SF MarkBam "Sugar 100 Percent"

ตอนที่ 58 : Darkness (100%)**DONE EDIT **

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5262
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    21 มิ.ย. 62

สร้างเมื่อ 24 ม.ค.2560







"รัก" ไม่ใช่แค่การที่คนสองคนมาบรรจบพบกัน 
แต่ "รัก" คือการที่คนทั้งสองเดินทางขนานบนเส้นทางเดียวกันมากกว่า



         สายลมอ่อนไหว ยังสามารถพัดพาเศษใบไม้ที่ตกตามพื้นถนนข้างทางให้ปลิวว่อนไปตามสายลมได้ ก็เหมือนกับเส้นผมสีทองคาราเมลของผมที่สามารถสะบัดพัดไหวไปตามสายลมนี้ได้ด้วยเช่นกัน ใช่ครับ! ผมได้ยินเสียงของคนเดินรอบข้างผมเต็มไปหมด  ผมได้ยินเศษใบไม้ปลิวไหวไปตามท้องถนน ผมได้ยินเสียงเจ้าฮอกกี้ สุนัขแสนฉลาดพันธ์โกลเด้น รีทีฟเวอร์ กำลังหอบหายใจแรงคอยเดินนำผมอยู่ มันย่ำไปตามทางเท้าของท้องถนน โดยมีผมคอยจับสายจูงเดินตามแรงของมันไม่ปล่อย เห็นแบบนี้เจ้าฮอกกี้มันฉลาดพอที่จะพาผมกลับถึงบ้านได้อย่างปลอดภัยนะครับ เพราะเจ้าฮอกกี้คือสุนัขเลี้ยงตัวโปรดของผมเอง มันคือเพื่อนของผม และอยู่เคียงข้างผมมาโดยตลอดระยะเวลาหนึ่งปีเต็ม แต่น่าเสียดายที่ผมกลับได้ยินแค่เสียงของมัน ผมสัมผัสมันได้แค่เสียง เพราะดวงตาทั้งสองข้างของผมในตอนนี้มันมืดสนิท ทำให้ไม่สามารถมองเห็นเจ้าสุนัขตัวโปรดของผมได้ ก็ตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุคราวนั้นล่ะครับ เป็นอุบัติเหตุที่ยิ่งใหญ่ทำให้ผมต้องสูญเสียทั้งพ่อและแม่ไป เพราะเหตุการณ์นั้น จึงทำให้ผมเป็นแบบนี้ เป็นบุคคลไร้ความสามารถ เป็นผู้ชายที่มองไม่เห็นแสงสว่าง มีแต่ความมืดมิดในชีวิต ผมจึงไม่คิดที่จะย้อนกลับไปนึกถึงเรื่องพวกนั้นอีกเลย




"อ้าว ฮอกกี้ หยุดเดินทำไม?" ผมหยุดความคิดในภวังค์ทั้งหมด พร้อมกับหยุดเดินตามเจ้าฮอกกี้ไปด้วย เมื่อผมจับความรู้สึกของมันได้ ว่ามันกำลังหยุดเดินและกำลังทำอะไรสักอย่าง ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกัน





"โฮ่ง!"





"ฮอกกี้ ไม่เห่าน่า"ฮอกกี้เงียบเสียงลงตามที่ผมบอก ผมจึงอมยิ้มยืนทอดสายตาไปด้านล่างเพื่อมองมันอย่างพอใจ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วผมมองไม่เห็นหรอกครับ เพียงแต่ผมคิดว่าฮอกกี้มันคงต้องหยุดยืนอยู่ตรงจุดนั้น





"แบมแบม"เสียงทุ้มที่ดูเหมือนคุ้นเคยมาก่อน เอ่ยออกมาจากตรงทางด้านหน้า มันเลยทำให้ผมได้แต่เงยหน้าขึ้นมาสบสายตา ด้วยดวงตาที่ดูเลื่อนลอย ส่งไปให้กับคนตรงหน้าได้เห็น ผมพยายามมองไปทางด้านหน้า พร้อมกับขมวดคิ้วมุ่น ก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าเสียงทุ้มที่ดูคุ้นเคย คนที่เป็นจุดเริ่มต้นให้ฮอกกี้เห่าใส่นี่คือใคร?




"เอ่อ สวัสดีครับ" ผมกำชับสายจูงของฮอกกี้จนแน่น พลางเอ่ยเสียงทักทายออกไป เค้าอาจจะเป็นคนรู้จักของผมก็ได้ ผมจึงได้แต่ทักทายไปก่อนก็แล้วกัน





"หมับ! พี่คิดถึงแบมนะ"อยู่ดีดีก็ถูกดึงเข้าไปในอ้อมกอด จนผมได้แต่ผงะเข้าสู่อ้อมกอดของเค้าไปอย่างง่ายดาย ยังดีที่ผมกำชับสายจูงของฮอกกี้เอาไว้ได้ ไม่งั้นฮอกกี้คงหายไปจนผมตามหาไม่เจอแน่เลย





"เอ่อ ขอโทษนะครับคุณเป็นใครหรอ" ผมได้แต่ดันตัวคนที่กอดผมอยู่เพื่อออกห่าง พลางเอ่ยถามไปอย่างสงสัย ว่าผู้ชายคนนี้ ใช่ครับ เสียงทุ้ม อ้อมกอดของเค้าก็คือผู้ชาย ชัดเลย จนตอนนี้ผมอยากรู้ว่าเค้าเป็นใครแล้วสิ?




"แบมจำพี่ไม่ได้หรอครับ?" ผมยิ้มแห้งให้กับเสียงทุ้มที่ดูท่าจะผิดหวัง แต่ผม ไม่รู้จะตอบไปว่าอะไรดี เพราะผมเองก็มองไม่เห็น ผมเลยไม่รู้ว่าเค้าเป็นใคร  เพียงแต่สัมผัสของเค้ามันช่างดูคุ้นเคยดีก็แค่นั้นเอง





"คะ คือ ผมขอโทษครับ ผมมะ มอง"




"เดี๋ยวนะ!" เหมือนผมได้กลิ่นน้ำหอมของผู้ชายเข้ามาประชิดตัวอย่างใกล้ชิด มีเงาวูบวาบผ่านใบหน้าผมไปมาอยู่หลายครั้ง จนผมได้แต่ยืนเงียบอยู่ตรงนี้ พร้อมกับเจ้าฮอกกี้ที่เริ่มเดินมาประชิดตัวผมให้ผมอุ่นใจขึ้น ว่ายังคงมีมันอยู่เคียงข้างผมเหมือนเดิมไม่ได้ไปไหนไกล




"......."




"แบมมองไม่เห็นหรอ?" เค้าคงรู้แล้วสินะว่าผมมองไม่เห็น ผมได้แต่เเค่นยิ้มออกมา พลางพยักหน้าให้กับเสียงทุ้มของผู้ชายคนนี้ จนผู้ชายตรงหน้าดูเหมือนเสียงจะหายเงียบสนิทเลยทีเดียว




"ใช่ครับ ขอโทษที่ผมจำคุณไม่ได้ ก็เพราะว่าผมมองไม่เห็นคุณเลย ขอโทษจริงๆนะครับ ไปกันเถอะนะ ฮอกกี้ กลับบ้านกัน" ผมอมยิ้มให้กับคำพูดตัวเอง ถ้าเป็นแต่ก่อนผมคงจะรับไม่ได้ที่เป็นคนตาบอดแบบนี้ แต่บอกเลยในตอนนี้ผมชินแล้วครับ ชินกับการเป็นแบบนี้ และกล้าที่จะเอ่ยกับคนรู้จักไปว่าผมมองอะไรไม่เห็นจริงๆ




"ดะ เดี๋ยว แบมแบม! พี่เอง พี่มาร์คของแบมแบมไงครับ"มือหนารีบกอบกุมมือบางเอาไว้จนแน่นเพื่อเหนี่ยวรั้ง ทำให้คนตาบอดอย่างผมคนนี้ถึงกับหยุดชะงัก นิ่งไปกับคำพูดของเค้าสักพัก จนความทรงจำในสมัยเรียนมัธยมปลายมันเริ่มไหลเวียนเข้ามาสู่หัวสมองของผมทีละนิด





"พี่มาร์คหรอ? พี่เป็ดดำของน้องแบมอย่างงั้นหรอ?"ผมได้แต่อุทานออกมา พร้อมกับพูดฉายาคนที่ผมคิดขึ้นมาด้วยหัวใจสั่นระรัว พี่เป็ดดำ? เป็นแฟนเก่าของแบมแบมในสมัยเรียน ม.ปลาย เป็นผู้ชายผิวคล้ำกรำแดด มีไฝตรงใต้ตาช่างดูอัปลักษณ์ เวลาไม่พอใจทีไร มักจะชอบทำปากเป็ดใส่ผมเสมอ  จนเพื่อนๆชอบล้อเค้าว่าเป็นไอ้เป็ดขี้เหร่ แต่ผมกลับไม่สนใจ แถมยังชอบอาการของเค้าแบบนี้อีก แต่ไปๆมาๆพอจบ ม.ปลายเค้ากลับเลือกที่จะหายไป   พร้อมกับจดหมายบอกว่าเค้าไม่คู่ควรกับดอกฟ้าอย่างผม  เพราะในตอนนั้นมีแต่คนเข้ามารุมชอบพอผมกันเป็นส่วนใหญ่ ผมพยายามตามหาเค้านะ อยากจะอธิบาย อยากจะบอกว่าอย่าไปคิดมากกับคนรอบข้างเลย แต่ผมกลับตามหาเค้าไม่เจอ เพราะเค้าเล่นย้ายบ้านหนีผมเลยทีเดียว และแล้วในตอนนี้เค้าดันกลับมาให้ผมได้เจอถึงที่ ในตอนที่ผมไม่สามารถมองไม่เห็นเค้าได้เนี่ยนะ? เหอะ! ให้มันได้อย่างนี้สิครับ! 




