GOT7 | (SF/OS) jaebum x jinyoung | BNIOR/NIORB #วนบน

ตอนที่ 19 : good morning #เจน็อต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 851
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    23 ส.ค. 59


(OS)good morning

  location: เชียงใหม่

  special thanks: ร้าน the larder เชียงใหม่, พล็อตจากคุณได้, ชื่อเรื่องโดยคุณบะบี๋, รูปโดยคุณขวัญ

  notes: แจบอมกับจินยองเป็นคนไทย เป็นฟิค dialogue ถ้าเป็นหนังก็คงจะเป็นหนังที่เน้น voiceover 5555 อยากเขียนบรรยายน้อยๆ ใช้คำน้อยๆดูบ้าง (เพราะไม่มีเวลาเขียนบรรยายอะไรเยอะนั่นเอง แต่ก็อยากเขียน แง)



ชื่อไทย:

แจบอม = เจ
จินยอง = น็อต
ยองแจ = หยอง
แจ็คสัน = แจ็ค
ยูคยอม = โย่ง
มาร์ค = ไม้
แบมแบม = แบมแบม




ฟังเพลงงงงงงงง

สัญญาณ (SIGN) - Jetset’er









สิบเอ็ดโมงตรงเช้าวันอาทิตย์


เลยเวลาอาหารเช้าไปพอสมควร บรรยากาศภายในร้าน ‘good morning’ คาเฟ่อาหารเช้าที่ถนนนิมมานจึงค่อนข้างโล่ง โต๊ะด้านนอกไม่ค่อยมีคนนั่งอยู่แล้วเพราะแดดร้อน ส่วนโต๊ะด้านในยังมีที่ว่างอยู่บ้าง แต่เมื่อผลักเปิดประตูเข้าไปแล้วได้สบตากับคนที่ยืนอยู่ด้านในเคาน์เตอร์พอดี เจก็เลือกเดินไปนั่งเก้าอี้ตรงหน้าบาร์


เหมือนกับทุกครั้ง




“ขอสั่งกาแฟหน่อยครับ”


“ครับ”




ไม่กี่นาทีต่อมา ลาเต้ร้อนดับเบิ้ลช็อตในถ้วยสีขาวถูกวางลงตรงหน้า เจยื่นมือออกมาดึงจานรองเลื่อนเข้าหาตัวก่อนจะยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบ


“ไม่เบื่อหรือไง”


“หืม”


เจเลิกคิ้วให้กับคำถามของคนตรงหน้า เขากลืนเครื่องดื่มอุ่นๆลงคอในขณะเดียวกันกับที่ได้รับคำอธิบายต่อจากคำถามนั้น


“ก็มาทุกวัน ไม่คิดจะไปร้านอื่นบ้างหรือ?”


“ก็ชอบกาแฟที่นี่อ่ะ”


เขาสบตาน็อต


“กาแฟที่นี่อร่อย”








น็อตละสายตาจากเจหันไปตามแรงสะกิดเบาๆที่ต้นแขน พบว่าเป็นหยองกับจานสีขาวใบใหญ่บรรจุขนมปังปิ้งคู่กับไข่คนชีสและมะเขือเทศย่างในมือที่ยื่นมาไว้ตรงหน้ารอให้เขารับไป




หยองเป็นหนึ่งในพนักงานของร้านที่ทำงานให้น็อตมานานแล้ว และเพราะพนักงานในร้านมีแค่สี่คน รวมกับเขาและ ไม้ เพื่อนสนิทที่เป็นหุ้นส่วนอีกคนก็เป็นหก ทุกคนจึงช่วยกันทำงานได้แทบทั้งหมดทั้งรับออเดอร์ เตรียมออเดิร์ฟ เสิร์ฟ ชงกาแฟ ปั่นเครื่องดื่ม คิดเงิน ทำความสะอาด เว้นแต่พ่อครัวตำแหน่งเดียวที่ประจำอยู่ในครัวตลอด


