SF MarkBam "Sugar 100 Percent"

ตอนที่ 57 : Chup Pa Chup! (100%)**DONE EDIT **

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5300
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    21 มิ.ย. 62

สร้างเมื่อ 7 ม.ค 2560





 

16  ปีก่อน…..

 

 


ก็อกๆ ก็อกๆ ปังๆๆๆๆ


 

 

โอ๊ยยยยยย กูตื่นแล้วโว๊ยยยย!!!เสียงทุ้มหนาที่ตะโกนโวยวายตอบกลับไป ตามเสียงที่มาเคาะประตูห้องนอนดังลั่นตั้งแต่เช้าตรู่ จนประตูห้องในหอพักแห่งนี้แทบพัง นั่นมันคือเสียงของผมเองครับ ในตอนนี้คนอย่างผม นายมาร์ค ต้วน นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปี 2 จากมหาวิทยาลัยโซล ชายหนุ่มสุดหล่อ มีเบ้าหน้าตาดีมาตั้งแต่เกิด จนสาวเล็กสาวใหญ่นี่ติดใจผมกันตรึม จำต้องลุกขึ้นมานั่งตัวโงนเงนบนเตียงเดี่ยวสำหรับตัวคนเดียวอย่างผมคนนี้ ด้วยอาการงัวเงียและมีแต่อารมณ์ง่วงนอนถึงขีดสุด! เพราะเมื่อคืนกว่าผมจะได้นอนก็ปาไปเกือบตีสามแล้ว เวลาผมกลับมาถึงหน้าหอนะ ตลาดสดตอนเช้ามืดข้างหอผมก็เปิดแล้วอ่ะครับคิดดู? ด้วยความที่ผมไปแดก เอ้ย รับประทานน้ำเหลืองกับแก๊งค์เพื่อนสนิทของผมจนเกินเวลาไปหน่อย แต่ผมก็ยังสามารถขับรถมอเตอร์ไซด์บิ๊กไบด์คู่ใจกลับมาถึงหอพักชายโสดของผมโดยสวัสดิภาพได้อยู่ดี เอาล่ะ! ในเวลานี้ผมจำต้องยันตัวเองลุกขึ้นมายืนบนพื้นเย็นเชียบของห้อง พร้อมกับทึ้งหนังหัวทัวเองด้วยอารมณ์หงุดหงิดหัวใจอย่างสุดซึ้ง  ในน้ำใจไมตรีของคนที่บังอาจกล้ามาปลุกผมในยามเช้าแบบนี้  พลางเดินไปเปิดประตูห้องนอนของตัวเองอย่างแรง โดยยังไม่ใส่เสื้อนอนเพื่อปิดส่วนบนที่เปลือยเปล่าตั้งแต่เมื่อคืนเลย จะมีก็แต่กางเกงนอนขายาวสีตุ่นตัวเดียวนี่ล่ะครับ ที่มันยังคงปิดส่วนล่างอันแข็งแกร่งของผมเอาไว้อยู่!

 

 

 

พลัวะ! มีอะไรแต่เช้าวะ วะ ว่าไงครับเจนนี่?”เปิดประตูออกมา กะจะด่าให้สะใจยันลูกบวชสักหน่อย ที่มากวนเวลานอนของผมในเวลานี้ แต่ผมจำต้องหยุดชะงักเปิดประตูอ้าค้างเอาไว้อยู่อย่างนั้น เมื่อคนที่ยืนอยู่หน้าประตูแห่งนี้ คือผู้หญิงร่างบอบบางผิวขาว สวมเสื้อผ้าดูเก่าไม่มีราคา มีผมยาวสีดำขลับสลวย ปากอิ่มของเธอขบเม้มบางเบาอย่างคนกำลังชั่งใจและใช้ความคิด ยามที่ดวงตาสีนิลที่ตอนนี้เริ่มมีรอยคล้ำใต้ดวงตา ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมเคยหลงรัก กำลังสบมองกลับมาที่ผมอยู่ มันกลับทำให้ใจของผมเต้นออกมาเป็นระบำแท้งโก้ไม่เป็นจังหวะ ผมเลยได้แต่เอ่ยเสียงตะกุกตะกักออกไปหาอย่างคนทำอะไรไม่ถูก กับผู้หญิงคนไทยลูกครึ่งเกาหลีตรงหน้านี้ เธอคือคนที่ผมเคยรัก เพราะเธอเป็นรักแรกของผม และผมก็เคยคบกับเธอตอนเราเรียนอยู่ชั้นไฮสคูลเกรดที่ 9 ในตอนนั้นมันคือเรื่องป๊อปปี้เลิฟของผมเชียวล่ะครับ!  แต่พอถึงเวลาที่เราต่างต้องพากันแยกย้ายเพื่อไปเรียนเกรด 10 ที่โรงเรียนอื่นดั่งใจหวัง  เธอกลับหายไปเฉยเลย หายไปพร้อมกับคำว่า เลิกรากับผมอย่างไม่มีเหตุผลด้วยเช่นกัน จนมาถึงในวันนี้ผ่านมา 5 ปีแล้ว และผมก็ได้เจอกับเธออีกครั้งนึงสักที

 

 

 

สะ สวัสดี มาร์ค สบายดีไหม?เจนนี่ยิ้มดูเจื่อนๆ ส่งมาให้ผมอย่างรู้สึกผิด จนทำให้ผมต้องรีบปรับสีหน้าเป็นสิ่งยิ้มตอบกลับไปใหม่ สงสัยเมื่อกี้ผมคงเผลอทำหน้าเหวี่ยงใส่จนเธอจนตกใจไปมั้งครับ


 

 “เอ่อ สบายดี ว่าแต่เจนนี่มีอะไรกับมาร์คหรอ? แล้วมาที่นี่ถูกได้ไงเนี่ย?” ผมได้แต่เกาหัวแก้เก้อ พลางส่งยิ้มเอ่ยถามเธอกลับไป และเอาแต่จ้องมองแต่ใบหน้าขาวนวลที่ดูซูบผอมลงกว่าเดิมของเธอไม่วางตา จนเจนนี่ถึงกับเสสายตามองไปทางอื่นแทนอย่างยอมแพ้สายตาของผม อย่าบอกนะครับว่าเธอจะมาขอคืนดีกับผม?

 

 

“เจนนี่ได้ที่อยู่มาร์คมาจากน้าดอรีน แม่ของมาร์คน่ะค่ะ  คือเจนนี่มีเรื่องอยากจะรบกวนให้มาร์คช่วยเจนนี่หน่อยได้ไหม” เสียงหวานของเธอดูละล่ำละลักที่จะพูดออกมา พลางจ้องมองผม จนตอนนี้น้ำตาเริ่มรื้นเต็มดวงตาทั้งสองข้างของเธอแล้ว

 

 

“อ้อ เอ่อ แล้วมีเรื่องอะไรหรอ?”ผมพยักหน้าเออออ เพราะในสมัยเรียนไฮสคูล เจนนี่รู้จักแม่ผมดี และสงสัยเธอยังคงติดต่อกับแม่มาจนถึงทุกวันนี้มั้งครับ ผมก็ได้แต่รอ รอว่าเจนนี่จะพูดเรื่องอะไร ที่ทำให้เธอดั้นด้นมาหาผมถึงที่นี่

 

 

“เจนนี่อยากจะฝากน้องแบมไว้กับมาร์คสักพักนึงก่อนได้ไหม?”


 

 “หะ หืม? น้องแบม??” ผมนี่เลิกคิ้วมองหน้าเธออย่าง งง ตึ๊บ! พลางเอ่ยถามออกไป และสงสัยว่าน้องแบมนี่คือใครกัน?

 

 

“นี่ไงมาร์ค  น้องแบม น้องแบมครับสวัสดีคุณลุงมาร์คสิคะ” เสียงหวานของเจนนี่พร้อมกับใบหน้าสวยหวานก้มลงต่ำไปมองสิ่งมีชีวิตเด็กตัวเล็กความสูงเท่าหัวเข่าของผม ทำให้ผมเพิ่งสังเกตุเห็นว่ามีเด็กน้อยผมดกสีดำขลับ ดวงตาหวานสีนิลที่ดูเหมือนกันกับเจนนี่ยืนอยู่ข้างกันกับเจนนี่ด้วย กำลังเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผมอย่างตาใสแป๋ว พร้อมกับปากเล็กนั่นกำลังดูดจุกนมหลอกเด็กดังจ๊วบไม่หยุด พอร่างน้อยได้ยินเสียงของคนที่คุ้นเคยก็เริ่มหันไปมองหาเจนนี่แทน สลับกับหันมาเอียงคอจ้องมองผมอย่างสงสัยใคร่รู้เหมือนเดิม


 

 

“หนูชื่อกันพิมุกก ภูวากุง อยู่อนุบาลฉามทับฉี่ ห้องของคุงคูลิลลี่ น้องแบมชื่อเล่งชื่อน้องแบมแบม น้องแบมชอบกิงมาร์กแมลโล่กับชาดังเย็น! ละชอบดูการ์ตูงโปเกม่อนล่วย!” หลังจากเเนะนำตัวจบ เด็กน้อยตัวเล็กก็ทำท่ายกมือไหว้แบบไทยและยัดจุกนมปลอมเข้าปากเพื่อดูดต่อ พลางมองผมตาใสส่งมาให้อย่างน่ารัก จนผมแทบทำอะไรไม่ถูก ได้แต่งงงวยแล้วยกมือไหว้ตามเด็กน้อยตัวเล็กคนนี้กลับไป พลางเลิกคิ้วมองไปยังเจนนี่อย่างสงสัยมากขึ้นเป็นทวีคูณ


 

 

“คืออะไรหรอเจนนี่? แล้วพามาน้องชายมาที่นี่ทำไม?”


 

 

“น้องแบมไม่ใช่น้องชายเจนนี่  แต่น้องเป็นเป็นลูกของเจนนี่เองค่ะ” ช็อค! ช็อค! สิครับ! รออะไรอยู่ ผมนี่ได้แต่อ้าปากค้างมองเด็กน้อยที่ยืนดูดจุกนมปลอมจ๊วบๆอย่างไร้เดียงสาคนนี้ พร้อมกับใบหน้าสาวป๊อปปี้เลิฟของผมสลับไปมาอย่างช็อกและอึ้งอิมกี่!


 

 

“.....!!!!!!


 

 

“หลังจากที่เจนนี่เลิกกับมาร์คไป เจนนี่ก็มีแฟนใหม่เป็นคนไทยค่ะ และหลังจากนั้น เอ่อ เจนนี่ก็ท้องน้องแบม”


 

 

“จะ จริงหรอ?” ผมอึ้งมากเลยที่เจนนี่พูดแบบนี้ เพราะตอนที่ผมคบกับเธอ ผมทำได้แค่จูบกับกอด แต่ผู้ชายคนไทยที่มาทีหลังผม กลับได้เธอไปครองจนท้องป่องเลยเนี่ยนะ?


 

 

“คือ มาร์ค มาร์คช่วยดูแลน้องแบมแทนเจนนี่ก่อนได้ไหมคะ? ฮึกก คือตอนนี้เจนนี่ไม่รู้จะไปพึ่งใครแล้วค่ะ เจนนี่ไม่เหลือใครอีกแล้ว พ่อแม่เจนนี่ก็เสียหมด ญาติเจนนี่ก็ไม่มีที่นี่  แถมพ่อของน้องแบมก็ไม่รู้หายไปไหนอีก ฮึกก ตอนนี้เจนนี่อยู่ตัวคนเดียวเลี้ยงน้องแบมมาตลอดสี่ปีแล้ว” เจนนี่เริ่มสะอื้นไห้ พลางเดินเข้ามาเขย่าแขนของผมอย่างขอร้องปนอ้อนวอน




 “ คือ เจนนี่”ผมมองเธอสลับกับลูกชายตัวเล็กของเธอไปมาอย่างนึกสงสาร แต่จะมาให้ผมเลี้ยงเด็กให้ มันก็ยังไงอยู่นะครับ? ผมเพิ่งจะอายุ 19 ปีเองนะ ยังเกาะเงินจากคุณนายดอรีนกินอยู่เลย ให้ตายสิ!! 

