เทพมังกรเหนือโลก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 61,451 Views

  • 163 Comments

  • 1,678 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,085

    Overall
    61,451

ตอนที่ 25 : ตำหนักจันทราสีคราม...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5441
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 368 ครั้ง
    6 ก.พ. 62

    หลังจากทั้งคู่ออกมาจากเมืองจีฉิงแล้วก็พลันเดินทางต่อไอย่างเร่งรีบ!...ในระหว่างทางทั้งคู่ก็พลันคุยกันเรื่องต่างๆนาๆมากมายทั้งเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของหยุนเฟยในอดีตหรือแม่กระทั่งเรื่องที่หยุนเฟยโดนเซียนท่านหนึ่งรักษาเส้นลมปราณให้หายขาดเมื่อไป๋อี้ได้ยินดังนั้นก็พลันตะลึงลานขึ้นมาทันที!...ฉากนี้ทำเอาหยุนเฟยเกือบหลุดขำออกมา!...

 

หลังจากผ่านไปกว่าสามชั่วยาม!...ตอนนี้ก็ถึงเวลาเที่ยงวันแล้ว!...ไป๋อี้จึงหยุดพักที่เมืองๆหนึ่งในระหว่างทางเพื่อพักผ่อนหย่อนใจและใช้โอกาสนี้เปิดหูเปิดตาเด็กน้อยที่พึ่งจะเคยออกมาจากเมืองบ้านเกิดคราแรกด้วยตนเองในชีวิตนี้อย่างหยุนเฟยไปด้วย!....เมื่อมาถึงประตูทางเข้าเมืองก็พลันเห็นป้ายใหญ่ยักษ์ตั้งตระหง่านอยู่ที่ประตูทางเข้าเมือง!..บนป้ายนั้นเขียนไว้ว่า “เมืองกุ้ยหยาง!” ที่สลักด้วยสีทองลวดลายสวยสดงดงาม!....

 

เมื่อเดินเข้ามาทั้งคู่ก็พลันโดนขวางทางโดยเหล่าทหารยาม 2 คน!...ทั้งสองร่างนั้นดูแข็งแรงกำยำมีกล้ามเป็นมัดๆ!..แต่ระดับพลังปราณกลับต่ำเตี้ยเรี่ยดินยิ่งนัก!...พวกมันทั้งคู่พึ่งขึ้นมาอยู่แค่ระดับก่อตั้งลมปราณขั้น 8 เท่านั้น!....พลังระดับนี้ถือเป็นระดับของคนธรรมดาของภพนี้ไปโดยปริยายไปเสียแล้ว!...

 

เมื่อทหารยามทั้งสองที่เดินมาขวางกั้นไป๋อี้และหยุนเฟยพลันเหลือบไปเห็นป้ายชื่อสำนักที่ประดับอยู่บนอกข้างซ้ายของไป๋อี้!...พวกมันทั้งคู่ก็พลันมีเม็ดเหงื่อผุดออกมาจากกลางหน้าผากทันที!...ก่อนจะกล่าวขออภัยไป๋อี้และหยุนเฟยอย่างนอบๆน้อมแล้วให้ทั้งคู่ผ่านทางไปโดยง่ายดาย!....

 

เมื่อทั้งคู่เดินเข้ามาภาในเมืองก็พลันเห็นเหล่าผู้คนที่เดินเพ่นพ่านไปมามากมายหลายพันคนบนถนนก็พลันรู้สึกตะลึงขึ้นมาไม่น้อย!...

 

“สมกับเป็นเมืองแห่งการค้า!....ช่างเป็นเมืองที่แออัดยิ่งนัก!

ไป๋อี้เมื่อเห็นเหล่าผู้คนที่เดินเพ่นพ่านอยู่ตรงหน้ามากมายหลายหลากนักก็พลันกล่าวชื่นชมออกมา!..

 

“เมื่องแห่งการค้า!.....”

