Birth อุ้มรักเสี่ยงร้ายกับนายปีศาจ (end.)

ตอนที่ 9 : Birth Seven : ผมชื่อเบียร์ครับ เป็นแฟนของเพนนี :) [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,369
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    8 พ.ย. 60


อ่านจบแล้ว

คอมเม้นท์ & โหวต

เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยน้า 

จุ๊บๆ :D

Chapter Seven




            สองวันต่อมา

            เชิญขึ้นรถครับคนสวย :) ฉันล่ะอยากจะตีแขนนายโฟเบียแก้เขินจริงๆ เมื่อจู่ๆ เขาก็พูดจาแบบนี้ตอนที่เปิดประตูรถบีเอ็มให้กับฉัน นี่เขาไม่เห็นจริงๆ หรอว่าคนที่เดินผ่านไปผ่านมาหน้าคอนโดมองมาที่เราสองคนกันใหญ่แล้วน่ะ!

                “นายโฟเบีย!และด้วยความอาย ฉันจึงรีบขึ้นรถทันที ก่อนที่นายโฟเบียจะทำหน้าที่ปิดประตูให้อย่างสวยงาม

                โอเค ฉันยอมรับว่าสองวันที่ผ่านมานายโฟเบียดูแลฉันดีมาก อาหารทุกมื้อไม่เคยขาดตกบกพร่อง พัสดุที่สัญญาว่าจะไปส่งให้ที่ไปรษณีย์ก็ทำเรียบร้อย แถมยังพาฉันบริหารร่างกายอย่างขยันขันแข็งทุกวัน (แต่ฉันไม่ยอมให้เขาหลอกกอดเหมือนครั้งแรกแล้วนะ!) ถึงขนาดที่ฉันเริ่มจะเคยตัวกับการไม่ยอมทำอะไรเองซะแล้ว =..=;

                “นี่ คาดเข็มขัดด้วยสิคิดเรื่องที่เขาช่วยฉันจนเคยตัวยังไม่ทันขาดคำ นายโฟเบียที่เพิ่งจะขึ้นนั่งฝั่งคนขับก็ทำท่าจะเอี้ยวตัวมาคาดเข็มขัดนิรภัยให้ฉันอีกแล้ว

                “พอเลย นายกำลังทำให้ฉันเสียคนนะ!

                “เสียคน?”
                “
ก็ใช่น่ะสิ นายทำให้ฉันทุกอย่างจนจะกลายเป็นง่อยอยู่แล้ว!

                “แล้วเธอไม่ชอบหรอ :)

                “... เอ่อ... ฉันเลือกที่จะไม่ตอบ ก่อนจะทำเป็นก้มหน้าก้มตาคาดเข็มขัดนิรภัย ทั้งที่จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้ใส่ยากใส่เย็นอะไรขนาดนั้นหรอก (_ _)

                จริงๆ ที่เขาถาม ฉันก็ไม่เชิงว่าไม่ชอบสิ่งที่เขาทำให้หรอกนะ แต่บทจะตอบรับเดี๋ยวเขาก็จะได้ใจ ปฏิเสธไปก็เดี๋ยวจะเสียใจน้ำใจกันเปล่าๆ เพราะฉะนั้น การไม่ตอบอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุด!

                หลังจากที่นายโฟเบียเห็นว่าฉันคาดเข็มขัดเรียบร้อยแล้ว เขาก็ขับรถออกไปตามเส้นทางที่เราตกลงกันไว้ในวันนี้ อ้อ! ฉันยังไม่ได้บอกเลยสินะว่าวันนี้เราสองคนจะไปไหนกัน คืองี้ค่ะ ถ้ายังจำกันได้ เมื่อบทที่แล้วฉันบอกว่าจะนำเงินที่รวบรวมได้จากการขายเสื้อ Kinomi-kun ไปบริจาคให้กับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าบ้านวันใหม่ในวันอาทิตย์หน้า แต่พอดีคนสำคัญอย่างเหมือนแพรไม่ว่างวันนั้นพอดี เราเลยย้ายมาเป็นเป็นวันอาทิตย์นี้แทน

                ต้องขอทำความเข้าใจกันก่อนนะว่าเพจ Kinomi-kun เป็นเพจที่หลายคนชอบก็จริง แต่มันไม่ได้อยู่ในกระแสเหมือนเพจชื่อดังอื่นๆ เพราะว่าฉันไม่ได้วาดตัวละครให้เสียดสีสังคม หรือเขียนคำคมเพื่อตั้งเป้าให้คนมากดไลค์กดแชร์ ฉันทำแค่วาดรูปน่ารักๆ ลงไป และอาจมีพิเศษเป็นการ์ตูนสามช่องบ้าง ดังนั้นมันเลยเป็นเพจที่ไม่ได้รับความนิยมขนาดที่จะสามารถจัดกิจกรรมแล้วให้คนจำนวนมากมาร่วมได้ เพราะฉะนั้น เหตุนี้ฉันจึงต้องดึงตัวยัยเหมือนแพรเข้ามา

                เหมือนแพรเป็นเพื่อนสาขาเดียวกันกับฉัน เธอเป็นคนที่จัดว่าสวยมาก ผิวพรรณดี มีผมที่ยาวตรงดุจเส้นไหมจนน่าอิจฉา และที่สำคัญคือเจ้าหล่อนมีตายั่วยวนที่คอยดึงดูดเพศตรงข้ามได้เป็นอย่างดี

                จริงๆ เหมือนแพรเคยมีแววว่าจะเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับฉันและยัยน้ำหอมด้วย เพราะว่าตอนปีหนึ่งเราเกาะกลุ่มกันตลอด จนกระทั่งเหมือนแพรเข้าวงการบันเทิง ทำให้เวลาของเราที่มีให้กันน้อยลง แม้เวลามาเรียนเราจะนั่งด้วยกันสามคนก็เถอะ ทว่าพอเลิกเรียนเหมือนแพรก็ต้องรีบไปทำงานต่อแล้ว ความสนิทที่ควรจะมีก็เลยหายไป แต่ถึงอย่างนั้นฉันกับยัยน้ำหอมก็ยังไม่ทิ้งเหมือนแพรหรอกนะ ยังคงคอยช่วยเลคเชอร์และรายงานการบ้านต่างๆ เวลาที่เหมือนแพรขาดเรียนไปทำงานอยู่ตลอด ดังนั้นทุกครั้งที่ฉันกับน้ำหอมเป็นฝ่ายขอความช่วยเหลือ เหมือนแพรก็ไม่เคยที่จะปฏิเสธเลยเช่นกัน