 

 

 

“นะมาร์ค เจนนี่ของร้อง! ช่วยดูแลน้องแบมแทนเจนนี่หน่อยนะคะ เจนนี่จะไปตามหาพ่อของน้องแบม เจนนี่เลยไม่อยากให้น้องแบมต้องไปลำบากกับเจนนี่ด้วย ตอนนี้เจนนี่ไม่มีใครให้พึ่งได้เลย มีแต่มาร์คคนเดียวที่พึ่งได้ ฮึก ไม่งั้นเจนนี่คงต้องพาน้องแบมไปฝากไว้ที่บ้านเด็กกำพร้าก่อนแล้วล่ะค่ะ เพราะเจนนี่กลัวลูกอดตาย ฮืออออ”เจนนี่ปล่อยโฮออกมา จนผมต้องรีบเข้าไปประคองเธอเอาไว้ พร้อมกับเด็กน้อยตาแป๋วที่เริ่มเบะปากจะร้องไห้ตามแม่ของตัวเองไปด้วยแล้ว


 

 

“ฮึก ฮึกกก งือออ มะม๊า”เสียงเล็กของเด็กชายตัวเล็กเริ่มสะอื้นไห้ พร้อมกับวิ่งเข้ามากอดเข่าแม่ของเค้าเอาไว้จนแน่น จนผมได้แต่มองไปอย่างนึกสงสารว่าจะทำยังไงดี? ถ้าผมไม่รับปากว่าจะดูแลเด็กคนนี้ เจนนี่ก็ต้องพาไปฝากที่บ้านเด็กกำพร้า แล้วมันต่างอะไรกับการทิ้งลูกในไส้ของตัวเองล่ะครับ?  ในสมองของผมตอนนี้มีแต่คำว่า เด็กตาดำดำ กับ บ้านเด็กกำพร้าสลับกันไปหมด โอ๊ยยย!! สวรรค์โปรด!


 

 

“เจนนี่หยุดร้องเถอะครับ เดี๋ยวลูกก็ร้องตามไปด้วยหรอก โอเค! ผมตกลง!


 

 

“อึกก จริงนะคะ ขอบคุณมาร์คจริงๆ ขอบคุณจริงๆค่ะ เจนนี่คิดไม่ผิดจริงๆที่มาหามาร์ค แล้วพอเจนนี่เจอพ่อของน้องแบมเมื่อไหร่ เจนนี่สัญญาว่าจะรีบกลับมารับลูกเลยค่ะ ส่วนกระเป๋านี่เป็นเอกสารสำคัญ เสื้อผ้าของน้องแบมทั้งหมดนะคะมาร์ค”เจนนี่เริ่มปาดน้ำตาของตัวเองอย่างลวกๆ พลางมองมาที่ผมอย่างซาบซึ้งใจ พร้อมกับเริ่มวางกระเป๋าเป้ขนาดกลางลงกับพื้นหน้าห้อง ส่วนผมน่ะหรอ? ได้แต่ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่นี่ไงครับ!




"ไม่เป็นไร ไม่ต้องรีบ ถ้าเจนนี่ตามหาแฟนเจอเมื่อไหร่ ก็ค่อยมารับน้องแบมก็แล้วกัน"ปากพูดไป ในใจคงคิดว่าไม่กี่วันหรอก ยังไงก็รับปากเอาไว้ก่อน คงไม่เสียหายอะไรมั้งครับ?




"ฮืออ เจนนี่ขอบคุณมาร์คมากๆเลย น้องแบมครับ รีบไปหาคุณลุงเถอะลูก แล้วม๊าจะรีบกลับมาหานะคะ มาม๊าสัญญา"เจนนี่อุ้มเด็กน้อยขึ้นมาไว้แนบอก พลางพร่ำบอกลูกตัวเอง ทั้งกอดทั้งจูบแก้มบวมไปเรื่อยไม่หยุด หลังจากนั้นเธอจึงตัดสินใจส่งร่างของเด็กตัวน้อย เนื้อนุ่มนิ่มวัยเพียง 4 ขวบคนนี้ให้กับผมเพื่ออุ้มเค้าเอาไว้แทน




"งืออ  มาม๊าา ไปไหยย???"เด็กน้อยแบมแบมได้แต่คว้าลมคว้าอากาศ เมื่อถูกส่งมาให้ผมได้อุ้ม ร่างเล็กเริ่มดิ้นแรงขึ้น เมื่อมาม๊าของตัวเองเดินถอยหลังห่างออกไป แล้วมองมาที่แบมแบมอย่างอาลัยอาวรณ์




"เดี๋ยวม๊ากลับมานะคะ ม๊าสัญญา! ฮือออ"เอ่ยคำลาครั้งสุดท้ายกับลูก ร่างบอบบางก็รีบหันหลังกลับแล้ววิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ผมจำต้องอุ้มเด็กน้อยวัยสี่ขวบคนนี้เอาไว้คนเดียว




"มาม๊าาา อึกกก มาม๊าาาาาาา ฮือออออออออออออออออ" เสียงเด็กน้อยเริ่มร้องไห้แทบขาดใจอยู่บนอ้อมกอดของผม ผมจำต้องรีบกอดปลอบไปเรื่อยไม่หยุด ร่างเล็กทั้งดิ้นทั้งสะบัดตัวเอง เพื่อที่จะออกจากอ้อมแขนของผม จนผมได้แต่กอดรัดเด็กน้อยจนแน่นมากกว่าเดิมไม่ปล่อยอยู่อย่างนี้




"โอ๋ๆ เดี๋ยวมาม๊าก็มานะ มาม๊าไปตามหาพ่อ"ผมเอ่ยออกไป พลางเขย่าตัวเด็กน้อยให้เงียบไปด้วย แต่เห็นท่าว่าจะไม่ได้ผลเลยครับ!




"ฮือออ ฮึกก มาม๊าา มาม๊าาา ทิ้งน้องแบมไปไหยยยย!!!"




"โอ๋ๆๆ อย่าร้อง เชื่อลุงมาร์คเถอะน๊าาาา"ผมเริ่มดัดเสียงเล็กเสียงน้อยล่อเด็ก จนร่างเล็กที่ยังสะอึกสะอื้นเริ่มหันมามองผมแทน ใบหน้ากลมมีคราบน้ำตาเปรอะเปื้อนไปหมดอย่างน่าสงสาร




"ฮึกก มาม๊า คุณลุงพาน้องแบมไปหามาม๊า อึกก"เสียงสะอื้น พร้อมกับนิ้วป้อมๆชี้ไปยังทางเดินที่เจนนี่เพิ่งวิ่งหายไป ทำให้ผมได้แต่ส่ายหน้าจนร่างเล็กที่เห็นผมไม่ทำตามที่เค้าบอก เริ่มเบะปากอีกครั้งหนึ่ง




"โอ๋ๆๆไม่ร้องๆ ถ้าเงียบนะ เดี๋ยวลุงจะซื้อมาร์ชเมลโล่ให้หนึ่งโหลเลย ชาดำเย็นอีกสิบขวดเลยดีไหม??"




"อึกก.."เฮ้ย!! ได้ผลเกินคาด เด็กน้อยแบมแบมในอ้อมแขนของผมเงียบสนิท พร้อมกับกลั้นเสียงสะอื้นแล้วเอาแต่มองตาผมใสแป๋ว ถึงแม้ว่าใบหน้ากลมตอนนี้ยังเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาก็ตาม พอพูดถึงเรื่องกินเท่านั้น ตาใสก็เริ่มลุกวาวขึ้นมาทันที




"เนี่ยๆเดี๋ยวไปซื้อให้เลย"




"ฉิบฉองขวกได้ม๊าย?"



"ห๊ะ?"



"ชาดังเย็นฉิบฉองขวดได้ม๊าย? อึก"เสียงสะอื้นยังคงมีอยู่ แต่ตอนนี้เด็กน้อยตรงหน้าเริ่มพูดจาฉะฉาน แถมยังมีมาต่อรองผมได้อีกโอ๊ยย เอากับเด็กคนนี้สิครับ! แล้วผมต้องเปย์เพื่อให้เด็กนี่หยุดร้องตลอดเลยใช่ไหม หรือ ยังไง?? ช่วยมาร์ค ต้วนด้วยคร้าบบบ!!



20%



"อ่อ โอเค๊! ได้เลย! เเต่ตอนนี้หนูต้องไม่ร้องไห้ให้ลุงเห็นก่อนนะ ผู้ชายอย่างเราน่ะเค้าไม่ร้องไห้กันหรอก รู้ป่าว? " พอเห็นเด็กน้อยตรงหน้าที่กำลังมองผมตาใสแป๋ว พร้อมกับริมฝีปากเล็ก เริ่ม เผยอ ออกมานิดหน่อย เพื่อหายใจจากการกลั้นสะอื้นได้สะดวก ผมก็รีบพูดหลอกล่อเด็กน้อยในอ้อมแขนอย่างรวดเร็ว จนเด็กน้อยแบมแบมได้แต่พยักหน้าหงึกหงักตามอย่างว่าง่ายใส่ผม เฮ้อ! ค่อยโล่งอกหน่อยครับ! เด็กนี่เงียบแล้ว!




"น้องแบมจาม่ายร้องไห้แล้ว เพาะว่าน้องแบมเป็งปู้ชาย อึก และมาม๊าจะมามะไหร่คับคุณลุง อึกก" ครับ เป็นผู้ชายแต่ร่างเล็กอย่างกับเด็กผู้หญิง หือออ คิดอะไรอยู่วะ มาร์ค ต้วน...




"เอ่อ เดี๋ยวก็มา ไม่นานหรอก ยังไงหนูก็อยู่กับลุงมาร์คไปก่อนนะครับ เข้าใจไหม?"



"คับ!"



"งั้น เข้าห้องกันน้า" หลอกเด็กได้สำเร็จ ก็ไม่รีรอที่จะรีบพาเค้าเข้าห้อง พร้อมกับย่อตัวเองลงไปหยิบกระเป๋าใบขนาดกลางหน้าประตูติดมือมาด้วย  ในตอนนี้แขนล่ำที่ออกกำลังกายจากการไปเล่นบาสที่มหาวิทยาลัยของผมทุกวัน มือข้างซ้ายของผมกำลังถือกระเป๋า ส่วนมือข้างขวาก็กำลังอุ้มเด็กน้อยตัวสูงเท่าหัวเข่าด้วยมือขวาเพียงข้างเดียวของผมอยู่ไปพร้อมกัน จะว่าไปแล้ว เด็กน้อยคนนี้โคตรตัวเบาเลย ถึงแม้ว่าเค้าจะมีใบหน้าที่แสนกลม พร้อมกับแก้มบวมเท่าซาลาเปา  แต่ร่างกายของเด็กน้อยกลับตัวเล็กดูต่ำกว่ามาตรฐานของเด็กสี่ขวบไปหน่อยนึง ผมว่านะ! ผมคงต้องหาอะไรที่มีประโยชน์มาให้เด็กคนนี้กินบ้างแล้วล่ะครับ



"นั่งลงบนเตียงก่อนนะ" ผมค่อยๆวางเด็กน้อยแบมแบมให้นั่งลงบนเตียง พร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้าของเด็กน้อยลงบนเตียงด้วย พอหนูน้อยแบมแบมได้นั่งลงบนเตียงเท่านั้นล่ะ เค้าก็รีบลุกขึ้นยืนพรวดพราดขึ้นมาทันที เมื่อเห็นผมกำลังเดินหันหลังหนีกลับไปทางประตูห้องน้ำ




"คุณลุงม๊ากจะไปไหย??? อย่าทิ้งน้องแบม!"




"เปล่าๆไม่ได้ไปไหนจะไปหยิบผ้านี่ไง มาเช็ดหน้าหนูไง" ผมรีบตอบกลับไป พลางหยิบผ้าขนหนูผืนสะอาดตาที่แขวนไว้บนราวตากผ้าหน้าห้องน้ำ แล้วรีบเดินนำมาเช็ดหน้าเช็ดตาเด็กน้อยคนนี้ จนหนูน้อยแบมแบมเริ่มนั่งลงแล้วปล่อยให้ผมเช็ดคราบน้ำตาที่เปรอะเปื้อนเต็มสองแก้มของเค้า พร้อมกับใต้จมูกมีน้ำมูกเกรอะกรัง ผมก็เช็ดไปเรื่อยจนหน้าของเค้าเริ่มสะอาดดูดีขึ้นในที่สุด




"เฮ้อ! จะเริ่มไงก่อนดีเนี่ย?" หลังจากเช็ดหน้าเช็ดตาเด็กน้อยเสร็จเรียบร้อย ผมจึงลุกขึ้นยืนกอดอกมองเด็กน้อยที่กำลังนั่งมองผมตอบกลับมาด้วยดวงตาสุกใส ผมมองไปยังกระเป๋าใบขนาดกลางของเค้า แล้วมองหน้าเค้าไปพร้อมๆกัน




"ไหนๆมาม๊าของหนู เอาอะไรใส่ไว้ในกระเป๋าบ้าง"ผมเริ่มรูดซิปกระเป๋าเป้ใบขนาดกลางนี้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น พอเปิดขึ้นมาเท่านั้น ผมถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างแรง




"ซองเอกสาร? เสื้อ 3 ตัว กางเกงขาสั้น 3 ตัว ชุดนักเรียน 1 ชุด เอ่อ ขวดนม 1 ขวด และ มาม่าอีก 1 ซองเนี่ยนะ???? ว๊อท เดอะ ฟ๊าคคค!!!"




