หลงฮวา ดอกไม้มังกร (龍花) ผ่านการพิจารณากับสนพ.ปริ๊นเซส

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,255,351 Views

  • 5,405 Comments

  • 13,861 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    32,725

    Overall
    1,255,351

ตอนที่ 51 : บทที่37: จะจับโจร ให้จับหัวหน้าโจรก่อน 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21502
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1563 ครั้ง
    2 ม.ค. 62

บทที่37: จะจับโจร ให้จับหัวหน้าโจรก่อน 100%


(หลัวเฉิง/หลัวจ่างกุ้ย: ประสบการณ์นี้ หาไม่ได้ง่ายในฉางอันแล้ว)


หลัวจ่างกุ้ยใช้เวลาเดินทางสามวันค่อยถึงเจียยวี่กวนยามเฉิน(7.00-9.00) และสกุลอู่เหวินก็เปิดกิจการซีอวี้ลหวี่เตี้ยน(โรงเตี๊ยมหยกตะวันตก)ที่ด่านสำคัญอยู่ก่อน เป้าหมายเป็นสถานพักกระบวนสินค้า ทั้งจุดรวมข่าวสารข้ามชายแดน แม้โรงเตี๊ยมสาขานี้จะทำกำไรปริมาณน้อยมาก ด้วยขุนนางท้องถิ่นกับหัวหน้าทหารมักร่วมมือเอาเปรียบผู้คน ยิ่งห่างไกลหูตาราชสำนัก พวกเขายิ่งขาดจริยธรรม ทำให้ชาวเมืองที่เดินสองข้างทางล้วนสีหน้าอมทุกข์

ส่วนผู้ใดที่ใบหน้ารื่นเริงท่าทางกระชุ่มกระชวย มักห้อยตราตำแหน่งหรือสวมเกราะทหาร กลุ่มนี้ก้าวไปทิศไหน คลื่นคนต่างแหวกหลบอย่างหวาดผวา หลัวเฉิงเพิ่งมาถึง กลับสัมผัสปัญหายุ่งยากหลายประการได้แล้ว เขาจึงพาพรรคพวกเข้าพักที่โรงเตี๊ยมหยกตะวันตก โดยไม่ให้จ่างกุ้ยของที่นี่เปิดเผยฐานะแท้จริงของตนเอง

พอสั่งการลูกน้องแยกย้ายกันทำงานแล้ว หลัวเฉิงค่อยมุ่งหน้าไปติดต่อทางการ ได้รับใบอนุญาตที่ออกโดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอย่างถูกต้อง ท่ามกลางสายตาเหยียดหยันประหลาด คล้ายมีเสียงถามแกมเสียดสี ว่าขี้ข้าเศรษฐีเมืองหลวงจะยึดมั่นในกุศลกรรมไปนานเท่าใด

ค่ำแรกในเจียยวี่กวน หลัวจ่างกุ้ยก็ดับไฟนอนดึกดื่น ไม่เพียงครุ่นคิดทีท่าของผู้คน เขายังเขียนรายงานประจำวันด้วย จากนั้นรุ่งขึ้นค่อยเดินเท้าสำรวจพื้นที่ เจียยวี่กวนหรือเมืองด่านประจำทิศตะวันตกของจิ้น มีประชาชนอาศัยอยู่ค่อนข้างหนาแน่น แต่บรรยากาศกลับอึมครึมพิกล และเต็มไปด้วยทหารชั้นต่างๆ เพราะใกล้ค่ายพิทักษ์ชายแดนเจียยวี่

ในเมื่อหลัวเฉิงไม่ได้เดินทางลำพัง แต่เตรียมลูกน้องและข้ารับใช้จากเมืองหลวงมาด้วย ทุกคนนิสัยขยันขันแข็ง งานหนักก็ไม่เกี่ยง เพราะถูกจูงใจด้วยค่าแรงมูลค่าสูงเกินปกติ ทั้งได้จ่างกุ้ยประจำสาขาให้คำแนะนำ ไม่นานโรงทานที่มีจุดมุ่งหมายเหมือนกับในฉางอัน จึงได้ฤกษ์เปิดประตูต้อนรับผู้ยากไร้ ทว่าปราศจากผู้ล่วงข้ามธรณีเข้ามา แม้ตามตรอกบ้านหรือซอกถนน ปรากฏกลุ่มคนแต่งกายซอมซ่อ เผยสีหน้าหิวโหยจำนวนมากอยู่แท้ๆ

