SF MarkBam "Sugar 100 Percent"

ตอนที่ 59 : "Wild 1" (100%)**DONE EDIT **

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5789
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    21 มิ.ย. 62

สร้างเมื่อ 14 ก.พ.2560








"แกร๊ง!! ซู๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!" เสียงดังจากประแจที่วางกระแทกลงกระทบกับพื้นบนโต๊ะม้าหินอ่อน พร้อมกับมีชายหนุ่มหน้าตาก็พอดูได้  แถมมีเคราแพลมออกมารอบริมฝีปากคล้ำขึ้นมานิดหน่อย ทำให้ดูเถื่อนยิ่งขึ้นไปอีก บวกกับกลิ่นตัวเหม็นเหมือนน้ำมันจาระบีคละคลุ้งรอบตัวเต็มไปหมด และผมก็สงสัยว่ามันคงจะมาจากเสื้อช็อปสีเลือดหมูเปื้อนน้ำมันของเค้านั่นล่ะครับ ไม่ใช่มากจากที่ไหนหรอก อ่าาา มันเลยทำให้คนอย่างผม แบมแบม ลูกครึ่งไทย-เกาหลี นักศึกษาดีเด่นจากคณะนิเทศศาสตร์คนนี้ถึงกับสะดุ้งสุดตัว พลางย่นจมูกใส่คนข้างตัวด้วยสายตาที่มองไปหาอย่างไม่พอใจถึงขั้นสุด! ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้คือใครด้วยไง?? ก็เพราะว่าอยู่ดีดีผู้ชายคนนี้ก็มานั่งลงข้างกันกับผม ทั้งที่ก็มีเก้าอี้ตัวอื่น โต๊ะอื่นว่างมากมาย แล้วเค้าก็ไม่สนใจผมเลยสักนิด  ว่าผมจองพื้นที่นี้ให้กับเพื่อนในกลุ่มของผมอยู่อ่ะ! ความหน้ามึนของเค้ายังไม่พอเท่านี้นะ  ยังจะมีหน้ามาโซ้ย เอ่อ..ถ้วยกระดาษที่บรรจุเส้นรามยอนสีเหลืองทองอย่างเอร็ดอร่อยข้างผมอีกด้วยครับ! 

   


"นี่ๆ พอดีเพื่อนเราจะมานั่งด้วยอ่ะ มากันเยอะมากๆเลย รบกวนช่วยไปนั่งที่อื่นจะได้ไหม?"ผมค่อยๆสะกิดไหล่หนาของเค้า พลางพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูนุ่มนวลที่สุด ทั้งที่ในใจมันกำลังหงุดหงิดมาก แต่การณ์นี้ผมคงต้องเอาน้ำเปล่าเข้าสู้กับน้ำรามยอนที่ดูเผ็ดร้อนในถ้วยกระดาษของเค้าเสียก่อน  เพื่อให้คนตัวเหม็นนี่ออกไปไกลๆได้สักที ก่อนที่เพื่อนในกลุ่มของผมจะกลับมา
 



"ชื่อมาร์ค ต้วน เป็นรุ่นพี่ของนายอยู่วิศวะ ช่างกลปีสาม อึก อึกก "เอิ่มม คือผมพยายามจะบอกให้เค้าออกไปนะ ไม่ได้เอ่ยถามชื่อเค้าสักหน่อย? คือ เค้าจะมึนมากไปไหม???? และทำไมนักศึกษาจากคณะวิศวะถึงมาโผล่ที่คณะนิเทศแบบนี่ล่ะ?? ผมได้แต่นั่งอ้าปากค้างอึ้งอยู่อย่างนี้ และพอพี่คนนี้มันพูดจบนะ มันก็หันไปดื่มน้ำต้มรามยอนในถ้วยต่ออีกครับ! โอ๊ยยย!!




"น้องแบมครับบบบ"และแล้วเสียงบุคคลที่สามก็ทำให้ผมละความสนใจจากผู้ชายข้างตัวนี้ได้ พลางหันไปมองบุคคลที่เข้ามาใหม่ อ่อ พี่ฮยอนซึงรุ่นพี่คณะสุดเนิร์ดของผมนี่เอง ที่ช่วงนี้ดูเหมือนพี่ฮยอนซึงจะชอบเข้ามาหาผมบ่อยๆ ไม่ว่าจะเข้ามาช่วยสอนทำรายงาน ช่วยหายืมหนังสือนู่นนี่นั่นมาให้อ่าน เห็นว่าดูเนิร์ดแบบนี้ พี่ฮยอนซึงเรียนได้เกรด A ติดท็อปในชั้นปีตลอดเลยนะครับ ถึงแม้ว่าพี่เค้าจะชอบใส่แว่นตาหนาเตอะใหญ่กว่าเบ้าหน้าเรียวของตัวเองก็ตามแต่  ผมจึงได้แต่ยิ้มหวานส่งให้เค้ากลับไป





"ครับพี่ฮยอนซึง?"





"เย็นนี้น้องแบมว่างไหมครับ"





"อ่อ เย็นนี้หรอ คือผมมีนัดกินข้าวกับเพื่อนน่ะครับ พี่มีอะไรหรอ?"




"หรอครับ คืออ พะพี่ไปด้วยได้ไหมครับน้องแบม?"





"เสือก" ผมนี่หันขวับไปมองตามเสียงที่ด่าพี่ฮยอนซึงอย่างรวดเร็ว แต่ก็ต้องขมวดคิ้วแน่นมอง เมื่อเห็นคนเถื่อนนี่เอาแต่ซดน้ำรามยอนด้วยการวางท่ามาดนิ่งอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่เมื่อกี้นี้ผมยังได้ยินเสียงเค้าพูดออกมาอยู่เลยครับ




"ฮะ เฮือกกก"ผมนี่หันขวับไปขมวดคิ้วมองพี่ฮยอนซึงอีกรอบหนึ่ง ก็เพราะพอพี่แกเห็นหน้ารุ่นพี่กลิ่นน้ำมันจาระบีคนนี้  พี่แกถึงกับสะดุ้งเฮือก เมื่อได้จ้องตาแข็งกร้าวของพี่มาร์คคนนี้ไป พอเห็นอย่างนั้นพี่แกก็รีบก้มหน้างุดหันหลังหนีแล้วเดินเผ่นแนบออกไปเลย เหมือนกลัวพี่คนข้างตัวคนนี้จับใจ อะไรของเค้านะ?




"เสือก! เสือกเลือกรสรามยอนไม่อร่อยมาอีก เชี่ย เอ๊ย หมาไม่แดกเลยว่ะ แม่ง! สัส"อู้หูววว ผมได้แต่ทำตาโตมองคนเถื่อนพูดคำหยาบออกมา เพื่อด่าถ้วยรามยอนของเค้าไม่หยุด งั้น?? เมื่อกี้นี้เค้าก็ไม่ได้ว่าพี่ฮยอนซึงสินะ สงสัยพี่ฮยอนซึงคงคิดกลัวไปเองละมั้ง? เฮ้ออ ก็แค่คนเถื่อนสบถคนหนึ่งน่ะครับ.....




10%




"แบมแบมมมมมมม" โฮ้ววว โล่งใจจังเลย เพื่อนของผมมากันแล้วครับ ผมจะได้ไม่ต้องมานั่งกับคนเถื่อนสองต่อสองแบบนี้อีก พอเห็นว่าเพื่อนคนหล่อตัวสูงเท่าเสาไฟฟ้า (เปรียบเทียบอ่ะนะ) เดินเข้ามากับเพื่อนสนิทของผมอีกคนอย่างยองแจ อาตี๋แห่งมกโพ เจ้าของฉายากุญแจลิงลม คือผู้ซึ่งไขความลับแห่งมกโพ ความสอดรู้สอดเห็นของแจนี่ช่างไวแสง  มีความรู้เรื่องชาวบ้านเป็นเลิศ ตั้งแต่ยองแจเข้ามาอยู่ปีหนึ่งแล้วล่ะครับ พอได้เข้ามหาวิทยาลัยมาพร้อมกับผมนะ ยองแจก็เริ่มรู้เรื่องชาวบ้านในคณะ นอกคณะเกือบทั่วมหาลัยจนหมดแล้วอ่ะครับคิดดูดิ!  พอเห็นเพื่อนเดินเข้ามา มีหรอจะผมนั่งอยู่อีก ผมก็ลุกขึ้นยืนสิ!




"ฟึ่บ!" ในขณะที่ผมกำลังลุกขึ้นยืน คนที่ลุกขึ้นพรวดไวกว่าผม กลับเป็นพี่ชายคนเถื่อนข้างตัวคนนี้ก่อน ที่อยู่ดีดีก็เสยผมสีทองของตัวเองออกไปอย่างลวกๆจากหน้าผากที่ดูเปื้อนคราบน้ำมันจาระบีนิดหน่อย โดยมีหูแดงๆเป็นปื้นทั้งสองข้างเป็นองค์ประกอบ สักพักเค้าก็เดินหันหลังกลับไปด้วยสีหน้าที่ดูปกติเฉยเมยที่สุด จนผมได้แต่เลิกคิ้วมองตามหลังเค้าที่เดินลิ่วหายไป 




"แบมแบม เป็นอะไรไป?"ยูคยอมที่เดินนำเข้ามาใกล้ผมก่อนเอ่ยออกมา พลางใช้นิ้วมือสะกิดที่ไหล่ของผมยิกๆเพื่อให้ผมหันไปมองเจ้าเพื่อนตัวสูงโย่งแทน






"เปล่า เมื่อกี้พอดีแบมเจอคนแปลกหน้าอ่ะ  ไม่มีอะไรหรอกยูค"




"คนแปลกๆที่แบมบอกใช่ผู้ชายผมสีทองใส่เสื้อช็อปสีแดงเลือดหมูที่เดินไปเมื่อกี้รึเปล่านะ?"ยองแจเอ่ยถามผมต่อ หลังจากที่เดินตามหลังยูคมาได้สักพัก พลางชะเง้อคอมองไปทางที่พี่คนเถื่อนเดินออกไป อ๊ะๆ และอย่าเพิ่งสังสัยกันว่าทำไมกลุ่มของผมถึงได้พูดจากันมุ้งมิ้งหวานหู ไม่เหมือนผู้ชายคุยกันสักเท่าไหร่ล่ะครับ  ก็เพราะพวกเราต่างไม่ค่อยชอบพูดคำหยาบกันสักเท่าไหร่น่ะสิครับ จะมีบางอารมณ์เท่านั้นที่จะพูดคำหยาบ สบถ กูกับมึงบ้างบางเวลาเท่านั้นเอง : ] 