"อะไย คือ ฟักฟัก"




"เฮ้อ! ไม่ใช่ ช่างมันเถอะ!" ผมถอนหายใจอย่างแรงกับของในกระเป๋านี้จริงๆ เพราะมันไม่มีอะไรดีเลยน่ะสิครับ มีแค่เสื้อผ้าเก่าๆ กับขวดนมที่มีจุกนมเหมือนถูกใช้งานดูดกัดมาอย่างหนักหน่วง จะมีก็แต่ซองเอกสารพวกสูติบัตร และบัตรนักเรียนอนุบาลโรงเรียนรัฐบาลโซลที่ทำให้รู้ว่าหนูน้อยแบมแบมคนนี้เรียนที่ไหน แค่นี้เท่านั้น?




"Rrhhhhhhhhhhh"




"โทสับๆๆๆๆ คุงลุงมีโทสับด้วยยยย"เด็กน้อยที่นั่งอยู่บนเตียง รีบลุกขึ้นมากระโดดดึ๊งๆบนเตียงใหญ่ พอเห็นว่าเสียงเรียกเข้าจากมือถือของผมที่วางไว้ข้างหัวเตียงแผดเสียงร้องลั่นขึ้นมา ไม่รู้จะตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น? ผมจึงรีบกดรับสาย พลางนั่งลงบนเตียงนอนข้างกันกับเค้าที่ยังคงยืนมองผมอยู่นี่ล่ะครับ




"ไง ไอ้สั้น?"




'แหมมม ไอ้เสาไฟฟ้า มึงสูงตายล่ะ ห่า! เสียงดีแบบนี้ตื่นแล้วสิ งั้นมึงรีบมามหาลัยด่วนเลยครับ!'




"ไปทำไร?"ผมเลิกคิ้วฉงนในคำถามของเพื่อนสนิทที่เมื่อคืนเราเพิ่งไปออกรอบกัน พลางหันมามองเด็กน้อยแบมแบม ที่ยืนเอียงคอมองมาที่ผม ที่กำลังคุยกับคนในสายด้วยความสงสัย 




'ไปขี้มั้งครับ ถุ้ยย มึงแดกเหล้าจนลืมไปแล้วรึไง ว่าวันนี้สิบโมงเช้าเรามีนัดรายงานกลุ่มกับอาจารย์แดจังกึม สุดโหดของพวกเราไงวะ???'




"เออ เชี่ยละ!  แปะ!! โอ๊ยยย"




'ไอ้มาร์คเป็นอะไรวะ???'




"คุงลุงพูดคำหยาบ มาม๊าบอกว่าคงพูดคำหยาบต้องตบปาก นี่ๆๆๆๆ แปะๆๆๆ" แม่งเว๊ย!! นี่มัน ก้อนอะไรสักอย่าง? หรือคนวะครับ เพราะในตอนนี้มันกำลังขึ้นมานั่งทับบนตัวของผมอยู่ พร้อมกับเอามือน้อยทั้งสองข้าง มาตะปปปาก อย่าเรียกว่า ตบ เลย ไม่หยุดแม้สักวินาทีเดียว!




"โอ๊ยยย หยุดดดดดด พอออ กูแสบปากโว๊ยยยยยย"




'เฮ้ย เสียงเด็กหรอวะ? มึงอยู่ไหนเนี่ย???'




"ไม่พูกคำหยาบนะ คุงลุง ไม่อาววววนะ!"




"โอ๊ยยยย เดี๋ยวกูเล่าให้ฟังแค่นี้ก่อน แล้วเจอกันหน้าคณะ!!!" สุดท้ายผมก็ต้องจับรวบตัวเด็กก้อนคนนี้เอาไว้ในอ้อมกอด พลางหอบหายใจแรงใส่หน้าไอ้เด็กตาแป๋วนี่ซะเลย! 




"คุงลุงห้ามพูกคำหยาบ" ฮึ่มมม บังอาจมาก บังอาจมาก ไอ้เด็กตาเเป๋ว คิดว่าไม่กล้าทำอะไรหรอ???




"เออ เออ ไม่พูดแล้ว ไปๆเดี๋ยววันนี้จะพาไปเที่ยว"พูดจบจึงตัดความรำคาญด้วยการอุ้มเด็กน้อยขึ้นพาดบ่า แล้วพาเข้าห้องไปด้วยซะเลย!! ใครบอกผมกลัว ไม่มี๊!!!! (เสียงสูง)



*******



คณะวิศวกรรมศาสตร์   มหาวิทยาลัยโซล



      ในตอนนี้ผมรู้สึกอับอายประชาชะนีหน้าสวยหลายคนมากครับ ทำไมน่ะหรอ??? ก็พวกเธอเอาแต่มองผมจูงมือเด็กน้อยที่เดินต้อยๆมากับผมตั้งแต่หน้าคณะ จนมาถึงโต๊ะม้าหินที่เหล่าผองเพื่อนในกลุ่มของผมนั่งกันอยู่นี่ไง ฮึกก อยากจะร้องไห้ออกมาเป็นสายเลือดกับอดีตเพลย์บอยของผมอย่างสุดซึ้ง ที่ในตอนนี้มันคงเปลี่ยนผันมาเป็น ไอ้มาร์ค พ่อลูกอ่อนไปแล้วล่ะครับ




"หือออออออ ไอ้มาร์คมึงพาเด็กที่ไหนมาวะ? " ไอ้เจบีเพื่อนตาตี่มีเสน่ห์ ชอบความคูลๆชิคๆอย่างมันร้องทักผมเป็นคนแรก จนทำให้เพื่อนอีกสองคนถึงกับหันขวับมามอง 




"โอ๊ยยยย น่ารักจังเลยหนูน้อยยยยยยยยย"เสียงหวานจะเป็นใครไม่ได้นอกจากไอ้จินยอง เพื่อนสนิทหน้าสวยในกลุ่ม พ่วงด้วยแฟนของไอ้เจบี รักเด็ก ยิ้มหวานดูดี มีความโลกสวย จนผมอยากจะพามันไปประกวดมิสทิฟานี่ดูสักครั้งนึง แต่ติดตรงที่เท้าของมันช่างหนักเหลือเกิน ผมจึงได้แต่คิดในใจ





"เฮ้ยๆๆ นี่ต้องเป็นเด็กน้อยในสายแน่ๆเลยว่ะ"สุดท้าย ไอ้สั้นที่มันโทรมาหาผมนี่ล่ะครับ มันเป็นเพื่อนสนิทของผมอีกคนในกลุ่มเอง ด้วยร่างกายของมันช่างสันทัด ขาสั้น แต่เบ้าหน้าใช่จะดูไม่ดีซะที่ไหน เพราะมันก็มีสาวๆเข้าหาเป็นว่าเล่นเหมือนกัน มันรีบลุกขึ้นมายืนทักผม พร้อมกับหรี่ตามองเด็กน้อยแบมแบม ที่ยืนจับมือผมจนแน่น ด้วยความที่ไม่คุ้นชินทั้งสถานที่และผู้คน แต่จะให้ทำไงได้ ผมจำเป็นต้องพาเค้ามาที่นี่ กว่าจะจับเด็กคนนี้เเต่งตัวได้ก็ยากใช่เล่นเหมือนกันนะครับ




"หนูชื่ออะไรคะ?" จินยองนี่รีบผุดลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ พลางลอยละล่องมาหาเด็กน้อยแก้มกลมที่ยืนเบียดขาของผม แทบจะสิงร่างเข้าไปในขาของผมอยู่แล้วทันที พลางเอ่ยเสียงหวานใส่เด็กน้อย แถมมันยังมีคำว่า ค่ะ?? อีกด้วยนะครับ! เอ่อ มึงจะรู้ไหมว่าเด็กน้อยคนนี้คือผู้ชาย??




"ตอบเค้าไปสิน้องแบม"ผมรีบสั่งหนูน้อยที่กำลังจะสิงขาผมอยู่แล้วให้ตอบ จนแบมแบมค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาสบตากับจินยองตรงหน้าได้ในที่สุด




"หนูชื่อกันพิมุกก ภูวากุง อยู่อนุบาลฉามทับฉี่ ห้องของคุงคูลิลลี่ น้องแบมชื่อเล่งชื่อน้องแบมแบม น้องแบมชอบกิงมาร์กแมลโล่กับชาดังเย็น! ละชอบดูการ์ตูงโปเกม่อนล่วย!" เสียงเล็กเอ่ยแนะนำตัวออกมา ซึ่งมันเหมือนกับตอนที่เค้าแนะนำตัวกับผม เป๊ะ! โถ นี่เด็กหรือหุ่นยนต์ครับ?




"โง๊ยยยยยยยย น่ารักอ่ะบี จินชอบเด็กคนนี้"จินยองได้แต่เอามือทั้งสองข้างมาตะปปแก้มตัวเองแล้วดิ้นต่อหน้าเด็กน้อยแบมแบม จนเด็กน้อยเริ่มมองแล้วยิ้มขำออกมาบางเบา




"คิคิ คงนี้น่ารักจังเยย"




"ลูกใครวะ? แล้วมึงพามาทำไม?"เจบีเลิกคิ้วมองผมกับเด็กก้อนนี่สลับกันไปมา พลางมองแฟนตัวเองชักดิ้นชักงอกับความน่ารักของเด็กคนนี้ไปด้วย




"อย่าบอกนะว่ามึงแอบซุกลูกเอาไว้??"




"ซุกพ่อง สิ!! ไอ้สั้น!! นี่ลูกของแฟนเก่ากู!"




"ห๊ะ!!! แฟนเก่า???????"ทั้งสามคนร้องประสานเสียงอย่างกับอยู่ในโรงละครโอเปร่า พร้อมกับอึ้งแดก ส่วนผมน่ะหรอ???




"โอ๊ยยยยยยยยยยย กัดขากูทำไมมมมมมมมมมมม" ผมกำลังสะบัดขาอย่างสุดชีวิตน่ะสิครับ! เพราะจากตอนแรกเด็กนี่มันยืนแทบจะสิงขาของผม แต่ในตอนนี้กลับมากัดขาผมซะงั้น!! วันนี้ผมมีแต่เจ็บตัวให้เด็กนี่  พูดเลย!! 




"คุงลุงมา๊คพูกคำหยาบบ มาม๊าบอกว่าไม่ดี จะต้องโดนตี!!!"




"โอยยยยย น่ารักกกก"จินยองก็ยังคงลูบแก้มตัวเองแล้วมองมาที่เด็กน้อยแก้มกลมด้วยอาการหลงเด็กเหมือนเดิม ส่วนไอ้เพื่อนอีกสองคนน่ะหรอครับ??




"ฮ่าาาาาาาาาาาาๆๆๆ ไอ้มาร์ค มึงโดนเด็กเล่นแล้วล่ะ!!!"




          ศึกสงบลงไปได้ชั่วคราว เมื่อผมเดินไปซื้อชาดำเย็นให้เด็กนี่หนึ่งขวด พร้อมกับมาร์ชแมลโล่อีกหนึ่งห่อ ส่วนอีกสิบเอ็ดขวด บอกไปว่าค่อยกินทีหลังแล้วกัน เพราะเค้ายังเด็กจะให้กินเยอะมากไปก็คงไม่ดีกับร่างกาย พอแบมแบมตัวน้อยเห็นของโปรดตัวเองก็ไม่สนใจใครแล้วครับ ร่างเล็กเอาแต่เคี้ยวหงุบหงับจนแก้มตุ่ย พร้อมกับดูดน้ำชาไปอึกนึง เลยทำให้ผมมีเวลาเล่ารายเอียดว่าทำไมผมถึงพาหนูน้อยแบมแบมมาที่นี่ได้สักที




"โห ไอ้มาร์ค งั้นเเสดงว่าน้องเจนนี่แฟนเก่ามึงก็ท้องแต่ยังเด็กๆเลยดิ เพราะนี่เราเพิ่งจะ 19 กันเองนะ"




"อืม เจนนี่คงมีแบมแบมตอนอายุ 15"ผมตอบกลับแจ็คสันไป หลังจากเล่าให้ทุกคนได้ฟังว่าเรื่องราวเป็นยังไง ซึ่งมันก็จริงที่เจนนี่มีลูกก่อนวัยอันควร สี่ปีผ่านมานี้สงสัยเธอคงจะใช้ชีวิตลำบากน่าดูเลยล่ะครับ




"น่าสงสารจัง น้องแบมก็น่าสงสาร"จินยองเบะปากเล็กน้อย พลางค่อยๆลูบผมบ๊อบสั้นของเด็กน้อยข้างตัวที่จ้องกินขนมกับน้ำอย่างไม่สนใจใครสักคน





"แล้วเจนนี่เค้าไปตามหาพ่อของน้องที่ไหนวะ?"