20%



 "ใช่ครับ พี่เป็ดดำของน้องแบมไง"




"จะ จริงหรอเนี่ย?"ผมค่อยๆยื่นมือข้างที่ว่างยกขึ้นคลำไปทางด้านหน้า จนสามารถสัมผัสแก้มสากของเค้าได้ในที่สุด ด้วยมือของผู้ชายตรงหน้านี้เอง ที่สงสัยคงพยายามช่วยผมให้สามารถสัมผัสตัวเค้าได้ ผมลูบแก้มสากไปเรื่อยด้วยรอยยิ้มที่ดูดีใจอย่างปกปิดไม่มิด ทั้งที่อดีตเค้าเป็นคนหนีผมไป แต่ใจเจ้ากรรมมันกลับรู้สึกดีใจมากเสียอย่างงั้นที่เค้ากลับมา

 


"แบมจำพี่ได้แล้วใช่ไหม? พี่ดีใจมากเลยนะที่เจอแบมในวันนี้"เสียงทุ้มของเค้าเอ่ยออกมาอย่างดีอกดีใจ และไม่นึกรังเกียจคนตาบอดอย่างผม มือหนาค่อนข้างหยาบกร้านคอยลูบมือของผมไปด้วยความรู้สึกที่ดูอบอุ่นวาบเข้ามาในหัวใจ พี่มาร์ค หรือ พี่เป็ดดำยังคงเป็นผู้ชายที่อบอุ่นกับผมเสมอไม่เปลี่ยนแปลง




"ต้องจำได้สิ  พี่เป็ดดำคนขี้เหร่ของน้องแบม คนที่หายตัวไปอย่างลึกลับ เหลือแค่จดหมายบอกว่าไม่คู่ควรกับแบม ทำไมจะจำไม่ได้ล่ะ?"ผมเบ้ปาก พร้อมกับเอ่ยประชดเค้าทั้งที่ในใจมันก็ไม่ได้นึกโกรธอะไรหรอก เพราะเรื่องมันก็ผ่านมานานมากแล้ว นานจนบางทีความทรงจำพวกนี้ผมก็จำไม่ได้หมดหรอก ก็มันผ่านมาตั้ง 6 ปีแล้วนี่นา ผ่านมานานจนผมเรียนจบจากมหาวิทยาลัย แล้วดันเกิดอุบัติเหตุในวันที่จบการศึกษาระหว่างที่ผมกำลังเดินทางไปเลี้ยงฉลองกับพ่อและแม่ จนทำให้ผมต้องเป็นแบบในปัจจุบันนี้ จะทำงานก็ไม่ได้ ได้แต่ใช้เงินก้อนมรดกของพ่อแม่ที่ทิ้งไว้ให้เพื่อรักษาตาที่มืดบอดของผม ที่ไม่รู้ว่าจะหายดีรึเปล่าต่อไป




"อ่า พี่ขอโทษครับ ขอโทษที่หายไป ก็เพราะว่าเมื่อก่อนพี่มันเป็นคนขี้เหร่  เป็นคนที่ใครๆก็มองว่าพี่ไม่เหมาะสมคู่ควรกับน้องแบมคนเก่ง น้องแบม ม.4 คนน่ารักประจำโรงเรียนคนนี้"




"หืม เมื่อก่อนหรอ? ทำอย่างกับว่าตอนนี้พี่มาร์คไม่ใช่คุณเป็ดดำอย่างนั้นล่ะ ฮะๆ แล้วจะบอกให้นะตอนนี้น่ะ แบมคงไม่ได้น่ารักเหมือนแต่ก่อนแล้วล่ะครับ"ผมขำเค้า พร้อมกับเอามือคลำลูบไล้ แล้วหยิกแก้มสากไปด้วยความหมั่นเขี้ยว พลางพูดออกไปตามความจริงว่าผมไม่ได้เหมือนแต่ก่อนแล้ว คนตาบอดในตอนนี้จะไปน่ารักได้ยังไงล่ะครับ ว่าไหม?




"อ่า แบมแบม"เสียงทุ้มครางออกมาเหมือนมีอะไรจะพูดกับผมต่ออีก แต่เค้ากลับเงียบไป ทำเพียงแค่จับมือของผมตอบกลับเอาไว้อยู่อย่างนี้ไม่ปล่อย




"หืม อะไร งอนหรอ? ฮั่นแน่? ทำปากเป็ดอีกแล้วสินะครับ ไม่ชอบให้แบมล้อว่าเป็นคุณเป็ดดำใช่ไหม? คิคิ" ผมยิ้มแล้วก็ขำ พยายามนึกภาพผู้ชายร่างสูงผิวคล้ำตรงหน้า ที่ในตอนนี้คงจะทำปากยื่นงอนผมเหมือนเป็ดอีกตามเคย นึกแล้วก็อยากจะมองเห็นได้จัง!




"หืม รู้ได้ไงครับ ไหนแบมบอกมองไม่เห็นพี่ไง?"




"ฮ่าๆ ก็..... แบมชอบคนที่ชอบทำปากยื่น ตัวดำเหมือนเป็ดขี้เหร่คนนี้มาตลอดนี่ครับ แบมจะไม่รู้ดีได้ยังไง?"ผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้เสียงทุ้มของเค้าที่เพิ่งพูดออกมาเมื่อกี้ พลางเอ่ยออกมาด้วยเสียงอันบางเบาต่อจากนั้น ด้วยอาการใจสั่นระรัวไปหมด แบมแบมคนนี้ไม่ได้อ่อยนะ แต่ความคิดกับคำพูดมันไวไปเอง





"หึหึ พี่คิดถึงแบมนะครับ"อยู่ดีดีเค้าก็คว้าตัวผมเข้าไปกอดอีกแล้ว จนผมไม่รู้จะทำตัวยังไงดีแล้วเนี่ย? เจ้าฮอกกี้ก็ดูสมยอมไม่มีทีท่าหวงผมเลยสักนิดเดียว เพราะทุกทีถ้าใครเข้าใกล้ผมแล้วมันเริ่มรู้สึกว่าคนคนนี้มาไม่ดีละก็ เจ้าฮอกกี้จะไม่มีวันยอมหยุดเห่า และพร้อมที่จะจู่โจม เพื่อปกป้องผมได้ตลอดเวลา ตามสิ่งที่มันได้รับการอบรมสั่งสอนมาตั้งแต่เด็ก สำหรับเจ้าสุนัขนำทางของคนตาบอดที่ถูกฝึกมาจากสถาบันที่ผมไว้ใจซื้อเจ้าฮอกกี้นี้มาอย่างดี




"อ่า  แล้วพี่หายไปไหนมาครับ ทำไมถึงได้หายไป? "




"พี่ย้ายไปอยู่อเมริกากับครอบครัว ไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่นั่น และพี่ก็อยากจะเปลี่ยนตัวเอง เพื่อกลับมาหาแบมแบม มาอยู่กับแบมแบม มาคอยช่วยดูแลแบมไงครับ แล้วในที่สุดพี่ก็หาเราเจอ"เสียงทุ้มเอ่ยออกมา พลางกระชับกอดร่างของผมจนแน่น แน่นมากเหมือนกลัวผมจะหลุดหายไปไหน แต่ผมกลับรู้สึกไม่อึดอัดเลยสักนิด แถมยังแอบอมยิ้มออกมาด้วยซ้ำ เฮ้อ! จะทำยังไงดีล่ะครับ? คำพูดแบบนี้เหมือนเค้าอยากที่จะกลับมาขอคืนดีกับผมเลย




"พี่เป็ดดำจะมาดูแลคนตาบอดอย่างแบมน่ะหรอ?"ผมเลิกคิ้วมองไปในความมืดตรงหน้า แล้วใช้หูฟังสัมผัสไปตามเสียงทุ้มที่เอ่ยออกมาเมื่อกี้นี้ ซึ่งในใจตอนนี้ของผมกำลังตื่นเต้น เพราะมันกำลังดีใจ ดีใจที่พี่เป็ดขี้เหร่คนเดิมของผมกลับมาหากัน




"ใช่ครับ พี่อยากดูแลเรา"เหมือนเป็นคำมั่นสัญญาที่ไม่ต้องคิดอะไรมาก ไม่ต้องพูดอะไรมาก ผมอมยิ้มพลางพยักหน้าอย่างเข้าใจมันดีและมีความสุขล้น มันปลื้มอกปลื้มใจที่คนตรงหน้าเลือกที่จะกลับมาหากัน ในตอนที่ผมกำลังไม่มีใครให้พึ่งพิงพอดิบพอดี โดยที่เค้าไม่นึกรังเกียจคนตาบอดอย่างผมเลยสักนิดเดียว ในตอนนี้น้ำใสใสมันเริ่มเอ่อคลอเต็มสองเบ้าตาอันมืดมิดของผมไปหมดแล้ว จนพี่เป็ดดำตรงหน้าจำต้องรีบดึงผมเข้าไปในอ้อมกอดอีกครั้ง เพราะผมกำลังปี่แตกร้องไห้โฮ




"อย่าขี้แงสิครับ โอ๋ๆ พี่กลับมาหาเราแล้วนะ"




"ฮึกก แบมรอพี่เป็ดดำของแบมอยู่นะ!"





 "ไม่ต้องประคองแบมก็ได้ครับ เจ้าฮอกกี้ก็เดินนำแบมอยู่ไม่เห็นหรอ?"ผมบอกผู้ชายคนข้างตัวไปอย่างนึกขำ  เพราะหลังจากที่ผมออกมาจากรถยนต์ของพี่มาร์คได้ไม่เท่าไหร่ พี่มาร์คก็รีบวิ่งเข้ามาประคองผมจนแทบจะอุ้ม ถ้าไม่ติดว่ามือของผมถือสายจูงของฮอกกี้อยู่ ป่านนี้ผู้ชายข้างตัวคงจับผมอุ้มแล้วมั้งครับ? ก็เพราะหลังจากที่ผมปล่อยโฮต่อหน้าเค้าไป เค้าก็ปลอบผมให้หยุดร้องจนได้สำเร็จ  หลังจากนั้นพี่เป็ดดำจึงขอร้องผม ให้ตัวเค้าเองสามารถพาผมกับเจ้าฮอกกี้กลับมาส่งที่บ้านได้  จากตอนแรกผมก็เกรงใจแล้วปฎิเสธเค้าไปนะ อยากจะบอกเหลือเกินว่าเจ้าฮอกกี้มันสามารถนำทางให้ผมกลับบ้านได้เอง เพราะผมเดินออกมาจากบ้านได้ไม่ไกลสักเท่าไหร่ แต่เสียงอ้อนวอนของพี่มาร์คกลับมีผลต่อจิตใจของผมมากพอกัน ผมจึงยอมให้เค้าพาผมกับเจ้าฮอกกี้ขึ้นมานั่งในรถยนต์แอร์เย็นฉ่ำของเค้า เพื่อมาส่งผมถึงหน้าบ้านจนได้  ทั้งที่ระยะทางห่างจากตรงที่เราเจอกันมันก็ห่างจากบ้านแค่ไม่กี่กิโล