หลังจากเปิดประตูต้อนรับผู้คนเป็นวันที่สอง ช่วงกลางยามอู่(11.00-13.00)ค่อยมีทหารเหยียบย่ำเข้าโรงทานหนึ่งกอง ไม่เพียงส่งเสียงกรรโชก พวกเขายังกระจายตัวนั่งโต๊ะอย่างหยาบคาย มือเท้าก็เหวี่ยงฟาดพื้นบ้างขาโต๊ะบ้าง บังคับสั่งให้พวกเขานำอาหารและเครื่องดื่มมาแจกจ่าย จากนั้นจึงกินดื่มกันเต็มที่

หลัวเฉิงต้องกำกับสายตา ไม่ให้ลูกน้องที่เหลืออดกับกิริยากักขฬะ แล้วขยับปากแช่งชักพวกทหารออกมา แม้ทุกคนจะโกรธจนตัวสั่น หลังหัวหน้ากองตะคอกใส่หน้าเขาว่า พวกเจ้าเปิดโรงทาน ย่อมต้อนรับไม่เลือกหน้าคน หาไม่ต้องถือว่าผิดจุดประสงค์ จะไปร้องเรียนให้เจ้าหน้าที่ถอนใบอนุญาตเสียเดี๋ยวนี้

และด้วยจุดเริ่มต้นวันเดียวนั้น ต่อมาโรงทานกลับกลายเป็นที่รวมกองทัพอันธพาล พวกเขาต่างอดทนกับงานเก็บกวาด ทั้งวุ่นวายปรุงอาหารสดใหม่วันละสามหน

ในคืนหนึ่ง หลังข้ารับใช้ปิดประตูโรงทานด้านหน้าเรียบร้อยแล้ว ที่ประตูหลังกลับมีเสียงเคาะเรียกคน ด้วยความไม่ไว้ใจ พวกเขาจึงไปตามเจ้านายอย่างหลัวจ่างกุ้ยมาดู ทั้งแอบเตรียมอาวุธกันคนละชิ้น เผื่อเป็นพวกโจรผู้ร้ายจะได้ช่วยกันตี ทว่าพบว่าเป็นกลุ่มผู้ยากไร้จำนวนกว่าสิบคน หลัวเฉิงจึงสั่งคนไปปรุงอาหารง่ายๆ มาให้พวกเขา ระหว่างนั้นก็ลองสอบถามเหตุผล ค่อยทราบว่าโดนกองทหารข่มขู่เอาไว้

พอพวกเขาได้ข้าวสวยตักใส่ชามคนละใบ ราดกับข้าวคนละอย่างสองอย่าง คนกลุ่มนี้ก็รีบถือชามของโรงทาน แล้ววิ่งหนีหายไปทั้งหมด ลูกน้องหลัวเฉิงต่างเวทนาจนประสานกันถอนหายใจ พลางยกโทษให้กิริยามาเร็วแล้วไปเร็วกว่า

หลัวเฉิงขึ้นห้องนอนแล้ว เขาย่อมเขียนรายงานตามตรง ทุกวันก็เกิดเหตุการณ์วนเวียนเช่นนี้ กระทั่งคืนหนึ่งที่มีคนตั้งคำถาม ขณะคอยพวกเขาปรุงอาหารอยู่

“ข้ารู้มาว่าเจ้านายของท่านเป็นเศรษฐีจากฉางอัน เหตุใดพวกท่านก็เห็นสภาพที่นี่แล้ว ยังอดทน ไม่กลับไปรายงานที่ถูกทหารพวกนั้นรังแกทุกวี่วันกับเจ้านายของท่าน”

หลัวจ่างกุ้ยเล็งเห็นแต่แรกที่พวกเขาปรากฏตัวขึ้นมา ว่าบุรุษเสื้อผ้ามอซอคนนี้ท่วงท่าสะดุดตากว่าผู้อื่น แม้ใบหน้าใต้แสงสลัวจะมอมแมมด้วยคราบฝุ่นทรายเหมือนๆ กัน แต่ประกายตาเขากลับเฉียบคมโดดเด่นออกมา หลัวเฉิงย่อมคำนวณคอยแล้วว่าควรบอกมากหรือน้อย

ก่อนอื่น ข้าต้องถามก่อนว่า เคยได้ยินชื่อหลันเซียนเชิงหรือไม่”

