GOT7 | (SF/OS) jaebum x jinyoung | BNIOR/NIORB #วนบน

ตอนที่ 32 : all that you are (1/6)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4108
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    20 พ.ย. 60




#วนบน

all that you are

pairing: jaebeom x jinyoung

rating: t

notes: อินคอนพี่เอ็ดมากอะไรมาก555 ได้ฟัง tenerife sea ไลฟ์ครั้งแรกกับหูตัวเองด้วย ปลื้มปริ่มสุดหัวใจเพราะรักเพลงนี้มาก สำหรับฟิคเรื่องนี้ เราเขียนรวมเล่ม Fly Away With Me ไปเมื่อปีที่แล้วค่ะ แต่ก็อยากลงให้อ่านด้วย  จะอยู่บนหน้าเว็บ 1เดือนเนาะ และแบ่งออกเป็น 6 พาร์ทเลยเพราะยาวมาก5555 ฮือ ขอโทษด้วยงับ TvT

song: ed sheeran - tenerife sea 




(1/6)


5.50 AM 

พัคจินยองกดดูเวลาบนหน้าจอไอพอดที่ใช้เปิดเพลงฟังตลอดระยะเวลาร่วมสี่ชั่วโมงที่ผ่านมาบนเครื่องบิน ก่อนจะหลับตาลงเหมือนเดิม ทว่ากลับต้องลืมตาขึ้นในวินาทีต่อมาพร้อมขยับศอกข้างขวาซึ่งวางอยู่บนที่พักแขนให้ตกลงมาบนตัก เมื่อรับรู้ได้ถึงแรงกระทบจากคนข้างๆ 

“ขอโทษครับ” จินยองออกปากเสียงเบาโดยไม่ได้เงยหน้ามองอีกฝ่าย สงสัยว่าเมื่อครู่เขาจะเผลอล้ําเขตตัวเองไปหน่อย 

ที่นั่งชั้นประหยัดช่างคับแคบสมราคาไม่เคยเปลี่ยน

“ไม่ๆ จินยองวางแขนได้เหมือนเดิมเลย”
“...”
“ผมเผลอขยับไปโดนจินยองเองแหละ ขอโทษด้วยนะ” จินยองกําลังจะส่ายหน้าปฏิเสธ จะบอกว่านี่ไม่ใช่ความผิดของคุณแจบอม เป็นจินยองเองต่างหากที่ไม่ระวัง ขณะที่ได้เขยิบตัวไปชิดกับหน้าต่างฝั่งซ้ายมากขึ้น 

หากแต่ทุกความคิดและทุกการกระทําของจินยองได้หยุดค้างกลางคัน เมื่อแขนของเขาถูกจับให้วางอยู่ที่เดิม 

ด้วยมือของอิมแจบอม 

จินยองรู้จักกับพาร์ทเนอร์อิมแจบอมมาได้หนึ่งปีแล้ว นับตั้งแต่เข้าทํางานเป็นหนึ่งในทีมนักแปลประจําสาขาเกาหลีใต้ของสํานักงานกฎหมายนานาชาติแห่งหนึ่ง งานทั้งหมดจะเกี่ยวข้องกับการให้คําปรึกษาด้านกฎหมายธุรกิจซึ่งแบ่งออกเป็นแผนกย่อยต่างๆ โดยหน้าที่ติดต่อกับลูกความโดยตรงจะเป็นของพาร์ทเนอร์ แล้วงานจะถูกแตกออกเป็นส่วนย่อยให้ทนายรุ่นพี่อย่าง Senior Assosiate และ Junior Assosiate ซึ่งเป็นน้องเล็กแบ่งกันทํา ส่วนนักแปลอย่างเขาก็มีหน้าที่ช่วยแปลเอกสารต่างๆ จากทุกแผนกสุดแต่จะได้รับมา และตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา การใช้เวลาอยู่ที่บริษัทวันละ 8-10 ชั่วโมงของจินยองก็มีแค่การนั่งทําเอกสารกับโต๊ะหน้าคอมพิวเตอร์ และด้วยความที่งานของจินยองไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวเนื้อหากฎหมายโดยตรง นักแปลจึงแทบไม่ได้ติดต่องานผ่านพาร์ทเนอร์เลย เว้นเสียแต่ว่าจะถูกเรียกในกรณีพิเศษให้เข้าร่วมการประชุมหรือสัมมนาในบางครั้ง (แต่จินยองก็ยังถือเป็นน้องเล็กสุดของทีมที่ยังไม่ได้มีโอกาสจะได้ไปทํางาน ณ จุดนั้นสักครั้ง) 

จินยองอาจจะสนิทกับพี่ๆ เพื่อนๆ ทนาย หรือพี่เลขานุการบ้าง แต่สําหรับพาร์ทเนอร์ ยังห่างไกลจากคําว่าสนิทสนมมากทั้งด้วยตําแหน่งและด้วยวัย 

ดังนั้น มือของแจบอมที่กํารอบข้อมือของเขาหลวมๆ อยู่ตอนนี้ จึงเป็นการถูกเนื้อต้องตัวกันครั้งแรกตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา 