                และสิ่งที่ฉันขอความช่วยเหลือจากเหมือนแพรก็คือให้ช่วยโปรโมทเพจ Kinomi-kun ให้ เพราะถ้าได้ดาราดาวรุ่งที่วางตัวดีอย่างเหมือนแพรมาช่วย ต้องเป็นผลดีกับเพจแน่ แล้วยิ่งเห็นว่าฉันพยายามขายสินค้าเพื่อสมทบทุนให้บ้านเด็กกำพร้า เจ้าหล่อนเลยยิ่งช่วยโหมกระแสให้เต็มที่ จนในที่สุด Kinomi-kun ก็เลยกลายเป็นเพจที่มีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมา และสามารถหารายได้เพื่อช่วยเด็กพร้าได้อย่างที่ฉันตั้งใจ

                ซึ่งวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ทางเพจของเราจะนำเงินมาช่วยบ้านเด็กกำพร้า ดังนั้นงานนี้จึงไม่สามารถขาดเหมือนแพรได้ เพราะการมาร่วมกิจกรรมของเจ้าหล่อนก็ถือเป็นการคืนกำไรให้กับลูกเพจที่ส่วนใหญ่ก็เป็นแฟนคลับของเหมือนแพรด้วย มันจึงเป็นการดีที่จะให้พวกเขาได้มาร่วมกิจกรรม ได้มาใกล้ชิดกับดาราที่พวกเขาชื่นชอบ แถมยังได้ร่วมทำบุญอีก เห็นมั้ยว่ามีแต่ได้กับได้ :)

                เอาจริงๆ ตอนแรกฉันก็ไม่ได้ตั้งใจว่าจะชวนนายโฟเบียมาหรอกนะ แต่พอเขารู้เรื่อง นายปีศาจก็รีบขอมาด้วยทันที แถมยังเสนอตัวขับบีเอ็มสุดหรูที่เขาเพิ่งถอยมาให้ฉันนั่งด้วย (จริงๆ เขาจะเทเลพอร์ตมา แต่ฉันสั่งห้ามเด็ดขาด ขอให้ทำตัวเหมือนมนุษย์ทั่วไปสักหนึ่งวัน จะได้กินลมชมวิวบ้างอะไรบ้าง) ฉันก็เลยโทรบอกให้ยัยน้ำหอมกับพี่ไมเคิลไปเจอกันที่บ้านเด็กกำพร้าตามเวลาที่นัดกับยัยเหมือนแพรแล้วก็ลูกเพจเลย

                แน่ล่ะว่ายัยน้ำหอมดูจะสงสัยมากเมื่อฉันบอกว่าจะไปเอง ฉันเลยทำเป็นไม่สะดวกคุยรีบวางสาย ทั้งๆ ที่ยังหนักใจเหมือนกันว่าจะแนะนำนายโฟเบียให้ทุกคนรู้จักในฐานะอะไรดี =_=;;

                “ขอบคุณครับเสียงนายโฟเบียกล่าวขอบคุณใครสักคนทำให้ฉันหลุดออกจากห้วงความคิด แล้วถึงได้พบว่าตอนนี้กำลังอยู่ในปั๊มน้ำมัน

                “อ้าว ทำไมนายเติมน้ำมันไม่บอกฉันล่ะ ฉันจะได้จ่ายค่าน้ำมันให้

                ฉันทำท่าจะหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา แต่นายโฟเบียยกมือห้ามไว้ ฉันเรียกเธอแล้ว แต่เธอนั่งเหม่อไม่เลิกเลยน่ะสิ ส่วนเรื่องเงินน่ะไม่ต้องหรอก ฉันมีเพียบ :) ไม่พูดเปล่านะ นายโฟเบียยังเปิดกระเป๋าสตางค์ที่เพิ่งจะหยิบเงินจ่ายเด็กปั๊มไปให้ฉันดู หูววววว~ เยอะไปมั้ยเนี่ย!?

                “นายไปปล้นมาหรอ!?”

                “บ้า ฉันจะทำแบบนั้นทำไม ที่วังฉันมีทองคำเยอะแยะ ใช้ไปอีกสิบชาติก็ไม่หมด ฉันเลยเอามาขาย จะได้มีเงินมนุษย์ไว้ใช้ไง :)

                “อ๋อ~” ฉันพยักหน้าอย่างเข้าใจ ลืมไปเลยว่าเขาน่ะเป็นถึงเจ้าชายรัชทายาทอันดับหนึ่งแห่งโลกปีศาจ เรื่องเงินทองคงสบายมากสำหรับเขาน่ะนะ

                การสนทนาของฉันกับนายโฟเบียยังคงดำเนินต่อไป ส่วนใหญ่เรื่องที่เราสองคนพูดคุยกันจะเป็นไปตามสิ่งต่างๆ ตามสองข้างทางที่เราพบเห็น ยกตัวอย่างเช่นถ้าเจอวัด ฉันกับนายโฟเบียก็จะคุยกันในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวัดและพระพุทธศาสนา ซึ่งตลอดทางฉันมีความรู้สึกว่านายปีศาจดูจะมีความรู้เกี่ยวกับโลกมนุษย์มากกว่าตัวฉันเสียอีก จนกระทั่งขึ้นทางด่วนนั่นแหละ ภาพในหัวฉันก็ตัดไปเลย เพราะว่าเมื่อคืนเตรียมการหลายอย่างมาก กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็เห็นทะเลซะแล้ว~

                “ทะเลสวยจัง~” ฉันลดกระจกลงเมื่อตื่นมาเห็นว่านายโฟเบียกำลังขับเลียบริมทะเลที่แสงแดดกำลังสาดส่องจนเกิดเป็นประกายระยิบระยับ

                เธอชอบทะเลหรอ?”