"ไม่รู้" 




"พ่อของน้องแบมมึงรู้จักเค้าไหม?"




"ไม่รู้"




"อ้าว แล้วอย่าบอกนะว่ามึงก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเจนนี่จะมารับน้องแบมกลับเมื่อไหร่?"แจ็คสันถามผมอย่างกับว่ามันเป็นนักข่าว แต่ผมก็เป็นดาราที่ดี ด้วยการตอบอย่างไม่มีจุดหมายปลายเหตุด้วยเช่นกัน




"เออ ไม่รู้เหมือนกัน"




"โอ้ววว แบบนี้เค้าเรียกว่า ทิ้งเด็กคนนี้กลายๆเลยนะไอ้มาร์ค!"




"เพี๊ยะ!!! บี! หยุดพูด! อย่าพูดให้น้องแบมได้ยินแบบนี้"จินยองหันขวับมามอง พลางเอามือทั้งสองข้างปิดหูน้อยๆของเด็กตัวเล็กเอาไว้ จนผมได้แต่ถอนหายใจออกมา




"ตามนั้นล่ะ! พวกมึง กูก็จะเลี้ยงเค้าไปเรื่อยๆ จนกว่าเจนนี่จะมารับกลับก็แล้วกัน"



"งั้นแสดงว่ามึงยังไม่ลืมแฟนเก่าของมึงคนนี้สินะ ถึงยอมได้ขนาดนี้?"




"......." ผมเงียบและไม่ตอบอะไรออกไป จะถามว่ายังรักอยู่ไหม ก็รักครับ แต่คงไม่เป็นเหมือนเดิมแล้ว ที่รับเด็กคนนี้มาดูแล ก็เพราะสงสารและเห็นใจคนที่เคยรักกันมากกว่า แต่ผมจะไปพูดให้คนอื่นฟังทำไม ว่าไหมครับ? ก็เลยปล่อยให้พวกมันคิดกันไปแบบไหนก็แล้วแต่มันจะคิดก็แล้วกัน




"ลุงม๊าคเล่านิทานนนน"หลังจากที่ผมไปพรีเซนต์งาน และฝากเด็กน้อยให้นั่งอยู่กับเพื่อนอีกกลุ่มที่ไว้ใจได้ เพราะเรียนเซ็คเดียวกันบ่อย ซึ่งหนูน้อยแบมแบมก็เข้ากับคนง่าย ด้วยความที่น่ารัก เพื่อนๆเลยเอ็นดูเต็มใจเลี้ยงเด็กคนนี้ทุกคน ตกเย็นผมก็พาเค้ากลับมาที่หอพักหลังจากไปกินข้าวกับเพื่อนทั้งสามคนพ่วงด้วยหนูน้อยแบมแบมสมาชิกใหม่อีกคนด้วยแล้วจนถึงช่วงหัวค่ำ ตามปกติแล้วมันเป็นเวลาเที่ยวของผม แต่ตอนนี้ผมกลับต้องมาใส่ชุดนอน พร้อมกับปัดที่นอนให้เด็กน้อยหน้าขาวด้วยแป้งโคโดโมะ ที่ผมเพิ่งซื้อมาข้างใต้หอพัก ให้ได้นอนข้างๆกัน




"เรื่องอะไรล่ะ?"ผมดันไหล่เล็กให้นอนลงไปกับที่นอน พร้อมกับเอาขวดนม ที่บรรจุนมผงตราหมียี่ห้อดีปรุงแต่งมาพร้อม ยัดใส่ปากเด็กน้อยไป แล้วเอ่ยถามออกไป




"หมีฉามตัววว"




"อ่อ กาลครั้งหนึ่ง..."




"เหยี๋ยวววว!!! "




"หืออออ อะไร?"ผมเลิกคิ้วมองเด็กน้อยที่อยู่ดีดีก็ตะโกนเสียงดัง ทั้งที่จุกนมยังคาที่ปากด้วยความสงสัย มันจะเอาอะไรอีก??




"จุ๊ก ก่องง"




"อะไรนะ?"



"จุ๊บบ ปา จุ๊บบบ ก่องง"และแล้วขวดนมก็ถูกดันออกจากมือน้อย เพื่อพยายามจะพูดให้ชัดขึ้น จนผมได้แต่ทำหน้าตาเหรอหราใส่ มาจุ๊บอะไรเนี่ย??? ผู้ชายนะ!! ไม่เอา! ปากนี้ไว้เพื่อจุ๊บสาวอย่างเดียวครับนี่พูดเลย!!




"จุ๊บอะไร? ไม่จุ๊บ! นอนๆ"




"หงึ! "เอาแล้ว พอขัดใจหน่อยก็เบะปากคายขวดนมแล้ว โอ๊ยยยย




"โถ่ แล้วทำไมต้องจุ๊บล่ะ?"




"มาม๊าบอกว่า ถ้าจุ๊บปาจุ๊บทุกคืนก็จาฝานดี"กระพริบตาปริบๆ มองมาที่ผม แล้วผมจะยอมหรอ? เหอะ! ไม่มีทาง!!!




"เออ ก็ได้ จุ๊บ!"





"งืออ อีกทีนึง!"




"เฮ้ออ จุ๊บๆๆๆๆ"




"คิคิ เล่านิทานต่อเยย" ตายๆครับอย่าไปบอกใครเชียวว่าผมแพ้ทางเด็กสี่ขวบ!





สามวันผ่านไป




เอ่อ เจนนี่เงียบหายไปเลยครับ ในตอนนี้ผมได้แต่กระเตงพาเค้าไปมหาวิทยาลัยด้วยกันมาสามวันแล้ว จนสาวๆในสต็อกของผมเริ่มหายกันไปหมด แต่ทำไงได้ผมสัญญากับเจนนี่ว่าจะเลี้ยงเค้าแล้วนี่!




"ลุงม๊าคคคค อาจิงยองเอาปิกาจูมาห้ายน้องแบมด้วยย"เด็กน้อยแบมแบมชูตุ๊กตาสีเหลืองปิกาจูมาใส่ผมตรงหน้า พลางรีบปีนขึ้นมานั่งบนตักของผมอย่างคุ้นชิน ใช่ครับ! สามวันมานี่ผมอยู่กับเค้าตลอด จะไม่ให้เด็กนี่คุ้นเคยกับผมได้ไง?




"เออ น่ารัก" ก็ไม่รู้จะตอบอะไร ก็ตอบไปโท่งๆแบบนี้ล่ะครับ แต่เด็กน้อยแบมแบมก็ไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยอะไร มือเล็กเอาแต่บีบจับตุ๊กตาต่อไปเรื่อย ส่วนใบหน้าก็มองแต่ตุ๊กตา พลางฮัมเพลงไปอย่างเพลินอารมณ์ของตัวเอง




"ไอ้มาร์ค ปึกก "หนังสือเล่มหนาวางบนโต๊ะม้าหินอ่อนดังปั๊ก พร้อมกับเพื่อนร่างเพรียวอย่างจินยองที่เดินมาคนเดียว ส่วนอีกสองคนไม่รู้มันหายหัวไปไหน แต่ที่รู้คือตอนนี้หน้าไอ้จินยองมันดูเคร่งเครียดมากครับ เหมือนมันมีอะไรอยู่ในใจที่อยากจะถามผมอย่างเอาจริงเอาจัง




" กู เอ่อ เรามีเรื่องจะถาม"จินยองรีบเปลี่ยนสรรพนามนำหน้ากูมึงทันที เพราะในตอนนี้ทุกคนรู้หมดแล้วว่าเด็กที่นั่งอยู่บนตักผมนี่ไม่ชอบให้พูดคำหยาบ เพราะทุกคนโดนแบมแบมประทุษร้ายหมด ไม่ว่าจะเป็นเจบีที่โดนตบแก้มใส่ จินยองโดนโหม่งท้อง ส่วนไอ้แจ็คน่ะหรอ? ก็โดนกัดหูไงครับ ฮ่าๆๆ




"ว่า?"




"น้องมีโรงเรียนต้องไปเรียนไหมวะ?" เออ ผมก็ลืมไปเลย?




"เออ มีว่ะ อยู่โรงเรียนอนุบาลโซล"




"อ้าว มีแล้วทำไมไม่พาน้องไปโรงเรียน?"




"ไปยังไงวะ กูทำไม่เป็น" ผมนี่ค่อยๆหันซ้ายหันขวากระซิบไอ้คนข้างๆอย่างบางเบาแต่มันก็ได้ยิน ส่วนหนูน้อยแบมแบมก็ไม่สนใจใครเหมือนเดิม สงสัยในสมองตอนนี้มีแต่ปิกาจูอยู่มั้งครับ




"โถ่! ก็ให้น้องใส่ชุดนักเรียน พาไปส่งโรงเรียนแค่นี้??"จินยองเลิกคิ้วมอง พลางใช้นิ้วเรียวดีดเหม่งผมไปหนึ่งที ไอ้ห่า กูไม่ใช่ผัวมึงนะโว๊ยยยย (ก็ได้แต่คิดในใจ เพราะตีนมันหนัก)




"โถ่ เรื่องนี้กูรู้ แต่มึงคิดดูว่าเวลาเรียนกูไม่ตรงกันขนาดนี้ ไหนจะกิจกรรมรับน้องเร็วๆนี้อีกด้วย จะมีเวลาได้ไงวะ?" ผมพูดออกมาบางเบาราวกระซิบ จนแบมแบมเริ่มหลุดจากภวังค์แล้วเงยหน้ามามองผมอย่างสงสัยว่าทำไมต้องพูดเบาขนาดนั้นด้วย?




"ก็ไปฝากคุณนายดอรีนสิ คุณนายก็ว่างไม่ใช่หรอ พาน้องกลับบ้านให้คุณนายดอรีนเลี้ยงก็จบ!"




"เออว่ะ" ผมพยักหน้าเออออ ถ้าแบมแบมได้อยู่กับคุณนายก็คงจะดีกว่าผม เพราะผมมันยังวัยรุ่นอยู่เลยไม่ค่อยมีอะไรดีพร้อมให้กับเด็กคนนี้สักเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นแม่ คุณนายดอรีนของผม แบมแบมก็จะได้รับสิ่งที่ดีมากกว่านี้ แถมที่บ้านคุณนายดอรีนก็อยู่คนเดียวด้วย เพราะคุณชายต้วน หรือ พ่อของผมชอบบินไปทำธุรกิจที่ต่างประเทศออกบ่อย 




หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป 


หลังจากที่คุยกับจินยอง ในที่สุดผมก็ตัดสินใจโทรหาคุณนายดอรีน พร้อมกับเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้แม่ฟัง ซึ่งคุณนายดอรีนก็เข้าใจดี และพอรู้มาบ้างว่าเจนนี่ท้องตั้งแต่อายุ 15 เธอจึงได้แต่เป็นที่ปรึกษาในระยะห่างๆก็เท่านั้น คุณนายดอรีนจึงไม่อิดออดที่จะดูแลแบมแบมเเทน เวลาที่ผมเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัย เสมือนว่าเธอก็มีอะไรทำไปด้วย ด้วยการทำอาหารเช้า เย็น พาแบมแบมไปรับไปส่งโรงเรียนอนุบาลโซล ซึ่งในตอนนี้เด็กน้อยแบมแบมก็ได้ไปเรียนตามปกติแล้ว




"วันนี้ตั้งใจเรียนนะเด็กน้อย ลุงไปล่ะ"ผมขยี้หัวเด็กน้อยตรงหน้าจนหนำใจ พลางจะเดินหันหลังออกจากบ้าน บอกเลยช่วงนี้ รู้สึกว่าผมจะกลับมาอยู่บ้านมากกว่าอยู่หออีกนะครับ แหะๆ สงสัยคงคิดถึงแม่มั้ง? 




"คับ! คุงลุงรีบกลับมาให้น้องแบมกอดก่อนนอนด้วยน้าาาาา"




"บ้าน่า กอดไรกัน!" ผมนี่หูแดงเถือก ก็เพราะผมไม่ค่อยทำตัวมุ้งมิ้งต่อหน้าคุณนายดอรีนไงครับ ดูสิเธอทำสายตาล้อเลียนผมใหญ่เลย ให้ตาย!! ทุกคืนผมก็นอนกับเด็กตัวเล็กนี่ล่ะครับไม่อยากพูดเลย มันอาย!