จินยองหายใจอย่างทั่วท้องได้อีกครั้งเมื่อแจบอมผละมือออกไป แต่...ความอึดอัดตั้งแต่วินาทีแรกที่เขาเห็นหน้าอิมแจบอมที่สนามบินในเช้าวันนี้...กลับเพิ่มมากขึ้นทุกที 




‘ไปเที่ยวด้วยกันสักครั้งเถอะก่อนพี่จะต้องย้ายไปประจําที่ไต้หวัน’ 

อันที่จริง ทริปจากโซลไปฮ่องกงในครั้งนี้ถูกริเริ่มขึ้นโดย แจ็คสัน หวัง ทนายรุ่นพี่คนสนิท และถึงแม้แจ็คสันจะเป็นซีเนียร์ฯ ทว่าอีกฝ่ายกลับสนิทกับพาร์ทเนอร์อิมแจบอมอย่างมาก ด้วยความที่เคยเป็นเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน จินยองรู้ เรื่องนี้เพราะแจ็คสันเล่าให้ฟัง และเขาก็เคยเห็นแจ็คสันกับแจบอมคุยกันอย่างเป็นกันเองนอกเวลางานอยู่ เพียงแต่จินยองก็ไม่คิดว่าเมื่อเขาตอบตกลงไปเที่ยวกับรุ่นพี่แล้ว ทริปนี้กลับไม่ได้มีแค่พวกเขาสองคน 

‘พี่ชวนแจบอมไปด้วยนะ มันบ้างาน วันๆ ทํางานเก็บเงินงกๆ อย่างกับจะใช้หนี้ร้อยล้าน ลูกเมียก็ไม่มี ไม่รู้เล้ยยยยว่าจะหาเงินไปเพื่อใคร พี่ขอพามันไปใช้เงินหน่อยนะ’ 

และจินยองก็ไม่คิดด้วย ว่าจะได้ยินแจ็คสันโทรมาแจ้งข่าวร้ายให้ทราบ ระหว่างทางที่เขากําลังนั่งแท็กซี่จากหอพักไปสนามบินเพื่อให้ทันไฟลท์บินตอนตีสี่ 

‘จินยองอ่า พี่ไม่สบาย อาหารเป็นพิษน่ะ...คงไปไม่ได้แล้ว ขอโทษด้วยนะ’ 

หนึ่งปีที่ผ่านมาน่ะ จินยองคุยกับอิมแจบอมแบบนับประโยคได้ 

เพราะอย่างนั้น นอกจากคําว่า ‘สวัสดีครับ’ และ ‘พี่แจ็คสันโทรมาบอกผมแล้ว เหมือนกันครับ’ เมื่อตอนเช้า กับคําว่าขอโทษเมื่อครู่นี้แล้ว จินยองก็ไม่ได้พูด หรือคิดจะพูดอะไรกับอิมแจบอมอีกเลย และเป็นเรื่องดีที่อีกฝ่ายน่าจะรู้สึกตรงกัน อิมแจบอมไม่ได้พยายามหาเรื่องชวนคุยใดๆ ซึ่งไม่น่าแปลกใจสักนิด เพราะมันก็ไม่น่าจะมีเรื่องอะไรที่สามารถเชื่อมพวกเขาติดได้อยู่แล้ว 


พัคจินยองอายุแค่ยี่สิบสี่ปี ห่างกับคุณแจบอมตั้งเป็นสิบปีเห็นจะได้ อีกทั้งบุคลิกของคุณแจบอมกับพี่แจ็คสันก็ต่างกันคนละโลก และถึงแม้พี่แจ็คสันจะเป็นเพื่อนของจินยอง...แล้วคุณแจบอมกับพี่แจ็คสันจะเป็นเพื่อนกันก็เถอะ 

แต่คุณแจบอมกับจินยองไม่ได้เป็นเพื่อนกัน 

พวกเขาไม่ได้เป็นเพื่อนกัน 

เพราะอย่างนั้น การนั่งร่วมโต๊ะอาหารกันเพียงสองคนในตอนนี้จึงน่ากระอักกระอ่วนใจมาก ยังดีที่บรรยากาศรอบตัวนั้นเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เหมือนกับที่พี่แจ็คสันเคยเปรียบเทียบให้ฟังว่าแม้บางทีร้านอาหารที่เกาหลีจะมาเสิร์ฟช้าบ้าง แต่ยังก็ใช้เวลาค่อยๆ กินได้ ไม่ต้องรีบร้อนไปหมดเหมือนกับร้านในฮ่องกงที่มีพื้นที่จํากัดทว่าคิวลูกค้ามหาศาล ซึ่งบรรยากาศแบบนี้ก็ช่วยผ่อนคลายความเงียบบนโต๊ะอาหารได้บ้าง แม้จินยองจะแอบเกร็งอยู่ก็ตามที่เห็นอีกฝ่ายเอาแต่ทําหน้านิ่งมาตั้งแต่เช้า ตาคมเรียวดูดุเป็นปกติเหมือนกับเวลาทํางาน วางตัวทุกอย่างเหมือนกับเวลาทํางาน กระทั่งการไม่พูดอะไรเกินความจําเป็น เหมือนเวลาทํางานเป๊ะๆ 