                “ใช่ ฉันชอบทะเลมาก แต่ไม่ค่อยได้มีโอกาสมาเท่าไหร่หรอกนะ แล้วก็ตามประสาคนยุคไฮเทค ฉันหยิบไอโฟนขึ้นมาถ่ายเก็บภาพความสวยงามของทะเลและชายหาดเอาไว้ด้วย สวยมั้ย?” ก่อนจะยื่นให้นายโฟเบียดู

                “สวยดี :) ง่ะแต่ไหงตอนที่เขาชมว่า สวยตากลับมองแต่หน้าฉันล่ะ ฉันให้เขาดูรูปนะ -///-!

                ฉันทำเป็นมองไม่เห็นสายตาของนายโฟเบีย แล้วกลับไปให้ความสนใจกับทะเลแทน เพื่อหวังว่าลมเย็นๆ ที่พัดเข้ามาจะช่วยลดอาการร้อนๆ ที่สองข้างแก้มลงได้ -_-//

                อันที่จริงฉันอยากจะแวะทะเลอยู่เหมือนกันนะ แต่นั่นไม่ใช่เป้าหมายของวันนี้ เลยได้แต่มองโฟเบียขับรถเลยผ่านมันไป จนในที่สุดก็ถึงที่หมายเสียที

 

                สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าบ้านวันใหม่

 

            ป้ายหน้าบ้านไม้สามชั้นสีขาวสะอาดตาทำให้รู้ว่าฉับกับนายโฟเบียมากันไม่ผิดที่ นายปีศาจเลี้ยวเข้าไปจอดในลานจอดรถซึ่งตอนนี้มีรถหลายคันที่ฉันคุ้นตา แสดงว่าคนอื่นๆ คงมาถึงกันแล้ว

                “อ้าว เพนนี เสียงทักเสียงแรกเป็นของเหมือนแพรซึ่งวันนี้แต่งหน้ามาสวยมาก ทำเอาเสื้อ Kinomi-kun ที่เราตกลงใส่มาให้เหมือน กลับโดดเด่นแตกต่างกันไปเลย เฮ้ออออ~ เนี่ยแหละนะที่เขาว่ากันว่าเสื้อผ้าจะสวยหรือไม่ให้ดูกันที่ไม้แขวนน่ะ T__T

                “ขอบคุณที่มาช่วยกันนะแก

                “เรื่องเล็กน่า ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณแกที่ดึงฉันมาทำกิจกรรมดีๆ แบบนี้ด้วย เอ๊ะ!? ว่าแต่... ยัยเหมือนแพรเบนสายตาไปทางนายโฟเบียที่ยืนอยู่ข้างๆ ฉัน คนนี้ใครยะ? สีผมเท่ห์เป็นบ้า

                สิ้นเสียงคำถามของเหมือนแพร ก็เหมือนเป็นสัญญาณเรียกคนรู้จักให้เดินเข้ามาหาอย่างว่องไว ทั้งยัยน้ำหอม พี่ไมเคิล รุ่นน้องในคณะที่คอยช่วยงานกันมาตลอดอีกสองคน และที่สำคัญ...น้องกอล์ฟที่ตามจีบฉันก็เดินตามหลังยัยน้ำหอมมาติดๆ

                ฉันนี่ทำหน้าไม่ถูกเลย เพราะไม่รู้ว่าควรจะตอบว่าไงดี ในขณะที่นายโฟเบียกลับแจกจ่ายรอยยิ้มให้ทุกคนอย่างไม่สะทกสะท้าน

                “ผู้ชายคนนี้คือสาเหตุที่ทำให้แกไม่ยอมมาพร้อมฉันใช่มั้ย?” ยังไม่ทันที่เหมือนแพรจะได้คำตอบ ยัยน้ำหอมตาตี่ก็ยิงมาอีกหนึ่งคำถาม

                “แฟนน้องเพนนีหรอครับ?” ตามมาด้วยพี่ไมเคิลหัวทอง

                “ไมใช่แฟนหรอกมั้งครับพี่ไมเคิล ว่าแต่... พี่เป็นใครกัน?” ก่อนจะปิดท้ายด้วยน้องกอล์ฟที่ยิงคำถามไปที่นายโฟเบียโดยตรงแบบไม่ค่อยจะเป็นมิตรนัก

                ตะตอบใครก่อนดีเนี่ย!?

                ฉันหันไปสบตากับนายปีศาจที่มองมาทางฉันพอดี รอยยิ้มของเขาทำให้ฉันรู้สึกไม่ไว้ใจเท่าไหร่เลย ปากฉันอยากจะห้ามไม่ให้เขาพูดอะไรอยู่หรอกนะ แต่...

                “สวัสดีดีครับทุกคน แต่มันไม่มันทันแล้ว~! “ผมชื่อเบียร์ครับ เป็นแฟนของเพนนี :)

                ทันทีที่นายโฟเบียแนะนำตัวออกไปแบบนั้น เขาก็ใช้มือโอบไหล่ฉันไว้ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าได้ทำให้ทุกคนในบริเวณนั้นรวมทั้งฉันอึ้งไปตามๆ กัน!

                ฟะ...แฟนงั้นหรอ!? นี่ฉันเป็นแฟนของนายหรอเนี่ยโฟเบีย O///O!?

                แล้วชื่อ เบียร์นี่คืออะไร? ลดรูปจาก โฟเบียเพื่อให้ดูไม่แปลกประหลาดถูกมั้ย?

