หลงฮวา ดอกไม้มังกร (龍花) ผ่านการพิจารณากับสนพ.ปริ๊นเซส

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,269,922 Views

  • 5,465 Comments

  • 13,862 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    47,296

    Overall
    1,269,922

ตอนที่ 48 : บทที่35: นี่เรียกว่างมงายอย่างเห็นแก่อนาคต (1) 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39628
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2423 ครั้ง
    13 พ.ย. 61

บทที่35: นี่เรียกว่างมงายอย่างเห็นแก่อนาคต (1) 100%


(ต๋าน่าหลันซือซือ/ไป๋เฟินเสียนเฟย: จับตามองกันนัก หม่อมฉันนั่งสวยๆ ให้ดู ก็เป็นเพคะ)


เบื้องหน้าภาพพระราชทานฝีพระหัตถ์เฉียงหลงหวงตี้ เผิงซู่มักบังเกิดกิริยาขนลุกเกรียวไร้ที่มา สายตาจึงสะท้อนแววยำเกรง ขณะสัตว์เทพเผยกระดูกสันหลังอันโอหังกลางทิวหมอก เพราะนางมีหน้าที่ดูแลความสะอาด ย่อมทำงานตามลำพังภายในนี้ แต่ให้ประจันหน้าภาพวาดขุนเขามังกรคราวใด เผิงกงปี้ก็ครั่นคร้ามกลิ่นอายอภินิหารที่คล้ายกางคุ้มสถานที่ บางทีนางอาจตระหนัก ภายในใจตนเปื้อนมลทินอยู่ จนเป็นเหตุให้เกรงขามอำนาจลี้ลับขึ้นมาเอง

หลังจากปัดกวาดและถูเช็ดเครื่องเรือนเสร็จแล้ว เผิงซู่ก็ปฏิบัติตามคำสั่งไป๋เฟินเสียนเฟยอย่างเคร่งครัด ต้นยามอู่(11.00-13.00)ค่อยออกไปยกอาหารเจ้านายจำนวนสามชุดที่ครัว นางกล่าวกับผู้คนที่สงสัยด้วยใบหน้าเรียบเฉย ว่าไป๋เฟินเสียนเฟยพร้อมหวังจื่อทั้งสอง ต่างอาศัยวันหยุดเพิ่มพูนความรู้จากตำรา ดังนั้นจึงไม่มีหน้าไหนนำพรรคพวกพูดเพ้อเจ้อก่อน พวกเขายังเข็ดขยาดผลลัพธ์ที่อดีตชงอี๋กับชงหรงก่อเหตุคุณไสยใส่ไคล้คน

เสียนเฟยชาวหรวนตี้ได้พิสูจน์ความสามารถจนเป็นที่ประจักษ์แล้ว นางมิใช่ดรุณีแรกรุ่นคนเก่า จะไปดูแคลนสติปัญญานางอยู่อีกหรือ ไม่เกรงหัวหลุดจากคอ ก็ควรห่วงใยสวัสดิภาพครอบครัวบ้าง

เผิงซู่นำถาดอาหารมาครบสามชุด แล้วนั่งคอยอยู่หนึ่งเค่อ(15นาที) นางจึงลงมือกินทั้งหมด ท้องน้อยๆ แน่นขนาดไหน หญิงสาวก็ยัดเยียดเข้าไป กระทั่งเหลือนิดหน่อย พอไม่เป็นที่สงสัย จากนั้นค่อยยกถาดอาหารส่งคืนครัว ขณะเดียวกัน น่าหลันซือซือที่กรีดร้องเงียบๆ เสียพอใจ ก็ย่องเบากลับเข้าห้องตำราพร้อมสองเปาและชีรัน

ทุกคนสวมชุดปลอมสถานะ หากมีคนนอกพบเข้าคงย่อมส่งผลร้ายมากกว่าดี และสวนทางเผิงซู่ยกถาดเปล่าหนึ่งชุดออกไปพอดี เกรงว่าที่นางยอมเดินเทียวไปมาสามหน ต้องแฝงเจตนาย่อยอาหารที่อัดตัวเต็มกระเพาะแน่ น่าเห็นใจนัก!

น่าหลันซือซือกลั้นยิ้มขันไม่อยู่ ขณะนั่งคอยอีกฝ่ายกลับมา ส่วนชีรันก็อาศัยฉากประดับห้องตำรา ผลัดชุดให้ซาลาเปาฝาแฝดอยู่ ดังนั้นยามเผิงกงปี้ปิดประตูห้องตำรา แล้วหันมาเจอคุณชายหน้าตางดงามเข้า สีหน้านางย่อมแตกตื่น ทว่าครั้นตั้งสติพิจารณา ค่อยพบดวงตาสีอำพันคู่คุ้นเคย หญิงสาวจึงยอบกายถวายพระพรทันที

ประเหมาะกับสองเปากลับสู่สภาพเสี่ยวหวังจื่อในเฉียงหลงหวงตี้ น่าหลันซือซือจึงส่งตัวพวกเขาให้เผิงกงปี้รับดูแลต่อ

“พาพวกเขาไปชำระกายที่ห้อง ถ้าอ่อนเพลียก็ให้พักผ่อน ยามโหย่ว(17.00-19.00)ค่อยรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน”

เผิงซู่รับคำสั่งด้วยทีท่าปลอดโปร่งใจ ซาลาเปาแฝดก็พุ่งตัวไปชะอ้อนเหนียงคนงาม

“เมี่ยนเปาไม่เหนื่อยขอรับ อาบน้ำเสร็จแล้ว ขอเข้าครัวกับเหนียงได้หรือไม่ขอรับ”

นางจิ้มแก้มยุ้ยๆ ของเมี่ยนเปา

“ปรุงไม่เสร็จ เหนียงไม่ให้หยิบกินเล่นนะ”

เด็กชายรีบส่ายหัวแก้ตัว

“เมี่ยนเปาไม่ได้หยิบกินเล่นขอรับ แต่ว่าชิมรสชาติเป็นอย่างไรขอรับ ขาดหวาน เหนียงจะได้เติมมี่ถาง ขาดเค็ม เหนียงจะได้เพิ่มเหยียน(เกลือ)”

อา...ซาลาเปาลูกนี้ เรื่องของกิน ก็มีเหตุผลเข้าท่าทุกที!    

“จ้ะ ชิมก็ชิม ถ้ายังไม่เหนื่อย ก็ไปหาเหนียงที่ครัวยามเซิน(15.00-17.00)”

“ขอรับ”

คราวนี้ทั้งสองคนประสานเสียงตอบ นางได้แต่เอ็นดู รวบร่างบุตรชายมากอดรัดก่อน ค่อยปล่อยพวกเขาไปกับเผิงซู่ กระทั่งเหลือน่าหลันซือซืออยู่กับชีรัน ทั้งคู่รีบเปลี่ยนชุดตนเอง แล้วใช้ผ้าชุบน้ำยาตามตำรา เช็ดผงสีที่ใช้ลงเส้นเลียนแบบบุรุษ

เพียงสองนายบ่าวก้าวพ้นธรณีประตู ก็ปรากฏกงกงน้อยหน้าตาเลิ่กลั่กผู้หนึ่ง พุ่งตรงมาหาด้วยฝีเท้ารีบเร่ง ใบหน้าอ่อนเยาว์ดูปลอดโปร่งใจ เมื่อเจอพวกนางด้านนอกห้องตำรา เนื่องด้วยวันนี้สีหน้าเผิงซู่แลดุเกินธรรมดา ทำให้ไม่มีใครกล้ากรายใกล้รอบบริเวณต้องห้าม

“ทูลไป๋เฟินเสียนเฟย เจ๋อกงกงจากเทียนหลงกง บัดนี้นำทางขบวนของพระราชทานมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

น่าหลันซือซือลอบสบตากับชีรัน แล้วค่อยยิ้มแย้มสั่งขันทีน้อย

“เจ้าล่วงหน้าไปเชิญเจ๋อกงกงเข้ามานั่งพักในโถงไป๋ฮวากงก่อน อำนวยความสะดวกแก่เขาให้ดีที่สุด ส่วนข้ากับชีกงปี้จะตามไปสมทบในไม่ช้านี้”

กงกงน้อยค้อมกายรับ

“พ่ะย่ะค่ะไป๋เฟินเสียนเฟย”

แล้วเขาก็ถอยเท้า หมุนตัวจากไปอย่างรวดเร็ว

ฉะนั้นยามพวกนางเดินมาถึงบริเวณโถงพระตำหนัก จึงพบเจ๋อจิวซิ่งนั่งคอยอยู่พร้อมขบวนคน เป็นขันทีที่ท่าทางแข็งแรงสี่คน แต่ละคนยืนประจำมุมหีบใบหนึ่ง

“ถวายพระพรไป๋เฟยเสียนเฟยพ่ะย่ะค่ะ”

พวกเขาประสานมือ โค้งกายกล่าวในจังหวะเดียวกัน แล้วค่อยมีแค่เจ๋อกงกง คนสนิทของจักรพรรดิเอ่ยกับนาง

“เฉียงหลงหวงตี้มีพระบัญชาให้กระหม่อมนำหีบใบนี้มาที่ไป๋ฮวากง และตรัสกำชับกระหม่อมอีกว่า นี่คือของกำนัลเนื่องในเทศกาลกั้วเหนียน ที่ไป๋เฟินเสียนเฟยทรงจับสลากได้พระนามหวงช่างพ่ะย่ะค่ะ”

ได้ยินเหตุผลแล้ว โฉมสะคราญก็เกือบสูญกิริยานุ่มนวล ไฉนตัวคนเพิ่งจาก ของที่ติดค้างกลับส่งมาทันใด เห็นทีพวกนางควรลองประกอบพิธีปัดรังควานบ้าง!