"อื้อ"





"แจว่าแจรู้สึกคุ้นๆเค้าอยู่นะแบม"ยองแจขมวดคิ้ว พลางหย่อนก้นตัวเองลงบนที่ผู้ชายคนเมื่อกี้นี้นั่งไป โดยทำสีหน้าครุ่นคิดอย่างอยากรู้อยากเห็นได้ชัด




"เอาอีกละ! ผีลิงลมความไวแสงชอบอยากรู้เรื่องชาวบ้านเข้าสิงอีกแล้วรึไงแจ?"ยูคยอมส่ายหน้า พลางนั่งลงตรงกันข้ามตาม จนผมจึงได้แต่อมยิ้มแล้วก็นั่งลงตามกลุ่มของผมไป





"ช่างเถอะน่า ว่าแต่ทำไมไปส่งรายงานกันนานจังเลยล่ะ?"ผมเลิกสนใจและก็ตัดบทให้จบ พลางเอ่ยถามพวกเพื่อนตัวเองอย่างสนใจใคร่รู้ เพราะผมนั่งรออยู่ตรงนี้นานพอสมควรมากเลยนะครับ




"ส่งรายงานอ่ะแปปเดียว แต่ยองแจน่ะสิ! มัวแต่ยืนคุยกับผัวว พลั๊วะ!! โอ๊ยยย ยองแจ!!"เสียงตบหัวดังพลั๊วะ ด้วยมือหนักๆของยองแจ ทำให้ยูคยอมร้องเสียงหลง ก็สมน้ำหน้าอยู่นะครับ ฮ่าๆ ก็ยูคเล่นไปพูดคำว่าผัวใส่หน้ายองแจแบบนี้ ทั้งที่ยองแจก็เคยบอกพวกเราแล้วว่าไม่ชอบให้พวกเราเรียก พี่แจ็คสัน รุ่นพี่ปีสาม จากคณะวิศวะ คนหล่อร่างล่ำสัน แฟนของยองแจว่า "ผัว" เพราะว่ามันรู้สึกกระดากปากจนมากเกิน แถมที่สำคัญมันก็เป็นคำไม่เพราะสักเท่าไหร่ สำหรับพวกเราในกลุ่มที่ใสใสอย่างนี้(?)





"เอาน่ายองแจ สงสารยูคมันเถอะน่า"พอเห็นว่าเพื่อนตาตี่จะเข้าไปตบกระโหลกเพื่อนตัวสูงของผมอีกครั้ง ผมเลยจำต้องห้ามทัพไปก่อนอย่างรวดเร็ว จนยองแจที่กำลังหน้ามุ่ย เริ่มหันหน้ามามองผมสักที






"ก็ดูยูคมันพูดดิ พี่แจ็คสันเป็นแค่แฟนเราเฉยๆนะ เนี่ย! เอ๊ะ! แต่เดี๋ยวนะ พอพูดถึงแฟนเรา เดี๋ยวๆๆๆๆๆ"





"โอ๊ย!  เดี๋ยวอะไรของนายมาเยอะจังห๊ะ?"ยูคยอมที่รอฟังถึงกับรำคาญ เลยพูดแทนผมซะเลย ส่วนผมก็ได้แต่เลิกคิ้วมองรอคำตอบของยองแจเช่นกัน




"ที่เราบอกว่าผู้ชายผมทองใส่เสื้อช็อปสีแดงคนที่เดินไปเมื่อกี้มันคุ้นๆน่ะ เรารู้แล้วว่าเค้าเป็นใครไง!!"โอ้โห ดูความโอเวอร์ แอคติ้งของยองแจสิ เห็นแล้วผมนี่แทบอยากจะเอารางวัลโคนันอวอร์ดให้มันไปเลยครับ! สาขานักสอดรู้สอดเห็นตัวยงยอดเยี่ยมอะไรขนาดนี้?




"เห็นว่าชื่อมาร์ค อะไรสักอย่างนี่แหละ"ผมยักไหล่ พลางมองหน้ายองแจเฉยๆ แต่สายตาของยองแจกลับเบิกกว้าง แถมยังทำท่าปากหวอใส่ผมอีกต่างหาก





"เป็นไรไปยองแจ?"ยูคยอมตอบแทนคำถามของผมอีกครั้ง แล้วผมก็ได้แต่เกาหัวแกรกๆใส่ยองแจเหมือนกัน ที่ตอนนี้คนตาตี่เริ่มทำตาโตลุกวาว จนน่าจับมาควักลูกตาออกมาทำคลั่วกลิ้งจริงๆเลย ให้ตายสิ! (ทำมือเป็นปอปหยิบ!)




"เค้าคือพี่มาร์ค เค้าคือพี่เถื่อนอันเลืองชื่อของคณะวิศวะกรรมศาสตร์ สาขาช่างกล! เป็นผู้ชายที่โคตรของโคตรเถื่อน ชอบความเงียบสงบเป็นชีวิตจิตใจ แต่ถ้าใครมาแหยมพี่แกก็เอาเรื่องเหมือนกัน เพราะพี่เถื่อนคนนี้อ่ะถึงไหนถึงกันเลยนะ ถีบเป็นถีบ ต่อยเป็นต่อยนะเว้ย! รู้ไหมคณะเราก็เคยโดนเท้าของพี่เถื่อนคนนี้กระทืบมาแล้วนะ บรื๋ออออ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องอะไร?"ยองแจเล่าออกมาซะยาวยืด พลางทำท่าสั่นสะท้านไปทุกอณูรูขุมขน จนยูคยอมถึงกับกลืนน้ำลายลงไปในคอตามเพื่อนดังเอื๊อก! ส่วนผมก็ได้ขมวดคิ้วมุ่นฟัง ก็เพราะว่าเมื่อกี้นี้ทำไมผมถึงไม่รู้สึกถึงความน่ากลัวของผู้ชายคนนี้เลยล่ะ  หรือว่าอาจจะเป็นเพราะสายตาที่เค้ามองมาที่ผมรึเปล่า ที่เค้ามองมามันเหมือนมีอะไรบ้างอย่างอยู่ในใจ แต่ก็กลบเกลื่อนได้ดีด้วยเบ้าหน้ามาดนิ่งของเค้าเอง




"หรอ?"





"ใช่ยัยแบม! พี่เถื่อนผู้ไม่ชอบสุงสิงกับใคร เป็นเพื่อนของพี่แจ็คสันแฟนของแจเองล่ะ  เอ๋? ว่าแต่ทำไมพี่เค้าถึงมาที่นี่ได้นะ??"ยองแจหรี่ตามมองมาที่ผมอย่างจับผิด จนผมได้แต่ส่ายหน้าออกมาบางเบาให้กับมัน และที่พี่คนนี้มารู้จักกับแฟนของยองแจ  ผมก็ไม่รู้เรื่องเช่นกัน เพราะว่าพี่แจ็คสันก็ไม่ได้มาหายองแจที่คณะนิเทศแห่งนี้บ่อยสักเท่าไหร่ ผมกับยูคยอมจึงไม่ค่อยได้สนิทและรู้เรื่องส่วนตัว หรือ เรื่องเพื่อนสนิทของพี่แจ็คสันเลย ซึ่งตอนนี้ผมกับยองแจ และยูคยอม ต่างก็เรียนอยู่ชั้นปีที่ 2 กันแล้วด้วยเหมือนกัน





"เฮ้ยๆๆ แล้วนี้ไขควงใครเนี่ย?"ยูคยอมชี้มายังท่อนเหล็กท่อนนึงที่วางอยู่บนโต๊ะม้าหินอ่อน โต๊ะที่พวกเราพากันนั่งอยู่แล้วไม่ได้สังเกตุนี่ล่ะครับ  จนผมที่ไม่ทันได้สังเกตุมาตั้งแต่แรกถึงกับเสสายตามอง





"ไขควงที่ไหนเล่า! นี่มันคือประแจ! เฮ้อ นี่เค้าด่าถ้วยรามยอนจนลืมของเลยรึไงนะ?"ผมนี่ถอนหายใจแรง พลางหยิบประแจบนโต๊ะขึ้นมาเอ่ยพูดคุยกับไอ้เจ้าแท่งเหล็กนี้ไปด้วย พลางส่ายหน้าให้กับเพื่อนร่างสูงต่อ แต่สายตาของเพื่อนทั้งสองคนของผมกลับแปรเปลี่ยนไป เพราะในตอนนี้พวกมันกลับพากันจ้องมองมาที่ผมกันอย่างนิ่งสนิท




"อะไร?"ผมเลิกคิ้วมอง พร้อมกับมือยังคงชูประแจนี้เอาไว้อยู่ด้วยไม่หาย




"ประแจนี่ของพี่มาร์คใช่ไหม?"ยองแจเอ่ยถาม พลางอมเริ่มยิ้มกริ่มที่มุมปากใส่ผมเป็นคนแรก




"ก็ อื้อ ก็พี่มาร์คคนนั้นอยู่ดีดีก็มาทิ้งไอ้นี้ไว้บนโต๊ะ แล้วก็มานั่งกินรามยอนอยู่ตรงที่แจนั่งหน้าตาเฉยนี่ล่ะ พอกินเสร็จแล้วนะ พี่เถื่อนคนนั่นก็เดินหนีไปเลย"




"เฮ้ยๆๆๆ มันดูทะแม่งๆชอบกลนะยองแจ ว่าไหม??"ยูคยอมเสริมทัพ พลางหันไปมองยองแจอย่างรู้กันแค่สองคน




"หึหึ แจก็ว่าอย่างนั้นอ่ะยูค"





"โอ๊ยย  สื่ออะไรกันสองคนอยู่ได้? ใครท้องก่อนก็มาบอกแล้วกัน จะหาของไปรับขวัญหลาน! ไปล่ะ!"




"บ้ารึไง! คนนะไม่ใช่ปลากัด! อะ อ้าว เดี๋ยวสิแล้วแบมจะไปไหน???"




"ไปคณะวิศวะ..."




"ห๊ะ?????"




"จะร้องตกใจพร้อมกันทำไม?  สองคนนี้?"