ชายผู้นั้นขมวดคิ้วหนา แต่ด้วยความคาดไม่ถึงมากกว่าจะงุนงง แสดงว่าชื่อเสียงของเหล่าหลันขจรขจายไปไกลดีแล้ว หลัวเฉิงจึงยิ้มแย้มกล่าวต่อ

“เหล่าหลันได้เปิดโรงทานร่วมกับสกุลอู่เหวินที่ฉางอัน ทั้งลดจำนวนผู้ที่อดอยากตายในฤดูหนาวอย่างสำเร็จผล เหล่าหลันจึงห่วงใยถึงชาวเมืองแถบชายแดน สั่งให้พวกข้าเดินทางมาเปิดสาขาที่สองที่นี่ก่อน โดยไม่ได้หวังผลกำไรหรือสร้างชื่อเสียง แต่ฉางอันกับเจียยวี่กวนกลับมีสภาพแวดล้อมแตกต่าง พวกทหารที่มามักก่อเหตุเดือดร้อนแก่เจ้าของที่ข้างเคียง พวกเราจึงเปิดประตูสายปิดประตูเร็วกว่ากำหนดเดิมสักหน่อย”

แววตาคนฟังสลายความแข็งกร้าวลงไปมาก

“หลันเซียนเชิงส่งน้ำใจจากถิ่นไกล ข้าย่อมยินดี แต่อยากเตือนพวกท่านว่า ที่นี่ยากจะเปลี่ยนแปลงแล้ว”

หลัวเฉิงเห็นทีท่าจริงใจจากอีกฝ่าย ก็ทำทีชะงักคิด ค่อยหยอดถามคน

“ในฐานะเป็นคนท้องที่ ท่านเคยพบพวกโจรทะเลทรายบ้างหรือไม่ ข้าได้ยินทหารเกี่ยงกันไปมา ว่าไม่อยากให้ถึงเวรออกลาดตระเวนนอกกำแพงเจียยวี่กวน เพราะความโหดเหี้ยมและบูชาไสยร้ายของพวกมัน...”

ไม่คาดเพียงพริบตา สีหน้าของคนกลับกลายเป็นหมิ่นแคลน เสียงหัวเราะก็แฝงนัยเกลียดชัง

“หึหึ! ไม่แน่ว่าเปรียบเทียบแล้ว ฝ่ายไหนจะชั่วช้ากว่ากัน”

จ่างกุ้ยหนุ่มย่อมจับเอาไว้ทันที

“ไฉนท่านจึงกล่าวเช่นนั้นเล่า”

“อยู่ไปแล้ว ท่านก็จะทราบเอง”

ทว่าชายผู้นั้นกลับทิ้งปริศนา แล้วไม่ยอมเปิดปากอีก หลัวเฉิงย่อมแน่นอนบันทึกลงในรายงานอย่างไม่มีตกหล่น


ขณะที่โรงทานใช้กุศลฝ่ามรสุมทหารมารยาททรามอย่างอดกลั้น ทางราชสำนักก็ส่งตัวจูเฉิงเซี่ยงจ่างสือมาตรวจการแนวชายแดน ทำให้เหล่าขุนนางขี้ฉ้อแว่วข่าวสารแล้ววุ่นวายทั้งโขยงทันใด พวกเขาต่างทราบชื่อเสียงจูเสินฝู่ผู้นี้ดีว่า เป็นขุนนางขั้นสามประจำเฉิงเซี่ยงฟู่ที่นิสัยใจคอเถรตรงอย่างมาก ดีก็รายงานว่าดี เลวก็รายงานว่าเลว ดังนั้นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น คือเหล่ากองทัพพากันสงบเสงี่ยมกิริยา

หลัวจ่างกุ้ยออกมายืนดูขบวนขุนนางเมืองหลวงที่เพิ่งเดินทางมา ท่ามกลางการเสียงต้อนรับจอมปลอมของผู้คน ชั่วขณะหนึ่งจูเสินฝู่ที่ขี่อาชาผ่านหน้าโรงทาน ราวกับใช้สายตาแหลมคมกำหนดตำแหน่งของเขาเอาไว้ในใจ

