คัดลอกลิงก์เเล้ว

ยอดวิวรวม

443

ยอดวิวเดือนนี้

8

ยอดวิวรวม


443

ความคิดเห็น


10

คนติดตาม


5
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  24 ส.ค. 58 / 01:30 น.
นิยาย ˹ѧ仵ҡᴴ (end.) เอาหนังสือไปตากแดด (end.) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


 


"และไวเท่าความคิด
ฉันวิ่งแบบสุดฝีเท่าไปยังแดดยามสายที่ร้อนแรงมากขึ้นในทุกๆ ปี
ก่อนจะวางหนังสือของแม่ลง
หวังให้แสงแดดช่วยขจัดความเปียกปอนให้จางหายไป"


11/11/2014


 



sugar analog / 11.11
 



 


© themy butter

เนื้อเรื่อง อัปเดต 24 ส.ค. 58 / 01:30


เอาหนังสือไปตากแดด

ฉันเป็นเด็กคนนึงน่าจะใช่นะ

เพราะไม่ว่าฉันจะทำอะไร พ่อกับแม่ก็คอยแต่จะห้ามนั่นห้ามนี่อยู่ตลอด
จนบางครั้งฉันก็แอบสงสัยว่า
ฉันเป็นเด็กจริงๆ หรือพ่อแม่ไม่ยอมให้ทำอะไรจนฉันไม่รู้จักโตกันแน่?

 
 

แต่นั่นไม่สำคัญหรอก เพราะฉันไม่ใช่ตัวละครที่สำคัญอะไรนัก
อันที่จริงแล้วเป็นแม่ต่างหาก
แม่สำคัญกว่าฉัน สำคัญกว่าพ่อ
หรือถ้าจะพูดให้ชัดเจนก็คือ

แม่เป็นตัวละครสำคัญที่สุดในเรื่อง


ดังนั้นก็ควรจะพูดถึงแม่ของฉัน ไม่ใช่ฉัน หรือพ่อของฉัน


แม่ของฉันเป็นผู้หญิงสวยจนฉันอดคิดตามไม่ได้ว่าตอนสาวๆ แม่จะสวยสักแค่ไหน
?
แล้วทำไมแม่ถึงเลือกพ่อ ทั้งๆ ที่พ่อฉันหน้าตาไม่หล่อเอาเสียเลย
แต่ฉันก็ไม่เคยคิดที่จะถามออกไปหรอกนะ เพราะฉันเองก็มักจะเคารพการตัดสินใจของแม่อยู่เสมอ
ไม่ว่าจะเรื่องในอดีต หรือปัจจุบัน รวมถึงอนาคตอันใกล้และไกลด้วย
นั่นพอจะบอกได้ไหมว่าฉัน
รักแม่
รักมากกว่าพ่อ แต่ห่างกันไม่เท่าไหร่
เพราะถ้าพ่อเป็นก้อนเมฆ แม่จะต้องเป็นท้องฟ้าอย่างหาที่ติไม่ได้
ซึ่งมันก็คง
ห่างกันไม่เท่าไหร่หรอกเนอะ


แล้วแม่สำคัญยังไง
?

นั่นสิ ทำไมแม่สำคัญกับเรื่องนี้
ทำไมผู้หญิงที่งามทั้งกายและใจถึงสำคัญกับเรื่องของ
หนังสือและ แสงแดด’ ?


ทำไมนะ?
ทำไมกัน?
ทำไม…?


อ้อ! ฉันรู้แล้ว!
เพราะว่าแม่ชอบอ่านหนังสือไงล่ะ!