                “จะ...จริงหรอครับพี่เพนนี!?” กอล์ฟเป็นคนแรกที่ยิงคำถามทำลายความเงียบขึ้นมา

                ฉันรู้ดีว่าถ้ากอล์ฟเข้าใจว่าฉันเป็นแฟนกับนายโฟเบียจริง เขาจะต้องเสียใจแน่ๆ ในเมื่อเขาตามตื๊อตามจีบฉันมานาน แต่ฉันก็ไม่เคยตอบรับความรู้สึกดีๆ ที่น้องเขามีให้เลย แถมยังมีมาแฟนแบบสายฟ้าแลบแบบนี้อีก

                “ใช่ โฟ... เอ้ย เบียร์...เป็นแฟนพี่เอง แม้จะตะขิดตะขวงใจอยู่บ้าง แต่สุดท้ายฉันก็ยอมไหลตามน้ำไป ซึ่งแน่นอนในทันทีที่ได้ฟังคำตอบ สีหน้าของกอล์ฟเต็มไปด้วยความผิดหวังในแบบที่ฉันเองก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น แต่ฉันคิดว่าควรจะใช้โอกาสนี้ตัดสัมพันธ์กับกอล์ฟไปเลย เพราะถึงน้องเขาจะตื๊ออีกนานแค่ไหน ฉันก็คงให้ได้แค่คำว่าพี่น้องจริงๆ

                “ละ...แล้วไปคบกันตอนไหน ทำไมไม่มีใครรู้เลยล่ะครับ!” แน่นอนว่ากอล์ฟยังไม่ยอมจบง่ายๆ และฉันเองก็คิดเรื่องโกหกไม่ทันแล้วด้วย เลยตอบให้ดูลึกลับไปว่า...

                “ความลับจ้ะ :) ก่อนจะยิ้มแบบที่นายโฟเบีบชอบทำ เล่นเอาน้องกอล์ฟถึงกับเดินหนีออกไปจากวงสนทนาทันที

                น้องกอล์ฟ... พี่ขอโทษษษษ~ T__T

                ดะ...เดี๋ยวพวกหนูไปดูกอล์ฟก่อนนะคะหนึ่งในรุ่นน้องที่ชื่อใบปอรีบขอตัว แล้วพารุ่นน้องอีกคนวิ่งตามกอล์ฟไปทันที

                พอเหตุการณ์เป็นแบบนี้ ฉันเองก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน ความรู้สึกผิดมันก็มีนะ แต่ฉันคิดว่าสิ่งที่ทำไปก็ถือเป็นการช่วยให้กอล์ฟไปเปิดใจหาคนใหม่ได้สักที

                “...”

                พี่ว่า... พวกเราแยกย้ายกันไปทำงานก่อนดีกว่านะ ส่วนเพนนีก็อย่าลืมไปหาครูใหม่ล่ะ ครูเขารออยู่

                แต่ในขณะที่ทุกอย่างกำลังตกอยู่ในความเงียบ ก็ต้องขอบคุณพี่ไมเคิลเหลือเกินที่เข้าใจสถานการณ์น่าอึดอัดที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี เลยบอกให้ทุกคนแยกย้ายกันไปทำงานตามหน้าที่ของตัวเอง ซึ่งฉันรู้ดีว่ามันจะยังไม่จบลงแค่นี้หรอก เพราะดูจากสายตาเหมือนแพรกับน้ำหอมที่มองมา คงอยากจะซักฉันให้สะอาดเอี่ยมอ่องเป็นแน่ โดยเฉพาะยัยน้ำหอมนี่ถึงกับมองฉันอย่างเอาเรื่อง ก็นะ มันเป็นเพื่อนสนิทฉัน แต่ดันรู้เรื่องนี้ (ซึ่งไม่ใช่เรื่องจริง) พร้อมกับคนอื่น ถ้าฉันเป็นมันก็คงไม่พอใจเหมือนกันนั่นแหละ แต่เคราะห์ดีที่พี่ไมเคิลเป็นคนสั่งแยก มันก็เลยยอมทำตามอย่างว่าง่าย

                หลังจากทุกคนแยกย้ายกันไปจัดการส่วนของตัวเอง ฉันกับนายโฟเบียก็พากันไปหาครูใหม่เจ้าของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้ ครูใหม่เป็นผู้หญิงวัยกลางคน สวมแว่นสายตา ดูท่าทางใจดี และมีอารมณ์ขันตลอดเวลาที่คุยกัน

                ฉันนำเงินที่เตรียมมามอบให้กับครูใหม่ ซึ่งเงินจำนวนนี้ ฉัน เพื่อนๆ รุ่นน้องในคณะ และโฟเบียร่วมกันสมทบทุนเพิ่มเติมเข้าไปอีก ยอดรวมเลยสูงกว่าที่รายงานครูใหม่ไว้ในตอนแรก ทำเอาครูใหม่ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เพราะแม้หน้าฉากของสถานเลี้ยงเด็กกพร้าบ้านวันใหม่จะดูสวยงาม แต่ภายในเองกำลังย้ำแย่ เพราะมีเด็กกำพร้าถูกส่งมามากขึ้นทุกปี ค่าใช้จ่ายเลยเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นเงินจำนวนนี้คงสามารถช่วยให้ทางบ้านเด็กกำพร้าแห่งนี้ผ่านพ้นวิกฤตที่กำลังเกิดอยู่ไปได้

                ฉันกับนายโฟเบียขอตัวจากครูใหม่เพื่อแยกย้ายมาทำงานตามหน้าที่เหมือนกับคนอื่นๆ บ้าง เพราะพวกเราทุกคนตั้งใจจะมาเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กๆ ดังนั้นก็เลยต้องเตรียมทุกอย่างให้พร้อมก่อนที่เด็กจะพักกลางวันกัน

                ยิ่งใกล้เวลามากขึ้นเท่าไหร่ ทุกคนก็ยิ่งหัวหมุนมากขึ้นเท่านั้น จนฉันที่เคลียร์งานในส่วนของตัวเองเสร็จเพิ่งจะสังเกตว่านายโฟเบียหายไป เพราะเป็นแบบนั้น ฉันเลยตั้งใจว่าจะเดินหาเขา แต่พอดีเจอกับกอล์ฟ ซึ่งก็ยังดูไม่โอเคกับเรื่องที่เขาได้รับรู้วันนี้น่ะนะ แต่พอฉันถามถึงเบียร์ (นายโฟเบียก็เข้าใจลดรูปชื่อของเขาเพื่อให้ดูไม่แปลกเนอะ) กอล์ฟก็ชี้จุดให้ฉันไปที่ครัวได้ตามปกติ แสดงว่าเขาคงจะไม่เป็นอะไรมากนักเมื่อเทียบกับภาพที่ฉันจินตนาการไว้ =_=;

                “โอ๊ย~ พ่อหนุ่มหันผักเก่งจริงๆ เลย ดูไม่น่าเชื่อเลยนะว่าจะหันผักได้คล่องแคล่วขนาดนี้

