GOT7 | (SF/OS) jaebum x jinyoung | BNIOR/NIORB #วนบน

ตอนที่ 21 : ขอโทษ (2/2) #น็อตเจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 430
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    29 ส.ค. 59

ขอโทษ (2/2) | #น็อตเจ

pairing: j x knot #bnior / #niorb

rating: pg-15

warnings: คำหยาบเยอะ, อย่าคาดหวังอะไรทั้งนั้น

notes: แมนแมนคุยกันมากมากจนเขียนจบแล้วยังตอบตัวเองไม่ได้ว่าใครเมะใครเคะ ;___; รู้สึกอึดอัดกับพล็อตนี้มากในชนิดที่ว่าถ้าเขียนไม่จบต้องเป็นบ้าตายแน่ๆ

***ไม่ใช่ เจกับน็อต จากเรื่อง good morning นะคะ แค่ใช้ชื่อเจ(แทนแจบอม) และน็อต (แทนจินยอง) เหมือนกันเฉยๆ***


เจ็บเพราะไม่ได้รัก 

ไม่เจ็บเท่าเคยมีโอกาสได้รัก 

แต่รักไม่ได้อีกต่อไป

S__9306146 copy.jpg 

2/2

 

น็อตไม่ได้เจอเจ ไม่ได้คุยกับเจตลอดวันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ก่อนที่ทั้งสัปดาห์นี้และสัปดาห์ที่ผ่านมาจะได้ผ่านพ้นไปในแบบที่มันเคยเป็น...อย่างง่ายดายเกินไป

 

ภายในสองสัปดาห์ทุกอย่างกลับมาสู่สภาพปกติเกินไปจนน็อตไม่อยากเชื่อว่านี่คือเรื่องจริง

 

เจยังคงไปนอนเล่นที่หอเขาหลังเลิกเรียนแล้วนั่งปั่นงานไปพลางก่อนจะขับรถไม่ก็นั่งรถกลับบ้าน ยังส่งข้อความบอกฝันดีกันทุกคืนเหมือนเดิม ยังเป็นคนติดสกินชิปและชอบเปลี่ยนแปลงสถานะตัวเองเป็นของเหลวเมื่ออยู่กับน็อตอย่างที่เคยเป็นมาตลอด 

 

และยังยิ้มให้น็อตแบบเดิม

 

ในขณะที่เพื่อนๆ คนอื่นในกลุ่มที่ค่อนข้างสนิทกัน อย่างแจ็ค หยอง โย่ง ไม้ บ๊วย ซึ่งต่างรู้เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์นั้นก็ทำเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติไปเช่นกัน น็อตจึงพยายามบอกตัวเองให้ปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปได้แล้ว เขายิ้มขณะเอื้อมมือออกไปช่วยเลื่อนถุงมะม่วงให้กับเจที่กำลังจ้องมองจอแม็คบุ๊คอยู่ไม่วางตาโดยมือขวาจิ้มคีย์บอร์ดรัวๆ ส่วนมือซ้ายก็คลำสุ่มหาถุงมะม่วงที่ตัวเองซื้อมานั่งกินทว่าเพราะมัวแต่สนใจงานในคอมจึงจับได้แต่อากาศมาสักพัก จนเขายื่นมือไปช่วยนั่นแหล่ะ เจถึงได้ยิ้มจนตาปิดที่หยิบมะม่วงได้สักทีทั้งที่ยังไม่หันมามองเขา

 

“เออ แล้วไอ้เจ ตกลงธีสิสปีหน้ามึงจะไปถ่ายที่เชียงใหม่ปะ เห็นไปเที่ยวอยู่ที่เดียวตลอดถ่ายรูปมาเป็นแสน แล้วบทหนังห่าอะไรก็อ้างอิงเชียงใหม่ตลอด” บ๊วยเหวี่ยงความสนใจในบทสนทนาไร้แก่นสารระหว่างรออาร์ตคลุงหรืออาจารย์อาร์ต เจ้าของวิชาประวัติศาสตร์ภาพยนตร์มาเข้าสอนไปยังเจ

 

คำว่าเชียงใหม่ทำให้ความรู้สึกที่กำลังลื่นไหลของน็อตหยุดชะงัก เขามองหน้าเจไม่วางตาขณะที่อีกฝ่ายเอ่ยปากตอบ

 

“เชียงใหม่ห่าไรกูมีทุนอยู่หกพัน ถ่ายที่เยาวราชก็หรูแล้ว”

 

ไม่รู้จะโล่งใจดีไหมที่ไม่เห็นเจแสดงสีหน้าอะไรเลย 

 

เหมือนกับว่าไม่ได้รู้สึกอะไร

 

“ไปขอเงินไอ้ไม้ดิ สักห้าหมื่นเอาอยู่แน่ แล้วมึงก็ค่อยออกเองพันนึง ค่าพิซซ่าเลี้ยงพวกกูหนึ่งมื้อ กรี๊ดดดดดดด” แจ็คพูดเรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนที่ได้ยิน เจส่ายหน้าไปมาแล้วเลิกใส่ใจเพื่อกลับมาพิมพ์งาน ในขณะที่หยองไม่รอช้ารีบโม้ต่อ

 

“เออ เชี่ยไม้แม่งรวยสัส มันบอกกูว่าเพิ่งถอย RED มาพร้อมเลนส์คิท 1 ชุด” ชื่อกล้องพร้อมชุดเลนส์ราคารวมเจ็ดหลักทำเอาเพื่อนส่งเสียงฮือฮาทั้งที่รู้ว่ามันไม่จริง

 

แจ็คกับหยองกำลังผสมโรงกันกุเรื่องมั่วซั่วงี่เง่า แซวไอ้ไม้ที่ชอบนั่งหน้านิ่งหน้าคอมอยู่ตลอดเวลาให้หัดมีปฏิกิริยาตอบรับกับเพื่อนฝูงบ้างอย่างที่ทำเป็นประจำ ในขณะที่ไอ้โย่งก็นั่งหัวเราะเอ๋อๆแล้วตบไม้ตบมือชอบใจใหญ่ทั้งที่น็อตไม่เห็นว่ามีเหี้ยอะไรตลกขนาดนั้นเลย คนที่ตลกสุดคือมันต่างหาก

 

“ไปไหนวะ” น็อตเลิกสนใจเพื่อนแล้วเอ่ยถามเจที่ลุกขึ้นยืนทำท่าเหมือนจะเดินออกจากห้อง

 

“ปรินต์ใบสมัครฝึกงานอะ”

 

น็อตพยักหน้ารับแล้วก็มองตามเจที่เดินออกไป กำลังจะกลับไปฟังบทสนทนาปัญญาอ่อนของเพื่อนโดยที่ไม่รู้ว่าจะฟังไปทำไม ก่อนจะถูกดึงความสนใจด้วยเสียงเตือนข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือเสียก่อน แต่หูก็ยังได้ยินแจ็คกับหยองพูดกวนประสาทไม้อยู่

 

“แล้ว A7 ที่มันซื้อมาเมื่อต้นปีอ่ะ”

 

“เอาไปบริจาคให้มหา’ลัยแล้ว รวยก็งี้”

 

จนในที่สุดไม้ก็เงยหน้าขึ้นมาด่า “ควาย กูมีปัญญาซื้อ 5D มาร์คสามได้ก็บุญหัวแล้ว”

 

“แหม ทำมาเปงพรูดดด” แจ็คยังไม่หยุด

 

“เอออออ กูรวย สาดดดด พอใจยัง”

 

“แต่ยังไม่เท่าบางคนว่ะ” อยู่ๆ บ๊วยที่นั่งเงียบมาสักพักก็พูดขึ้นมา

 

“ไหน ใคร ใครจะรวยกว่าไอ้ไม้อีก หา” แจ็คตบโต๊ะถอดหมวกแก๊ปเขวี้ยงลงพื้นแล้วตะโกนเสียงดังแบบโคตรเว่อร์จนหยองศอกเข้าให้

 

“มึงนี่ก็ขึ้นจังปกป้องอะไรขนาดนี้เป็นผัวไอ้ไม้หรือไง”

 

บ๊วยแค่ยิ้มๆ ไม่ได้ให้ความสนใจอะไรกับการถกเถียงของสองคนนั้นมาก เพราะเป้าหมายที่แท้จริงคือคนที่ก้มหน้าก้มตากดโทรศัพท์อยู่ต่างหาก “ก็เจ้าของซีสองร้อยสีขาวที่มารับพี่น็อตของพวกเรากลับบ้านทุกวันศุกร์ไงครับ”

 

เกิดความเงียบขึ้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนโย่งจะส่งเสียงแซวขึ้น แล้วก็ต้องเงียบในอีกไม่กี่วินาทีต่อมาเมื่ออาจารย์อาร์ตผลักเปิดประตูเข้าห้อง ตามมาด้วยเจที่เพิ่งออกไปก่อนหน้านี้