จินยองทําตัวไม่ถูกจริงๆ 

ก่อนหน้านี้เขาเคยนึกสงสัยว่าบุคลิกนอกออฟฟิศของคุณแจบอมเป็นอย่างไร ซึ่งตอนนี้ก็ได้คําตอบแล้วว่าคุณแจบอมน่ะมีอยู่อารมณ์เดียวเป็นกราฟเส้นตรง มีลุคเดียวคือผมเซ็ตเปิดหน้าผาก เสื้อเชิ้ต–กางเกงขายาว–รองเท้าหนัง (ยังดีที่ไม่ใส่สูทมาด้วย) ส่วนน้ําเสียงก็เช่นกัน เมื่อตอนที่คุณแจบอมถามจินยองว่าจะกินข้าวร้านไหน น้ําเสียงที่ใช้ไม่ต่างอะไรกับตอนถามว่า ‘งานแปลเอกสารข้อตกลงบริษัทของเอเคกรุ๊ป จะเสร็จทันพรุ่งนี้เช้าใช่ไหมครับ’ สักนิด 

แล้วตอนได้รับคําถามเรื่องร้านอาหารมา จินยองก็สุดจะเด๋อที่ยังอินค้างกับ บทบาทในออฟฟิศจนเผลอคิดไปถึงข้อควรปฏิบัติของลูกน้องที่ว่า ต้องตอบคําถาม ของเจ้านายอย่างชัดเจนเสมอ เขาจึงยืนหน้านิ่วคิ้วขมวด พยายามคิดชื่ออาหารสักอย่างที่เคยส่งให้อดีตหัวหน้าทัวร์อย่างแจ็คสันดูเมื่อไม่กี่วันก่อนอยู่พักใหญ่ ภายใต้ความกดดันเพราะสายตาดุๆ ที่จับจ้องไม่วางตา 

ก่อนที่สุดท้าย จินยองจะตัดปัญหาด้วยการชี้โบ๊ชี้เบ้ไปยังร้านแถวนั้นที่มีป้ายสีเหลืองสะดุดตาแทน มื้อเช้าจึงได้ลงเอยอย่างสวยงามเป็นโจ๊กปลาร้อนๆ กับแป้งทอดที่มีชื่อเรียกว่าปาท่องโก๋ หนึ่งในอาหารขึ้นชื่อของฮ่องกง 

อาหารคําแรกเข้าปาก อร่อยจนจินยองลืมความรู้สึกอึดอัดไปชั่วขณะ เขาจัดการทั้งหมดที่สั่งมาได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว และได้เรียนรู้อีกอย่างเกี่ยวกับคุณแจบอมก็คืออีกฝ่ายกินข้าวเร็วพอๆ กันกับเขา จินยองจึงโล่งใจแม้เพียงเล็กน้อย เพราะอย่างน้อยพวกเขาก็จะได้ไม่ต้องใช้เวลาบนโต๊ะอาหารให้นานนัก...ในอีกหลายๆ มื้อ สําหรับทริปสองวันหนึ่งคืนนี้ 

พวกเขาออกจากร้านโดยที่จินยองยังรู้สึกว่ากระเพาะอาหารว่างเปล่าเหมือนเดิม แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เนื่องจากยังมีอาหารอีกหลายอย่างจากหลายร้านในฮ่องกงที่น่ากินมากๆ จินยองคิดว่าการอดทนเก็บพื้นที่ว่างในท้องตอนนี้ไว้น่าจะคุ้มไม่น้อย ระหว่างเวลาเพียงไม่นานในการนั่งรถเข้าเมืองเพื่อไปยังโรงแรมที่จองไว้ 

“เมื่อครู่นี้ที่กินโจ๊กน่ะ อิ่มหรือเปล่า” จินยองแปลกใจไม่น้อยที่จู่ๆ คุณแจบอมก็ถามขึ้นขณะพวกเขากําลังยืนรอกุญแจห้องอยู่หน้าเคาท์เตอร์ในโรงแรม ทว่าไม่ทันได้ตอบ คุณแจบอมก็พูดต่อเสียก่อน “เดี๋ยวขึ้นไปเก็บของก่อน แล้วลงมาเจอที่ล็อบบี้แล้วกัน แถวนี้มีร้านอาหารเยอะเลย” 

เป็นอีกครั้งที่จินยองไม่รู้จะพูดอะไร จึงทําได้แค่ตอบรับอย่างสุภาพเพื่อไม่ให้ดูเสียมารยาทกับผู้ใหญ่เท่านั้น 

“ครับ” 

จินยองใช้เวลาเก็บของในห้องอยู่ไม่นาน ก็เดินลงมายังล็อบบี้ก่อนเวลาที่คุณแจบอมได้นัดไว้ราวแปดนาที ซึ่งอีกฝ่ายได้ทําให้เขาไม่สบายใจอีกครั้งด้วยการนั่งรออยู่ก่อน ทั้งที่จินยองตั้งใจลงมาเร็วกว่าเวลานัดพอสมควรอยู่แล้ว ไม่ได้อยากจะให้ผู้ใหญ่มารอแบบนี้ 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้ใหญ่คนนั้นเป็นคนอย่างคุณแจบอม 