                “อ้าว ทำไมคิดงั้นล่ะครับป้า

                “ก็หนุ่มหล่อๆ กล้ามโตๆ แบบนี้ ใครจะไปคิดว่าทำครัวเก่งกันเล่า

                “งั้นป้าต้องเปลี่ยนความคิดใหม่แล้วนะครับ ว่าคนหล่อก็หั่นผักเก่งเหมือนกัน :)

                บทสนทนาด้านบนเรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดปนเสียงหัวเราะจากบรรดาแม่ครัว ในขณะที่ฉันเดินเข้าไปปรากฏตัวในครัว และนั่นก็ทำให้ฉันหายห่วงเมื่อเห็นว่านายโฟเบียเข้ากับบรรดาคุณป้าแม่ครัวเข้ากันได้เป็นอย่างดี เพราะตอนแรกที่นายปีศาจบอกว่าจะขอมาด้วย ฉันยังแอบหวั่นใจอยู่เหมือนกันว่าเขาจะเข้ากับคนอื่นได้หรือเปล่า แต่ดูตอนนี้สิ เขาดูจะผูกมิตรได้เก่งกว่าฉันซะอีก :)

                ฉันยกมือไหว้คุณป้าแม่ครัวทุกคน เป็นจังหวะเดียวกับที่นายโฟเบียเงยหน้าจากการหั่นผักขึ้นมาเห็นฉัน แล้วก็ตามสไตล์ของเขานั่นแหละ ร่างสูงส่งยิ้มให้ฉัน ซึ่งปกติเวลาเขาทำแบบนี้ ฉันมักจะหาทางหลบเลี่ยงอยู่เสมอๆ เพราะรู้สึกว่ามันทำให้ฉันไม่เป็นตัวของตัวเอง แล้วก็ควบคุมความหวั่นไหวในตัวได้ยาก นอกจากนี้ในบางกรณีฉันเองก็ไม่อยากให้เขาได้ใจนัก แต่คราวนี้... ปากของฉันมันยิ้มกลับไปให้นายโฟเบียแบบอัตโนมัติ และนั่นก็ทำให้เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าอ่อนเป็นประกายยิ้มกว้างมากขึ้นกว่าเดิม

                ยอมรับเลยว่าวินาทีนั้นมันเป็นช่วงเวลาที่ฉันรู้สึกดีอย่างประหลาด... เราต่างฝ่ายต่างไม่มีใครพูดอะไรออกมา ทำเพียงแค่ยิ้มให้กันและกันเท่านั้น แต่กลับรู้สึกเหมือนมีพลังบางอย่างเติมเต็มเข้ามาในหัวใจ ที่ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร...?? แต่คิดว่าคงเป็นพลังด้านบวกอย่างแน่นอน :)

                “มีอะไรให้ป้าช่วยมั้ยจ้ะ?” ป้าแม่ครัวคนนึงถามขึ้น ทำเอาฉันที่มัวแต่ยืนยิ้มให้นายโฟเบียอยู่ต้องรีบดึงสติกลับมาทันที

                “อะ...อ๋อ เปล่าหรอกค่ะ พอดีมาดูว่าเบียร์เขามาทำอะไรอยู่ในครัวแค่นั้นเอง

                “ฉันมาช่วยป้าเขาเตรียมอาหารน่ะ เธออยากมาช่วยด้วยมั้ย :) คราวนี้นายโฟเบียเป็นฝ่ายพูดขึ้นบ้าง

                “ไม่ล่ะ ถ้านายมีอะไรทำแล้วก็ดี เดี๋ยวฉันไปช่วยน้ำหอมจัดโต๊ะต่อก่อน

                “อื้ม ไว้เดี๋ยวค่อยคุยกัน :)

                “โอเค

                พูดจบแค่นั้นฉันก็รีบเดินออกจากห้องครัวทันที เพราะกลัวจะแสดงให้เขารู้ว่าตอนนี้หน้าฉันมันร้อนวูบวาบมากแค่ไหน เมื่อได้รับผลกระทบจากรอยยิ้มของเขา แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะเดินไปไหนไกล ก็เจอบทสนทนาระหว่างโฟเบียกับแม่ครัวที่ช่วยเพิ่มดีกรีความร้อนของสองข้ามแก้มให้มากยิ่งขึ้น!

                “แม่หนูคนสวยนั่นใครกัน?”

                “อ๋อ เป็นประธานการจัดงานของวันนี้ครับ แล้วก็... เป็นแฟนของผมด้วย :)

                ไม่ต้องเห็นหน้าฉันก็รู้ว่าเขาต้องยิ้มแบบที่ชอบทำแน่ ฉันเลยรีบเดินหนีออกมาให้ไกลโดยมีเสียงกรี๊ดกร๊าดชอบใจของบรรดาป้าแม่ครัวดังไล่หลังมา อา~ >\\\< หน้าฉันร้อนมากเหลือเกิน รู้สึกอายจริงๆ ที่นายโฟเบียพูดไปแบบนั้น แม้ว่ามันจะไม่ใช่ความจริงก็เถอะ แต่การที่เขาประกาศตนว่าเป็นแฟนฉันด้วยน้ำเสียงที่โคตรจะเป็นธรรมชาติ มันทำให้ฉันไม่สามารถควบคุมต่อมความหวั่นไหวในตัวได้จริงๆ นะ!

                แต่ในขณะที่ฉันกำลังเร่งฝีเท้าเพื่อกลับไปจัดการงานในส่วนอื่นๆ ต่อ จู่ๆ ก็มีมือที่มองไม่เห็นคว้าตัวฉันเข้าไปในมุมลับตาคน!!

                กรี๊ดดดด~!”

                “หยุดกรี๊ดเดี๋ยวนี้นะ เดี๋ยวคนก็ได้แห่กันมาหมดหรอก!

                “ยะ...ยัยน้ำหอม O_O!”

                ความรู้สึกทั้งดีใจและกังวลใจถาโถมเข้ามาในทันทีที่ฉันเห็นว่ายัยน้ำหอมนั่นเองที่เป็นคนลากฉันมา เพราะแวบแรกฉันนึกว่าเป็นกอล์ฟด้วยซ้ำที่อาจจะอยากลากฉันมาเคลียร์เรื่องโฟเบีย เลยทำให้รู้สึกดีใจมากที่ไม่ใช่ ส่วนเรื่องความกังวลน่ะ มันหลังจากนี้ต่างหาก...