"แล้วจะไปคณะวิศวะทำไมล่ะ?"ยูคยอมเอ่ยถาม พลางทำหน้าตาเหรอหรากับคำพูดของผม ส่วนยองแจก็ได้แต่อ้าปากค้างไปแล้วครับ




"เอ้า! แบมก็เอาประแจนี่ไปคืนพี่เถื่อนคนนั้นสิถามได้  ก็เพราะว่าประแจนี่อาจจะเป็นของสำคัญในการเรียนของพี่เค้าก็ได้นะ พวกเราก็เคยเรียนวิชาภาคปฎิบัติกันมาแล้วไม่ใช่หรอ ว่าถ้าหากเราขาดอุปกรณ์ใดสักอย่างก็อาจจะถูกหักคะแนนได้ และไอ้นี่อาจจะเป็นของสำคัญของพี่เค้าก็ได้นี่นา ว่าไหมล่ะ?"ผมพูดไปตามความจริงในสิ่งที่ผมคิด พลางเลิกคิ้วมองเพื่อนทั้งสองคนที่เริ่มส่ายหน้ากันไปมา เหมือนไม่อยากเชื่อว่าผมจะมาเป็นคนดีในเวลานี้





"นี่อย่าบอกนะว่าแบมเป็นห่วงพี่เถื่อน?"





"เปล่า เราแค่สงสารอ่ะแจ กลัวพี่เค้าถูกหักคะแนนเฉยๆ"





"อ่า ก็ได้! งั้นเดี๋ยวแจขอไปด้วย! เพราะยังไงแจก็รู้คณะวิศวะดีมากกว่าแบมก็แล้วกัน เดี๋ยวแจช่วยนำทางเอง ดีไม่ดีถ้าโทรหาพี่แจ็คสันนะ เราก็อาจจะรู้เลยว่าเพื่อนพี่แจ็คสันอยู่ที่ไหน?"





"อื้อ เอาสิ ไปด้วยกันนะยูค ไปเป็นเพื่อนกันเยอะๆ" ผมพยักหน้ารัวเร็วใส่เพื่อนด้วยความรู้สึกใจชื้นขึ้น ก็เพราะมีเพื่อนเอาของไปคืนให้ผู้ชายคนเถื่อนคนนี้ด้วยแล้วไง โดยที่พี่เค้าจะได้ไม่ถูกหักคะแนนเรื่องอุปกรณ์ลงภาคปฏิบัติไป





คณะวิศวะกรรมศาสตร์ 


ตึกสิบชั้นสูง ทรงสี่เหลี่ยมลูกบาศก์อันเก่าแก่  แหล่งรวมนักศึกษาผู้ชายหลากหลายรูปแบบเป็นส่วนใหญ่ให้เข้ามาศึกษา  ซึ่งในคณะนี้ 80% คือผู้ชายเกือบทั้งหมด ส่วนที่เหลืออีก 20% ก็คือผู้หญิงนั่นเอง ในตอนนี้ผมเดินเข้ามากับเพื่อนสนิททั้งสองคนอย่างยองแจ และยูคยอม ด้วยอาการของคนแปลกที่แปลกตาเป็นที่สุด จนคนรอบข้างที่เป็นผู้ชายใส่เสื้อช็อปสีแดงเหมือนพี่เถื่อน ต่างพากันมองมาทางผมด้วยสายตาแปลกพิกลไปหมด จนผมจำต้องเดินเบียดตัวเข้าหาเพื่อนร่างสูงแต่ใจปลาซิวข้างตัวนี้ทันที




"โถ่ แบมคิดว่าถ้าตัวเองยืนเบียดยูคและจะปลอดภัยงั้นหรอ? ยูคก็กลัวเหมือนกันนะ แหะๆ"ยูคยอมเอ่ยเสียงกระซิบ พลางมองไปรอบข้างที่มีแต่สายตาจากบรรดาชายหนุ่มที่ยูคยอมรู้ดีว่าพวกนี้คงตั้งใจพากันมองร่างบอบบางหน้าตาน่ารักน่าทะนุถนอมอย่างแบมแบมคนนี้คนเดียวมากกว่า ด้วยความที่แบมแบมเป็นผู้ชายร่างบอบบาง มีใบหน้าหวานน่ารักน่าสะดุดตา น่าจับมาฟัดวันละหลายๆรอบ เป็นเพราะแบบนี้พูดง่ายๆ แบมแบมจึงถูกใจเสป็คของใครหลายคน





"ง่า ถ้าได้เบียดกันเราจะได้ช่วยกันป้องกันตัวไงยูค"





"โถ่...สองคนนี้กลัวอะไรไปได้ เดินตามแจมาเถอะพวกเค้าไม่ทำไรพวกนายหรอกน่า เนี่ยพี่แจ็คสันส่งข้อความมาบอกแล้วว่าเค้าอยู่ที่ห้องช็อปกำลังซ่อมงานอยู่ เออ พี่มาร์คก็อยู่ที่นั่นด้วยนะแบม เราไปกันเถอะ!" มียองแจคนเดียวเท่านั้นที่ไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวอะไร ด้วยความที่อาจจะเคยชินกับหนุ่มในคณะนี้ แต่แบมแบมกับยูคยอมคงต้องใช้เวลาอีกนานเลยทีเดียว ที่จะชินกับสายตาวิบวับ แปลกๆพวกนี้ไปตลอดทางที่เดินเข้ามา




"ก็อกๆ พี่แจ็คสันนนนนนนน"เสียงแหลมสูงที่ถูกดัดเปลี่ยนให้ดูมุ้งมิ้งน่ารักน่าฟัด เพื่อออดอ้อนเจ้าของชื่อที่ถูกเรียกขานให้เลิกสนใจกับการขันน็อตหลวมๆของอุปกรณ์ที่ตนเองกำลังมุ่งมันทำอยู่ เพื่อมาให้สนใจยองแจแทน มันกลับได้ผลเสียด้วย เมื่อในตอนนี้ร่างล่ำสัน ใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำมันจาระบีเหมือนคนเถื่อนไม่มีผิดเพี้ยน กำลังยืดตัวเองเพื่ออ้าแขนรอร่างตี๋อย่างยองแจรับไปกอดไว้จนแน่น




"หูยยย ไอ้ห่ามีแฟนมาหาถึงที่เลย น่าอิจฉาว่ะ!"เสียงของบุคคลที่สามเอ่ยออกมา พลางใช้ค้อนทุบเหล็กอยู่แถวละแวกเดียวกันในห้องช็อปอย่างขะมักเขม้น 




"ไม่ต้องอิจฉาเค้าเลยนะเจบี หรือว่าเนียร์ดูเจบีไม่พอหรอ?"เสียงอีกเสียงหนึ่งที่พูดจาหวานหูที่สุดในที่นี้ เริ่มเอ่ยออกมา จนผมต้องรีบหันไปมอง ก็พบกับผู้ชายยิ้มสวยตาหยี ดูผิวขาวหน้าตาดี กำลังบึนปากพูดกับพี่เจบี คนที่ทักพี่แจ็คสันเมื่อกี้ จนพี่เจบีคนนี้ต้องรีบหยุดทุกอย่างที่กระทำ เพื่อเข้าไปอ้อนคนรักของเค้าที่กำลังนั่งอ่านหนังสือรออยู่ทันที




"เปล่าจ้าา เนียร์ดูแลเจบีคนนี้ดีที่สุดเลยง่ะ งุ้ยๆๆ"อะไรของเค้า? ผมนี่ถึงกับหลุดขำให้กับผู้ชายที่เมื่อกี้ยังวางท่ามาดแมนแฮนซั่มอยู่เลย แต่พอเค้าเดินไปหาแฟนได้เท่านั้น จากร่างสูงที่ดูเข้มก็แปรเปลี่ยนมาเป็นผู้ชายออดอ้อนแฟนอย่างรวดเร็ว ซึ่งผมคิดว่ามันดูน่ารักดีนะครับ จะว่าไปพอผมลองมองไปรอบห้องดูแล้ว  นอกจากคนพวกนี้ก็ดูเหมือนจะไม่มีใครอยู่ที่นี่อีกเลยนะ?




"ที่รักมาหาพี่ถึงที่นี่มีอะไรรึเปล่า หื้ม??"พี่แจ็คสันเป็นคนเริ่มต้นบทสนทนา พลางลูบหัวเพื่อนตัวดี จนผมกับยูคยอมเริ่มหันหน้ามายิ้มขำมองอยู่กันแค่สองคนเลยทีเดียว





"คือเพื่อนของแจ แบมแบมน่ะฮะ เค้าจะเอาประแจนี่มาคืนพี่มาร์คฮะ พอดีพี่มาร์คลืมประแจไว้ที่คณะนิเทศฮะ"ยองแจยิ้มตาหยี พลางกอดแขนพี่แจ็คสัน แต่ในตอนนี้พี่แจ็คสัน กับพี่เจบีกลับดูเงียบนิ่งสนิทผิดวิสัยไปเลย จนยองแจถึงกับผละตัวออกมามองหน้าคนรักตามไปด้วย ส่วนพี่เนียร์คนนี้ก็อมยิ้มอย่างเดียวไม่พูดอะไรออกมาสักคำ




"ไอ้มาร์ค?? ไอ้เถื่อนของพวกเรานี่นะ?? ลืม เอ่อ ประแจ?"แจ็คสันเลิกคิ้วมอง พลางหันไปมองพี่เจบีอย่างตกใจสุดชีวิต เหมือนว่าโลกใบนี้ไม่มีนมไวตามิ้ลด์ที่ยองแจบ่นว่าพี่แจ็คสันชอบดื่มนมมากกว่าตัวเองอีก




"เดี๋ยวนี้มันพัฒนาไปถึงที่นั่นเลยหรอวะ?" พัฒนา? อะไรของพวกพี่เค้านะ? ก็ดูหน้าพี่เจบีสิ! ที่ในตอนนี้เอาแต่ยิ้มมองและก็พูด พูดเสร็จก็หันมามองที่ผมอีกเฉยเลย!





"เออเว้ยเห้ย! เรื่องนี้ต้องมีเคลียร์ หึหึ เฮ้ย!!! ไอ้เ-ี๊ยเถื่อน น้องแบมแบมเอาประแจมาคืนมึง!!!"อยู่ดีดีพี่แจ็คสันก็เดินไปที่ริมหน้าต่าง พลางชะโงกหัวตัวเองลงไปแล้วตะโกนลั่นด้วยเสียงดังล้านแปดเดซิเบล ถ้าหากว่าเป็นหทาร คุณจ่าฝึกคงให้พี่เค้าเป็นหัวหน้าหมู่แน่นอนเลย!