 

น็อตรีบก้มหน้าพิมพ์ตอบข้อความต่อให้จบ

 

พี่เชน: ตกลงเย็นนี้ว่าไง

 

‘เดี๋ยวผมบอกอีกทีนะ’

 

พี่เชน: 

อื้ม 

ตั้งใจเรียนนะครับ

 

น็อตยิ้มแล้วเลือกส่งสติ๊กเกอร์ไอ้หัวเหลืองนอนเกาก้นไปกวนประสาทคนอายุมากกว่า ก่อนจะเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกง

 

 

:

 

 

“อย่าลืมมาสอบกันนะครับเด็กๆ อาจารย์ขอโทษที่ต้องให้สอบแปดโมงแต่ไม่ว่างวันอื่นเลยจริงๆ รู้ว่าพวกนายไม่อยากตื่นเช้าแต่ก็สู้ๆ หน่อยนะ เพื่อคะแนน”

 

อาจารย์อาร์ตบอกแล้วโค้ง 90 องศา ขอโทษขอโพยนักศึกษาอีกครั้งโดยมีไอ้ชั่วแจ็คยืนถ่ายคลิปอยู่ ก่อนอาจารย์จะเดินออกไปในขณะที่พวกเขากำลังเก็บของ

 

“ตกลงใครไปบ้างอะคืนนี้กูจะได้บอกพี่พลอยไว้ ไม่รายงานตัวอดแดกฟรีนะครับ” หยองถามขึ้นโดยมีโย่งรีบชูมือขึ้นสุดแขนจนปากกาที่อยู่ในมือกระเด็นมากระแทกหัวเจที่นั่งอยู่ข้างๆ เขา เรียกเสียงหัวเราะจากพวกเพื่อนบ้าที่ปกติก็เอะอะหัวเราะกันอย่างกับเมากัญชาตลอดได้อีกระลอก

 

“แล้วมึงไปป่ะเจ” บ๊วยถาม

 

“ไปๆ”

 

“ไอ้พี่น็อตอะ”

 

“เออ..ไป”

 

เขาบอกบ๊วย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตอบข้อความที่ค้างไว้ตั้งแต่เมื่อสามสิบนาทีก่อนที่ยังอยู่ในคาบเรียน

 

พี่เชน: ตกลงเย็นนี้ว่าไงตัวเล็กกก

 

‘คงดื่มกับเพื่อนอะ’

‘สูงตั้ง 173 ไม่ได้ตัวเล็กเลยนะเว้ย’

 

พี่เชน: ก็ตัวเล็กกว่าพี่อยู่ดี

แล้วจะเสร็จกี่โมง

 

‘ประมาณเที่ยงคืนมั้ง’

 

 

น็อตได้ยินพวกเพื่อนคุยกันว่าสามทุ่มกลับเที่ยงคืนที่บลูบาร์จึงพิมพ์บอกอีกฝ่ายไปดังนั้น อ่านข้อความที่อีกฝ่ายบอกว่าจะมารับแล้วก็ตอบตกลงไป ก่อนจะหยิบเป้ขึ้นมาสะพายหลังแล้วยืนรอเจซึ่งกำลังวุ่นวายอยู่กับการส่งอีเมลอยู่ น่าจะทำเรื่องฝึกงานเหมือนที่มันบ่นๆมาช่วงนี้ว่าอยากส่งเพิ่มอีกสองสามที่แต่ก็กลัวไม่ทัน เพราะใกล้ถึงเวลาต้องฝึกแล้วจริงๆ

 

“พี่น็อต เดี๋ยวพวกกูจะไปกินชาบูหน้าม.กันก่อนอ่ะ มึงจะมาด้วยกันปะ” แจ็คถามขึ้น น็อตยังไม่ตอบแต่หันมองคนที่นั่งหน้ายุ่งอยู่หน้าคอมฯ เมื่อรอสักพักแล้วเจยังไม่พูดอะไรจึงพอเดาได้ว่าเมื่อครู่นี้เจอาจจะไม่ได้ยิน 

 

น็อตสะกิดถามเจเหมือนกับที่แจ็คถามมา

 

“ไม่อยากว่ะ กูอยากกินตามสั่งที่หอมึงอ่ะ”

 

และน็อตก็ตอบแจ็คไปอย่างที่เจตอบมา

 

“เคครับ งั้นไว้เจอกันสามทุ่มนะ”

 

“เออ เจอกัน”

 

 

น็อตบอกแล้วรอจนเจเสร็จธุระ ก่อนจะพากันเดินไปขึ้นรถตู้กลับหอ ให้เจนั่งเล่นนอนเล่นระหว่างรอข้าวที่สั่งขึ้นมาส่ง พอกินข้าวเสร็จก็ปล่อยเจนอนเอาแรงรอจนกว่าจะถึงเวลาตามที่พวกแจ็คนัดไว้

 

ใช้ชีวิตในแบบที่เคยเป็นด้วยความสบายใจค่อยๆ กลับมาสู่ระดับเดิมได้เสียที

 

 

:

 

 

 

น็อตเดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำในเสื้อผ้าชุดใหม่ขณะที่เจยังนอนเล่นเกมในโทรศัพท์อยู่บนเตียงในชุดนักศึกษาดังเดิม เขาหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาตอบข้อความล่าสุด ตอบคนทางนู้นที่เพิ่งบอกว่าติดงานด่วนคงมาไม่ได้แล้วไปว่าไม่เป็นไร ไว้ค่อยเจอกันวันอื่นก็ได้

 

จะว่าไปแล้วก็แอบโล่งใจเสียอีกทีวันนี้ไม่ต้องกลับบ้าน ถ้าไอ้เจมันเมาจะได้กลับมานอนห้องเขาแบบมีเขาอยู่ด้วยได้ ทิ้งกุญแจให้แล้วปล่อยมันอยู่คนเดียวทีไรกลับมาห้องเละทุกที

 

 

น็อตวางโทรศัพท์ลงที่เดิมแล้วหันหลังกลับเตรียมจะเดินเข้าห้องน้ำไปแขวนผ้าเช็ดตัว แต่แล้วกลับได้ยืนหยุดกับที่เพราะเจ

 

เพราะเจ

 

“สบู่ห่าอะไรของมึงวะกลิ่นแปลกๆ” เสียงทุ้มถามขึ้นหลังจากเพิ่งตรงเข้ามากอดเอวน็อตแล้วโน้มใบหน้าเข้ามาหอมแก้มเขาเต็มๆ

 

ความมั่นใจกับความสบายใจในบางเรื่องที่เพิ่งกลับขึ้นมาอยู่ระดับเดิมเริ่มแกว่งไหวอีกครั้ง

 

“สบู่มังคุดเชี่ยไรไม่รู้ ไอ้หยองเพิ่งซื้อมาฝากตอนมันกลับบ้านอาทิตย์ที่แล้ว”

 

น็อตตอบไปตามตรง พยายามทำเสียงให้ปกติ แม้รู้ว่าคงไม่เนียนเท่าไหร่เพราะสายตาคงปิดความรู้สึกไม่มิด

 

เพราะน็อตกำลังรู้สึก...ว่าไม่ควรจะปล่อยให้เจกอดอยู่แบบนี้

 

แต่ก็ทำใจไม่ได้ที่จะเห็นความผิดหวังในแววตาเจจึงได้แต่ยืนนิ่ง

 

“ไปกัน” รอจนเจผละออกไปเอง แล้วลากมือเขาจูงออกไปนอกห้องทันทีจนน็อตต้องเบรคไว้ก่อนเพราะต้องเก็บผ้าเช็ดตัว หยิบกระเป๋าเงินและใส่รองเท้า ก่อนพวกเขาจะลงไปชั้นล่างพร้อมกัน เดินข้ามถนนแล้วตัดเข้าซอยไปยังร้านเหล้าที่นัดกับเพื่อนไว้

 

 

 

:

 

 

บรรยากาศการรวมตัวของพวกเขายังคงเหมือนเดิมทุกอย่าง จะเว้นก็แต่

 

“ฮัลโหลๆ” แจ็คเดินเข้ามาหย่อนตัวลงนั่งบนที่วางแขนของโซฟาใกล้กับเจ โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้แล้วยกมือขึ้นเคาะหน้าผากจนเจต้องรีบถดคอหนีอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจและความกลัว แต่ก็ไปไหนไม่ได้ไกลเพราะน็อตนั่งเบียดอยู่ข้างๆ

 

“เชี่ยไรของมึง”

 

“ฮัลโหลๆ” แต่ไอ้แจ็คที่กำลังกรึ่มๆก็ยังทำแบบเดิมโดยเจก็ยังแสดงทีท่ารังเกียจไม่เปลี่ยน มีเสียงหัวเราะของเพื่อนๆคนอื่นดังขึ้นคลอเสียงเพลงในร้าน “นี่มึงคือไอ้เจจริงรึเปล่าวะ มึงเป็นใครกันแน่เนี่ย”

 

“ทำไม? กูทำไร”

 

“สองชั่วโมงเพิ่งสองแก้ว มึงมันไม่ใช่เจ ปกติป่านนี้ไอ้เจแม่งต้องเมาหลับนอนหนุนตักให้พี่น็อตตีตูดไปร้าวววว”

 

เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบวงในทันที

 

“กูเจเนี่ยแหล่ะ” เจตอบแล้วยกมือขึ้นผลักหัวแจ็คออกอย่างแรง แจ็คแกล้งทำร่างปลิวลงไปนอนทับไม้กับหยองซึ่งไม้ที่เริ่มเมาๆแล้วเอาแต่นั่งยิ้มตาเยิ้มก็ยกมือลูบหัวแจ็คไปพลาง มีหยองกับโย่งนั่งหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอยู่ข้างๆ เจยักคิ้วเหล่มองคนข้างตัว “ให้เป็นตาไอ้น็อตบ้าง”

 

“หืม? ตากูทำไม?”