หยุนเฟยเมื่อได้ยินดังนั้นก็พลันตาเป็นประกายขึ้นมาทันที!...เพราะตัวมันต้องการขายลูกแก้วปราณสัตว์อสูรของมันไปเสียเต็มทีแล้ว!....เพราะหากอยู่นานๆไปเนื่องจากระดับปราณที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินของลูกแก้วสัตว์อสูรทำให้คุณภาพเสื่อมลงไปเรื่อยๆเช่นเดียวกัน!...ทั้งยังมีของที่หยุนเฟยอยากซื้ออีกมามาย!...เมื่อได้ยินที่ไป๋อี้กล่าวออกมาว่าเป็นเมืองแห่งการค้าก็พลันเปลี่ยนสีหน้าเป็นปลื้มปิติยินดีออกมาทันที!...

 

ไป๋อี้เมื่อเห็นดังนั้นก็พลันหัวเราะร่าออกมา!...ตัวมันพลันคิดว่าที่หยุนเฟยตื่นเต้นปานนี้คงเป็นเพราะพึ่งเคยมาที่นี่ครั้งแรกและตื้นเต้นกับเมืองแหง่การค้านี่เป็นแน่!....

 

“หยุนเฟยเจ้าต้องการอะไรงั้นรึ!?....

เมื่อเห็นหยุนเฟยที่ตาเปร่งประกายออกมาอย่างนั้นมันจึงกล่าวถามหยุนเฟยออกมาอย่างอยากรู้อยากเห็นว่า

หยุนเฟยต้องการอะไร!.....

 

หยุนเฟยเมื่อเห็นที่ไป๋อี้ถามก็พลันเปลี่ยนสีหน้ากลับเป็นปกติก่อนจะกล่าวออกมาอย่างจริงว่า!...

“ข้าน้อยต้องการขายลูกแก้วปราณสัตว์อสูร!...”

 

ไป๋อี้ที่ได้ยินดังนั้นก็พลันขมวดคิ้วขึ้นมาทันที!....ลูกแก้วปราณสัตว์อสูรเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยล้ำค่าเท่าใดนักถ้าอย่างขั้นที่ต่ำกว่าขั้นปราณจิตเพราะลูกแก้วที่ต่ำกว่าขั้นปราณจิตจะมีพลังปราณสถิตอยู่ต่ำเกินไปไม่เหมาะแก่การดูดซับอย่างที่สุด!

 

หยุนเฟยที่เห็นสีหน้าของปอ็ก็พลันรู้ขึ้นมาทันทีว่าไป๋อี้นั้นกำลังคิดอะไรอยู่!...แต่มันก็มิได้สนใจแต่อย่างใด!...มันเพียงทำสีหน้าจริงจังขึ้นมานิดหน่อยเพื่อแสดงถึงท่าทีแสดงความต้องการของมันเท่านั้น!.....

 

ไป๋อี้เมื่อเห็นสีหน้าที่ดูจริงจังของหยุนเฟยนั้นมันก็พลันถอนหายใจออกมา!....นี่แหละนะเด็กน้อย!ช่างอ่อนต่อโลกยิ่งนัก...เอาเถอะเจ้าอยากไปไหนเดี๋ยวข้าช่วยเปิดตาของเจ้าออกให้สว่างกระจ่างแจ้งถึงความเป็นอยู่ภพใบนี้เอง!...

 

“ตามข้ามาสิ!มีที่ๆหนึ่งที่โด่งดังที่สุดในเมืองนี้!...มีชื่อว่าตำหนักจันทราสีคราม!...มันเป็นตำหนักที่มีอยู่ทุกแห่งทั่วภพใบนี้!.....”

เมื่อถึงตรงนี้ไป๋อี้ก็พลันคิ้วกระตุกนิดหน่อยเมื่อเห็นสีหน้านิ่งเฉยของหยุนเฟย!...ปกติแล้วมันต้องตกตะลึงสิ!เหตุใดเจ้าหนูนี่ถึงทำสีหน้าราวกับว่ามันเป็นเรื่องน่าเบื่อไปเสียล่ะ?....