                “ก็ฉันเองน่ะสิ กว่าจะหาโอกาสดึงแกมาคุยกันสองคนได้ ยากเหลือเกินนะ

                “ละ...แล้วทำไมต้องลากมาคุยในมุมลับตาคนแบบนี้ด้วย นี่ฉันชักจะไม่ไว้ใจแกแล้วนะ!

                “อย่าบ้าไปหน่อยเลยเพนนี ฉันเป็นเพื่อนแกนะ จะไปทำอะไรแกได้ ที่ลากมาคุยน่ะ ก็เพราะ... น้ำหอมเว้นจังหวะพลางหันไปทางห้องครัว เรื่องของนายเบียร์อะไรนั่นต่างหาก

                นี่ไงล่ะที่ฉันกังวล เพราะฉันรู้ดีว่ายังไงยัยน้ำหอมต้องหาจังหวะซักฉันจนเปื่อยแน่ แต่ไม่นะ อย่าเพิ่งเป็นตอนนี้ได้มั้ยยัยน้ำหอม! ฉันยังไม่ทันได้แต่งเรื่องโกหกเตรียมไว้เลย T__T

                “ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจเลยน้ำหอม เบียร์ก็แค่แฟนฉัน กะ...แกอย่าสนใจเลย แม้จะพยายามทำให้ดูเป็นธรรมชาติ แต่พอเจอสายตาของยัยเพื่อนรักเข้าไป ฉันนี่ถึงกับเหงื่อตกเลยค่ะ (- -;;)

                “เพราะเป็นแฟนแกไงฉันถึงได้ยิ่งสนใจ ในเมื่อหลายวันก่อนแกยังเป็นสาวโสดอยู่เลย แล้วที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีวี่แววว่าจะมีแฟน เป็นไปได้ยังไงที่เรื่องนี้สามารถเล็ดลอดสายตาของฉันไปได้!?”

                “คือ...

                “แกไปคบกันตอนไหน เล่ามาให้หมดเดี๋ยวนี้เลยนะ!?” กะ...การถูกต้อนทำให้ฉันจนมุม! ฉันไม่รู้ว่าควรจะอธิบายเรื่องนี้กับยัยน้ำหอมยังไงดี ในเมื่อการคบกันของฉันกับนายโฟเบียเป็นแค่เรื่องโกหกเท่านั้น แต่สายตาของน้ำหอมดูจะไม่ยอมเลิกราง่ายๆ จนกว่าจะได้คำตอบที่ตนเองพอใจ

                หรือว่าฉันควรจะบอกความจริงเรื่องนายโฟเบียกับเพื่อนดีนะ!? ยัยน้ำหอมมันจะเชื่อหรือเปล่าหากฉันบอกว่าโฟเบียเป็นปีศาจที่มัดมือชกให้ฉันอุ้มท้องดวงจิตของเขา เราสองคนเลยรู้จักกัน มะมันจะดีหรือเปล่า!?

                “คือ... แม้จะเอ่ยปากออกไปแล้วหนึ่งคำ แต่ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตัวเองจะพูดอะไรดี จนสุดท้าย... อ๋อ~ คืองี้แก ฉันกับโฟ... เอ้ย เบียร์น่ะ เรารู้จักกันมาตั้งแต่สมัย .1 แล้วล่ะ :)

                “.1?”

                “ใช่ .1 ฉันพยายามยิ้มเลียนแบบนายโฟเบีย หวังว่าการยิ้มหวานคงจะช่วยทำให้เรื่องที่ฉันพูดดูมีน้ำหนักมากยิ่งขึ้นนะ T__T “คือ... สมัยนั้นคุณครูวิชาภาษาไทยสอนเรื่องการเขียนจดหมาย แล้วให้นักเรียนทุกคนเขียนส่งไปหาเพื่อนต่างโรงเรียน โดยจับคู่ตามเลขที่ ตอนนั้นฉันเลขที่สิบสาม ก็เลยได้คู่กับเบียร์ซึ่งก็เลขสิบสามเหมือนกัน

                “...

                “ทีแรกฉันก็ตั้งใจแค่จะเขียนจดหมายเอาคะแนนเท่านั้นแหละ แต่ไปๆ มาๆ ต่างฝ่ายต่างก็ส่งจดหมายหากันจนติดเป็นนิสัย ก่อนที่จะเริ่มแลก e-mail เพื่อคุย MSN กัน

                “...

                “จากนั้นฉันก็คุยกับเขามาเรื่อยๆ จนถึงยุคที่ LINE ครองโลกเนี่ยแหละ ซึ่งแปลกมากเลยนะ เพราะว่าเราสองคนไม่เคยเจอกันมาก่อนเลย

                “หา! ว่าไงนะ!? ไม่เคยเจอกันมาก่อนเลยอย่างงั้นหรอ

                “ใช่ ตลอดเวลาที่คุยกันมา ฉันไม่เคยเจอกับเขาตัวเป็นๆ มาก่อนเลย เราคุยกันผ่านทางตัวอักษรเท่านั้น แต่ว่า...

                “แต่ว่าอะไร?”

                “ถึงจะไม่เคยเจอหน้า แต่ก็... รู้ใจน่ะนะ

                “อ๊ายยยยยยย~ แล้วยังไงต่อ~ >_<”

                ฉันเริ่มรู้สึกใจชื้นเมื่อยัยน้ำหอมดูจะเริ่มอินกับสิ่งที่ฉันเล่า ทีนี้พอช่วงหลายวันที่ผ่านมา ฉันรู้สึกเหงามาก เพราะแกเองก็เอาแต่ใช้เวลากับพี่ไมเคิล ฉันก็เลยตัดสินใจนัดเจอกับเบียร์ จนในที่สุด เราก็ตัดสินใจตกลงคบกัน เนื่องจากว่าเราต่างก็รู้ว่าความสัมพันธ์ที่เราคุยกันมาโดยตลอดมันเพียงพอแล้วที่จะทำความรู้จักกัน แถมตัวจริงก็ไม่ต่างจากที่คุยใน LINE เท่าไหร่ด้วย เรื่องราวก็เลยจบลงด้วยดีแบบนี้แหละ

                “อ้าว แล้วทำไมแกถึงไม่เคยเล่าเรื่องเขาให้ฉันฟังเลย ทั้งที่แกก็คุยกับเขามาตั้งนาน?”