โดยเฉพาะเจ้าหนังสือปกอ่อนสีขาวเก่าๆ แต่ยังสภาพดีที่แม่มักจะบอกเสมอว่า
แม่รักมันมาก

ฉันรู้ว่ามันเป็นหนังสือที่ต้องมีที่มาที่ไปแน่ๆ แต่ฉันก็ไม่เคยได้รู้
เพราะฉันไม่เคยถาม
แต่ก็พอจะเดาได้นิดหน่อย เมื่อทุกครั้งที่แม่บอกรักมัน

แม่จะมองไปที่พ่อ
นั่นทำให้ฉันหมดคำถาม
เพราะในใจลึกๆ ฉันรู้ดีว่ามันต้องมีเรื่องรักๆ แฝงอยู่ในนั้น
และแน่นอนแหละ ว่ามันต้องเกี่ยวกับพ่อด้วย
ทว่า
ใครจะอยากได้ยินเรื่องรักๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้ชายแบบพ่อ?
ฉันคนนึงล่ะที่ไม่อยาก

แต่นั่นไม่ใช่ว่าฉันไม่รักพ่อหรอกนะ
เพียงแต่อยากให้ผู้ชายแบบพ่อเบาเสียงลงหน่อยในยามดึก
แบบนี้
เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พ่อเสียงดัง
ดังนั้นการทำอะไรซ้ำๆ ซากๆ น่าจะทำให้พ่อชำนาญกับมัน
และรู้ว่าควรลดเสียงลงซะ


ดูอย่างแม่สิ เสียงแม่เบากว่าพ่อตั้งครึ่งนึง
แม้จะอู้อี้ด้วยเสียงสะอึกสะอื้นจนเกือบจะฟังไม่รู้เรื่องก็เถอะ
แต่ฉันยังคงยืนยันว่าแม่เสียงเบากว่าพ่ออยู่ดี



และหากพ่อเลือกใช้โทนเสียงเดียวกันกับแม่
ทุกอย่างมันคงจะง่ายกว่านี้
ฉันคงหลับได้ลงเหมือนคืนอื่นๆ ที่พ่อไม่เสียงดัง
!


แต่พ่อก็คือพ่อ

ยิ่งฝ่ายตรงข้ามโต้ตอบน้อยลง พ่อก็จะยิ่งเสียงดังมากขึ้น

ราวกับสิงโตเจ้าป่าที่ร้องคำรามเพื่อข่มขวัญคู่ต่อสู้
ทั้งๆ ที่คู่ต่อสู้กลัวเสียจนยอมแพ้แล้วยอมแพ้เล่า


หากพ่อก็ยังคง
คำรามต่อไปต่อไปต่อไปต่อไป


ก่อนที่เวลาต่อมาจะตามด้วยเสียงข้าวของนานาหล่นจากที่สูงลงสู่พื้นเบื้องล่าง
ตามแรงโน้มถ่วงของโลก


โดยที่ตัวฉันทำได้เพียงกอดหมอนข้างให้แน่นขึ้น
และเตรียมตัวข่มตาให้หลับลง


ฉันรู้ว่ามันเป็นเรื่องยากที่ลูกคนนึงจะหลับลงได้
ขณะที่พ่อกำลังพูดจาเสียงดังใส่แม่อยู่อีกฝั่งนึงของผนังห้องนอน

 
 

แต่ความง่วงก็คือความง่วง
หากเราเลือกที่จะต่อสู้กับมัน
เราก็จะต่อสู้กับมันไม่รู้จักจบสิ้น
สู้เรายอมแพ้มันเสียตั้งแต่ตอนนี้
มันคงเลิกตามราวีเราได้อีกสักพักใหญ่


ดังนั้น
ฉันจะข่มตานอนท่ามกลางเสียงดังจากการกระทบกันระหว่างสิ่งของกับพื้นบ้าน
โดยได้แต่ภาวนาว่า
อย่าให้เป็นของที่ฉันรักเสียหายเลย

….

..
..
.

ก็อย่างที่บอก
เมื่อคุณยอมแพ้ต่อความง่วง
มันจะเลิกราวีคุณสักพัก
ตอนนี้ฉันก็เลยสดชื่นที่จะเปิดประตูห้องนอนออกไป
เพื่อพบกับ



สภาพบ้านหลังสงครามที่กระจัดกระจาย
ทว่า
หยุดนิ่งลงเสียแล้ว


สิ่งแรกที่ฉันมองหาคือแม่
ในขณะที่แม่เองก็ทำตัวให้ง่ายต่อการมองหาเสมอ


ฉันแอบคิดไว้อยู่แล้วว่าแม่ต้องกำลังจัดการกับบ้านรกๆ หลังนี้
และแม่ก็คงต้องวุ่นวายกับมันทั้งวัน จนกว่าที่ทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทาง และกลับมาเป็นเหมือนเดิม