หน้าตาเรียบเฉยของคุณแจบอมที่หันมามองพอดีทําให้จินยองไม่กล้าแม้แต่จะส่งยิ้มมารยาทให้ เขาได้แต่ยืนเด๋ออยู่อย่างนั้น รอคุณแจบอมนําทางออกไปแล้วจึงเดินตาม 

สรุปได้ง่ายๆ ว่าตอนนี้จินยองรู้สึกอึดอัดมากกว่าตอนอยู่บนเครื่องบินกับตอนกินข้าวเช้าเสียอีก 

คุณแจบอมพาจินยองเดินเข้าร้านอาหารตามที่กล่าวไว้แต่แรก ขณะนี้เป็นเวลาสิบโมงสิบห้านาที ติ่มซํากับก๋วยเตี๋ยวหลอดที่เพิ่งสั่งไปจึงได้เป็นอาหารมื้อสายของวัน ผู้คนในร้านอาหารเยอะเหมือนกับร้านเมื่อเช้า และอีกสิ่งหนึ่งที่เหมือนเดิมก็คือความเงียบบนโต๊ะอาหาร 

แม้จะไม่มีอะไรทํา แต่จินยองก็พยายามไม่เล่นโทรศัพท์มากนักเพราะกลัวจะดูเสียมารยาท พอตอบข้อความของแจ็คสันเสร็จก็วางมือ ปล่อยให้ความเงียบทํางานต่อไป ท่ามกลางเสียงโช้งเช้งรอบตัว

ปกติแล้วจินยองไม่ใช่คนพูดเก่ง โดยพื้นฐานเขาเป็นเด็กที่ชอบเรียนหนังสือมาทั้งชีวิต ไม่ค่อยชอบเข้าสังคม แต่ก็ไม่ได้ชอบอยู่คนเดียวขนาดนั้น จินยองเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งที่มีเพื่อนอยู่ประปรายมาตลอดชีวิตการเรียนถึงการทํางาน แม้จะมนุษย์สัมพันธ์ไม่ค่อยดี แต่ยังโชคดีที่หน้าตาเป็นมิตร (เพื่อนเคยบอก) เลยไม่ได้ดูเข้าหายากมาก อีกทั้งเพราะว่าเพื่อนสนิททั้งสองคนเป็นคนที่คุยเก่ง จินยองจึงกลายเป็นผู้ฟังในกลุ่มเพื่อนไปโดยปริยาย เขาแย่งพวกมันพูดไม่ค่อยทัน 

ทว่าเหตุผลที่ทําให้จินยองไม่กล้าคุยกับคุณแจบอมในตอนนี้ ไม่ใช่แค่เพราะว่าเขาไม่มีเรื่องจะคุย หรือมนุษย์สัมพันธ์ของเขาไม่ค่อยดี แต่เป็นเพราะว่า คุณแจบอม คือคุณแจบอม นอกเหนือจากอายุที่มากกว่าแล้ว ตําแหน่งงานที่สูงกว่าก็ยังหมายถึงรายได้ที่มากกว่า และรายได้ที่มากกว่า (จินยองหลายเท่ามากๆ) ก็ไม่ได้แค่หมายถึงค่าภาษีสังคมที่สูงกว่า แต่หมายถึงฐานะทางสังคมที่สูงกว่า จินยองรู้ว่ารายได้ต่อเดือนของตําแหน่งพาร์ทเนอร์ที่แลกมาด้วยเวลาเกือบทั้งหมดในชีวิตน่ะอยู่ที่หลักหมื่นดอลลาร์ และจะบอกให้ก็ได้ว่าตําแหน่งพาร์ทเนอร์น่ะเคยเป็นความใฝ่ฝันของจินยองด้วย แต่เมื่อจินยองตัดสินใจเบนสายมาเรียนด้านภาษาอย่างจริงจัง ความฝันนั้นจึงเป็นอันถูกล้มพับไป 

ซึ่งจินยองก็มีความสุขกับงานตรงนี้ดี เขาทํางานกับภาษากฎหมายได้สบายด้วยความชอบส่วนตัวและด้วยความที่เป็นคนใจเย็น เป็นคนอะไรยังไงก็ได้ จินยองจึงสามารถทํางานซ้ําๆ เดิมๆ อย่างการแปลเอกสารทางการเหล่านี้ได้สบาย แล้วยิ่งได้อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ ได้เห็นทนายแต่ละคนทํางานอย่างหนัก ได้ยินพี่แจ็คสันเล่ารายละเอียดต่างๆ ให้ฟัง จินยองก็คิดว่าเขาอาจจะคิดถูกแล้วที่ล้มเลิกความฝันสมัยมัธยมปลายนั้นไป 

