หลงฮวา ดอกไม้มังกร (龍花) ผ่านการพิจารณากับสนพ.ปริ๊นเซส

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,267,975 Views

  • 5,463 Comments

  • 13,853 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    45,349

    Overall
    1,267,975

ตอนที่ 50 : บทที่36: ฉู่หวังนิยมเอวคอด เฉียงหวงตี้นิยมจริตจิ้งจอก 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52156
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3752 ครั้ง
    16 ธ.ค. 61

บทที่36: ฉู่หวังนิยมเอวคอด เฉียงหวงตี้นิยมจริตจิ้งจอก 100%


(เฉียงหมินหลง/เฉียงหลงหวงตี้: ความน่ารักนี้ ไม่ทราบอ้ายเฟยไปได้แต่ใดมา จึงไม่ใช่ความผิดเจิ้นแท้ๆ!!!)


หนึ่งวรรคที่ถูกจารึกด้วยเลือดเนื้อบนใต้หล้า จะประทับใจความอย่างยืนยงได้ ก็ต่อเมื่อทายาทของตระกูลยังคงเปี่ยมพลังอุตสาหะ รักษาชื่อเสียงบรรพชนจนลือชาสืบทอด หาไม่ย่อมตกสู่วัฏจักรที่หลายอารยธรรมก่อตั้งขึ้นและล่มสลายไป เรื่องราวเหล่านั้นล้วนลบเลือนอยู่ในกาลอดีต นี่คือสัจธรรมข้อหนึ่ง ที่แผ่นดินอันไพศาลสมบูรณ์ผืนนี้ ยึดถือมาเนิ่นนาน... 

และท่ามกลางมหาสมุทรเวลาที่กว้างใหญ่ ทั้งเกลื่อนกล่นด้วยสิ่งอัศจรรย์มากประเภท ผู้ใดจะมาขวนขวายพิจารณากรวดหินเบื้องล่าง ว่ากำเนิดจากซากศพหลายล้านชีวิตก่อนหน้า หรือสนใจว่าหนึ่งในนั้นคือตระกูลจ้าวที่ต้องทัณฑ์ประหารล้างสกุล

ฉะนั้นประโยคที่ผู้คนเคยกล่าวขานอย่าง เป่ยซีจ้าว หนานตงหวัง สุดท้ายเสมือนสายลมหนึ่งกระแส ยามผ่านพ้นยุคสมัยอันแรงกำลังแล้ว ก็คล้ายไร้ร่องรอยที่มีตัวตนอยู่ ทว่า ณ ซอกมุมอับชื้นของโถงถ้ำแห่งหนึ่ง บัดนี้กลับแว่วบทเพลงกล่อมเด็กที่สดใสขึ้น

สำนักประดิษฐ์(造府 อ่านว่า จ้าวฝู่ แปลว่า สำนักประดิษฐ์ ออกเสียงใกล้เคียงกับชื่อจ้าวฟู่ ต้นตระกูลจ้าว)ชาวซีโจว เชี่ยวชาญฝูงอาชาพันลี้ สร้างความดีความชอบครั้งยิ่งใหญ่ หวางแห่งซีโจวจึงมอบต้นแตงโม แตงโมต้นนี้ ปลูกแล้วก็ให้ลูกใบโต รสชาติฉ่ำน้ำหวานล้ำติดลิ้น ผู้คนจึงมักฝันใฝ่ แตงโมทางเหนือสำนักประดิษฐ์(北西瓜造府 อ่านว่า เป่ยซีกวาจ้าวฝู่ ตีความโดยนัยก็คือ เป่ยซีจ้าว(ฟู่)

ลำนำพื้นบ้านที่ผู้คนในรัชศกหมิงหลงต่างลืมเลือนสิ้น กลับวนสะท้อนอยู่รอบโถงถ้ำหลายวาระเวลา ทารกตัวแดงที่แต่แรกหงุดหงิดจนน้ำตาคลอ เมื่อบทเพลงขับขานขึ้นมา ดวงตาเขาก็วาวสะท้อนแสงคบ เผยอารมณ์กระตือรือร้นทันใด

ภายในอ้อมอกที่อบอุ่นของมารดา เด็กน้อยยัดนิ้วกลมป้อมใส่ปาก กะพริบตาฟังซ้ำๆ โดยไม่รู้เบื่อ ชั่วชีวิตพวกเขาล้วนอาศัยเปลือกนอกของสถานที่ อันเป็นแผ่นดินแห้งแล้งอย่างมาก ดำรงชีพและปลอดภัยจากศัตรู

ยามกลางวัน ข้างนอกสะท้อนแค่ไอแดดร้อนระอุ ยามกลางคืน ก็ปลดปล่อยเพียงไอเยือกแข็ง ประดุจแดนนรกที่ฟ้าดินมีไว้ลงทัณฑ์วิญญาณบาป ทำให้หินทุกก้อนและทรายทุกเม็ด เผยแต่รูปร่างที่คดงอ เสมือนแสดงอาการเจ็บปวดเข้าขั้นทุรนทุรายอยู่เสมอ

 

ยามเบื้องบนประกาศราชโองการลดภาษีนำเข้าธัญพืช คาราวานพ่อค้าก็ดาหน้าเข้ามาทำการค้า ยิ่งค้นพบว่าช่วงนี้จำหน่ายได้ราคาดี พวกเขายิ่งนำขบวนเกวียนข้ามชายแดนบ่อยขึ้น ทว่าต่อให้มีการนำเข้าเป็นจำนวนมากแล้ว ด้วยปริมาณความต้องการในแต่ละวันของผู้คน ยังผลักดันราคาธัญพืชค่อยๆ ขยับสูง ผู้ลงทุนเพาะปลูกย่อมสามารถลืมตาอ้าปากได้

ถึงแม้จะเห็นแก่ปากท้องครอบครัวมากเท่าไหร่ พวกเขาก็ไม่ลืมถือเคล็ดยอดนิยมของหลันเซียนเชิงด้วย บ้านทั่วๆ ไปหลังหนึ่ง จึงเก็บสะสมธัญพืชอยู่หลายกำมือ ทั้งยังมีอาหารแห้งซ่อนในหีบสมบัติ นอกจากนี้ที่โรงทานท้ายพระราชวังมังกร ผู้มีใจกุศลเข้มข้นอย่างสกุลอู่เหวินและคณะ ก็บริจาคธัญพืช รวมถึงอาหารแห้งแก่ผู้ยากไร้ บางรายถนอมเก็บตามพลังศรัทธา บางรายกลับรวบรวมไปแลกเงิน ทั้งหมดต่างพึงพอใจและสุขสบายดี

ไม่เพียงชุดตำราตี้จือที่สร้างกำไรแก่หงอวี้ลหวี่เตี้ยนเหล่าต้า เขายังขายงานฝีมือที่เพิ่มมูลค่าเป็นเท่าตัวได้กับชนชั้นสูง แม้สกุลอู่เหวินจะฉวยกำรี้กำไรไปได้หลายกอบกำ แต่อีกด้านหนึ่ง อู่เหวินเหลาป่านก็ประกอบกุศลกับโรงทานไม่ได้ขาด ทางการหรือชาวเมืองย่อมปราศจากผู้ที่เล็งจะหาเรื่องราว

ในที่สุดเทศกาลปีใหม่แสนคึกคัก ก็ผ่านไปอย่างราบรื่นแล้ว เฉียงหมินหลงทรงงานเสร็จกลางยามเว่ย(เวลา 13.00 น. 15.00 น.) คืนนี้มีเวลาพักผ่อน จึงมุ่งหมายจะผ่อนคลายที่ฝ่ายใน พร้อมกับมีเป้าหมายบางประการอยู่ จักรพรรดิหนุ่มจึงเรียกยี่เส้าฝู่ ผู้ดูแลถาดป้ายประจำราชสำนักเข้าเฝ้าก่อนเวลา จากนั้นค่อยเลือกป้ายไป๋เฟินเสียนเฟยแห่งไป๋ฮวากง เป็นผู้ถวายการปรนนิบัติอย่างชิดเชื้อ

ทว่าการตัดสินพระทัยเช่นนี้ กลับปราศจากผู้ประหลาดใจ ทุกคนต่างทราบความ โฉมสะคราญชาวหรวนตี้ยังนับเป็นที่เฟื่องฟูอยู่มาก เมื่อหวงช่างทรงเหน็ดเหนื่อย ย่อมคิดถึงไป๋เฟินเสียนเฟยก่อนนางใด ยี่เส้าฝู่จึงไม่รอช้าส่งขบวนคนไปแจ้งข่าวที่ไป๋ฮวากง

เมื่อมีกลุ่มกงกงเดินทางมาเตือนอย่างขันแข็ง ตำหนักดอกไม้ขาวจึงถึงคราววุ่นวายขึ้นมา น่าหลันซือซือจำปรับแบบแผนประจำวันใหม่ ระหว่างนั้นยังสังเกตเด็กสาวคนสนิท เห็นว่ามีสีหน้าว้าวุ่นเกินปกติ ย่อมพอเข้าใจความรู้สึกชีรัน หลังจากเฉียงหมินหลงพากลับวังหลวงแล้ว พวกนางก็ไม่ได้เผชิญหน้ามังกรจอมมารผู้นั้นอีก ด้วยวิถีมนุษย์ธรรมดา สาวน้อยไม่คงบังอาจหยั่งน้ำพระทัยจักรพรรดิ

แต่สำหรับผู้ครองพรสวรรค์พิเศษเช่นนาง กลับรับข่าวสารจากบรรดาผีวังหลวง จนทำให้วางใจไปแต่สองวันแรกแล้ว อย่างไรเขาก็เจตนาใช้ชาติกำเนิดของต๋าน่าหลันซือซือ ดำเนินการเติมเสบียงเข้าคลังหลวงอยู่ ดังนั้นคงยอมละเว้นโทษเหลวไหลบ้าง

“อารันไม่ต้องกังวลไป ที่ไม่มีย่อมหมายความว่าไม่มี”

ฟังนายหญิงให้คำมั่นแล้ว แม้ไม่อาจถอนรากความระแวงทิ้ง แต่กิริยาสาวน้อยก็ดูเป็นธรรมชาติขึ้น น่าหลันซือซือจึงส่งรอยยิ้มต่างพละกำลัง เตรียมเผชิญหน้ามหาบุรุษแห่งยุคต่อไป จากนั้นสองนายบ่าว ค่อยเริ่มต้นเตรียมอาหารคาวหวานด้วยกันอย่างใจเย็น เพราะเฉียงหมินหลงมักเสด็จใกล้เคียงกับซาลาเปาน้อย

โดยเฉพาะระยะหลัง หากเฉียงหมินหลงสามารถปลีกตัวจากราชกิจ เขาชอบไปสอดส่องพฤติกรรมคู่แฝดที่อี้เทียนกง คือสาเหตุให้เปาจื่อกับเมี่ยนเปาพบชายขบวนสีทองคำ ที่ปรากฏวับแวมแถวตำหนักเล่าเรียนบ้าง พาให้พวกเขากลายเป็นที่ข้าราชบริพารเอาใจใส่ยิ่ง

และไม่คลาดเคลื่อนจากที่น่าหลันซือซือคาดเดาไว้ ยามนี้เจียนอวี๋มังกรทองขนาดแปดคนหาม กำลังมุ่งหน้าสู่อี้เทียนกง พอเฉียงหลงหวงตี้เสด็จถึงตำหนักใหญ่ เหล่าเชื้อพระวงศ์ที่อยู่ในวัยศึกษา ต่างเปล่งเสียงถวายพระพรอย่างกึกก้อง

เฉียงหมินหลงอนุญาตให้ทุกฝ่ายผ่อนคลายอิริยาบถ ด้วยการนั่งประจำตำแหน่งของตนเอง ก่อนจะทอดพระเนตรรัชทายาทน้อยที่อยู่แถวหน้าสุด

“หมินฉี ขณะนี้ แตกฉานตำราเล่มใดบ้างแล้ว”

เมื่อไหร่ที่เขามาอี้เทียนกงอย่างเป็นทางการ สำนักศึกษาหลวงแห่งนี้จะเตรียมสถานที่โอ่โถงให้ประทับ จากนั้นก็แจ้งเชื้อพระวงศ์ทั้งหมดที่ร่ำเรียนอยู่ มาเข้าเฝ้าจักรพรรดิโดยพร้อมเพรียงกัน คล้ายให้จักรพรรดิทรงตรวจสอบความก้าวหน้าทางแขนงวิชาพวกเขา

“เอ๋อเฉินบรรลุคัมภีร์ซือ ซู หลี่ และเล่อ(ตำราบังคับศึกษาของรัชทายาท)แล้วพ่ะย่ะค่ะ ฮั่นจี้ของสวินเย่(บันทึกประวัติศาสตร์ของราชวงศ์ฮั่น เขียนโดยสวินเย่ ราชวงศ์ตงฮั่น มีจำนวนสามสิบบรรพ)ก็จดจำได้ถึงบรรพที่ยี่สิบเก้า และเอ๋อเฉินยังสนใจศึกษาอู๋เหวย(หลักอกรรมของเต๋า)ด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

“นับจากนี้ให้ไท่ซือ(ราชครู ผู้ให้การสอนสั่งรัชทายาท)เพิ่มพูนประสบการณ์นอกตำราแก่จิ่นคงหวงไท่จื่อเป็นสำคัญ เจิ้นจะได้ทดสอบไหวพริบนอกตำราของหมินฉีต่อไป”

เว่ยเจิ้งหยวนย่อมนำคณะไท่ซือ ประสานมือรับพระบัญชาอย่างเคร่งครัด

“พ่ะย่ะค่ะ!

เมื่อเฉียงหลวงหวงตี้ตรัสถามไปตามลำดับ ถัดจากเฉียงหมินฉี จึงเป็นเฉียงอิงชู่กงจู่ในกังเจาเยวี่ยน และเฉียงหลินเซียนกงจู่ในอดีตเสวียชงอี๋ เนื่องด้วยทั้งสองเป็นเด็กหญิง แนวทางการศึกษาย่อมแตกต่างจากบุรุษ พวกนางก็แสดงความสามารถผ่านดนตรีหรือศิลปะวิชา

หลังจากพระราชทานรางวัลแก่กงจู่ทั้งคู่โดยเท่าเทียมแล้ว ค่อยมาถึงหวังจื่อฝาแฝดในไป๋เฟินเสียนเฟย หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่าสาเหตุที่พวกเขาสีหน้าไม่ดีเล็กน้อย เพราะขาดความมั่นใจในทักษะวิชา แท้จริงแล้ว ซาลาเปาสองลูกเพียงกังวลที่โดนฟู่หวงจับได้ ว่าก่อนนี้เคยลักลอบออกเที่ยวเล่นกับไป๋เฟินเหนียงเหนียงนอกวังหลวง เปรียบเสมือนควายแคว้นหวู เห็นพระจันทร์ก็หอบ(คนที่มีจิตใจหวาดกลัวสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เมื่อพบสิ่งที่คล้ายคลึงกัน ก็ชิงหวาดกลัวไปก่อน)

“เจิ้นได้ยินมามากว่า ความสามารถพวกเจ้าก็ไม่ด้อยไปกว่าซงตี้(พี่น้องผู้ชาย)และเจี่ยเม่ย แต่ยังเริ่มต้นศึกษามาไม่นานนัก ฉะนั้นจากนี้ไปจงตั้งใจเล่าเรียนให้มาก หนนี้เจิ้นให้เจ้าทั้งคู่ดูพวกเขาเป็นแบบอย่างที่ดี ปีหน้า เจิ้นจึงจะทดสอบความสามารถของพวกเจ้าเช่นเดียวกัน”

จริงๆ แล้ว หากฟู่หวงมีพระบัญชาให้ประชันทักษะวิชากับหน้าไหน พวกเขาต่างไม่มีขลาดกลัว แต่ในเมื่อทรงเมตตาให้เรียนรู้เป็นปีแรก หวังจื่อฝาแฝดก็ประสานมือขอบพระทัยอย่างนอบน้อม จากนั้นเฉียงหมินหลงจึงอนุญาตให้แยกย้ายกันไป ต่างคนต่างเดินทางกลับตำหนักตนเอง โดยไม่ข้องแวะใดๆ อันเป็นปกติวิสัย ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่ต้องชิงดีชิงเด่น ผู้คนย่อมมิได้แปลกใจกับความสัมพันธ์ที่ห่างเหินระหว่างเชื้อพระวงศ์

ยามเซิน(15.00-17.00)ขบวนผู้ตามเสด็จของซาลาเปาน้อย ก็เดินทางมาถึงไป๋ฮวากงก่อนเฉียงหลงหวงตี้ และประมาณสองเค่อ(30นาที)ถัดมา พวกเขายังไม่ตื่นตระหนก แม้มีคนส่งเสียงประกาศการเสด็จของฟู่หวงดังลั่นอยู่ สัญญาณสำคัญที่ทำให้หวังจื่อฝาแฝดรับรู้ล่วงหน้า ย่อมเป็นไป๋เฟินเหนียงเหนียง ที่วันนี้ประโคมแต่งกายงดงามบาดจิตบาดใจผู้คน กระทั่งกงกงหรือกงปี้ภายในตำหนักดอกไม้ขาวยังเสียกิริยา แสดงอาการปากอ้าตาค้างให้เห็น

พอกลับมาพบเหนียงในรูปลักษณ์เลิศล้ำดังนี้แล้ว พวกเขายังไม่อาจรับรู้อีกหรือว่า ไป๋ฮวากงสมควรรับรองผู้ใด!