ขณะที่น่าหลันซือซือยิ้มแย้มกล่าว ชีรันก็ส่งมอบสินน้ำใจเล็กๆ ให้เจ๋อกงกง

“ทางไป๋ฮวากง คงรบกวนเจ๋อกงกงให้ลำบากกายอีกแล้ว”

และชีกงปี้ยังแจกจ่ายใบไม้ทองคำแก่ขันทีทั้งสี่คน ที่รับหน้าที่หอบหิ้วหีบเดินเท้ามา ใบหน้าทุกคนจึงเปี่ยมยินดีเป็นอันมาก เจ๋อกงกงเห็นดังนั้น ย่อมยิ่งเต็มใจเสนอแรงงานทดแทน

“ทูลไป๋เฟินเสียนเฟย จะโปรดให้พวกกระหม่อมยกไปวางที่ใดดีพ่ะย่ะค่ะ”

ดวงตาสีอำพันกระตุกเต้นเล็กน้อย ระหว่างนางคลี่ยิ้มอ่อนหวาน

“ขอบคุณในน้ำใจกว้างขวางของเจ๋อกงกง แต่เรื่องขนย้ายระยะใกล้นี้ ให้เป็นหน้าที่คนของไป๋ฮวากงบ้าง อ้อ...เมื่อเย็นวาน ข้าลองทำขนมหวานเก็บไว้จำนวนหนึ่ง เจ๋อกงกงก็รับไปติชมสักชุดเถิด”

ไม่รอให้อีกฝ่ายปฏิเสธอย่างเกรงใจ น่าหลันซือซือก็ชิงสั่งการคนสนิทต่อ

“อารัน รบกวนเจ้าจัดการให้เรียบร้อยด้วย”

สาวน้อยจึงยอบกายสนอง

“เพคะเหนียงเหนียง”

หลังจากชีรันไปกำกับคนที่ส่วนครัว เจ้าของพระตำหนักดอกไม้ขาวค่อยสบช่องทาง เชิญเจ๋อจิวซิ่งนั่งลงสนทนากัน น่าหลันซือซือแน่นอนแฝงจิตจับผิด ดวงหน้าพิลาสล้ำเหนือสตรีทั่วแคว้น ยามจงใจอ่อนโยนย่อมพาผู้คนวิญญาณระทวยอ่อน

“ข้าพอจะทราบว่าวันหยุดช่วงนี้ของทุกปี ตั้งแต่รัชศกหมินหลงปีที่หนึ่งเป็นต้นมา ชาวประชา ขุนนางและทหารล้วนมีโอกาสสลับกันพักผ่อน ทว่าหวงช่างกลับทรงขยันขันแข็ง เพื่อชาติบ้านเมือง มักจะทรงเสียสละอย่างลืมเหนื่อยยาก นี่ก็ปลายยามเว่ย(13.00-15.00)แล้ว หวงช่างเสวยพระกระยาหารกลางวันตรงเวลาดีหรือไม่”

พอได้ยินเนื้อหาที่เกี่ยวพันพระพลานามัยโอรสสวรรค์ เจ๋อกงกงจึงสีหน้าแช่มชื่น

“ทูลไป๋เฟินเสียนเฟย หากหวงช่างทรงทราบความห่วงใยนี้ ย่อมทรงปลาบปลื้มเป็นอย่างมาก และหากยามซวี(19.00-21.00)นี้ ไป๋เฟินเสียนเฟยเสด็จมาทูลถวายเครื่องหวานสักรายการที่เทียนหลงกง ตรัสเตือนหวงช่างให้ทรงถนอมพระวรกายด้วยวิธีพักผ่อนบ้าง คงสำเร็จผลโดยแม่นมั่นพ่ะย่ะค่ะ”

โดนโต้ตอบมาดังนี้ ทำเอาคนงามอยากตบปากตัวเองสักฉาด นางแค่อยากหยั่งเชิงเจ๋อกงกง ว่าเขารู้เห็นที่หวงช่างแอบหนีเที่ยวเล่นหรือไม่ กลับโดนผู้ชราสอนบทคนไม้ใจหิน(คนที่เผชิญหน้ากับการหลอกล่อทุกอย่างได้ โดยไม่หวั่นไหว)เข้าให้ หญิงสาวปั้นยิ้ม ทั้งที่น้ำตาเจิ่งนองจนจุกอก

“หวงช่างทรงมีพระบัญชาหรือ”

เจ๋อจิวซิ่งยิ้มแย้มตอบ

“วันนี้ หวงช่างไม่มีพระบัญชาเกี่ยวกับเครื่องหวานใดๆ พ่ะย่ะค่ะ ล้วนเป็นความคิดเห็นของกระหม่อมเอง”

ก่อนเขาจะขมวดคิ้ว

“กระหม่อมคงทำให้ไป๋เฟินเสียนเฟยลำบากใจแล้ว ขอประทานอภัยโทษด้วยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมนับวันชราภาพลงเรื่อยๆ ความคิดอ่านก็ไม่แจ่มใสเท่าวัยหนุ่มแน่น ไป๋เฟินเสียนเฟยโปรดอย่าได้ถือสากระหม่อมเลยพ่ะย่ะค่ะ”

น่าหลันซือซือสลายรอยยิ้ม กลายเป็นตกตื่นที่กงกงคนสนิทของพญามังกร อยู่ๆ ลุกขึ้นยืน ประสานมือค้อมกายให้นางอย่างสำนึกผิด แม้ในใจหญิงงามลอบปรายตาค้อนใส่เจ๋อจิวซิ่ง นับว่าสมตำแหน่งผู้อภิบาลมหาบุรุษมากเล่ห์แต่เยาว์วัยนัก!

“เจ๋อกงกงนั่งลงอย่างสบายใจเถิด หากเพียงเสนอความคิดเห็นขึ้นมา ยังกลายเป็นเรื่องลงอาญาคน คงปราศจากจักรพรรดิผู้ปรีชาญาณ สดับคำทัดทานข้าราชการตงฉิน และดูแลทวยราษฏร์ให้สุขเกษมแล้ว”

แววตาเจ๋อกงกงเผยประกายชื่นชม เวลารับพระบัญชาเข้าพบสตรีฝ่ายในกงใด เขามักไม่สำคัญตัวในฐานะคนใกล้ชิดจักรพรรดิ แม้นพวกนางเจรจายื่นสินน้ำใจทุกประเภท เจ๋อจิวซิ่งยังแน่วแน่เพียงระเบียบปฏิบัติที่เถรตรง ทว่าหลังผ่านคืนตัดปีที่ร่วมจับสลากคำอวยพรและของขวัญภายในไป๋ฮวากง ขันทีเฒ่าก็สนทนาอย่างผิดวิสัยกับน่าหลันซือซือ    

“ทูลไป๋เฟินเสียนเฟย กระหม่อมเปรียบไป ละม้ายเปลวไฟใกล้มอด คงอยู่ชื่นชมพระบารมีหวงช่างไม่ได้ตลอดรอดฝั่ง ดังนั้นกระหม่อมย่อมติดบ่วงกลัดกลุ้มประการหนึ่ง หวงช่างมักทรงงานอย่างละเลยพระวรกาย ตรากตรำราชกิจสำคัญๆ เช้าจรดค่ำ พระอารมณ์จึงตึงเครียดเป็นนิจ บ่าวชราเช่นกระหม่อม นานปีปฏิบัติสำเร็จเพียงเฝ้ามองห่วงใย ทว่าหลังจากไป๋เฟินเสียนเฟย จิ่นติ้งหวังและจิ่นลี่หวังคืนกลับยังไป๋ฮวากง หวงช่างทรงมีพระอารมณ์แจ่มใสขึ้นมาก แม้จะหักโหมทรงงานมืดค่ำ กลับไม่เคร่งเครียดเท่าเดิมแล้ว ยามเข้าบรรทมก็บรรทมสนิท กระหม่อมซาบซึ้งในน้ำพระทัยไป๋เฟินเสียนเฟยอย่างยิ่งพ่ะย่ะค่ะ”

เผินๆ เหมือนจะประเสริฐดี แต่เจ๋อกงกงช่วยหยุดทบทวนเล็กน้อย ท่านเข้าใจอะไรเบี่ยงเบนไปมากหรือไม่ พวกนางสามคนแม่ลูก หาใช่วัตถุมีชีวิตให้พญามังกรลับเล็บคลายเครียดหรอกนะ!

สาวงามประคองรอยยิ้มหวานชื่น แต่กลางอกดั่งถูกคมปากกรีดทำร้ายไปหมาดๆ

“เจ๋อกงกงจงรักภักดีเป็นเอก คำกล่าวที่ว่าแคว้นจิ้นเพียบพร้อมด้วยบุคลากรชั้นเลิศ นับว่าจริงแท้”

น่าหลันซือซือเข่นเขี้ยวคิด หรือนี่คือวิธีแก้แค้นที่เฉียงหมินหลงปล้นของขวัญของเขาไป จึงใช้คำพูดไร้ฝีตะเข็บเหน็บแนม จนนางเจ็บปวดขั้วใจจริงๆ!