‘พี่มาทํางานที่นี่ได้เจ็ดปีแล้วมั้ง ตอนแรกก็อยู่ Corperate แต่เพิ่งได้ย้ายไป Finance เมื่อปีก่อน พี่จบตรีพร้อมแจบอมนั่นแหละ แต่ตอนนั้นมัวแต่เที่ยวเล่น อยู่แบบสบายๆ คิดว่าจะทําธุรกิจที่บ้านต่อ แต่สุดท้ายเพิ่งจะคิดได้ว่าอยากทํางานสายนี้จริงๆ เลยไปเรียนโทต่อ มาเริ่มทํางานจริงก็ตามหลังมันอยู่สี่ปีได้ แจบอมน่ะใช้ทั้งชีวิตให้กับงานเลยมั้ง เป็นสิบปีแล้วกว่าจะได้เลื่อนขั้นมาเป็นพาร์ทเนอร์แบบนี้’ 

และเพราะความจริงนั้นเป็นอย่างที่พี่แจ็คสันว่า จึงสรุปได้ว่าคําจํากัดความของวลี คุณแจบอมคือคุณแจบอม ก็คือ คุณแจบอมน่ะอยู่คนโลกกับจินยอง 

พวกเขาไม่ควรจะมาเที่ยวด้วยกันแบบนี้เลย จินยองไม่ควรจะต้องมารู้สึกอึดอัดกับทริปที่เขาคิดแล้วคิดอีกก่อนจะยอมเสียเงินหนึ่งก้อนเพื่อตั้งใจจะมาสนุก เพราะจินยองไม่ได้รวยแถมค่อนข้างขี้งก เขาไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหนบ่อยก็เพราะอยากเก็บเงินมากกว่า แล้วพอนึกเรื่องเงินขึ้นมาได้ จินยองก็รู้สึกโกรธขึ้นมาเสียอย่างนั้น 

ใช่ เขาไม่ควรจะต้องมารู้สึกแบบนี้เลย 

จินยองนึกย้อนไปถึงระยะเวลาสามเดือนที่เขาตั้งหน้าตั้งตารอคําตอบหลังจากส่งใบสมัครเข้าทํางานที่นี่ จินยองเข้าใจว่าการดําเนินงานต้องใช้เวลานานเพราะที่นี่เป็นสํานักงานกฎหมายนานาชาติ การจะรับคนเข้าทํางาน หรือจะตัดสินใจอะไรสักอย่าง จึงต้องรอรับการอนุมัติจากสํานักงานใหญ่ในต่างประเทศ ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่กับการพิจารณาแค่ที่สาขาในเกาหลี ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่กับพาร์ทเนอร์ในแผนก 

ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณแจบอม... 

แล้วจินยองจะกลัวว่าตัวเองจะเผลอทําอะไรเสียมารยาทไปทําไม 

ถึงจินยองจะเป็นแค่นักแปลตัวน้อยๆ ในแผนก แต่คุณแจบอมไม่มีสิทธิ์จะทําอะไรเขาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นแค่การหักเงินเดือน หักโบนัส หรือไล่ออก ต่อให้จินยองเผลอพูดอะไรไปแล้วทําให้คุณแจบอมโมโห คุณแจบอมก็ทําได้แค่โมโห 

แล้วเอาเข้าจริงๆ จินยองก็ไม่ได้คิดว่าคุณแจบอมจะใจร้ายขนาดนั้น จินยองค่อนข้างมั่นใจว่าต่อให้เขาจะเผลอพูดจาเด๋อๆ ออกไปแค่ไหน ก็คงไม่ถึงขั้นทําให้คุณแจบอมโกรธแน่นอน เมื่อคิดได้ดังนี้ความกล้าจึงผุดขึ้นเต็มอกอย่างเหลือเชื่อ จินยองเดาว่ามันอาจมาจากความขี้งกในจิตใจของเขา ซึ่งก็น่าจะจริง 

จินยองจะไม่มีทางให้เงินทุกวอนที่เขาจ่ายเพื่อทริปนี้เสียเปล่า 

“คุณแจบอมชอบกินหรือครับ” จินยองเปิดบทสนทนาด้วยใจเต้นตึกตักและอยากจะตีปากตัวเอง นั่นเป็นคําถามที่ฟังดูประหลาดมาก ดวงตาคู่คมของคุณแจบอมที่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยบอกเขาแบบนั้น 

แต่จินยองก็มีเหตุผลจริงๆ ที่ถามไป ก็เห็นคุณแจบอมชวนเขากินตั้งสองรอบ แถมยังสั่งอาหารมากมายอีก แต่อย่างไรก็ตาม จินยองนึกอยากให้อาหารมาเสิร์ฟแล้ว ตอนนี้เขาทั้งหิว และทั้งอยากให้บทสนทนานี้จบลงเสียที จบทั้งที่มันเพิ่งเริ่มต้นนี่แหละ จินยองไม่อยากคุยกับคุณแจบอมแล้ว พอแล้ว กลัวแล้ว แค่ถามนิดเดียว ทําไมต้องทําหน้าเครียดขนาดนั้นล่ะครับ คิดอะไรอยู่นานสองนาน... 

“ก็ได้ยินมาจากแจ็คสัน ว่าทริปนี้มันจะพาจินยองไปทัวร์หาของกิน”

“...”