ซึ่งคนอย่างฉันรู้งานดีพอที่จะทำตัวให้วุ่นวายน้อยที่สุด

จึงได้แต่เดินเข้าไปอาบน้ำล้างหน้าล้างตาเงียบๆ
เช็ดตัวให้แห้งเงียบๆ
แต่งตัวเงียบๆ
หาอะไรง่ายๆ ในครัวกินเงียบๆ
แล้วเดินออกไปให้พ้นจากห้องนั่งเล่นของแม่อย่างเงียบๆ อีกเช่นกัน


ดูเหมือนว่าสงครามที่เกิดขึ้นจะรุนแรงกว่าที่ฉันคิด

พ่อที่ทำเสียงดังตลอดทั้งคืนหายตัวไปเสียแล้ว

ทิ้งไว้เพียงความกระจัดกระจายที่เหนื่อยคนต้องเก็บกวาดอยู่มาก

เพราะมันถึงขนาดว่ากระจัดกระจายเลยเถิดออกจากห้องนั่งเล่นไปยังทางเดินเชื่อมเหนือบ่อปลาคาร์ฟเลยทีเดียว


แล้วนั่น
…!
หนังสือเล่มโปรดของแม่มันควรอยู่ตรงนั้นหรอ!?
มันควรจมอยู่ก้นบ่อปลาคาร์ฟของพ่อที่แม่เป็นคนทำความสะอาดจริงๆ น่ะหรอ!?

 
 

เอาจริงๆ ฉันไม่แน่ใจนักว่าตัวเองตกใจมากมายแค่ไหน
หรือกำลังทำหน้าแบบไหนตอนที่เห็นหนังสือเล่มนั้นนอนนิ่งอยู่ใต้น้ำ
แต่พอรู้ตัวอีกที
ฉันก็ช้อนหนังสือปกขาวที่เคยแห้งสนิทขึ้นมาได้สำเร็จเสียแล้ว!
ช้อนขึ้นมาด้วยที่ช้อนปลาของพ่อ และสติที่เกือบจะขาดหายไปของตัวเองเมื่อได้เจอกับเรื่องที่ไม่คาดคิดเช่นนี้!!


ฉันรู้ว่ามันอาจจะฟังดูงี่เง่า
แต่ฉันแสนเศร้า เมื่อคิดว่าแม่จะต้องเสียใจที่เห็นมันเสียหาย

ทันใดนั้น
ฉันสาบานกับตัวเองว่าจะต้องทำอะไรสักอย่างที่พอจะทำได้
ทำยังไงก็ได้ให้หนังสือที่แม่รักกลับมาแห้งเหมือนเดิม
โดยที่ไม่มีหน้าใดขาดหายไปแม้แต่หน้าเดียว


และไวเท่าความคิด
ฉันวิ่งแบบสุดฝีเท่าไปยังแดดยามสายที่ร้อนแรงมากขึ้นในทุกๆ ปี
ก่อนจะวางหนังสือของแม่ลง
หวังให้แสงแดดช่วยขจัดความเปียกปอนให้จางหายไป

….

..
..
.
..
..

….
….

..
..
.
..
..

….
….

..
..
.
..
..

….
….

..
..
.
..
..


….
….

..
..
.
..
..

….
….

..
..
.
..
..

….
….

..
..
.
..
..

….
….

..
..
.

 

 


ใช้เวลาอยู่นานทีเดียวกว่าที่ฉันจะแน่ใจว่าควรหยุดตากหนังสือกลางแดดเสียที
เมื่อตลอดเวลาที่ผ่านมา
ฉันต้องพยายามเปลี่ยนที่วางหนังสืออยู่หลายครั้ง
ให้ตรงกับแสงแดดที่เอาแต่หนีฉันไปเรื่อยๆ
จะสบายหน่อยก็ตอนเที่ยงที่แม่เรียกไปกินข้าว
เพราะฉันสามารถวางมันไว้ตรงไหนก็ได้ในสนามหญ้า
เนื่องจากแสงแดดสาดส่องไปทั่วทุกพื้นที่