"ตั้งใจเรียนนะตามาร์ค แล้วรีบกลับมาให้น้องแบมนอนกอดนะคะลูก ฮ่าๆๆ"




"โอ๊ยย แม่!"




หนึ่งเดือนผ่านไป



"ลุงมาร์ค มาม๊าไปไหย? ทำไมไม่มารับน้องแบมเยยย"ผมกกกอดเด็กในอ้อมกอดพร้อมกับโยกเยกไปด้วย เพราะอยู่ดีดี เด็กคนนี้ก็พูดถึงแม่ตัวเองขึ้นมาในรอบเดือน ซึ่งเอาตามตรงเจนนี่หายตัวไปเลยอย่างลึกลับ จนผมอดที่เป็นห่วงไม่ได้ว่าเธอจะเป็นตายร้ายดียังไง




"ม๊าน้องแบมไปตามหาป๊าของน้องแบมไง"




"ทำไมไปนานจัง น้องแบมอยากกอดมาม๊า ฮึกก"




"โอ๋ๆ ไม่เอานะ กอดลุงไปก่อนก็ได้นะ จุ๊บๆๆๆ"ผมจูบแก้มปลอบเด็กจนหลับ ผมก็ทำได้แค่นี้จริงๆ ผมสงสารเด็กคนนี้จังเลยครับ



หนึ่งปีผ่านมา

(น้องแบม เกรด 1 )


"มาม๊าา หายไปไยน?"


"เดี๋ยวก็มา"


สองปีผ่านมา

(น้องแบม เกรด 2)


"มาม๊ามายัง?"


"ยัง"


สามปีผ่านมา

(น้องแบมเกรด 3 )


 เจนนี่หายไปนานมากครับ  นานจนผมจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย  แล้วก็แยกย้ายกับเพื่อนเข้ามาฝึกงานในบริษัทอุตสาหกรรมระดับใหญ่ที่หลายคนใฝ่ฝัน แล้วผมก็สอบผ่านการสัมภาษณ์มาได้สามเดือนแล้ว ก็ยังไม่เห็นหัวเธอเลย จนตอนนี้จากที่ผมอาศัยอยู่หอพัก ก็กลับมาอยู่บ้านแทน มาเจอคำถามของเด็กน้อยแบมแบมที่ในตอนนี้จากร่างเล็กๆขาก็เริ่มยาวขึ้น แต่แก้มยังคงบวมเหมือนเดิม เนื่องจากคุณนายดอรีนให้ดื่มนมในตอนเช้ากับก่อนนอนทุกวัน แม่ของผมดูแลเด็กคนนี้ดีมากดั่งกับลูกในไส้ โดยไม่เอ่ยถามถึงแม่ที่แท้จริงของเด็กคนนี้เลยสักคำ ส่วนผมก็เจอคำถามนี้จากแบมแบมมาตลอด จนเริ่มชินแล้วล่ะครับ (ยิ้มเย็น)



"มาม๊าของน้องแบมล่ะ?"



"ไม่รู้" 



"ทำไมลุงมาร์คไม่รู้?"



"ถามมากไม่จุ๊บ กับนอนกอดก่อนนอนนะ"



"งั้นไม่ถามแล้ว มากอดกันเถอะ " พูดจบเด็กน้อยที่เริ่มจะโตก็เริ่มเข้ามามุดหัวซุกที่อกของผม แล้ววาดเเขนเล็กกอดเอวผมจนแน่นอย่างว่าง่าย เด็กขาดความอบอุ่นก็งี้ล่ะครับ ผมไม่ถือสา (หรอ?)



"จุ๊บ ปา จุ๊บ นะลุงมาร์ค"พูดจบก็จุ๊บปากผมอย่างน่าเอ็นดู เฮ้อ เด็กน้อย ฝันดีครับ!




6 ปีผ่านไป

( น้องแบม เกรด 6 )



เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก จากเด็กน้อยตัวเล็กแก้มกลม ในตอนนี้กลับยืดตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าที่แสนกลมน่าฟัดแก้ม ในตอนนี้ก็เริ่มลดความหนาของแก้มลงไปเยอะมากด้วยวัยเพียงแค่ 10 ขวบ และเป็นอายุของเด็กในวัยกำลังโต เรียนเก่ง กำลังจะเข้าสู่ไฮสคูล เกรด 7 ก่อนวัยเรียน เพราะคนอื่นยังเรียนอยู่เกรด 5 แต่แบมแบมกลับเรียนเกรด 6 แล้วในตอนนี้ จึงมีความต้องการอยากได้ของนู่นนี่นั่น จนผมที่ตอนนี้เป็นนายวิศวกรมาสามปีกว่าอย่างเต็มตัวแล้ว ถึงกับกุมขมับ อย่างเช่นในตอนนี้




"ลุงมาร์คครับ น้องแบมอยากได้จักรยานขี่ไปโรงเรียนกับเพื่อน"ร่างบางของเด็กน้อยวัย 10 ขวบรีบคลานเข่ามาหาเหมือนหมาพุดเดิ้ลอยู่บนพรม ตรงหน้าผมที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟา พร้อมกับเพื่อนๆที่พากันมานั่งเล่นพูดคุย นานทีพวกนี้จะได้เจอกับผม อย่างแจ็คสัน จินยอง และ เจบี ทุกคนต่างหันมามองเด็กน้อยบนพรมขนสัตว์นี้กันหมด




"จักรยาน? แล้วเราขี่เป็นรึไง?"ผมเลิกคิ้วมอง พลางวางมาดทำเสียงเข้มใส่อย่างมั่นใจ ต่อหน้าเพื่อนพ้องทั้งหลาย เพื่อเเสดงให้เห็นว่าผมเอาแบมแบมเด็กน้อยที่พวกมันเห็นตั้งแต่ยังเล็กอยู่หมัด




"น้องแบมขี่ไม่เป็น แต่น้องแบมอยากได้"เด็กน้อยแบมแบมพูดเสียงแผ่ว พลางค่อยๆคลานเข่าเข้ามากอดขาผมแล้วเอาใบหน้าหวานเหมือนเจนนี่ ที่ยิ่งโตก็ยิ่งหน้าเหมือนแม่เข้ามาถูไถหน้าขาผมอย่างออดอ้อน 




"โถ ไอ้มาร์ค ซื้อให้น้องแบมไปเถอะ ดูสิ หน้าตาน่าสงสาร"จินยองเจ้าเดิม ที่รักแบมแบมมากกว่าใคร รีบผละออกมาจากโซฟา แล้วลงมานั่งลูบหัวแบมแบมอย่างเห็นใจหลานรักตัวเอง




"ไม่! ขี่ไม่เป็นแล้วจะขี่ไปทำไม เดี๋ยวลุงขับรถไปส่งที่โรงเรียนทุกวัน ไม่ให้หรอกจักรยานน่ะ!"คราวนี้บอกเลย ผมไม่ใจอ่อนหรอกนะ ถ้าเผื่อซื้อให้แล้วเอาไปขี่ล้มขาแข้งหักจะทำไง? จักรยานคันนึงมันไม่ได้มีราคามากมายอะไรสำหรับนักวิศวกรหนุ่มโสดอย่างผมหรอกครับ แต่มันอันตรายสำหรับแบมแบม เด็กน้อยที่ไม่ค่อยรู้ประสีประสาคนนี้ นี่พูดเลย!




"ไอ้มาร์ค พอซื้อมาก็ให้น้องแบมหัดขี่ก็ได้ ไม่เห็นจะยากเลย"แจ็คสันรีบเอ่ยแทน พร้อมกับกระดกน้ำเขียวที่คุณนายดอรีนเตรียมไว้เข้าปากแล้วดื่มอึกใหญ่อีกครั้งจนหมด 




"ห้ามอยู่ได้นะไอ้มาร์ค ไม่เป็นไรนะครับน้องแบม เดี๋ยวลุงบีซื้อให้เอง"เจบีพอเห็นแฟนตัวเองเบะปากตามหลานรัก ก็ตามใจหลานเพื่อเอาใจเมียจนจินยองนี่รีบหันไปยิ้มตาหยีใส่ เจบีก็จ้องกลับไปกลับมาอย่างไม่ลดละเช่นกัน




"จริงหรอ!! ลุงบีน่ารักที่สุดเลยยย น้องแบมรักลุงบี!!!" แบมแบมรีบหันไปหาเจบีด้วยความดีอกดีใจ พลางผละออกจากขาของผมออกมาอย่างไม่สนใจใยดี และทำท่าทีจะเข้าไปกอดขาไอ้ห่าเจบีแทนเฉยเลย! โอ๊ยยย กูไม่ยอมหรอกเว๊ย!! ไอ้เด็กแก้มนี่ไม่สนใจคนอย่างมาร์ค ต้วนคนนี้ได้ไง?? 




"เออ เดี๋ยวซื้อให้ เย็นนี้ไปห้างกัน!" แล้วจะเป็นใครล่ะถามได้ ก็ผมไงล่ะครับ ที่พูดออกไปเพื่อให้เด็กในการปกครองได้กลับมาสนใจผมอีกครั้งนึง!




"งื้ออออออ เย้!! น้องแบมรักลุงมาร์คที่สุดในโลกเลยยยย จุ๊บๆๆๆๆ"




9 ปีผ่านไป 

(น้องแบมเกรด 9 )


คำว่าเจนนี่ แม่ของน้องแบม หรือ อดีตแฟนเก่าของผม ไม่มีอยู่ในหัวของแบมแบม เด็กน้อยในตอนนั้นแล้วล่ะครับ สงสัยคงไม่คิดที่จะถามอีกต่อไปแล้ว ถ้าเป็นผมผมก็คงไม่ถามเหมือนกัน จริงไหมล่ะ? ในตอนนี้จากเด็กน้อยที่ชอบเข้ามากอดมาออดอ้อนผม ก็เริ่มไม่เป็นแบบนั้นแล้วสิครับ แบมแบมในวัย อายุ 13 ปี เข้าสู่เกรด 9 ในไฮสคูลชื่อดังที่ผมส่งเสียให้เรียน ในตอนนี้ร่างบางเริ่มมีสังคม มีเพื่อน มีคนมาจีบแล้วสิครับ แต่ที่น่าแปลกคือ ไม่ใช่เด็กผู้หญิงนะที่เข้ามาจีบเค้า แต่กลับเป็นพวกเด็กผู้ชายมากกว่า จนทำให้ผมต้องเข้ามาควบคุมความประพฤติ กลัวเด็กน้อยคนนี้เสียคน ด้วยการมายืนทำหน้าทมึงทึงคอยรับ คอยส่งเค้าทุกเช้าทุกเย็นไง หึหึ!




"แบมแบม วันนี้ไปกินติมกับแจป่ะ เอ้อ มียูคไปด้วยคนนะ" ผมยืนลอบมองเด็กสองคนยืนคุยกันอยู่หน้ารั้วโรงเรียน ซึ่งจากเด็กน้อยแก้มกลมในวันนั้น กลับมาหน้าเรียวหวานในวันนี้ พร้อมด้วยหุ่นบางร่างน้อยจนเด็กผู้ชายนี่หันมองตามกันเป็นพรวนยิ่งทำให้ผมหงุดหงิดใจใหญ่ เดี๋ยวพ่อก็ควักลูกตาออกให้หมดเลยครับ เด็กเปรตพวกนี้! 