ทั้งสองคนเปลี่ยนหัวข้อ และสนทนาสัพเพเหระครู่หนึ่ง ชีรันค่อยหิ้วปิ่นโตบรรจุขนมหวานมาหนึ่งเถา ระยะหลังเจ๋อจิวซิ่งฟังชื่อเสียงด้านนี้ของไป๋เฟินเสียนเฟยโดยใกล้ชิด นัยน์ตาจึงแวววาวอยู่บ้าง ระหว่างลุกขึ้นค้อมกายขอบคุณ

ทว่าช่วงเวลาถัดมาที่คะนึงถึงจักรพรรดิมังกร การงุบงิบกินปิ่นโตเถานี้ ย่อมนำมาซึ่งภัยพิบัติสำหรับเขาได้ ขณะขันทีเฒ่ายืดกายตรง เงาหมองจึงปรากฏชัด ขั้นแรกน่าหลันซือซือไม่เข้าใจสาเหตุ จนสัญชาตญาณสั่นกระดิ่งเตือน นางค่อยหายคับแค้นใจที่ถูกถ้อยคำเล่นงานไป

ก่อนเจ๋อจิ่วซิ่งจะนำขบวนขันทีออกจากไป๋ฮวากง เขาก็มอบของขวัญที่ติดค้างกับชีรัน ดังนั้นนอกจากสาวน้อยคนสนิทที่ยืนถือกล่องของขวัญในมือ ก็มีน่าหลันซือซือเพ่งตาจ้องหีบพระราชทาน

เมื่อนางเปลี่ยนไปมองผีกงกงตนหนึ่ง อีกฝ่ายจึงกุมมือรายงาน

ทูลไป๋เฟินเสียนเฟย หีบใบนี้ เฉียงหลงหวงตี้ทรงเตรียมไว้ก่อนเกิดคดีคุณไสย เสียดายรายละเอียดนั้น กระหม่อมไม่ทราบแน่ชัดพ่ะย่ะค่ะ

ถึงกับเตรียมหีบไว้ก่อนหน้าเกิดคดีคุณไสย...

โฉมสะคราญหนาวยะเยือกทันใด นัยน์ตาสีอำพันตวัดกลับไปจ้องหีบใบนั้นอย่างระแวง ที่แท้ข้างในแอบใส่อะไรอันตรายเอาไว้กันแน่!

เพราะต้องการพิจารณาโดยรอบคอบ น่าหลันซือซือจึงตัดสินใจเปลี่ยนสถานที่เปิดมัน

“อารัน เรียกคนมายกหีบพระราชทานที”

“เพคะเหนียงเหนียง”

หลังข้ารับใช้ออกจากห้องนอนของนางไปหมดแล้ว น่าหลันซือซือค่อยเดินวนเวียนรอบหีบ กิริยานางแทบจะตีลังกาส่องลายเส้นไม้อยู่รอมร่อ แลขบขันพอสมควร แต่ชีรันที่เริ่มช่ำชองพระอุปนิสัยเฉียงหวงตี้ ย่อมไม่กล้าแม้แต่คิดหัวเราะ

“อารัน...นี่...นี่เหมือนหีบของข้าใบนั้นไหม”

เด็กสาวอยากโพล่งตอบนัก ว่าเป็นหีบใบเดียวกันอย่างแน่นอนเพคะ ทว่ากลับได้แต่ยืนอ้ำอึ้ง น่าหลันซือซือจึงหยุดเท้า ขมวดหัวคิ้ว แล้วเอียงคอมองข้างหีบ

“ลักษณะของหีบโดยทั่วไปอาจมีเกลื่อนกลาด แต่กระทั่งตำหนิยังปรากฏที่เดียวกัน...”

อ้า...หีบใบนี้พิลึกพิลั่นเกินไปแล้ว!

เสียนเฟยคนงามแตะนิ้วลูบผิวสัมผัสมุมหนึ่ง ก่อนกระตุกหนี ราวกับบริเวณนี้คือรูรั่วของสารพิษ ทำให้สังหรณ์ร้ายพลอยหวีดร้องบ้าง จากนั้นนางก็ย้ำสำรวจอย่างละเอียด เพราะหีบพระราชทานส่งตรงจากมังกรตัวร้าย จะชะล่าใจได้เยี่ยงไร!

“เหมือน...เหมือนไปหมดเลย!

อารมณ์หวาดผวาเข้มข้นขั้นนี้ ความกล้าหาญย่อมถูกกระตุ้นให้ตื่นไปถ่วงสมดุลบ้างแล้ว น่าหลันซือซือที่เปี่ยมพลังชั่ววูบ จึงกระโจนเข้ามาเปิดฝาหีบ ครั้นเผชิญหน้าตำรากองใหญ่เข้า นางยังไม่วายกวาดตาสำรวจให้ปลอดภัยซ้ำ สุดท้ายค่อยลดเกราะป้องกันลง ตำรา...มีแต่ตำรา...ตำราหลายเล่มเลย ไม่คาดระวังตัวอยู่ตั้งนาน สุดท้ายก็กลายเป็นซือคง(ตำแหน่งโยธาธิการจีน ในสมัยโบราณ)ดูงานประจำ โอรสสวรรค์ผู้นั้น...

กลั่นแกล้งคนจนเสียสุขภาพจิตหมดแล้ว!

น่าหลันซือซือหยิบเล่มหนึ่งขึ้นมาเปิดดู เพียงหน้าเดียว สองมือก็กระตุกตบเล่มปิด ลูกตาแตกตื่นตวัดหาชีรันฉับพลัน พอเห็นสีหน้างุนงงของเด็กสาว นางค่อยสำรวมกิริยา วางตำราเล่มนั้นคืนลงที่ และปิดฝาหีบอย่างสงบนิ่ง

นี่เป็นของพระราชทาน...

ท่องเข้าไว้ของพระราชทาน!

นั่นคือ...

หมายความว่าไม่อาจทำลายล้างตามใจชอบ!

ชีรันย่อมรับรู้

“มีสิ่งใดผิดพลาดหรือไม่เพคะ”

น่าหลันซือซือหัวเราะ แต่แววตาปั่นป่วน ใครดูก็รู้ว่าฝืนกล้ำกลืนอยู่

“เป็นกองหนังสือบุกเบิกปัญหา เอ๊ยปัญญาทั้งนั้น ช่วยข้าเข็นเข้าไปเก็บใต้เตียงหน่อย”

นางทำเหมือนแค่ใช้มือเปิดพรม ปัดกวาดหีบทั้งใบเข้าข้างใต้ แล้วมันจะล่องหนหายถาวร

เมื่ออาศัยพละกำลังของชีรัน แปบเดียวย่อมเรียบร้อยดี จากนั้นสองนายบ่าวค่อยเข้าครัว เผิงซู่ก็พาซาลาเปาแฝดตามมา ระหว่างปรุงรสชาติแป้งทำขนม น่าหลันซือซือที่สติล่องลอยห่างตัวอยู่ เกือบเทเกลือทะเลราคาแพงหมดกระปุก โชคดีเมี่ยนเปาช่วยจับหยุดมือทัน นางจึงเสียเวลารวบรวมสมาธิเป็นครู่ ค่อยทำงานคล่องแคล่วเหมือนเดิม

พอนั่งประจำที่ สองเปาเย็นนี้ปฏิกิริยาคึกคักมาก แววตาอยากคุยเรื่องบรรยากาศนอกรั้ววัง น่าหลันซือซือจึงโบกมือไล่คนออกไป ให้ชีรันกับเผิงซู่คอยรับคำสั่งด้านใน พวกเขาจึงสลับซักไซ้เกี่ยวข้องวิถีชาวบ้านที่พบเจอ นางเต็มใจอธิบายเพิ่มเติม ทว่าเมื่อลองชักชวนบ้าง

“หากเหนียงหาโอกาสหน้าได้ เสี่ยวเปาจะออกไปอีกไหม”

ใบหน้าพวกเขาแจ่มใสขึ้น ทว่ากลับมีรอยมุ่นที่หัวคิ้ว เมี่ยนเปาหยุดตะเกียบที่กำลังพุ้ยข้าวเข้าปาก เปาจื่อยังจ้องตานางท่าทีเคร่งขรึม

“ย่อมต้องอยากไปด้วยแน่นอนขอรับ แต่เหนียงก็ควรเปลี่ยนรูปใหม่ขอรับ”

นางหันหาเมี่ยนเปาที่พูดเสียงขึงขัง ก่อนเขาจะยื่นมือคีบเนื้อปลาทอด ก้มหน้าก้มตากินต่ออย่างเอร็ดอร่อย อ้าว...ซาลาเปาน้อย คำแนะนำนี้รวบรัดเกินไปแล้ว ให้เหนียงเปลี่ยนรูปใหม่ ไม่เป็นคุณชาย กลายเป็นคุณนายจึงดีหรือไร!

“รูปโฉมเหนียงโดดเด่น แม้ดัดแปลงชาติกำเนิดเป็นคุณชาย ก็ยังดึงดูดหมู่ชน เจตนาพวกเขามีที่ดีและที่ร้ายปะปน เสี่ยวเปาห่วงใยเหนียง ถ้าเปลี่ยนใบหน้าที่ธรรมดาลง คนเหล่านั้นย่อมไม่เข้ามาข้องแวะเหนียง พวกเราอย่างไรสมควรระวังไว้ก่อน ไม่มีคนคงไม่มีเรื่องขอรับ”

เปาจื่อรับหน้าที่ขยายความ ทำให้น่าหลันซือซือยอมรับตาม แต่หญิงสาวก็คิดไม่ตก มีใครเข้ามาเกาะแกะคุณชายหน้าใสบ้าง ยกเว้นเฉียงหมินหลงที่ทราบว่าเป็นนาง อืม...ทายาทสกุลเหนียนขี้ตื๊อน่ะหรือ เพียงมองหน้ากันนานนิดหน่อยเอง เขายังประกาศตัว หมายทำความรู้จักคุณชายชุดดำอย่างเฉียงหมินหลงมากกว่า เนื่องจากสนใจฝีมือปาลูกดอกที่พาฝูงชนคลั่งไคล้ได้

ยามทบทวนเหตุการณ์เหล่านั้น หญิงสาวค่อยนึกถึงตั๋วเงินสิบเหลี่ยงทอง ถุงเงินเล็กที่พกพาไปด้วย ยังซ่อนอยู่ข้างเอว และมันนอนพับเงียบภายใน แผ่ไออุ่นๆ ที่ซึมซาบผ่านผิวมาโดยเชื่องช้า แต่ขาดตอนไปทันทีที่นางจดจำหีบพระราชทานได้เช่นกัน ประหนึ่งสัจธรรมก่อเกิดผ่านประสบการณ์

ราชันมังกรเดินดินอย่างเฉียงหมินหลง ไม่เคยแสนดีได้ตลอดรอดฝั่ง!