"ฮอกกี้เดินนำก็จริง แต่พี่ก็ห่วงแบมอยู่ดีนี่ครับ มาพี่เปิดประตูรั้วให้นะ" พอเห็นมือของผมคลำหาประตัวรั้วบ้าน พี่เป็ดดำของผมก็รีบเปิดประตูแทนผมทันที โดยที่มือหนาอีกข้างยังคงโอบเอวผมอยู่ไม่ปล่อย




"ขอบคุณครับ"ผมหันไปยิ้มให้กับคนข้างตัว ท่ามกลางความมืดมิดของดวงตา แต่หูของผมกลับสัมผัสได้ว่าเค้าอยู่ตรงไหนให้ได้ยิน




"เปลี่ยนจากคำขอบคุณ มาเป็น ไปอยู่กับพี่ก็จะดีกว่ามากเลยครับ"




"บ้าแล้ว"ผมอมยิ้มเขิน พลางรีบหันไปกระตุกสายจูงให้เจ้าฮอกกี้เดินนำไปต่อ เพื่อหนีคนที่โอบเอวอยู่เมื่อกี้ แบมแบมคนนี้ไม่น่าเล่าให้ผู้ชายข้างตัวได้ฟังเรื่องอุบัติเหตุตอนที่นั่งอยู่ในรถของพี่มาร์คเลย ว่าเค้าเพิ่งสูญเสียพ่อแม่ไป จนต้องอยู่คนเดียวที่บ้านหลังนี้ โดยมีคุณป้าวรรณี คุณป้าใจดีข้างบ้านคอยทำกับข้าวให้กินทุกมื้อ เพราะท่านเห็นผมแล้วสงสารที่ผมต้องมาใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียวในบ้านหลังนี้ แถมยังมาตาบอดอีกต่างหาก ถึงแม้ว่าอาจจะมีบางวันที่ยองแจและยูคยอมเพื่อนสนิทเเวะมาเยี่ยมหาเวลาที่ทั้งสองคนว่างจากงานก็ตาม  แต่ป้าวรรณีก็ยังนึกห่วงผมอยู่ดี ด้วยความที่ผมซึ้งในน้ำใจคุณป้าวรรณีมากมายจนเหลือล้น ผมจึงช่วยจ่ายเงินเค้าไปเป็นรายเดือนเพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณ ทั้งที่ป้าวรรณีไม่ต้องการขอรับเงินจากผมสักบาท เพราะลูกแกก็มีและอยู่ในวัยทำงานหาเลี้ยงคุณป้าได้แล้วเหมือนกัน แต่ผมก็ยังดื้อโอนเงินเข้าไปในบัญชีของคุณป้าวรรณีทุกเดือนสม่ำเสมอไม่เคยขาด




"หนูแบม!"พอนึกถึงคุณป้าได้ไม่เท่าไหร่ เสียงของคนวัยกลางคนก็เอ่ยทักออกมาจากระยะไกล ระยะที่ผมคิดว่าคุณป้าคงยืนอยู่ตรงหน้าบ้านตัวเองในตอนนี้ ส่วนผมจำต้องหันไปตามเสียงเรียกอย่างรวดเร็วทั้งที่มือเพิ่งจะคลำหาลูกบิดประตูเจอ แล้วไขกุญแจบ้านได้สำเร็จไปเมื่อกี้นี้เอง




"สวัสดีครับคุณป้า"ผมยกมือไหว้ ถึงแม้จะมองไม่เห็นแต่ผมก็มีมารยาทที่จะยกมือไหว้ผู้ใหญ่ที่สงสารและช่วยเหลือผมมาตลอดคนนี้อย่างไม่ลำบากใจ




"ไหว้พระเถอะลูก! ออกไปเดินเล่นกลับมาแล้วหรอ เอ๋? วันนี้มีพาพ่อหนุ่มคนหล่อที่ไหนมาด้วยจ๊ะเนี่ย?" พ่อหนุ่มคนหล่อหรอ? ผมถึงกับอมยิ้มขำออกมา สงสัยป้าวรรณีคงพูดเอาใจคนข้างตัวที่ยืนประคองผมอยู่แน่เลยครับ ปากหวานอีกแล้วนะคุณป้าข้างบ้านของผม และสงสัยตอนนี้พี่เป็ดดำของผมคงดีใจหน้าบานเป็นจานดาวเทียมอยู่แน่เลยครับ




"สวัสดีครับคุณป้า"เสียงทุ้มคนข้างตัวเอ่ยออกมาบ้าง พร้อมกับปล่อยตัวผมออกมาจากมือหนาของเค้า สงสัยเค้าคงกำลังยกมือไหว้ตามผมแน่เลยครับ 




"จ้า เฮ้อ! ค่อยโล่งอกหน่อย! วันนี้หนูแบมมีคนมาอยู่เป็นเพื่อนด้วย ป้ากำลังจะมาบอกว่าวันนี้ป้ามีธุระออกไปข้างนอกกับลูกสาวของป้าพอดีเลยลูก หนูแบมอยากให้ป้าเข้าไปทำข้าวเย็นให้ก่อนดีไหม?"




"ไม่เป็นไรครับคุณป้า เดี๋ยวผมทำให้น้องกินเอง ขอบคุณมากนะครับ ที่ดูแลน้องแบมมาตลอด" หืม พี่มาร์ครีบตอบแทนผมไปเสียหมด แถมยังไปกล่าวขอบคุณคุณป้าวรรณีอีกต่างหาก 




"โอ๊ย ไม่เป็นไรจ๊ะ ไม่ต้องมาขอบคุณป้าหรอก คนบ้านใกล้เรือนเคียง ว่าแต่พ่อหนุ่มชื่ออะไรเนี่ย? แล้วเป็นแฟนหนูแบมหรอจ๊ะ?"




"เอ่อ มะไม่ใช่ครับ คุณป้า / ผมชื่อมาร์ค ต้วนครับ เป็นคนรักของน้องแบม ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ"ให้ตายสิ! ผมนี่อ้าปากค้างเลย! หลังจากที่พี่มาร์คพูดตัดบทของผมไป ผมก็ได้ยินเสียงขำบางเบาออกมาจากคุณป้าเหมือนพออกพอใจอะไรสักอย่าง หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกเลย ก็เพราะตอนนี้ผมถูกพี่เป็ดดำ หรือ พี่มาร์ค อุ้มผมขึ้นมาไว้แนบอกแทน แล้วร่างหนาจึงรีบหมุนลูกบิดเปิดประตูเดินเข้ามาในบ้านอย่างรวดเร็ว โดยมืออันบอบบางของผมดันปล่อยสายจูงของเจ้าฮอกกี้ออกไปจนได้ ทำให้ผมได้ยินเสียงฝีเท้าของเจ้าฮอกกี้วิ่งเข้าไปในส่วนไหนของในบ้านสักแห่งก็ไม่รู้เลย





"พี่เป็ดดำ ปล่อยแบมลงได้แล้ว! ทำไมไปบอกคุณป้าแบบนั้นล่ะ?"ผมทุบอกคนที่กำลังอุ้มผมด้วยแรงอันน้อยนิด ตาก็มองไม่เห็น แถมยังถูกอุ้มดั่งตัวเองเป็นสาวน้อยร่างบางอีก เฮ้อ! ชีวิต หนอ! ชีวิตของแบมแบม!!




"ก็ที่กลับมา เพราะพี่อยากดูแลแบม มาดูแลในฐานะคนรักไงครับ ดังนั้นก็พี่ต้องเป็นแฟนแบมสิครับ"พี่เป็ดดำคนขี้เหร่ของผมเอ่ยออกมาตรงๆอย่างชัดถ้อยชัดคำ จนผมเริ่มรู้สึกร้อนผะผ่าวทั่วทั้งใบหน้าไปหมด ผมกัดเม้มริมฝีปากตัวเองจนแน่นด้วยความเคอะเขิน




"นี่ไง! หน้าแดงหมดแล้ว ฮั่นแน่! เขินก็บอกดีดีสิครับ"





"งือ คนบ้า ปล่อยแบมลงเลยนะ!"หลังจากที่ผมกัดริมฝีปากตัวเอง พร้อมก็ตีมั่วซั่วไม่ไปรู้โดนตรงไหนของคนที่อุ้มผมอยู่บ้าง ผมก็ถูกแกล้งกลับด้วยการถูกร่างหนาอุ้มแล้วเหวี่ยงหมุนไปรอบตัว วนไปเรื่อยไม่หยุด จนผมมึนหัว แต่ก็ยังสามารถหัวเราะขำไปกับเค้าอย่างมีความสุขได้ ก็เพราะในตอนนี้แบมแบมกำลังสุขใจอย่างบอกไม่ถูกเลย ที่มีพี่เป็ดดำมาอยู่ด้วยกัน




หนึ่งเดือนผ่านไป


        ชีวิตของแบมแบมคนนี้ยังคงดำรงต่อไปเรื่อย เพิ่มเติมคือมีพี่เป็ดดำคนขี้เหร่เข้ามาในชีวิตของผมอีกครั้ง หนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้พี่เป็ดดำแสดงให้ผมได้รู้ว่าเค้าห่วงและแคร์ผมมากแค่ไหน ไม่ว่าจะคอยเทียวมาหาผมทุกเช้าก่อนที่เค้าจะไปทำงาน ซึ่งผมยังไม่รู้เลยครับว่าพี่มาร์คทำงานอะไร? หรือ จะเป็นตอนเย็นพี่เค้าก็จะมาหาผมทุกเย็นคอยหาอาหารเพื่อสุขภาพมาให้ มาอยู่เป็นเพื่อน บางวันถ้าอยู่ดึกก็จะขอนอนที่นี่ ซึ่งผมก็ไม่เคยปฏิเสธเค้าเลยสักนิดเดียว วันนี้ก็เช่นกันพี่เป็ดดำคนขี้เหร่ยอมที่จะลางานเพื่อพาผมมาหาคุณหมอเจบี จักษุแพทย์ประจำตัวตามที่นัดเอาไว้เดือนละครั้ง มันเลยทำให้ผมมีกำลังใจที่อยากจะรักษามากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะตามปกติแล้วไม่ยองแจก็ยูคยอมจะสลับกันพาผมมาที่นี่ครับ พูดถึงก็คิดถึงเพื่อนทั้งสองคนเหมือนกัน พอพวกมันรู้ว่าผมมีพี่มาร์ค พี่เป็ดดำที่พวกมันรู้จักมาตั้งแต่สมัย ม.ปลายเข้ามาดูแลผมแทนแล้วนะ พวกมันก็หายจ้อยไปเลย จะมีก็แต่โทรเข้ามาหาบ้างและก็เงียบหายไป มันน่าน้อยใจจริงๆเลยนะเพื่อนพวกนี้!