 

แน่นอนว่าหยุนเฟยในอดีตกาลนั้นต้องรู้จักกลุ่มการค้าอย่างตำหนักจันมราสีชดนี้เป็นอย่างดี!...เพราะตัวมันนั้นขณะที่กำลังหลบหนีก็จะพลอยสังหารเหล่าผู้อาวุโสของนิกายไปด้วน!...มันจึงมีของล้ำค้าอยู่เป็นจำนวนมาก!...มันจึงนำของเหล่านั้นไปขายเพื่อให้ได้เงินมาใช้สอยแลพบริจาคแก่ผู้ยากไร้ไปด้วย!...เงินที่มันสงเคราะห์ให้แก่เหล่าผู้ยากจนไปนั้นเมื่อรวมๆกันแล้วอาจจะซื้อเมืองเล็กๆเกือบสิบเมืองได้เลยก็ว่าได้!!...

 

“เราช้ามิได้รีบไปกัน!...”

เมื่อไป๋อี้กล่าวจบก็พลันนำทางหยุนเฟยมุ่งหน้าไปที่สำนักจันทราสีครามทันที!...

 

เมื่อทั้งคู่มาถึงหน้าประตูของสำนักจันทราสีชาดก็พลันทำให้รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมามิน้อย!...เพราะถึงแม้จะเป็นแค่สาขาย่อยจากกลุ่มสาขาหลักของแต่ละทวีป!...แต่ก็ดูใหญ่โตมโหฬารเป็นอย่างมาก!...เมื่อมองด้วยตาเปล่าขนาดของตำหนักแห่งนี้อาจจะมีพื้นที่เทียบเท่ากับ 1 ใน 7 ส่วนของเมืองจีฉิงเลยก็ว่าได้!....แม้กระทั่งป้ายก็ตกแต่งลวดตายลึกตื้นให้ดูน่าเกรงขามอย่างถึงที่สุด!......เมื่อเข้าไปข้างในทั้งคู่ก็พลันสำผัสได้ถึงพลังลมปราณที่แสนเย็นสบายพัดผ่านไปมาทำให้รู้สึกสดชื่นยิ่งนัก!......ก่อนจะมีพักงานสาวมาตอนรับทั้งคู่เข้าไปข้างใน!...

 

“เชิญท่านทั้งคู่!...ข้ามีนามว่าหลี่หนิงจะเป็นคนนำทางพวกท่าน!...”

หลี่หนิงกล่าวออกมาอย่างนอบน้อม!....เพาะคนทั้งคู่ที่เข้ามานั้นดูแล้วน่าจะมียศฐาบรรดาศักดิ์อยู่ไม่น้อย!...คนชรามีป้ายกำกับสำนักอาชาสวรรค์สาขาหลักไว้อยู่!....ส่วนคนหนุ่มกับหล่อเหลาปานเทพบุตรกับชาติมาเกิดอย่างไรอย่างนั้นจะให้นางแสดงท่าทีเกียจคร้านออกมาได้เช่นไร!...

 

“ข้าต้องการขายลูกแก้วปราณสัตว์อสูร!...เจ้านำทางข้าไปได้หรือไม่!?...”

หยุนเฟยกล่าวไปพลางยิ้มไปพลางอย่างอ่อนน้อมตอบ!มิมีท่าทีดูหมินหลี่หนิงที่เป็นแค่พนักงานต้อนรับเลยแม้แต่น้อย!!..

 

หลี่หนิงที่เห็นท่าทีของหยุนเฟยก็พลันหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาก่อนจะพูดอย่างตะกุกตะกักไปว่า!...

“ชะ....เชิญ...นะ...นายน้อย...ทะ...ทางนี้เจ้าค่ะ!

 

เมื่อเห็นดังนั้นทั้งไป๋อี้และหยุนเฟยหรือแม้กระทั่งคนรอบข้าก็พลันหลุดขำออกมา!...