อ้างอิงจากคำพูดผีกงกง ดูทีแล้วหีบใบนั้นคงอัดแน่นด้วยเชื้อไฟ ทั้งยังพร้อมระเบิดความขายขี้หน้าออกมาจู่โจมชื่อเสียงคน เรียกว่าถ้านางเพลี่ยงพล้ำในคดีคุณไสยที่เพิ่งจบสิ้น ทุกวันนี้ ย่อมอยู่ไม่สู้ตายแล้ว!

เสียงกระซิบในจินตนาการเริ่มล่องลอยมากระทบหูหญิงสาว

ไม่น่าเชื่อว่า ไป๋เฟินเสียนเฟยรูปลักษณ์เลิศล้ำ ธรรมเนียมปฏิบัติก็ไร้บกพร่อง ทั้งยังเป็นที่โปรดปรานของเฉียงหลงหวงตี้ สุดท้ายกลับมีรสนิยมพิสดาร อย่างเช่นสะสมชุนกงถูเอาไว้เต็มหีบ!’

ถ้าชื่อเสียงมารดาตกต่ำ ย่อมพาซาลาเปาสองลูกลำบากด้วย...

เฉียงหมินหลงเตรียมการช่วยเหลือรองรับเช่นนี้...

ตั้งใจแก้แค้นให้พวกนางรอดชีวิต แต่หน้าตาย่อยยับเชียว!

น่าหลันซือซือใคร่ครวญคิดแล้วย่อมโกรธแค้นเป็นธรรมดา ก่อนเพลิงโทสะจะมอดดับอย่างรวดเร็ว เมื่อสัญญาณหวาดระแวงเริ่มทำงาน หรือเขาเดิมพันว่านางคงเอาตัวรอดได้ ถึงจงใจส่งมาตอกย้ำว่าทุกย่างก้าว บัดนี้ปราศจากซึ่งอิสระแล้ว

สายตากลัดกลุ้มมองซาลาเปาแฝดที่กำลังเย้าแหย่กันบนโต๊ะอาหาร แล้วถอนหายใจ ไฉนเด็กน้อยหน้าตาน่ารักน่าหยิกเช่นพวกเขา จึงมีเตียเป็นหวงตี้ผู้ชั่วร้ายอย่างมากด้วย!

สวรรค์...นางปวดสมองเหลือเกิน!

หลังจากเปาจื่อกับเมี่ยนเปาหอมแก้มเหนียงคนงาม ทุกคนจึงแยกย้ายกันเข้าห้องนอน น่าหลันซือซือให้ชีรันช่วยเหลือธุระจุกจิกเสร็จแล้ว ก็ไล่เด็กสาวไปพักผ่อน วันนี้ต่างคนต่างหมดพลังงานพอดู บัดนี้นางจึงอยู่ตามลำพัง เพราะหลังจากร่วมหารือเกี่ยวกับซิย่ะ บรรดาผีสูงศักดิ์ล้วนห่างหาย คาดว่ากำลังสืบความอย่างเข้มข้นแน่

ร่างอ้อนแอ้นย่อเข่าลง แล้วออกแรงยกใหญ่ ลากหีบพระราชทานออกมาสำรวจหนังสือ สุดท้ายนางก็สองมือยึดเสาเตียง ใช้เท้าถีบหีบจนซุกเข้าไปที่เดิม น่าหลันซือซือทิ้งตัวลงนอนกางสองแขน จังหวะหายใจหอบลึก อา...ข้างใต้นี้คือกองราคะที่นางโดนบังคับให้หลับทับ ทุกเล่มจัดเข้าหมวดตำราวังวสันต์ ประกอบด้วยภาพวาดในลักษณะที่...ที่ชวนหัวใจตื่นเตลิดทั้งนั้น!

คิดเรื่องภัยพิบัติไม่พอ...

ยังจะมีภัยมังกรรุมเร้า!

หญิงสาวพลิกตัวนอนตะแคง สองตาเหม่อลอยทะลุม่านมุ้ง นางอดปรึกษาอู่เหวินฝูเกี่ยวกับซิย่ะ และพอจะมีโชคคุ้มครองให้รอดพ้นวิธีฉกชิงของเฉียงหมินหลงมาได้ ไม่เช่นนั้นเขาต้องได้หลักฐานสำคัญ ว่านางกับหลันเซียนเชิงคือคนเดียวกัน

เนื่องจากข่าวสารทางไกลในยุคสมัยนี้ เบื้องบนสามารถปิดบังเบื้องล่าง เบื้องล่างก็สามารถปิดบังเบื้องบน ดังนั้นไม่เพียงส่งผีไปสืบสถานการณ์สกุลจ้าวที่ชายแดนพายัพ น่าหลันซือซือจึงจำให้คนสองกลุ่มลงพื้นที่ห่างไกลด้วย จะได้อาศัยการข่าวลงมือปฏิบัติการทันท่วงที ระหว่างรอฟังข้อมูลที่ชัดเจนจากพวกเขา...

นางก็มีงานใหญ่ให้เร่งทำ!

-

-

--ต่อค่ะ--(แฮ่ม ก่อนหน้านี้ มันก็จะสั้นๆ หน่อย วันนี้นอกจากเฉลยชื่อตอนแล้ว ก็ยังเคร่งเครียดกันนิดหน่อย ที่แน่ๆ ท่าทางเฮียพญานกจะโดนรี้ดทุกคนด่าทอ(หรือไม่โดนนะ) ฮาาา...ครบ100เปอร์แล้วนะค้า แพนด้าก็จะหายอาทิตย์หรืออาทิตย์มาเจอกันใหม่จ้า อ้ออีกจิ้ดด หวงตี้นกท่านนี้ ที่เอาหีบชุนกงถูส่งไปให้น่าหลัน อาเฮียไม่คิดอะไรซับซ้อนค่า แค่พูดเป็นนัยๆ ดีนะเจ้าเอาตัวรอดมาได้เอง ไม่ต้องให้เจิ้นออกโรง ไม่งั้นยาวววว(ไม่รู้อะไรยาว) 5555)

โดยปกติวิสัยถนนท้ายพระราชวังหลวงมักอึกทึก ด้วยมีชาวเมืองเดินทางทำมาหากินอย่างคึกคัก ยิ่งเลยเทศกาลเฉลิมฉลองสำคัญมาไม่นานด้วยแล้ว เบื้องหน้าหงอวี้ลหวี่เตี้ยนจึงปรากฏลูกค้าเนืองแน่น ไม่เพียงวาดหวังสัมผัสธุรกิจที่รุ่งเรืองของสกุลอู่เหวิน พวกเขายังปลื้มปริ่มประหนึ่งรับพลังมงคลสู่ครอบครัว

นอกจากผู้อุดหนุนกิจการโรงเตี๊ยมหยกแดง ก็มีกลุ่มคนที่บูชาเซียนเชิงเนตรเทวาแห่งฉางอัน ทำให้ตลอดเส้นถนนและละแวกใกล้เคียง ฝูงชนดูพลุกพล่านเป็นอันมาก แม้จุดตั้งโต๊ะเผยโองการฟ้าของเหล่าหลัน ยามนี้จะปราศจากวี่แววหญิงชรา แต่เหตุใดแถวคนที่รอคอยกลับยืดยาวต่อเนื่องอยู่ ทั้งยังไม่มีทีท่ายอมถอดใจเสียด้วย

พวกเขาออกเดินทางจากทั่วสารทิศ กระทั่งชนต่างแดนยังร่วมยืนในแถว ระหว่างทุกคนคอยหัวขบวนขยับเขยื้อน สีหน้าก็ตื่นเต้น ทักทายกันจ้อกแจ้ก ไม่ละเว้นขุนนางลำดับล่าง บัณฑิต พ่อค้า กลุ่มบ่าวไพร่จากจวนต่างๆ และประชาชนทั่วไป ทั้งที่หลันเซียนเชิงไม่ได้ตั้งโต๊ะทำนายชะตา แล้วพวกเขามารวมตัวกันทำไม

นั่นเป็นเพราะประมุขสกุลอู่เหวินประกาศว่า จะจำหน่ายงานเขียนของหลันเซียนเชิงวันนี้ หงอวี้ลหวี่เตี้ยนเหล่าต้าไม่เพียงว่าจ้างแรงงานพิมพ์ ยังลงมือตรวจทานทุกตัวอักษรเอง ฉะนั้นกองหนังสือวางลงไม่ทันไร ย่อมยุบหายอย่างรวดเร็ว จนคนงานยกมาเติมหลายสิบรอบ ถึงกระนั้นแถวคนก็ยาวเหยียด เหตุใดพวกเขาอยากได้หนังสือเล่มหนึ่งเข้าขั้นบ้าคลั่งดังนี้หรือ...