"งั้นน้องแบมรอคืนกับมือมันตรงๆไปเลยละกันนะ"พี่เจบียิ้มกรุ้มกริ่ม พลางหันไปมองแฟนตัวเองอย่างพี่เนียร์ ที่ในตอนนี้จ้องมองผมด้วยรอยยิ้มหวานพิมพ์ใจหยดย้อย และมันค่อนข้างทำให้ผมทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว ผมเริ่มหันไปมองทางยูคยอม เพื่อนตัวโย่งที่ในตอนนี้ส่ายหัวให้กับผมเหมือนเดิม เพราะมันก็ไม่รู้อะไรเช่นกัน ส่วนยองแจก็ได่แต่ยิ้มมองแฟนตัวเองไปด้วย ผมไปด้วยอย่างไม่พูดอะไรออกมาสักคำ





"ปึง!!! แฮ่กก"เสียงเหมือนถีบประตูเข้ามา ทำเอาผมสะดุ้ง แต่รุ่นพี่เพื่อนของคนเถื่อนต่างพากันยิ้มขำ พร้อมกับผู้ชายร่างหนาที่ดูเหมือนจะรีบสุดชีวิต วิ่งหูแดงหน้าแดงเข้ามา  พอมาถึงหน้าทางเข้า เค้าก็รีบวางมาดด้วยการเสยผมตัวเองอย่างลวกๆ พร้อมกับกระแอมไอเล็กน้อย เพื่อเรียกสติจากการเหนื่อยหอบของตัวเอง ที่ดูก็พอรู้ว่าเค้ารีบวิ่งเข้ามา แต่ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าเค้าจะรีบวิ่งมาทำไม? ซึ่งมันเร็วพอสมควรเลยล่ะครับ เพราะว่าห้องช็อปที่นี่มันอยู่ชั้นสาม แล้วพี่แจ็คสันก็ชะโงกหน้าลงไปตะโกนยังชั้นล่างแบบนั้น เอาตรงๆนี่คนหรือทาร์ซานกันแน่ ผมก็ชักจะไม่เเน่ใจ?




"ตึก ตึก"เสียงฝีเท้าของเค้าเดินเข้ามาหาผม จนมายืนหยุดอยู่ตรงหน้า พร้อมกับสายตาที่เอาแต่มองผมไม่เลิก ใบหน้าของเค้าดูแดงจัดเพราะคงจะเหนื่อย รวมถึงหูทั้งสองข้างที่มีจิวเหล็กเรียวเล็กเสียบปักติ่งหูของเค้าด้วย ที่ผมเพิ่งสังเกตุเห็นว่าเค้าเจาะหูในวันนี้  และในตอนนี้มันดูแดงเถือกมากกว่าหน้าเค้าอีก และที่สำคัญกลิ่นนิโคตินที่ติดตัวเค้ามาด้วย มันทำให้ผมเริ่มย่นจมูกใส่เค้า เพราะสงสัยที่เค้าลงไปข้างล่างก็คงไปยืนสูบบุหรี่ตรงบริเวณนั้นสินะ




"เอ่อ ตอนที่พี่นั่งกินรามยอน พี่ลืมอันนี้ไว้น่ะ?"ผมยื่นแท่งเหล็กประแจส่งไปให้เค้า พลางเอ่ยออกมาเพื่อทำลายความเงียบ ก็เพราะในตอนนี้ทุกคนต่างจ้องมองผมกับพี่เถื่อนคนนี้กันเป็นตาเดียวเลยน่ะสิ!




"ขอบคุณ"พี่เถื่อนยกมือปาดเหงื่อบนหน้าผาก พลางยื่นมารับประแจของเค้ามาถือไว้ในมือ 




"เอ่อ งั้นไปละนะครับ เเจ ยูคกลับกันเถอะ"ผมหันไปมองเพื่อนทั้งสอง พลางเสสายตาไปมองเหล่ารุ่นพี่ที่ทำหน้าเหมือนเสียดายใส่พี่เถื่อนกันทุกคน จนผมได้แต่หรี่ตามองอย่างสงสัย




"เดี๋ยวสิ มีอะไรจะให้ตอบแทนที่เอาของมาคืน"




"หูยย เชี่ยไอ้เพื่อนเ-ี้ยของเรามันพูดเสียงอ่อนด้วยว่ะ"เสียงบางเบาของพี่แจ็คสันที่พูดกับพี่เจบี ที่ผมทำเป็นไม่ได้ยิน มันช่างแสลงหูนัก จนผมได้แต่หันไปเลิกคิ้วมองใส่พี่เถื่อนคนตรงหน้านี้อย่างเดียว




"หะ หือ?"




"นี่ ตอบแทน เอาไป ห้ามทิ้ง แล้ววันเสาร์เจอกันที่หน้าห้าง G ...นะ"พี่เถื่อนยื่นมือที่กำอะไรสักอย่างมาวางแหมะไว้บนมือของผมที่แบรับของไว้อย่างอัตโนมัติ พลางพูดรัวเร็วด้วยน้ำเสียงห้วนสั้นของเค้า จนผมได้แต่เด๋อไปกับคำพูดของเค้า ที่บอกว่าให้ไปเจอกันที่หน้าห้าง G ในวันเสาร์ มันก็คือวันพรุ่งนี้นั่นล่ะครับ!




"โอ๊ยยย ไอ้เถื่อน!!! แม่งกากว่ะ ปอดสัสรัสเซีย! พูดได้แค่นี้หยอ???"พี่เจบีพูดเย้าแหย่ จนพี่เถื่อนทำตาแข็งใส่ แทบจะก้าวขาเดินไปกระทืบพี่เจบีแล้ว แต่ติดที่พอเค้ามองมาที่ผมเค้าก็หยุดชะงักไปเสียก่อน




"อ่า....ว่าแต่ พี่ให้เข็มกลัดคณะของพี่มาทำไมหรอ?"ผมถามเพื่อตัดบท เพราะอยากจะปฏิเสธ แต่ก็ไม่อยากเสียมารยาทคนที่ตอบแทน เพราะมันก็เรื่องแค่นี้เอง ทำไมต้องให้ของตอบแทนกันด้วยก็ไม่รู้?




"เข็มกลัดคณะ!!!!!!!!! ไหนกูขอดูด่วน!!!! เชรดด ไอเหี้ยยยยยยยย ไอ้มาร์ค ไอ้เถื่อน มะ มึง ให้เกียร์เด็ก ไอ้สัสสสส แม่งคนจริงว่ะไอ้บี!!! " ทุกคนสะดุ้งกับคำพูดของพี่แจ็คสันไปหมด โดยเฉพาะพี่เจบีที่ในตอนนี้ถึงกับอ้าปากค้างโชว์เงิงคุกเข่ากอดขาซบพี่เนียร์อย่างแรง เหมือนวันนี้เป็นวันที่เค้าได้พบลูกชายครั้งแรกในชีวิต พี่เนียร์ก็ลูบหลังพี่เจบีไปอย่างอึ้งๆ ส่วนยองแจกับยูคยอมน่ะหรอ.....




"แบมแบม!!!! ใจอยู่ที่เกียร์ เกียร์คือใจ เกียร์อยู่ที่ใด ใจอยู่นั่น แกรู้ไหมมมมม!!"เพื่อนสนิททั้งสองคนพูดออกมาพร้อมกัน จนผมถึงกับหน้าร้อนวูบวาบทันที พลางหันไปมองหน้าคนเถื่อนหูแดงที่ตอนนี้เริ่มถูจมูกตัวเองแล้วหันไปมองทางอื่นอย่างเก้อเขินกระโดกกระเดก เหมือนไม่เคยจีบสาวที่ไหนมาก่อน!



50%



"อะ เอ่อ ถ้ามันเป็นของสำคัญแบบนี้ พี่เก็บเอาไว้จะดีกว่านะ" หลังจากที่ผมได้ฟังเพื่อนบอกมาเมื่อกี้นี้ มันเลยทำให้ผมรู้สึกจักจี้หัวใจยังไงไม่รู้  ก็เลยรีบจับมือสากเปื้อนน้ำมันของเค้าขึ้นมา แล้วยัดคืนสิ่งที่เรียกว่าเกียร์นี้ลงบนฝ่ามือหนาของเค้าไป  จนพี่คนเถื่อนตรงหน้าถึงกับหุบยิ้มทันควัน แถมแววตาของเค้าก็เริ่มดูหมองลง สื่อถึงอารมณ์ของคนตัดพ้ออย่างเห็นได้ชัด ท่ามกลางความเงียบสงบของสมาชิกที่ยืนอยู่ในห้องช็อปนี้กันทุกคน แต่แค่เพียงเเวบเดียวเท่านั้น ดวงตาของเค้าก็กลับมาดูนิ่งเป็นปกติเหมือนเดิม แต่มันกลับดูนิ่ง นิ่งมากจนเกินไป




"ถ้าไม่คิดจะรับ ก็แค่โยนมันทิ้งไป"




"เฮ้ย ไอ้เหี้ยเถื่อน!! / เดี๋ยวพี่!!!!"เสียงของเพื่อนพี่เถื่อน และผมพูดออกมาพร้อมกัน เมื่อพี่เถื่อนเดินไปที่ริมหน้าต่าง และเตรียมท่าพร้อมจะโยนสิ่งที่เรียกว่าเกียร์นี้ออกไปอย่างไม่สนใจใยดีมันเลยสักนิด แต่โชคดีที่พี่แจ็คสันกลับล็อคคอเพื่อนตัวเองเอาไว้ก่อน ส่วนผมก็รีบวิ่งไปหาเค้า พลางเอ่ยห้ามอยู่นี่ไง ฮือออ!! จะทำยังไงดีล่ะ!




"ไอ้ห่านี่! กว่าเราจะได้เกียร์นี้มามันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะมึง!"