 

“มึงดื่มไง” เจหันไปยักคิ้วทำยียวน แต่น้ำเสียงที่ใช้เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ทำให้น็อตต้องพยายามดึงตัวเองให้อยู่กับปัจจุบันไว้ให้ได้ “มึงดื่มบ้าง เอาให้เต็มที่เลย...เดี๋ยวกูดูแลมึงเอง” 

 

ปิดท้ายคำพูดด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่น็อตจะต้องรับแก้วมากมายจากแจ็คที่ลุกขึ้นมาชงให้ แล้วเริ่มดื่มสนุกไปด้วยบรรยากาศที่รายล้อมด้วยกลุ่มเพื่อนกับเสียงเพลง พยายามละทิ้งทุกความคิดหนักใจจนหมดสิ้น

 

 

 

 

 

ทว่าน็อตคอแข็งกว่าเจเยอะ เขาดื่มไปพอสมควรแล้วแต่ก็ยังมีสติครบถ้วนดีทุกอย่าง หลังจากลุกไปเข้าห้องน้ำรอบนึงก็ยิ่งกลับมาในสภาพปกติกว่าเดิม ในขณะที่เพื่อนรอบตัวเริ่มล้มตายทั้งที่เพิ่งห้าทุ่มได้หมาดๆ และมีท่าทีว่าน็อตกับบ๊วยจะต้องทำหน้าที่เก็บศพเช่นเคย

 

ที่จะต่างออกไปจากเดิมก็คงเป็นเจที่ผันตัวมาจากหนึ่งในศพกลายเป็นลูกมือคนใหม่ในคืนนี้

 

“กูไปเข้าห้องน้ำแป๊บ” เจบอกก่อนจะลุกเดินออกไป เหลือเพียงน็อตที่นั่งดื่มไปพลางกับเพื่อนที่ไม่เหลือสติเต็มที่สักคน ไม้กับโย่งนอนอืดอยู่บนเก้าอี้ หยองกับแจ็คออกเสต็ปแดนซ์อยู่กับพวกกลุ่มรุ่นพี่โต๊ะข้างๆ ส่วนบ๊วยออกไปสูบบุหรี่

 

แต่เดินกลับมายิ้มแป้นอย่างกับว่าไปได้อะไรมากกว่าบุหรี่มายังไงยังงั้น

 

“อะไรของมึง” น็อตถามเมื่อเห็นสายตาของเพื่อนดูแปลกๆไป เริ่มจะแน่ชัดในข้อสันนิษฐานตัวเองก่อนจะพบว่า...

 

“ซีสองร้อยสีขาวของใครว้าาา จอดอยู่หน้าร้าน”

 

มันผิดคาดไป

 

 

น็อตขมวดคิ้ว วางแก้วลงแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดดู พบข้อความที่ถูกส่งมาเมื่อสิบนาทีที่แล้วแต่เขาไม่เห็นเพราะไม่ได้รู้สึกว่าโทรศัพท์สั่น

 

 

พี่เชน:

ไปได้แล้วนะ ว่างแล้ว เดี๋ยวไปรับ

 

รถไม่ติดเลย น่าจะถึงเร็วกว่าเที่ยงคืนนะ

 

แต่ถ้ายังอยากดื่มกับเพื่อนต่อไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่จอดรถรอ

 

:

 

 

‘มันก็คงโอเคแล้วล่ะ’ น็อตนึกไปถึงบทสนทนากับไม้เมื่ออาทิตย์ก่อน 


ที่เขาปรึกษาไม้เรื่องเจ


‘แต่กูก็ไม่ค่อยสบายใจอยู่ดีว่ะ ไม่รู้ดิ่...’


‘เพราะอะไร เพราะมันไม่โวยวายอะนะ?’ ไม้ถาม ‘เออ กูยอมรับนะว่ากูก็แปลกใจ แต่...มันก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอวะที่เป็นแบบนี้’


‘กู...’


‘ถ้ามันยิ่งฟูมฟายกูว่าทุกอย่างจะยิ่งแย่นะ’ ก็จริงอย่างที่ไม้ว่า...น็อตเห็นด้วยจึงได้แต่นั่งเงียบ ไม้ตบไหล่เขาเบาๆ ‘เอาน่า ตอนนี้มันก็กลับมาเป็นเพื่อนมึงเหมือนเดิมแล้วน็อต เพื่อนที่มึงรักแล้วก็แคร์ที่สุด มันยังเป็นไอ้เจคนเดิมนั่นแหล่ะ...มึงอย่าไปคิดมากเลย’


‘ลืมไปแล้วเหรอว่ามันเป็นคนพูดเองทั้งหมดอ่ะ ทั้งเรื่องคบกับมึง บอกเองอีกว่าถ้าไม่เวิร์คก็จะกลับไปเป็นเพื่อนกัน มันพูดเองแล้วมันก็กำลังแสดงออกว่ามันรับผิดชอบคำพูดตัวเองอยู่ ก็ปกตินี่หว่า ไว้รอมันโวยวายสิมึงค่อยคิดมาก ใช้เหตุผลแบบนี้ก็ถูกแล้ว แม่งไม่ใช่เด็กๆกันละ’


‘ถ้าไอ้เจมันแสดงออกว่าโอเค ก็คือมันโอเคเว้ย เป็นเพื่อนกันมาตั้งนานทำเป็นไม่รู้ว่าคนอย่างมันเคยฝืนตัวเองได้ที่ไหนล่ะ’


‘นิสัยอย่างมันไม่มานั่งเก็บอะไรไว้ในใจหรอก’


:

 

“มึงจะกลับยังวะ” บ๊วยเอ่ยถาม น็อตเห็นเจเดินกลับมาที่โต๊ะพอดีจึงรอคำตอบจากเจก่อน

 

“มึงอยากกลับแล้วเหรอ?” ผิดคาดไปอีกเมื่อเจถามกลับ น็อตยักไหล่

 

“แล้วแต่มึงอะ”

 

“กูแล้วแต่มึง”

 

น็อตนิ่งเงียบไปเหมือนน้ำท่วมปากชั่วขณะ โดยที่บ๊วยยังมองหน้าเขาสลับเจอยู่อย่างนั้น ไม่ใช่อะไร...

 

น็อตก็แค่ไม่ชินกับการเป็นฝ่ายเลือกเมื่ออยู่กับเจ

 

“กลับเลยก็ได้”

 

 

 

พวกเขาบอกลาบ๊วยที่รับประกันว่าจะรับมือกับสี่ผีแจ็คหยองไม้โย่ง คนเดียวได้แน่นอนเพราะมีแรงจากรุ่นพี่โต๊ะข้างๆ รอช่วยอยู่ เดินออกมาจากร้านพร้อมกับเจแล้วเอ่ยถามเพื่อนเมื่อพ้นเสียงดนตรีหนักๆ ที่ทำให้ต้องตะโกนคุยกันมาตลอดเมื่ออยู่ในร้านจนเจ็บคอ

 

“นอนห้องกูป่าว หรือจะกลับบ้าน” เป็นครั้งที่สองที่น็อตได้ถามแบบนี้เพราะปกติแล้วเจจะเมาพับจนเขาต้องแบกมันกลับไปนอนที่ห้องเขาเองเสียทุกครั้ง

 

“น็อต!”