“แจ็คสันบอกว่าจินยองชอบกิน จินยองกินเก่ง” พลันใบหน้าของจินยองกําลังร้อนผ่าวด้วยความอายในแง่ลบสุดๆ หลังได้ยินคําตอบนั้น


นอกเหนือจากการโดนผู้ใหญ่พูดบอกเรื่องนี้ต่อหน้า...จะทําให้เขายิ่งรู้สึกว่าตัวเองเป็นเด็กเห็นแก่กินแล้ว จินยองยังประหม่าซ้ําอีกเมื่อนึกย้อนไปถึงที่มาของความจริงข้อนี้ตามที่แจบอมได้กล่าวอ้างไว้ แจ็คสันบอกว่าจินยองกินเก่ง...พระเจ้า... 

พี่แจ็คสันไปพูดอะไรไว้บ้างเนี่ย

“แล้วถึงแจ็คสันจะไม่ได้มาด้วยก็เถอะ” แจบอมพูดต่อด้วยน้ําเสียงจริงจังเหมือนที่เป็นมาตลอด “แต่ผมกลัวจินยองจะเสียความตั้งใจและผิดหวัง ถ้าหากไม่ได้ทําตามที่วางแผนไว้ตั้งแต่แรก” 

“…”


“แล้วนอกเหนือจากนี้ พวกเราก็ไม่ได้มีอะไรจะทําอยู่แล้วด้วย”


“ครับ”

“...”

“ขอบคุณที่เห็นใจผมนะครับ คุณแจบอม” จินยองตีตัวเองตายไปแล้วในความคิดในทันทีที่เขาพูดประโยคนั้นออกไปด้วยน้ําเสียงที่เกือบจะประชดประชัน

“...” 

จินยองกําลังหิวมาก แต่ความโมโหหิวยังเทียบไม่ได้กับความโมโหในคําพูดที่แสดงความรับผิดชอบในการพาจินยองมากินข้าวของคุณแจบอม คําพูดที่ทําเหมือนกับว่านี่เป็นเรื่องจริงจัง เป็นเรื่องที่ต้องทํา...ทั้งที่มันก็เป็นแค่การไปเที่ยว... 

และทั้งที่จินยองไม่ได้ร้องขออยากจะมาเป็นภาระของคุณแจบอมสักนิด 

บทสนทนาจบลงอย่างค้างคาเมื่ออาหารถูกนํามาเสิร์ฟ รสชาติกลางๆ กลายเป็นไม่อร่อยเพราะอารมณ์ไม่ดี แต่ถึงอย่างนั้นจินยองก็ยังกินจนหมด ไม่ใช่เพราะว่างก หรือกลัวเสียดายเงินอย่างเดียว แต่เป็นเพราะจินยองรู้ดีว่าพวกเขาจะแชร์ค่าอาหารกันคนละครึ่งเหมือนกับมื้อเช้า จินยองจะไม่เสียเปรียบให้คุณแจบอมได้กินเยอะกว่าแน่นอน ไม่มีทาง

ยิ่งเห็นคุณแจบอมกินไปขมวดคิ้วไป แม้ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกําลังจริงจังเรื่องกินหรือคิดอะไรอยู่ จินยองก็เหมารวมไปแล้วว่าคุณแจบอมกำลังตั้งใจกินมาก เขายิ่งยอมไม่ได้จริงๆ 

มื้ออาหารดําเนินภายใต้ความเงียบไปจนจบ ความขุ่นเคืองใจยังคงเดิมแม้ท้องจะอิ่ม เพราะจินยองไม่ทันได้สั่งพุดดิ้้งมะม่วงอย่างที่ตั้งใจไว้ คุณแจบอมก็เรียกเช็คบิลเสียแล้ว 

“คุณแจบอมครับ” ระหว่างรอพนักงานนําเงินทอนมาให้ จินยองตั้งใจจะบอกบางอย่างที่เขาคิดมาสักพักแล้ว เขาก้มศีรษะให้คนอายุมากกว่าทันทีที่เห็นแจบอมหันมอง “ขอบคุณนะครับสําหรับน้ําใจ ที่พยายามพาผมหาร้านกินข้าว แต่...” 

“...” 

“ไหนๆ พี่แจ็คสันก็ไม่ได้มาแล้ว และผมกับคุณก็ไม่ได้มีอะไรจะทําอยู่ดี ผมว่าเราแยกกันไปเที่ยวดีไหมครับ ผมไม่อยากรบกวนคุณแจบอม เผื่อคุณแจบอมอยากไปที่ไหนเป็นพิเศษ” 

เกิดความรู้สึกขัดแย้งในคําพูดของตัวเองจนทําให้หายใจไม่ทั่วท้องเท่าไหร่ 

ก่อนคุณแจบอมจะให้คําตอบหลังคิดอยู่สักพัก “ได้สิ” โดยที่แววตา สีหน้า น้ําเสียงเรียบนิ่ง จริงจัง และไร้อารมณ์ คุมโทนได้ตามเดิม “ถ้าจินยองต้องการอย่างนั้น” ไม่เหลือเวลาให้ตีความคําพูดของอีกฝ่ายมาก เงินทอนก็ถูกนํามาวางคืนให้ที่โต๊ะ 