จริงๆ ตอนที่แม่เรียกเข้าไปกินข้าว
ฉันแอบสังเกตว่าห้องนั่งเล่นไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปเลย
จนฉันแอบคิดเล่นๆ ว่าแม่อาจจะไม่ได้ลงมือทำอะไรเลยก็เป็นได้

แต่ช่างเถอะ
มันไม่สำคัญหรอกว่าแม่จะลงมือจัดการหรือไม่
เพราะตอนนี้หนังสือแห้งแล้วในที่สุด
แห้งซะจนฉันลืมไปเลยว่ามันเคยเปียกป้อนอย่างน่าสงสารมาก่อนหน้านี้


ซึ่งฉันดีใจที่ตัวเองทำสำเร็จ
!
ฉันสามารถแก้ปัญหาของแม่ได้!
และนี่อาจจะบอกให้ฉันรู้ว่าฉันไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว!


ความตื่นเต้นจากการช่วยชีวิตเจ้าหนังสือปกขาว
ทำให้ฉันไม่ได้ใส่ใจที่จะมองอะไรให้รอบคอบนัก
พอคิดอะไรได้ปุ๊บ ก็ทำปั๊บ
เหมือนกับที่คิดว่าจะเอาเจ้าปกขาวไปให้แม่ ฉันก็เอาไปให้ในทันที


ซึ่งตอนนั้นแม่ยังคงนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น
นั่งนิ่งๆ อย่างเห็นได้ชัด
เอาแต่มองข้าวของกระจัดกระจาย และยังไม่ลงมือเก็บอะไร



แม่คะ นี่ค่ะ
ฉันส่งหนังสือที่แม่รักให้กับแม่ที่ฉันรัก


ลูกทำอะไรกับมัน?”
แม่ถามด้วยความสงสัยเมื่อรับมันไปไว้กับมือแล้ว


หนูช้อนมันขึ้นจากบ่อปลาคาร์ฟของพ่อ แล้วก็เอามันไปตากแดดจนแห้งเหมือนเดิม
ฉันยิ้มมีความสุขกับความสำเร็จเล็กๆ ของตัวเอง


ต่างจากแม่ที่มองหนังสือเล่มนั้นนิ่ง
และนาน จนฉันไม่อาจจะยิ้มต่อไปได้ดี


...
..
.

ก่อนที่แม้จะเริ่มขยับ
ส่งหนังสือคืนให้ฉันที่ไม่ใช่เจ้าของ
แล้วพูดให้ฉันสังเกตอะไรมากขึ้นกว่าเดิม

ลูกคิดว่ามันเหมือนเดิม แต่ดูสิ มันไม่เหมือนเดิมเลยสักนิด


ฉันพยายามสำรวจว่ายังมีตรงไหนที่เปียกอยู่หรอ?
เพราะถ้าเป็นแบบนั้น ฉันจะได้เอาไปตากแดดอีกสักครั้งสองครั้ง
คราวนี้คงกลับไปเหมือนแบบเดิมตามที่แม่ต้องการ


แต่เดี๋ยว
…!
ฉันมองข้ามอะไรไปจริงๆ ด้วย…!


เพราะในความเป็นจริง
หนังสือนั้นแห้งจนหาที่เปียกไม่ได้


ทว่า
กระดาษกลับพองยับยู่

น่าเกลียด
น่าเกลียดจริงๆ
!

 
 

ฉันเงยหน้าขึ้นมองแม่ด้วยความรู้สึกเสียใจที่ไม่อาจจะแก้ไขอะไรได้
ฉันคงยังเด็กเกินไป

เด็กเกินกว่าจะรู้ว่าการเอาหนังสือไปตากแดดมันไม่ได้ช่วยให้อะไรเหมือนเดิม


ฉันคิดว่าแม่จะเอ่ยปากดุฉันแรงๆ เหมือนที่พ่อชอบทำ
แต่แม่กลับจับไหล่ทั้งสองข้างของฉันด้วยความอ่อนโยน

มันไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้วลูก
“…”
การเอาหนังสือไปตากแดดช่วยให้มันอยู่ต่อไปได้ แต่ช่วยให้มันสวยงามเหมือนเดิมไม่ได้
“…”
เพราะฉะนั้น แม่อยากให้ลูกช่วยอะไรที่แม่คิดว่าลูกน่าจะช่วยได้
อะไรหรอคะ?”