เมื่อจูเฉิงเซี่ยงจ่างสือเข้าถึงจวนเจ้าเมือง เขาก็มีคำสั่งฟ้าผ่า สั่งให้เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยกว่ารื้อค้นเอกสารต่างๆ จากทั้งฝ่ายบริหารและการทหาร การกระทำที่ไม่เห็นแก่สินบนชนิดไหนนี้ ทำเอาขุนนางทั้งสองกลุ่มไม่พอใจอย่างมาก ดังนั้นพวกเขาจึงแอบส่งม้าเร็วไปรายงานเบื้องสูง

ส่วนหลัวเฉิงก็ฟังพวกทหารตั้งวงเดิมพันกันทุกวันที่โรงทาน

“มาซยงตี้(พี่น้องผู้ชาย)ทั้งหลายวางเงินกันได้แล้ว คนนี้จะกระเด็นไปภายในกี่วัน”

ผู้ประกาศยึดโต๊ะยาวตัวหนึ่ง ข้างหนึ่งคือกองเงิน ข้างหนึ่งคือพลทหารที่จดรายชื่อและจำนวนเงินง่วนอยู่

“ข้าห้าวัน หนึ่งเหลี่ยงทอง”

อีกคนขากกระดูกในปากลงพื้น แล้วตบมือวางถุงเงิน

“ข้าว่ากว่าม้าเร็วจะเดินทางไปกลับ และคอยถือคำสั่งกลับมาด้วย ก็สักเจ็ดแปดวัน เอาเป็นเจ็ดวัน ห้าเหลี่ยงทอง แปดวันห้าเหลี่ยงทอง!

จากนั้นพวกทหารก็ส่งเสียงเฮฮากันยกใหญ่ แต่พอมีทหารชั้นล่างผู้หนึ่งวิ่งตะโกนมาจากหน้าประตูว่า จูเสินฝู่กำลังเดินตรวจมาทางนี้ พวกมันจึงช่วยกันโกยเงินแล้วเผ่นหายไปทันตา บรรดาข้ารับใช้ต่างส่ายหัว ก่อนหยิบไม้กวาดมาทำความสะอาดพื้น บางคนก็ใช้ผ้าเปียกเช็ดคราบสกปรกบนชุดโต๊ะเก้าอี้

ไม่เกินสองเค่อ(30นาที) พรรคพวกหลัวจ่างกุ้ยจึงได้ต้อนรับผู้ตรวจการแต่งตั้งจากเมืองหลวง จูเฉิงเซี่ยงจ่างสือแต่งกายสีคราม ทั้งยังเปล่งประกาศอาจองจนผู้คนยำเกรง เขามองสภาพเละเทะของสถานที่ ไหนจะเกลื่อนกลาดไปด้วยเศษอาหาร รวมถึงกองจานชามที่ถูกทิ้งเอาไว้

“ผู้ที่มาพึ่งพิงบุญคุณของโรงทาน เหตุใดจึงหายตัวไปหมดแล้ว...”

หลัวเฉิงอดกดมุมปากยิ้มไม่อยู่จริงๆ เขาจึงก้มตัวคารวะจูเสินฝู่ ก่อนให้คำตอบ

“เป็นเพราะพวกเขาไม่คุ้นเคยขุนนางจากฉางอัน จึงเกิดความตื่นกลัวพากันกลับไปแล้ว”

จูเฉิงเซี่ยงจ่างสือทำเป็นไม่ได้ยิน สอดสายตาหาที่สะอาดๆ ก่อนชี้โต๊ะเก้าอี้ชุดหนึ่ง

“เช่นนั้นท่านก็สนทนาความกับข้าสักหน่อย”

หลังจากนั่งลงแล้ว เขาก็มองสำรวจหลัวเฉิงสลับกับสถานที่ ท่าทางเหมือนสอบถามเกี่ยวกับโรงทาน แท้จริงแล้วใจความนั้นไม่ได้เกี่ยวข้อง

“หากมีอะไรจะฝากข้ากลับไปฉางอัน ก็ให้คนแอบนำมาส่ง ข้าคิดว่าคงปลอดภัยกว่าที่เจ้าจะเดินสารเอง”

หลัวจ่างกุ้ยมองสบตาอีกฝ่าย ก่อนพยักหน้ารับ

“ขอรับ”