                กะ...ก็ตอนแรกฉันไม่คิดว่าจะคบกับเขาในฐานะแฟนนี่ ก็แค่เพื่อนที่คุยกันทางโซเชียล เลยไม่ได้คิดว่าสำคัญถึงขนาดต้องเล่าไง

                “อ๋อ แบบนี้นี่เองยัยน้ำหอมพยักหน้ารับ ในขณะที่ฉันถึงขั้นปาดเหงื่อ และได้แต่ภาวนาในใจว่าอย่าให้ยัยเพื่อนรักของฉันมันถามอะไรขึ้นมาอีกเลย ฉันคิดไม่ทันแล้ว! แล้วในที่สุด... ถ้าอย่างงั้นฉันดีใจกับแกด้วยนะเพนนี ที่ในที่สุดแกก็มีแฟนเป็นตัวเป็นตนกับเขาสักที >O<” ...สิ่งที่ฉันภาวนาก็เป็นจริง!

                ยัยน้ำหอมยิ้มร่าออกมาเลยเมื่อได้ฟังในสิ่งที่ต้องการ ดูเหมือนว่ามันจะเชื่อฉันซะสนิทใจเลยนะว่าฉันกับนายโฟเบียรู้จักกันได้โดยการส่งจดหมายหากันจริงๆ เพราะแน่นอนอยู่แล้วว่าเรื่องที่มันได้ฟังไปน่ะเป็นเรื่องโกหกแน่นอนร้อยเปอร์เซ็น!

                รู้มั้ยว่าฉันเกือบจะหลุดพูดความจริงออกไปอยู่แล้วตอนที่เจอสายตากดดันของยัยน้ำหอม แต่พอดีพล๊อตนิยายเรื่อง ‘My Secret Letter ส่งหัวใจให้ก็พอ .. ฉันรักเธอที่ฉันเปิดแอร์นอนอ่านไปเมื่อสองวันก่อนตอนคิดนิยายไม่ออกแวบขึ้นมา ฉันก็เลยจัดการหยิบมันมาตัดแต่งต่อเติมจนกลายเป็นเรื่องราวความรักของฉันกับโฟเบียได้อย่างสวยงาม ต้องขอขอบคุณ หนุ่มกรุงโซลเจ้าของผลงานจริงๆ ที่ช่วยให้ฉันผ่านวิกฤตในครั้งนี้ไปได้ T/\T

                “ขอบคุณมากนะแก แล้วก็ต้องขอโทษด้วยที่โกหกเป็นเรื่องเป็นราวแบบนี้ T__T
                “
ฉันดีใจกับแกจริงๆ นะ

                แล้วยัยน้ำหอมก็เล่นเอาฉันอึ้ง เมื่อจู่ๆ มันก็ดึงฉันเข้าไปกอดซะแน่น เป็นการแสดงความยินดีที่ดูจะมากซะจนฉันเริ่มรู้สึกเกร็ง

                พอเลยๆ อะไรของแกเนี่ย ถึงกับต้องกอดซะแน่นแบบนี้เลยหรอ

                “ก็ฉันดีใจนี่

                “ดีใจที่ฉันมีแฟนเนี่ยนะ?”

                “ใช่ ดีใจมาก ดีใจที่สุดถึงที่สุดในโลกเลย!

                “อะ...อะไรมันจะขนาดนั้นวะน้ำหอม?” ฉันเริ่มงง เมื่อเห็นว่าน้ำหอมดูจะยินดีกับฉันจนเกิดเหตุ กะอีแค่ฉันมีแฟนเนี่ยนะ!?

                “หนึ่ง... น้ำหอมยกนิ้วชี้ขึ้นมาหนึ่งนิ้ว การมีแฟนของแกทำให้ฉันโล่งใจมาก แกก็รู้ว่าอนาคตฉันเองก็จะต้องจริงจังกับพี่ไมเคิลมากขึ้น และอาจจะมีเวลาให้แกน้อยลง พอแกมีแฟนแบบนี้ มันก็ทำให้ฉันสบายใจ เพราะว่าแกจะได้ไม่ต้องทนเหงาอยู่คนเดียวอีกต่อไป

                เอ่อจริงๆ ฉันก็ไม่ได้...

                “อย่าเพิ่งขัดสิ! สอง... ยัยน้ำหอมเบรคฉัน แล้วยกขึ้นมาเพิ่มอีกหนึ่งนิ้ว ฉันดีใจนะที่แกตัดใจจากนายซีได้สักที

                “…”

                เพื่อนรักดึงฉันเข้าไปกอดแน่นๆ อีกครั้ง ก่อนที่จะขอตัวไปทำงานต่อด้วยสีหน้าเบิกบานใจ โดยที่มันไม่ได้รู้เลยสักนิดว่า... มันน่ะได้ปล่อยให้ฉันยืนจมอยู่กับความทรงจำเก่าก่อนที่ถูกเรียกย้อนกลับคืนมาด้วยชื่อเพียงชื่อเดียว...ซี


Talk Talk Talk
โอ้ววววว ดูท่าว่างานนี้จะมีเรื่องปวดหัวเพิ่มมาอีกแล้ว
ซีคือใคร? ใครคือซี?
ฝากติดตามกันต่อด้วยน้าาาาา :)


-----------------------------------------------------------------------------------

'เกล็ดเล็กเกล็ดน้อย ของ Birth อุ้มรักเสี่ยงร้ายกับนายปีศาจ'
Part I : จุดเริ่มต้น (คลิกแบนเนอร์ด้านล่างเลยจ้า)
Part I
Part I : จักรวาลเหงาๆ ของเพนนี (คลิกแบนเนอร์ด้านล่างเลยจ้า)
Part II