 

ทว่านี่คงเป็นครั้งแรกที่เจกับเชนจะได้เจอกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“พี่เชน” น็อตไม่รู้เลยว่าทำไมความรู้สึกข้างในของเขามันถึงไม่ปกติเอาเสียเลยเมื่อเอ่ยปากทักทายคนที่เพิ่งเดินเข้ามา ก่อนจะหันไปหาเจที่ยืนอยู่ข้างๆ “มึง นี่พี่......เจ!! ไอ้เจ!!!”

 

 

 

 

น็อตตะโกนออกไปสุดเสียงอย่างลืมตัวว่ามันจะเรียกความสนใจจากคนที่ยืนอยู่หน้าร้านได้มากแค่ไหน 

 

เขารีบก้าวยาวๆตามเจไป ก่อนใจจะหล่นวูบแล้วในอกที่ว่างเปล่าจะถูกเติมเต็มด้วยความหวาดกลัวทันทีเมื่อคนที่เดินหนีเขาไปกำลังวิ่งข้ามถนนหกเลนที่มีรถวิ่งผ่านไปตลอดมาอย่างไม่ใส่ใจอะไรทั้งนั้น

 

“ไอ้เจ!!”

 

เสียงของน็อตไม่อาจดังได้เท่าเสียงแตรรถบนถนนที่กำลังรัวใส่การกระทำบุ่มบ่ามของเจ

 

 

แต่ถึงจะว่าเจทำอะไรไม่คิดแล้ว น็อตเองก็ไม่ต่างกัน เขารีบข้ามถนนตามอีกคนไปโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเอง ปล่อยคนที่มารอให้ยืนคอยอยู่อีกฝั่ง น็อตรีบวิ่งไปหาจนประชิดตัวเจได้เมื่ออยู่บนฟุตบาทแล้ว เขาตรงเข้าไปคว้าข้อมือเจอย่างแรงแล้วตะคอกเสียงไปตามอารมณ์ที่ร้อนจนแทบระเบิด

 

“มึงทำเหี้ยอะไร! ข้ามถนนเชี่ยอะไรอย่างนั้นมันอันตรายนะคิดไม่ได้อ่อวะ!” 

 

จะทำให้กูเป็นห่วงไปถึงไหน

 

น็อตปล่อยมือออกเมื่อเห็นว่าเจไม่มีท่าทีที่จะเดินหนีแล้ว แม้จะยังไม่หันมาหาเขาและยังไม่เปิดปากพูดอะไรสักคำ

 

แต่สุดท้ายเจก็เดินหนีเขาไปอีก

ท่าทีของเจทำให้น็อตอารมณ์เสียหนักกว่าเดิม เขาวิ่งตามไปดักหน้าแล้วยกมือขึ้นผลักไหล่เจอย่างแรงด้วยอารมณ์ เพราะจริงๆแล้วน็อตก็ไม่ได้ตั้งใจว่าจะออกแรงไปมากขนาดนั้น น็อตไม่เคยคิดอยากจะทำให้เจต้องเจ็บอยู่แล้ว

 

แต่น็อตกำลังโมโห

 

 

“มึงเป็นอะไรของมึงเนี่ย!”

 

 

 

 

และเพราะเจก้มหน้าอยู่

 

น็อตจึงไม่ได้เห็นสีหน้าของเจ

 

 

 

ทว่าเสียงสั่นเครือที่พูดออกมาอย่างแผ่วเบาจนแทบจะหายไปอากาศ

 

น็อตได้ยินมันชัดเจน

 

 

 

“กูรักมึงอะน็อต...”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

‘ถ้ามันไม่ไหวยังไงก็กลับมาเป็นเพื่อนกัน'



‘ยังไงกูก็รักมึงอยู่แล้ว'




'ชิวดิ่วะ วันนั้นเราสัญญากัน กูยังจำได้เว้ย กูทำได้ มึงจำได้ป่าว ถ้ามันไม่ไหวยังไงก็กลับมาเป็นเพื่อนกัน’



'ยังไงกูก็รักมึงอยู่แล้ว'

 

 

 

 

“กูรักมึง...”

 

“…”

 

“และกูทำไม่ได้”

 

 

“…”

 

 

“กู..กูพยายามแล้วนะ” เสียงเจสั่นกว่าเดิมจนแทบจับใจความไม่ได้ “แต่กูทำไม่ได้...กูเป็นเพื่อนมึงไม่ได้อะน็อต กูเป็นไม่ได้จริงๆ...กูขอโทษ..”

 

 

ไม่...ไม่ต้องขอโทษเจ

 

มึงไม่ได้ทำอะไรผิดเลย

 

คำพูดเหล่านี้ติดอยู่ที่ปากเท่านั้น เพราะเจยังเก่งกว่าน็อตมาก...

 

กับการพูดออกมาได้ทั้งที่ยังร้องไห้อยู่ไม่ต่างกัน

 

 

“มึงรู้มั้ยว่ากูพยายามหลอกตัวเองมาตลอดเลย”

 

“…”

 

“ตั้งแต่วันที่มึงบอกเลิกกู” น็อตมองใบหน้าของเพื่อนที่เขารักมากที่สุดเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาผ่านม่านตาที่พร่ามัว เจกำลังแค่นยิ้มออกมา “กูยังยิ้มให้มึงได้เพราะกูยังหลอกตัวเองว่าเรายังเป็นแฟนกัน กูมีความสุขได้เพราะกูคิดอย่างนั้น กูแม่งโคตรโง่อะ  กูรู้ตัว แต่กูก็ยังอยากที่จะคิดอย่างนั้น”

 

“เพราะแค่กูคิดถึงความจริงที่ว่าว่าเราเลิกกันกูก็เจ็บจนไม่อยากทำอะไรแล้วอะน็อต และเพราะเป็นอย่างนั้นกูเลยยอมโง่อยู่อย่างนี้...แต่...เมื่อกี้นี้...พอเห็นเขาแล้ว..”

 

 

“กูหลอกตัวเองต่อไปไม่ไหวเลยว่ะ”

 

 

 

น็อตเข้าใจแล้ว

 

 

น็อตรู้แล้วว่าที่ผ่านมาเขาไม่ได้เข้าใจผิดเลย

 

 

ท่าทีของเจที่เหมือนจะปกติแต่ก็ไม่ปกติ...ทำให้เขาไม่อาจเบาใจได้เต็มที่อย่างที่ใครบอก และในตอนนี้ น็อตเข้าใจแล้วว่าเพราะอะไร

 

 

เพราะน็อตรู้จักเจดีกว่าใคร

 

และเพราะเจ...ยัง...

 

 

“กูจำได้นะว่ากูพูดอะไรไว้” น้ำเสียงของเจยังสั่นเครือและปะปนไปด้วยเสียงสะอื้นที่ทำร้ายน็อตไม่ต่างกัน “กูก็อยากรักมึงให้ได้ในแบบที่มึงต้องการ กูอยากให้มึงสบายใจอ่ะ แต่กูทำไม่ได้...คือถ้าเลือกได้กูก็ไม่อยากรู้สึกแบบนี้เลยว่ะน็อต กูโคตรเจ็บเลย...กูเจ็บจนกูทนไม่ไหวแล้วอะ กูต้องทำยังไงดีอะน็อต... กูก็อยากรักมึงให้น้อยกว่านี้อะ กูอยากทำได้จริงๆนะ กูขอโทษ กูผิดเอง...”

 

เสียงสะอื้นดังขึ้นไม่หยุดจนเจพูดต่อไม่ได้ หลังจากที่เจยื่นมือมาจับมือน็อตแล้วบีบมันไว้แน่น น็อตพบว่าเขาเองก็กำลังร้องไห้หนักไม่แพ้กัน...จนเขาไม่สามารถพูดอะไรได้เช่นกัน

 

ทำได้พูดในใจ

 

 

 

 

มันไม่ใช่ความผิดมึง


และมันไม่ใช่ความผิดกู



ไม่ใช่ความผิดใครทั้งนั้น



แต่เราก็แค่ต้องเป็นเพื่อนกัน


เราก็แค่เข้ากันไม่ได้



:

 

 

น็อตรักเจมากและพร้อมให้เจได้ทุกอย่าง

 

ในฐานะเพื่อน

 

 

น็อตเพิ่งรู้ความจริงข้อนี้แน่ชัดเมื่อได้ลองคบเป็นแฟนกับเจ

 

 


‘เป็นเพื่อนกันกูให้มึงได้เต็มร้อยอ่ะ แล้วกูก็ไม่มายด์ด้วยว่ามึงจะให้หรือไม่ให้อะไรกู กูไม่มีความคาดหวังอะไรทั้งนั้น อย่างเดียวที่กูต้องการจากมึงคือได้รู้ว่ามึงมีความสุขที่มีกูเป็นเพื่อนอะ’

 

แต่พอเราอยู่ในฐานะแฟน

 

พอน็อตเริ่มต้องการและเรียกร้องบางอย่างจากเจ

 