คำตอบพบเห็นได้จากผู้ที่ซื้อตำรามาเป็นของตนแล้ว เขาเข้าไปรวมกลุ่มกับคนที่เตร็ดเตร่อยู่ใกล้ๆ จุดขาย เนื่องด้วยงานเขียนชุดแรกของเซียนเชิงเนตรเทวา มีทั้งหมดสิบสองเล่ม ใช้แผนภูมิสวรรค์ภาคปฐพีที่รู้จักในนาม ตี้จือ(มีอักษร 12 ตัว หรือ 12 นักษัตร) ต่างเกณฑ์แบ่ง นอกจากนั้นบนกระดานใหญ่ตรงจุดขาย มีกำหนดช่วงเอาไว้ละเอียดซ้ำ ฝูงชนสามารถนำวันเดือนปีเกิดของตัว เทียบตารางแล้วเลือกซื้อเล่มที่เหมาะสม หรือถ้าอ่านไม่ออก ผู้ขายยังพร้อมอธิบายจนเข้าใจ

สังเกตว่ากลุ่มคนที่เขาเข้าไปสมทบนั้น มีจำนวนมากกว่าตำราสิบสองเล่ม แล้วจะตกลงปันส่วนอย่างไรดี หลังรวมเงินซื้อจนครบได้แล้ว ให้ฉีกแบ่งไปกันคนละแผ่นหรือ แลเสียมูลค่าชอบกล ดังนั้นฝ่ายที่พอเขียนอักษรไหว จึงล้อมวงนั่งบนพื้น มือหยิบแท่งหมึกจับพู่กัน คนไหนเขียนไม่เป็น แต่ความจำดี ก็ใช้ความจำบันทึก

ในกลุ่มคนที่ประสานพลังซื้อหนังสือครบชุดนี้ บางพวกมาจากหมู่บ้านยากไร้ หนทางยังทุรกันดาร บางพวกก็ฐานะยาก กระทั่งยอมอดมื้อกินมื้อ เพื่อสนับสนุนเหล่าหลัน ยิ่งแว่วข่าวว่านางสุขภาพไม่ค่อยดี ทำให้ไม่ตั้งโต๊ะเผยโองการสวรรค์ช่วยนำทางชีวิตใครอีก ประชาชนยิ่งกระตือรือร้นอุดหนุน

ราคาต่อเล่มว่าแพงก็ไม่แพง แต่ถูกก็ไม่ถูกเท่าไหร่ วิธีลงขันหลายครอบครัว เพื่อซื้อสักหนึ่งชุดมาเทิดทูนยังบ้านเกิด จึงเป็นที่นิยมอันดับหนึ่ง พอล่วงเลยเข้าช่วงบ่าย ตำราที่เตรียมจำหน่ายกว่าห้าหมื่นเล่มกลับเกลี้ยงแผง ทว่ามีผู้ที่อยากได้เหลืออีกหลายคน

ก่อนจะเกิดเหตุชุลมุนเพราะตำราเกิดขึ้น อู่เหวินฝูก็ปรากฏตัว หนังสือชุดใหม่ที่เขากระจายไปยังโรงพิมพ์ต่างๆ จะทยอยมาถึงในวันพรุ่งนี้ หลายคนจึงถือโอกาสเที่ยวเล่นอยู่ในเมืองหลวง ทั้งที่นี่ยังตั้งโรงทานบำเพ็ญกุศล ต่อให้ไม่มีเงินซื้อข้าวกิน ก็พึ่งพาที่นี่ได้

พอพวกเขาได้สัมผัสบรรยากาศที่ทำการกุศลอย่างบริสุทธิ์ใจ อาหารก็มิใช่ของชั้นเลว แต่รสชาติกลมกล่อม ผู้คนต่างสรรเสริญคุณความดีสกุลอู่เหวิน หากมีคนได้ยินเสียงฝั่งภพชนไร้ร่างด้วย ย่อมถึงขั้นแผ่นดินไหวสะเทือนเป็นแน่

ในวันถัดมา ไม่เพียงมีตำราที่มากองรวมหน้าโรงเตี๊ยมหยกแดง กลับมีโต๊ะจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่าง มันคือกระบอกเก็บเคล็ด วัสดุที่ผลิตมีหลากหลาย ส่งผลให้ราคาแตกต่างกันไป เป็นการนำรายได้มาช่วยหนุนโรงทาน ฉะนั้นผู้ที่สนใจจึงพอมีเงินทองใช้สอยอยู่บ้าง

อู่เหวินเหล่าป่านเรื่องค้าขายสมกับเป็นอันดับหนึ่ง เขาได้ระดมช่างฝีมือออกแบบในเชิงศิลปะขาย สุดท้ายก็เป็นที่นิยมแทบทุกระดับชั้น ผู้ไหนอยากได้ แต่เจียดเงินซื้อหาไม่ได้ ที่โรงทานยังมีแจกจ่าย แต่อาจแลไม่มีราคาค่างวดมาก ทว่าคุณสมบัติใช้งานเหมาะสมพอดี

ในเมืองหลวงแคว้นจิ้นช่วงนี้ ก็มีเพียงความเคลื่อนไหวของเหล่าหลัน ที่เริ่มต้นจากสิ่งเล็กอย่างตำราชุดสิบสองเล่ม สุดท้ายกลับขยายผลกระทบโครงสร้างการค้า และกระทั่งแผนราชการของจักรพรรดิมังกร

หลังจบการประชุมวาระเช้ากับขุนนาง เฉียงหมินหลงมักเสวยพระกระยาหารกลางวันที่เทียนหลงกง แล้วทรงงานอย่างเคร่งครัดในห้องทรงพระอักษร ทว่าวันนี้กลับปรากฏผู้ร่วมโต๊ะกับเขาหนึ่งคน ชายผู้นั้นก็คือมู่ซิ่ว เฉิงเซี่ยงผู้เชี่ยวชาญเชิงเหวินถึงสองรัชศก

ปัจจุบันประมุขสกุลมู่ย่างเข้าวัยค่อนข้างชราแล้ว อายุรับราชการของมู่ซิ่ว เรียกได้ว่ายาวนานนับแต่ถือข้างเฉียงหวงไท่จื่อ กระทั่งยอมร่วมมือกับสกุลหวังที่ขัดแย้งผลประโยชน์กันอยู่ เพราะพวกเขาล้วนเชื่อมั่นในพระปรีชาของเฉียงหมินหลง แม้ขณะนั้นมีองค์ชายตัวเลือกอีกสองพระองค์ ซ้ำยังมีความสามารถโด่งดังเช่นกัน

แล้วกาลเวลายาวนาน ก็คัดสรรให้เหลือแต่เฉียงหลงหวงตี้ขึ้นครองบังลังก์มังกร ทั้งยังออกทัพจับศึกหนใด ศัตรูก็ขวัญกระเจิดกระเจิงหนนั้น ขณะที่เอ้อหวังจื่อของหยูไท่เฟย ถูกนักฆ่าไร้ที่มาลอบสังหารล้างจวนชิ่งหวัง และซานหวังจื่อของลี่ไท่เฟย ก็พ่ายสงครามกับชนเผ่านอกกำแพงหมื่นลี้ ซ้ำโดนพวกมันจับตัวไปเรียกค่าไถ่ จนตัดสินพระทัยจบชีวิตล้างอายแก่บรรพชนที่นั่น

เฉียงหวงไท่จื่อหลังจากประพันธ์บทสดุดีคุณความดีซานหวังจื่อ และประกอบพิธีอัญเชิญป้ายหินไร้เถ้าอัฐิเข้าสู่สุสานราชวงศ์แล้ว เฉียงหมินหลงจึงเสด็จสู่สงคราม กระทั่งปราบพวกชนเถื่อนจนราบคาบ

เงื่อนงำในเหตุการณ์ทั้งหมด ย่อมมีคนตั้งข้อกังขา ทว่าจะมีใครกล้าสืบค้นออกมาตีแผ่ และเขา...มู่ซิ่วก็ไม่นิยมคบหาวีรบุรุษพิทักษ์ใต้หล้าสักเท่าไหร่ ด้วยยึดถือว่ารังคว่ำไซร้ไข่ย่อมแตก ตราบใดโอรสสวรรค์ปกปักอาณาเขตให้สงบสุขได้ บางอย่างที่เป็นเงามืดภายในราชวงศ์ล้วนไร้ความจริง เขาจึงกังวลเพียงความมั่นคงส่วนตนกับบุตรสาว บนหนทางโชกเลือดที่พวกเขาฝ่าฟันมา ยังมีมือข้างไหนขาวสะอาด

จบมื้ออาหาร พวกเขาค่อยเปลี่ยนสถานที่ไปหารือยังห้องทรงพระอักษร เจ๋อจิวซิ่งยืนคอยเบื้องข้างจักรพรรดิ ขณะวรองค์สูงประทับที่โต๊ะทรงงาน เบื้องหลังเฉียงหวงตี้เป็นมังกรห้าเล็บ ผู้ประคองดวงแก้วท่ามกลางเปลวสุริยัน ช่างฝีมือชั้นเอกลงลายเส้นสลักนูนบนแผ่นทองคำ แลดุดันและศักดิ์สิทธิ์ประดุจภาพลักษณ์เอกบุรุษแห่งฮั่น

บนโต๊ะทรงงานกองฎีกาหลายฉบับที่ขุนนางนำเข้ากราบทูล เฉียงหมินหลงจะรับไว้ส่วนหนึ่งยามออกว่าราชการที่ท้องพระโรง อีกส่วนเป็นที่เสนาบดีกรมกองต่างๆ เขียนรายงานประจำวัน เขาไม่ชอบให้ใครยุ่มย่ามกับเอกสาร ฉะนั้นทุกๆ วัน ชายหนุ่มจะคัดแยกตามลำดับเร่งด่วนเอง 

ดังนั้นยิ่งกองสะสม งานหลวงที่รอการแก้ไขคงมีแต่โตวันโตคืน ถ้าไม่สบเหตุเร่งด่วนให้ชะลอการอ่านงาน อย่างที่เกิดหุนหันติดตามไป๋ฮวาเฟยกับหวังจื่อฝาแฝดออกนอกวัง เขามักวุ่นวายตลอดวัน หลังจากส่งหีบพระราชทานไปให้ นางคงพอสำเหนียกแล้ว การทำเรื่องลับหลังคนควรไตร่ตรองให้มาก

ทว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเล่า...