แล้วทั้งสองคนค่อยสนทนาเรื่อยเปื่อยครู่หนึ่ง ก่อนหลัวเฉิงจะเดินมาส่งจูเสินฝู่กับผู้ติดตามที่หน้าประตูโรงทาน โดยไม่รู้ว่ามีสายตาจ้องมองจากเงากำแพง ทั้งเป็นกลุ่มทหารที่วิ่งหนีไปเมื่อสักครู่นี้

วันรุ่งขึ้นพวกมันก็กลับมาอาละวาด หนนี้ไม่ได้ทำตัวเป็นภาระกินดื่มอย่างหน้าด้านแล้ว แต่ถึงขั้นอาละวาดพังข้าวของจนโรงทานต้องปิดประตูแต่หัววัน หลัวจ่างกุ้ยยืนเงียบ แวดล้อมไปด้วยสีหน้าขวัญสั่นหายของลูกน้อง เขาจำถอนหายใจ สั่งการทุกคนให้เก็บกวาดโถง และตัดสินใจว่าจากนี้จะไม่เปิดทำการอีกแล้ว

ทุกคนแบกรับความเครียดมาหลายวัน ค่อยผ่อนคลาย ดูทีท่าก็รู้ว่าอดทนกับทหารเหล่านั้นมามากแล้ว แต่พวกเขายังลอบแจกอาหารที่ประตูหลังของโรงทาน ทั้งคิดกันอย่างพอใจ ดีจากนี้ไปไม่ต้องเสียของสนองท้องคนเลว

ผ่านมาสี่วันหลังจากนั้น จูเสินฝู่กำลังตรวจงานอย่างเคร่งเครียดอยู่ในจวนเจ้าเมือง รอบกายล้อมไปด้วยสารนานาประเภทที่ขุนนางถิ่นเจตนานำมาก่อกวน ทั้งขาดระเบียบจัดเก็บที่ดี ทำให้ขวางความคืบหน้าคณะขุนนางเมืองหลวงไม่น้อย เมื่อทราบว่าปรากฏม้าเร็วอัญเชิญราชโองการทองคำมาถึงที่ พวกเขาย่อมสาวเท้าเร็วรี่ออกจากห้อง แล้วประสานมือคุกเข่าลง เช่นเดียวกับขุนนางท้องที่ ต่างกันเพียงสีหน้าพรรคพวกจูเฉิงเซี่ยงจ่างสือล้วนราบเรียบ ราวกับคาดการณ์เอาไว้บ้าง จึงไม่ตื่นตระหนกหรือสงสัยในเนื้อหา

“เฉียงหลงหวงตี้ มีราชโองการ เรียกตัวจูเฉิงเซี่ยงจ่างสือกลับมาปรึกษาราชกิจโดยเร่งด่วน  งานตรวจการที่เจียยวี่กวนซึ่งค้างคาอยู่ ให้หวังไท่เว่ยสานต่อหน้าที่กระทั่งสิ้นสุดกระบวนการ จบราชโองการ!

จูเสินฝู่น้อมรับหลักฐานพระบัญชาเรียบร้อยแล้ว ไม่รอช้าสั่งลูกน้องเก็บข้าวของ เตรียมออกเดินทางกลับฉางอันในเช้ารุ่งขึ้นทันที ท่ามกลางกระแสปรีดาที่ไร้เสียงเฉลิมฉลองของจวนขุนนางและค่ายทหาร คืนนั้นคนของหลัวจ่างกุ้ยก็นำม้วนกระดาษมาส่งถึงมือเขา

ระหว่างเคลื่อนกระบวนออกจากกำแพงจวนเจ้าเมือง ที่พวกเขาพำนักอยู่เบ็ดเสร็จเป็นแปดวันแล้ว จูเสินฝู่เห็นใบหน้าหลัวจ่างกุ้ยปะปนกับกลุ่มชาวเมืองที่มุงดู ก่อนมองผ่านเหมือนไม่คุ้นเคย และไม่รับรู้กระทั่งแววตาสิ้นหวังของผู้คน รวมไปถึงสายตาเยาะเย้ยจากทหารกับขุนนาง

หลัวเฉิงกำลังยืนส่งขบวนคน เขารับรู้ท่าทีที่ทุกฝ่ายแสดงออกแล้วอดถอนหายใจไม่อยู่ ก่อนจะหันมามองบุรุษที่แต่งกายซอมซ่อจากคืนนั้น ใบหน้าเขายังเปื้อนคราบฝุ่น ทว่านัยน์กลับจัดจ้าอย่างมาก