ในแบบที่เจให้ไม่ได้

 

 

กลไกธรรมชาติของมนุษย์ก่อให้เกิดความรู้สึกผิดหวัง

 

 

 

แต่น็อตก็ไม่อยากให้เจฝืนต้องทำอะไรให้น็อตในแบบที่เจไม่เคยทำให้ น็อตอยากได้รับการดูแลบ้างก็จริง แต่น็อตไม่ได้รู้สึกว่ามันต้องมาจากเจเท่านั้น และนอกเหนือจากเหตุผลอื่นใด มันคือความรู้สึกของน็อตเองที่เปลี่ยนไม่ได้

 

เปลี่ยนไม่ได้

เหมือนกับความรู้สึกของเจที่มันก็คงเปลี่ยน...ไม่ได้

 

 

 

 

‘ความสัมพันธ์ของพวกมึงมันคือแก้วใบนี้’


‘…’


‘ที่วางอยู่ตรงนี้’



แก้วใบนี้คือแก้วที่อยู่ในมือแจ็ค ตรงนี้ที่แจ็คพูดถึงคือตรงขอบโต๊ะ ซึ่งก้นแก้วครึ่งหนึ่งอยู่เลยออกมา



และน็อตรู้ว่าถ้าแจ็คปล่อยมือออก แก้วใบนี้จะหล่นลงพื้นแน่นอน




และตอนนี้น็อตก็เพิ่งได้รู้...ว่าเมื่อตอนนั้นที่เขาคิดว่าเขาทำแก้วใบนี้แตกไปในวันที่บอกเลิกเจ

 

เขาคิดผิด

 

 

เพราะอันที่จริงแก้วมันแตกไปตั้งนานแล้ว

 

ตั้งแต่วันนั้นที่เขายอมตามใจเจ

 

‘คบกับกูนะ’

 

‘เอออออ’

 

ตั้งแต่วันนั้น

 

ไม่มีอะไร จะมีทางเหมือนเดิมได้อีกแล้ว

 

 

 

 

“กูขอโทษนะน็อต ฮึก...กูขอโทษ”

 

“ไม่...ไม่...มึงไม่ต้องขอโทษ มึงไม่ผิดเจ มึงไม่ผิด”

 

 

 

ตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมา ทุกคืนที่ต้องตื่นมาพร้อมกับความจริงตอกย้ำในใจว่าเขาเลิกกับน็อตแล้ว เจรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่สามารถเยียวยาความเจ็บปวดนี้ได้ และเขายังหวังจะให้สิ่งนั้นช่วยรักษาเขา แม้จะรู้ว่าเป็นไปไม่ได้

 

สิ่งนั้นคือความรักของน็อตในแบบที่เจต้องการ

 

 

แค่มีน็อต 

 

แค่น็อตเดินกลับมาบอกว่าจะคบกับเจในแบบที่เจต้องการ

 

 

เจมั่นใจว่าเขาจะดีขึ้นได้ในทันที ถ้ามันเป็นแบบนั้น

และเขาก็อยากให้มันเป็นแบบนั้น 

 

 

 

 

แต่แม้ว่าตอนนี้น็อตจะกำลังกอดเจอยู่ แม้น็อตจะร้องไห้...แต่คำพูดของน็อต ย้ำเจอีกครั้งว่าความเป็นไปได้ในสิ่งที่เจฝันอยู่เท่ากับศูนย์

 

 

 

 

“กูเข้าใจว่ามันยาก...กูเข้าใจ”

 

“…”

 

“ไม่เป็นไรนะเจ”

 

 

 

น็อตเข้าใจ

 

แค่เข้าใจ

 

 

แต่ไม่ได้มีโอกาสให้เจกลับไปเป็นคนรักของน็อตอีกแล้ว

อยากเจ็บน้อยลงต้องทำยังไง เจหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เลย

 

 

 

 

***

‘กูขอเวลานะน็อต’

‘…’

‘กูจะกลับมา..ซักวัน...กลับมาเป็นเพื่อนกันกับมึงเหมือนเดิม’

‘กูรอมึงได้อยู่แล้ว’

***

 

 

สามเดือนต่อมา

 

 

'ไอ้น็อต มึง'

 

'ว่าไง'

 

'เสาร์อาทิตย์นี้ว่างปะ'

 

'แป๊บนะ....ว่างอยู่ มีไรวะ'

 

'ไปเชียงใหม่กัน'

 

'หืม?'

 

'ไปป่ะๆ ไปกับกูหน่อย จะจองตั๋วแล้วเนี่ย สองที่นั่งโปรโมชั่น คนละสองพัน..กับอีกหกบาท สัส เดี๋ยวกูออกหกบาทนี่ให้เอง มึงไปมั้ย?'

 

'แล้วที่พักอ่ะ'

 

'ไปเดินๆหากันเอาก็ได้ แบบที่มึงกับกูชอบทำอะ'

 

'ถ้าหาไม่ได้ก็ไปนอนที่ร้านกาแฟอะนะ5555'

 

'เออ5555 แล้วตกลงไปปะ?'

 

 

:

 

 

'เจอกันดอนเมืองตีห้าสี่สิบนะ'

 

'โอเค'

 

'ให้กูไปรับที่คอนโดมั้ย'

 

‘ไม่เป็นไรๆ'

 

 

:

 

 

บทสนทนาทางโทรศัพท์จากเพื่อนที่ไม่ได้เจอและไม่ได้คุยตลอดช่วงฝึกงานที่ผ่านมาทำให้น็อตยิ้มออก

 

 

‘กูขอเวลานะน็อต’


‘…’


‘กูจะกลับมา..ซักวัน...กลับมาเป็นเพื่อนกันกับมึงเหมือนเดิม’


‘กูรอมึงได้อยู่แล้ว’

 

 

 

และน็อตได้ยิ้มกว้างมากกว่าเดิมเมื่อเห็นคนที่กำลังยืนรอวิ่งสะพายเป้เข้าประตูสนามบินมา เขาไม่ได้คิดอะไรทั้งขณะที่อ้าแขนรับอีกฝ่ายเข้าสู่อ้อมกอดที่แสนคิดถึง

 

:

 

 

 

"ถ้าไม่ได้เหมารถมากูจะชวนมึงนอนโฮมสเตย์ข้างบนนี้ละ"

 

หลังเครื่องลงจอดตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า พวกเขาก็เหมารถแดงขึ้นมายังที่แม่กำปองอย่างที่เคยทำ มาที่เดิมที่เคยมาเที่ยวด้วยกันสองสามครั้งแล้วเพราะเจกับน็อตมาเที่ยวเชียงใหม่ค่อนข้างบ่อย น็อตรีบเคี้ยวไส้อั่วกับข้าวเหนียวในปากให้หมดเพื่อจะได้ตอบคำพูดของคนที่นั่งข้างตัวอยู่ตรงริมถนนบนเนิน "ไอ้ห่า โฮมสเตย์ลุงแช้มป่ะ กับข้าวเค็มสัส”

 

เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมๆกันในบรรยากาศที่มีเพียงเสียงธรรมชาติรอบตัว

 

"เออ ไข่เจียวแม่งเค็มเหี้ยๆ ยังกะเอาไข่เค็มมาทอดให้กิน" เจว่าแล้วยื่นมือมาดึงถุงข้าวเหนียวกับหมูทอดบนตักน็อตไปกินต่อ "ตอนกลางคืนหนาวด้วย"

 

"เออ ฝนตกแล้วหลอนชิบหาย" น็อตเสริม ก่อนจะหันไปชำเลืองมองเจนิดๆด้วยสายตาเชิงล้อเลียน "คือกูก็เฉยๆอ่ะนะ แต่ตอนนั้นก็มีไอ้บ้าตัวนึง สะดีดสะดิ้งกลัวผี--"

 

"กะล้อกูเรื่องนี้ไปสิบปีเลยว่างั้น"

 

เจบอกแบบนั้น แต่กลับมีรอยยิ้มเต็มใบหน้าซึ่งทำให้น็อตยิ้มกว้างมากกว่าเดิม

 

จากนั้นไม่นาน พวกเขาลุกขึ้นแล้วตัดสินใจกันว่าจะเดินขึ้นไปบนเนิน ไปยังร้านชมนกชมไม้กันไหมเพราะเคยไปมาแล้วและแอบขี้เกียจเดิน แต่สุดท้ายก็ตกลงไปกันอีกครั้งเพราะไหนๆก็อุตส่าห์นั่งรถมาถึงที่นี่แล้ว

 

ในร้านค่อนข้างคับคั่งเพราะเป็นเวลาบ่ายวันเสาร์ ไม่เหลือที่นั่งในร่มให้พวกเขา เจกับน็อตจึงต้องไปนั่งตรงริมม้านั่งด้านนอกที่น่าหวาดเสียวจะตกลงไปได้ทุกเมื่อ