แต่ด้วยในฐานะเจ้าของร้าน หน้าที่ที่น็อตรับผิดชอบเป็นหลักคือการคิดเงิน ไม่ใช่การเสิร์ฟที่แจนกำลังจะส่งต่อให้เขาทำทั้งที่ตัวเองอยู่ห่างจากลูกค้าไปแค่ไม่เท่าไหร่ ทว่าน็อตก็รับไปอย่างไม่ได้คิดอะไรด้วยความเคยชิน เพราะเขามักจะดูแลลูกค้าประจำคนนี้ด้วยตัวเองตลอดอยู่แล้ว


“ขอบคุณครับ”









เวลาผ่านไปจนบ่ายโมงตรง


เมนูอาหารเช้าขายได้น้อยลงมากเทียบกับตั้งแต่เวลาที่ร้านเปิดตอนแปดโมงครึ่ง ลูกค้าก็เริ่มบางตาลงเช่นเดียวกัน จะเป็นเครื่องดื่มที่ขายได้มากกว่าในช่วงบ่ายนี้ซึ่งนอกเหนือจากกาแฟแล้ว เมนูที่เป็นที่นิยมไม่แพ้กันก็คือประเภทน้ำผลไม้ปั่นและสมูทตี้



น็อตเทอะโวคาโดหั่นชิ้นลงในเครื่องปั่น ตามด้วยน้ำกะทิสด น้ำเชื่อม และน้ำเปล่าเล็กน้อย เขาหันไปสั่งโย่งให้หยิบกล่องไอศกรีมวนิลาจากตู้เย็นด้านล่างเคาน์เตอร์ออกมาพร้อมกับสคูปตักไอศกรีม ก่อนจะกดปุ่มให้เครื่องปั่นทำงาน ความคิดลอยไปหาคนที่อยู่ด้านหลัง คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าบาร์และกำลังจดจ่ออยู่กับแลปท็อป


ไปจนไกลถึงวันอาทิตย์หนึ่งเมื่อสามเดือนก่อน




‘อะโวคาโด กับกะทิ เนี่ยนะ?’


น็อตอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเคืองกับคำถามนั้นแม้คนถามจะเป็นลูกค้าของร้าน นี่มันเมนูที่เขาภูมิใจนำเสนอมากเลยนะเว้ย แล้วที่สำคัญคือคนถามเนี่ยก็ไม่ใช่คนสั่งด้วย ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับการปั่นเครื่องดื่มแก้วนี้ของลูกค้าโต๊ะด้านนอกสักนิด


เจก็แค่นั่งอยู่ตรงบาร์ด้านหลังพอดีแล้วชะโงกหน้ามามองเขาที่ยืนอยู่ในเคาท์เตอร์เท่านั้น แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจ้องมานานเท่าไหร่แล้ว ถึงได้เห็นอย่างละเอียดว่าเขาเทอะไรใส่เครื่องปั่นลงไปบ้าง


‘ทำไมอ่ะ’ น็อตถามขณะที่ปล่อยให้เครื่องปั่นทำงานต่อไป ‘แปลกเหรอ’


ลูกค้าที่ดื่มเป็นแต่ลาเต้ร้อนดับเบิ้ลช็อตพยักหน้า


น็อตไม่ตอบอะไร หันไปกดปุ่มหยุดปั่นแล้วเทสมูทตี้สีเขียวอมเหลืองอ่อนๆจนเกือบเป็นสีขาวลงในแก้วใสใบใหญ่ ตักไอศกรีมวนิลาออกมาโปะด้านบนหนึ่งลูก


‘โห ใส่ไอติมด้วย’


‘อื้ม’


เขายกแก้วให้แบมแบมนำไปเสิร์ฟ หันกลับมาถอดเครื่องปั่นออกแล้วล้างให้สะอาด ได้ยินคำถามดังแทรกเสียงน้ำในซิงค์ที่เปิดอยู่


‘คิดยังไงถึงเอาอโวคาโด้มาผสมกับกะทิอ่ะ’


‘ก็ลองมั่วๆ แล้วมันอร่อยดี’

‘…’

‘…’


‘แล้วมีเมนูลองมั่วๆ อันอื่นที่น่าสนใจอีกไหม’


‘แครอท บีทรูท เสาวรส...ลองบ้างไหม?’