ระหว่างร่วมโต๊ะเสวยกับเฉียงหลงหวงตี้ กิริยาเกร็งเครียดของทุกคนทยอยจางหาย เมื่อจักรพรรดิไม่พาดพิงถึงความผิดครั้งเก่า ทั้งยังใช้ตะเกียบคีบกับข้าวแจกจ่ายใส่ชามข้าวพวกเขาด้วย น่าหลันซือซือหลุบตาลง ด้วยรับรู้ถึงกระแสเสน่หาหนักแน่นจากร่างสูงใหญ่

การหลบเลี่ยงความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยา คล้ายจะดำเนินมายังปลายทางแล้ว ถ้าสังเกตผิวเผินจากวิธีแต่งกายของนางในขณะนี้ เสมือนส่งสัญญาณศิโรราบแก่เขา ทว่าน่าหลันซือซือมีการข่าวที่แม่นยำยิ่งกว่ากองราชองครักษ์ลับ ไหนเลยจะไม่รู้ว่าเป็นการเสด็จ โดยมีเนื้อหาสำคัญกว่าแค่สนองกิเลสประสาชายหญิง ส่วนลึกของนางถึงกล้าลงเดิมพัน ว่าเฉียงหมินหลงมิใช่บุรุษที่หลงใหลรสชาติสตรี กระทั่งยอมละทิ้งราชการแผ่นดิน

เมื่อสองเปาคลายระวัง สุดท้ายพวกเขาก็ไปออกกำลังกายกับฟู่หวงอย่างคึกคัก ส่วนน่าหลันซือซือมีหน้าที่นั่งดูพ่อลูกร่วมทำกิจกรรมกัน เช่นเดียวกับข้าราชบริพารทั้งหลาย

หลังจากได้เวลาเหมาะสม ชีกงปี้กับเจ๋อกงกงยังคอยรับใช้ไป๋เฟินเสียนเฟยและหวงช่าง ขณะที่เผิงกงปี้ดูแลหวังจื่อฝาแฝดสรงน้ำ หญิงสาวทรงเครื่องแต่งกายหลายชิ้น ทำให้เสียเวลาปลดออกนานกว่าปกติ เฉียงหมินหลงจึงพากายลงไปแช่น้ำคอยแล้ว

น่าหลันซือซือสวมชุดคลุมตัวในเดินเข้ามาอย่างเงียบเชียบ นางทำการปรนนิบัติเหมือนทุกคราว แต่เปรียบเทียบกับครั้งอื่นๆ เฉียงหมินหลงค่อนข้างเย็นชา คล้ายใช้งานคนปฏิบัติหน้าที่กูกูประจำตัว จึงปราศจากสัมผัสเล้าโลมที่หวังให้สาวงามพร้อมใจ

หลังจากแยกข้างไปผลัดชุดนอนและก้าวพ้นฉากบังตา ภายในห้องก็เหลือลำพังคู่หนุ่มสาว ส่วนชีรัน เจ๋อกงกงกับกูกูประจำกายจักรพรรดิ ล้วนล่าถอยไปผลัดเวรเฝ้าด้านนอกแล้ว นัยน์ตาดำขลับจ้องสิ่งของที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง เห็นเป็นกองตำราสิบสองเล่มพร้อมกระปุกเคลือบ ระยะนี้หลายชนชั้นนิยมซื้อหามาสะสมธัญพืชผสมอาหารแห้ง จึงเกิดหลายรูปแบบ แตกต่างกันทั้งราคา และคุณภาพ

น่าหลันซือซือมองตามสายพระเนตร ก็แน่ใจในความคิดแต่เดิมเพิ่มขึ้นหลายส่วน เป็นการมาอย่างเยือกเย็นและแฝงเจตนาหยั่งเชิงจิตใจคน โฉมสะคราญจึงยืนสงบเสงี่ยม รอคอยการเปิดฉากด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน ยามเฉียงหมินหลงหันมาทางเจ้าของห้อง เขาย่อมพบสาวงามที่คืนนี้ดูโอนอ่อนจนพาระวัง

ท่ามกลางแสงโคมสว่างละมุน ช่างสรรค์สร้างบรรยากาศประหนึ่งมายาลวง ทำให้ใบหน้าที่หาสตรีใดเทียบเทียมยากค่อนข้างเฉิดฉายแกมยั่วเย้า อำนาจจิตดวงไหนที่อ่อนแอย่อมง่ายดายที่จะติดบ่วงราคะ ทว่าหามีผู้ใดกล้ารับรองไม่ ว่าหลังปล่อยวิญญาณให้ล่องลอยหานางแล้ว สุดท้ายยังสามารถกลับคืนสู่ร่างได้เล่า

ฉะนั้นด้วยประสบการณ์ที่แก่กล้า ทั้งยังไม่เป็นการประมาทต่อด่านสาวงาม เฉียงหมินหลงย่อมพิจารณารอบห้องหนหนึ่งอย่างฉับไว ปราศจากเงาคนที่หลบซ่อนตามซอกมุม ไร้ซึ่งกลิ่นกำยานแปลกปลอม นอกจากอากาศสดชื่นชื้นละอองน้ำ กับหอมเนื้อนางที่ใกล้ชิดแล้ว สามารถประกาศชัดเจนอยู่ว่า สถานที่แห่งนี้ดูผ่องแผ้วดี ทำให้มังกรโอหังตนนี้ จู่ๆ ก็ผ่อนคลายเส้นสายร่างกายของตนเอง

วรองค์สูงประทับนั่งริมเตียง สองมือวางทาบเหนือหัวเข่า ดวงตาเฉียบคมจับนิ่งที่เสียนเฟย ท่วงท่าคล้ายเป็นกันเอง แต่ก็จงใจเปล่งรัศมีข่มเหงคนออกมา

“ไม่คาดว่า อ้ายเฟยจะมีความสนใจด้านนี้ด้วย ถือเป็นการดีที่คดีคุณไสยก่อนหน้านี้ มีหลักฐานที่พิสูจน์ตัวได้ว่า คือแผนใส่ร้ายที่ชวนรังเกียจนักของผู้อื่น”

หญิงสาวโดนเล่นงานเช่นนี้ ถึงกับกะพริบตาปริบๆ ทั้งที่ภายในใจรู้สึกแปลบปลาบ คล้ายมีตะขอแหลมขยุ้มเกี่ยวเนื้อไปเรื่อยๆ จากนั้นคงถูกรูดเข้าหากัน สีหน้าที่หวานหยาดเยิ้มยากจะปิดบังรอยเหยเกจริงแล้ว นางจึงหลบสายตาอย่างคับแค้นอก

สวรรค์...

พวกท่านกำหนดบุคคลผู้นี้ มาทดสอบตบะของนางหรือไร!

เฉียงหมินหลงคล้ายไม่รับรู้ไอเดือดเบาบางจากร่างเบื้องหน้า จึงย้ำถามอย่างผ่าเผย

“อ้ายเฟยเริ่มสนใจด้านนี้แต่เมื่อไหร่กัน”

โฉมงามค่อยๆ เลื่อนสายตาขึ้น แม้ไม่จ้องตอบกลับไปอย่างแข็งกร้าว แต่อารมณ์ของหญิงสาวก็ก่อปราการสูงลิ่วแล้ว ยามนี้ไม่ว่าเฉียงหมินหลงกำลังหยั่งเชิง หรือแค่พาเจรจาเรื่อยเปื่อย กับคนฉลาดเกินธรรมดาอย่างเขา นางตั้งป้อมรับไว้ก่อนย่อมดีที่สุด

น่าหลันซือซือปรายดูข้าวของบนโต๊ะ ก่อนก้มหน้าตอบเสียงอ่อนเบา ฟ้องถึงความเชื่อมั่นที่เกิดสั่นคลอนกะทันหัน

“ทูลหวงช่าง หม่อมฉันเพิ่งค้นพบเมื่อไม่นานนี้...ว่าค่อนข้างจะน่าสนใจเพคะ”

ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มที่มุมปาก และเจตนารุกซ้ำทันที

“เพราะเหตุเช่นนี้เอง อ้ายเฟยจึงเผยแพร่เนื้อหาให้คนในไป๋ฮวากง กระทำตามผู้ที่นิยมเหล่าหลันอยู่”

อา...หญิงสาวพยายามสูดอากาศเข้า แล้วระบายลมหายใจออกช้าๆ ไม่ให้มันติดขัดจนพาสมองด้อยประสิทธิภาพตามไปด้วย

“ทูลหวงช่าง หม่อมฉันลองพิจารณาอย่างรอบคอบขั้นหนึ่งแล้ว จึงคิดว่าการทำตามตำราตี้จือชุดนี้ อย่างไรก็ไม่ก่อเหตุเดือดร้อนแก่ใครได้เพคะ นับว่าแตกต่างจากศาสตร์คุณไสยที่มุ่งไปทางสาปแช่งชะตาคน แม้หม่อมฉันไม่อาจทราบว่าในอนาคตนี้ ธัญพืชและอาหารแห้งที่เก็บเอาไว้ในทุกวัน จะสามารถนำมาซึ่งโชคลาภหรือช่วยบรรเทาทุกข์เข็ญของหม่อมฉันด้วยทางใด แต่ยามพายุหิมะปักษ์ต้าหานทำลายเส้นทางขนส่งเสบียงกรัง หม่อมฉันก็สามารถนำมาบำเพ็ญกุศลให้คนยากไร้หรือบำรุงขวัญกำลังกองทหารรักษาแคว้นได้เพคะ”

น่าหลันซือซือกล่าวเหตุผลครบถ้วนไร้บกพร่อง ด้วยน้ำเสียงที่ฟังขาดแรงมุ่งมั่นไปหน่อย แต่ก็ลวงจักรพรรดิหนุ่มไม่ได้ ผู้ใดคอยส่งข่าวให้นางกัน เหตุไรจึงเล็ดลอดหูตาของราชองครักษ์ลับเสียทุกคราว

“อ้ายเฟยคิดดีและมีเหตุผล แต่เจิ้นอยากทราบว่า อ้ายเฟยทราบเหตุผลที่เหล่าหลันเป็นที่นิยมบ้างหรือไม่”

คำนึงถึงประชาชนที่จะทุกข์ยากเพราะซิย่ะ พอสบช่องให้เตือนเขา หญิงสาวย่อมไขว่คว้า

“หม่อมฉันทราบมาว่า เหล่าหลันเคยมอบคำทำนายที่แม่นยำแก่ผู้คนจำนวนมาก เมื่อนางคล้ายเตือนถึงลางร้ายลงในตำรา ย่อมทำให้ผู้คนเชื่อถือได้เพคะ”

เฉียงหมินหลงมองคนงามที่อยู่ๆ แววตาก็สดใสขึ้นมา แล้วซักไซ้คล้ายเพลิดเพลินไปกับนาง 

“แล้วอ้ายเฟยเชื่อถือด้วยหรือไม่ ว่าลางร้ายที่ว่าสามารถเกิดก่อนสิ้นรัชศกหมิงหลงที่สิบ ทั้งยังกระทบเส้นทางฝูงชนนับสิบสองตี้จื้อดังตำราทำนายเอาไว้จริง”

หึ!

เมื่อเขาให้คนจับตามองไป๋ฮวากง และตามจับตัวนางนอกวังหลวงได้ช่วงปีใหม่ น่าหลันซือซือย่อมต้องไหวตัวบ้าง ฐานะหลันเซียนเชิงที่เคยอาศัยเลี้ยงชีพ รวมถึงช่วยเหลือผู้คน อาจไม่ใช่ความลับกับเฉียงหมินหลงแล้ว ดังนั้นนอกจากตำราตี้จือที่มู่เฉิงเซี่ยงนำมาให้เขาพิจารณา อัครเสนาบดีเฒ่าผู้นั้น จึงมีคำทำนายตรงเผงที่นางมอบแก่จูเฉิงเซี่ยงจ่างสือไปเข้าเฝ้าด้วย

จากนั้นเฉียงหมินหลงจึงส่งคนออกหาข้อมูลซิย่ะ แล้วนางจะไม่รู้เชียวหรือ ขณะนี้ เขาจงใจสอบความเหล่าหลันที่เป็นอีกโฉมหน้าของไป๋เฟินเสียนเฟยอยู่!

หากเป็นการถางป่าถามทางตรง นางอาจสามารถวิเคราะห์เลือกได้ว่า ควรเปิดเผยกายหรือหลบซ่อนอยู่ในดงไม้ต่อไป ทว่าเขากลับเหมือนให้หลันเซียนเชิงคงความลึกลับไว้ก่อน น่าหลันซือซือจึงอ้อมตอบอย่างเหมาะสม และพอจะปลอดภัยตาม

“ทูลหวงช่าง สามารถกล่าวได้ว่า หลันเซียนเชิงสร้างชื่อเสียงให้หมู่ชนประจักษ์แล้ว แต่กับหม่อมฉันที่อยู่ภายในรั้ววังหลวง หม่อมฉันอาศัยเพียงสังหรณ์ในการถือเคล็ดตามตำราตี้จือ หม่อมฉันจึงไม่อาจถวายคำอธิบายที่มีหลักการได้ ขอหวงช่างประทานอภัยโทษหม่อมฉันด้วยเพคะ”

ร่างอรชรทำทีจะทรุดลงคุกเข่ากับพื้น ทว่าเฉียงหลงหวงตี้ก็ชิงปรามทันที

“ลุกขึ้น! อ้ายเฟยไม่ต้องหวาดกลัวไป เจิ้นไม่ถือสาอะไร ในเมื่ออ้ายเฟยเพียงอาศัยความรู้สึกเลือกกระทำเท่านั้น แต่เจิ้นกลับคิดสงสัยประการหนึ่ง เป็นไปได้หรือไม่ ที่เหล่าหลันอาจใช้วิชาสะกดใจผู้คนอยู่”

โฉมงามเผยอารมณ์เคร่งเครียดคิด ท่ามกลางแรงกดดันมหาศาล กายแบบบางสั่นสะท้านเบาๆ แต่ด้วยความอดกลั้นที่จะไม่ระเบิดโทสะออกมา

เห็นๆ กันอยู่ ถ้าคำกล่าวที่นางใช้วิชาสะกดใจเป็น ป่านนี้เขาจะยังเหลือสติไต่สวนคนอยู่อีกหรือ!

สวรรค์!

มังกรเดินดินผู้นี้ ตีเส้นประสาทนางจนใกล้คลุ้มคลั่งแล้ว!

“หม่อมฉัน...หม่อมฉันไม่เคยทราบมาก่อนเพคะ ในใต้หล้านี้ ก็มีวิชาดำมืดของสำนักมารแอบแฝงอยู่ในหนังสือหนึ่งเล่ม ทั้งยังสะกดใจผู้อ่านให้ยึดถือเพียงเนื้อหา สามารถชักเชิดคนที่จิตใจอ่อนแอให้ก่อเหตุร้ายขึ้นมา หม่อมฉันกังวลเหลือเกินเพคะ จะมีวิธีพิสูจน์หรือไม่ว่า หนังสือเล่มไหนบรรจุศาสตร์ชั่วร้ายที่พร้อมครอบงำสติปัญญาคนได้เพคะ”

ครั้นเสียนเฟยคนงามตื่นกลัวจนหน้าซีดขาว วรองค์สูงถึงกับทอดถอนใจ ยิ่งกวาดต้อน นางยิ่งทำตัวไร้แบบแผน นิสัยเหลวไหลเยี่ยงนี้ ยังเหลือความเกรงกลัวจักรพรรดิอยู่อีกหรือ!  