 

"มีสัญญาณโทรศัพท์ปะวะ" น็อตถามเจที่กำลังนั่งดูดชาเย็นมองวิวภูเขาอยู่เงียบๆ เพราะมือถือของเขาฝากชาร์จอยู่กับพาวเวอร์แบงค์ของเจที่อยู่ในกระเป๋าสะพายอีกฝ่าย เจหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาดูแล้วส่ายหน้า

 

"ไม่มีว่ะ" แต่ก็ยังไม่เก็บลงกระเป๋าไป เขากดเลือกเมนูถ่ายภาพ เลือกเป็นกล้องหน้าแล้วยื่นแขนออกไปพร้อมกับขยับไปนั่งชิดกับน็อต "ถ่ายรูปกัน"

 

น็อตมองภาพที่อยู่ในเฟรมแล้วก็ขมวดคิ้ว "ไอ้ห่า เห็นแต่คนแบบนี้ถ่ายที่กรุงเทพก็ได้มั้ง"

 

"กูก็ยืดแขนสุดได้แค่นี้อ่ะ จะให้เห็นภูเขาไหมล่ะ" เจบอกแล้วขยับปรับองศาการถือจนตอนนี้เหลือแต่หน้าผากของพวกเขาที่ขอบด้านล่างสุดของเฟรม ข้างบนเป็นท้องฟ้าทั้งหมด

 

แล้วเจก็กดชัตเตอร์รัวๆ ให้น็อตนั่งด่าต่อไป ด่าหนักกว่าเดิมเมื่อเจขยับกล้องมาใกล้ๆหน้าน็อตแล้วรัวไปอีกเกินสิบรูป น็อตถดตัวหนีจนเสียการทรงตัวและเกือบจะตกจากม้านั่งที่ไม่มีพนักพิง แต่ยังดีที่เจยื่นแขนออกไปประคองตัวไว้ทัน

 

 

:

 

 

พวกเขาเดินกลับมาที่รถตอนสี่โมงครึ่ง จับจองที่นั่งบนรถแดงคนละฝั่ง

 

"พาวเวอร์แบงค์มึงพังปะ ทำไมชาร์จได้แค่นี้วะ" น็อตขมวดคิ้ว ถามขณะรถกำลังแล่นออกไป เขาฝากไอ้เจชาร์จมาตั้งแต่นั่งรถขามาแต่ก็ยังไม่ยักกะเต็ม 100% ทว่าก็แค่ถามเพราะสงสัย ไม่ได้อยากได้คำตอบจริงจังอะไรจึงปล่อยผ่านเมื่อเจเพียงแค่ยักไหล่ไม่ได้ตอบอะไร น็อตหยิบหูฟังขึ้นมาสวมแล้วนั่งฟังเพลง ในขณะที่เจนอนเหยียดตัวแล้วงีบหลับ

 

กว่าจะกลับเข้ามาถึงในเมืองก็มืดแล้ว เจชวนน็อตกินข้าวที่ร้านต๋อง ยัดอาหารมากมายลงท้องจนอิ่มจุกเหมือนเดิมแล้วกลับไปอาบน้ำที่โรงแรมก่อนออกไปหาร้านนั่งดื่มเบียร์ โดยคราวนี้พวกเขาเลือกจะลองร้าน craft beer แถวๆซอยโรงแรมแทนร้านราคาประหยัดที่ไปเป็นประจำ เพื่อที่จะพบว่ามันโคตรไม่ใช่แนวและลงเอยที่การแวะซื้อเบียร์กระป๋องกลับไปดื่มต่อที่ห้องแทน

 

"มึง กูฉี่แป๊บ"

 

"เออๆ เดี๋ยวกูขึ้นไปรอบนดาดฟ้าแล้วกัน"

 

"เฮ้ย แป๊บเดียวเอง"

 

"กูจะดูดบุหรี่ ไว้มึงก็ตามมาดิ่ อย่าบอกนะว่าไม่อยากเดินขึ้นคนเดียวเพราะกลัวผี"

 

น็อตยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆและทำสีหน้าล้อเลียนจนโดนเจผลักหัวออก เขาหัวเราะ

 

"เออ เดี๋ยวกูรออยู่นี่แหล่ะ"

 

น็อตทิ้งตัวลงนอนกับเตียงเพื่อรอเจซึ่งใช้เวลาไม่ถึงนาทีก็ออกมา

 

พวกเขาเดินขึ้นไปยังดาดฟ้าของโรงแรมซึ่งไม่มีใครอื่น เจเปิดกระป๋องเบียร์ส่งให้น็อต เปิดให้ตัวเองอีกหนึ่ง ก่อนจะเคาะบุหรี่ออกมาคาบไว้หนึ่งมวน คลำกระเป๋ากางเกงหาไฟแช็คทว่าก็ไม่พบจึงถามคนข้างตัวที่กำลังทำแบบเดียวกัน "มึงมีไฟแช็คปะ"

 

"ไม่มีว่ะ สงสัยลืมไว้ที่ห้อง มึงอะ"

 

"เหมือนกัน" เจดึงบุหรี่ออกจากปากแล้ววางลงบนกล่องบุหรี่ที่อยู่บนพื้น เขาลุกขึ้นพร้อมกับหยิบกระป๋องเบียร์ติดมือมาด้วย "เดี๋ยวกูลงไปเอาให้"

 

"โอเค"

 

:

 

เจยกกระป๋องเบียร์ดื่มไปพลางระหว่างทางเดินขึ้นลงจนมันพร่องไปเล็กน้อย เขากลับขึ้นมาที่ดาดฟ้าและพบว่าที่ที่เขากับน็อตเพิ่งนั่งด้วยกันในตอนนี้ว่างเปล่า มีเพียงกล่องบุหรี่ของเจที่วางอยู่

 

จนเมื่อมองไปอีกฝั่ง จึงได้เห็นว่าน็อตยืนคุยโทรศัพท์อยู่

 

และเมื่อเดินเข้าไปใกล้ ได้ยินเสียงน็อต จึงพบว่าที่ตรงนี้

 

"อืม พี่เชนก็ไปนอนได้แล้วน่า ดึกแล้ว"

 

ไม่มีอากาศให้หายใจ

 

:

 

'เจ แล้วถ้าสุดท้ายเราไปกันไม่ได้ล่ะวะ'


'...'


'กูกลัวจริงๆนะ กูรักมึงมากอ่ะ มึงรู้ใช่มั้ย มึงเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของกู...'


'เราก็กลับมาเป็นเพื่อนกันไง'


'...'


'ถ้ามันไม่ไหวยังไงก็กลับมาเป็นเพื่อนกัน' เจบอกแล้วดึงน็อตเข้ามากอดแน่น เขาจรดริมฝีปากลงข้างขมับอีกฝ่าย...ด้วยสิทธิ์ที่มีในสถานะคนรักที่เพิ่งได้รับมา ด้วยความรู้สึกในใจที่เก็บไว้มานานและอยากจะทำแบบนี้มาตลอด 'ยังไงกูก็รักมึงอยู่แล้ว'


:

 

เจรู้สึกได้ถึงเครื่องดื่มเย็นๆไหลชุ่มมือเขาออกมาจากกระป๋องซึ่งถูกบีบจนเสียรูป




'ไอ้น็อต มึง'


'ว่าไง'


'เสาร์อาทิตย์นี้ว่างปะ'


'แป๊บนะ....ว่างอยู่ มีไรวะ'


'ไปเชียงใหม่กัน'


'หืม?'


'ไปป่ะๆ ไปกับกูหน่อย จะจองตั๋วแล้วเนี่ย สองที่นั่งโปรโมชั่น คนละสองพัน..กับอีกหกบาท สัส เดี๋ยวกูออกหกบาทนี่ให้เอง มึงไปมั้ย?'


'แล้วที่พักอ่ะ'


'ไปเดินๆหากันเอาก็ได้ แบบที่มึงกับกูชอบทำอะ'


'ถ้าหาไม่ได้ก็ไปนอนที่ร้านกาแฟอะนะ5555'


'เออ5555 แล้วตกลงไปปะ?'


'อยากไปอะ เอางี้ เดี๋ยวกูคุยกับพี่เชนก่อนแล้วมาบอกอีกทีนะ'




:



 

'เจอกันดอนเมืองตีห้าสี่สิบนะ'


'โอเค'


'ให้กูไปรับมั้ย'


'ไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวพี่เชนไปส่ง’



 

 

เคร้ง!!

 

"..."

