความสนใจได้จากผู้อ่านเพียงนั้น นอกจากนี้ นักเขียนที่ตั้งใจแน่วแน่ ย่อมเป็นทาสของเขียนในตอนยามเช้าตรู่ หรือยามดึกเที่ยงคืน สมควรได้รับการยกย่องอย่างยิ่ง ถึงแม้ท้อแท้ใจ บางครั้งก็ตระหนักว่า จะสามารถเขียนต่อไปตราบใดที่ยังยังสามารถจับปากกาอยู่ได้



                ไม่ใช่เรื่องยากที่จะกำหนดแก่นของเรื่องไว้ตั้งแต่เริ่มต้น แต่ตราบใดที่ท่านมีความคิดคร่าวๆ ของเรื่องที่จะเล่า และมีความรู้สึกซาบซึ้งในเรื่องนั้น แก่นจะชัดเจนขึ้นขณะที่เรื่องดำเนินไป บางกรณี นวนิยายทั้งเรื่องเปรี้ยงปร้างออกมาด้วยฉากง่ายๆ ในจิตใจของท่าน ภาพของชายหนุ่มหญิงและหญิงสาวเล่นหมากรุกกันอยู่ชายทะเลก็อาจกลายเป็นฉากสำคัญได้ แก่นของเรื่องอาจจะไม่ลอยเด่นขึ้นมาในจิตใจขณะที่ท่านเริ่มคิดถึงเรื่องราว แต่ท่านควรจะประคับประคองมันไว้ในขณะที่เนื้อเรื่องดำเนินไป และถามตัวเองว่า “เราอยากจะบอกอะไร” ถึงแม้นวนิยายเองจะทำให้ท่านตั้งใจมากขึ้นทุกที ท่านจะต้องเล่าเรื่องที่น่าประทับใจ แต่ท่านต้องระมัดระวังรักษาแก่นของเรื่องไว้ให้ได้ ไม่ว่ามันจะน่าปิดบังสักเพียงใดก็ตาม



              เมื่อท่านหยิบดินสอ หรือเคาะแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์แต่งนวนิยาย ท่านกำลังก้างเข้าสู่สังเวียนแห่งใหม่ มีการเปลี่ยนแปลงฉากและบรรยากาศ และเปลี่ยนตัวละคร ไม่เพียงแต่ตัวแสดงในหนังสือ แต่เพื่อตัวของท่านเองด้วย ท่านต้องทุ่มตัวเข้าไปในโลกใหม่อย่างไม่หวั่นกลัว มองดูมัน ดมกลิ่นมัน รู้สึกมัน ด้วยเหตุนี้ ความสำคัญของแก่น จึงเกี่ยวข้องกับท่าน (ตัวผู้เขียน) จนบางครั้งถึงขั้นเพ้อฝัน












 

ขอขอบคุณเนื้อหาในบางส่วนจากในหนังสือเขียน
เขียนขึ้นและเรียบเรียงโดย พิมาน แจ่มจรัส
หากท่านสนใจสามารถหาอ่านเพิ่มเติมได้ในเล่มค่ะ

หากใครมีความคิดเห็นเพิ่มเติม ติชมหรือเสนอแนะ คอมเม้นท์ทิ้งไว้ด้านล่างได้ค่ะ > <
ขอบคุณสำหรับการกดเข้าอ่านและกำลังใจ คอมเม้นท์ให้คนเขียนอัพตอนต่อไป >O<///

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1,529 ความคิดเห็น

  1. #1318 Cordelia N. karnet Diaura (@matennad) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2557 / 19:51
    ขอบคุณสำหรับความรู้มากค่ะ กำลังกลุ้มใจเรื่องแต่งนิยายไม่ดีอยู่
    ขอบคุณสำหรับความรู้ดี ๆ แบบนี้ค่ะ
    #1318
    0