น็อตหมุดปิดก๊อกน้ำหลังใช้เวลาล้างเครื่องปั่นนานกว่าปกติ หันกลับมาเห็นใบหน้าครุ่นคิดของลูกค้า


‘ฟังดูไม่น่าจะเข้ากันได้’


‘ไม่ลองก็อย่าเพิ่งตัดสินสิ’


‘พี่น็อต คิดเงินโต๊ะสาม’


บทสนทนาค้างอยู่ตรงนั้นเมื่อแจ็คเดินเข้ามาสะกิดบอก ก่อนมันจะได้รับการสานต่อเรื่อยมาเป็นเวลาอีกหลายสัปดาห์


ในทุกวันอาทิตย์





เจกลายเป็นลูกค้าประจำในทุกวันอาทิตย์ที่ดื่มแต่ลาเต้ร้อน ทว่ามักจะสนใจอยากรู้อยากเห็นกับเครื่องดื่มแทบจะทุกเมนูที่น็อตเป็นคนทำ โดยการชะโงกหน้ามองแล้วถามนู่นนี่นั่นไปอย่างเรื่อยเปื่อย และโดยปกติแล้ว พวกเขาจะได้คุยกันมากกว่านี้เพราะเจไม่ได้พกแลปท็อปมาเหมือนกับวันนี้


“ทำงานหรือ?” น็อตถามขึ้นขณะหันหลังให้อีกฝ่ายเพราะกำลังจัดวางแก้วในเคาน์เตอร์อยู่


“อื้ม” เจยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบ ก่อนจะกลับไปจดจ่อกับหน้าจอคอมต่อ “ช่วงนี้งานเยอะ”


เจทำงานเป็นฝ่ายออกแบบประจำสาขาย่อยของบริษัทหนึ่งที่มีสาขาใหญ่อยู่กรุงเทพฯ น็อตรู้มาตั้งแต่เมื่อเกือบสี่เดือนก่อน หลังพบอีกฝ่ายเป็นครั้งที่สองที่ร้านตอนสิบเอ็ดโมงตรงของวันอาทิตย์ เป็นวันและเวลาเดิมเหมือนกับการพบกันครั้งแรก โดยในครั้งที่สองนั้นพวกเขาได้ทำความรู้จักกัน


‘น็อตเป็นคนเชียงใหม่เหรอ?’


‘อื้ม คุณมาจากกรุงเทพ?’


‘ใช่ครับ’


‘มาเที่ยวเหรอ หรือว่ามาทำงาน’


‘ทำงาน’


‘…’


‘…’


‘ชั่วคราว?’


‘ไม่ชั่วคราว’




“งานเยอะทำไมไม่ทำอยู่ที่ห้องล่ะ” น็อตไม่ได้ตั้งใจจะละลาบละล้วง แต่ก็แค่ถามไปเรื่อยเปื่อยเพราะรู้สึกแปลกกับความเงียบในตอนนี้ซึ่งดำเนินมาร่วมชั่วโมงกว่าๆ แม้สิ่งที่แปลกกว่านั้นจะเป็นการที่เขาเป็นฝ่ายเริ่มชวนคุยเองก็ตาม 


อีกอย่างคือการทำงานที่ห้องก็น่าจะสะดวกสบายกว่าในร้านแคบๆ ของเขาอยู่แล้ว เคาน์เตอร์บาร์ที่มีขนาดพอเหมาะแค่สำหรับวางจานอาหารยิ่งดูเล็กกว่าเดิมเมื่อมีแมคบุ๊คของเจตั้งวางอยู่


เจตอบเพียงสั้นๆโดยไม่ได้ละสายตาไปจากงานที่ทำอยู่


“ก็ที่ห้องไม่มีกาแฟ”



‘ขอสั่งกาแฟหน่อยครับ'


เจส่งคำถามให้กับเจ้าของร้านที่ยืนอยู่ในเคาน์เตอร์ สวมผ้ากันเปื้อนทับชุดเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ขายาวแบบสบายๆ ใบหน้าที่มีแว่นสายตากรอบสีดำประดับอยู่หันมองมาทางเขา


หลังจากได้พบกันมาแล้วสี่ครั้ง


‘เหมือนเดิมไหมครับ?’