"เดี๋ยวแบมต้องถามลุงมาร์คก่อนนะแจ วันนี้ลุงมาร์คมารับแบม"




"อื้อ ให้แจขออนุญาตลุงของแบมไหมล่ะ" ผมยืนฟังลองคนนี่คุยกันไปเรื่อย ร่างบางพอพอกับแบมแบม ขาวกว่า ตี๋กว่า นี่คือเพื่อนสนิทของแบมแบมตั้งแต่เรียนอยู่เกรด 7 จนผมไว้ใจเค้าอยู่พอสมควร ถ้าแบมแบมจะไปไหนกับเด็กคนนี้ด้วยกัน




"อือ นั่นไงลุงมาร์ค"แบมแบมชี้นิ้วเรียวมาทางผม จนยองแจต้องรีบหันตัวกลับมามองผม ทั้งสองคนรีบเดินจ้ำอ้าวกันเข้ามาหาผมใหญ่ จนผมต้องรีบตีหน้าขรึมทันที




"ว่าไงเด็กๆ"




"ลุงมาร์คครับ วันนี้ยองแจจะขอพาแบมแบมไปกินไอติมด้วยกันได้ไหมครับ แล้วเดี๋ยวยองแจจะพาแบมแบมไปส่งที่บ้านเอง"




"ก็ได้ แล้วลุงจะไปรอที่บ้านแล้วกัน"ผมพยักหน้าตามใจร่างบางตรงหน้าสักหน่อย ถ้าไปห้ามเค้ามากเดี๋ยวจะรู้สึกอัดอัดเปล่าๆ ผมจึงเดินหลังกลับขึ้นรถของตัวเอง เพื่อให้แบมแบมได้ใช้เวลาอยู่กับเพื่อนตัวเองบ้างวันนึง




"ขอบคุณที่มาส่งน้ายูคค" หืม??? ผมเดินออกมาจากบ้าน มายืนอยู่หน้าประตูบ้าน ก็เห็นแบมแบมยืนอยู่หน้ารั้วบ้าน กำลังโบกมือลาเพื่อนที่ไม่ใช่ยองแจอยู่ จนผมได้ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความโมโห! ไหนยองแจบอกจะพาแบมแบมมาส่งไง แล้วนี่อะไร? มีผู้ชายที่แบมแบมอาจจะคิดว่าเพื่อน แต่สายตาที่ผมเห็นของไอ้เด็กนั่น ที่มันมองมาที่แบมแบม มันมองแบบไม่ใช่เพื่อนสนิทแน่นอน จนหัวผมนี่เริ่มร้อนเป็นไฟ!




"แบมแบม เข้าบ้าน!"ผมเอ่ยเสียงดังลั่น จนทั้งสองคนสะดุ้ง เด็กนั่นเริ่มก้มหัวเคารพผมใหญ่ ส่วนแบมแบมก็ไหล่ห่อไปเสียแล้ว เมื่อเห็นผมทำหน้าตาดุใส่แบบนี้




"ลุงมาร์ค"




"ไหนบอกว่ายองแจจะมาส่งไง?"ผมพูดเสียงเรียบ พลางมองร่างบางที่กระซิบพูดอะไรกับไอ้เด็กเวรนั่นไม่รู้ แล้วรีบพาตัวเองเดินเข้ามาหาผมอย่างนึกกลัว




"ก็ยูค ขับมอเตอร์ไซด์ไปส่งยองแจก่อน แล้วก็มาส่งน้องแบมทีหลังครับ"




"นี่ซ้อนสามกันมาเลยหรอ? เข้าบ้านเลย!!!"ผมตวาดใส่ด้วยความโมโห จนร่างบอบบางตรงหน้าสะดุ้ง พร้อมกับเริ่มเบะปากเสียอกเสียใจแล้ว แต่ผมยังไม่สน ผมรีบมองแรงใส่ไอ้เด็กแว๊นซ์นี่ทันที จนมันถึงกับสะดุ้งโหยง ลนลานสตาร์ทรถมอเตอร์ไซด์ของมันเพื่อขับออกไปอย่างรวดเร็ว




"ลุงมาร์ค น้องแบมขอโทษ"




"ถ้าจะโกหกกันขนาดนี้ ก็ไม่ต้องมาพูดกัน ไปหาคุณนายดอรีนซะ!" ผมหงุดหงิด มาก ถึง มากที่สุด เลยได้แต่สกัดกั้นอารมณ์กับเด็กโกหกตรงหน้า ด้วยการหันหลังหนี จนร่างบางถึงกับรีบกอดผมจากด้านหลังทันที




"ฮึกก ลุงมาร์ค อย่าหันหนีน้องแบมสิ!"พูดก็ยังคงเอาแต่ใจอยู่ไม่หาย แต่ด้วยความที่พยายามอยากจะง้อเลยกอดผมซะแน่น จนผมได้แต่ลอบยิ้มออกมาอย่างกับคนโรคจิต เอ๊ะ?? หรือว่าผมมันคือคนโรคจิตวะครับ? ที่ต้องการให้เด็กคนนี้สนใจผมคนเดียว?




".........."




"ลุงมาร์คอย่าเงียบใสน้องแบมสิ"ร่างเล็กรีบคลายกอดแล้วเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผม พลางเขย่งจุ๊บปากผมอย่างที่เคยทำตั้งแต่เด็ก ด้วยความที่เวลาผมโกรธ ถ้าเค้าจุ๊บปากผม ผมก็จะหายโกรธไปเอง สงสัยแบมแบมคงคิดว่าผมจะหายโกรธสิง่ายๆนะครับ




"หึ เดี๋ยวนี้โตแล้วนี่ ไปอยู่กับเพื่อนเลยไป ไม่ต้องมานอนกอดกันหรอก"




"งื้ออ ไม่ได้ ไม่เอา น้องแบมไม่นอนคนเดียวนะ ฮืออออออ"




"นอนคนเดียวไม่ได้ก็ไปนอนกับคุณนาย!" และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมไม่ตามใจแบมแบม และดัดนิสัยของเค้าไปในตัว!



12 ปีผ่านไป

(น้องแบมเกรด 12)


ผมใช้ชีวิตทำงานเป็นปกติ จนได้ตำแหน่งหัวหน้าวิศวกร คอยส่งเสียน้องแบมเล่าเรียนจนน้องแบมอายุ 16 ปี โดยมีคุณนายดอรีนและคุณชายต้วน พ่อแม่ของผมคอยดูแลสม่ำเสมอ จนทำให้น้องแบมรู้สึกว่า เค้าคือส่วนหนึ่งของบ้านหลังนี้ไปแล้ว โดยพวกเราไม่คิดจะนึกถึงอดีตเกี่ยวกับเจนนี่อีกเลย ถึงแม้อาจจะมีบ้างครั้งที่น้องแบมแอบไปร้องไห้ คิดถึงแม่ตัวเอง ตัดพ้อน้อยใจว่าทำไมถึงหายไปเป็นสิบกว่าปีแบบนี้ แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อน้องแบมมากมายอะไร เพราะน้องแบมได้รับความอบอุ่นจากครอบครัวของผมมากพอ มากจนเกินไปด้วยซ้ำ โดยเฉพาะผม ในตอนนี้ผมต้องการไปพบจิตแพทย์อย่างด่วนที่สุด เพราะผมกำลังจะเป็นไอ้บ้า ไอ้โรคจิต คิดอกุศล พอน้องแบมจะเข้าเกรด 12 อายุก็ครบ 16 ปีย่าง 17 ปีแล้ว ร่างกายอันบอบบางของเค้าที่เข้ามากอดมาซุกผม มันก็เริ่มจะนุ่มนิ่มขึ้น พอผมได้จับได้สัมผัสไปยังผิวนุ่มนิ่มนี้ก็อยากจะทำมากกว่านั้น จนบางวันผมต้องแอบไปโลกสวยด้วยมือตัวเองในห้องน้ำ พลางนึกถึงใบหน้าหวานหยดเยิ้มของเค้าอย่างเคลิบเคลิ้มอยู่หลายครั้ง ในวันนี้ก็เช่นกัน



"อาาา แบม น้องแบมม ซี๊ดดด"



"ปังๆๆๆ ลุงมาร์คเป็นอะไร ใครทำอะไรลุงมาร์ค!!  เมื่อกี้ เรียกน้องแบมให้เข้าไปช่วยใช่ไหม???"



"อาา ซี๊ดด เอ้ยย ออกไปก่อน แฮ่กกก"



"ลุงมาร์คไม่เป็นไรใช่ไหม?"



"ไม่เป็นไร แฮ่กก ลุงแค่ปวดขี้!!!!"



13 ปีผ่านไป

(น้องแบมปี 1) 


ผมเลี้ยงน้องแบมของผมมาจนเข้ามหาวิทยาลัยด้วยอายุ 17 ย่าง 18 ปี น้องแบมเลือกที่จะเรียนคณะอักษรศาสตร์ ด้วยความที่ชอบอ่านหนังสือ เค้าเลยเลือกในสิ่งที่เค้าชอบที่สุด ซึ่งพวกเราก็ตามใจเค้าในสิ่งที่อยากจะเป็น จะว่าไปเพราะผมเลี้ยงเค้ามา มันเลยรู้สึกภาคภูมิใจอย่างไรก็ไม่รู้ ที่เห็นเด็กคนนี้เติบโตขึ้นมาเรื่อยๆ ด้วยมือหยาบของหัวหน้าวิศวกร ด้วยน้ำพักน้ำแรงของที่ผมที่ออกค่าใช้จ่ายให้เค้าทั้งหมด โดยไม่รบกวนพ่อกับแม่เลย ซึ่งผมขอพวกท่านเอาไว้ว่าจะดูแลเค้าเอง ไปจนถึงวันหนึ่งที่มีใครมาดูแลแทน พอคิดถึงวันนั้นผมเลยต้องรีบกลับมาพบจิตแพทย์อีกครั้ง เพราะจิตใจทางด้านสว่างมันไม่ค่อยชอบทำงานสักเท่าไหร่ มีแต่ด้านมืดที่ชอบเผยออกมาอยู่บ่อยครั้ง ด้านมืดของผมมันต้องการครอบงำเด็กคนนี้ไปหมดทุกอย่าง อยากสัมผัส อยากแตะต้อง และไม่อยากให้เค้าคนนี้ไปเป็นของใครนอกจากของผมคนเดียว ซึ่งตอนนี้ผมก็อายุปาไป 32 ปีแล้ว แต่ยังไม่ได้แต่งเมียสักที จนพ่อกับแม่ได้แต่ถอนหายใจใส่ผมไปวันๆ ก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกันว่าทำไมผมถึงไม่ยอมมีเมียสักที




"คุณหมอครับผมว่าผมกำลังจะเป็นบ้าแล้วครับ ผมกำลังใจสั่น ตกหลุมรักเด็กที่เลี้ยงดูอายุแค่ 17 ปีเองครับ"ผมทึ้งหัวตัวเองอยู่ตรงหน้าจิตแพทย์ที่วันนี้ผมแอบเข้ามาปรึกษา




"คุณมาร์คไม่ได้บ้าหรอกครับเชื่อผม คุณมาร์คยังคงปกติดีอยู่"คุณหมอหน้าขาวยิ้มสดใสส่งมาให้ผมอย่างปกติธรรมดากับเรื่องนี้มาก จนผมได้แต่เงยหน้าขึ้นมาสบมองเค้าตรงๆ




"ไม่ได้บ้าได้ไงครับ ผมเคยช่วยตัวเองแล้วนึกถึงหน้าเค้าวันนึงถึงสามครั้ง จนตอนนี้ผมแทบไม่กล้าอยู่ใกล้เค้าเลย เพราะกลัวจับเค้าปล้ำขึ้นมา ถ้าเกิดเป็นแบบนั้น ผมได้เป็นไอ้คนสารเลวแน่ๆ"




"ความรักมันห้ามกันได้ที่ไหนล่ะครับ ในตอนนี้คุณมาร์คกำลังรู้สึกรักเด็กในการปกครองเฉยๆ เลยคิดที่จะอยากต้องการตัวเค้า ต้องการหัวใจของเค้ามาครอบครอง ติดตรงที่เด็กในการปกครองของคุณมาร์ครู้สึกยังไงก็เท่านั้น แล้วคุณมาร์คอยากจะพิสูจน์ไหมล่ะครับ ว่าคุณมาร์คคิดไปเองคนเดียวหรือเปล่า?"




"ทำไงดีครับ?"




BamBam Part :



บรื้นนนนน เสียงล้อรถเร่งคันเร่งเข้ามาภายในรั้วบ้านที่แสนอบอุ่นของครอบครัวต้วน ทำให้น้องแบมที่กำลังช่วยคุณนายดอรีนทำกับข้าวอยู่ถึงยิ้มหน้าบานด้วยหัวใจพองโต เพราะเสียงรถยนต์ที่คุ้นเคยจะเป็นใครที่ไหนไม่ได้นอกจาก ลุงมาร์คสุดที่รักของน้องแบมเอง




"ลุงมาร์คคค ...." เสียงแรกยังคงร่าเริงอยู่ แต่กลับต้องเงียบกริบต่อมา เมื่อเค้าต้องมาพบกับผู้หญิงหุ่นดีงามเดินนวยนาดควงแขนลุงมาร์ค ด้วยชุดเดรสสีแดงรัดติ้วให้เห็นทรวดทรงองค์เอว แหวะ! อย่างกับปลิงดูดเลือด!!!




"อุ๊ย! นี่น้องแบมแบมใช่ไหมคะ? ที่ฮันนี่เล่าให้เจสซี่ฟังว่า เค้าคือเด็กในปกครอง" ย๊าาา เด็กในปกครองหรออออ น้องแบมเป็นหลานสุดที่รักของลุงมาร์คต่างหากล่ะ!!