“อ้ายเฟย วิชาสะกดใจที่เจิ้นเอ่ยถึงนี้ คือกลวิธีที่ใช้สารชนิดใดๆ สื่อความออกมา โดยมีเจตนาปลุกระดม ยุแยงให้เกิดความร้าวฉาน หรือจุดความสับสนให้เกิดขึ้นภายในใจคน เรียกว่าการฉวยโอกาสโจมตีจุดอ่อนไหวทางจิตใจประการหนึ่ง”

ฟังคำอธิบายชัดเจนแล้ว สาวงามค่อยคลายความแตกตื่น ราวกับก่อนหน้านี้ นางจินตนาการทั้งหมดว่า วิชาสะกดใจคือคาถาลี้ลับ เมื่อปลุกเสกใส่หนังสือแล้วสามารถออกอิทธิฤทธิ์เล่นงานคนไม่เลือกหน้า สิงสู่และบังคับร่างกายพวกเขาได้ราวกับปีศาจ

น่าหลันซือซือจึงยิ้มเจื่อนใส่สายพระเนตรเฉียบดุ

“ทูลหวงช่าง...หม่อมฉันคิดน้อยเกินไปมากจริงแล้วเพคะ หม่อมฉันจึงไม่สำเหนียกในภัยที่แอบแฝงมากับตัวอักษร เช่นนั้นแล้ว หวงช่างจะมีพระบัญชาส่งคนออกไปตรวจสอบเหล่าหลันหรือไม่เพคะ”

นัยน์ตาดำคล้ำสะท้อนประกายวูบขึ้น จากนั้นเขาก็เปล่งเสียงหัวเราะชอบใจ

“ฮ่าๆ อ้ายเฟยกังวลเกินไปแล้ว เจิ้นย่อมคล้อยตามเหตุผลที่อ้ายเฟยกล่าวมา ทำให้ไม่เห็นผลเสียที่ชาวเมืองพร้อมใจกันสะสมธัญพืชหรืออาหารแห้งเท่าไหร่ การออกคำสั่งให้นำตัวเซียนเชิงชราคนหนึ่ง มาซักความถึงวังหลวง เกรงจะเล่าลือกันร้อยแปดชนิด กลายเป็นเหตุที่ลุกลามใหญ่โตในภายหลังได้ ภาระหน้าที่ของหวงตี้ คือขจัดทุกข์พิทักษ์สุขของประชาชน ในเมื่อตำราตี้จือชุดนี้ แค่ปลุกกระแสเคล็ดสะสมอาหารแห้งให้โด่งดังขึ้นมา เจิ้นพอจะไม่ถือสาหาความใคร”

อา...ไม่ใช่แค่ท่านต้องการคำตอบจากปากหลันเซียนเชิงว่า ควรเชื่อถือคำทำนายที่งมงายฉบับนั้น ดีหรือไม่ดีใช่ไหมล่ะ!

ถึงเวลาที่ฝูงซิย่ะยกทัพทางอากาศบุกข้ามด่านพายัพมา รับรองความแตกตื่นจะระเบิดขึ้น จนมังกรนั่งก้นไม่ติดบัลลังก์เชียว!

แม้ในใจคิดค่อนขอด แต่น่าหลันซือซือก็ใช้แววตาสุกใส ยามปากสรรเสริญพระปณิธาน

“เป็นวาสนาบุญมหาศาลแล้วเพคะ ที่นำพาให้หม่อมฉันมาพึ่งพิงร่มพระบารมีหวงช่าง...”

เฉียงหมินหลงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะปล่อยเสียงหัวเราะออกมาอีก

นางได้แต่เก็บงำความไม่พอใจเอาไว้ กระทั่งพญามังกรสงบอารมณ์ขันลง ท่าทางเขาคล้ายผ่อนคลายลงไปอีกขั้น จึงกึ่งนั่งกึ่งนอนพิงพนักเตียง เมื่อชายหนุ่มชันเข่าข้างหนึ่งขึ้นมาวางมือ สาบเสื้อนอนที่ผูกปมให้ทบกันหลวมๆ ย่อมเผยอแยก เผยมัดกล้ามแน่นตึงตั้งแต่ลำคอลากยาวไปถึงหน้าท้องครึ่งบน

จู่ๆ ก็เปลี่ยนมาใช้ด่านชายงามทดสอบสตรี เจตนาให้นางก้าวข้ามไปโดยสะดวกใช่หรือไม่!

“หลายวันก่อน เจิ้นได้ยินว่าอ้ายเฟยไปเข้าเฝ้าหมู่โฮ่วที่เทียนโส้วกง แม้หมู่โฮ่วไม่โปรดปรานเรื่องราวเหลวไหลนอกหลักธรรม ก็ยังประทานโถมงคลให้หมินจือกับหมินเหมิงมาคนละหนึ่งใบ เพราะตำราตี้จือชุดนี้ด้วย เห็นทีหลันเซียนเชิงอาจมีจิตใจที่ไม่เลวนัก”

น่าหลันซือซือเริ่มเหงื่อไหลซึม ขณะเดียวกัน นางก็อยากกัดแทะเนื้อบุรุษสูงศักดิ์เบื้องหน้ายิ่งนัก นี่เขาไปตะแคงหูฟังท่าไหนมา จับความมาเพียงครึ่งเสี้ยว ปรากฏแต่การกระทำเกี่ยวพันกับพวกนางสามแม่ลูก ส่วนเจียงกุ้ยเฟยที่อยู่ร่วมเหตุการณ์ด้วย กลับล่องหนหายไปที่ใด เลือกหูตาสว่างดีเฉพาะคนเช่นนี้ นางจนคำด่าแล้ว!

แต่ถ้าละเลยเล่าความจริงให้กระจ่างชัดแล้ว กลัวแต่นางจะเป็นฝ่ายเสียกระดานไป น่าหลันซือซือย่อมกระปรี้กระเปร่า

“ทูลหวงช่าง เจียงกุ้ยเฟยเห็นว่าหม่อมฉันระยะหลังชอบศึกษาหนังสือยามว่าง จึงได้เมตตามอบตำราตี้จือประจำปีของหม่อมฉัน แต่คนในไป๋ฮวากงหาทางเอาใจหม่อมฉัน นำมาให้แล้วถึงสามเล่ม เมื่อเข้าเฝ้าหวงไท่โฮ่วที่เทียนโส้วกง หม่อมฉันจึงทราบว่า เจียงกุ้ยเฟยตั้งพระทัยทูลถวายตำราตี้จือประจำปีให้หวงไท่โฮ่วด้วย พอหวงไท่โฮ่วทรงทราบว่าหม่อมฉันกับเสี่ยวหวังจื่อทั้งสองเริ่มต้นสะสมเคล็ดแล้ว หวงไท่โฮ่วทรงมีโถเคลือบลวดลายงดงามหลายใบ จึงเมตตามอบให้จิ่นคงหวงไท่จื่อ หมินจือและหมินเหมิง คนละหนึ่งใบเพคะ”

แนวคิ้วหนาเข้มขยับยก

“แล้ว...ขณะนั้น หมู่โฮ่วมีทีท่าสนใจทำตามเคล็ดด้วยหรือ”

หญิงงามหยุดทบทวนเหตุการณ์ ก่อนเผยความไม่มั่นใจออกมา

“หม่อมฉันไม่อาจทราบแน่ชัดเพคะ แต่หวงไท่โฮ่วตรัสว่าจะทรงอ่านทั้งสิบสองเล่ม เพราะโปรดคติที่หลันเซียนเชิงสอดแทรกผ่านตำราเพคะ”

สายตาเฉียงหมินหลงเหมือนจะอ่อนกำลังลง ทุกทีเลย!

พอตบเล็บเล่นหัวนางจนพอใจแล้ว เขาก็ทำทีพร้อมแจกรางวัล!

“แล้วอ้ายเฟยเล่า อ่านจบไปกี่เล่มหรือ”

“หม่อมฉันอ่านได้หกเล่มแล้วเพคะ”

จักรพรรดิหนุ่มพยักหน้ารับ

“เจิ้นคาดว่าอ้ายเฟยคงอ่านตี้จือประจำปีของตนเอง หมินจือและหมินเหมิงจบแล้ว แนวทางคำทำนายเป็นเช่นไรบ้าง”

น่าหลันซือซือย่อมกระตือรือร้นตอบ

“รูปแบบของตำราเหมือนๆ กันทุกเล่มเพคะ ขั้นแรกเป็นการทายนิสัยใจคอคนประจำอักษรตี้จือ จากนั้นจึงมีวันมงคลหรืออวมงคล มีกระทั่งสีสันที่ส่งเสริมโชค คล้ายการบอกฤกษ์วัน เดือน ปี รวมถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมเพคะ ช่วงท้ายเล่มค่อยบอกเคล็ดสะสมให้ผ่านพ้นภัยที่คนประจำอักษรตี้จือจะพบในอนาคต หม่อมฉันก็สนใจเนื้อหาระยะต้นกับกลางที่สนุกสนานดีเพคะ เอาไว้ร่วมสนทนากับผู้อื่น”

แต่เขาได้ยินมาว่า เวลาเข้าเฝ้าหวังหวงโฮ่ว ไม่มีคนเอ่ยเกี่ยวกับการถือเคล็ดสักปาก แล้วไป๋ฮวาเฟยจะร่วมสนทนากับใคร!

“ผู้อื่น เป็นผู้อื่นในวังหลวงหรือ”

นางก็ผงกหัวอย่างว่องไว

“เพคะ”

“มีใครบ้างที่ร่วมสนทนากับอ้ายเฟย”

น่าหลันซือซือเว้นช่วงคิด ก่อนอาศัยชายแขนยาวนับนิ้วไปด้วย

“ขณะนี้ก็มีเจียงกุ้ยเฟย หวงไท่โฮ่ว กับเจี่ยเม่ยเหนียงเหนียงจำนวนหนึ่งเพคะ แต่หม่อมฉันไม่มีโอกาสสนทนาด้วยเพคะ เพียงแว่วเสียงเอ่ยถึงตำราตี้จือกับเคล็ดบ้าง ยามรอเวลาเข้าเฝ้าหวงโฮ่วเพคะ”

“นับว่าเป็นที่สนใจพอควร”

เขาตระหนักในอุบายสตรีจากปากคำของนาง ข่าวที่เล่าลือมาหนาหูนั้น ปรากฏแค่ไป๋ฮวากงกำลังงมงายกับคำทำนายที่เลื่อนลอย ทั้งนางยังบังคับข้ารับใช้ปฏิบัติตามเหมือนกันทั้งกง หมู่โฮ่วผู้ทรงศักดิ์ก็ไม่พ้นต้องลมปากนางเกลี้ยกล่อม มู่ซิ่วว่าฝีไม้ลายมือเจ้าเล่ห์ไม่เลวแล้ว กลับล่าช้ากว่าพลังริษยาของพวกนาง!

“เพคะ แต่หม่อมฉันก็ไม่กล้าเอ่ยมากความ ไม่ทราบเหตุใด จึงเกิดเรื่องลือออกไปว่าหม่อมฉันบังคับคนทั้งไป๋ฮวากง ที่จริงแล้ว หม่อมฉันสอบถามความสมัครใจก่อน พวกเขาเห็นด้วยค่อยจัดหาธัญพืชกับอาหารแห้งมาให้เพคะ”

เขาพินิจสีหน้าเสียนเฟยชาวหรวนตี้ ก่อนยิ้มคล้ายอ่อนโยนให้เห็นแวบหนึ่ง แล้วจึงเหลือแค่แววตานุ่มลึกกวาดชมโฉมหญิงสะคราญ ชุดขาวเนื้อนุ่มบนเรือนกายอ้อนแอ้น กำลังกระชับสัดส่วนโค้งนูน ประกอบผิวพรรณเนียนขาวตลอดร่าง ละม้ายนางเปล่งประกายเรืองรองอยู่ เครื่องหน้าที่คมชัดก็ไม่หยาบแข็งเท่าชีกงปี้ หรือสตรีร่วมเผ่าคนอื่น ระหว่างนางเจรจา ริมฝีปากสีแดงฉ่ำยิ่งอวบอิ่ม ช่างเร้าบุรุษให้เกิดแรงกระหายอยาก จนปากคอแห้งผากไปหมด สมควรยกย่องต๋าน่าหลันซือซือ ว่านางดูแลสมบัติจักรพรรดิได้ดีมาก!

บัดนี้เรื่องราวแก่งแย่งภายในวังหลัง ก็อยู่นอกความสนใจของเขา เฉียงหมินหลงขยับเข่าให้คลายอึดอัด พลางเปลี่ยนหัวข้อสนทนา

“ของขวัญช่วงกั๋วเหนียนของเจิ้น อ้ายเฟยเปิดดูแล้วถูกใจหรือไม่”

คนที่โดนปรับเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน ต้องซ่อนรอยยิ้มที่ชักจะเหยเกแล้ว คุณลักษณะของยอดพธูที่ดีพร้อม ไม่เพียงติดตามสามีอย่างว่าง่าย นางยังต้องสงวนกิริยาอ่อนหวานทุกเวลา อ้า...อึดอัดเหลือเกิน! 

เหตุใดสวรรค์จึงกดขี่ ไม่ให้นางกระโดดเตะมังกรอันธพาลสักฝ่าเท้า!

ของขวัญพรรค์นั้น ประเทืองแต่ปัญหาของนางทั้งสิ้น!

กำจัดก็ไม่ได้ โอ้อวดก็ไม่ได้ ไร้คุณประโยชน์จริงๆ!

“ทูลหวงช่าง...”

น่าหลันซือซือกลายเป็นสตรีสมองช้าไปแล้ว

“ทูลหวงช่าง หม่อมฉัน...หม่อมฉันได้รับพระราชทานมา เอ่อ...หม่อมฉันก็เทิดทูนเอาไว้!

คิ้วเข้มเหนือนัยน์ตาดำลึกขมวดมุ่น

นางว่าเทิดทูน...นางเทิดทูนหีบชุนกงถู!

ละเว้นไป๋เฟินเสียเฟยผู้ถนัดวิธีพิสดารแล้ว ยังจะมีหน้าไหนกล้ากระทำ!

หญิงสาวเห็นปฏิกิริยาตะลึงของเฉียงหลงหวงตี้ จึงรีบปล่อยที่อ้ำอึ้งออกมาจนหมด

“หม่อมฉัน...เป็นหม่อมฉันเกรงว่าหีบพระราชทานจะเสื่อมพลังศักดิ์สิทธิ์ของหวงช่าง จึงได้เทิดทูนเอาไว้อยู่เพคะ”

จากนั้นร่างสูงใหญ่ก็ดึงตัวขึ้นมาแหงนหน้าหัวเราะฮ่าๆ ทำเอาข้าราชบริพารด้านนอกสะดุ้งโหยง สายตาทุกคู่ล้วนจับจ้องประตูห้องบรรทม ไป๋เฟินเสียนเฟยกราบทูลอะไร หวงช่างจึงพระอารมณ์รื่นเริงเยี่ยงนี้ ทว่าเจ้าตัวกลับเอียงดวงหน้าแดงก่ำหลบจักรพรรดิ ในใจก่นด่าคนอย่างดุเดือด ยิ่งได้ยินความถัดมา นางก็เลื่อนขั้นเป็นสาปแช่งทันใด

“คืนนี้เจิ้นก็ประทับเพิ่มพูนพลังศักดิ์สิทธิ์แก่สถานที่แล้ว ดังนั้นอ้ายเฟยจะเปิดหีบดูสักหน อย่างไรคงไม่เสื่อมสิ้นในคราวเดียวแน่ เรียกคนนำเข้ามาเถิด...”