 

เจอยากเรียกคืนการกระทำของตัวเองในวินาทีเดียวกันกับที่เขาเพิ่งทำมันลงไป

 

สายตาของเขามองตรงไปยังกระป๋องเบียร์ที่ตัวเองเพิ่งขว้างทิ้ง เห็นจากหางตาว่าน็อตนิ่งไปสักพัก พูดอะไรบางอย่างเพียงเบาๆแล้วกดตัดสาย เก็บโทรศัพท์

 

ก่อนจะเดินกลับมาหาเขา

 

 

 

 

กอดเขาไว้

 

เขาที่กำลังจะยืนไม่ไหว

 

 

 

 

ฉันมันผิดเอง หมดเลยหมดใจไปรักเธอ

 

แต่มันไม่เหมือนเดิม

 

พร้อมกันที่เธอรู้แล้วว่าฉันยังไม่ใช่

 

ไม่เหมือนเดิมมาตั้งนานแล้ว

 

ขอเป็นอย่างเดิม เธอทวงคำนั้นที่พูดไป

ได้ไหมยังเป็นเพื่อนกันเสมอ

 

ไม่ได้

 

ไม่ได้จริงๆ

 

"เจ"

 

เจได้ยินเสียงที่เรียกเขาเบาๆ หลังจากที่เขาเพิ่งผลักน็อตออกไปแล้วเดินห่างออกมา

 

ทิ้งระยะห่างไว้ให้มาก

 

ให้มันมากเท่ากับสถานะของพวกเขาในตอนนี้

 

เขาหันกลับไปมองน็อตที่ยืนมองเขามาด้วยแววตาหมองหม่นได้เพียงครู่เดียวก็ต้องหันไปทางอื่นเพราะคงรับมือกับสถานการณ์นี้ได้ยากกว่าเดิมหากร้องไห้ออกมาจริงๆ ได้แต่นึกสมเพชตัวเองในใจที่กลับมารู้สึกแบบนี้อีกครั้ง ทั้งที่คิดว่าทำใจได้แล้ว

 

ทั้งที่คิดว่าจะเลิกรู้สึกอยากร้องไห้เวลาเห็นหน้าน็อตได้แล้ว

 

"กูขอโทษ..." เจพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เขาแค่นยิ้มออกมาขณะที่เสมองไปทางอื่น "กูผิดเองที่ทำไม่ได้ กูผิดเองที่รักมึง.."

 

"..."

 

"กูผิดเองเว้ยน็อต... กู..."

 

เจยกมือทั้งสองข้างขึ้นเสยผมตัวเอง เขาถอนหายใจออกมาพร้อมกับน้ำตาที่เปรอะเปื้อนเต็มใบหน้า ได้แต่ถามตัวเองซ้ำๆว่าทำไม

 

ทำไมวันนี้ยังเจ็บเหมือนกับวันนั้น

 

'เจ กูขอโทษ..'


'เฮ้ย ขอโทษทำไม'


'...'


'ชิวดิ่วะ วันนั้นเราสัญญากัน กูยังจำได้เว้ย กูทำได้ มึงจำได้ป่าว ถ้ามันไม่ไหวยังไงก็กลับมาเป็นเพื่อนกัน' เจบอกแล้วดึงน็อตเข้ามากอดแน่น เขาเบือนหน้าหนีให้ออกห่างจากใบหน้าของน็อต ห้ามตัวเองไม่ให้จรดริมฝีปากลงข้างขมับอีกฝ่ายอย่างที่ใจอยากทำ...อย่างที่เคยได้ทำ เพราะไม่มีสิทธิ์อีกแล้วในสถานะเพื่อน  'ยังไงกูก็รักมึงอยู่แล้ว'

 

เจได้แต่คิดว่าทำไมวันนี้ยังเจ็บเหมือนกับวันนั้น

 

และทำไมวันนี้

 

'คบกับกูนะ'

 

'เอออออ'

 

ยังคงรักน็อตเหมือนวันนั้น

 

 

***

 

 

‘จูบหน่อยดิ'

 

‘...'

 

‘กูกับมึงเป็นแฟนกันแล้วนะเว้ย'

 

น็อตกะพริบตาปริบๆ มองคนที่ยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดแก้มแดงแจ๋ตาเยิ้มเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลอยู่ตรงหน้า และเพิ่งพูดประโยคทั้งหมดนั้นด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะชวนต่อยกันมากกว่าจะขอจูบ

 

แต่น็อตก็ไม่ได้เหลือเวลาให้คิดอะไรอยู่นาน เพราะเจก็คือเจคนเดิม 

 

เอาแต่ใจตัวเองมายังไงก็เอาแต่ใจตัวเองอย่างนั้นในทุกเรื่องที่เป็นไปได้

 

 

 

‘…’

 

‘อื้อ...’

 

 

 

ทว่าจะให้น็อตยืนอยู่เฉยๆแล้วโดนเจมันจูบเอาๆแบบนี้แม่งก็โคตรไม่ใช่น็อตเลยเหมือนกัน

 

 

 

 

 

น็อตไม่ได้ใส่ใจจะนับเวลาว่าเขาจูบเจนานเท่าไหร่ ก็พอจะรู้ว่านานพอตัวเพราะกว่าจะผละออกก็ตอนที่ทั้งเขากับเจรู้สึกได้ว่าเมื่อยปากจนต้องพัก แล้วเปลี่ยนไปจูบตรงอื่นแทน จูบไปจูบมา ก็ไม่รู้ว่าสุดท้ายลงเอยแบบนั้นได้อย่างไร

 

ลงเอยในแบบที่พวกเขาทั้งคู่ต่างพากันลงมานอนกลิ้งกันอยู่บนเตียงในห้องน็อตอยู่ตลอดทั้งคืน

‘กูกลัวความรู้สึกของการไม่มีบางอย่างอีกต่อไปแล้วตลอดเลยว่ะน็อต’

'...'

‘เพราะเคยมี...ก็เลยไม่อยากให้มันหายไป’

 

 

 

:

 

 

 

เจดับบุหรี่มวนสุดท้ายที่เหลืออยู่ ทอดสายตามองควันสุดท้ายจนมันสลายรวมกับอากาศ

 

 

เขาหันมองกลับไป ผ่านกระจกระเบียงที่กั้นระหว่างเขากับน็อตที่นอนอยู่ในห้องพัก

 

 

ก่อนจะกลับมาเอนหลังพิงกับกำแพงดังเดิม

 

 

ปล่อยความรู้สึกให้ระบายออกมาในทางที่เขาทำได้และทำมาตลอดโดยไม่ทำให้น็อตกังวลใจ

 

ในความเงียบงัน

 

 

เจไม่คิดว่าเขาจะเจ็บนานจริงๆ

 

สามเดือนนี่ไม่ได้ถือว่านานเลย มันไม่แปลกจริงๆที่เขาจะยังทำใจไม่ได้ เจแค่รู้สึกว่ามันนานเพราะแต่ละวันมันผ่านไปช้ามากกว่า...ทว่ามันยังไม่นานจริงๆ

 

 

และอีกไม่นานเจคงกลับไปเป็นเพื่อนน็อตได้ เจเชื่ออย่างนั้น

 

 

 

เพราะน็อตยังทำให้เจรู้สึกได้เสมอว่าน็อตพร้อมจะเป็นเพื่อนเจ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาน็อตไม่เคยเปลี่ยน...น็อตรักเจในฐานะเพื่อนมาเสมอ เจเข้าใจดี...เข้าใจ

 

 

และอีกไม่นานเจคงกลับไปเป็นเพื่อนน็อตได้

 

สักวันเจจะได้เป็นผู้ใหญ่ที่มองย้อนกลับมายังเรื่องราวนี้โดยที่ไม่รู้สึกอะไรอีก

 

 

อีกไม่นาน 

 

สักวัน

 

 

'วันนั้นเราสัญญากัน กูยังจำได้เว้ย กูทำได้ มึงจำได้ป่าว ถ้ามันไม่ไหวยังไงก็กลับมาเป็นเพื่อนกัน’



'ยังไงกูก็รักมึงอยู่แล้ว'

 

 

 

สักวัน

 

 

“ฮึก...”

 

 

 

 

แค่มันยังไม่ใช่วันนี้

 

 

 

end.

 

talk.