"ค่อยๆเดินนะครับ"เสียงทุ้มเอ่ยออกมา พลางประคองโอบผมให้ค่อยๆย่ำเดินไป จนผมได้แต่รู้สึกผิดต่อเจ้าฮอกกี้ที่ช่วงนี้มันไม่ค่อยได้ช่วยเหลืออะไรผมเลย พอมีพี่มาร์คเข้ามา ผมกลัวเจ้าฮอกกี้น้อยใจจังครับ



"แบมก็ค่อยๆเดินอยู่นี่ไงครับพี่เป็ดดำ"



"ค่อยๆเดินก็ต้องระวังเหมือนกัน ถ้าแบมล้มขึ้นมาแล้วพี่จะอยู่ยังไงครับ? ถ้าเกิดที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาลนะ ป่านนี้พี่จับแบมอุ้มไปนานแล้ว!"




"เวอร์ไปแล้ว!"ผมอมยิ้มเขิน พลางเดินให้เค้าโอบประคองไปเรื่อย จนเข้ามาตรงส่วนของหน้าห้องตรวจ ผมก็ได้ยินเสียงพี่มาร์คจัดการยื่นใบนัดพูดคุยกับคุณพยาบาล คอยจัดการให้ผมทุกอย่าง ผมจึงได้แต่ยิ้มแล้วฟังเสียงทุ้มที่ดูอบอุ่นของคนข้างตัวต่อไป




"แอ๊ดด สวัสดีครับคุณแบม"เสียงห้าวที่ดูไม่เหมือนหมอเอ่ยทัก หลังจากที่ผมเปิดประตูเข้ามาในส่วนของห้องตรวจด้วยฝีมือของใครคุณก็น่าจะรู้กันเอง ใช่ครับ! พี่เป็ดดำของผมก็ตามเข้ามาด้วยเช่นกัน




"สวัสดีครับคุณหมอเจบี"




"ว๊าว วันนี้มีเพื่อนใหม่มาด้วยหรอครับ? ปกติจะเป็นคุณยองแจไม่ก็คุณยูคยอม?"




"อ่าครับ" ผมยิ้มแห้ง พลางเอ่ยตอบกลับไป ก็ไม่รู้ว่าคุณหมอเจบีจะทำหน้าตาแปลกใจอย่างไร ซึ่งผมก็ไม่รู้จักหน้าตาของเค้าเหมือนกัน แต่ยอมรับว่าการได้เจอกับคุณหมอคนนี้บ่อยๆ ได้ยินเสียงบ่อยๆ มันทำให้ผมรู้ว่าคุณหมอเจบีคนนี้ก็คือผู้ชายที่มีจิตใจดีและมีความทุ่มเทในการเป็นจักษุแพทย์คนนึง เอ๋? แต่ว่าตอนนี้ผมรู้สึกว่าคนข้างตัวนี่ เหมือนจะรีบดึงมือของผมไปกอบกุมไว้อยู่บนหน้าตักของเค้าอย่างรวดเร็วแล้วสิครับ เหมือนต้องการจะเรียกร้องความสนใจจากผมเลย




"ไม่ใช่เพื่อนหรอกครับ แต่ผมเป็นแฟน"เสียงทุ้มเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งดูปกติ เวลาที่เค้าพูดคุยกับคนอื่น แต่พอเวลาที่เค้าคุยกับผม เค้ากลับพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่มทุ้มน่าฟังให้ผมได้ยินเพียงแค่คนเดียว จนผมได้แต่ยิ้มแห้งส่งต่อไปให้คุณหมอ ก็เพราะสถานะของเราสองคนมันไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากมายแล้วนี่ครับ ก็รู้กันอยู่ว่าการกระทำแบบนี้มันคืออะไร? ผมก็โตแล้ว พี่มาร์คก็โตแล้ว จึงไม่ต้องมามีคำขอเป็นแฟนที่หวานซึ้งเหมือนสมัยเด็กอีกครั้งนึง 





"อ้อ! ยินดีที่ได้พบนะครับ เอาล่ะ! ไหนผมขอตรวจดวงตาของคุณแบมหน่อยนะครับ" ผมพยักหน้า พลางบีบมือคนข้างตัวกลับเพื่อให้ปล่อย ซึ่งพี่มาร์คก็รู้ตัวดีว่าเค้าต้องปล่อยมือของผมได้แล้ว พอเค้าปล่อยมือผมจึงหันไปทางด้านหน้าตามเสียงของคุณหมอเจบี ที่ในตอนนี้ผมรู้สึกว่าร่างของคุณหมอเริ่มเดินเข้ามาใกล้ตัวผมมากขึ้น พร้อมกับจับคางของผม ให้เชยคางมนเชิดหน้าขึ้น พอเชิดหน้าขึ้นได้ไม่เท่าไหร่ ผมกลับต้องสะดุ้งสุดตัวเพราะว่ามันตกใจ เมื่อมันมีแสงไฟแวบเข้ามาในดวงตาทั้งสองข้างของผมเพียงแค่แวบเดียว จนน้ำตาของผมมันเริ่มไหลซึมออกมา




"แบมแบม"พี่เป็ดดำที่นั่งมองคงเป็นห่วงผม จึงเผลอเรียกชื่อผมออกมาอย่างรวดเร็ว

 


"เมื่อกี้นี้ ที่คุณแบมแบมสะดุ้ง เพราะรู้สึกแสบตาใช่ไหมครับ?"




"อ่าครับ เหมือนมีเเสงแวบๆผ่านเข้ามาในดวงตา"




"โอเคครับ!"




"คุณหมอ แบบนี้หมายความว่าไงครับ?"พี่เป็ดดำถามคำถามแทนผม พร้อมกับใช้มือหนาเข้ามาบีบไหล่ผมจนแน่น  พลางลูบหัวผมไปเรื่อย เพื่อปลอบโยน ส่วนผมก็ได้แต่นั่งเฉยเพื่อรอฟังคำตอบจากคุณหมอต่อไป




"ถือว่าคุณแบมแบมยังไม่ได้ตาดับสนิทครับ  กระจกตาดำทั้งสองข้างยังคงที่อยู่ไม่ได้แย่ไปกว่าเดิม ยังพอมีความรู้สึกและเห็นแสงไฟที่ส่องไปกระทบกับดวงตาตรงๆได้อยู่  ในตอนนี้อย่างที่ผมบอกคุณแบมทุกครั้งที่มาตรวจ เราเพียงแค่รอกระจกตาบริจาคเท่านั้นครับ ถ้าได้มาคุณแบมจะได้รับการเปลี่ยนกระจกตาทั้งสองข้างเพื่อกลับมามองเห็นได้ชัดอีกครั้งหนึ่ง"คำพูดของคุณหมอเจบีทำให้ผมใจชื้นขึ้น ในตอนนี้ดวงตาของผมทั้งสองที่มองไม่เห็นมันกำลังมีความหวังรออยู่ ความหวังที่รอจากการบริจาคดวงตาสักคู่หนึ่ง เพื่อทำให้ผมสามารถมองเห็นได้อีกสักครั้ง และที่สำคัญผมอยากจะมองเห็นพี่เป็ดดำใจจะขาดอยู่แล้วสิ!




        40%


"บริจาคกระจกตาดำ?"




"ใช่ครับคุณ หนึ่งปีที่คุณแบมแบมมารักษาที่นี่ ก็เพราะว่าเราแค่รอเวลาที่มีผู้บริจาคกระจกตาดำสักคนหนึ่ง เมื่อพอถึงเวลาที่เค้าหมดอายุไข เราจึงค่อยไปขอรับกระจกตาดำจากผู้บริจาคคนนั้น เพื่อนำมาทดแทนให้คุณแบมแบมได้กลับมามองเห็นชัดอีกครั้งหนึ่งไงครับ"




"............"




           หลังจากที่คุณหมอเจบีได้บอกเกี่ยวกับเรื่องการบริจาคกระจกตาดำให้กับพี่มาร์คได้ฟัง พี่เป็ดดำของผมก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกเลย เราพากันเดินออกมาจากโรงพยาบาล เข้ามานั่งในรถยนต์ของพี่เป็ดดำก็แล้ว พี่เป็ดดำก็ยังไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก จนผมได้แต่เงียบตามไปด้วย และไม่อยากรบกวนความเงียบของคนข้างตัวที่ดูผิดแปลกไป ในตอนนี้เค้าดูเงียบไปมาก มากจนผมรู้สึกใจหวิวและห่วงเค้ามากว่าเป็นอะไรรึเปล่า?  จนกระทั่งพี่เป็ดดำขับรถยนต์พามาถึงที่ทำงานของเค้า เค้าถึงพูดออกมาว่าอยากจะให้ผมรออยู่ในห้องทำงานของเค้าสักพักหนึ่งก่อน  เนื่องจากเค้ามีเรื่องเร่งด่วนที่ต้องเข้ามาเคลียร์งานกระทันหัน ผมจึงได้แต่พยักหน้าตามเค้า และปล่อยให้เค้าโอบเอวประคองผมเดินเข้าบริษัทไป โดยผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสถานการณ์รอบตัวของผมมันจะเป็นอย่างไร เพราะในตอนนี้พี่มาร์คกำลังพาคนตาบอดอย่างผมเข้ามาในสถานที่ทำงาน โดยไม่นึกรังเกียจและไม่อายใคร  ทั้งที่ผมก็ยังไม่รู้หรอกว่าพี่มาร์คทำงานอะไร แต่ภายในวันนี้ผมคงจะได้รับรู้ในไม่ช้านี้แน่นอนครับ 




"แก ท่าน พาใครมาอ่ะ?"  ท่านหรอ? เสียงของผู้หญิงพวกนี้ที่ซุบซิบเสียงดังนี่พูดถึงใครกันนะ? ผมถูกพี่มาร์คเดินโอบจับมือจูงให้เดินตามไปตลอดทางภายในตึกที่มีแอร์สุดแสนเย็นฉ่ำ กลิ่นกระดาษ กลิ่นกาแฟ และกลิ่นหอมอะไรสักอย่าง ทั้งหมดทั้งมวลมันคงเป็นในส่วนของออฟฟิศสำนักงาน ที่นี่คงมีเอกสารเรียงรายวางไว้อยู่บนโต๊ะ  มีเครื่องสำนักงานครบครันรายล้อมโต๊ะเต็มไปหมด และมีแก้วกาแฟหอมกรุ่นวางอยู่บนโต๊ะไว้จิบเวลาที่ง่วงนอน  ผมรู้สึกได้ว่าพี่มาร์คคงต้องเป็นหนุ่มออฟฟิศในสำนักงานแห่งนี้แน่นอน