ก่อนจาก
ขอฝากนิยายเพื่อนแฮมสเตอร์หน่อยน้า

Eighteen The Series เขียนซีรีย์นี้…ให้มีแต่รัก

Eighteen The Series à¢Õ¹«ÕÃÕÂì¹Õé…ãËéÁÕáµèÃÑ¡
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

1,260 ความคิดเห็น

  1. #765 BB3205 (@beammini122) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2558 / 23:10
    ท่านซี คือใครคะ  T T
    #765
    1
  2. #547 ☆tbyyshipper☆ (@ttaebbaek) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 13:52
    ซีนี่ครายยยยยยยยยย ครายย ครายย
    #547
    0
  3. #518 Mazato Yume (@sleeplezzrr) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2558 / 15:49
    ซีคือโฟเบียรึเปล่า (-.-)?
    #518
    0
  4. #443 มิลค์ละเคอะ (@candymagic) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 14:47
    ฮือออ สนุกมากเลย แต่ถ้าเป็นไปได้ไม่อยากให้มีฉากที่ไม่เข้าใจกันนนนนนนนนนนนนนนนนน
    #443
    0
  5. #424 lettercake (@lettercake) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2558 / 23:56
    เนื้อเรื่องเริ่มเจ้มจ้น~
    #424
    0
  6. #395 ARTYTIS (@artytistaek) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 กันยายน 2558 / 11:04
    ซี คือผู้ใดดดดดดด >< อ้ากกกกกอยากรู้ละน๊ีาาาาาา
    #395
    0
  7. #356 สก๊อยอิสแบ็คค (@noobguysfc) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 กันยายน 2558 / 07:04
    ซีคือโฟเบียยยยย ที่รู้จักกันสี่ปีที่แล้ว แต่จู่ๆก็หายตัวไป แน่ๆ สก๊อยฟันธง (สำนักมั่วศาสตร์ รับประกันความแม่นยำ ติดลบร้อยเปอร์เซ็นต์ /มันยังกล้าเล่น... - -*) หูยยย เพนนี เธอด้นสดได้เกร๋มาก สกิลซุง(อุ่ย ตบปากๆ ไม่หยาบคาย สก๊อยใสๆ~ /ไม่ทันละเตงงง) เอ่อ สกิลเอาตัวรอดดดเธอนี่อยู่ในขั้นเทิร์นโปร โลกนี้แตกสลาย เธอจะรอดเป็นคนสุดท้ายคู่แมลงสาบบบบ!!!
    #356
    3
    • #356-2 แฮมสเตอร์ (@h-hamster) (จากตอนที่ 9)
      23 กันยายน 2558 / 19:00
      ส่วนเรื่องซีเป็นโฟเบียนี่มาได้ไง!?
      #356-2
    • #356-3 namidaingthong (@namidaingthong) (จากตอนที่ 9)
      13 ตุลาคม 2558 / 10:26
      รู้สึกว่าไรท์จะโฆษณานิยายของแจ่มใสเยอะจะนะคะ
      #356-3
  8. #341 สัตตบุษย์ (@wanrasa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 กันยายน 2558 / 22:09
    อ่านชื่อตอนแล้วตกใจ เฮ้ย เบียร์เป็นใคร แล้วก็อ๋อ (โฟ)เบีย นี่เอง โล่งๆ นึกว่าเจ้าชายจะมีคู่แข่งอีก จนจบตอบ อีตาซีนี่ใครอีก!!! เพนนีเธอลืมอีตาซีไปซะ พี่เบียร์ที่ดีเลิศอยู่ข้างๆแล้วนะ
    #341
    1
  9. #338 cream-zaaaaa (@cream-tae) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 กันยายน 2558 / 11:20
    สนุกมากเลยค่ะ  ติดตามๆ 
    #338
    1
  10. #335 123 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 21:37
    นายซีนี่ใครน่ะ
    #335
    0
  11. #334 123 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 21:29
    นายซีนี่ใครน่ะ(-.-)???
    #334
    1
  12. #333 123 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 21:27
    นายซีนี่ใครน่ะ(-.-)???
    #333
    0
  13. #332 แกลลอรี่ (@smileimagery) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 18:06
    มาอัพต่อไวๆๆนะค่ะไร สนุกมากกก
    #332
    1
  14. #330 Bewtygrang (@jeerawantijai) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 15:23
    ใครคือ ซี? ซีคือใคร? แล้วแบบนี้โฟเบียจะทำยังไง? โอ๊ยยย!!ลุ้นๆ
    #330
    1
  15. #328 akarichan (@akarichan) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 00:37
    ใครคือซี 0o0 ว่าแต่เพนนีช่างแต่งเรื่องได้แนบเนียนจริงๆ 55
    #328
    1
  16. #324 FourEta 69 (@four-eta69) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 กันยายน 2558 / 21:35
    555+ ต้องขอบคุณพี่เดียว (หนุ่มกรุงโซล) เลยนะคะเนี่ย #ขำหนักมาก
    #324
    1
  17. #319 Night sky★ (@sdct) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 กันยายน 2558 / 20:23
    ไม่รักคงไม่เม้น เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #319
    1
  18. วันที่ 18 กันยายน 2558 / 18:44
    ซีคือใครนะๆๆๆๆ
    #316
    1
  19. #315 Philow N.A.N (@nanza1011) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 กันยายน 2558 / 15:14
    รอค่ะะะ ><
    #315
    1
  20. #314 karnplu (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 กันยายน 2558 / 14:24
    อัพต่อไวๆนะค่ะเป็นกำลังใจให้
    #314
    1
  21. วันที่ 17 กันยายน 2558 / 22:51
    สนุกๆๆ
    #312
    0
  22. วันที่ 17 กันยายน 2558 / 22:50
    ขอยาวๆได้ไหมค่ะจัรอค่ะ
    #311
    0
  23. #310 til' the end. (@juneip) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กันยายน 2558 / 20:38
    เจิมมมมมม
    #310
    1
  24. #309 ouploy741 (@ouploy741) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กันยายน 2558 / 13:06
    วันศุกร์แล้วว
    #309
    1
  25. #308 Katenamken (@Katenamken) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กันยายน 2558 / 12:55
    รอๆ
    อยากอ่านมากชอบนิยายแนวนี้มากอ่ะ
    มาอัพไวๆน้าาาา
    #308
    0