โดยไม่มีคําพูดใด แม้กระทั่งคํานัดแนะว่าจะเจอกันคืนนี้ หรือเจอกันพรุ่งนี้ตอนสองทุ่มที่สนามบิน จินยองก้มศีรษะให้คุณแจบอมแทนการบอกลาอย่างสุภาพ แล้วพวกเขาก็แยกกันที่หน้าร้าน ก่อนจินยองจะพยายามสลัดความหงุดหงิดทั้งหมดทิ้ง เริ่มต้นการผจญภัยในฮ่องกงด้วยการใช้ไวไฟฟรีแถวนั้นเพื่อหาสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหารเด็ดๆ รวมถึงวิธีการเดินทางไปยังที่ต่างๆ ตามเว็บไซต์ 

ตลอดทั้งวัน เวลาตั้งแต่สิบเอ็ดโมงกว่าจนถึงสองทุ่มได้ใช้ไปกับการนั่งกระเช้าลอยฟ้าชมเมือง (ซึ่งได้นั่งร่วมกับคนจีนจากกรุ๊ปทัวร์จีนอีกหกชีวิต ไม่ต้องถามถึงบรรยากาศ) การเดินชมหมู่บ้านโบราณ (ก็สวยดี) การเดินขึ้นบันไดไต่เขาสูงลิ่วไปไหว้พระใหญ่ (ไปทําไมก็ไม่รู้ จินยองไม่มีศาสนา) ซึ่งล้วนดูเหมือนการไปเที่ยวแล้วเดินถ่ายรูปพอเป็นพิธีเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นจินยองก็มุ่งหน้าตะลุยกินอย่างไม่คิดชีวิต ทั้งตามรถเข็นขายอาหารข้างทาง และในร้านอาหาร 

ตามที่หามาในเว็บไซต์ จินยองตั้งใจจะลองอาหารจานเด็ดห้าอย่างสําหรับวันนี้ แต่ในความจริงเขากลับเดินเข้าเดินออกเกินสิบ แล้วทั้งอาหารและขนมเกินสองส่วนสามที่ได้ลองนั้นก็รสชาติดีจนเผลอสวาปามอย่างลืมตั้งสติ ไม่ว่าจะเป็นลูกชิ้นหมูราดซอสแกงกะหรี่ ก๋วยเตี๋ยวหลอดห่อปาท่องโก๋ ตีนไก่ผัดซอสเผ็ด บะหมี่คลุกซอสกับลูกชิ้นปลาหมึกทอดกรอบ ทาร์ตไข่ ทาร์ตนมสด พาร์เฟ่ต์ชาเขียว ไอศกรีมเต้าหู้ ส่วนบางจานที่ไม่ถูกปากจริงๆ อย่างข้าวหน้าไก่ทอดที่รสชาติเหมือนหมูทอดแล้วราดซอสหนืดๆ มาพร้อมเครื่องเคียงเป็นผักกาดดองเปรี้ยวปรี๊ด กับไก่ย่างเกลือที่มาในไซส์สําหรับสี่คนกินแถมยังเค็มจนลิ้นชา จินยองก็ชิมแค่พอรู้เรื่อง จําไว้ว่าอย่าสั่ง อีก แล้วตัดใจทิ้ง 

แต่ขนาดว่าตัดใจทิ้งแล้ว จินยองยังต้องเดินแบกพุงหนักๆ พร้อมความจุกเสียดจากท้องแน่นจนถึงคอกลับโรงแรม และยังนึกเสียดายเงินที่ทิ้งเปล่าไปกับอาหารที่กินไม่หมดไม่หาย บทเรียนของการมาทัวร์กินที่ฮ่องกงครั้งแรกคือครั้งหน้าต้องพาแจ็คสันมาด้วย 

ท้องฟ้ามืดแล้วในเวลาสองทุ่มสิบห้านาที น้ํามะม่วงขวดใหญ่ที่ซื้อมากับ ปาท่องโก๋สามตัวและลูกชิ้นไก่หกลูกอยู่ในถุงห้อยต่องแต่งบนแขนทั้งสองข้าง รวมกับการตื่นตั้งแต่ตีสองเพื่อไปสนามบินให้ทันออกเดินทางตอนตีสี่ เดินผจญภัยขึ้นเขาร่วมชั่วโมง แล้วมาตะลอนต่อในเมืองทั้งวันทําให้จินยองเหนื่อยจนแทบล้ม ตาจะปิดง่ายกว่าเดิมอีกเมื่อท้องกําลังตึงในระดับสูงสุดพอๆ กันกับเวลาไปกินบุฟเฟต์เนื้อย่าง 

และจินยองก็เกือบจะลืมนึกถึงคุณแจบอมไปแล้วจริงๆ...ถ้าหากว่า... ไม่ได้เห็นอีกฝ่ายนั่งหลับอยู่บนโซฟาตรงล็อบบี้

ประตูลิฟท์เปิดออกแล้ว ทว่าสายตาของจินยองกลับยังอยู่ที่แจบอม และคุณแจบอมยังอยู่ในชุดเดิม เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนถึงศอกกับกางเกงขายาวสีขาว รองเท้าหนังแบบสวมสีอ่อนดูสุภาพ แต่สภาพกลับไม่เหมือนเดิมสักนิด 

คุณแจบอมในตอนนี้ดูเหนื่อยอ่อน หมดคราบคุณทนายความคนเก่งขวัญใจรุ่นพี่ผู้หญิงที่ออฟฟิศ คุณแจบอม... 