"ก็เค้าไม่รับหัวใจของกู แล้วกูจะเก็บไว้ทำซากอะไรวะ?"พี่เถื่อนหันขวับไปกัดฟันพูดใส่เพื่อนของเค้า โดยไม่อายผมเลย ที่ผมยืนอยู่ข้างหลังหนาของเค้าแบบนี้ 




"โถ่มึง ก็หาคนที่เค้ารับของมึงใหม่สิวะ" เอ่อ พี่แจ็คสัน...ทำไมผมรู้สึกเคืองกับคำพูดของพี่เค้ากันนะ




"พี่ คือ ผมรับไว้ก็ได้ แค่รับไว้ก็จบใช่ไหม?"ผมเดินไปหาเค้า พลางดึงเกียร์ออกมาจากมือของเค้า แล้วกำมันไว้จนแน่น จนพี่ทุกคนหันมามองผมอย่างอึ้งเงียบทุกคน รวมไปทั้งพี่เถื่อนด้วย ที่ตอนนี้สีหน้าของเค้าดูดีขึ้นกว่าเก่ามากมาย




"ไปกันเถอะ ยองแจ ยูคยอม ถ้าไม่ไปงั้นแบมไปก่อนนะ"ผมหน้ามุ่ย พร้อมหันหลังขวับ เดินหนีเพื่อนตัวเองด้วยความหงุดหงิดใจ จะไม่ให้หงุดหงิดใจได้ไง? ถ้าหากว่าผมไม่รับ เค้าก็โยนเกียร์ที่อยู่ในมือของผมทิ้งไปสิครับ  เอาตามตรงใจจริงก็ไม่อยากจะรับเอาไว้หรอกนะ เพราะผมยังไม่ได้รู้สึกชอบเค้าเลยด้วยซ้ำ แล้วเค้าก็ไม่ได้มาจีบผมเลย อยู่ดีดีจะมาให้เกียร์แบบนี้ก็ได้หรอ? แต่ที่รับไว้ก็เพราะสงสารหรอก




"แบม!  รอพวกเราด้วย"ผมรีบเดินหนีเลี่ยงออกมาได้สักพัก ก็เริ่มได้ยินเสียงเพื่อนทั้งสอง ที่วิ่งตามผมมาแน่ๆ แต่ผมไม่หันไปมองหรอก! ยังคงเดินลงบันไดจนมาถึงชั้นล่างและเดินตามทางเดินภายในตึกของคณะนี้เพื่อต้องการจะเดินออกจากที่นี่ต่อไป ซึ่งผมก็รู้แหละว่าพวกมันเดินตามหลังมาไม่ห่าง(มั้ง)





"แกร๊กกกกก "เดินไปเรื่อย ผมก็ต้องหยุดชะงักเท้าของตัวเองเอาไว้ เพราะอะไรน่ะหรอ? ก็เพราะว่าอยู่ดีดีก็มีปากกาพลาสติกสีขาวกลิ้งมาตกลงตรงหน้าผมน่ะสิครับ 





"อุ๊ยยย!!! ปากกาตกว่ะ! นี่ๆ คนน่ารักคนนั้นอ่ะ! ช่วยเก็บปากกาให้หน่อยสิจ๊ะ! ฮิ้ววววว" พอผมชะงักหยุดมอง เสียงของผู้ชายคณะนี้ที่นั่งหน้าสลอนกันบนโต๊ะม้านั่งภายในห้องโถงของคณะวิศวะก็เริ่มเอะอะเสียงดังขึ้น โดยมีผู้ชายตัวสูง หน้าตาดี เป็นคนพูดนำเรื่อง จนผู้ชายอีกสามสี่คนในกลุ่มของเค้าถึงกับร้องแซวตามเสียงของผู้ชายคนนี้กันหมด

 


"เอ่อ" ผมชะงักกับเสียงร้องโห่แซวของพวกผู้ชายพวกนี้ แต่ด้วยความที่เป็นคนดีคนหนึ่ง จึงจะยอมก้มลงไปเก็บปากกาให้หน่อยก็แล้วกัน




"ฟึ่บ!! แกร็บบ กร็อบบ ปากกาพ่อมึงสิ ไอ้สัส!" ยังไม่ทันที่จะก้มลงไปหยิบปากกาเลย ผมก็ต้องสะดุ้ง เมื่อในตอนนี้มันกำลังมีรองเท้าผ้าใบสีสนิมข้างหนึ่งกำลังเหยียบปากกาพลาสติกนี้ จนเกิดเสียงดังกรอบแกรบ พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่ดูดุดันจนน่ากลัว พอเงยหน้าขึ้นมาได้เท่านั้นล่ะ!




"พะ พี่เถื่อน.."ผมครางเสียงบางเบาออกมา แต่พี่เถื่อนกลับไม่สนใจ สายตาของเค้ายังคงเอาแต่จดจ้องไปยังกลุ่มผู้ชายที่ร้องโห่แซวใส่ผม แล้วมาขอให้ผมช่วยหยิบปากกา ด้วยสายตานิ่งสนิท นิ่งจนมันดูดุ จนผมรู้สึกกลัวตามแล้ว  ส่วนผู้ชายสามสี่คนในกลุ่มนั่นน่ะหรอ?




"ไอ้เชี่ย!! สลายโต๋สิวะ เฮียเถื่อนมา!!!!" พากันลุกพรึ่บด้วยความไวแสงเลยครับ จนผมนี่อ้าปากค้างในพลานุภาพสายตาทำลายล้างของพี่เถื่อนคนนี้เป็นอย่างมาก ก็แค่พี่เค้าใช้สายตาจ้องมอง? ก็แค่เค้าเอาเท้าเหยียบปากกาพลาสติกนี่จนแตกละเอียดแค่นี้อ่ะ?? พวกผู้ชายพวกนี้ก็ลุกหนีกันแล้ว




"เดี๋ยวไปส่งที่คณะ"อยู่ดีดีผมก็ถูกมือหนาของเค้ามาฉุดรั้งให้เดินตามไปอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว จนผมเริ่มหันกลับไปมองทางด้านหลัง  จึงทำให้เห็นเพื่อนสนิททั้งสองกำลังยิ้มแห้งส่งมาหาลูกเดียว เจ้าพวกนี้นิ ฮึ่ยย!!!





"ปล่อยได้แล้ว ถึงคณะของแบมแล้ว"ผมสะบัดข้อมือออก พลางถอยหลังห่างเค้าไปด้วยความหงุดหงิด เพราะตลอดทางที่เดินมาจากคณะวิศวะ จนถึงมาคณะนิเทศ เค้าดันจับมือผมเดิน แล้วทำสีหน้าถมึงทึงใส่คนอื่นมาตลอดทางเลยน่ะสิ ยองแจ ยูคยอมก็เดินตามมาต้อยๆนะ แต่กลับไม่ช่วยเพื่อนรักอย่างแบมแบมคนนี้เลย ฮืออ




"พรุ่งนี้เที่ยง เจอกันหน้าห้าง G..นะ"พอเห็นผมสะบัดตัวเองออก  เค้าก็ทำหน้าตาหมองหม่นใส่ผมอีกแล้ว แต่สักพักเค้าก็พูดออกมาด้วยเสียงนุ่ม ดูติดขัด พลางหันหลังเดินกลับไปยังทางเดิมที่เค้าเดินกลับมา




"โถ่ แบมสงสารพี่เถื่อนเค้า ทำไมถึงไปทำท่าทีรังเกียจเค้าแบบนั้นล่ะ"ยองแจถอนหายใจ พลางเดินเข้ามาใกล้แล้วบอก  จนผมได้แต่ขมวดคิ้วมุ่นมองกลับไป




"ไม่ต้องเข้าข้างเพื่อนแฟนตัวเองเลยนะยองแจ ก็เราไม่ชอบอ่ะ"




"โห แบมแบม ใจร้ายมากไปแล้ว"ยูคยอมครางเสียงหลงออกมาบางเบา เมื่อเห็นผมพูดตามตรงออกมาแบบนี้ ก็มันไม่ได้ชอบนี่นา 




"ก็ไม่ได้ใจร้ายสักหน่อย ส่วนเกียร์นี่เดี๋ยวสักพักก็จะเอาไปคืนให้เค้าละกัน"ผมยักไหล่ พลางชูเกียร์แล้วยัดมันลงไปในกระเป๋ากางเกงของตัวเอง




"เฮ้อ! กูรู้สึกสงสารพี่มาร์คคนเถื่อนที่ต้องมาชอบคนใจร้ายแบบมันเลยว่ะ"ยองแจเอ่ยคำพูดไม่สุภาพเป็นครั้งแรก พลางหันไปมองยูคยอม ก็ดูเหมือนแค่สบถออกมากกว่านะ แต่มันคงจะดังไปหน่อย ดังจนจนยูคยอมรีบพยักหน้าตาม




"สงสารกันเข้าไปเถอะ  ผู้ชายเถื่อนแบบนี้ จะไปสงสารเค้าทำไมมากมาย เดี๋ยวเค้าก็ไปจีบคนอื่นใหม่"




"ไม่หรอกแบม เรามองตาพี่มาร์คดู ก็รู้ว่าเค้าชอบแบมมากนะ เหมือนชอบแบมมานานแล้วด้วย"




"พอเลยยูคไม่อยากฟัง"ผมปิดหู พร้อมเบ้ปากใส่




"เปิดใจของตัวเองดูบ้างดิ เค้าก็ดูโอเคนะแบม เพียงแต่นิสัยออกจะดูเถื่อนไปหน่อยเท่านั้นเอง"ยองแจเอ่ยเสริม จนผมต้องรีบเบะปากส่ายหน้ารัว ทั้งที่มือทั้งสองข้างยังคงปิดหูตัวเองอยู่




"เฮ้อ เปิดใจอ่ะ เปิดใจ พรุ่งนี้ลองไปตามนัดเค้า ลองเปิดใจอ่ะ เปิดใจดูววว"ยองแจเดินเข้ามาแล้วดันมือทั้งสองข้างของผมออกจากการปิดหูไม่รับฟัง พลางพูดเสียงแหลมใส่มา  จนผมเริ่มชักสีหน้าใส่อย่างไม่พอใจ




"ไม่!  ไปเรียนกันเถอะ"ตัดบทด้วยคำนี้ ก็รีบหนีเพื่อนตัวเอง เพื่อไปเรียนต่อทันที!




วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 


          ผมลืมตาตื่นขึ้นมาจากเตียงหลังเดี่ยว ภายในห้องพักของหอในมหาวิทยาลัย ผมยิ้มให้กับวันใหม่ด้วยการสูดอากาศข้างนอกหน้าต่าง หลังจากนั้นจึงเข้าไปในห้องน้ำเพื่อล้างหน้า แปรงฟัน ชำระร่างกาย แต่งตัวด้วยชุดธรรมดาที่สุดอย่างกางเกงขาสั้นเลยเข่าสีชมพู เสื้อยืดสีขาวคอวีตัวบางที่ใส่แล้วโคตรจะสบายตัว เพราะวันนี้มันคือวันหยุด วันที่ผมรู้สึกสบายใจที่สุดก็เพราะมันเป็นวันหยุดไงครับ คิคิ



"ฮาจีมา ฮาจีมา"พออาบน้ำเสร็จ ก็ดื่มนมวัวกล่องเดียวเป็นอาหารเช้า แล้วฮัมเพลงที่ชอบ พร้อมกับเริ่มทำรายการต่อไปก็คือการนั่งเล่นเกมส์ แหะๆ อย่ามาว่าแบมแบมคนนี้ปัญญาอ่อนเลย แค่ตอนนี้แบมกำลังเล่นเกมส์เดอะซิมส์อยู่ แหม ก็มันติดไปแล้วนี่ เดอะซิมส์เป็นเกมที่เอาไว้สร้างบ้าน สร้างชีวิตคน ดูแลชีวิตคนหนึ่งให้เติบโต มีอานาคตที่ดีมีลูกมีหลานมีเหลนมีโหลน บลาบลา มันก็เลยรู้สึกชอบไง ก็มันสนุก สนุกจนเพลินมากเลยล่ะครับ เพลินจนเล่นเลยเวลามาถึงบ่ายโมง ถึงจะเลยเวลากินข้าวแบมแบมคนนี้ก็ไม่หวั่น ห้องของแบมแบมมีอาหารแห้งเเช่แข็งในตู้เย็นเป็นโหล แล้วจะกลัวอะไรล่ะ? ก็จัดการแกะเวฟกินอยู่หน้าคอมไปจนถึงถึงสี่โมงเย็นซะเลย นี่ล่ะชีวิตประจำวันในวันหยุดของแบมแบม




"Rrhhhhhhh"โทรศัพท์มือถือแผดเสียงร้องดังลั่น จนผมจำต้องถอนหายใจกดพอสเกมส์เอาไว้ แล้วหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาดู พอเห็นว่าใครก็ไม่รีรอที่จะกดรับสายแต่อย่างใด
 



"ว่าไงแจ"




'แบม ตอนนี้อยู่ไหนอ่ะ?'