น่าหลันซือซือกระตุกหน้ากลับมาทันควัน เห็นได้ชัดว่าแฝงรอยกระอักกระอ่วนยากกลบเกลื่อน นี่ไม่ใช่กำลังมุสาจักรพรรดิอยู่หรือ ไฉนนางเปิดหีบพระราชทานแล้วปฏิเสธความจริง ด้วยอารมณ์ปลอดโปร่งเกินธรรมดา มังกรหนุ่มแห่งวังหลวงจึงโปรดปรานจะเย้าแหย่คน

“ไม่...ไม่ดีเพคะ เอ่อ...หม่อมฉันขอประทานอภัยโทษที่เสียกิริยาด้วยเพคะ ยามนี้ดึกดื่นสิ้นแสงสว่างแล้ว ทุกคนต่างก็อ่อนเพลียมาทั้งวัน ฉะนั้นหม่อมฉันขอพระราชานุญาตเปิดหีบพระราชทานพรุ่งนี้เพคะ”

ทว่าเฉียงหมินหลงกลับขมวดคิ้วค้าน แสดงว่านางเปิดแล้ว เอาไปทิ้งที่มุมไหนสักแห่งในไป๋ฮวากง หรือบางทีอาจขวัญกล้าลอบทำลายเสียสิ้น ย่อมต้องเรียกหาจนสำเร็จ

“โคมในห้องยังไม่มอดดับ มีหน้าไหนกล้าหลับสนิทก่อนเจิ้น!

เจตนาเขาชัดเจนอย่างมาก ตั้งใจบีบนางอมหวงเหลียนเอาไว้ในปาก จะคายออกมาก็โดนตี จะกลืนลงคอก็สำลัก ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนถึงกับกลอกกลิ้ง นางจะไปกล้าพูดได้หรือ หีบที่เพิ่งทูลไปว่าขึ้นแท่นบูชาอยู่ แท้จริงซ่อนใต้เตียงหลังเดียวกันนี้เอง

“ทูลหวงช่าง...เอ่ยถึงพระบารมีศักดิ์สิทธิ์แล้ว หม่อมฉันสำนึกในพระกรุณาอันหาที่สิ้นสุดมิได้เสมอมา โปรดอนุญาตให้หม่อมฉันถือเคล็ดมงคลทดแทนพระเมตตาด้วยเพคะ”

แล้วร่างอ้อนช้อยก็หมอบราบลง

ชายหนุ่มมองผ้าขาวที่กระจายแผ่ประดุจกลีบดอกไม้บาน มีแกนเกสรเป็นกลุ่มผมนุ่มสลวย ย่อมแลทะลุเจตนานาง สุดท้ายถึงกับยกข้ออ้างหมายตอบแทนพระคุณมาใช้ หรือคือยอมอาสาให้หว่านต้าสือหนงใช้ชื่อนางจัดซื้อเสบียงเข้าพระคลังหลวง

ดี!

ดีนัก!

พระพักตร์หล่อเหลาคล้ำมืด หรืออาจเป็นเพียงเงาม่านบังเอิญพาดผ่านมา

“เจิ้นไม่รู้อักษรตี้จือประจำปีเกิด...”

น่าหลันซือซือรู้สึกหนาวสันหลังอยู่วาบๆ จึงไม่กล้าโงหัวขึ้นมา

“ทูลหวงช่าง หม่อมฉันพอจะทราบบ้างเพคะ เป็นเล่มอักษรตี้จือเฉิน( ปีมะโรง งูใหญ่ หรือมังกร) หม่อมฉันเพิ่งอ่านจบไปเพคะ”

เรียกว่ากำเนิดมาร่วมสายเลือดพญามังกร ยังเก่งกล้าจนดำรงตำแหน่งโอรสสวรรค์ เฉียงหลวงหวงตี้ก็ยังอยู่ในนักษัตรมังกร ช่างเป็นผู้มีความเป็นมังกรที่เข้มข้นมาก!

“แล้วเจิ้นสมควรสะสมธัญพืชใด”

นางผงกหัวขึ้นเล็กน้อย มองไปทางโต๊ะวางตำรา โชคดียังเหลือผีกงกงตนหนึ่งสังเกตสถานการณ์ให้จ้าวฮองเฮาอยู่

“เป็น...เป็นข้าวสารหนักสองเหลี่ยง(100กรัม) ราวๆ สองกำมือเพคะ กับเนื้อตากแห้งหนักสามเหลี่ยง(150กรัม)เพคะ”

ยามเงามืดเคลื่อนไหวผ่านไป เฉียงหมินหลงค่อยเอนหลังกึ่งนั่งกึ่งนอน ท่วงท่าผ่อนคลายลง

“เห็นแก่อ้ายเฟยที่เปี่ยมเจตนาดี ทั้งคำนึงถึงบุญกุศลแทนเจิ้นแล้ว ให้เขียนรายงานชนิดธัญพืชกับอาหารแห้ง พร้อมปริมาณต่อวันที่ไป๋ฮวากงต้องการแก่ห้องเครื่อง ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เจิ้นจะกำชับสั่งให้จัดเตรียมส่งอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสิ้นสุดระยะถือเคล็ด ถ้ามีของแห้งจำนวนมากอยู่ในวังหลวงแล้ว นำมาแจกจ่ายแก่ประชาชนเป็นการสร้างกุศลรับบรรยากาศมงคลรัชศกหมิงหลงปีที่สิบเอ็ด ก็ย่อมน่าสนใจเช่นกัน”

สาวงามย่อมก้มศีรษะประกอบเสียงสรรเสริญ

“ขอบพระทัยหวงช่าง ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่นๆ ปีเพคะ”

อัจฉริยบุคคลผู้นี้สายตาเฉียบขาดยิ่งกว่าเจ้าเวหา การสร้างผลงานทางลับของนาง อาจเปิดเส้นทางให้เขาพอจะไว้ไมตรีกันบ้าง ขณะหมอบคิดอยู่ หูกลับแว่วเสียงเคลื่อนไหว แล้วสองแขนก็ถูกเกาะกุม ไม่เพียงเท่านั้น เรี่ยวแรงบางอย่างที่ส่งผ่านมา ถึงขั้นพานางลุกขึ้นมายืนได้!

เฉียงหมินหลงกำลังปักหลักตระหง่านอยู่เบื้องหน้านาง ความเคลื่อนไหวผู้มีวิทยายุทธ์ช่างละม้ายภูตผี แม้คุ้นชินกับบรรดาผีที่บางทีมาไม่ให้เสียง น่าหลันซือซือยังหัวใจกระตุกบีบ เมื่อสองแขนเป็นอิสระ นางก็ได้ยินเสียงดีดนิ้ว จากนั้นไฟทุกดวงจึงพร้อมใจกันมอดดับ

ในที่สุดห้วงราตรีเบื้องนอกค่อยสบโอกาสแผ่คลุมห้อง หญิงสาวไม่ทันจะแตกตื่น ร่างอ่อนนุ่มก็ถูกรวบไปชนกล้ามเนื้อแข็งแรง เรียวปากที่เผยออ้า จู่ๆ เสมือนเป็นการเปิดรับสัมผัสร้อนแรงที่กระโจนหา มือขวาผ่องจึงขยุ้มกำฉลองพระองค์ประท้วง

แต่นับว่าไร้ผลกระทบ!

เพียงหยุดกวาดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ร่างกายก็ล่องลอยได้เองราวกับปุยนุ่นถูกคนหอบไปก้อนหนึ่ง นัยน์ตาสีอ่อนเบิกกว้างใส่เงามืดที่ค้ำยันอยู่ข้างบน แผ่นหลังนางยังเอนราบกับเตียงเสียแล้ว ขณะปลายนิ้วหยาบกร้านลูบสำรวจผิวแก้ม กระทั่งแสงโคมที่ส่องทางจากใต้ชานเรือน สาดส่องให้พอเห็นกันรางๆ โฉมสะคราญจึงหัวหมุนติ้วอีกตลบ หลังจากพัวพันกันกลิ้งลงบนที่นอนรอบครึ่ง กลับกลายเป็นนางที่ใจอาจหาญ ทรงตัวขึ้นมาก่ายเกยเหนือแผ่นเนื้อแข็งกระด้าง ทั้งส่งไอระอุออกมาไม่ขาดสาย

อ้า...ฮึก!

ถึงกับจัดให้นางอยู่บนเชียวหรือ!

น่าหลันซือซือย่อมมือไม้เงอะงะ นอนตัวแข็งอยู่อย่างนั้น แล้วนางยังเกร็งเส้นสายจนกล้ามเนื้อชาด้วย!

ทว่าต่อให้ทรมานขนาดไหน เจอเบาะรองนอนมีชีวิต แต่ไร้ความเคลื่อนไหวเข้า หญิงสาวก็สับสนขั้นจิตใจปั่นป่วน และนางยังแน่ใจด้วยว่า ตรง...ตรงจุดที่ต้นขาตนเองสัมผัสถูกอยู่นี้ ไม่มีทีท่าจะลุกขึ้นปฏิบัติงาน!

ครู่ใหญ่ น่าหลันซือซือกลับได้ยินเสียงคล้ายสัตว์ร้ายกรนออกมาเบาๆ จากเหนือกระหม่อมผม

คือ...คืออะไร!

สุดท้ายก็หลับไปแล้ว!

หญิงสาวจะร้องไห้ก็ไม่ออก จะหัวเราะก็ติดขัด

สภาพนางตอนนี้แกะยังไงก็แกะไม่ออก...

เหมือนโดนมัดติดกับขอนไม้ท่อนหนึ่งแท้ๆ!

พอจนปัญญาจะเคลื่อนไหวออกห่างสามี สาวงามจึงเปลี่ยนจัดแขนขาให้พอนอนสบายบ้าง จนผล็อยหลับไปในที่สุด ถึงนางในฐานะเสียนเฟยชาวนอกด่านจะไม่มีงานฝ่ายในให้ดูแล แต่การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติแมลงปีศาจ และเดินทางไปเอาใจเทียนเฟิ่งหวงกงที เทียนโส้วกงที เทียนหลงกงที พลังงานที่เสียไปก็ฟื้นคืนเกือบไม่ทันแล้ว

ไหนเลยจะรู้ว่าเฉียงหมินหลงเพียงคล้ายหลับเท่านั้น!

เมื่อแกล้งลวงนางว่าหัวถึงหมอน เขาก็หลับสนิททันที แทนที่จะทักถามกันสักคำ หญิงสาวกลับชิงเข้าสู่ห้วงนิทรารมณ์ไปก่อน ขณะที่เขายังครุ่นคิดเกี่ยวกับความลับของนางอยู่ มังกรฉกรรจ์ย่อมเกิดกระแสอารมณ์ซ่อนเงื่อนบ้าง

แต่แรกที่เลือกไป๋ฮวากงเพื่อพักผ่อนหลังทรงงานเสร็จแล้ว เฉียงหมินหลงย่อมมีเจตนาตามที่ตั้งพระทัยเอาไว้ ต๋าน่าหลันซือซือไม่เพียงลอบปลุกปั่นมวลชนขึ้นมาสนับสนุนราชกิจ นางยังเป็นสตรีหนึ่งเดียวที่ต่อต้านสัมผัสกลมเกลียวประสาคู่สามีภรรยา แม้จะไม่พึงพระทัยกับปฏิกิริยาที่ว่า ทว่าขณะนี้กลับทำให้เขาสามารถเลือกบรรทมร่วมด้วยได้หรือไม่ 

ดังนั้นด้วยความเหน็ดเหนื่อยที่เล่นงานเขาอยู่ ระยะนี้เฉียงหมินหลงย่อมโปรดปรานไป๋ฮวากงมากกว่ากงอื่นๆ ตั้งใจจะหลับให้อิ่มเอมสักคืน โดยที่ตื่นมาก็กระจายหลักฐานว่า ไป๋เฟินเสียนเฟยเป็นที่จักรพรรดิหลงใหลยิ่งนัก

แต่นางกลับกล้าไม่ใส่ใจหวงช่าง!

หึ!

ชายหนุ่มแค่นหัวเราะ หากมองให้ดี ในมือข้างหนึ่ง บัดนี้ปรากฏตลับโลหะไร้ที่มาใบหนึ่งแล้ว การกลั่นแกล้งคนที่นอนเต็มอิ่ม ให้ตื่นมาประสบเหตุวุ่นวายจิตใจบ้างนั้น เหมาะสมดีแล้ว!


ตลอดค่ำคืน น่าหลันซือซือหลับสนิทเหมือนอยู่ในห้วงแสนสงบ แต่พอนางลืมตาขึ้นรับแสงจ้าเองแล้ว กลับยังรู้สึกง่วงงุน ทั้งมีปฏิกิริยาเฉื่อยชาอยู่มาก ปกติไม่ค่อยจะนอนขี้เซาขนาดนี้ ยิ่งต้องระวังสามีจอมมารอย่างเฉียงหมินหลงด้วย

ร่างอ่อนอรชรพลิกกาย รับรู้ว่าบนเตียงนอน ปรากฏเพียงตนเอง ขณะที่อีกฝ่ายลุกไปไหนนานแล้ว ผ้าปูจึงปราศจากไออุ่นของคน น่าหลันซือซือขยี้ตา พลางสลัดศีรษะ ก่อนจะทรงกายขึ้นนั่ง ดวงตาสีอำพันกะพริบถี่ยิบ เหมือนกำลังขับไล่เจ้าตัวโงกหงุบ

ชีรันได้ยินเสียงเคลื่อนไหวหลังม่าน เห็นเป็นเงานายหญิงที่กำลังนั่งอยู่ เด็กสาวคนสนิทจึงขออนุญาตพับม่านขึ้น น่าหลันซือซือหรี่ตารับแสงเจิดจ้าที่สาดส่อง ก่อนเหลียวสำรวจรอบๆ ตัว เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ผูกมัดแน่นดี เลยตวัดปลายเท้าขาวผ่อง แล้วสอดเข้าไปในรองเท้าที่นางกำนัลคนสนิทเตรียมไว้  

“ยะ...ยามอะไรแล้ว”

ยิ่งใกล้คิมหันต์ฤดู ท้องฟ้ามักสางเร็วกว่าเวลา นางก็มีหน้าที่ไปเข้าเฝ้าหวังหวงโฮ่ว ไม่รู้ว่าเพราะเมื่อคืนนี้ เฉียงหลงหวงตี้บรรทมค้างที่ไป๋ฮวากง นางพญาหงส์ผู้นั้นจะจิกปากกัดจนเลือดโชกกายเลยหรือไม่

ชีรันไม่ทันมองนายหญิงเต็มตา มือก็รวบชายม่านทั้งสี่ด้านอยู่  

“ยามเฉิน(7.00-9.00)แล้วเพคะเหนียงเหนียง”

หญิงสาวกระเด้งตัวยืนทันที

“หา!

ก่อนนี้เกรงว่าจะโดนจิก แต่นี่นาง...นางไม่ไปรายงานตัวประจำวันด้วย!

เมื่อคืนเป็นเพราะนางเหนื่อยมาก หรือเขารมควันสลบนางกันแน่!

น่าหลันซือซือถึงกับนิ่วหน้าคิดอย่างวุ่นวายใจ ทำให้เด็กสาวคนสนิทมองกิริยาของเจ้านายบ้าง จากนั้นสายตาก็เลื่อนไปหยุดที่ข้างลำคอระหง ชีรันเบิกตากว้างจ้องอยู่ครู่หนึ่ง ค่อยก้มหน้าหลบ

“เหนียงเหนียงไม่จำเป็นต้องเร่งรีบเพคะ หวงช่างมีพระบัญชาให้เจ๋อกงกงเดินทางไปแจ้งหวังหวงโฮ่ว ว่าทรงอนุญาตให้เหนียงเหนียงยกเว้นธรรมเนียมเข้าเฝ้าวันนี้เพคะ”

ยกเว้นให้แล้ว...อา...

หญิงสาวค่อยสบายใจขึ้นหน่อย พอมีเวลาหาข้ออ้างกับหวังสีเจี่ย และเหล่าบุปผาสารพัดพิษ จะลงมือกับผู้อื่น ต้องพิจารณาความเหมาะสมบ้าง

“เสี่ยวเปาไปอี้เทียนกงแล้ว...”

“เพคะเหนียงเหนียง”

“หวงช่างเสด็จไปท้องพระโรงแล้ว...”