"เหมือนแบมได้กลิ่นกระดาษด้วยแหละ  อืมม พี่เป็ดดำทำงานเป็นหนุ่มออฟฟิศใช่ไหมครับ?"เสียงหวานของผมเอ่ยออกมาเป็นคำแรก พลางเอ่ยบอกคนข้างตัว ที่ในตอนนี้ผมได้ยินเสียงประตูเปิดออกได้แล้ว พร้อมกับตัวของผมก็ถูกพี่มาร์คโอบแล้วประคองให้หย่อนตัวเองนั่งลงบนเบาะนุ่มที่ดูแสนสบาย น่าจะเป็นโซฟาภายในห้องทำงานของเค้านั่นล่ะครับ ซึ่งตำแหน่งงานพี่มาร์คคงจะเป็นหัวหน้าแผนกอะไรสักอย่างแน่เลย เพราะถึงขนาดมีห้องทำงานเป็นส่วนของตัวเองแบบนี้ ก็คงไม่ใช่เล่นๆแล้วล่ะ




"หนุ่มออฟฟิศอย่างนั้นหรอ? หึหึ ก็คงใช่มั้งครับ ฟอด"อยู่ดีดีเค้าก็ขำ พลางหอมแก้มบวมของผมฟอดใหญ่ จนผมเริ่มรู้สึกร้อนผะผ่าวไปหมด มือเรียวของผมจึงได้แต่ถูแก้ม แล้วอมยิ้มแก้เก้อออกมาบางเบา ใช่ว่าไม่เต็มใจให้หอมสักหน่อย  ก็ไม่รู้จะทำอะไรได้นี่นา? ตามองก็ไม่เห็น เพราะนี่มันก็แค่หอมแก้ม แต่ถ้ามากกว่านี้ผมก็คงห้ามอะไรเค้าไม่ได้อยู่ดี คุณว่าไหมล่ะครับ?




"....."




"เงียบเบบนี้เขินหรอ?"




"เปล่า"ผมพูดออกมาบางเบา พลางก้มหน้าอมยิ้มไปเรื่อย จนผมได้ยินเสียงเหมือนมีคนลงมานั่งด้วยข้างๆนี่ล่ะ ก็เค้านี่ไงที่กำลังโอบไหล่บีบไหล่ของผมจนเต็มมือ พร้อมกับกระซิบข้างหูด้วยคำพูดที่ดูนุ่มนวลมากที่สุด




"ถ้าไม่เขินก็แล้วไป เนอะ ฟอดด" อีกแล้ว เอาอีกแล้ว ฉวยโอกาสกับคนตาบอดมันไม่ดีเลยนะ คุณเป็ดดำแสนขี้เหร่!




"เเอ๊ดดด อะเอ่อ ท่านคะ คือถึงเวลาเข้าห้องประชุมแล้วค่ะ"อยู่ดีดีก็มีเสียงเปิดประตูเข้ามาจากบุคคลที่สาม จนผมตกใจต้องดันไหล่คนที่กำลังหอมแก้มผมให้ยอมผละออก แต่ก็ทำไม่ได้มากสักเท่าไหร่ เพราะคนข้างตัวก็ยังคงโอบไหล่ เกาะติดหนึบผมอยู่ดี จนผมรู้สึกกลัวในใจว่าผู้หญิงที่เข้ามาใหม่จะเห็นผมกับพี่มาร์คทำอะไรไปเมื่อกี้นี้รึเปล่า? และที่สำคัญเค้าเรียกพี่มาร์ค หรือ พี่เป็ดดำของผมว่าท่านด้วย




"ครับเดี๋ยวผมออกไป ยังไงช่วยดูแลแฟนของผมด้วยนะครับ ถ้าเค้าต้องการอะไร หรือ ให้ช่วยพยุง ก็ช่วยทำตามความต้องการของเค้าด้วย แต่ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาฉุกเฉิน หรือ เค้าล้มลงไป อะไรก็แล้วแต่ที่เป็นอันตรายกับเค้า คุณโนราช่วยรีบบอกผมด้วย  เข้าใจใช่ไหมครับ?"เสียงหนาพูดออกมายาวเหยียด จนผมรู้สึกว่าคุณโนรา ที่เมื่อกี้พี่มาร์คเอ่ยชื่อเค้าออกมา เธอคงจะดูกดดันมากแน่ๆ ที่อยู่ดีดีก็ถูกสั่งให้มาดูแลผมอย่างกับผมเป็นง่อยอย่างนี้




"พี่มาร์คไม่ต้องรบกวนเค้าหรอกครับ แบมดูแลตัวเองได้"ผมเลยรีบบอกออกไปเพื่อขัดความเป็นห่วงของเค้าอย่างรวดเร็ว เพราะไม่อยากจะรบกวนใครด้วย พร้อมกับเปลี่ยนสรรพนามเพื่อให้เกียรติพี่เป็ดดำในสถานที่ทำงาน




"ไม่รบกวนหรอก ตามนี้นะครับคุณโนรา พี่ไปก่อนนะครับ แล้วก็อยู่แต่ในห้องนี้อย่าออกไปที่ไหนล่ะ"สัมผัสริมฝีปากที่กดลงมาจูบบนหัวของผม  จนผมรับรู้ถึงความรู้สึกได้ มันค่อยจางหายไปตามเสียงรอยเท้าของคนที่บอกว่าเป็นห่วงผมมากมาย  จนผมได้แต่อมยิ้มออกมาคนเดียวอย่างรู้สึกสุขใจ





"คุณแบมนี่โชคดีจังเลยนะคะ"รอยยิ้มของผมหยุดชะงัก พลางหันไปมองท่ามกลางความมืดมิด เมื่อสัมผัสได้ว่ายังคงมีเสียงของผู้หญิงอีกหนึ่งคน อยู่ในห้องทำงานของพี่เป็ดดำแห่งนี้ น้ำเสียงของเธอช่างดูแตกต่างจากที่พูดกับพี่มาร์คไปเมื่อกี้นี้อย่างลิบลับ เพราะมันช่างดูเหมือนน้ำเสียงของคนที่กำลังประชดประชันอยู่เลย




"เอ่อ โชคดีอะไรหรอครับ"ผมยิ้มค้าง พลางถามคนที่น่าจะยืนอยู่ตรงหน้าโซฟาที่ผมกำลังนั่งอยู่ 





"โชคดีที่ได้แฟนหล่อ รวย เป็นถึงเจ้าของบริษัทยังไงล่ะคะ? แต่ เอ๋ คุณแบมไม่รู้หรอกหรอว่าคุณมาร์ค ต้วน เป็นถึงประธานบริษัท ต้วน ไอที บริษัทส่งออกคอมพิวเตอร์ นำเข้ามาจากประเทศสหรัฐอเมริกาที่เพิ่งตีตลาดเข้ามาขายในประเทศไทยได้สำเร็จ? เอ๋ ดูน่าแปลกใจนะคะ?"




"เอ่อ คือ แบมไม่ทราบหรอกครับ เพราะว่า.."




"อ๋อ ลืมไปค่ะว่าคุณแบม ตา บอด "น้ำเสียงของโมราดูพูดย้ำคำว่าตาบอดอย่างชัดถ้อยชัดคำ จนผมรู้สึกจุกในอก แล้วกัดเม้มริมฝีปากตัวเองจนแน่น พลางคิดในใจว่าตาบอดแล้วมันเป็นยังไงหรอ? ผมไม่สามารถมีแฟนได้อย่างคนอื่นเค้าหรอครับ? บางทีผู้หญิงคนนี้ที่ชมว่าพี่มาร์คหล่อ อาจจะยกยอพี่มาร์คเพราะว่าพี่มาร์คมีเงินก็ได้ใครจะรู้ แต่ผมกลับรักเค้าอย่างจริงใจที่สุดโดยไม่สนใจเงินทองพวกนี้เลย




"......"




"ไม่เป็นไรนะคะคุณแบม อย่าไปคิดมากเลยค่ะ พอเดี๋ยวสักพักคุณมาร์คก็ทิ้ง อุ้ย! ไม่ใช่สิ! โนราพูดอะไรออกไปเนี่ย เฮ้ออ พอดีโนราชินน่ะค่ะ เพราะก่อนหน้าคุณแบมจะมาที่นี่ ท่านก็มีสาวสวยมาหาเพียบ จะว่าไปท่านก็เปลี่ยนสาวเป็นว่าเล่นเลยนะคะ แต่แปลกกลับมาเลือกคนตาบอดมาเป็นแฟนแบบนี้? อุ๊ย เผลอพูดอะไรออกไปเนี่ย ฮะฮะ เชิญตามสบายอยู่ในนี้ต่อไปเลยนะคะ บ๊ายบาย อ่อ โมราขอไปประชุมกับท่านประทานอย่างถึงพริกถึงขิงก่อนแล้วกันค่ะ โฮะๆ"คำพูดของเธอเป็นคำพูดที่ทำให้จิตใจของผมในตอนนี้รู้สึกย่ำแย่มาก ผมคิดตามคำพูดของผู้หญิงที่เดินออกจากห้องนี้ไปเมื้อกี้หมดทุกอย่าง ผมตั้งใจฟัง พอฟังแล้วน้ำตามันก็ไหลออกมาอย่างไม่รู้สึกสนใจที่ปาดมันออกไปจากตา พี่มาร์คเป็นถึงประธานบริษัทที่ผมกำลังนั่งอยู่ที่นี่ มีสาวมากหน้าหลายตามาหาไม่เว้นแต่ละวัน หรือไม่ก็อาจจะรวมโนรา ผู้หญิงคนนี้ไปด้วย แต่มันอาจจะเป็นแค่ในอดีตก็ได้ ที่พี่มาร์คเป็นแบบที่โนราพูด ซึ่งในตอนนี้แบมแบมไม่ยอมหรอกที่จะเห็นพี่มาร์คของเค้าไปมีคนอื่น แบมแบมไม่อยากจะเชื่อหรอกว่าพี่มาร์คแค่มาเล่นๆกับแบมแบม พอเบื่อแล้วก็ทิ้งกันไป