"ใช่ครับ" ตอนนี้บอกเลยว่าหน้าน้องแบมบอกบุญไม่รับแล้ว น้องแบมกำลังน้อยใจลุงมาร์คมากๆ เพราะเดี๋ยวนี้ลุงมาร์คไม่ค่อยเข้ามานอนกอดน้องแบม จุ๊บก็ไม่จุ๊บ ถึงน้องแบมจะโต จะเรียนปีหนึ่งแล้ว แต่น้องแบมก็ยังอยากได้รับความรักจากลุงมาร์คอยู่ดีนี่นา พอมาเห็นแบบนี้ น้องแบมก็รู้สึกน้อยใจเป็นเหมือนกันนะ!!!




"ลุงมาร์คครับบบ น้องแบมคิดถึงลุงมาร์ค"น้องแบมเดินเข้าไปกระแทกแทรกกลางยัยปลิงดูดเลือดอย่างรวดเร็ว พลางค่อยกอดแขนหนาของลุงมาร์คแทน




"แบมแบมเสียมารยาท ปล่อยลุงก่อน"พูดจบคุณลุงมาร์คก็สะบัดตัวออกเหมือนน้องแบมเป็นเห็บหมา ฮือออออ ตอนนี้น้องแบมเสียใจ ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ?? พวกคุณได้กลิ่นตุๆมากจากไหนไหม? ก็กลิ่นหมาหัวเน่ามาจากน้องแบมไง T__T




"ลุงมาร์คไม่รักน้องแบมแล้วหรอ ทำไมลุงมาร์คสะบัดตัวออกจากน้องแบม ฮืออออออออออ"




"โอ๊ยๆๆๆ อะไรกัน น้องแบมลูก โอ๋ๆๆ"คุณนายดอรีนที่ได้ยินเสียงโวยวายถึงกับรีบวิ่งออกมาดู พอเห็นน้องแบมที่เลี้ยงมาตั้งแต่เด็กยืนเบะปากร้องไห้ ก็รีบวิ่งเข้าไปกอดไปโอ๋ จนน้องแบมรู้สึกใจชื้นขึ้น แต่ก็ยังน้อยใจลุงมาร์คอยู่ดี!!!




"ลุงมาร์คไม่รักน้องแบมแล้ว ลุงมาร์คจะทิ้งน้องแบม ไปมีคนอื่น ฮึกก" ไม่รู้ล่ะ! ใครจะมาว่าน้องแบมเอาแต่ใจก็ได้ แต่ลุงมาร์คเป็นคนทำให้น้องแบมชินกับลุงมาร์คเองนะ ชินจนขาดไม่ได้ และไม่ต้องการให้ลุงมาร์คไปสนใจคนอื่นอีกด้วย!




"เงียบน่าแบมแบม เจสซี่คุณไปรอที่ห้องผมเถอะครับ"ยัยปลิงดูดเลือดอมยิ้มแล้วพยักหน้าให้กับลุงมาร์ค พลางเดินนวยนาดจะขึ้นบันไดไป โดยไม่สนใจคุณนายดอรีนที่กำลังยืนมองคนไม่มีสัมมาคารวะอยู่ข้างๆน้องแบมเลย งื้อออ จะเข้าห้องลุงมาร์คหรอ บอกเลย น้องแบมไม่ยอม!!!




"อย่าขึ้นไปนะ ยัยปลิงดูดเลือด!!"




"น้องแบม!!!!!"เสียงทุ้มที่ไม่เคยตวาดใส่อย่างโกรธจัดมาก่อน ในวันนี้น้องแบมกลับต้องมาพบเจอ เจอกับคนที่น้องแบมคิดว่าเค้ารักน้องแบมที่สุด ตั้งแต่มาม๊าหนีหายไป ตอนเด็กๆน้องแบมคิดว่ามาม๊าแค่ไปข้างนอก แต่พอโตขึ้นมาน้องแบมถึงได้รู้ว่ามาม๊าทิ้งน้องแบมให้กับคนตรงหน้า ซึ่งคนตรงหน้าก็เต็มใจที่จะดูแลน้องแบมอย่างไม่ตกบกพร่อง ชอบทำหน้าตาดุไปแบบนั้น แต่ก็ตามใจน้องแบมทุกอย่าง แต่มาในวันนี้ ตอนนี้ มันทำให้น้ำตาของน้องแบมทะลักออกมาไม่ขาดสาย เมื่อน้องแบมเจอผู้ชายคนนี้ตวาดใส่อย่างรุนแรง เพียงเพราะน้องแบมไม่อยากให้ยัยปลิงดูดเลือดคนนั้น ขึ้นไปห้องของลุงมาร์ค




"ฮึกก ฮึกก"




"นะ น้องแบม ไม่เอาลูก ไม่ร้อง"น้องแบมตัวสั่นโดยมีมือขาวนวลของคุณนายดอรีนลูบแขนปลอบ น้องแบมกลั้นสะอื้นไม่หยุด แต่น้ำตามันก็ไหลทะลักออกมาอยู่ดี ไม่รักกันแล้วใช่ไหม? ลุงมาร์คไม่รักน้องแบมแล้วใช่ไหม?




"ฮึกก อึกก ไปเลย ไปหายัยปลิงดูดเลือดเลย ลุงมาร์คไม่รักน้องแบมแล้ว น้องแบมจะออกไปจากที่นี่เอง ฮือออ"




"เดี๋ยวน้องแบมลูก ไม่ไปไม่ไป!! ตามาร์ค!!!!"




"ฮึกก ฮืออ น้องแบม หมับ!" น้องแบมกำลังวิ่ง จะวิ่งถึงหน้ารั้วอยู่แล้ว แต่ก็ถูกรวบตัวจากคนใจร้ายเสียก่อน คนใจร้ายกำลังกอดน้องแบมจากทางด้านหลัง พร้อมกับเอ่ยเสียงอ่อนลง แต่ตอนนี้น้องแบมกำลังเสียใจ น้องแบมเลยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น




"ปล่อยย ลุงมาร์คไม่รักน้องแบมแล้ว น้องแบมจะอยู่ที่นี่ไปทำไม ฮึกก ฮืออ"




"ขอโทษ ลุงมาร์คขอโทษ"เสียงทุ้มที่พูดให้ได้ยินก่อนนอนทุกคืน มันคือความผูกพันธ์ที่น้องแบมไม่อยากให้คนคนนี้ทิ้งน้องแบมไปไหน พอได้ยินคำพูดขอโทษ น้องแบมก็หันกลับมาตรงหน้าเค้า กอดเค้า พร้อมกับร้องไห้หนักตรงอกของเค้า จนเสื้อเชิ๊ตของเค้าเปียกชื้นเพราะน้ำตาของน้องแบมไปหมด




"ฮึกก เอายัยปลิงดูดเลือดออกไป น้องแบมรับไม่ได้ถ้าลุงมาร์คสนใจคนอื่น เอายัยปลิงดูดเลือดออกไป ฮือออ" น้องแบมพูดเสียงอู้อี้ในอ้อมอกหนา แต่ก็ยังคงรวบกอดเอวหนาแน่น จนลุงมาร์คเริ่มกอดแล้วลูบหลังน้องแบมไม่หยุด




"ทำไมถึงไม่ให้ลุงมาร์คสนใจคนอื่นเลยล่ะ  เพราะเดี๋ยวสักวันน้องแบมก็ต้องไปสนใจคนอื่นที่ไม่ใช่ลุงมาร์คอยู่ดี แล้วลุงมาร์คจะมีบ้างไม่ได้หรอ?"




"งื้ออ ฮึกก ปั้กก ลุงมาร์คห้ามไปสนใจคนอื่นนะ น้องแบมสนใจแต่ลุงมาร์คคนเดียว น้องแบมรักลุงมาร์คนะ อึกก"




" อะ  อืออ" และแล้วสรรพสิ่งทั้งมวลก็ล้วนเงียบสนิท น้องแบมได้รับการจูบแบบไม่ใช่การจุ๊บก่อนนอนเป็นครั้งแรก มันเป็นการสัมผัสทางปากที่เปียกชื้น ลิ้นของลุงมาร์คเข้ามาข้างในปากของน้องแบมด้วยล่ะ น้องแบมก็ใช้ลิ้นดันลิ้นของลุงมาร์คไปด้วยเหมือนกัน ทำไปเรื่อยๆลุงมาร์คก็เริ่มดูด ดูดปากน้องแบมจนน้องแบมหายใจไม่ออก ได้แต่ทุบอกหนาเบาๆเพื่อบอกให้ปล่อยสักที แต่มันก็รู้สึกดีที่ได้จูบแบบนี้นะเออ????




"ลุงมาร์คก็รักน้องแบมเหมือนกันนะครับ" พูดจบลุงมาร์คก็อุ้มน้องแบมขึ้นมาแนบอกในท่าเจ้าสาว พลางพาเดินดุ่มๆผ่านคุณนายดอรีนที่ยืนทำหน้าตาเหรอหรา 




"คุณนายมาร์คเจอเนื้อคู่ของมาร์คแล้วนะ อย่าห้ามมาร์คเลยนะ ฝากบอกคุณชายด้วย ไปล่ะ!"พูดจบลุงมาร์คก็อุ้มน้องแบมขึ้นบันไดมาอย่างรวดเร็ว พลางเตะประตูห้องให้เปิดออก




"แอ๊ดดด ฮันนี่ขาาาา ต๊ายยย อะไรเนี่ย???"ยัยปลิงดูดเลือดทำหน้าตกใจที่เห็นลุงมาร์คอุ้มน้องแบม น้องแบมเลยทำหน้าเยาะเย้ยใส่ซะเลย!




"ออกไปได้ละเจสซี่"




"อะ ออกอะไรคะ?"




"ถ้าไม่อยากออก  งั้นผมก็จะทำให้ดูเลยก็แล้วกัน"




"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด ไอ้โรคจิตวิตถารรร "




16 ปีผ่านมา


ปัจจุบัน 


น้องแบมของผมจบการศึกษาปริญญาตรีแล้วครับผม ตอนนี้จากหลานก็เลื่อนตำแหน่งมาเป็นเมีย ถึงแม้จะมีแต่คนด่าว่าผมว่าเป็นไอ้โคแก่กินหญ้าอ่อน ก็เรื่องของมันครับ เพราะผมหน้าหนาที่จะรักเด็กผู้ชายคนนี้ ในวันที่ผมพาเจสซี่เข้าบ้าน วันนั้นผมก็พรากผู้เยาน์ (คุก คุก) ได้สำเร็จ พอเรามีอะไรที่ลึกซึ้งซึ่งกันและกัน ผมก็ขอน้องแบมเป็นแฟน พร้อมกับจะดูแลอย่างดี ซึ่งน้องแบมก็ตกลงคบกับผมจนผ่านมาสามปีแล้วครับ ที่เรารักกัน ทางคุณชายต้วนกับคุณนายดอรีนก็ดูโอเคที่ผมเลือกทางที่จะเป็นแบบนี้ เพราะพวกท่านก็เห็นน้องแบมมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งน้องแบมก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร ก็คือผ่าน! ชีวิตผมมันราบรื่นสุด ก็เพราะมีเธอเดินผ่านเข้ามา ต้องขอขอบคุณเจนนี่ที่พาเด็กน้อยคนนี้มาให้ผมจริงๆ




"ยินดีด้วยนะน้องแบม อาจินยองกับลุงเจบี ซื้อปิกาจูตัวใหญ่มาให้น้องแบมเลยนะคะ"




"ขอบคุณครับอาจินยองลุงเจบี รักทั้งสองคนเลย" ร่างบางในชุดครุยรับปริญญารีบวิ่งเข้าไปกอดอากับลุงทั้งสองอย่างออดอ้อน พลางหันมามองลุงแจ็คสันที่ตอนนี้สะกิดไหล่มนยิกๆเช่นกัน




"ของลุงแจ็คสันเป็นอะไรหรอ?"




"อันนี้ของลุงนะ เงินสด 500,000 วอน"




"หูยยยยย ขอบคุณฮะลุงแจ็ค" แบมแบมตาลุกวาว พลางกระโดดโลดเต้นดีใจใหญ่ที่ได้รับเงินขวัญถุง แต่มาร์ค ต้วน ไม่อยากจะบอกเลยว่าไอ้แจ็คมันขี้เกียจหาซื้อของขวัญเสียมากกว่า !