“พะ...เพคะเหนียงเหนียง”

ถือว่าวันนี้นางบกพร่องหน้าที่หลายอย่าง ทั้งถวายการดูแลหวงช่าง ทั้งยืนส่งซาลาเปาน้อยไปเรียน และเข้าเฝ้าหวงโฮ่วยามเฉิน เพราะเอาแต่ครุ่นคิด น่าหลันซือซือย่อมพลาดสังเกตทีท่านางกำนัลคนสนิท หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ เท้าก็มุ่งหน้าไปหาฉากบังตา ข้างหลังคือห้องอาบน้ำที่มีเสี่ยวกงปี้สองคนทำงานอยู่ คนหนึ่งจัดวางสบู่ อีกคนละลายสมุนไพรบำรุงผิวพรรณลงในอ่าง  

สาวน้อยหน้าแฉล้มเห็นไป๋เฟินเสียนเฟยเดินมา อย่างไรก็อดชื่นชมความงามกระจ่างของพระชายาคนโปรดไม่ได้ เส้นผมสีน้ำตาลสยายยุ่งเล็กน้อยจากการนอนหลับ ลำแขนเรียวขาวกำลังชูสูงขึ้นสองข้าง ระหว่างขมวดเก็บเรือนผมด้วยปิ่น เผยวงหน้าขาวผ่องแลงดงามเช่นเดียวกับลำคอระหง พวกนางถึงกับก้มหน้าเอียงอาย

ที่แท้แล้ว ค่ำคืนที่ผ่านมานั้น หวงช่างก็ทรงหลงใหลไป๋เฟินเสียนเฟยถึงขั้นนี้...

แก้มเด็กสาววัยกำดัดร้อนผ่าวขึ้นมาทันใด ในใจบังเกิดความเอียงอายเป็นอย่างมาก!

ทว่าน่าหลันซือซือไม่ทันสนใจใคร จึงโบกมือไล่คนออกไปตามความเคยชิน แล้วค่อยเปลื้องผ้าลงแช่น้ำ นึกพอใจชีรันที่รู้ใจจนสั่งน้ำอุ่นผสมยาคลายกล้ามเนื้อเอาไว้ เป็นเพราะนอนผิดท่าทั้งคืน ตลอดร่างจึงเมื่อยขบ สมควรกล่าวโทษมังกรตัวโฉด ทำเอาผู้อื่นเกร็งกายหลับใหล

หญิงสาวทำความสะอาดเนื้อตัวเสร็จ แล้วใช้ผ้าซับหยดน้ำตามผิว ก่อนสวมชุดคลุม เดินมานั่งหน้าคันฉ่องในห้องนอน ระหว่างคอยนายหญิงอาบน้ำเพียงลำพัง ชีรันก็สอบถามเกี่ยวกับชุดที่จะสวมใส่ของวันว่าเหมาะสมหรือไม่ น่าหลันซือซือพยักหน้ารับ เมื่อเห็นชุดนอกสีฟ้าอ่อน ปรากฏริ้วเมฆมงคลสอดพันกับช่อหลันฮวา(กล้วยไม้)

จากนั้นนางค่อยหันมาสะดุดตาที่รอยแดงข้างลำคอ ร่างอรชรขยับเข้าส่องใกล้ๆ คันฉ่อง หัวคิ้วเรียวขมวดมุ่น วงสีแดงจำนวนสองสามจุด เป็นผื่นแพ้สัมผัสมังกร หรือจะเป็นไรฝุ่นบนที่นอนกัน หญิงสาวจึงลูบนิ้วสำรวจเบาๆ ไม่คัน แต่ลองกดแล้วปวดรู้สึกแปลบๆ คล้ายเนื้อจะกระแทกอะไรบางอย่างจนฟกช้ำมากกว่า

แปลกจริง!

ถ้าเฉียงหมินหลงเกิดละเมอบีบคอคน นางย่อมตื่นมาต่อสู้ตอบแน่นอน!

น่าหลันซือซือมองเงาสะท้อนของสาวน้อยคนสนิท แล้วออกคำสั่ง

“อารัน ต้องรบกวนผลัดผ้าปูเตียงผืนใหม่แล้ว ส่วนหมอนกับผ้าห่ม ให้นำออกไปตีไล่ฝุ่นละอองกลางแดดสักหน่อย”

พอดีกับมือข้างหนึ่งชีรันกำลังรวบเส้นผมนุ่ม อีกข้างหนึ่งถือหวีเขาสัตว์เตรียมแปรงผมให้ขึ้นเงาสลวยแล้ว แต่เด็กสาวกลับเกิดกิริยาชะงักไปกะทันหัน เมื่อไร้เสียงตอบรับ น่าหลันซือซือจึงเอี้ยวหน้ามองอย่างสงสัย อีกฝ่ายย่อมได้สติรับปากนาย

“เพคะเหนียงเหนียง!

น่าหลันซือซือไม่โกรธที่ชีรันคล้ายเหม่อคิดอะไรอยู่ จนลืมตัวไปบ้าง และหันกลับมาส่องคันฉ่อง นัยน์ตาสีอำพันจ้องรอยแดงอย่างตะขิดตะขวงใจ ย่อมไม่อยากปล่อยให้พวกมันคงอยู่นานนัก

“ก่อนจะเรียกคนเข้ามาจัดการเตียงนอน อารันช่วยหาหร่วนเกาบรรเทาพิษผื่นผดมาให้สักตลับด้วย”

ชีกงปี้ขยับปากเหมือนจะพูดอะไร แต่สุดท้ายก็แค่ตอบรับเสียงแผ่ว

“เพคะเหนียงเหนียง...”

เพราะคิดว่านางแพ้อะไรสักอย่าง โดยไม่มีอาการข้างเคียงที่อันตราย น่าหลันซือซือเลยไม่สนใจมากนัก คิดว่าได้ยาช่วยบรรเทาอาการแพ้ภายนอกคงพอแล้ว ย่อมแตะนิ้วป้ายเนื้อหร่วนเกา ก่อนจะแตะคลึงตามจุดสีแดงเท่าที่เห็น แต่กับชีรันที่รวบเส้นผมยาวนุ่มอยู่ ใบหน้าสาวน้อยกลับเห่อร้อนขึ้นมา สายตายังกวาดไปมาเหมือนหาที่วางไม่เจอ

ไม่ใช่เพียงบริเวณลำคอที่ปรากฏร่องรอย ทว่าตลอดลาดไหล่ขาวเนียน ยังมีผดผื่นหน้าตาคล้ายกันกระจายตัวอยู่ ประดุจดอกเหมยต้องกระแสเหมันต์ จนพร่างพรมลงเต็มผืนหิมะ ทำเอาคนไม่กล้าสอดสายตาต่ำลงไปเกินนี้

เสียงสรวลแช่มชื่นของหวงช่างเมื่อคืน ที่แท้ก็เป็นเพราะเกิดเหตุการณ์เร่าร้อน!

ทว่าชีรันยังสับสนอยู่ในใจ ร่องรอยที่เห็นเด่นชัดพวกนี้ เหตุใดเหนียงเหนียงคนงามของนาง จึงย้ำพูดว่าเป็นอาการแพ้ชนิดหนึ่ง หรือคือวิธีการรับมือกับบรรดากงอื่นๆ นางย่อมไม่สมควรทักให้เสี่ยวซือลำบากใจ และวันนี้หวงช่างทรงอนุญาตให้ละเว้นพิธีเข้าเฝ้าหวังหวงโฮ่วด้วย เด็กสาวเลยเลือกทรงผมที่ช่วยบดบัง ซึ่งจะไม่ถูกต้องตามแบบแผนชาววังหลวงเท่าไหร่

ระหว่างเดินออกจากห้องนอน น่าหลันซือซือเริ่มสังเกตทีท่าข้ารับใช้ในตำหนักของตนเอง ไหนจะต้องแสดงกิริยาหวาดกลัวนางเพียงนั้น เห็นหน้าหลบหน้า เห็นหลังหลบหลัง หรือช่วงที่มัวแต่นอนขี้เซาอยู่ เฉียงหมินหลงฉวยโอกาสสำแดงอภินิหารข่มขู่พวกเขาให้กริ่งเกรงนางด้วย

เมื่อไม่สามารถสอบถามชีรันกับเผิงซู่ท่ามกลางหูตามากมาย หญิงสาวจึงรับประทานอาหารอย่างเหงาๆ เพราะซาลาเปาน้อยไปเล่าเรียนหมดแล้ว หลังจากนั้น ร่างอรชรก็เข้าไปเก็บตัวในห้องตำรา สักพักหนึ่งผีพระชายาทั้งสามตน ค่อยล่องลอยทะลุผนังเรือนเข้ามา

น่าหลันซือซือลุกจากเก้าอี้ แล้วยอบกายทำความเคารพพวกนาง เพราะความสม่ำเสมอเหล่านี้ ทำให้วิญญาณพระชายาสามดวงล้วนเอ็นดูสาวงาม ทว่าวันนี้กระทั่งผียังเกิดปฏิกิริยาประหลาดขึ้นมาได้ สายตาพระชายาไร้ร่างสามคู่ต่างจดจ้องบริเวณลำคอน่าหลันซือซือ ก่อนลู่กุ้ยเฟยจะทำตัวเป็นผู้ที่ภายนอกกับภายในเหมือนกัน(ปากตรงกับใจ)

ซือเอ๋อเมื่อคืนนี้ บรรยากาศในไป๋ฮวากงร้อนระอุดีอยู่หรือ

ตามมาด้วยเสียงกระอักกระไอของผีพระชายาสองตน ขณะเดียวกันลูกตาพวกนางก็ล่องลอยไปทางผนังที เพดานที น่าหลันซือซือนิ่วหน้ามองบรรดาผีสูงศักดิ์ ก่อนนำมาประกอบกับทีท่าของคนอื่นๆ ในตำหนัก ถือว่าคล้ายคลึงไม่น้อย จึงทบทวนที่ลู่กุ้ยเฟยทักทายออกมา

เมื่อคืนนี้...บรรยากาศในไป๋ฮวากงร้อนระอุดีอยู่หรือ...ร้อน...ร้อน...

สาวงามปรายตาไปทางคนสนิท ชีรันก็ช่างตอกย้ำว่าไม่กล้ามองหน้าตอบเท่าใด ทั้งยังเอาแต่สนใจลำคอที่มีจุดผื่นแพ้บางอย่างปรากฏอยู่

ร้อนระอุ!

จะเป็นไปได้อย่างไร เมื่อคืนนางหลับเป็นตาย ตื่นมาก็ยังเมาขี้ตาอยู่เลย จะไปสร้างบรรยากาศร้อนระอุกับใครขึ้นมาได้!

นางจึงปล่อยรอยยิ้มขบขันออกมา

“เจี่ยเจียเหนียงเหนียงหยอกล้อหม่อมฉันแล้วเพคะ”

ซือเอ๋อ ไม่คาดว่าเวลาจะนำทางเจ้ากลับไปเป็นยาโถว(เด็กน้อย หรือสาวน้อย)นอกกำแพงหมื่นลี้แล้ว

พอจับน้ำเสียงเวทนาของผีลู่กุ้ยเฟยได้ นางก็คล้ายเห็นแสงส่องทาง จึงใช้มือประกบปิดคอ ตลอดกายยังคล้ายโดนความอายลวกจนสุกขึ้นมา อ้า...อ้า...เป็นนาง เป็นนางที่ความรู้สึกเชื่องช้าเอง!

ชีรันมองกิริยาแตกตื่นของนายหญิงอย่างงงงัน แล้วจู่ๆ น่าหลันซือซือก็ผลุนผลันออกไป นางจึงทิ้งหน้าที่ปิดห้องตำราให้เผิงซู่ แล้วมายืนส่งเสียงเรียกด้วยใบหน้ากังวลอยู่หน้าประตูห้องนอน

“เหนียงเหนียงเพคะ เหนียงเหนียง...เหนียงเหนียงเพคะ!

หลังจากย้ำเรียกติดต่อกันสามหน ค่อยมีเสียงตอบกลับมาเบาๆ

“ไม่...ข้าไม่เป็นไร...”

น่าหลันซือซือกำลังยืนส่องกับคันฉ่องบานยาว ด้วยลางสังหรณ์ร้ายแรง หญิงสาวจึงยืนเอียงๆ สองมือก็วุ่นวายกับการคลายชุดสองชั้นแค่ครึ่งซ้าย ระหว่างนั้น ผีพระชายาสามตนจึงล่องลอยตามเข้ามา ลู่กุ้ยเฟยจุปากเบาๆ

ประทับร่องรอยเอาไว้ขนาดนี้ หวงช่างนับว่าใจคอแข็งกร้าว ไม่รู้จักรักถนอมผิวบุปผาเอาเสียเลย ซือเอ๋อก็นอนป่วยประจำไป๋ฮวากงสักวันเถิด

หญิงสาวเห็นด้วยตาแล้วยังได้ผีช่วยซ้ำเติม ย่อมหลุดกรีดร้องออกมาคำหนึ่ง แล้วค่อยตะครุบปิดปากเอาไว้ เมื่อไม่ต้องการให้ใครมาตื่นรู้แบบตนเอง แต่สาวน้อยประสาทสัมผัสว่องไวอย่างชีรัน กลับเปิดประตูทะยานเข้ามาเต็มแรงห่วงใย จนนางต้องรีบจัดชุดคืนที่

ไม่ต้องอายเสี่ยวกงปี้ไป เจ้าสองคนอยู่ใกล้ชิดกันมาแต่ไหนแต่ไร เจี่ยเจียเชื่อว่านางคงเข้าใจดี

น่าหลันซือซือตวัดตาค้อนผี แล้วชีรันก็มาถึงตัว พอเห็นว่านายหญิงอยู่ตามลำพังหน้าคันฉ่อง ตลอดกายปลอดภัยดี ยกเว้นชุดที่หลวมหลุดเล็กน้อย เด็กสาวก็คำนึงถึงแผ่นหลังเนียนลออ ยามนี้เหมยฮวาดอกน้อยๆ กำลังออกสีสดสวย หลังจากได้เพลิงเสน่หาของหวงช่างบำรุงเลี้ยง

ดั่งว่าหลายแล้งผ่านพ้น ฝนห่าเดียว ปฐพีก็ชอกช้ำ!

น่าหลันซือซือทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ จะเชื่อฟังเจี่ยเจียเหนียงเหนียงลาป่วยทั้งวัน สถานการณ์น่าจะเลวร้ายภายหลัง แค่มีรอยบนลำคอออกไปอวดโฉมเมื่อครู่ ไม่รู้ข้างในข้างนอกเล่าลือกันไปกี่ปากแล้ว ถ้ายังไม่ไปเข้าเฝ้าเจียงหวงไท่โฮ่วอีก ทุกคนคงสรรหาสารพัดเหตุมารุมเล่นงาน!

หญิงสาวคว้าตลับแป้งฝุ่นขึ้นมาปกปิดรอยแดง จากนั้นกำชับให้ชีรันพกพาเอาไว้ตลอดวัน ทั้งสั่งน้ำเสียงเข้มงวดว่า ถ้าจุดมัจจุราชเหล่านี้เริ่มเผยตัวออกมา ให้หาทางส่งสัญญาณแจ้ง นางจะได้คอยหลบสายตาคน หรือปลีกตัวไปแอบตบแป้งกลบเสีย

ซือเอ๋อ เจี่ยเจียว่าช้าเกินไปสักหน่อย ใจกล้าๆ โอ้อวด จะได้ไม่เสียทีที่ปรองดองกับหวงช่างแล้ว

วิญญาณลู่กุ้ยเฟยก็ขยันแหย่เย้ย นางจึงเลี่ยงหน้าผีๆ หนีไปเข้าครัว ระหว่างทางย่อมพึมพำบ่น

มังกรตะกละ!

กระทั่งคนหลับก็ยังแอบแทะเนื้อ!


เนื่องจากเสียงก่นด่าของนางตกหล่นก่อนถึงท้องพระโรง ขุนนางทั้งหลายจึงลงความเห็นพ้องกัน ไป๋เฟินเสียนเฟยแห่งไป๋ฮวากง ครอบครองความโปรดปรานของเฉียงหลงหวงตี้แน่แล้ว หาไม่หวงช่างจะทรงมีพระอารมณ์แจ่มใสจนพวกเขาขนลุกชันอยู่หรือ!