เฉียงหมินหลงมองตำราจำนวนสิบสองเล่มในมือ ก่อนและหลังวาระประชุมยามเฉิน(7.00-9.00) พวกมันเป็นที่ถกเถียงลับๆ ระหว่างข้าราชการใหญ่ ทว่ายังไม่มีผู้ใดนำหัวข้อขึ้นกราบทูล คงเล็งว่าศรัทธาในเซียนเชิงชราท่านหนึ่ง เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวพันถึงจักรพรรดิ

“มู่เฉิงเซี่ยงกล่าวความมาเถิด ว่าท่านกังวลอะไรอยู่ในใจ”

มู่ซิ่วสวมชุดขุนนางขั้นหนึ่ง ข้างเอวห้อยเพ่ยโส้วตราทองแถบม่วง สัญลักษณ์ประจำผู้ที่อยู่ใต้คนคนเดียว แต่อยู่เหนือคนนับหมื่น อัครเสนาบดีแห่งจิ้นโค้งกาย ประสานกำมือ เอ่ยเสียงชัดเจน

“ทูลหวงช่าง กระหม่อมส่งคนตามเรื่องราวนับแต่วันแรกที่อู่เหวินฝูเผยกำหนดการขาย และเขาก็นำหนังสือทั้งสิบสองเล่มมามอบให้กระหม่อมภายในวันที่ตั้งโต๊ะจำหน่าย แต่หลังจากกระหม่อมอ่านจนครบ เขาค่อยได้เอกสารลับที่สมาคมนายวาณิชย์เก้าสกุล กระหม่อมตรวจสอบแล้ว พบว่าจำต้องทูลรายงานเป็นการส่วนพระองค์ ป้องกันมิให้เกิดเหตุโกลาหลในหมู่ขุนนางและปวงชน หวงช่างโปรดพิจารณาเนื้อหาด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

เขายื่นม้วนกระดาษออกมาข้างหน้า เฉียงหมินหลงจึงคอยเจ๋อกงกงนำส่ง แล้วคลี่อ่านแถวตัวอักษรเพียงครู่หนึ่ง เค้าลางที่ยุ่งยากถึงกับปรากฏกลางหัวคิ้ว เขาวางกระดาษบนโต๊ะทรงงาน ก่อนเพ่งพิจมู่ซิ่วที่คล้ายคอยสนองรับสั่งโดยสงบ

“แล้วมู่เฉิงเซี่ยงคิดเห็นประการใด...”

มหาเสนาบดีทำทีชะงักคิด แล้วค่อยกราบทูล

“ทูลหวงช่าง เรื่องคำสาปภายในทะเลทรายพายัพ กระหม่อมนับว่าหูตาคับแคบ จึงไม่เคยได้ยินมาก่อน ทำให้ต้องใช้เวลาสืบความจากชนนอกด่าน ยามนี้กระหม่อมย่อมไม่สามารถถวายข้อคิดเห็นที่เหมาะสมได้ แต่ชุดตำราทั้งสิบสองเล่มของหลันเซียนเชิงนั้นก็...”

เขาเอ่ยนำเพียงเท่านี้ วรองค์สูงก็แค่นหัวเราะจากพระที่นั่ง

“ชิงบรรเทากรณีเลวร้ายไปก่อนแล้ว...หึๆ”

บุรุษทั้งสองวัยล้วนตระหนักแก่ใจ ยังไม่มีการข่าวที่ชัดเจนของคำสาปสีดำ ดังนั้นกระดาษแผ่นนี้เป็นเพียงคำทำนายลอยลมจากเหล่าหลัน เจ้าของฉายาเนตรเทวาแห่งฉางอัน ที่เฉียงหมินหลงรู้ตัวตนว่าคือใครนานแล้ว นอกจากนางจะเขียนตำราทำนายด้วยสิบสองอักษรตี้จือออกมา ภายในเล่มยังระบุวิธีสะสมมงคลชีวิตให้ผู้คนปฏิบัติตามด้วย

ในแต่ละตัวตี้จือ จะมีธัญพืชหนึ่งชนิดพร้อมอาหารแห้งหนึ่งชนิด ให้ผู้วันเดือนปีเกิดเข้าข่ายอยู่ในตัวอักษรนั้นๆ ค่อยเก็บสะสมไปวันละสามกำมือ เมื่อพิจารณาให้กว้างไกล ย่อมทราบ นี่เป็นการเริ่มต้นกักตุนเสบียงระดับครอบครัว ไม่เพียงเรียบง่าย ยังปราศจากหูตาทางการเพ่งเล็ง เพราะพวกเขาคงตัดสินแค่ความเชื่อที่ดูเลื่อนลอย มิใช่เรื่องประชาชนควรแตกตื่นเท่าเวลามีขุนนางระดมเก็บเสบียงขนาดใหญ่ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับสงครามระหว่างแคว้นในอนาคต หรือจะเป็นการก่อกบฏโค่นล้มบัลลังก์มังกร

เฉียงหมินหลงย้ำมุมปากยิ้ม และประเด็นสำคัญก็อยู่ที่ ถ้าเกิดเหตุการณ์ตามคำทำนายจริง เท่ากับบ้านหนึ่งหลังมีเนื้อสัตว์ตากแห้งกับเมล็ดธัญพืชกักตุนไว้อยู่แล้ว พวกเขาจะไม่เดือดร้อนในทันทีที่ธรรมชาติวิปริต จึงแบ่งเบาภาระของคลังหลวงในการส่งเสบียงช่วยเหลือ ทั้งชะลอภาวะข้าวอยากหมากแพงออกไปได้

แล้วประชาชนที่มีอาหารแห้งสะสมยามขาดแคลน ย่อมมีขวัญกำลังใจ การดูแลผู้ประสบภัยของทางการ ย่อมดำเนินโดยสงบเรียบร้อยขึ้น แต่ถ้าคำทำนายในกระดาษลับแผ่นนี้ เป็นเรื่องหลอกลวงกึ่งแสวงหากำไรของสมาคมนายวาณิชย์ พวกเขาก็กลายเป็นสิ้นปี นำของแห้งมาถวายวัดสร้างกุศล หรือปรุงกินในครอบครัว เพื่อสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ตามที่หลันเซียนเชิงชี้แนะ

นี่เรียกว่างมงายอย่างเห็นแก่อนาคต!

แผนการลับของนางบทนี้ ถือว่าลึกล้ำยิ่ง!

หมายถึงเส้นสายของเสียนเฟยชาวหรวนตี้ สามารถเชื่อมโยงกว้างไกลกว่าโอรสวรรค์แล้วหรือไร ที่แท้เกิดเหตุการณ์อะไรกับนางยามอยู่ในวังเย็น ฝ่ายไหนที่สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ใบหน้าหล่อเหลาคล้ำมืด ป่านฉะนี้ราชองครักษ์ลับยังไม่ทราบตัวคน จึงมีเพียงไป๋ฮวาเฟยล่วงรู้ผู้เดียว

“ทูลหวงช่าง กระหม่อมจะเร่งสืบความจนกระจ่างพ่ะย่ะค่ะ”

“ดี! เจิ้นให้ท่านดูแล”

มู่เฉิงเซี่ยงย่อมเต็มใจสนองพระบัญชา

“พ่ะย่ะค่ะ”

เฉียงหมินหลงนิ่งคิด ก่อนตรัสเชิงปรึกษา 

“เจิ้นควรรับมือคำทำนายหายนะอย่างไร กว่าจะพบความจริงที่นอกด่าน หว่านต้าสือหนงอาจไม่สามารถเปิดคลังหลวง จัดซื้อธัญพืชและอาหารแห้งช่วยเหลือประชาชนทันท่วงที”

มู่ซิ่วขมวดคิ้วตรึกตรอง พลางคำนึงถึงคำแนะนำของจูเฉิงเซี่ยงจ่างสือ เขาเป็นผู้ที่มอบตำราหลันเซียนเชิงและคำทำนายภัยพิบัติลับมาให้ ทั้งโน้มเอนข้างนับถือเหล่าหลันอย่างมาก ก่อนนี้มู่ซิ่วเคยขัดหูขวางตา ด้วยนิสัยสินบนเข้าไม่ถึงจูเสินฝู่ มาระยะหลังที่เขาปรับปรุงกลยุทธ์งาน ทว่ายังมีประการหนึ่งขัดใจเสนาบดีเฒ่าคงเส้นคงวา นั่นคือจูเสินฝู่ล้มเหลวในการติดต่อเหล่าหลันมาพบหน้าตน

“ทูลหวงช่าง กระหม่อมบังอาจคิดเรื่องนี้ล่วงหน้าไว้บ้าง แต่อาจไม่เป็นที่พอพระทัย...”