"ฮึก" ผมได้แต่ตัวสั่นเพราะมันกลั้นสะอื้นไม่อยู่ พลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หลังจากนั้นจึงใช้มือเรียวคลำหาทางจับพนักโซฟา จับโต๊ะทำงาน สะเปะสะปะไปหมด ผมจะทำยังไงดี ผมอยากจะไปหาพี่มาร์ค? ผมไม่อยากอยู่ตัวคนเดียวที่นี่




"ฮือ ฮึกก ทำไมต้องมองไม่เห็นด้วย แบมอยากไปหาพี่มาร์ค ฮึก แบมอยากมองเห็น!!!"ผมสะอื้น ภาพทุกอย่างมันมืดสนิทไปหมด แต่ในสมองมันยังคงนึกคิดถึงพี่เป็ดดำของน้องแบมอยู่คนเดียวไม่จางหาย เพราะในวันที่แบมแบมไม่เหลือใคร ก็มีพี่มาร์คที่เข้ามา ซึ่งแบมแบมบอกเลยว่าไม่มีทางจะปล่อยผู้ชายคนนี้ไปไหนได้ สำหรับคนที่เค้าหวังเป็นที่พึ่งสุดท้ายในชีวิต




หนึ่งชั่วโมงผ่านไป


           เสียงเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงาน พร้อมกับเสียงฝีเท้าย่ำเดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ พร้อมกับมือหนาที่คุ้นเคยเอาแต่ลูบวนไปทั่วแก้มขาว ที่ในตอนนี้มีแต่รอยเปรอะเปื้อนของคราบน้ำตาเต็มไปหมด ซึ่งก่อนหน้านี้ผมได้นั่งร้องไห้ เพราะไปที่ไหนก็ไม่ได้ ได้แต่รอให้พี่มาร์คกลับมาที่นี่อย่างเดียว จึงทำให้ผมเผลอหลับไปทั้งที่ยังร้องไห้สะอึกสะอื้นน้อยใจในชีวิตตัวเองไม่หยุดอยู่อย่างนี้จนเผลอหลับไป



"แบม เป็นอะไร ร้องไห้ทำไมครับ?"เสียงพี่มาร์คเอ่ยถามผม เมื่อผมยันตัวเองสะลึมสะลือลุกขึ้นมานั่งบนโซฟา โดยมีพี่มาร์คโอบประคองไม่ห่าง




"แบมอยากกลับบ้าน"ผมทำได้แค่เพียงส่ายหน้าไปในความมืด พลางใช้มือเรียวคลำไปสัมผัสบนตัวเค้า เลื่อนมือขึ้นไปสัมผัสที่ใบหน้า จนน้ำตามันเริ่มรื้นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งแล้ว




"เป็นอะไร ทำไมเป็นแบบนี้"




"ไม่มีอะไร กลับบ้านกันนะพี่เป็ดดำ"ผมส่ายหน้า พลางเลื่อนมือจากที่จับแก้มเค้า มาจับที่บ่าหนาที่ดูกำยำนี้แทน




"พี่ไม่เชื่อ  ไปกับพี่ครับ"อยู่ดีดีผมก็ถูกดึงให้ลุกขึ้นยืน พร้อมกับถูกดึงข้อมือให้เดินตามเค้าออกไปทางด้านนอก เราสองคนเดินออกมา แล้วหยุดยืนตรงที่ไหนสักแห่ง จากที่ทุกอย่างดูมีเสียงพูดคุยกันเสียงดัง ในตอนนี้ทุกเสียงกลับเงียบสนิท จนทำให้ผมได้แต่ยืนเบียดคนข้างตัวเอาไว้เพื่อความอุ่นใจ




"คุณโนรา กรุณาออกมายืนพบผมตรงนี้!"




"......." ผมยืนตัวสั่น สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อคนที่ยืนอยู่ข้างกันพูดออกมาด้วยแรงโทสะเสียงดังลั่น จนภายในบริเวณนี้ไร้เสียงการตอบรับใดใดทั้งสิ้น




"พี่มาร์ค เรากลับบ้านกันเถอะนะครับ"ผมค่อยๆกอดแขนเค้า พลางเอ่ยอ้อนวอนเพราะไม่อยากมีปัญหา แต่ดูเหมือนพี่มาร์คจะไม่ฟังคำขอของผมเลยสักนิดเดียว




"มีอะไรหรอคะท่านประธาน"  




"ยังจะมาถามอีกหรอครับว่ามีอะไร? ทำไมแฟนของผมถึงร้องไห้แบบนี้?"




"โนราไม่ได้ทำอะไรค่ะ คุณแบมแบมคงฝันร้ายมั้งคะ?"




"ฝันร้ายหรอ? ผมบอกให้คุณดูแลแบมแบมไม่ใช่หรอครับ??"




"โนราก็ดูแลอย่างดีนะคะ"




"เหอะ! สิริน ไหนคุณบอกว่าอัดเสียงโทรศัพท์เอาไว้ ตอนที่แฟนของผมอยู่กับโนราเพียงสองคนไง ช่วยเอาออกมาให้ผมดูด้วย!!! ผมจะจับคนโกหกวันนี้ให้ได้!! " พี่มาร์คตะคอกเสียงดังลั่น จนผมสะดุ้งได้แต่ยืนตัวสั่นเทา แต่มือหนาก็ยังคงห่วงความรู้สึกของผมอยู่ ด้วยการลูบไหล่บางของผมไปเรื่อยในขณะที่ตัวเองกำลังเอ่ยวาจาแข็งกระด้างกับพนักงาน 




"นี่ค่ะท่าน ตอนที่สิรินกำลังเอาแฟ้มงาน จะมาส่งไว้ที่หน้าห้องของท่าน มันพอดีกับตอนที่สิรินเห็นว่านางโนราคนนี้พูดจาไม่ดีใส่คุณแบมแบมค่ะ สิรินเลยแอบอัดเสียงเอาไว้ และอย่างที่บอกท่านไปที่หน้าห้องประชุม เกี่ยวกับนางโนราคนนี้ เธอบอกว่าท่านจะทิ้งคุณแบมแบมสักวัน เพราะว่าคุณแบมแบมตาบอดค่ะ" ผู้หญิงอีกคนหนึ่งเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกหมั่นไส้โนราอย่างเห็นได้ชัด พลางพูดออกมาตามความจริงที่เธอได้ยิน จนโนราจากที่กำลังเงียบกริบ เธอเริ่มแสร้งทำเสียงสะอื้นและเหมือนจะกำลังดึงแขนหนาอีกข้างออกไปจากตัวของผมให้ได้





"ท่านคะ อย่าทำอะไรโนราเลย โนราผิดไปแล้วค่ะ ฮึกกก"




"ปล่อยผม อย่ามาแตะต้องผม นับจากวันนี้เป็นต้นไป คุณไม่ใช่พนักงานในบริษัทของผมอีก!! และที่สำคัญทุกคนโปรดจำเอาไว้ว่า แบมแบม คือคนที่ผมรัก เป็นคนของผม ถ้าหากใครกล้าที่จะมาพูดแบบผู้หญิงคนนี้อีก แล้วเราจะได้เห็นดีกัน! ไปครับแบม"เสียงเอ่ยลั่นวาจา พร้อมกับแขนอีกข้างที่ผลักไสผู้หญิงที่คงจะแอบรักพี่มาร์คของผม พี่มาร์คผลักไสอย่างไม่ใยดี พลางโอบประคองผมให้เดินห่างออกไปจากเสียงร้องไห้คร่ำครวญของผู้หญิงคนนี้




"ฮืออออ โนรารักท่านนะคะ ฮืออ อย่าไล่โนราออกเลย ฮืออ"




"สมน้ำหน้ายัยโนราคนร่าน!"และเสียงสุดท้ายของสิรินที่ผมได้ยิน ก่อนที่ผมจะลงลิฟต์ไปยังชั้นล่างของสำนักงานนี้ 



         ตลอดระยะเวลาการเดินทางจากบริษัทมาถึงยังบ้านของผม พี่มาร์คกับผมเราไม่ได้ปริปากพูดกันออกมาสักคำ จนเราสองคนเข้ามาอยู่ในบ้าน พี่มาร์คถึงได้พูดออกมา



"แบมพี่ขอโทษ ขอโทษที่วันนี้ทำเราร้องไห้นะครับ ขอโทษที่ไม่ได้บอกว่าพี่ทำงานอะไร"พี่มาร์คดึงผมเข้าไปกอด พร้อมกับเอาใบหน้าซุกอยู่ตรงซอกคอของผมไม่ปล่อย




"ไม่เป็นไร แบมไม่ได้โกรธอะไรหรอก เพราะแบมก็ไม่เคยถามด้วยว่าพี่ทำงานอะไร"ผมกอดตอบ พร้อมกับใช้ใบหน้าซุกลงบนลาดไหล่ของเค้าเช่นกัน




"พี่ไม่มีวันทิ้งแบมเหมือนที่โนราพูดออกมาแน่นอนนะครับ พี่สัญญา"




"อื้อ" คำสัญญาพร้อมกับรอยจูบบนหน้าผาก จนผมต้องรีบพยักหน้าให้กับคนตรงหน้าอย่างยินยอม มันคือข้อตกลงที่ผมยอมโอนอ่อนให้กับคนตรงหน้านี้ก็เพราะรัก




"พี่รักแบมนะ รักมาตลอด ไม่เคยลืมเลย"





"อื้อ แบมก็รักพี่นะครับ"ผมพยักหน้า พร้อมกับยื่นหน้าไปหาเค้าบ้าง ไปกดจูบตรงไหนก็ได้ให้โดนสัมผัสเค้า ซึ่งมันคือโชคดีที่ผมสัมผัสตรงบริเวณริมฝีปากของเค้าพอดี




"อืม"เสียงครางในลำคอ พร้อมกับการถูกฉกฉวยริมฝีปากของผมไป ไปให้กับพี่มาร์คคนรักของผม ที่ในตอนนี้เอาแต่กดจูบดูดดุนริมฝีปากของผมไม่หยุดหย่อน มือหนาเริ่มไล้ลูบวนอยู่แต่ตรงสะโพกของผมไปมาไม่ปล่อย จนในที่สุดริมฝีปากของเค้าก็เริ่มเคลื่อนย้าย เรื่อยลงมาประทับตราตรงบริเวณซอกคอขาว จนผมรู้สึกขนลุกซู่ไปหมดทั้งตัว