ดูเหมือนเป็นแค่ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น 

แต่ที่น่าสงสัยกว่าคําถามที่ว่าคุณแจบอมทิ้งมาด คุณแจบอม ไว้ที่ไหน ก็คือ คุณแจบอมมานั่งหลับตรงนี้ได้อย่างไร? 

จินยองยืนค้างอยู่ที่เดิม ปล่อยให้ประตูลิฟต์ปิดไป...เพราะเขายังตัดสินใจไม่ถูกว่าตัวเองควรจะทําอะไร จินยองนึกอยากให้คุณแจบอมบังเอิญลืมตาตื่นขึ้นมาเห็นเขาเอง แล้วคุณแจบอมจะได้เป็นฝ่ายเลือกทางออกในสถานการณ์นี้ แต่ในความเป็นจริงคือคุณแจบอมยังคงหลับไม่รู้เรื่องราว และจินยองก็ยังคงตัดสินใจไม่ได้ว่่าเขาควรจะเดินเข้าไปปลุกดีไหม 

แต่ชั่งใจอยู่ไม่นาน ความรู้สึกเวียนศีรษะและอิ่มจนเลี่ยนก็ได้ทําให้จินยองตัดสินใจหันหลังกลับ กดเรียกลิฟท์ขั้นไปยังห้องพักแทน 

                   

tbc.

ติดแท็กได้ที่ #วนบน นะคะ <3



? cactus
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

658 ความคิดเห็น

  1. #587 juland (@agnessyyzyy) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 21:10
    วงวารคุณแจบอม น้องไม่ปลุกด้วย55555
    #587
    0
  2. #541 กีกี้ส์ :-*) (@pokiekung) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 18:13
    งื้อออออ ทำไมเห็นด้วยว่าไปฮ่องกงเพื่อไปกินอย่างเดียวเลย ไปเที่ยวนี่แทบจะเฉยเลยค่ะ แต่เรื่องกินนี่เดินเข้าเกือบทุกร้านจริงๆค่ะ 55555555 นี่ตามมาจากทวิตเลย ชอบเพลงนี้มากกๆเหมือนกันค่ะ แต่เรานกอ่ะ จองไม่ทันนน พูดแล้วเศร้าเลยย ????????????
    #541
    0
  3. #534 L'ossimoro (@eye-hibari) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 03:17
    โถถถถถถ จินยองนี่กินเก่งจริงจากลิสต์แต่ชะอย่างนั้น แต่ว่าคุณแจบอมน่าสงสารน้า เขาคงอยากไปด้วย
    #534
    0
  4. #484 TuesThursday (@TuesThursday) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 17:59
    55555555555 สงสารรรรรรรร อึดอัดน่าดู๊ววววววววว :)))
    #484
    0
  5. #472 ❛F tO THE N 。 (@superfon) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 14:56
    แง้ คุณแจบอมมจะเงียบขรึมไปไหนนค้าาาพี่ น้องก็เหมือนอยากเข้านะ เห็นผู้ถึงตลอด แต่ก็คงไม่กล้า ก็ดูพี่ทำตัวดิ แง้
    #472
    0
  6. #451 Yunau (@Yunau) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 08:14
    พี่แจ็คแอบวางแผนไว้ป่เนี่ย
    #451
    0
  7. #450 mAjjcs (@milkpy) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 07:09
    คุณแจบอมนี่มารอน้องรึเปล่าน้าาาา งื้ออออ
    #450
    0
  8. #449 mAjjcs (@milkpy) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 07:09
    คุณแจบอมนี่มารอน้องรึเปล่าน้าาาา งื้ออออ
    #449
    0
  9. #443 got2luvu (@got2loveu) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 03:01
    โอยยยย น้องจินยองน่ารักมากก ตระเวนกินจนพุงกาง ไม่มีเพื่อนกินก็จะเหงาๆเศร้าๆแบบนี้แหละค่ะ เราก็เป็น บางอย่างมันทำจานใหญ่ไซส์ 2-4 คนไง ไปคนเดียวก็อยากกินแต่สั่งมาก็กินไม่หมด เสียดายเนอะ (แต่ก็สั่งอ่ะ) ส่วนคนพี่ คุณแจบอม ทำไมนิ่งจัง มีเบื้องหลังอะไรหรือเปล่า  ไม่ใช่กำลังเก็กเพราะเขินน้องอยู่หรอกนะ อิอิ

    วน.กลับมาล้าววว หลังจากหายไป  10 ปี  อ่าว ไม่ถึงเหรอ 555  รู้สึกว่านานนนนน คิดถึงฟิค วน.มากๆเลยค่ะ มาทีเดียว 6 ตอน จบ เลิฟฟฟฟฟฟนะ จุฟๆ 
    #443
    0