ช่วยไปหยิบถุงดำใบใหญ่ในครัวมาให้หมดเลยนะ
ถุงดำที่เอาไว้ใส่ขยะน่ะหรอคะแม่?”

ใช่จ้ะ เพราะว่าเรามีขยะอีกมากที่ต้องทิ้ง


แม่ไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น
แต่ฉันพอจะเดาได้เหมือนกับที่ฉันเดาออกแทบจะทุกครั้ง
เมื่อแม่หยิบหนังสือพองๆ หน้าตาน่าเกลียดกลับไป
กวาดตามองสิ่งของกระจัดกระจายในห้องนั่งเล่น


ก่อนจะโยนเจ้าปกขาวให้ไปนอนรวมกับเครื่องแก้วที่แตกยับเยิน
ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันคิดว่ายังไงก็คงต้อง
ทิ้งสถานเดียว


จบ

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ H A M S T E R จากทั้งหมด 13 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

10 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 20:26
    เศร้าจัง บางอย่างต่อให้ซ่อมได้ แต่มันย่อมไม่เหมือนเดิม..
    #10
    0
  2. #9 สุกี้
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 22:14
    หนังสือที่เปียกไปแล้วครั้งนึง ก็คงจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีก เหมือนความสัมพันธ์ที่พังลงไปแล้ว ยังไงก็คงจะกลับมาอีกไม่ได้...ทำได้เพียงปล่อยสิ่งที่สมควรปล่อย ให้จากไป

    คุณเขียนดีมากอะ T_T
    #9
    0
  3. วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 15:35
    ลึกซึ้งแท้
    #8
    0
  4. #7 Prik (@supathida73) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2558 / 00:44
    พ่อกับแม่ไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนได้ เหมือนกับหนังสือที่ไม่ว่าจะทำยังไงก็กลับมาสวยงามเหมือนเดิมได้อีกแล้ว ใช่ไหมค่ะ
    #7
    0
  5. วันที่ 22 กันยายน 2558 / 23:08
    สนุกนะ มีให้คิดได้หลายอย่างอยากอ่านต่อ
    #6
    0
  6. #5 ข้าวหน้าเนื้อ (@t-mode2) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กันยายน 2558 / 23:06
    แล้วเป็นไงต่ออ่ะ
    #5
    0
  7. #4 chanikarn032 (@chanikarn032) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:39
    แง้ จบไม่สวย แต่ก็ชอบนะ มีอะไรให้คิดหลายๆอย่าง ปกติอ่านแต่แฟนฟิค แต่ช่วงหลังๆมานี้อยากหาเรื่องแนวๆนี้อ่านบ้าง สุดท้ายก็มาเจอเรื่องนี้เลยเข้ามาอ่าน และเราก็ชอบค่ะ55555 เราชอบนะ อยากอ่านอีกเรื่อยๆเลยค่ะ^^
    #4
    0
  8. วันที่ 13 พฤศจิกายน 2557 / 19:41
    อ่านจบเพลงจบพอดีเลย พอดีกันมากๆ
    อ่านไปฟังเพลงไป ทั้งตัวหนังสือทั้งเพลงพาอารมณ์พี่ดิ่งมาก
    แต่อ่านจบแล้วถึงจะยังจมอยู่กับฟีลลิ่งที่บรรยายไม่ถูก
    ก็รู้สึกดีใจนะ ที่หนูน้อยตัวเล็กๆ เมื่อหลายปีก่อนโตขึ้นขนาดนี้แล้ว <3
    #3
    0
  9. #2 แว่นน้อย
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2557 / 20:38
    อ่านแล้วมันรุสึกนะ แต่มันบรรยายไม่ได้อ่ะ บอกไม่ถูก แต่ชอบนะ คือดีค่ะ ^^
    #2
    0
  10. วันที่ 11 พฤศจิกายน 2557 / 20:31
    มันเศร้าแต่สื่อออกมาดีมากเลยฮะ '-'
    #1
    0