"อือ พี่เป็ดดำ พะ พี่มาร์คค อื้อ"ผมเอ่ยเรียกชื่อเค้าไปด้วยอาการสั่นระรัว เมื่อพี่มาร์คเริ่มแหวกเสื้อคอกลมของผมออก จนเห็นสามารถเห็นเนินไหล่ขาวของผมได้ เหมือนกับเค้ากำลังควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ แต่พอเค้าได้ยินเสียงของผมพูดออกมา เค้าก็เริ่มหยุดชะงักไป




"พะ พี่ขอโทษ พี่ไม่สมควรทำแบบนี้กับคนป่วยอย่างแบม พี่ขอโทษนะครับ"พี่มาร์ครีบเอ่ยขอโทษ และผละตัวออก จนผมได้แต่เม้มปากแล้วเริ่มคิดตัดสินใจอยู่นาน และในที่สุด




"แบมไม่ได้ป่วยหนักซะหน่อย ก็แค่มองไม่เห็นถ้าพี่มาร์คอยากจะทำ กะ ก็ทำได้นะ"




"อ๊ะ!" และนี่คือเสียงเดียวของผมที่ดูตกใจ เพราะหลังจากนั้นเค้าก็อุ้มผมเข้าไปในห้องนอน ไปทำในสิ่งที่เค้าต้องการ ด้วยความยินยอมของผมเอง




สองเดือนแล้ว หลังจากวันที่เราเป็นของกันและกัน พี่มาร์คก็ย้ายมาอยู่ที่บ้านของผมอย่างถาวร ด้วยความที่พอเรามีอะไรที่ลึกซึ้งต่อกันแล้ว เค้าก็ยิ่งห่วงผมมากขึ้นไปอีก ทุกสิ่งทุกอย่างคนรักของผมดูแลดีไม่ขาด รวมทั้งเจ้าฮอกกี้ด้วย ที่พี่มาร์คดูแลมันอย่างดีเยี่ยม จนผมในตอนนี้มันกำลังรู้สึกรักเค้าจนหมดใจ จนไม่เหลือเผื่อแผ่ให้ใคร เค้าคือคนคนเดียวที่ผมมีไว้ให้พึ่งพิง แต่ผมดันกลับต้องมาเสียใจกับคำพูดของเค้าในวันนี้




"แบม อยากมองเห็นไวไวไหมครับ"ผมที่กำลังนอนซบอกหนาอันเปลือยเปล่าอยู่บนเตียงนุ่ม ภายในห้องนอนของสองเรา จำต้องหยุดชะงักกับความสุขที่เพิ่งมีไปเมื่อกี้ พลางเงยหน้าไปหาตามเสียงทุ้มทันที




"อยากสิครับ แบมอยากเห็นพี่มาร์ค พี่เป็ดดำของแบม" ผมกอดกระชับเอวหนา พร้อมกับอมยิ้มเมื่อเห็นเค้าถาม ผมก็ตอบตามความจริงที่คิดเอาไว้





"แต่นี่ก็สองเดือนแล้วที่เรายังไม่มีข่าวคนบริจาคเลยนะครับ"




"อื้อ ก็ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่ แบมรอได้"ผมใช้นิ้วเรียววนหน้าอกเค้าเล่นอยู่อย่างนั้น จนมือหนาที่ดูเงียบอย่างผิดปกติเริ่มจับที่ข้อมือบางของผมเพื่อหยุดเอาไว้




"แต่พี่อยากให้มีเร็วๆ"




"อื้อ แต่จะให้ทำยังไงล่ะ?"




"ถ้าเกิดว่าพี่จะเป็นคนบริจาค..."




"พี่มาร์ค! หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ!"ผมผุดลุกขึ้นมานั่งตัวตรง พลางใช้มือทุบไปที่หน้าอกเค้าอย่างแรงด้วยความเสียใจที่เค้าพูดแบบนี้ออกมา บอกเลยผมหวั่นไหวง่ายมาก ถ้าพี่มาร์คพูดเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะในใจลึกๆแล้วผมก็กลัวว่าสักวันพี่มาร์คจะพูดออกมาแบบนี้ และในที่สุดเค้าก็พูดออกมา




"แต่ แบมฟังพี่ก่อน"พี่มาร์คเริ่มรวบข้อมือทั้งสองข้างของผมเอามาจับเอาไว้ พลางเอ่ยเสียงนุ่มออกมา จนผมได้แต่หันหน้าหนีเสียงที่พูดใกล้หูตัวเอง ผมรับไม่ได้ ให้เค้าพูดอะไรออกมา ผมก็รับไม่ได้! ใครจะไปรับได้ให้พี่มาร์คบริจาคแก้วตาดำ แล้วเค้าก็ตาบอดแทนอย่างงั้นหรอ? ไม่มีวันที่ผมจะทำแบบนั้นหรอก!!




"พี่อยากจะบริจาค เพราะแบมจะได้กลับมามองเห็นอีกครั้งหนึ่ง"




"ไม่!!! แบมไม่อยากฟัง ฮึกก ถ้าพี่มาร์คคิดจะทำอย่างนั้น ก็ไม่ต้องมาให้แบมเจอเลยนะ!!"ผมใช้มือผลักสะเปะสะปะใส่เค้าไปเรื่อย เมื่อเค้ายังคงรั้นที่จะพูดคำเดิมแบบนี้




"แบมครับ พี่จะบริจาค ก็เพราะ.."




"ออกไป ฮึกก ออกไปเลยนะ คนใจร้าย! พี่ไม่คิดบ้างหรอว่าถ้าพี่บริจาคแก้วตาดำมาให้แบม แล้วแบมจะอยู่อย่างไง? ฮืออ พี่มาร์คคนใจร้าย แบมไม่ยอมให้พี่มาทำแบบนี้หรอกนะ!! ฮืออ"




"ห๊ะ? เดี๋ยวก่อนที่รัก เราเข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว??"




"อึกก แบมเข้าใจผิดอะไร ?"ผมหยุดชะงัก พลางมองผ่านความมืดไปทั้งน้ำตา เมื่อได้ยินพี่มาร์คพูดออกมาแบบนี้




"เข้าใจผิดคิดว่าพี่จะบริจาคแก้วตาดำให้แบมแทนน่ะสิครับ"





"เข้าใจผิด? แล้วถ้างั้นพี่มาร์คหมายความว่ายังไงที่พี่มาร์คบอกว่าจะบริจาค?"ผมเบะปาก พลางเอ่ยถามเค้าด้วยความสงสัยและน้อยใจไม่หาย จนพี่มาร์คเริ่มดึงผมเข้าไปกอดกระชับ พลางกดจูบไปที่แก้มของผม หน้าผากของผมอย่างปลอบโยน




"ที่บอกว่าจะบริจาค พี่จะบริจาคเงินสักสิบล้านบาท ให้ลัดคิวไปเอาแก้วตาดำมาให้แบมก่อนไงครับ"




"จะ จริงหรอ?"




"จริงสิ! พี่ไม่เคยคิดที่จะบริจาคแก้วตาดำของตัวเองให้ที่รักหรอก เพราะถ้าหากพี่ยอมบริจาค พี่ก็ไม่สามารถมองเห็นแบมได้ตลอดชีวิตน่ะสิครับ จุ๊บ!"




"ฮื้ออ คนบ้า แบมตกใจหมด!"




"งั้น เดี๋ยวจะทำให้คนน่ารักหายตกใจก่อนแล้วกันนะ"




"ไม่เอา  จะทำอะไร"




"จะทำ จะเอาไง"




"อื้อ ไม่เอา อย่า...."



"กริ๊งงงงงงงงง"



"พี่มาร์ค หยุดก่อน มีโทรศัพท์มา"



"จิ๊! ขัดจริง! ติ๊ด ฮัลโหล สวัสดีครับ"



'สวัสดีค่ะ ดิฉันสุวัจนี ฝ่ายธุรการของโรงพยาบาล B นะคะ พอดีจะมาบอกข่าวดีให้กับคุณแบมแบมทราบค่ะ ว่าตอนนี้ทางเราได้พบผู้ที่หมดอายุไข และอยู่ในรายนามของผู้บริจาคแก้วตาดำแล้วค่ะ ยังไงภายในสามวัน ขอเชิญคุณแบมแบมมาที่โรงพยาบาลได้เลยนะคะ'




"ห๊ะ!! จริงหรอครับ!!!!" และแล้วเงินสิบล้านที่พี่มาร์คคิดจะทุ่มคงไม่ต้องเสียมันไปแล้วล่ะครับ




          วันนี้ท้องฟ้าปลอดโปร่งโล่งสบายต้อนรับวันใหม่ด้วยอารมณ์สดใสของทุกคนที่อยู่ในที่นี้ ในโรงพยาบาลแห่งนี้ ผมได้ยินเสียงพูดคุยอย่างมีความสุของเพื่อนสนิทของผมอย่างยูคยอมและยองแจ ที่นั่งข้างเตียงคนไข้ ทั้งสองผลัดกันคุยสลับไปมาอย่างออกรส ไหนจะเป็นเพื่อนของพี่มาร์คที่มาจากอเมริกาอย่างพี่เเจ็คสันและพี่จินยองที่เข้ามาในห้องนี้ด้วย  เพื่อหวังจะมาเห็นหน้าแฟนของมาร์ค ต้วน ผู้ชายเป็ดดำของน้องแบมคนนี้ เพราะวันนี้มันคือวันดี วันที่คุณหมอเจบีกำลังจะเปิดผ้าปิดตาของผมออก หลังจากที่ทำการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาได้สำเร็จ และปลอดภัย ดังนั้นผมจึงอยากจะขอบคุณสำหรับคนที่บริจาคแก้วตาดำดวงนี้จากใจจริง ที่ทำให้คนคนหนึ่งมีชีวิตเกิดใหม่ขึ้นมาอีกครั้งก็เพราะคุณ




"หมอจะเริ่มเปิดผ้าปิดตาเลยนะครับ! 1 2 3" พอคุณหมอเจบีเอ่ยออกมาแบบนี้ ทุกคนถึงกับเงียบกริบ จนมือหนาของคุณหมอเริ่มคลี่ผ้าเปิดตาออกทีละนิด ทีละนิด ด้วยอาการใจจสั่นระรัว มันหายใจไม่ทั่วท้องอยู่ในอก ดูวาบหวิวไปหมด และในใจก็คิดได้แต่ว่าแล้วจะมองเห็นไหม ??