"ก็อยู่หอไง ทำไมหรอ?"




'เดี๋ยวนะ สรุปคือแบมไม่ได้ไปหาพี่มาร์คที่ห้าง G ใช่ไหม?'




"....." เงียบ  ที่เงียบเสียงไปไม่ใช่อะไรนะครับ คือว่า...



"อ๊ะ! ละ ลืมอ่ะ"




'ลืมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!'




"โอ๊ยย อย่ามาตะคอกใส่โทรศัพท์ได้ไหม หูแบมจะแตกแล้ว"




'จะไม่ให้ตะคอกได้ไง?? ก็เพราะว่าแบมลืมว่าพี่มาร์คเค้านัดวันนี้นี่! ทำไมแบมไม่สงสารพี่เค้าบ้างหรอ ห๊า?'




"อ่า อันนี้แบมไม่ได้ตั้งใจนี่นา โทษที มันลืมอ่ะแจ ละ แล้วป่านนี้พี่เถื่อนเค้าคงกลับบ้านแล้วมั้ง.."




'อ้าว?  แล้วถ้าเกิดพี่เค้ายังไม่ได้กลับล่ะ? ถ้าเกิดพี่เถื่อนเค้านั่งรอแบมจนกว่าแบมจะออกมาล่ะ??'




"กะ ก็"ผมเอ่ยตะกุกตะกักทันใด พลางคิดก็จริงของยองแจว่า ถ้าเกิดเค้ายังคงนั่งรออยู่หน้าห้างล่ะ?




'คิดเอาเองแล้วกัน แต่บอกเลย แจไม่เคยมีเพื่อนใจร้ายแบบนี้นะ ติ้ดด!' ยองแจกดวางสายใส่เพื่อนสนิท พลางถอนหายใจออกมา พร้อมกับหันไปมองแฟนตัวเองอย่างพี่แจ็คสัน ร่างล่ำสันคนข้างตัวที่มองยองแจพูดคุยกับแบมแบมอย่างมีความหวัง




"ขอบคุณนะยองแจ"แจ็คสันลูบหัวคนรัก พลางส่งยิ้มหวานไปให้ยองแจอย่างดีใจ




"แจช่วยได้เท่านี้นะพี่แจ็ค ก็ไม่รู้ว่าแบมจะยอมออกมาไหม"




"แค่นี้ก็ดีแล้ว พี่สงสารไอ้เถื่อนมัน นิสัยของมันพี่รู้ดี เวลามันชอบใครก็เอาจริงเอาจังจนไม่สนใจตัวเองตลอด ซึ่งนานๆทีพี่จะเห็นมันชอบใครจริงจังแบบนี้สักคน"




"แต่แจ ก็ไม่รู้ว่าแบมคิดยังไงนะพี่แจ็ค"




"ไม่เป็นไร  งั้นเราไปกินไอศกรีมกันเถอะนะ"แจ็คสันโอบไหล่คนรัก พลางพาเดินไปยังโซนของหวาน ก็เพราะวันนี้มันเป็นวันวาเลนไทน์ วันแห่งความรัก วันที่คู่รักหลายๆคนต่างพากันมาเที่ยวเล่นกัน มาสวีทหวานกัน รวมทั้งแจ็คสันและยองแจด้วยที่นัดกันมาเที่ยวที่ห้าง G จึงทำให้ทั้งสองมาเห็นมาร์คนั่งรอแบมแบมอยู่ที่หน้าห้าง G ตั้งแต่ตอนเที่ยงแล้ว จนมาถึงตอนนี้ สี่โมงเย็นเข้าไปแล้ว ก็ยังเห็นมาร์คนั่งรออยู่ที่เดิม จนแจ็คสันเกิดอาการห่วงเพื่อน เลยให้ยองแจโทรไปหาแบมแบม เพื่อแอบช่วยเพื่อนโดยที่มาร์คไม่รู้ตัว 




"แฮ่กกก"เสียงหอยหายใจ พร้อมกับหัวใจที่เต้นระรัวเหมือนมันกำลังออกมาเต้นระบำแทงโก้ข้างนอก อก มันตึกตึกตักตัก จนน่าใจหาย ฝีเท้าเรียวย่ำกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาถึงหน้าห้าง G อันกว้างใหญ่ หลังจากที่แบมแบมตัดสินใจที่จะมาดูพี่เถื่อน ด้วยความที่เค้ารู้สึกผิดที่ลืม ลืมคำพูดของผู้ชายเถื่อนๆคนนั้นไปหมด แบมแบมก็เลยได้แต่คิดตัดสินใจอยู่ร่วมหนึ่งชั่วโมง ถึงจะยอมออกมาข้างนอกได้ แล้วกว่าจะนั่งรถเมลล์มาถึงที่นี่อีก ตอนนี้ก็ปาไปเกือบหกโมงเย็นแล้ว แล้วแบบนี้พี่เถื่อนคนนั้นยังจะนั่งรออยู่อีกหรอ?




"อ่า ให้ตายสิ!"ผมครางเสียงออกมาบางเบา เมื่อเดินมาถึงหน้าห้าง G ทำให้เห็นผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่ง มีผมสีทองถูกเซ็ตมาอย่างดีต่างจากเมื่อวาน พร้อมกับสวมเสื้อคอกลมสีขาว โดยมีเเจ็คเก็ตหนังสีดำคลุมทับเอาไว้ บวกกับกางเกงขายาวสีดำของเค้า ยิ่งทำให้ดูดีขึ้นไปอีก ถ้าไม่ติดว่ามีเคราขึ้นรอบริมฝีปากนะ พี่คนนี้คงจะหล่อดูดีมากกว่านี้เป็นร้อยเท่า ร่างหนาๆของเค้ากำลังนั่งก้มหน้า อยู่บนเก้าอี้ม้านั่งหน้าห้างหยั่งกับมนุษย์หิน พอผมเห็นเค้า มันทำให้ผมค่อนข้างรู้สึกผิดเป็นอย่างมาก มากจริงๆ พวกคุณลองคิดดูแล้วกันว่าเค้านัดผมไว้ตอนเที่ยง แต่ตอนนี้มัน เอ่อ หกโมงเย็นแล้ว ห้าชั่วโมงเต็มแต่เค้ายังคงนั่งรอผมอยู่แบบนี้ไม่ไปไหน




"ทำไมยังนั่งรออยู่ตรงนี้อีก"ผมเอ่ยเสียงหวานออกไปหาเค้า จนเค้าถึงกับสะดุ้ง พลางรีบเงยหน้ามาสบตาผม พอเค้าเห็นผมเค้าก็รีบลุกขึ้นยืนอย่างเก้กัง พร้อมกับอมยิ้มด้วยความดีอกดีใจ โดยที่คนตรงหน้าไม่มีความรู้สึกหงุดหงิดหรือโกรธเลย ที่ผมมาช้าขนาดนี้ หรือบางที่ก็อาจจะไม่มาที่นี่เลยด้วยซ้ำ?




"สวัสดี" แค่นี้คือคำพูดของเค้า พร้อมกับดวงตาที่ดูหวานเชื่อม จนผมได้แต่งงงวย สักพักเค้าก็หันหลังไปหยิบช่อดอกกุหลาบสีแดงที่ตอนนี้หัวดอก เริ่มตกห้อยต่องแต่ง เพราะขาดน้ำยื่นมาให้ผม




"อ่า"



"ดอกไม้ ถึงมันจะเหี่ยว แต่ก็ตั้งใจให้นะ"พอเห็นสีหน้าที่ดูตื่นเต้นของเค้า คำพูดของเค้า ผมก็รำคาญผู้ชายตรงหน้านี้ไม่ลงเลยครับ ผมยื่นมือไปรับดอกกุหลาบเหี่ยวๆ ที่ในตอนแรกมันคงบานสะพรั่งน่ามองมาถือเอาไว้




"เอ่อ ขอบคุณ"ผมเอ่ยออกมาบางเบา พลางมองตาเค้า แต่เค้ากลับยิ้มออกมาอย่างเก้อเขิน พร้อมกับหลบสายตาของผม เพื่อหันไปมองทางอื่น จนผมเห็นหูแดงเถือกของเค้าเหมือนเมื่อวานไม่มีผิด




"อยากกินอะไร กินข้าวมารึยัง"




"เอ่อพี่ คือ แบมขอโทษ ขอโทษที่ทำให้รอนานแบบนี้ "ผมรีบเอ่ยตัดบทกับอาการปกติของเค้าที่ดูไม่โกรธผมเลยสักนิด ผมจึงต้องรีบเอ่ยสิ่งที่ผมรู้สึกผิดออกไป เอาตามตรงถ้าผมไม่ยอมออกมา เค้าจะยังนั่งรอผมไปจนถึงพรุ่งนี้เช้าเลยรึไงนะ? ให้ตายสิ!