 

เมื่อมาถึงชั้นสองทั้งคู่ก็พลันเหลือบไปเห็นชายผู้หนึ่งที่อายุอยู่ราวๆ 30-40 ปีกำลังนั่งหาวนอนอยู่อย่างเกียจคร้าน!...ก่อนที่หลี่หนิงจะส่งสายตาไปหาแล้วนำทางทั้งคู่ไปทางชายผู้นั้นทันที!..

 

ชายแก่ที่มีท่าทีสงสัยที่หลีหนิงทำตาถลึงใส่...บัดนี้ก็พลันเข้าใจขึ้นมาเพราะเมื่อมันเห็นป้ายชื่อสำนักของผู้อาวุโสที่หลี่หนิงนำทางมามันก็พลันรู้ทันทีว่ามันได้ทำกิริยามารยาทอันไม่ควรออไปแก่คนใหญ่คนโตไปเสียแล้ว!!..

 

มันมิรอช้ารีบมุ่งตรงมาหาไป๋อี้และหยุนเฟยทันทีก่อนจะกล่าวอย่างนอบน้อมว่า!..

 

“ข้าน้อยหลี่หร่วนยินดีที่ได้รับใช้ท่านอาวุโสและนายน้อย!...”

หลี่หร่วนที่เป็นพ่อหลี่หนิงก็พลันกล่าวท่าทีประจบประแจงทั้งคู่ออกมามิต่างจากลูกของมันเท่าใดนัก!...

 

หยุนเฟยและไป๋อี้ที่เห็นดังนั้นก็พลันผงกหัวออกมาคนละทีก่อนที่หยุนเฟยจะกล่าวถามขึ้นมา!...

 

“ข้าต้องการขายลูกแก้วปราณสัตว์อสูรระดับปราณจิตขั้นปลายมิทราบว่าข้าจะขายได้หรือไม่?...”

หยุนเฟยกล่าวออกมาอย่างนอบน้อม!ตัวมันก็กังวลมิใช่น้อยเพราะในอดีตชาติของมันนั้นระดับทั่วไปที่รับซื้อนั้นอยู่ที่ระดับวิญญาณขึ้นไปทั้งสิ้น!...

 

ทั้งสามคนที่ได้ยินหยุนเฟยกล่าวก็พลันเกิดสีหน้าตะลึงลานขึ้นมาทันที!...ระดับปราณจิตขั้นปลาย!?...ระดับนี้นับว่าหาได้มิยากนักแต่มันกลับได้มาจากเด็กหนุ่มรุ่นเยาว์ที่ดูสง่างามราวกับมิเคยผ่านร้อนผ่านหนาวมางั้นหรอกหรือ!?...

 

หยุนเฟยที่เห็นสีหน้าตะลึงลานของทั้งสามคนก็พลันโล่งใจขึ้นมา!....ดูเหมือนว่าสาขาย่อยจะมีการกำหนดระดับต่ำกว่าสาขาหลักอยู่มากโขเช่นกัน!...

 

เมื่อถึงตอนนี้หยุนเฟยก็พลันส่งพลังปราณไปที่แหวนมิติ...ก่อนจะเทเอาลูกแก้วปราณสัตว์อสูรกว่าร้อยเม็ดออกมา!...เท่านั้นยังมิพอ!ระดับของลูกแก้วเหล่านี้ล้วนแต่อยู่ในขั้นปลายของระดับปราณจิตทั้งนั้น!....

 

เมื่อเห็นฉากตรงหน้าทั้งสามคนก็พลันตะลึงลานอย่างเกินจะบรรยายออกมา!....มิใช่ว่าวแค่ลูกสองลูกหรอกหรือ!?...แล้วจะขายหมดนี่เลยหรือ!?......

 

“ช่วยประเมิณราคาให้ข้าด้วย!!...”

หยุนเฟยเมื่อเห็นท่าทีของทั้งสามก็พลันกล่าเรียกคืนสติขึ้นมา!..

 

เมื่อยินเสียงของหยุนเฟยทั้งสามคนจึงพลันได้สติคืนมา!....ก่อนที่หลี่หร่วนจะนำลูกแก้วทั้งหมดมาประเมิณดูทันที!!!...