เจหยุดคิดไปแค่ครู่เดียวก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย ‘รู้สึกพิเศษจัง’  


น็อตขมวดคิ้ว


‘เหมือนผมเป็นลูกค้าประจำไปแล้วเลย’




“พี่น็อต คิดเงินโต๊ะแปด”


น็อตกดเข้าโปรแกรมในคอมพิวเตอร์หน้าแคชเชียร์แล้วพิมพ์ใบเสร็จของโต๊ะแปดส่งให้แจ็คที่ยืนรออยู่ได้นำมันออกไปให้ลูกค้าด้านนอก แล้วเดินกลับเข้ามาส่งเงินให้เขาเก็บเข้าลิ้นชัก สายตาของน็อตมองค้างอยู่กับรอยสักเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวสีดำขนาดเล็กบนข้อมือตัวเองเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน เพราะเขาสักมานานมากแล้วจนมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเลยไม่ได้รู้สึกสะดุดตากับมันสักเท่าไหร่ และอันที่จริงรอยสักของเขาก็ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเลย ไม่เคยมีใครทักด้วยซ้ำ


นอกจากเจ



น็อตวางถ้วยใส่เกลือกับพริกไทยเพื่อให้ลูกค้าได้ปรุงรสชาติอาหารเพิ่มเติมด้วยตัวเอง แต่มือของเขากลับได้วางค้างไว้อยู่ตรงขอบเคาน์เตอร์บาร์เพราะบทสนทนาที่เจเพิ่งเริ่มต้นขึ้น มีสายตาสองคู่กำลังจับจ้องอยู่กับรอยสักบนข้อมือด้านใน สายตาของเขากับเจ


‘สักที่ไหนมาเหรอ'


‘ร้านแถวนี้แหล่ะ อยู่ตรงถนนอีกฝั่ง-- คุณอยากสักเหรอ?’


เพราะเห็นอีกฝ่ายดูสนอกสนใจมากจึงถามออกไป ทว่าคราวนี้สายตาไม่ได้วางอยู่บนรอยสักแล้ว หากเป็นปลายนิ้วชี้ของเจที่กำลังลูบวนอยู่บนรูปพระจันทร์เสี้ยวตรงข้อมือด้านในของเขาไปมาเบาๆ


‘อื้ม’


‘…’


‘ร้านชื่ออะไรเหรอ’


‘จำไม่ได้แล้ว ไปสักมานานแล้วอ่ะ’ น็อตพยายามนึกขณะปล่อยให้อีกฝ่ายได้สำรวจรอยสักของเขาที่ไม่ได้มีอะไรพิเศษต่อไป 


‘แล้วอยู่แถวไหนเหรอ’


‘ผมบอกไม่ถูกอ่ะ มัน...’ คำอธิบายติดอยู่ที่ปาก เขาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เดินไปไหนมาไหนด้วยความเคยชินตลอดจนไม่สามารถบอกทางในซอกซอยที่แบ่งเล็กแบ่งน้อยเป็นสิบอย่างแน่ชัดได้


‘มัน...?’


น็อตบอกไม่ถูกว่าทำไม แต่เขากำลังรู้สึกว่ารอยยิ้มและสายตาของเจกับคำพูดสั้นๆ นี้ดูกวนประสาทยังไงชอบกล


‘ผมจำได้นะว่าร้านอยู่ไหนแต่อธิบายไม่ถูก’ น็อตบอกอย่างจริงจัง เจพยักหน้ารับแล้วพูดต่อ


‘งั้นพาไปหน่อยสิ’


‘หืม?’


‘วันนี้ตอนบ่ายผมว่าง และถ้าคุณว่าง--’


ตอนนี้บ่ายสองโมงสามสิบนาทีแล้ว ส่วนเวลาปิดร้านของน็อตคือบ่ายสามโมง


‘ผมว่าง’




บ่ายสองโมงสามสิบนาที


“กินอะไรอีกไหม จะปิดครัวแล้ว”


น็อตส่งคำถามให้กับลูกค้าที่ยังนั่งประจำอยู่ที่เดิมขณะใช้ผ้าเช็ดแก้วที่เพิ่งล้างเสร็จวางคว่ำลงกับตะแกรงข้างซิงค์ล้างจาน เจเงยหน้าขึ้นจากจอคอมแล้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง 