"ของคุณนายกับคุณชายก็มีนะจ๊ะลูก เป็นสร้อยทองจี้รูปหัวใจ เพราะหนูคือที่รักของบ้านเรานะคะ"




"อึกก ขอบคุณมากครับ"แบมแบมเริ่มปี่แตก พลางกระโดดกอดคุณนายสลับกับคุณชายไปเรื่อย จนทั้งคู่ต่างพากันกอดปลอบไปสักพัก




"ส่วนของลุงมาร์ค ก็เป็นหัวใจดวงนี้ให้น้องแบมคนเดียว"




"ฮิ้วววววววววววว ไอ้โคแก่"น้องแบมได้แต่ยืนบิดม้วน เมื่อเจอคำพูดของคนที่ยื่นช่อดอกไม้ช่อโตมาให้แบบนี้ ส่วนคนอื่นก็พากันเเซวไปหมด




"น้องแบมลูก ขวับ!"เสียงหวานคล้ายๆกับแบมแบมที่มาร์ค ไม่ได้ยินมานานแสนนานได้เอ่ยเรียกขานออกมาบางเบา จนทำให้ทุกคนถึงกับหันขวับไปมองอย่างพร้อมเพรียง พอได้พบเห็นว่าเป็นใครทุกคนถึงกับเงียบสนิท โดยเฉพาะมาร์ค ต้วนคนนี้




"มะ มาม๊า"เสียงหวานเอ่ยออกมาแผ่วเบา ด้วยดวงตาสั่นระริกให้กับร่างบอบบางกว่าตรงหน้าที่หน้าตาเหมือนกับแบมแบมเป๊ะอย่างกับแกะออกมาเป็นพิมพ์เดียวกัน พร้อมดวงตาหวานเริ่มเสสายตาไปมองผู้ชายวัยเดียวกับลุงมาร์ค ที่ดูมีภูมิฐานข้างตัวมาม๊าของแบมแบมด้วยเช่นกัน




"แม่ขอโทษที่มาหาลูกช้า ฮึกก แม่กลับมาแล้วนะลูก" เจนนี่เริ่มสะอื้นไห้ พลางเดินเข้ามาหาแบมแบม จนแบมแบมต้องรีบส่ายหน้าแล้วเดินถอยหลังหนี ถอยไปจนชนอกของมาร์คอย่างจัง




"คุณหายไปไหนมาเจนนี่?"มาร์คตอบกลับไปเสียงนิ่ง พลางบีบไหล่มนของแบมแบมอย่างให้กำลังใจและเข้าใจ เพราะมันตั้ง 16 ปีกว่าเจนนี่จะมาหาลูกตัวเอง อย่างแบมแบมคนนี้




"มาร์ค เจนนี่ขอโทษ เจนนี่ตามหาพ่อของแบมจนเจอตั้งแต่ปีแรกแล้ว แต่เจนนี่ต้องอดทนอดกลั้นอยู่หลายปี เพื่อทำให้แม่ของภูริยอมรับเจนนี่อยู่ที่เมืองไทย แต่คุณแม่ของภูริไม่ยอมเจนนี่ง่ายๆเลย จนท่านป่วยและเสียชีวิตในที่สุดเมื่อสองเดือนที่แล้ว เจนนี่เลยได้กลับมา กลับมารับน้องแบมกลับไปอยู่เมืองไทยด้วยกันไง น้องแบมคะนี่พ่อของหนูนะ พ่อภูริไงคะ"




"มะไม่ น้องแบมจำไม่ได้ คนที่เลี้ยงน้องแบมมาคือลุงมาร์คเท่านั้น!"




"มาชุบมือเปิดอย่างนี้มันก็ไม่ถูกนะคุณ น้องแบมพวกเราก็ดูแลกันมาเป็นสิบปี แต่พอคุณเจอแค่นิดเดียวก็จะพาน้องกลับไปด้วย แบบนี้มีที่ไหน?"จินยองเอ่ยเสียงเรียบ พลางเดินเข้ามาจับไหล่น้องแบมอีกคน




"แต่ดิฉันขอใช้สิทธิ์ของความเป็นพ่อแม่พาน้องกลับไม่ได้หรอคะ ยังไงน้องแบมก็รอวันนี้อยู่ไม่ใช่หรอคะ ใช่ไหม?"เจนนี่หันไปขอความเห็นใจจากลูกชายตัวเองที่แต่ก่อนติดเค้าเป็นตังเม แต่เดี๋ยวนี้กลับยืนส่ายหน้าไม่เอาลูกเดียว พร้อมกับถูกอดีตแฟนเก่าจับไว้อย่างหวงแหนอีก ทุกสิ่งทุกอย่างมันคงเปลี่ยนไปแล้วสินะ!




"พ่อขอโทษที่ไม่ได้ดูแลหนูเลย เพราะพ่อมันคนขี้ขลาดกลัวแต่คุณยาย พ่อขอโทษกลับเมืองไทยกันเถอะนะครับ"



"ไม่!! น้องแบมไม่ไป"




"แต่น้องแบมจะอยู่กับพวกเค้าไปทำไมคะ? เราไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพวกเค้าเลยนะ?"




"เกี่ยวสิ! อึกก เกี่ยว!!"




"เกี่ยวยังไงคะ ไหนบอกแม่มาให้เข้าใจ?"เจนนี่ขมวดคิ้วมองลูกชายที่ส่ายหน้าแล้วเข้าไปกอดซุกกับอกหนาของมาร์คลูกเดียว




"น้องแบมเป็นเมียผมไงเจนนี่"




"ห๊ะ??? ว่าไงนะมาร์ค????"




"น้อง แบม เป็น เมีย ผม แล้ว ดัง นั้น ผม มี สิทธิ์ ที่ จะ ดู แล เค้า ไป จน ตาย!!!"




"เฮือกกกกก"




"เจนนี่ ที่รักก!!!!!"




"ภูริ เฮือกกก มาร์ค!!! ฉันให้นายดูแลลูกชายฉันเป็นหลาน ไม่ใช่ให้เป็นเมียนะ!!! ฮืออออ" และแล้วเรื่องราวดราม่าก็จบลงด้วยการที่เจนนี่ถูกแบกขึ้นหลังภูริไปอย่างยอมแพ้ 



"แล้วพ่อกับแม่จะบินกลับมาหาลูกบ่อยๆนะครับ!!"




"ปล่อยพ่อแม่เค้าไปตามทางของเค้าเถอะนะ  แล้วลุงจะดูแลน้องแบมคนนี้เอง จุ๊บ!"จุมพิตที่หน้าผากคือสัญญารักที่ลุงมาร์คให้ไว้กับน้องแบมไปจนตาย 



+++++Happy Ending+++++


จบแล้วนะคะสำหรับตอนนี้ ฮ่าๆ เอาแบบสายฮาไม่มีดราม่าและไม่ต้องคิดอะไรมากกับนิยายเรื่องนี้เนอะ! 


ไรท์ขอโทษที่หายไปนานพอสมควรเลยนะคะ ยอมรับเลยกว่าจะสามารถกลับมามีอารมณ์แต่งได้นี่นานพอสมควรเลยค่ะ !


ปล.ขอขอบคุณสำหรับคำคอมเม้นท์ที่น่ารัก คนกดเฟบ และคนที่กดเข้ามาอ่านทุกคนด้วยนะคะ ขอบคุณหลายๆเด้อออ อิอิ!! 


#ยังไม่ได้แก้ไขฟิค ผิดอะไรก็ต้องขออภัยนะจ๊ะ!



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

3,847 ความคิดเห็น

  1. #3646 tunty0505 (@tunty0505) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 22:49
    ทำไมขำตอนท้าย555 โอ๊ยยย เจนนี่ถามเอ็งจะมาเอาแบมกลับไปเอากลับไปได้ตั้งนานแล้ว=_=
    #3646
    0
  2. #3511 phaka (@parka-in) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:07
    โอ้ยยย ฟูมฟักมาจนเนื้อหวานได้ที่เลย
    #3511
    0
  3. #3071 `dalnimmb♡ (@we-2l-shinee) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 19:46
    มาช้าเกินไปนะคะ 555555555
    #3071
    0
  4. #2922 ayumikimlee (@ayumikimlee) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 09:33
    มาช้ามากๆอะ ไม่ติดต่อแบบโทรบ้างเหรอ โหว
    #2922
    0
  5. #2623 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 22:34
    น้องกับมาร์คผูกพันกันมาตั้งนาน เจนนี่จะมาเอาคืนไปง่ายได้ไง น้องเป็นของลุงมาร์คตลอดไปปป 555555
    #2623
    0
  6. #1856 dada0627 (@dada0627) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 12:08
    ก็เจนนี่มาช้าเองนี่เนอะ 5555 น้องแบมเป็นของลุงมาร์คไปซะแล้ว ลุงมาร์คเค้าจริงจังนะถึงขนาดไปพบจิตแพทย์
    #1856
    0
  7. #1822 Khampoohnaka (@Khampoohnaka) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 22:24
    หญ้าอ่อนเป็นไงบ้างคะลุง (๑>?<๑?
    #1822
    0
  8. #1788 meninapakkk (@meninapakkk) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 19 มกราคม 2560 / 19:20
    อือหืออ เด็ดมากลุง
    #1788
    0
  9. #1787 bbboobb (@bbboobb) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 02:42
    สุขสบายมากน้องแบม
    #1787
    0
  10. #1786 baimon_hana (@baimon-hana) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 00:09
    เราตลกตรงพี่มาร์คต้องวิ่งไปพบจิตแพทย์เนี่ยล่ะค่ะ 555555555
    #1786
    0
  11. #1784 Antz Love Pink (@pinkyantz1126) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 12:58
    โหหหหหห เลี้ยงมากับมือ ทะนุถนอมมาตลอด เพื่อตัวเองนี่หว่า ลุงมาร์คคคคคค
    #1784
    0
  12. #1783 yadara (@yadara) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 15:41
    มาร์คได้กินเด็กจริงๆด้วย อมตะมากสินะ55555555
    #1783
    0
  13. #1782 NewLoly PanTanyakit (@ninewloly) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 01:47
    เลี้ยงเองรักเอง5555 เจนนี่เสียแล้วแหละ555
    #1782
    0
  14. #1781 ปีศาจสีเงิน (@aaron-anael-abel) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 05:34
    เรื่องนี้อมตะนานเลยนะคะลุงมาร์ค5555
    #1781
    0
  15. #1780 มัคมัคบัมบัม (@kakakokokeke) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 02:21
    กรี้ดดดดด ลุงมาร์คผู้เป็นอมตะ55555555555 อยากอ่านตอนต่อจังเลยค่ะไรท์ สนุก
    #1780
    0
  16. #1779 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 00:51
    แม่ก็นะ อย่างน้อยก็ส่งข่าวมาก็ได้ เฮ้ออออ. ปล่อยน้องแบมให้มาร์คอะดีแล้ว
    #1779
    0
  17. #1778 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 22:04
    ก็เค้าดูแลของเค้ามาตั้งแต่เล็กก็ยอมเค้าเถอะเค้ารักเค้าหวงของเค้าซะขนาดนี้
    #1778
    0
  18. #1777 Millinson93 (@Millinson93) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 13:35
    น่ารักอ่ะ มีความเลี้ยงต้อยเองเลยนะคะพี่มาร์ค ประสบความสำเร็จด้วยย ลุงดูแลดีมากกกก 55555
    #1777
    0
  19. #1776 sweetpeau (@ougingi) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 11:37
    น่ารักกกกก อิพี่มาร์คต้อยเด็กโดยไม่รู้ตัว5555555
    #1776
    0
  20. #1775 Valentine Sst (@valentinesst) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 10:41
    ชอบๆๆ ลุงมาร์คเป็นคนดีนะ
    #1775
    0
  21. #1774 kiekyuu (@Hyukiekyu) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 10:03
    ลุงมาร์คนี่ดูจิตนะคะ ไปปล้ำน้องต่อหน้ายัยปลิง5555555 น่ารักค่ะ รอติดตามเรื่องต่อไปเลยนะคะ
    #1774
    0
  22. #1773 DinoGong_0137 (@DinoGong_0137) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 09:46
    โอ้ยยน่ารักกกกกกกกกส์
    #1773
    0
  23. #1772 Moji_Sweety (@moji_sweety) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 08:12
    งุ้ยน่ารักมากกกกก งื้ออออชอบ
    #1772
    0
  24. #1771 Butt3R (@butter-noey) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 07:56
    เลี้ยงต้อยที่แท้จริง...เป็นเรื่องที่อ่านไปขำไป ตลกในความเบลอความเด๋อของแต่ละคน555555555 มีตอนพิเศษมั้ยคะ ชอบเรื่องนี้อะ น่ารักดี
    #1771
    0
  25. #1770 khunsom08 (@khunsom08) (จากตอนที่ 57)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 02:15
    เลี้ยงต้อยสินะคะ
    #1770
    0