 

ครั้นผ่านไปกว่าครึ่งชั่วยามหลี่หร่วนจึงทำการตรวจสอบลูกแก้วทั้งหมดเสร็จสิ้น!...ตัวมันขณะที่กำลังตรวจอยู่นั้นก็พลันตะลึงออกมาเป็นละรอกๆเพราะลูกแก้วพวกนี้ล้วนแต่บริสุทธิ์เป็นอย่างมากราวกับว่าสัตว์อสูรพวกนี้โดนทุบแค่ทีเดียวก็ตายไปเสียอย่างไรอย่างนั้น!!....

 

“นะ....นายน้อยนี่คือจำนวนเงินทั้งหมด!!..”

หลี่หร่วนกล่าวออกมาอย่างเก้ๆกังๆกลัวเป็นการล่วงเกินต่อหยุนเฟย!..ในมือของมันพลันมีแหวนมิติอยู่หนึ่งวง!ในวงแหวนกลับมีเพียงกระดาษสลักลายเส้นแปลกประหลาดที่มีตัวเลขกำกับถึงราคาอยู่!.....

 

หยุนเฟยที่รับแหวนมาเมื่อตรวจดูจจำนวนเงินในกระดาษก็พลันทำหน้าตกตะลึงขึ้นมาอย่างอดไว้มิยู่!!...

 

“ยี่สิบล้านเหรียญทอง!!?...”

หยุนเฟยพลันรู้สึกตกตะลึงขึ้นมาเพราะในอดีตชาตินั้นลูกเก้วสัตว์อสูรระดับนี้มิต่างอะไรจากขยะเลยแม้แต่น้อย!...แต่ขยะในบัดนี้กลับมีมูลค่ากว่ายี่สิบล้านเหรียญทอง!!.....

 

....อย่างที่ท่านปู่ทวดเคยพูดไว้!ระดับความเชี่ยวชาญในการล่าสัตว์อสูนของคนยุคนี้นั้นนับว่าถดถอยลงไปมาก!....ทำให้ลูกแก้วขยะเช่นนี้พลันมีราคาพุ่งสูงขึ้นมาถึงปานนี้!!...

 

เมื่อหยุนเฟยได้สติคืนมาก็พลันมิได้กล่าวอะไรนอกเสียจากส่งสัญญาณว่ามันพร้อมเดินทางอีกคราแล้ว!!....

 

ไป๋อี้ที่เห็นท่าทีดังนั้นก็พลันผงกหัวหนึ่งคราก่อนจะออกมาจากตำหนักจันทราสีครามแล้วออกเดินทางต่อ!!...ตัวมันตอนนี้พลันรู้สึกว่าตัวเองช่างโชคดียิ่งนัก!ที่ได้รุ่นเยาว์อัจฉริยะอย่างหยุนเฟยมาเข้าสำนัก!ในอีก 10 เดือนข้างหน้านี้ทั่วทั้งจักรวรรดิจะมีการจัดการประลองของสำนักต่างขึ้นมา!ตัวมันมั่นใจ 8 ใน 10 ส่วนว่าหยุนเฟยจะชนะการประลองของศิษย์สามัญได้อย่างไม่น่าเกลียดเหมือนดั่งปีก่อนๆมาเป็นแน่!!

 

เมื่อนึกถึงตรงนี้ไป๋อี้ก็เผลอกล่าวคำที่มิควรจะกล่าวออกมาอย่างลืมตัวมันกล่าวออกมาว่า!...

 

“หยุนเฟยเจ้าสนใจจะเป็นลูกเขยของข้าหรือไม่!!?...

 

“เอ๊ะ!!!

หยุนเฟยที่นิ่งอยู่เงียบๆเมื่อได้ยินสิ่งที่ไป๋อี้กล่าวออกมามันก็พลันทำสีหน้าตะลึงลานขึ้นมาทันที!!.....

 

To be continue……

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 368 ครั้ง

0 ความคิดเห็น