“หิวข้าวจัง”



“ที่นี่ไม่มีข้าว”


น็อตตอบ ร้านเขามีแต่เมนูอาหารเช้าแบบตะวันตกเท่านั้น รู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่จู่ๆ เจก็พูดขึ้นมาแบบนี้


“ไปกินข้าวกัน”


แปลกใจกว่าเดิมอีกหน่อยเมื่อได้รับคำชวนต่อมาทันที


“ที่ไหน”


“แนะนำหน่อย”


“คุณอยากกินอะไรล่ะ” น็อตถามกลับก่อนจะขมวดคิ้วหน่อยๆ “แต่คุณอยู่นี่มาตั้งสี่เดือนแล้วไม่ใช่หรือไง จะให้แนะนำอะไรอีก”


“อะไรก็ได้ อาหารอร่อยๆ นอกจากร้านที่เราไปกินด้วยกันบ่อยๆ” ร้านที่เราไปกินด้วยกันบ่อยๆที่เจบอกคือร้านอาหารพื้นเมืองชื่อดังที่เปิดช่วงเย็นจนถึงดึก และเป็นร้านอาหารร้านเดียวที่เขาเคยพาเจไป “มาที่นี่หลายเดือนถ้าไม่กินอาหารที่ป้าที่ออฟฟิศทำ หรือร้านแถวๆบ้าน ผมก็มาแต่ร้านคุณ"


“ผมไม่ได้ขายข้าว”


“ผมก็ไม่ได้มากินข้าวที่นี่ ผมมาดื่มกาแฟ”


“ร้านกาแฟแถวนี้มีตั้งหลายร้าน ไม่เคยไปร้านอื่นจริงๆหรือ?” น็อตถามด้วยความสงสัยไปตามประสา ด้วยในฐานะของเจ้าของธุรกิจที่ค่อนข้างเกร่อในเมืองเล็กๆนี้ที่สนใจอยากจะรับรู้ความเห็นของลูกค้า เพราะหากเทียบกับร้านอื่นในละแวกนี้แล้วร้านเขาจัดอยู่ในระดับกลางเท่านั้น ด้วยขนาดร้านที่ค่อนข้างแคบ จำนวนโต๊ะน้อย และเมนูก็ไม่ได้มากเมื่อเทียบกับร้านอื่น


“เคยซื้อกาแฟแถวบ้านดื่มอยู่บ้างในวันทำงาน แต่ก็เฉยๆ” เจพับหน้าจอแมคบุ๊คลงแล้วเอ่ยคำขอบคุณเมื่อน็อตเทน้ำเปล่าใส่แก้วให้ก่อนจะพูดต่อ "บอกแล้วว่าชอบกาแฟที่นี่ ก็เลยมาแต่ที่นี่ไง”



น็อตนึกไปถึงเช้าวันอาทิตย์เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่เครื่องทำกาแฟเสีย



‘วันนี้เครื่องทำกาแฟเสียนะครับ’


คำทักทายจากเจ้าของร้านทำให้ลูกค้าประจำที่เดินมานั่งลงตรงที่ประจำแล้วไม่ได้ใช้ประโยค ‘ขอสั่งกาแฟหน่อยครับ’ อย่างเช่นทุกครั้ง และน็อตก็เข้าใจ ไม่ถือสาอะไรหากคนที่มาร้านเขาโดยมีจุดประสงค์เป็นเพียงกาแฟเลือกจะเดินออกไป


‘…’


‘…’


‘มีเมนูอื่นแนะนำไหมครับ?’