จอมคนย่อมไม่ถือสา

“มู่เฉิงเซี่ยงกล่าวมาเถิด วันหนึ่งๆ เจิ้นจะสำรวจใบหน้า ยังอาศัยคันฉ่องสะท้อนรูป หากจะวัดความสามารถของเจิ้น ย่อมต้องพึ่งพาจงเฉินทัดทาน”

อัครเสนาบดีฟังแล้วผิวหน้าแข็งค้างชั่วขณะ ไม่แน่ว่าโดนหวงช่างกระทบกระเทียบอยู่หรือไม่ เขาจึงตัดสินใจมุ่งหน้าต่อ

“ทูลหวงช่าง หลังจากตริตรองโดยรอบคอบแล้ว กระหม่อมค่อยเกิดข้อคิดเห็นเช่นนี้พ่ะย่ะค่ะ หากช่วงเวลาที่เหลือก่อนถึงปักษ์ลี่เซี่ย ออกราชโองการประกาศลดภาษีนำเข้าธัญพืชและอาหารแห้งจากต่างแคว้น ดึงดูดกองพ่อค้าต่างชาติให้เดินทางเข้ามาแสวงผลกำไร ซึ่งจะช่วยเสริมสินค้าไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลน แล้วระหว่างที่ราคาสินค้าค่อยๆ ไต่สูง หว่านต้าสือหนงก็คอยจัดซื้อเข้าท้องพระคลังอย่างเงียบเชียบ และป้องกันผู้ไม่หวังดีก่อเหตุแทรกแซง กระหม่อมจึงมีความเห็นเพิ่มเติม ถ้าอ้างอิงพระนามกงฝ่ายในออกหน้า เมื่อเชื่อมโยงกับตำราอักษรตี้จือทั้งสิบสองเล่มของหลันเซียนเชิง ในสายตาผู้คน ขุนนาง ตลอดประมุขแคว้นอื่นแล้ว การสะสมเสบียงคราวนี้ เกิดขึ้นด้วยอิทธิพลศรัทธาของราชวงศ์ ย่อมไม่นำมาซึ่งความแตกตื่นใดๆ แม้มีใครสืบทราบ รวมถึงพบหลักฐานที่ราชสำนักจิ้น ลักลอบวางนโยบายเก็บเสบียงแห้งวันละเป็นจำนวนมากด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

โอรสสวรรค์กดมุมปากยิ้มชั่ววูบ ก่อนทอดพระเนตรเฉิงเซี่ยงเฒ่าอย่างลุ่มลึก

“แสดงว่ามู่เฉิงเซี่ยงเองมีคนในใจอยู่ แล้วเป็นฝ่ายในกงใดเล่า”

มู่ซิ่วไม่หาญสบพระเนตรดำลึก ทั้งยังเพิ่มอาการนอบน้อมในท่วงท่า ขณะกราบทูลแผนการออกมาจนสิ้น

“กระหม่อมทบทวนหากงที่เหมาะสมอยู่นาน และตระหนักดีว่าช่วงเวลานี้ หวงช่างกำลังโปรดปรานไป๋ฮวากงยิ่งนัก แต่ไป๋เฟินเสียนเฟยก็มีชาติกำเนิดจากเผ่าหรวนตี้ ถ้าเป็นกงอื่น...กระหม่อมเกรงว่าอาจเกิดคำครหาถึงชื่อเสียงแว่นแคว้น”

จักรพรรดิหนุ่มสีหน้าถมึงทึง ทั้งที่ภายในพระทัยกำลังสรวลยกใหญ่ มู่ซิ่วช่างบรรจุเล่ห์กลเอาไว้เต็มท้อง!

ด้วยความหมายของมหาเสนาบดี ต๋าน่าหลันซือซือเป็นเสียนเฟยที่มีเชื้อสายชนนอกด่าน มารยาทจะตกหล่นไป หรือกระทั่งสติปัญญาอ่อนด้อย ใต้หล้าก็เพียงถอนหายใจหนึ่งสาย นั่นคือธรรมชาติกำเนิดของนาง แต่เมื่อไหร่ที่กลายเป็นยอดพธูชาวฮั่นออกหน้า เกรงว่าคนทั่วแคว้นจิ้นกระโดดลงหวางเหอ ก็ไม่อาจชำระกายให้สิ้นตำหนิ  

พระเนตรลี้ลับอย่างยากแกะรอย ว่าหวงช่างกำลังตริการใด ทำให้มู่ซิ่วยืนคอยเกือบหนึ่งเค่อ วรองค์สูงบนบัลลังก์มังกรถึงผ่อนคลายทีท่า

“เจิ้นก็คิดว่าที่มู่เฉิงเซี่ยงแนะนำมา ถือว่าเหมาะสมดีแล้ว แต่อย่างไรเจิ้นก็ต้องใช้เวลาทวนคิดก่อน ฉะนั้นหากเหตุสำคัญมีเพียงนี้ เจิ้นจะเรียกมาร่วมหารือภายหลัง”

“กระหม่อมทูลลาพ่ะย่ะค่ะ ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่นๆ ปีพ่ะย่ะค่ะ”

ลับหลังมู่ซิ่ว เฉียงหมินหลงค่อยเรียกหาราชองครักษ์ลับ บุรุษชุดดำปรากฏกายจากเงามืด แล้วคุกเข่ารอรับพระบัญชา

“รีบไปสืบความนอกด่านพายัพเกี่ยวกับซิย่ะ ทราบรายละเอียดเมื่อใดจงรายงานเจิ้นทันที กำชับให้ที่เหลือจับตาดูความเคลื่อนไหวของสมาคมนายวาณิชย์ รวมถึงความสัมพันธ์กับไป๋เฟินเสียนเฟยให้ดี”

“พ่ะย่ะค่ะ”

เขาสนองรับอย่างหนักแน่น

“ส่วนตัวเจ้า เจิ้นขอสั่งปลดฐานะราชองครักษ์ลับนับแต่นี้ไป!

ชายชุดดำชะงักครู่หนึ่ง ค่อยก้าวมาถวายตราสังกัดคืน แล้วถอยกลับมาคุกเข่า

“หลังจากเหตุการณ์สงบเรียบร้อยแล้ว ค่อยกลับมาพบเจิ้นด้วยสถานะแท้จริงของเจ้า ไป!

“ขอบพระทัยในพระเมตตาพ่ะย่ะค่ะ”

เขาประสานมือทูลลา และอาศัยมุมมืดออกเดินทางจากวังหลวง

เจ๋อกงกงแทบไม่เชื่อสายตา ยามเห็นหวงช่างทรงงานต่อด้วยพระอารมณ์ค่อนข้างระรื่น หยา...จากนี้ไป นับเป็นไป๋เฟินเสียนเฟยที่ต้องชดใช้กรรมเก่ากระมัง ไม่อาจประมาณจริงๆ นางประกอบบาปใดทิ้งไว้แต่ปางก่อน!


คุยกับแพนด้า:

ฮะแฮ่ม...สปีดการเขียนแพนด้ายังไม่ได้เพิ่มขึ้นแต่อย่างใดเลย 5555 

มีบางคนสงสัยฮ่องเต้ทวงอะไร จนน่าหลันซือซือกรี๊ดลั่นใจ ทะด๊าาา ยกมาจากตอนบุคคลผู้นี้ มีใบหน้าหนึ่งเป็นจอมมารผจญ (1) นะค้า 

ดวงตาหรี่เคลิ้มย่อมกระตุกเปิด ใบหน้าขาวผ่อง แม้พยายามเคร่งขรึมเท่าไหร่ สีแดงก่ำก็คล้ายประจานเนื้อในที่อ่อนชั้นเชิง 

“ทะ...ท่านกับข้า ต่างเป็นบุรุษ เหตุใดมาข่มเหงศักดิ์ศรีกันเช่นนี้ด้วย!”

ก่อนจะอ้าปากค้าง ด้วยมือใหญ่ข้างหนึ่งตะปบเหนืออก แล้วค่อยสอดผ่านสาบเสื้อเข้าภายใน ตามมาด้วยเสียงทอดถอนใจ

“ไม่ว่าใช้วิธีอะไรซ่อนของของข้า หากเอากลับมาคืนเท่าเดิมไม่ได้ เจ้าจะมีโทษสาหัส!”