แม้ไม่อาจล่วงรู้ถึงม่านมุ้งฝ่ายใน แต่เสียนเฟยชาวหรวนตี้ ย่อมไม่อาจนิยามว่าธรรมดา บรรยากาศเคร่งดุที่มักแผ่ออกมาข่มขวัญขุนนางใหญ่ จึงซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังบัลลังก์หวงหลง ปรากฏเพียงรอยแย้มพระโอษฐ์เปี่ยมสุข ถึงกระนั้น พวกเขายังหวาดระแวง บางยามหวงช่างคิดเล่นงานผู้ใดขั้นสาหัส ก็เคยใช้รอยยิ้มประหัตประหารมาแล้ว ช่วงก่อนหน้านี้ ให้ถือสกุลเสวียกับสกุลไอ่คือตัวอย่าง ทุกวันนี้ลูกหลานถึงขั้นล่มจม จนปัญญาจะพลิกฟื้นขึ้นมา

หลังจากจบประชุมเช้า เฉียงหมินหลงค่อยเรียกมู่ซิวไปเข้าเฝ้าที่เทียนหลงกง ทำให้หวังไท่เว่ยที่ได้ยินเจ๋อกงกงกล่าวเชื้อเชิญ เกิดความไม่พอใจขึ้นมา ทว่านอกจากแสดงสีหน้าดำมืดขณะออกจากท้องพระโรง หวังหลิวทงก็ยังไม่หยุดถกความกับขุนนางฝ่ายใด

ข้าราชสำนักที่ร่วมประชุมงานกับหวงช่าง ล้วนแต่สังเกตได้ พักนี้ หวงช่างทรงเหินห่างหวังไท่เว่ยและหวังหวงโฮ่ว แผนประคองสมดุลระหว่างขุนนางบริหารกับขุนนางทหาร คล้ายจะมาถึงจุดเปลี่ยน นับแต่มู่เซียง อดีตกุ้ยเฟยต้องยาพิษเสียชีวิต ไป๋เฟินเสียนเฟยออกจากตำหนักเย็นพร้อมหวังจื่อคู่แฝด

พวกเขาต่างได้สัมผัสบรรยากาศเปราะบางทั้งสิ้น!

ภายในห้องทรงพระอักษรประจำเทียนหลงกง จักรพรรดิหนุ่มในฉลองพระองค์สีทองอร่าม แลเจิดจ้าและเรืองอำนาจ ทุกอิริยาบถล้วนเปล่งราศีสูงส่ง หลังจากถวายความเคารพแล้ว มู่เฉิงเซี่ยงจึงประสานมือ ค้อมกายรายงานอย่างนอบน้อม

“ทูลหวงช่าง จูเฉิงเซี่ยงจ่างสือ ผู้รับหน้าที่ประสานงานระหว่างหว่านต้าสือหนง และสมาคมนายวาณิชย์ ขณะนี้อยู่ในระหว่างเดินทางไปสอดส่องแนวซีกวนแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

เฉียงหมินหลงคลี่ม้วนฎีกาที่กรมกองต่างๆ นำมาส่ง พลางสนทนากับมู่ซิ่วด้วย

“เจิ้นไตร่ตรองแล้ว แผนระดมเสบียงเป็นการลับ หากมีเหตุให้หลุดลอดไปถึงผู้นำแคว้นอื่น อาจเกิดผลกระทบจำแนกสามกรณี ถ้ายังกริ่งเกรงชื่อเสียงเดินทัพของเจิ้นอยู่ ประเภทที่หนึ่ง ยอมสงบเสงี่ยมมากเป็นพิเศษ พอรัชศกหมินหลงที่สิบเอ็ดมาถึง ครบรอบปีที่ห้าต้องเฉลิมฉลองสันติภาพ เสบียงที่ลดจำนวนลงไปคราวภัยพิบัติเยี่ยมเยือน คงพอเติมเต็มขึ้นมาเพราะพวกเขาได้ ประเภทที่สอง เพราะความกลัวทำให้คิดป้องกันตัวเอง จึงเลือกกักตุนเสบียงเช่นกัน มีความเป็นไปได้สูงที่พวกเขา อาจขัดขวางเส้นทางการค้า และประเภทที่สาม ซึ่งคลายความเกรงกลัวเจิ้นแล้ว หลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญผู้คนขึ้น ย่อมฉวยโอกาสรุกรานดินแดน แต่เนื่องจากพวกเขาทราบ เจิ้นสั่งเตรียมเสบียงเอาไว้แล้วก่อนหน้า อาจเกิดความไม่มั่นใจที่จะเอาชนะกองทัพเจิ้นได้ นับข้อดีมีสอง นับข้อเสียมีหนึ่ง มู่เฉิงเซี่ยง หากเกินกำลังปิดบังนัก ก็พอปล่อยพวกเขาเล่าลือกันไป”

อัครเสนาบดีเฒ่าถึงกับโค้งกายชื่นชม

“หวงช่างทรงพระปรีชาอย่างยิ่งพ่ะย่ะค่ะ”

ก่อนเขาจะยืดกายขึ้น ตามสุรเสียงที่อยู่ๆ ก็กระตือรือร้น

“มู่เฉิงเซี่ยง! รีบเงยหน้าขึ้นดูสิ่งนี้เร็วเข้า”

ในกำพระหัตถ์ที่ยื่นมาทางเขาคือถุงผ้าขนาดเล็ก มีพู่เชือกถักสีสันสดใสห้อยประกบ ลักษณะเหมือนถุงบุหงา รายละเอียดฝีปักไม่ค่อยชัดเจน นอกจากมู่ซิ่วจำต้องขยับเข้าใกล้โต๊ะทรงพระอักษร ยังมีเจ๋อกงกงที่พร้อมส่งต่อสิ่งของจากหวงช่างไปยังมหาเสนาบดี แต่เฉียงหมินหลงกลับไม่อนุญาตให้ใครแตะต้อง ภาระจึงตกหนักที่สายตาคนชราอย่างมู่เฉิงเซี่ยง เขาสูดจมูกเล็กน้อย พอจะได้กลิ่นเครื่องหอมจางๆ 

“เป็นฝีมือของไป๋เฟินเสียนเฟย นางมอบให้เจิ้นช่วงเทศกาลกั้วเหนียน ทำให้เจิ้นประทับใจได้ทั้งรูปและกลิ่น มู่เฉิงเซี่ยงเห็นเป็นอย่างไรบ้าง”

ครั้นคำตอบเฉลยตัว อัครเสนาบดีเฒ่ายังชะงักไปอึดใจหนึ่ง แล้วรีบสนองรับ

“ไป๋เฟินเสียนเฟยไม่เพียงทรงโฉมเป็นหนึ่ง แต่ยังมีความสามารถมากพ่ะย่ะค่ะ”

ในใจเขาแจ่มแจ้งถึงความหมายของหวงช่างแล้ว หลังจากเสด็จไปหยั่งเชิงนางที่ไป๋ฮวากง ในที่สุดเฉียงหลงหวงตี้จึงตัดสินพระทัยสนับสนุนแผนการที่ทูลเสนอคราวก่อน หว่านต้าสือหนงก็จะได้ปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลัง

“มู่เฉิงเซี่ยงคงมีภาระงานไม่น้อยกว่าเจิ้น รีบเดินทางกลับไปสะสางที่เฉิงเซี่ยงฝู่เถิด แต่อย่างไรก็อย่าลืมกำชับจูเฉิงเซี่ยงจ่างสือ ว่าเจิ้นต้องการทราบสถานการณ์แถบซีกวนอย่างละเอียด และเพื่อให้มีเวลาแก้ไขเหตุการณ์มากที่สุด เจิ้นขอมอบป้ายอาญาสิทธิ์ในการเข้าออกวังหลวงแก่ท่าน”

เจ๋อจิวซิ่งประคองป้ายหยกชิ้นสำคัญมายื่นตรงหน้ามู่ซิ่ว ความหมายคือหวงช่างอนุญาตให้ผู้ถือเดินทางเข้าวัง และขอเข้าเฝ้าได้ทุกยาม

“จงรักษาเอาไว้ให้ดี จนกว่าสถานการณ์จะเรียบร้อย”

เขารับป้ายอย่างถนอม ก่อนค้อมกายกล่าว

“ขอบพระทัยหวงช่างที่เมตตา กระหม่อมสาบานว่าจะจัดการให้เรียบร้อยโดยไวที่สุดพ่ะย่ะค่ะ”

ในที่สุดสัญลักษณ์ประกาศความวางพระทัยอย่างสูง ก็อยู่ในกำมือของเขา แล้วมู่ซิ่วจึงโศกเศร้านักที่เสียบุตรีไปแล้ว ไม่เช่นนั้นด้วยป้ายแผ่นเดียวนี้ เขาอาจจะช่วยชีวิตบุตรสาวเอาไว้ได้ หวังสีเจี่ย...หวังไท่เว่ย ความสูญเสียที่พวกเจ้ามอบให้ ข้าย่อมต้องตอบแทน!

คล้อยหลังอัครเสนาบดีเฒ่า เฉียงหมินหลงจึงโบกมือไล่คน เจ๋อจิวซิ่งย่อมค้อมกายถอยออกไปเฝ้าหน้าประตู ไม่ว่าผู้ใดมาถึงห้องทรงพระอักษร หวงช่างยามนี้ไม่โปรดให้เข้าเฝ้าทั้งสิ้น จนกว่าจะตรัสเรียกเขาเข้าไปรับคำสั่ง

ราชองครักษ์ก็ปรากฏกายจากเงาเสา พระเนตรคมดุมองชายชุดดำที่ทรุดลงคุกเข่า ด้วยใจเร่งร้อน ทำให้มีพระบัญชาออกไป

“รายงานเจิ้น!

ชายร่างสูงใหญ่จึงประสานมือ ทูลตามเนื้อข่าวที่ผ่านการแปลสารลับแล้ว

“ทูลหวงช่าง ทะเลทรายพายัพนอกเจียยวี่กวน(ด่านสุดท้ายของกำแพงเมืองจีนทางทิศตะวันตก)มีขนาดกว้างใหญ่ แต่คำว่า ซิย่ะ มีเพียงบางเผ่าทราบความหมาย จึงเสียเวลาค้นหาไปไม่น้อย กว่าจะพบพยานที่กล่าวว่ามีตัวตนอยู่จริง พวกเขาคือชาวเผ่าเร่ร่อนชื่อ เผ่าซาไห่ ตามความเชื่อที่สืบทอดมา ซิย่ะเปรียบเสมือนคำสาปที่วนเวียนสูบกินพลังชีวิตของแผ่นดิน ทุกๆ ปักษ์ลี่เซี่ยพวกมันจะผุดขึ้นจากภูเขาทราย พร้อมกับความกระหายที่เต็มไปด้วยพิษ เหตุผลที่พวกมันไม่เคยโจมตีเจียยวี่กวนมาก่อน เป็นเพราะฝั่งจงกั๋วมีพายุกรรโชกกระแสหนึ่งปกป้องประดุจเกราะศักดิ์สิทธิ์”

เขาแม้ทราบเนื้อหามาครบถ้วนแล้ว ในใจกลับถ่วงหนักคล้ายแบกภูเขาหินอยู่

“แต่ปีนี้พวกเขาชี้ให้เห็นว่า พายุลมที่ว่านั้นก่อตัวขึ้นล่าช้ากว่าปกติ ทำให้มีโอกาสที่พวกมันจะมุ่งหน้ามาทางนี้ ซิย่ะหรือที่ชาวเผ่าเกรงกลัว แท้จริงเป็นฝูงแมลงตัวสีดำชนิดหนึ่ง วงจรชีวิตของพวกมัน กำเนิดมาทำลายล้างพรรณไม้ทุกชนิด เมื่อถึงเวลาหนึ่ง สายลมก็จะนำทางพวกมันย้อนกลับคืนถิ่นกำเนิด เพื่อผสมพันธุ์และฝังไข่จำนวนนับไม่ถ้วนใต้เม็ดทราย อันเป็นทายาทรุ่นใหม่ในปีต่อไป”

“ด้วยสาเหตุธรรมชาติเปลี่ยนแปลงแล้ว คาดว่าพวกมันไม่สามารถหวนคืนทะเลทรายพายัพ ดังนั้นพวกมันคงมุ่งหน้าล้างผลาญพืชผลต่อเนื่อง กระทั่งหมดอายุขัย แต่นับว่าฟ้าดินเมตตาปรานี ซิย่ะในสภาพตัวอ่อน จำต้องใช้บรรยากาศของทะเลทรายช่วงปักษ์ลี่เซี่ยในการฟักฝูงใหม่ออกมา ที่เกิดเหตุการณ์รุกรานแคว้นจิ้น อาจเป็นวาระควบคุมจำนวนของพวกมันพ่ะย่ะค่ะ”

สีหน้าจักรพรรดิหนุ่มขณะนี้ ยากจะแกะรอยอารมณ์แล้ว ราชองครักษ์ลับยังต้องแข็งใจทูลต่อไป

“นอกจากนี้ ชาวเผ่าซาไห่ยังกล่าวว่า ซิย่ะยังนำโรคชนิดหนึ่งมามอบให้ผู้คน อาการก็คือเริ่มจากหายใจติดขัด รายที่สุขภาพอ่อนแออยู่แล้ว มักจะสิ้นชีวิตเพราะหายใจไม่ออก รายที่แข็งแรงดี อาจเกิดอาการเจ็บป่วยได้ และยังสอบถามจนพบต้นเหตุ บริเวณปีกของพวกมัน เวลาขยับบินมักกระจายผงพิษ ก่อให้เกิดผลขัดขวาง หรือสร้างความระคายเคืองแก่อวัยวะภายใน เนื่องจากพวกมันรวมตัวกันเป็นฝูงขนาดใหญ่ ย่อมก่ออันตรายได้อย่างมากพ่ะย่ะค่ะ”

“ข้อมูลส่วนหลังนี้ เป็นโรงหมอเป่ยที่เปิดเผย”

เฉียงหมินหลงมุ่นหัวคิ้วฉับพลัน

“โรงหมอเป่ย...”

ชายชุดดำรีบแจงรายละเอียด

“พ่ะย่ะค่ะ ผู้ที่ประจำการอยู่ คืออดีตเป่ยไต้ฟู นามว่า เป่ยหลัว หลังลาออกจากอี้เทียนกง เขากล่าวกับคนรู้จักว่าจะเดินทางกลับไปประกอบอาชีพที่บ้านเกิด แต่ด้วยความสามารถในการหว่านล้อมของประมุขสกุลอู่เหวิน ภายหลังพวกเขาร่วมมือกันก่อตั้งโรงหมอเป่ย โดยมีจุดมุ่งหมายรักษาผู้ยากไร้ที่เจียยวี่กวน”

เขาพอจะทบทวนความจำได้แล้ว

“เป่ยหลัว ก็คือไต้ฟูที่ดูแลอาการหมินฉีคราวตกต้นไม้ลงมา...”

หวงช่างทรงมีความจำเป็นเลิศนัก!

“พ่ะย่ะค่ะ ในเอกสารระบุการทำงานของเขาระยะหลังว่า เป่ยหลัวมักใจเลื่อนลอย บางคราวแสดงกิริยาหวาดระแวง สุดท้ายคงไม่อาจทนแรงกดดันในอาชีพได้ จึงเขียนจดหมายลาออกไป”

เฉียงหมินหลงขบคิด เมื่อประมุขสกุลอู่เหวินอย่างเหลาป่านผู้นั้น ยอมรับเลี้ยงเป่ยหลัวหลังจบเหตุกระทบกระทั่งกับหวังสีเจี่ย ไป๋ฮวาเฟยย่อมแน่นอนว่ามีส่วนเกี่ยวพัน เขากระตุกมุมปากยิ้ม นัยน์ตาสีดำแลลึกล้ำประดุจเหวไร้ก้น

การกระทำของนางมักเร็วกว่าก้าวหนึ่งเสมอ มิใช่หมายความว่ายามเขาเพิ่งเจอความจริงของซิย่ะ น่าหลันซือซือก็ทราบวิธีรักษาโรคประหลาดไปแล้ว การข่าวของนางมีความแม่นยำสูงยิ่ง พึ่งพาเพียงพรรคพวกอย่างอู่เหวินฝูหรือ กล่าวว่านางมีพรสวรรค์เล็งเห็นอนาคต หรือทำตัวเป็นผู้สร้างเหตุการณ์ขึ้นมา ยังจะมีความเป็นไปได้มาก ทว่าสตรีนางหนึ่ง ถึงกับมีอำนาจสั่งธรรมชาติได้ ค่อนข้างเพ้อเจ้อทีเดียว!