"นับ 1-3 แล้วค่อยๆลืมตานะครับ ไม่ต้องรีบ" เสียงคุณหมอหนุ่มเอ่ยออกมา จนผมเริ่มหลับตานิ่งไปสักพัก พอนับในใจได้ครบสามผมก็ค่อยๆลืมตาออกมาอย่างช้าๆ ลืมตาขึ้นมาทีละนิดก็มีแสงเข้าจนแสบตาไปหมด แต่ผมก็พยายามสู้มันต่อไปจนลืมตาขึ้นมาได้สำเร็จ 




"เฮ!"เสียงร้องเฮ เมื่อผมลืมตาขึ้นมาได้จากคนรอบข้างที่อยู่ในห้องนี้ ผมเริ่มกวาดสายตามองไปก็พบกับชายหนุ่มตาตี่ยิ้มยิงฟันสวมชุดกราวน์เป็นคนแรก ให้เดาคงเป็นคุณหมอเจบีแน่นอน หลังจากนั้นจึงกวาดสายตาไปมองรอบๆ ทำให้เห็นว่ายองแจกับยูคยอมหน้าเดิมเพิ่มเติมคือเปลี่ยนสีผม นั่งยิ้มดีใจอยู่ข้างเตียง จนผมอดที่จะยิ้มตามไม่ได้ ส่วนคนใหม่อีกสองคนที่มีร่างล่ำสันกับร่างสูงยืนคู่กันริมหน้าต่าง ก็คงจะเป็นพี่แจ๊คสันกับพี่จินยอง และคนสุดท้าย...





"จึก จึก พี่เป็ดดำ!! หมับ!!"ผมถูกสะกิดที่ไหล่เพราะมองไม่เห็นอีกคนหนึ่ง ที่ไหนได้เค้าอยู่อีกฝั่งของข้างเตียง จนผมต้องหันขวับไปกอดร่างหนาจนแน่น  แต่พอผละออกมา แล้วเงยหน้าขึ้นมามองเค้าได้ชัดถนัดตามากขึ้นเท่านั้นล่ะ!!




"คะ คุณคือใคร??"กลับเห็นผู้ชายร่างสูง หุ่นดี ผิวขาว หน้าดูหล่อเข้ารูปไปหมดทุกส่วน ไฝตรงใต้ตาก็หายไปแล้ว จะมีอย่างเดียวคือตาดำทั้งสองข้างเหมือนจะมาบรรจบกันที่จมูก หรือ พูดง่ายๆคือผู้ชายคนนี้เป็นคนตาเหล่!




"พี่มาร์คไงครับ พี่เป็ดดำของน้องแบมไง"ผู้ชายตาเหล่ตรงหน้า เริ่มยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ใบหน้าของผม จนคนรอบข้างถึงกับแอบขำ แต่พอผมหันกลับไปก็ทำหน้าตาปกติเหมือนเดิม




"ทำไมเปลี่ยนไปเยอะขนาดนี้? แถมยังมีตาที่เปลี่ยนไปอีก?"





"อยู่อเมริกาจากดำมันก็ขาว ส่วนไฝก็ไปตัดออก หน้าตาของพี่ก็หล่ออยู่แล้ว ส่วนตาที่มันเหล่นี้.."




"คืออะไรหรอ?"




"คือมันเป็นคำสาปครับ ถ้าได้จูบจากรักแท้ จะหายเหล่ทันทีเลย"





"จริงหรอ?"คำพูดของคนตรงหน้าทำให้ผมถึงกับเลิกคิ้วมอง ซึ่งบอกเลยผมไม่รังเกียจหรอกว่าเค้าจะเป็นอะไร จะ ดำ สูง ขาว ตาเหล่ก็ไม่เกี่ยง ก็เพราะรักผู้ชายคนนี้ไปแล้วนี่นา ถึงจะอดแปลกใจกับความเปลี่ยนแปลงของเค้าไปก็ตาม




"จริงสิ เนี่ย จุ๊บทีนึง หายเลย "พี่มาร์คทำปากจู๋ พลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผมอย่างประชิดตัว นี่ไม่อายคนในห้องที่ยืนมองกรุ่มกริ่มบ้างเลยรึไงเนี่ย?? รวมทั้งคุณหมอเจบีที่ยืนยิ้มแป้นด้วยแล้วหนึ่งอัตรา?





"ไม่อ่ะ ถึงตาเหล่ก็รัก"




"ฮิ๊วววววว อิจฉาาาาเว๊ยยย"




"ไม่เอาจะไม่เหล่เพื่อเมีย จุ๊บ!!"




"งืออ คนบ้า!!"





"ฟริ้งงง โอ๊ะ! หายแล้วครับ ฟอดดด พี่รักแบมนะ"





"โอยยยย เหม็นความรักของสองคนนี้ ไปเถอะพวกเรา กลับ!!!"



100%

เย้!!!!! จบแล้วค่า อิอิ ขอขอบคุณสำหรับกำลังใจอันสำคัญยิ่งของรีดเดอร์ทุกท่านนะคะ!! ขอขอบคุณที่ติดตามนิยายของไรท์ด้วยนะคะ เลิฟยูววว!!!!

ปล.แอบตกใจกับคำคอมเม้นท์ของรีดเดอร์คิดว่าพี่มาร์คจจะมาขอบริจาคกระจกตาดำแทน 5555 ไรท์ไม่เอาม่าแบบนั้นเเน่นอนจ้าาา คอนเฟิร์มนะแจ๊ะ กรี๊ดดด บาย คืนนี้ฝันดีจ้า (ยังไม่ได้แก้คำผิด ถิดผิดก็ขออภัย!)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

3,847 ความคิดเห็น

  1. #3512 phaka (@parka-in) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:24
    เรากะตกใจ นึกว่าจะบริจาคแก้วตา
    แต่พี่เป็ดดำคนขี้เเกล้งนี่น่ารักจังเลยเนอะ
    #3512
    0
  2. #3072 `dalnimmb♡ (@we-2l-shinee) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 19:59
    น่ารักมากกกกกก เคยอาจแบบที่พระเอกบริจาคให้นางเอกอ่ะ เศร้ามากกก กลัวใจพี่มาร์คเว่อ ;_;
    #3072
    0
  3. #2847 gan8824 (@gan8824) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 / 21:03
    ตอนอ่านนี่กลัวมาร์คบริจาคตามากกก
    #2847
    0
  4. #2624 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 22:57
    กลัวใจเลยย กลัวมาร์คบริจาคตา 55555555555
    #2624
    0
  5. #2019 bbboobb (@bbboobb) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 05:23
    ใจหายจริงๆ เรากลัวพี่มาค บริจาค ฮืออ
    #2019
    0
  6. #1886 beerlovelylove (@beerlovelylove) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:43
    งื้ออออออ น่ารักกกกกกก
    #1886
    0
  7. #1876 joybelive (@joybelive) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 / 04:02
    ชอบบน่ารักมากกก
    #1876
    0
  8. #1875 Hilda (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 20:58
    โอ้ยย น่ารักไปไหม พี่มาร์คคึ
    #1875
    0
  9. #1874 baimon_hana (@baimon-hana) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 00:08
    นึกว่าจะมีงานน้ำตาสะแล้ววว พี่มาร์คน่ารักกกก
    #1874
    0
  10. #1873 fafofafu (@fafofafu) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 30 มกราคม 2560 / 00:38
    น่ารักกกกกอิจค่ะะ
    #1873
    0
  11. #1871 Mermaidtears (@scopianking) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 22:55
    น่ารักกกมากกค่ะ
    #1871
    0
  12. วันที่ 26 มกราคม 2560 / 22:48
    แอบตกใจกลัวดราม่า
    #1870
    0
  13. #1863 Gunnrobber (@kannikakansan1) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 16:56
    โอ้ย ตกใจมาร์คตาเหล่ จะจบแล้วก็ยังมีให้ลุ้น โอ้ยขำ655555555
    #1863
    0
  14. #1862 มัคมัคบัมบัม (@kakakokokeke) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 25 มกราคม 2560 / 00:47
    โหยยยย น้ารักมาเลบอะเรื่องนี้ งือ
    #1862
    0
  15. #1861 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 19:13
    น่ารักอ่ะ หล่อไม่พอขี้เล่นอีกต่างหากนะพี่มาร์ค
    #1861
    0
  16. #1860 PikaMark (@PikaMark) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 16:16
    อยากให้ไรท์ทำเรื่องนี้เป็นเรื่องยาวเลยอ่ะ พอได้อ่านแล้วว ฮือออออน่ารัก. อิจฉาความรักนี้
    #1860
    0
  17. #1859 NewLoly PanTanyakit (@ninewloly) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 14:18
    มานี้มาพี่มาร์คเดี๋ยวแก้คำสาปให้5555
    #1859
    0
  18. #1858 yadara (@yadara) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 14:14
    จบแฮปปี้มากค่าไรท์ น่าร้ากกกกกกกกกกกในที่สุดแบมแบมก็มองเห็น ขำมาร์คแกล้งตาเหล่555
    #1858
    0
  19. #1857 dada0627 (@dada0627) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 12:37
    คิดว่าพี่มาร์คจะบริจาคกระจกตกใจหมดเลย ในที่สุดก็แฮปปี้ๆ >_<
    #1857
    0
  20. #1854 Jidaaa.mb. (@songprince) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 09:23
    ฮืออออออ น้องกลับมามองเห็นแล้วว แฮปปี้~ แต่ขอแหมมมมม พูดคำว่าเมียได้เต็มปากเลยนะมาร์คคคค
    #1854
    0
  21. #1853 Nongmaa (@Nongmaa) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 08:35
    โอ้ยยยยฟินนนน><
    #1853
    0
  22. #1852 sweetpeau (@ougingi) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 06:59
    โอ๊ยอิพี่ หล่อรวบเปย์ดูแลกันขนาดนี้ น่ารักอะ
    #1852
    0
  23. #1851 kiekyuu (@Hyukiekyu) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 02:15
    ปล.คิดถึงแบมบี้น้องสะใภ้ของมาร์กี้จังเลยค่ะ555555555
    #1851
    0
  24. #1850 kiekyuu (@Hyukiekyu) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 02:15
    ตกใจ ที่แท้ก็จะบริจาคเงิน คนรวยก็งี้ พอน้องแบมไม่ตาบอดน่าจะมีสเปเชี่ยวสักนิดดด อยากเห็นเวลาน้องเเบมเขินพี่มาร์ค ขนาดตอนตาบอดยังเขินขนาดนั้นแล้วตอนนี้หายแล้วก็เขินขนาดไหน ทั้งหล่อ ทั้งเจ้าเล่ห์ น่ารักดีค่ะ รอเรื่องต่อไปเลยนะคะ
    #1850
    0
  25. #1849 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 01:44
    น่ารักมากๆค่ะ
    #1849
    0