ถูกหยามเกียรติขนาดนี้ ผู้ใดจะยังทำเยือกเย็นได้อีก ร่างน้อยจึงดิ้นรนสุดกำลัง ทว่าสองมือเขากลับเหนียวแน่นและว่องไว ไม่เพียงลูบคลำยังบีบเคล้น หญิงสาวดิ้นหนีจนผิวแดงก่ำ หายใจหอบสิ้นเรี่ยวแรง

งานไฟหน้าก็มี งานหนองโพก็มา แฮ่มมม...แพนด้าถลาลงไปกลิ้งกับพื้นเลย 5555


สถานะเรื่อง: ยังไม่จบ 

สถานะการลงเรื่อง: ยังลงต่อเนื่อง

สถานะสต็อก: ไม่มี (ปั่นสด ตรวจสด)

วันนัดเจอตอนต่อไป: ยังระบุไม่ได้ (อาจจะเป็นวันไหนก็ได้)

จะลงกี่เปอร์เซ็นต์ในหนึ่งตอน: ระบุไม่ได้ (เท่าที่มีในวันที่ลง)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.423K ครั้ง

125 ความคิดเห็น

  1. #4552 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 20:06
    พี่เต้มีแผรอะไรอีก

    ซือซือสู้ๆ
    #4552
    0
  2. #3943 นักอ่าน (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / 16:27

    มาต่อด่วนค่าาาา

    #3943
    1
    • #3943-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 48)
      29 พฤศจิกายน 2561 / 23:55
      มาแล้วจ้า
      #3943-1
  3. #3933 wilaiwan111 (@wilaiwan111) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 11:11
    รู้สึกว่าอ่านในห้องสมุดจะเป็นฝ่ายหญิงคิดอ่านในเด็กดีจะเป็นฝ่ายชายคิดสนุกดีค่ะอ่านทั้งสองบ้าน
    #3933
    3
    • #3933-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 48)
      29 พฤศจิกายน 2561 / 23:53
      อุ้ยยย ได้อย่างนั้นเลยเหรอคะ
      #3933-1
    • #3933-3 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 48)
      30 พฤศจิกายน 2561 / 16:42
      555555555 ไม่เป็นไรค่า
      #3933-3
  4. #3906 จิล (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 17:41

    ของๆข้าที่ว่านี่คือหน่มน้มที่ชอบจับชอบคลึงใช่ไหม หื่นแบบโหดก็ได้!!!

    #3906
    0
  5. #3905 H-ray (@H-ray) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 16:54
    รอค่ามาไวๆนะคะ
    #3905
    0
  6. #3902 Maple_land346 (@januaryofyears) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 13:55
    Waiting for you panda
    #3902
    0
  7. #3899 นักอ่าน (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 12:45

    มาลงไว้เลย

    #3899
    0
  8. #3896 suprem-leader (@suprem-leader) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 07:42

    555นางน่าสงสารนะคะ//จริงจริ๊งงง
    #3896
    0
  9. #3895 chrysalis_devil (@chrysalis_devil) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 21:10
    คือแบบ นี่มันเจ้ากรรมนายเวรเวอร์ชั่นติดสปีดเทเลพอร์ตได้ชัดๆเลย เป็นดูเหนียงของเจ้าเปาบ้าง วางแผนแกล้งเค้าอยู่นั่นแหลั
    #3895
    0
  10. #3894 Good One D@y (@magic_girl) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 20:53

    555 โอ้ย นางเอกทำกรรมอะไรไว้เนี่ย 555 จะสงสารก็อยากนะ แต่ขำมากกว่า

    #3894
    0
  11. #3893 Tababuya (@Tababuya) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 19:44

    รอคอยอย่างอดทนค่ะ ขอบคุณนะคะ สำหรับนิยายสนุกๆ

    #3893
    0
  12. #3891 pop_zaza (@SunidaLuangjam) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 11:50
    ซือซือ ฉลาดและแยบยลในการวางแผน แต่ระวังฝ่าบาทเอาคืนนะเจ้าคะ
    #3891
    0
  13. #3890 พาส (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 07:35

    นาง นางโดนอีกแล้ว คือทำอะไรก้อขึ้นยัญชีเนอะ ทบต้นทบดอกนี่นางจะตายคาอกพี่เต้ไหม หึหึ

    #3890
    0
  14. #3889 ~PiMMNaRa~ (@himmel92) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 05:35
    เนาชอบเรื่องนี้มาก ไม่อยากอ่านแบบขาดๆแล้ว เราขี้ลืม ไรแต่งเสร็จประมาณเดือนไหนหรอคะ ลงebook มั้ย จะรอคะ :)
    #3889
    1
    • #3889-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 48)
      27 พฤศจิกายน 2561 / 09:46
      แพนด้าเขียนแพลนคร่าวๆ ไว้่ในตอนแล้วนะคะ อีบุ๊กทางสนพ.น่าจะออกแน่นอนค่ะ
      #3889-1
  15. #3888 Namnung_nung (@Namnung_nung) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 05:29

    งื้ออ อ่านยังไงก็ไม่เคยพอจริงๆ ไรท์สู้ๆนะค้า
    #3888
    1
    • #3888-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 48)
      27 พฤศจิกายน 2561 / 09:50
      ขอบคุณค่า
      #3888-1
  16. #3887 decemberrain (@decemberrain) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 04:11

    writer...น่ารักมากถึงจะแอบน้อยกว่าน้องเปานิ๊ดนึงนะแต่ก็น่ารักที่ตอบ reply all the comments ขอบคุณนะ

    #3887
    1
    • #3887-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 48)
      27 พฤศจิกายน 2561 / 09:51
      แพนด้าตอบได้ก็จะตอบนะคะ แต่หลังจากนี้คงไม่ได้แล้ว
      #3887-1
  17. #3886 ตัวน้อยผู้โง่งม (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 03:26

    เราชื่นชอบไอเดียเรื่องการแก้ปัญหาซิยะของผู้เขียนมากเลยค่ะ ใช้ความเชื่อตีเนียนให้กักเสบียง บรรเจิดแท้
    แต่...หมั่นไส้ฮีเต้จริงๆ ความรู้สึกมันก่ำๆ กึ่งๆ ระหว่าง อยากเข็นเรือลำนี้ต่อไป แต่ก็ปะปนกันไปกับ อยากบอมบ์เรือลำนี้ทิ้งไปซะ จริงๆ ให้ตายเถอะ
    กว่าผู้เขียนจะอัพ เราคงลงแดงผสมกับความมโนไปเป็นอาทิตย์แหง่มๆ เลยค่ะ เราจะรอนะคะ และขอบคุณสำหรับนิยายค่ะ


    #3886
    3
    • #3886-2 เอก (จากตอนที่ 48)
      18 พฤศจิกายน 2561 / 10:34
      ยี้!!!! ชอบอิเต้ลงได้ไงอ่ะ ทิ้งเมียอยู่ในคุกห้าหกปี มีแค่หาประโยชน์ไม่ได้โปรดปรานอะไรเลย มาสน ีกทีเพราะเห็นความแปลก แหวะๆๆๆๆ

      ปล.ไรท์ก็ยังม้วนบิ้นเขียนงง น่ารำคาญอยู่เหมือนเดิม
      #3886-2
    • #3886-3 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 48)
      27 พฤศจิกายน 2561 / 09:45
      คุณเอก: แพนด้าขอกอดทีนะคะ เขียนงง น่ารำคาญ ความรู้สึกดาวน์หายทันทีเพราะคำว่าเหมือนเดิม ขอบคุณจริงๆ ค่ะ ที่ยังอ่านกันอยู่นะคะ
      #3886-3
  18. #3884 minmanee (@minmanee) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 00:56
    เกลียดฮ่องเต้อะ
    #3884
    0
  19. #3883 @_sassygirl_@ (@friday11) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 00:38
    ปิดพี่เต้ไม่ได้จริงๆหนอ
    #3883
    0
  20. #3882 Brink Pitt (@bpitt) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 00:35
    เอ๊า รู้แล้วว่าไผเป็นไผ แต่ยังไม่รู้ไม่หมดงั้นหรอ
    #3882
    0
  21. #3881 Limimi (@Limimi) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 00:24

    พี่เต้จะช่วยเมียด้วยวิธีนั้น ช่างกล้าคิดนะพี่นะ555 ดีแล้วที่น้องซือรอดตัว ไม่งั้นชื่อเสียงคงพังนับอย่างที่น้องว่าไว้

    #3881
    1
    • #3881-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 48)
      27 พฤศจิกายน 2561 / 09:51
      เก่งมากค่ะ นางคงหน้าตาป่นปี้หมดแน่นวล
      #3881-1
  22. #3880 Taksina_Tangkwa (@Taksina_Tangkwa) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 22:31
    1 อาทิตย์ เกินกว่านี้ มีลงแดง
    ในที่สุด ซื้อก็ทำสำเร็จ
    #3880
    0
  23. #3879 เฉิงหนิงต้า (@KaekaiUreka) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 22:31
    เจ้าเล่ห์ทั้งคู่เลย..แยบยลสุดๆ
    #3879
    0
  24. #3878 NuReader (@NuReader) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 22:23
    ลุ้นๆๆ ทุกตอนอะแพนด้า หายหนึ่งอาทิตย์ต้องมีมาให้อ่านเยอะๆ นะ
    พี่เต้ต้องให้รางวัลน้องด้วยน้องเตรียมตัวไว้ให้แล้ว ยังจะใช้งานน้องเพิ่มอีก รอๆๆๆ
    #3878
    1
  25. #3877 Arisara_P (@Arisara_P) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 21:52
    อยากเห็นไหน้ำส้มแตก เอาให้น้ำส้มท่วมวังหลวง หมั่นไส้อิเต้ เมียสวยฉลาดขนาดนี้ ไม่น่ามาอยู่กะเต้เล้ย5555
    #3877
    1
    • #3877-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 48)
      27 พฤศจิกายน 2561 / 09:51
      ง่าาาา ใครจะกล้ายุ่งคนโปรดพี่เต้คะ
      #3877-1
  26. #3844 168999au (@168999au) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 13:07
    ป๋าสมกับเป็น มังกรราคะ ชั่วร้ายจริง
    สู้ๆคะ สัมมาอาชีพจะมีเยอะอะนะคะ ระกว่างนี้
    #3844
    4
    • #3844-3 168999au (@168999au) (จากตอนที่ 48)
      14 พฤศจิกายน 2561 / 23:43

      ใช้งานก็หนัก กลั่นแกล้งก็ที่หนึ่ง คว่ำเรือได้ไหมคะ 😂
      #3844-3
    • #3844-4 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 48)
      27 พฤศจิกายน 2561 / 09:50
      55555555
      #3844-4