"ไม่เป็นไร หิวไหม? อยากกินอะไรดี?"คนตรงหน้าทำเพียงแค่ยิ้มมุมปาก พลางทำเป็นมองวิวทิวทัศน์รอบข้าง ซึ่งผมก็ไม่เห็นมันจะน่าสนใจตรงไหน แค่ตึกของห้างกับถนน อ้อ จะมีแต่หน้าห้างเค้าจัดประดับประดาด้วยหัวใจสีแดงลูกใหญ่ยักษ์ มีไฟเล่นสีประดับล้อมรอบอยู่นี่นา อืมม เดี๋ยวนะ?? วันนี้คือวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งมันก็คือวันวาเลนไทน์นี่!! โห๊ยย ให้ตายผมลืมไปสนิท!  ถึงว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงนัดผมให้ออกมาหาที่นี่ พร้อมกับให้ดอกกุหลาบสีแดงแบบนี้ อ่า ทำไมตอนนี้ผมถึงเริ่มรู้สึกร้อนไปทั่วใบหน้านะ!




"คือ แบมไม่หิวหรอก พี่เถื่อน เอ้ย พี่มาร์คดีกว่าอยากกินอะไร?"ผมถามเค้ากลับไป เพราะผมน่ะกินอาหารแช่แข็งมาแล้วเมื่อบ่ายสามนี่เอง แต่พี่เถื่อนคงยังไม่ได้กินอะไรมาแน่นอน




"อืม ห่วงหรอ"เค้าอมยิ้มแล้วก็พูดออกมาแล้วก็เขินเอง จนผมได้แต่ส่ายหน้ารัว




"เปล่าสักหน่อย ก็แค่เห็นว่านั่งรอนานแบบนี้ ก็เลยคิดว่าคงหิวข้าวแย่"ผมรีบปฎิเสธ พลางเอ่ยออกมาอย่างรัวเร็ว จนพี่เถื่อนเริ่มเกาหัวตัวเองแก้เก้อ แล้วสายตาของเค้าก็เริ่มเลื่อนลงมามองตรงส่วนเสื้อกับกางเกงผมแทน




"งั้นใส่นี่เอาไว้ แล้วไปกินข้าวกัน"พี่เถื่อนถอดแจ็กเก็ตหนังสีดำออกจากตัว พลางเอามาคลุมไหล่ของผมเอาไว้ ซึ่งผมก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ตัวเองแต่งตัวได้ดูไม่ดีเท่าไหร่  และไม่น่าจะมาเดินห้างเลยเถอะ ก็เพราะผมดันใส่เสื้อคอวีสีขาว กับกางเกงขาสั้นสีชมพูเลยเข่า มีเสริมด้วยรองเท้าแตะสีดำที่รีบใส่มาด้วย เสมือนเด็กมัธยมวัยมุ้งมิ้ง




"อ่า ขอบคุณ" ผมกล่าวขอบคุณเค้า พลางสวมเสื้อแจ็คเก็ตของเค้า พร้อมกับอมยิ้มเดินตามเค้าไป โดยมีมือหนาเข้ามากอบกุมมือของผมอยู่ไม่ปล่อย




"เดี๋ยวพี่ คือ เราไปกินข้างนอกกันเถอะนะ"ผมดึงแขนเค้าเพื่อยื้อหยุด เมื่อได้มองสารรูปของตัวเองอีกครั้ง




"ทำไม?"




"คือแบมแต่งตัวแบบนี้ ไม่อยากเข้าไปข้างในน่ะ อายเค้า"




"แล้วจะไปกินที่ไหน?"พี่เถื่อนเลิกคิ้วมอง พลางมองผมอย่างตั้งคำถาม ซึ่งเราทั้งสองต่างเริ่มชินที่จะคุยด้วยกันแล้วครับ




"งั้นตามแบมมาแล้วกัน" แบมแบมรีบเดินจูงมือหนาหันหลังกลับออกจากห้าง G โดยมีร่างหนาที่ในตอนนี้กำลังเดินตาม อมยิ้มมองมือที่ถูกร่างบางคนที่แอบชอบมาตลอดกอบกุมเอาไว้ไม่ปล่อย




"ร้านต็อกโบกีหรอ?"พี่เถื่อนเอ่ยเสียงทุ้มออกมา หลังจากที่ผมพาเค้าเดินข้ามถนน มายังฝั่งตรงข้ามของห้าง จนมาเจอร้านต็อกโบกีที่มีคนนั่งกินในร้านเต็มไปหมด จนผมชะเง้อคอมองหาที่ว่างไม่เจอ




"อื้ม ไม่มีที่ว่างเลย น่าเสียดาย ที่นี่อร่อยมากเลยนะ แบมมากินหลายครั้งแล้ว"ผมเผลอ ยู่ปากแล้วหันไปมองหน้าเค้า เพราะกำลังหงุดหงิดที่ไม่ได้ที่นั่งในร้าน จนเค้าเอาแต่มองปากผมที่กำลังบูดสนิทไม่วางตา แต่พอเห็นเค้ามองผมก็เลยได้สติ จึงเม้มริมฝีปากของตัวเองทันที




"อยากกินที่นี่หรอ งั้นเดี๋ยวมา เจอรุ่นน้องที่คณะพอดี"อยู่ดีดีพี่เถื่อนก็เดินดุ่มเข้าไปในร้าน จนผมต้องเดินตามเค้าไป พอเข้าไปก็เห็นว่าพี่เถื่อนกำลังเดินไปยืนประชิดโต๊ะของกลุ่มผู้ชายกลุ่มหนึ่ง พอพวกเค้าเห็นพี่เถื่อนก็ถึงกับผงะกันอีกแล้ว




"กูอยากได้โต๊ะนี้ พวกมึงรอคิวต่อไปก่อนได้ไหม"พี่เถื่อนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ก็ทำให้ผู้ชายสามสี่คนในโต๊ะเริ่มพยักหน้าตามกันยกใหญ่




"โอ๊ยย ได้ครับเฮีย โถ่ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ อาจุมม่า!! โต๊ะนี้แคนเซิล! ให้เฮียผมนั่งแทน!!"พูดจบก็ลุกกันพรึ่บ!  พากันก้มโค้งให้พี่เถื่อนอย่างมีมารยาทมากมาย จนผมได้แต่อ้าปากบวมๆนี่บางเบา




"สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะครับเฮีย ขอให้มีความสุขกับแฟนนะคร๊าบบ เจอกันที่คณะครับ แหะๆ"เสียงของชายหนุ่มน่าจะเป็นรุ่นน้องหายไปตามร่างที่พากันวิ่งออกจากร้าน จนทำให้ผมได้แต่หันมองตามพวกเค้าไปจนลับสายตา แฟนเฟินอะไรกันล่ะ!! 




"มาเถอะ" พี่เถื่อน ดึงมือของผมแล้วดันให้ผมนั่งลงบนเก้าอี้สมใจอยาก พร้อมกับตัวเอง ก็เริ่มนั่งลงข้างกันกับผม โดยไม่ยอมนั่งตรงข้ามด้วยนะ มือหนึ่งของเค้าช่วยเลื่อนเมนูที่อาจุมม่าเอามาให้ เลื่อนมาให้ผมเปิดอ่าน ส่วนอีกมือหนึ่งก็โอบพนักเก้าอี้ที่ผมนั่งเอาไว้ไม่ปล่อย พร้อมกับกวาดสายตามองไปทั่วร้าน จนผู้ชายที่นั่งอยู่ภายในร้าน ส่วนใหญ่เป็นวัยนักศึกษานี่ล่ะครับ หลบตาพี่เถื่อนกันเป็นทิวแถว




"พี่มาร์ค เอ่อ จะกินอะไรล่ะ"ผมหันไปมองเค้า จนเค้าละสายตาจากการมองทั่วร้าน หันมามองผมด้วยสายตาหวานเชื่อม 




"อะไรก็ได้ สั่งมา"ผมพยักหน้า พลางส่งยิ้มให้อาจุมม่าที่เดินเข้ามารับออเดอร์




"เอาต๊อกโบกีชีสสองที่ครับ"




"จ้า" ผมส่งยิ้มให้อาจุมม่า พลางเอาแต่จดจ้องเมนู ก็เพราะมันกำลังรู้สึกเก้อๆยังไงไม่รู้ ด้วยความที่คนข้างตัวเอง  เอาแต่มองผมตลอดเลยน่ะสิ นี่เพราะรู้สึกผิดด้วยหรอกนะ ถึงยอมมากินข้าวด้วยกันแบบนี้




"อาหารมาแล้วจ้า" เราสองคนต่างก้มหน้าก้มตากินอย่างไม่พูดอะไร สักพักพอผมตักต๊อกโบกีเข้าปากไปมันก็เริ่มอร่อยขึ้น พออร่อยมากขึ้น ผมก็ตักกินไม่หยุด จนลืมไปว่าตัวเองเพิ่งบอกคนตรงหน้าไปว่าไม่หิว




"อ๊ะ!"เสียงของผมตกใจเองครับ ที่อยู่ดีดีมีหนาของเค้าก็นำทิชชู่มาเช็ดตรงมุมปากของผม พอเช็ดเสร็จเค้าก็ก้มหน้ากินต่อไปอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนผมได้แต่นั่งเม้มริมฝีปากเก้อเขินมองเค้าดูตั้งใจกินต๊อกโบกีจนเกินไป ซึ่งหูของเค้าน่ะมันแดงยิ่งกว่าซอสมะเขือเทศอีกครับ




"เดี๋ยวไปส่งที่หอ"หลังจากที่กินต๊อกโบกีเสร็จแล้ว มันก็มืดแล้วล่ะครับ เค้ายังคงจับมือของผมไม่ปล่อย แล้วพากันเดินย่อยกันไปตามท้องถนนที่มีของขายเต็มไปหมด ด้วยความที่อยู่ตรงข้ามฝั่งของห้าง G เลยได้รับผลพลอยได้ที่จะมีร้านค้าให้เลือกดูมากมาย 




"ไม่เป็นไร คือ แบมกลับรถเมลล์ได้"




"เดี๋ยวไปส่ง อย่าดื้อ"อะไรกันนะ ผมดื้อตรงไหน? แค่จะกลับเอง พอเค้าพูดจบเค้าก็ดึงข้อมือผมข้ามฝั่งมายังโซนหน้าห้าง G เหมือนเดิม หลังจากนั้นจึงพาผมเดินลัดเลาะมาหยุดตรงบริเวณสถานที่จอดรถจักรยานยนต์หน้าห้าง G เราสองคนเดินกันมาถึงรถมอเตอร์ไซด์ยี่ห้อดูคาติสีดำมืด มันดูสวยเรียบหรูดีครับ  จนผมได้แต่ร้องโอ้โหอยู่ในใจ เพราะมันเป็นรถมอเตอร์ไซด์ที่สวยมากจริงๆนะ แต่น่าเสียดายมันค่อนข้างจะมีราคาแพงไปหน่อย และอย่าบอกนะครับ ว่าเจ้าของรถมอเอตอร์ไซด์ดูคาติคันนี้ จะเป็นพี่เถื่อนคนนี้ และก็ใช่จริงเสียด้วย โดยไม่ต้องเดาอีกต่อไปแล้ว เพราะมือหนาของเค้าเริ่มล้วงกุญแจรถมาเสียบที่รูเสียบสตาร์จรถเป็นที่เรียบร้อย




"มีหมวกกันน็อคแค่ใบเดียว ใส่เอาไว้"เค้าสวมหมวกกันน็อคใบหนาสีดำให้กับผม พร้อมกับจัดการปรับล็อคหมวกให้ผมสวมใส่ได้สบายเสร็จสรรพ จนผมได้แต่เลิกคิ้วมอง




"แล้วพี่จะใส่อะไรล่ะ?"   