 

;_;

 

มันก็ไม่ใช่ฟิคดราม่าอะไร ยังตอบตัวเองไม่ได้ว่าทำไมถึงอินกับพล็อตนี้ทั้งที่ก็ไม่เคยมีประสบการณ์ตรง (...) และรู้สึกว่าต้องเขียนให้ได้ด้วย ทีแรกเขียนแค่สั้นๆก็ยังโล่งไม่สุด จนได้ปล่อยหมดแบบนี้แล้วถึงสบายใจ T_T

 

เราคงไม่มีข้อคิดอะไรดีๆจากเรื่องราวนี้ มันมีแค่เรื่องของความรู้สึกของคนสองคน เราแค่เขียนเพราะเราอินเพลงและอยากสนองนี้ดตัวเองกับฟิคแบบนี้ ถ้ามันไม่ดียังไงขอโทษด้วยจริงๆนะคะ อันที่จริงไม่คิดว่าจะมีใครอ่านแล้วอินเลยเพราะรู้ตัวว่าใช้ภาษาห้วนมาก หนักไดอะล็อคอีก รวมทุกจุดอ่อนของวิ่นไว้ในเรื่องนี้55555 เขียนแบบเบลอๆเพราะไม่ได้นอนทั้งคืน แถมยังเป็นคาแรกเตอร์ชื่อไทยทั้งหมดด้วย แต่ในความรู้สึกเราว่ามันเวิร์คในทางนี้ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน

 

ขอบคุณและนับถือที่ทนอ่านมาจนจบได้ค่ะ555 ติดแท็ก #น็อตเจ หรือ #วนบน ได้นะคะ (แอบเกร็งที่จะใช้ วนบน เพราะนี่ก็ไม่ใช่ฟิคปมนยองซะทีเดียว orz)


? cactus
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

658 ความคิดเห็น

  1. #657 llllovellll (@llllovellll) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 04:02
    อยากดึงเจมากอดแน่นๆ โอ๋ๆนะคนดี เดี๋ยวมันก็ผ่านไปนะ เดี๋ยวเจจะเข้มแข็งขึ้นนะ อดทนนะเจ สงสารน็อตเหมือนกันนะ ก็คงรู้สึกผิดมากๆแล้วก็อยากได้เพื่อนกลับมา เป็นกำลังใจให้ทั้งคู่เลย ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ
    #657
    0
  2. #635 LittleOrc (@LittleOrc) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 15:57
    สงสารทั้งคู่
    #635
    0
  3. #611 love bb lava (@lava2000lava) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 18:59
    เจ็บขนาดนี้คงจะไม่ไหว ทำตามไม่ได้ที่บอกไว่ในสัญญา สงสารเจจัง รักเค้าข้างเดียว เจคงรู้อยู่แล้วว่าน็อตไม่เคยมีความรู้สึกรัก้หมือนคนรักให้เลย รักเค้าข้างเดียวมันก็เจ็บแบบนี้แหละ เฮ้ออออออ สักวันทั้งคู่จะกลับมาเป็นเพื่อนกันจริงๆใช่มั้ย
    #611
    0
  4. #424 prtotheswag (@prtotheswag) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 17:30
    วงวารทั้งคู่ ฮืออออออออออ เข้าใจความรู้สึกเจเลย ??
    #424
    0
  5. วันที่ 6 กันยายน 2559 / 21:00
    ถ้ายังอยู่แบบเดิมอย่างนี้ความรู้สึกมันก็วนลูป เพราะทุกสิ่งที่ก่อให้เกิดความรู้สึกมันไม่ได้เปลี่ยนแปลง แล้วความรู้สึกเจจะเปลี่ยนไปได้ยังไง
    #256
    0
  6. #252 HENS_Eternal (@eye-hibari) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2559 / 11:47
    ไม่น่ายอมคบตั้งแต่แรก ๆ เลยจริง ๆ นั่นแหละ เจ็บกันทั้งคู่
    #252
    0
  7. #245 Reynoel Leiga (@atoreas_k) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2559 / 02:42
    ฮืออออ ไม่ให้อภัย งอนมาก โกรธน็อตแล้วววววววว ฮือออออ เคืองน็อตด้วย ฝ่ายที่ทิ้งไปคบกับอื่นก็รู้ว่าคงเสียใจแต่เจ็บไม่เท่าฝ่ายโดนทิ้งหรอก ฮือออออออ อินจัด ชีวิตเราเหมือนเจเลย คบกับเพื่อนที่สนิทกันมาหลายปี แต่คบได้ไม่ถึงปีเขาก็มีแฟนใหม่ เลิกกันก็พยายามเป็นเพื่อนกันได้อยู่ราวๆครึ่งปี สุดท้ายก็ทนไม่ได้อยู่ดี ปัจจุบันเลิกคบไปแล้ว ถึงเขาตะพยายามติดต่อแต่เราปิดทุกช่องทาง ทำใจไม่ได้อะ สงสารเจ โกรธน็อต โกรธวินนี่ด้วย TT_TT
    #245
    0
  8. #244 galaxy_wang JS (@yugyeom555) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 13:56
    สรุปใครเคะใครเมะหว่า???
    #244
    0
  9. #243 Jeedontop (@jeedontop) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 00:04
    ไหนบอกไม่ดราม่าไง แล้วเราร้องไห้ทำไม เราโดนหลอกอีกแล้ว แงงงง วินนี่ขี้ตู่อ่ะ หลอกเราทำไมมมมมมมมมม T_T
    #243
    0
  10. #242 The-Stranger (@stranger18) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 22:55
    บางทีเรารู้สึกเหมือนว่า เวลาจะช่วยเยียวยาทุกสิ่ง แต่เอาเข้าจริงแล้ว ถึงเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ ถ้าใจมันยังรักอยู่ เวลาทั้งหมดที่คอยสมานแผลก้สูญเปล่าอยู่ดี เราว่าเราอ่านแล้วอินมันนะ(ถึงจะคอมเม้นออกมาห่วยๆก็เถอะ) เรื่องพวกนี้มันละเอียดอ่อนอะ ปากพูดว่าสักวันต้องทำได้ แต่เอาเข้าจริง มันยากมากเลย ไม่ใช่ว่าเราไม่เก่ง ไม่ใช่ว่าเราอ่อนแอ บางทีความรู้สึกมันเปราะบาง ถ้าการที่ต้องใช้เวลานานมากๆ ในการกลับมาเป็นคนเดิม เราว่าสู้ไม่เจอเขาอีกเลยยังดีซะกว่า(อ่าว)
    #242
    0
  11. #241 wijiiiiiii (@wijiiiiiii) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 22:14
    ดีใจจังเลยค่ะที่มาลงในเด็กดีให้อ่านด้วย อยากเม้นให้ยาวๆ

    ตอนอ่านจบ ไปเปิดเพลงคบไม่ได้ของพี่ป้างฟัง แทบร้องไห้ เข้าใจเจมากๆ


    เรามีเพื่อนผช.ที่สนิทคนนึง สนิทกันมากๆมาเกือบสิบปีละ สนิทกันจนคุยกันได้แทบทุกเรื่อง สบายใจมากเวลาอยู่ด้วยกัน คนรอบข้างถามตลอดว่าเมื่อไรจะคบกันสักที เราก็เคยถามตัวเองหลายครั้งว่าอะไรกับมันเกินเพื่อนใช่มั้ย เกือบจะพลั้งปากไปหลายรอบว่ามาคบกันมั้ย- ไหนๆก็เข้าใจกันขนาดนี้ แต่มันก็ไม่เคยเกิดขึ้น

    สุดท้ายเราสองคนตกลงกันว่าขอให้คงอยู่ในสถานะแบบนี้เถอะ เราไม่อยากเสียเพื่อนคนนี้ไป ไม่มีอะไรยืนยันได้ว่าถ้าคบแล้วเลิกกันมันจะกลับมาต่อกันได้เหมือนเดิม เหมือนเจกับน็อต ทั้งที่บอกว่าน่าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ แต่มันก็ไม่ได้ สำหรับเรา เราเลยเลือกที่จะไม่เริ่ม เพื่อที่ใครจะได้ไม่ต้องเจ็บ เราก็ไม่รู้ว่าวิธีนี้มันจะถูกต้องมั้ย แต่ถ้าให้ทำแบบเจ เรารู้เลยว่าถ้าเลิกกันเราทนใจแข็งไม่ได้ขนาดเจแน่ๆ

    ขอน้องวินนี่ที่เขียนเรื่องนี้ออกมานะคะ อ่านจบก็อยากกลับไปทบทวนความรู้สึกตัวเองเหมือนกันว่ายังไง

    ฝากส่งกอดปลอบใจให้เจด้วยนะคะ มันเจ็บที่ต้องเป็นแบบนี้ แต่สักวันมันจะดีขึ้น

    ปล. อิมเมจพี่เชนคือชยอนูมั้ยคะ แอบเป็นทีม #พี่ฮยอนอูรักแรกของจินยอง อยู่เงียบๆ 55555555555555
    #241
    1
  12. #240 hhantrz (@hana124) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 20:32
    เข้าใจฟีลเจเลย มันทำใจได้ยากจริงๆ ตอนแรกก็นึกว่าจะกลับมาเป็นปกติแล้ว แต่ก็นะ...เรื่องแบบนี้ใช่ว่าจะทำใจง่ายๆ น๊อตก็ต้องคอยอยู่ข้างๆเจนะ;-;
    #240
    0