“จับตาดูคนต่อไป...”

“กระหม่อมน้อมรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ และอีกเรื่องที่เกิดขึ้น คือท่าทีสกุลหวังที่ชายแดน...”

ยิ่งเฉียงหมินหลงฟังความ เงามืดในดวงตายิ่งขยับขยาย จากนั้นรอยยิ้มที่มุมปากก็ฉีกบรรจบอย่างอำมหิต

“มู่เฉิงเซี่ยงจะดูแลเรื่องนี้แทนเจิ้น พวกเจ้าก็คอยเฝ้ามองหรือสนับสนุนทางลับ แต่ไม่ควรประมาทให้ฝ่ายไหนสืบสาวมาได้ เจิ้นไม่ต้องการรับศึกหลายด้าน”

“พ่ะย่ะค่ะ!

ราชองครักษ์ลับประสานมือกล่าวหนักแน่น ก่อนจะผุดลุก แล้วเคลื่อนไหวหายไปในเงาของห้อง จากนั้นจอมคนก็หมดความสนใจกองฎีกา ร่างสูงใหญ่ผละห่างจากโต๊ะทรงงาน ระหว่างก้าวเท้าคิดซับซ้อน ในหัวก็เริ่มต้นผูกเงื่อนหลายปมขึ้นมา

 

ช่วงบ่ายวันหนึ่ง หลังหวังสีเจี่ยฟังหมี่ฉายยวี่กระซิบเรื่องการจัดซื้อธัญพืช ที่เป็นการประสานงานของหว่านต้าสือหนงกับมู่เฉิงเซี่ยง และนำชื่อไป๋เฟินเสียนเฟยเพื่อสะสมเสบียงเข้าคลังหลวง พระนางก็ลากปลอกเล็บครูดโต๊ะ ก่อนสั่งเสียงเยือกแข็ง

“เอาตำราหลันเซียนเชิงในเทียนเฟิ่งหวงกงไปเผาทำลายให้หมด จากวันนี้ไป กงใดจะงมงายก็ให้พวกมันงมงายไป แต่ต้องไม่ใช่คนของเปิ่นกง!

“เพคะหวงโฮ่ว”

หมี่อินน้อมรับคำสั่งแล้วนำไปถ่ายทอดทันที หวงโฮ่วผู้ดุร้ายจึงอยู่ตามลำพังชั่วขณะ ถึงพระนางละม้ายมีนิสัยใจคอสมกับกำเนิดมาด้วยสายเลือดทหารขนาดไหน กลับยังต้องการแหล่งพึ่งพิงทางใจบ้าง แต่สุดท้ายก็ต้องทำลายทิ้งเสีย ดังนั้นต๋าน่าหลันซือซือ ย่อมเป็นมารจิ้งจอกที่น่าชังที่สุด!

เมื่อหมี่ฉางยวี่กลับมาพร้อมสตรีวัยกลางคนผู้หนึ่ง และยังมีปี๋สุ่ยที่ติดตามมาพวกนางอยู่เบื้องหลัง หวังสีเจี่ยก็สลัดความเกลียดชัง รีบลุกขึ้นต้อนรับ ทั้งไม่รอให้อีกฝ่ายถวายความเคารพ สองมือพระนางก็พยุงร่างหญิงสูงอายุอย่างกตัญญู

“เหนียง...”

“เจี่ยเอ๋อ...”

สิ้นเสียงเรียกสนิทสนม ทั้งสองก็จับมือกันมองซาบซึ้งอยู่ครู่หนึ่ง หวังสีเจี่ยค่อยสอบถามมารดา

“ภายนอกเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”

หวังฟูเหริน หรือเจี้ยนสีเจี่ยว ผู้เป็นภรรยาเอกของหวังไท่เว่ย เผยสีหน้าลำบากใจออกมา

“ก็เป็นอย่างที่ใครๆ รู้ดี สกุลหวังบัดนี้ทะยานมาถึงที่สุดแล้ว”

คำว่า ที่สุด จุดประกายเพลิงดุร้ายในพระเนตร จนหวังฟูเหรินบังเกิดความกลัวขึ้น นิสัยบุตรสาวที่นางคุ้นเคยเปลี่ยนแปรไปแล้ว หวังสีเจี่ยเห็นดังนั้น ก็สลายตะกอนอารมณ์ที่ขุ่นมัวลง

“แล้วเตียเสียใจหรือไม่เจ้าคะ ที่เจี่ยเอ๋อดื้อรั้นมาจนสุดทางนี้”

เจี้ยนสีเจี่ยวถอนหายใจ พลางตบหลังมือบุตรสาวเบาๆ ภายในความเหี้ยมโหดที่เพิ่งสัมผัส นางก็ยังเห็นตัวตนอันเปราะบางของเจี่ยเอ๋อ เมื่อมีฐานะสูงส่ง แวดล้อมไปด้วยบารมี กลับส่งผลทรมานจิตใจผู้คนให้บิดเบี้ยวได้

“เตียของเจ้ายังยืนยันเช่นเดิม ไม่ว่าทางไหนที่เจี่ยเอ๋อเลือก พวกเราทุกคนจะสนับสนุน...”

พระนางย่อมสูดลมหายใจลึก ไม่เคยคาดว่าสถานการณ์นี้จะมาถึง ทั้งที่ตำแหน่งยังมั่นคงเหนือสตรีอื่น แต่วัยที่เสื่อมถอยทุกคราวของเตีย ไม่ช้าอำนาจในมือสกุลหวังคงแตกกระจายไป อดีตเคยผิดพลาดที่เลือกเป็นมารดาแห่งแผ่นดิน เพราะการอยู่เคียงข้างเฉียงหมินหลง ก็เสมือนออกเดินทางพร้อมสัตว์ร้าย บัดนี้เขายังสนใจกวัดแกว่งคมเขี้ยว และกรงเล็บสังหารผู้อื่น ทว่าสักวันคงหันมาทางนาง  

“ฝากเหนียงบอกเตียด้วย ว่าเจี่ยเอ๋อพร้อมแล้วเจ้าค่ะ”

หวังฟูเหรินจำต้องเตือน ในเมื่อบุตรสาวเลือกวางเฉยมานานแล้ว จู่ๆ ก็ตัดสินใจเช่นนี้ขึ้น

“เจี่ยเอ๋ออย่าวู่วามคิดไป ถ้าเริ่มต้นแล้ว ก็ไม่เหลือทางให้ถอยอีก...”

นางพญาหงสาแดงกอบกุมมือมารดา ฝ่ามือพระนางให้สัมผัสหนาวเย็น ก็คล้ายรับไออุ่นจากเจี้ยนสีเจี่ยว พลางคลี่พระโอษฐ์อ่อนโยน

“เจี่ยเอ๋อคิดรอบคอบแล้วเจ้าค่ะ จากนี้ไปไม่อาจทอดเวลาให้นาน คนผู้นั้นคงไม่ยอมปล่อยพวกเรา เหตุใดสกุลหวังที่เสียสละเลือดเนื้อประสานให้แผ่นดินเป็นปึกแผ่น ต้องคอยเวลาให้เขาลงมือทำลาย!

-

-

--ต่อค่ะ--(เย้ จบตอนแล้ว ไว้เจอกันใหม่อาทิตย์ถึงอาทิตย์ครึ่งนะคะ)

ยามราชวงศ์อ่อนแอจากการแย่งชิงบัลลังก์ พวกเขาเคยมีใจท้าทายวาสนาฟ้าด้วยอำนาจในมือ แต่หวังสีเจี่ยกลับทัดทานเพื่อแต่งเข้าตงกง ปัจจุบันก็กลายเป็นหวงโฮ่วที่มีบุตรชายดำรงตำแหน่งหวงไท่จื่อ สตรีอื่นร่วมสวามีเดียวกัน ไม่ประสบอุบัติเหตุคลอดก่อนกำหนด มักจะครรภ์ไม่แข็งแรง หรือถวายกงจู่น้อยแก่จักรพรรดิ ประดุจคำสาปของสกุลเฉียง ที่กำหนดให้มีทายาทชายจำนวนน้อยนิด

ทว่านางก็หัวร่อทุกคราวที่ได้ฟัง ชายผู้นั้นนิสัยร้ายกาจ แก่งแย่งจนเอาชนะพี่น้องต่างมารดา จนเหลือเพียงคนเดียว มีหรือจะเชื่อถือลมปากฝูงชนเกี่ยวกับคำสาปไร้สาระ!    

และบัดนี้ ต๋าน่าหลันซือซือก็เก็บบุตรชายถึงสองคนเอาไว้ให้เขา หากพระนางไม่ตัดสินใจริดหนามแต่เนิ่นๆ ย่อมต้องถูกตำจนเจ็บแค้นใจภายหลัง!

“หากเจี่ยเอ๋อตัดสินใจรอบคอบแล้ว เตียของเจ้าย่อมคิดเห็นทางเดียวกัน จึงมีอาการกินไม่ได้ นอนไม่หลับมาหลายคืน”

หวังสีเจี่ยทอดพระเนตรมารดา สีพระพักตร์เผยความห่วงใย ทั้งยังอบอุ่นอย่างมาก นับว่ายากจะพบเห็น

“ทำให้เตียไม่สบายใจมาก เจี่ยเอ๋ออกตัญญูแล้วเจ้าค่ะ”

หวังฟูเหรินรีบปลอบบุตรสาว

“ไม่ใช่ความผิดเจี่ยเอ๋อหรอก เตียคงวิตกถึงอนาคตสกุลหวังเช่นเดียวกัน เกรงว่าจะมาสุดทางแล้ว มีแต่ต้องทรหดเหมือนหลีฮื้อกระโดดข้ามประตูมังกร(เชื่อว่าถ้าปลาหลีฮื้อกระโดดข้ามประตูน้ำอวี่แล้ว จะกลายเป็นมังกรบินขึ้นฟ้าไป)”

แต่แววตาหญิงวัยกลางคนกลับปรากฏเงาแห่งทุกข์ เมื่อพวกปลาหลีฮื้อที่ข้ามประตูอวี่ไม่สำเร็จ ล้วนมีโอกาสหวนกลับมาต่อสู้ใหม่

“เหนียง...เจี่ยเอ๋อต้องฝากดูแลเตียด้วยเจ้าคะ หากเตียต้องการสิ่งใด ปี๋สุ่ยกับเจี่ยเอ๋อจะเร่งช่วยเหลือให้ได้”

หวังสีเจี่ยปรายพระเนตรไปทางปี๋จงกงสื่อ เจี้ยนสีเจี่ยวจึงผุดรอยยิ้ม

“เหนียงทราบแล้ว และเจี่ยเอ๋อก็ต้องดูแลตัวเองด้วย”

หลังจากนั้นแม่ลูกก็สนทนาความทั่วไป แล้วหวังฟูเหรินค่อยจากไปพร้อมปี๋สุ่ย ทำให้หวงโฮ่วนั่งเหม่อคิดตามลำพัง ก่อนหน้าเฉียงหลงหวงตี้ครองบัลลังก์มั่นคง สกุลหวังเคยใช้ลูกไม้บั่นทอนความเชื่อมั่น ให้พระนามเฉียงหลงหวงตี้ฉาวโฉ่ ในฐานะจักรพรรดิผู้ลุ่มหลงมารยาหญิงชาวหรวนตี้ 

แต่เลือกจะสนับสนุนมู่เซียงให้หยุดยั้งแผนการของครอบครัว ก่อนที่เฉียงหมินหลงระแคะระคายว่าเหยื่อล่อเกือบโดนพวกเขาฮุบไป พระนางจึงวางตัวเหนือปัญหาทั้งปวงที่เกิดขึ้น ทว่าพวกมันคล้ายปีศาจผุดจากนรกภูมิ กำจัดไปหนึ่ง แล้วหวนคืนถึงสาม!

ต่อให้กายสูญสลายเป็นเถ้าธุลี พระนางก็พร้อมแผดเผาพวกมันจนมอดม้วย!

 

เจียงเลี่ยงซูฟังคำรายงานจากคนสนิทแล้วยิ้มอ่อนหวาน ตั๊กแตนจับจักจั่น นกขมิ้นก็จ้องอยู่ข้างหลัง บริบททำนองนี้ นางสมัครใจเป็นผู้ดู หาได้จำเป็นต้องเข้าร่วมให้เหน็ดเหนื่อยไม่ หวังสีเจี่ยใช้เวลาปรนนิบัติหวงช่างอย่างยิ่งใหญ่มานานปี สติคงเลื่อนเปื้อนไปมากแล้ว จึงหลงลืมว่าเฉียงหมินหลงหาใช่บุรุษนิสัยใจคอธรรมดา แต่คือโอรสสวรรค์ที่ยามรบเป็นแม่ทัพ ยามสงบเป็นเสนาบดีผู้หนึ่ง!

 

อันเหอลี่ได้กลิ่นขื่นของยา ก็ไอออกมาเบาๆ

“แค่ก! แค่กแค่ก!

ทำเอานางกำนัลที่ดูแลอยู่หน้าตาแตกตื่น

“เหนียงเหนียง...หม่อมฉัน...”

สาวงามสุขภาพอ่อนแอรีบส่ายหน้าปราม นางคืออันชงหรง แต่ครองเป่าหมานกงแทนอดีตชงอี๋อย่างเสวียซวี่หยา ถึงกระนั้นก็ยังต้อยต่ำกว่าสี่พระชายาชั้นซื่อฟูเหริน และถูกกำหนดให้ทำตามสั่งเพื่อให้ตระกูลขุนนางเล็กๆ มั่นคงขึ้น

นางดื่มยาจนหมด ก่อนส่งคืนนางกำนัล ทว่าแววตาอีกฝ่ายคล้ายรอข้อคิดเห็นหรือทราบทีท่าสนองตอบ อันเหอลี่จึงกล่าวเสียงแผ่ว

“สุขภาพของข้าอ่อนแอ...ไม่เหมาะสมที่จะยุ่งเรื่องราวใครหรอก”

กงปี้ผู้นี้จึงผงกศีรษะรับคำสั่ง แล้วถอยออกไปให้นายหญิงพักผ่อน

ทั้งหมดนี้เป็นแค่ปฏิกิริยาภายในสามกง ทว่าพระราชวังที่อร่ามเรืองแห่งฉางอัน กลับปรากฏนับร้อยนับพันกงอยู่ร่วมบริเวณ ฉะนั้นฝ่ายในของเฉียงหมินหลง เสมือนรังสัตว์ร้าย ทั้งยังเต็มไปด้วยจิ้งจอกหลายประเภท ถ้าจอแจไปบ้าง ย่อมเป็นปกติวิสัย


คุยกับแพนด้า:

แพนด้ามาเปิดบทแล้วจ้า ไม่ได้หายไปไหนนะคะ ก็มาตามปกติ 5555 อาทิตย์ถึงอาทิตย์ละตอนค่ะนักอ่านขา อย่าเพิ่งตัดพ้อว่าเจอกันอีกทีปีหน้าเลยน้า แพนด้าสะเทือนใจ ฮ่าๆ นี่ก็กล้าพูด ตอนนี้กำลังปั่นจนกล้ามเนื้อแขนปูดเลยค่า อัพเดตตอนนี้ก็คือ แพนด้าเขียนมือคร่าวๆ ไปถึงบทที่ราวๆ ห้าสิบ นับรวมเล่ม 1 ด้วยนะคะ เหลือเวลาอีกสองเดือนในการทำต้นฉบับเล่มที่สองให้จบสมบูรณ์ ประมาณ 60 บท เท่ากับตกเล่มละ 30 บทนะคะ 

ทุกวันนี้ไฟลนก้นมากเลยค่ะ เจอคำผิด เรื่องพล็อตหลุด หรืออะไรทักบอกเลยนะคะ แพนด้ามีเวลาทวนงานน้อยมาก บางทีอาจเขียนวนไปวนมาด้วย 55555 เป็นอาการย้ำคิดย้ำทำชนิดหนึ่งของแพนด้าเอง ฮือออ ตอนลงนี่อาจจะเจอชัดเจนหลายบริบทนะคะ เพราะไม่ได้กรองอ่านจริงๆ จับไม่เจอเลย เขียนอะไรไป ลืมก็ยังมี...เอ่อ นี่กระทั่งตัวเองก็แฉให้คนอ่านรู้อีก 55555 ตอนนี้แพนด้าพยายามเขียนเดินหน้าไปก่อน ถ้าเสร็จก่อนเดดไลน์ ก็มีเวลาทบทวนเก็บงานอีกรอบหนึ่ง 