"ก็ไม่ใส่"เค้ายักไหล่ หันหลังกลับขึ้นคร่อมรถดูคาติของเค้าอย่างปกติ จนผมได้แต่ยืนเก้กัง โดยมีหมวกกันน็อคใบโตนี้สวมอยู่ ผมคิดว่าคนขับสมควรจะต้องใส่มันมากกว่าคนซ้อนไหมอ่ะ?




"ขึ้นมา"พูดสองคำห้วนๆแต่น้ำเสียงนุ่มทุ้ม ผมก็ยอมขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซด์อย่างว่าง่าย ก็แค่ไปส่งที่หอคงไม่เป็นอะไรหรอก 




"บรื้นนนนนนนน"เสียงบิดเครื่องกับแรงออกตัวพุ่งทะยานสู่ท้องถนน ทำให้ผมถึงกับผวา หัวใจวาบลงไปเสียวถึงบริเวณหน้าท้องของตัวเอง ด้วยความที่กลัวจับใจ ทั้งสองมือของผมเลยจำต้องกอดเอวหนาด้วยความกลัว พร้อมกับเอาใบหน้าซุกหลังเค้าแล้วหลับตาปี๋ ก็เพราะพี่เถื่อนขับรถเร็วมากน่ะสิครับ!! ลมแรงๆปะทะเข้ามาที่ใบหน้าหล่อ จนผมสีทองสะบัดปลิวไหว เค้าก็ไม่ยอมผ่อนให้รถวิ่งเบาลงเลยสักนิด จนผมได้แต่ตัวสั่นกอดเค้าแน่นขึ้นไปอีก




"กลัวหรอ?"เค้าตอบโต้ลมกลับมา จนได้แต่พยักหน้าหงึกๆใส่ พอเห็นท่าทางของผม แล้วเค้าคงรู้สึกได้เอง พี่เถื่อนเลยเริ่มผ่อนความเร็วลงจนผมเริ่มผ่อนคลายได้ในที่สุด เฮ้ออ สวรรค์ยังโชคดีที่เค้าสงสารผมอ่านะครับ




"ฝันดีนะ สุขสันต์วันวาเลนไทน์"พอมาถึงหน้าหอ โดยที่ผมเป็นคนบอกทางให้กับเค้า เค้าก็เริ่มถอดหมวกกันน็อคออกให้กับผม ทั้งที่ตัวเค้ายังคงนั่งคร่อมอยู่บนรถดูคาติสีดำคู่ใจ ผมจึงได้แต่พยักหน้ากับคำพูดของพี่เถื่อน พลางรีบหันหลังเดินถือดอกกุหลาบช่อเหี่ยวๆที่เค้าให้มา โดยไม่ได้พูดอะไรตอบกลับไปสักคำ  ก็ไม่รู้สิครับ เอ่อ มันรู้สึกจักจี้หัวใจยังไงไม่รู้ คือแบบว่า เค้าก็ เออ ก็ดีเหมือนกันนะผู้ชายคนนี้..




100%

กราบบบบบ ขอประทานโทษที่ไรท์อัพช้ามาก คือติดงานกลับดึกทุกวันค่ะ พอนอนดึกก็ตื่นสาย ได้เวลาก็ต้องไปทำงานต่อแบบนี้วนไปเรื่อยๆ จนไรท์ไม่มีเวลา แต่วันนี้คือวันหยุดเลยมีเวลามาแต่งให้จบตอน ฮ่าๆ เอาเป็นว่าเรื่องนี้มันมีหลายตอน ความรักของมาร์แบม ตอนนี้คือค่อยๆเป็นค่อยๆไปค่ะ แล้วพบกันตอนหน้านะจ๊ะ!

ปล.ในเนื้อเรื่องตั้งใจจะแต่งในวันวาเลนไทน์ แต่ไรท์อัพ ไม่ทัน ฮ่าๆ ไม่เป็นไรมาลงวันนี้ล่ะเนอะ อิอิ รักนะทุกคน จ๊วบบบบบบบบบบบ!!! 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

3,847 ความคิดเห็น

  1. #3545 Jajah9397 (@Jajah9397) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:44
    พี่เถื่อนน่ารักอ่ะ
    #3545
    0
  2. #3513 phaka (@parka-in) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:46
    มะไหร่นุ้งจะใจอ่อน
    #3513
    0
  3. #3073 `dalnimmb♡ (@we-2l-shinee) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 20:24
    เอ้ยย เราชอบคาแรกเตอร์พี่มาร์ค โหดกะทุกคนแต่ดีกับคนที่ชอบ ฮือออ
    #3073
    0
  4. #2892 bever2017 (@bever2017) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 02:17
    น่ารักที่สุดเลย
    #2892
    0
  5. #2708 Missnight (@missnight17) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 00:19
    กรี๊ดดดดด อยากได้ผู้ชายแบบพี่เถื่อน แต่เสียดายที่พี่เถื่อนเป็นของแบมม  
    #2708
    0
  6. #2625 ojay2 (@Ojay) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 23:23
    เราชอบเรื่องนี้ มาร์คดูซึนนนนนน น่ารักไปในเวลาเดียวกันน น้องแบมใจอ่อนเร็วๆนะ
    #2625
    0
  7. #2384 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 21:23
    แอบสงสารพี่เถื่อนนะเนี่ย น้องแบมไม่สนใจพี่เค้าเลยเหรอ
    #2384
    0
  8. วันที่ 21 เมษายน 2560 / 18:56
    พี่มาร์คน่ารัก
    #2358
    0
  9. #2294 PuiPui--r (@PuiPui--r) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 06:20
    พี่มาร์คผิดที่บังคับเหมือนมัดมือชกแต่แบมก็ควรรักษาคำพูดรักษาเวลานะถ้าไม่ไปก็ปฏิเสธแต่แรกไม่งั้นคนอื่นก็รอ
    #2294
    0
  10. #2232 mmkbb14sk (@mmkbb14sk) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 07:09
    สู้ๆนะอิพี่มาร์ค พิชิตใจแบมให้ได้นะพี่
    #2232
    0
  11. #2115 Khampoohnaka (@Khampoohnaka) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 00:56
    อ่านไปก็เขินไปเลยอ่ะ
    #2115
    0
  12. #2057 bbboobb (@bbboobb) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 22:29
    เอาใจช่วยพี่มาร์คน้า
    #2057
    0
  13. #1969 Aujacharee (@Aujacharee) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:00
    ชอบบบ โอ๊ย พี่เถื่อนนี่แบดดี ยัยน้องช่วยรักพี่เขาเร็วๆนะ รอต่อนะคะ ไรท์สู้ๆ
    #1969
    0
  14. #1966 Tulip_BAmbAM (@someonepp) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:30
    โอ้ยยยย เขินนนนนน
    #1966
    0
  15. #1964 Jidaaa.mb. (@songprince) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:07
    พี่เถื่อนน่ารักมากอะะะ สู้ๆนะพี่~
    #1964
    0
  16. #1963 kiekyuu (@Hyukiekyu) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:03
    น่ารัก ดูแบดๆไงไม่รู้ แต่ดูรักเดียวใจเดียวฮืออออ ละมุนในใจจจจ
    #1963
    0
  17. #1962 pomme-ac (@pomme-ac) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:40
    ทีมพี่เถื่อนค่ะ สู้ๆน้า
    #1962
    0
  18. #1961 gunguun1a (@kannikakansan1) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:43
    เฮียเถื่อนน่ารักจัง สู้ๆนะเฮีย
    #1961
    0
  19. #1959 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:34
    กรี๊ดดดดด ชอบบบบมากกกก ฮือออออออ พี่เถื่อนรักและหวงแบมมากนะ รู้ยัง 555555555
    เขิน สนุกงะ ชอบฮือออ ชอบคาแร็กเตอร์มาร์คแบมมาก

    พี่เถื่อนมารอน้องแบมนานมาก แบมก็ตัดสินใจมาหาเลยหลังจากคิดอยู่นาน ยองแจแบบช่วยมาร์คมาก 555555 นี้แหละพี่เถื่อนได้เพื่อนดีนะ มีเพือนเป็นแฟนคนที่เราชอบก็เลยได้ความดีความชอบไปด้วย
    แบมก็มาทั้งที่ใส่ขาสั้นอีก ยิ่งขี่มอไซค์ยิ่งสั้นไปอีกนะ หวง ๆ 55555555

    สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะ พี่เถื่อน ถึงแบมจะมาช้าอย่างน้อยก็ได้อยู่ด้วยกันในวันแห่งความรักนะพี่
    #1959
    0
  20. #1958 yadara (@yadara) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:40
    อ๋อยยเอ็นดูพี่มาร์คนิดๆแต่ก็สู้ๆนะพี่ เพราะแบมแบมก็พึ่งรู้จักพี่มาร์คเนอะให้เวลาแบมแบมหน่อยเนอะ สู้ๆๆนะมาร์คค
    #1958
    0
  21. #1957 Nongmaa (@Nongmaa) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 08:18
    พี่เถื่อนน่ารักเนอะ><
    #1957
    0
  22. #1956 dada0627 (@dada0627) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:20
    ชอบพี่เถื่อนอ่ะ ไม่โกรธแบมเลยมาช้าขนาดนั้น น่ารักอ่ะ
    #1956
    0
  23. #1954 vegetmin (@vegetmin) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:34
    พี่เถื่อนสู้ๆ
    #1954
    0
  24. #1953 ChoeiPP (@poppiepp) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:19
    น่ารักกกก ชอบเรื่องนี้ ค่อยๆเป็นค่อยๆไป เอ็นดูพี่เถื่อนหูแดง 5555 รอออ่านตอนต่อๆไปนะคะ
    #1953
    0
  25. #1952 baimon_hana (@baimon-hana) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:52
    พี่เถื่อนคือน่าร้ากกกกกก
    #1952
    0