“คุณอยากกินอาหารแบบไหนล่ะ” น็อตถามเจเพื่อใช้เป็นตัวช่วยในการกำจัดวงตัวเลือกให้แคบลง เจถามกลับ


“มีอะไรที่ไม่ใช่อาหารไทยไหม”


“อาหารญี่ปุ่นในซอยบ้านคุณ--อ้อ ลืมไป คุณไม่ชอบ”


“…”


น็อตกำลังจะแนะนำร้านสลัดต่อแต่ก็นึกขึ้นได้ว่าเจไม่ค่อยชอบกินผัก


“ดื่มเบียร์ไหม?” เจดูสนใจกับคำเสนอของเขาน็อตจึงพูดต่อ “มีร้านนึงอยู่นิมมานสิบเอ็ด เบียร์ดี อาหารก็อร่อยดี แต่ร้านมันเปิดตอนเย็นถึงเที่ยงคืนนะ”


“นิมมานสิบเอ็ดซอยบ้านผมเลย”


“พี่น็อตคิดเงินโต๊ะสี่”


น็อตยังไม่ทันได้ตอบอะไรก็ต้องหันไปคิดเงินให้กับลูกค้าตามที่โย่งเดินมาบอก






เพลงในร้านถูกปิดไปแล้วเพราะใกล้เวลาปิดร้าน น็อตได้ยินเสียงเครื่องพิมพ์กำลังพิมพ์ใบเสร็จ สายตามองชื่อเมนู Avocado Coconut Smoothie บนจอซึ่งเป็นออเดอร์ของโต๊ะสี่ ก่อนจะดึงใบเสร็จที่พิมพ์เสร็จแล้วออกมา มองรอยสักบนข้อมือด้านในของตัวเอง


รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง


“ไปดื่มเบียร์กันไหม”


น็อตได้ยินคำถามนี้จากคนที่นั่งอยู่ตรงบาร์



fin.
??????


:

good morning spin-off



:




สิบเอ็ดโมงตรง


“…”




เช้าวันจันทร์






“อรุณสวัสดิ์ครับ”


“…”


“…”



“ไม่ไปทำงานเหรอ?”



“ไม่ไปเปิดร้านเหรอ?”





fin.

#วนบน


@เชียงใหม่ 22 ส.ค. 2559



? cactus
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

658 ความคิดเห็น

  1. #656 llllovellll (@llllovellll) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 03:42
    เขินจังแงงง ชอบอ่ะะะะ ชอบบรรยากาศจีบกันร้านกาแฟมาก ดีย์สุดๆ ละมุนเว่อร์ ตอนจบนี่แบบไม่รู้เลยนะคะว่าอยู่ด้วยกัน อยากจะแหม5555
    #656
    0
  2. #300 songjibong (@mintrawan) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 23:14
    จบแบบแปลว่าเมื่อคืนนอนด้วยกันใช่มั้ย 555555555
    #300
    0
  3. #292 nmht6nmht6 (@nmht6nmht6) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2559 / 22:44
    เด๋วๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆจบงี้เลยหรอ
    #292
    0
  4. #236 HENS_Eternal (@eye-hibari) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2559 / 11:35
    แหมมมมมม จีบกันแบบนี้นี่มันนนนน โงยยยย ขายขนมจีบทุกวันเลยยยยย
    #236
    0
  5. #235 benbenLN (@benbenLN) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2559 / 01:51
    ชอบการดำเนินชีวิตประจำวันเรื่อยๆ ของคนสองคน เจอกันทุกอาทิตย์ ดื่มกาแฟเดิมๆ ชวนคุยกันโน่นนี่ '3') มันดูเป็นความสัมพันธ์ที่ค่อยๆผูกพันที่แท้จริง ชอบตอนลูบรอยสักที่ข้อมือมากค่ะ ฮึก.

    (อ่านแล้วอยากกินข้าวซอยที่นิมมานฯเลยค่ะ ฮืออ ไม่เกี่ยวกับฟิคเลยย 5555555555)
    #235
    0
  6. #234 wangmild (@wangmild) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 23:19
    พี่เขาชอบมาเพราะกาแฟจริงหร้ออออออ
    #234
    0
  7. #233 The-Stranger (@stranger18) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 22:48
    แหมมมม ปากบอกชอบกาแฟที่นี่ แต่ดูเหมือนจะชอบคนชงกาแฟมากกว่านะคะ นี่เบส ออน ทรู สตอรี่อะป่าววว ทำไมมันน่ารัก><
    #233
    0
  8. #232 jjtk (@bebiejaney) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 22:16
    แงงงง น่ารักจัง เดี่ยวนะพี่เจ ชอบกาแฟในร้านหรือชอบคนในร้านกันแน่พี่แหม ไม่เนียนเลยนะ
    #232
    0