เวลากระชั้นมากจริงๆ สำหรับเล่มสอง และทำท่าจะยาวไปถึงเล่มสามสี่ด้วย เหตุผลที่บก.อยากให้ออกไวๆ แพนด้าก็เข้าใจนะคะ แต่ความสามารถไปไม่ถึง ไม่รู้จะทำยังไงเลยค่ะ 

TT V TT เรื่องดอกไม้มังกรเป็นงานท้าทายขีดความสามารถของแพนด้าที่สุดเลย ทั้งวัฒนธรรมจีน ภาษาจีน และนิสัยของตัวละครที่ตั้งขึ้นมา  


สถานะเรื่อง: ยังไม่จบ 

สถานะการลงเรื่อง: ยังลงต่อเนื่อง

สถานะสต็อก: ไม่มี (ปั่นสด ตรวจสด)

วันนัดเจอตอนต่อไป: ยังระบุไม่ได้ (อาจจะเป็นวันไหนก็ได้)

จะลงกี่เปอร์เซ็นต์ในหนึ่งตอน: ระบุไม่ได้ (เท่าที่มีในวันที่ลง)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.752K ครั้ง

164 ความคิดเห็น

  1. #4554 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 22:25
    หวังสีเจี่ยคิดจะทำอะไรร้ายไปอีก

    เป็นห่วงซือซือและสองเปา

    และสงสารไท่จื่อที่มีแม่แบบนี้น
    #4554
    0
  2. #4332 wanwisa-k (@wanwisa-k) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 12:45
    สำนวนอ่านยาก ต้องค่อย ๆอ่าน ค่อย ๆ ทำความเข้าใจ บทหนึ่ง ๆ เสียเวลานานซ้ำหลายรอบ ผู้เขียนน่าจะฉลาดมาก เนื้อเรื่องพอเข้าใจแล้วสนุกดี ขอบคุณค่ะ
    #4332
    1
    • #4332-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 50)
      15 มกราคม 2562 / 21:24
      ไม่นะคะ แพนด้าก็เลเวลสมองปกติค่า แล้วก็ขอบคุณเช่นกันนะคะ
      #4332-1
  3. #4165 จิล (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 02:14

    สนุกค่ะ มีวงเล็บแปลสำนวนทำให้เข้าใจง่ายขึ้นเยอะเลย

    #4165
    1
    • #4165-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 50)
      31 ธันวาคม 2561 / 14:37
      แพนด้าช่วงแรกจะลงแบบไม่แปะเลย ก็จะไม่มีวงเล็บข้างหลัง ตอนนี้ไล่ลงใหม่ยังไม่ครบ เพราะขอเขียนให้จบเล่มก่อน เดดไลน์ขี่คอแล้ว ฮาาา
      #4165-1
  4. #4164 LoukJan Siri (@loukjan17) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 00:53
    อ่านไปๆ ก็รู้สึกว่ากงกงแซ่เจ๋อเนี่ย ชื่อสกุลเหมาะกับการเป็นกงกงจริงๆ เพราะต้องคอยยืนเจ๋อไปในทุกๆเรื่องของเฮียเต้ ต้องให้เจอสายตาพิฆาตหรือท่าทางปฏิเสธกลายๆของเต้ ถึงจะยอมล่าถอยออกมา เป็นกงกงนี่ต้องคอยเจ๋อจริงๆ
    #4164
    1
    • #4164-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 50)
      31 ธันวาคม 2561 / 14:38
      กร๊ากกกกกกกกกกก โถ....เจ๋อกงกง
      #4164-1
  5. #4159 ^ จู ^ (@inuko555) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 11:11

    วังหลังน่ากลัว

    #4159
    1
    • #4159-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 50)
      31 ธันวาคม 2561 / 14:40
      ต้องค่อยๆ เดินกันไปค่ะ
      #4159-1
  6. #4158 นมเย็น (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 10:51

    สงครามเย็น ขมุกขมัว อึมครึมสิ้นดี

    #4158
    1
    • #4158-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 50)
      31 ธันวาคม 2561 / 14:41
      เดี๋ยวก็ร้อนแล้วค่า อิอิ
      #4158-1
  7. #4157 rugwrite (@rugwrite) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 09:09
    เจี่ยเอ๋อคิดรอบคอบแล้วเจ้าค่ะ
    #4157
    1
    • #4157-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 50)
      16 ธันวาคม 2561 / 09:34
      ขอบคุณมากเลยค่ะ แพนด้าเขียนเบลอว่ารักแถบมาก (โดนคนอ่านถีบ5555) แก้ไขในเด็กดีก่อน เดี๋ยวทยอยแก้ที่เหลือตามนะคะ
      #4157-1
  8. #4156 ~PiMMNaRa~ (@himmel92) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 04:40

    ติดตามอยู่คะแพนด้า เข้าใจ เพราะต้องทำงานเหมือนกัน..แต่อ่านแล้วติดลม อยากให้ออกเป็นรูปเล่มไวๆ
    #4156
    1
    • #4156-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 50)
      16 ธันวาคม 2561 / 09:35
      กอดเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะ
      #4156-1
  9. #4155 monmanon (@monmanon) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 01:31

    โบกมือส่งทั้งน้ำตา โปรดกลับมาไวๆเน้อค้า คิดถึงงงงงงงงง

    #4155
    3
    • #4155-2 กาน (จากตอนที่ 50)
      17 ธันวาคม 2561 / 22:15
      ถ้าทันออกงานสัปดาห์หนังสือช่วงเดือนมีนา เมษาคุุณแพนด้าบอกด้วยนะคะว่าอยู่บูธไหนเค้าตะเตรียมเงินไปสอยค่ะ
      #4155-2
    • #4155-3 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 50)
      31 ธันวาคม 2561 / 14:40
      ได้เลยค่ะ แพนด้ามาประกาศแน่นวลลลล กลัวแต่คนอ่านหมดความสนใจกันแล้ว อิอิ
      #4155-3
  10. #4154 Hana no namida (@popcond) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 22:46
    สู้ๆค่า เจอกันอาทิตย์หน้า
    #4154
    1
  11. #4153 memolunla (@memolunla) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 18:11
    สู้ สู้ ค่ะ ไรท์
    เป็นกำลังใจให้
    #4153
    1
    • #4153-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 50)
      16 ธันวาคม 2561 / 09:36
      ขอบคุณมากเลยค่า
      #4153-1
  12. #4152 พาส (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 17:29

    รอต่อไปคะ

    #4152
    1
  13. #4151 เฉิงหนิงต้า (@KaekaiUreka) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 17:11

    ขอบคุณมากค่ะ..สนุกมากๆ ทุกตอนเลย
    #4151
    1
    • #4151-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 50)
      16 ธันวาคม 2561 / 09:37
      ทางนี้ก็ต้องขอบคุณจากใจจริงด้วยค่า
      #4151-1
  14. #4150 Limimi (@Limimi) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 16:46

    ส่วนตัวคิดว่าน้องซือไม่ได้เป็นฮองเฮานะเพราะเป็นชาวเผ่า และถ้าได้เป็นคงยุ่งยากมาก คงโดนถวายฎีกาต่างๆนาๆ และน้องไม่น่าจะอยากเป็น เพราะแค่นี้ก็ปวดหัวพอแล้ว5555 แต่ที่น้องซือทำทุกอย่างก็เพื่อสองเปาฝาแฝดเท่านั้น กรุยทางเพื่อให้ลูกอยู่สบาย ดีไม่ดี 1 ใน 2 เปา คงมีสักคนที่พี่เต้แต่งตั้งเป็นรัชทายาท ดูแววแล้วพี่เต้ก็เอ็นดูทั้งสองเปาอยู่


    ปล. ไรท์สู้ๆนะคะ ติดต่ออ่านตลอดเลย นานแค่ไหนก็รอ หยอดกระปุกรอซื้อหนังสือด้วย

    #4150
    1
    • #4150-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 50)
      16 ธันวาคม 2561 / 09:38
      อูยยย มีหลักการมากๆ จับได้ทุกช็อตต คารวะหนึ่งจอกเลยค่ะ
      #4150-1
  15. #4149 mintzZ55 (@mintty1412) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 16:22
    เป็นกำลังใจให้นะคะ ติดตามมาตั้งแต่แรก อยากทราบว่าตอนนี้ดำเนินเรื่องไปกี่ส่วนแล้วคะ
    #4149
    1
    • #4149-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 50)
      16 ธันวาคม 2561 / 09:39
      กี่ส่วนในเล่มสองใช่ไหมคะ ตอนนี้ประมาณ 1/3 ของเล่มสองค่ะ แต่มีทั้งหมด 4 เล่มจบนะคะตามแพลน
      #4149-1
  16. #4148 li-meizhu (@li-meizhu) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 15:36
    สู้ๆนะคะไรท์ ค่อยเขียนค่อยๆคิด อย่ารีบ อย่ากดดันตัวเองค่ะ การกดดันตัวเองทำให้เสียสุขภาพจิต สุขภาพกาย แถมทำให้สมองไม่พร้อมในการคิดอะไรใหม่ๆนะคะ
    #4148
    1
    • #4148-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 50)
      16 ธันวาคม 2561 / 09:40
      จริงเลยค่ะ เวลากดดันจะคิดอะไรไม่ออก ได้แต่นั่งบื้อๆ อยู่หน้ากระดาษและจอคอม55555
      #4148-1
  17. #4147 Maichan (@ryuzaki) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 15:21
    สีเจี่ย เป็นแม่ที่โง่มาก มีลูกทั้งที ก็ไม่ดูแลให้แข็งแรง
    สวยอย่างเดียว แต่ไม่มีสมอง คิดจะกบฏ แต่ดันไม่รู้ว่า สามีของตัวเอง เก่งขนาดไหน
    คิดเหรอ ว่าอะไรที่สีเจี่ยคิดแล้ว ฮ่องเต้จะไม่คิด นางโง่ เพราะสมองคิดแต่เรื่องชิงดีชิงเด่น ถ้าได้อำนาจมาจริง บ้านเมืองคงไม่สงบสุข
    เอาจริง ตระกูลแม่ทัพฝ่ายบู๊ ไม่มีเวลาคิดก่อกบฏหรอก ถ้าคนใกล้ตัว หรือคนในบ้านไม่ทะเยอทะยาน
    สีเจี่ย เป็นแม่ของแผ่นดินแล้ว แต่ไม่พอใจ ดูแลลูกยังไม่มีปัญญา ถ้าได้เป็นหวงไท่โฮ่ชักใยได้จริง แผ่นดินคงทลายภายในไม่กี่ปี
    #4147
    1
    • #4147-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 50)
      16 ธันวาคม 2561 / 10:02
      อาาา น่าคิดมากเลยค่ะ
      #4147-1
  18. #4146 kulyasalin2 (@kulyasalin2) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 15:16
    รอผีรายงานน้องอยู่นะ ฮวงโหนางวางแผนอะไรบอกรีดทีรีดอยากรู้
    #4146
    1
    • #4146-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 50)
      16 ธันวาคม 2561 / 10:03
      5555 รอผีกันเลยทีเดียว
      #4146-1
  19. #4145 Kibibiza (@Mat_AnGel) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 14:18
    ฮวงโหคิดกบฏไม่ใช่ง่ายหรอกนะ
    #4145
    1
    • #4145-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 50)
      15 ธันวาคม 2561 / 14:59
      ใช่ค่ะไม่ง่ายเลย ฮือออ
      #4145-1
  20. #4144 N_ing (@Ninging28335) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 11:04
    จะว่าสงสารหวงโฮ่วก็ใช่เรื่องนี้สามีเลวสุด
    #4144
    1
  21. #4143 numayza555 (@numayza555) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 10:36

    ติดตามๆๆๆสนุกทุกตอนเลย
    #4143
    1
  22. #4142 Arisara_P (@Arisara_P) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 10:02
    หวงโฮ่วเตรียมกระเด็น555

    น้องซือจะมีหวังมั้ยน้าาา
    #4142
    1
    • #4142-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 50)
      15 ธันวาคม 2561 / 15:00
      ตำแหน่งหวงโฮ่วเหรอคะ จะได้ไหมน้า
      #4142-1
  23. #4141 Taksina_Tangkwa (@Taksina_Tangkwa) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 09:43
    เล่มใกล้ออกยังน้ออออ เก็บตังรอ
    #4141
    1
    • #4141-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 50)
      15 ธันวาคม 2561 / 15:00
      ประมาณงานหนังสือมีนาปีหน้านะคะ อิอิ แพนด้าจะพยายามทำให้เสร็จทัน ตอนนี้ติดเล่ม 2 ล้วนๆ เลย
      #4141-1
  24. #4140 wilainat27 (@wilainat27) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 09:22
    เน้นสงครามเนอะ นางเอกคงได้แสดงความสามารถอิอิ
    #4140
    1
    • #4140-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 50)
      15 ธันวาคม 2561 / 15:02
      สงครามอาจจะยังไม่ชัดเท่าไหร่นะคะ ฮือๆ ออกแนวดราม่ามากกว่า
      #4140-1
  25. #4139 Moomomomoo (@Moomomomoo) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 09:03
    สงสัยนางจะต้องกระเด็นออกจากตำแหน่งฮองเฮาแน่นอนเสียนเฟยจะมีโอกาสไม่นร้า
    #4139
    3
    • #4139-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 50)
      15 ธันวาคม 2561 / 15:02
      จะมีโอกาสไหมน้าาา
      #4139-1
    • #4139-3 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 50)
      15 ธันวาคม 2561 / 15:59
      อันนี้แพนด้ายังตอบไม่ได้ อาจจะไม่รู้ตลอดไปนะคะ 55555 หรือถ้ารู้คงมาในแนวฝันหนึ่งตื่นของเฉียงหมินหลงค่ะ
      #4139-3
  26. #4125 panaratburanachonapa (@panaratburanachonapa) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 08:25
    เรายังติดที่ สามีท่านสั่งลงโทษเมียตัวจริงที่หมดประโยชน์ตายไปแล้ว อันนี้วิญญาณอื่นมา วันหลังไม่สั่งฆ่าทิ้งอีกเหรอ

    ดูนางก็ไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรในแง่อำนาจ
    #4125
    3
    • #4125-2 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 50)
      15 ธันวาคม 2561 / 01:19
      น่าหลันซือซือคนก่อน วิญญาณออกจากร่างเพราะ หนึ่งนางหมดกำลังใจจะอยู่ สองคลอดลูกในสภาพที่อนาถามาก แต่เมื่อเกิดการสลับวิญญาณกัน ก็มีความหวังขึ้นมา ด้วยความหว่งใยลูก แต่รู้ว่าด้วยความสามารถตนเอง คงดูแลใครไม่ได้แน่ เลยขอร้องยมทูต อันนี้ สาเหตุคือนางโดนทุกคนใส่ร้าย และไร้หลักฐานพิสูจน์ความบริสุทธิ์ จนหวงตี้จำใจสั่งลงโทษขังวังเย็น ส่วนหนึ่งเพราะนางไม่มีพรสวรรค์สื่อสารกับวิญญาณค่ะ ส่วนน่าหลันซือซือวิญญาณใหม่ ผิวเผินนางไม่มีอำนาจในราชสำนัก แต่ด้วยเครือข่ายของหลันเซียนเชิง ใช้เคลื่อนไหวได้สะดวกมาก หวงตี้ก็ทราบจุดนี้ ดังนั้นตอนแรกจึงลังเลที่จะนำนางกลับมา กลัวว่าจะโดนนางฉกตายเสียเอง 55555
      #4125-2
    • #4125-3 168999au (@168999au) (จากตอนที่ 50)
      18 ธันวาคม 2561 / 23:27
      สมควรกลัวโดนฉกไข่คะ แม่เลี้ยงเดี่ยว ถ้าไม่ติดว่าลูกเป็นปลาหลี่ฮื้อกระโดด นางคงหอบไปท่องยุทธ ยากกว่าภาระกิจตีป้อมก็ อ่านใจหวงตี้นี้ละคะ งานหนัก 😓
      #4125-3