“ท่านเข้าใจแล้วหรือไม่ แม้แต่ขุนนางเมืองหลวงยังโดนเรียกตัวกลับไปได้”

จ่างกุ้ยหนุ่มย่อมโคลงหัวยิ้ม เรื่องเช่นนี้เขากับประมุขสกุลจูต่างคอยว่าจะช้าหรือเร็วเท่านั้น

“ข้าก็พอรู้แต่วันแรกที่มาถึงแล้ว แต่ข้ายังยืนยันจะอยู่ที่นี่ต่อไป”

ชายผู้นั้นขมวดคิ้ว แววตาราวกับตำหนิคนหัวรั้น

“เหตุใดท่านจึงไม่ห่วงความปลอดภัยของตัวเอง คนของท่าน หรือทรัพย์สินที่นำมาบ้าง”

หลัวเฉิงยังคงยิ้มแย้ม จนฝ่ายมองรู้สึกสับสนหนักขึ้น

“เป็นเพราะข้ายังไม่ได้พบคนผู้หนึ่งที่เหล่าหลัน เจ้านายของข้าปรารถนาจะพบสักหนที่เจียยวี่กวน”

เขาค่อยคลายปมคิ้ว แล้วฉีกยิ้มอาสา

“คนคนนั้นเป็นใครกัน เห็นแก่น้ำใจของเหล่าหลันและท่าน พวกข้าก็พอจะช่วยเหลือได้ ขอเพียงตัวคนยังอาศัยอยู่ในเขตเจียยวี่กวน ย่อมต้องพบหน้ากันแน่”

“เหล่าหลันกับข้าตามหาสำนักประดิษฐ์ เคยได้ฟังมาว่า มีแตงโมทางเหนือสำนักประดิษฐ์อยู่”

ไม่เพียงหลัวเฉิงกล่าวจบก็เงียบ แต่ชายผู้นั้นกลับแปลงสีหน้าไป ในแววตาเจิดจ้าคู่นั้นยังคล้ายประเมินกำลังศัตรูอยู่ด้วย

“เหล่าหลันกับท่าน...คงตามหาคนผิดที่แล้ว”

หลัวจ่างกุ้ยไม่มีปฏิกิริยาอะไรโต้ตอบ แม้ทุกคนที่มาพร้อมกับชายลึกลับ จะพร้อมใจกันพองอาวุธใส่เขาแล้ว

“หากหาไม่เจอจริงๆ ข้าก็คงต้องกลับไป เสียดายแต่เหล่าหลัน เจ้านายของข้ามีความหวังอย่างสูงที่จะได้พบคนผู้นี้”

ท่าทีบุรุษปริศนาคล้ายห้ามปรามพวกพ้องของตนอยู่ ก่อนจะถามออกมา

“แม้พวกข้าจะจนใจช่วยเหลือ แต่ขอทราบเหตุผลที่พวกท่านตามหาคนได้หรือไม่”

จ่างกุ้ยหนุ่มย่อมชะโงกหน้าไปกระซิบ

“เพราะเหล่าหลันกล่าวว่า แตงโมทางเหนือสำนักประดิษฐ์นั้นให้รสหวาน แต่แฝงพิษกัดกร่อนอยู่ หากไม่เตือนคนให้ขจัดออกก่อนสักคำ คงก่อหายนะในอนาคตแก่เขาแล้ว”

ชายคนนั้นรับฟัง ก่อนปลีกตัวจากไปอย่างหวาดระแวง หลัวเฉิงมองตามพวกเขาที่ซุบซิบกันตลอดทาง ในใจตระหนักว่ากุญแจ เป่ยซีเจ้าเขาก็ใช้ไขประตูเปิดทางแก่ผู้มาเยือนยามวิกาลแล้ว ขอเพียงพวกเขาเป็นตรงข้ามกับรายงานของทางการ เหล่าหลันย่อมคุ้มครองชีวิตคนได้!


เปลวไฟอ้าปากเขมือบกระดาษหลายแผ่นแล้ว แต่พวกมันก็ยังหิวโหยอยู่ หลังจากทราบสถานการณ์ประจำวันของหลัวจ่างกุ้ย และปากคำผีทหารของจ้าวฮองเฮา คือข้อมูลชุดเดียวกัน น่าหลันซือซือย่อมรู้ต้นตอที่ตำอารมณ์มังกรฉกรรจ์จนเดือดดาล ต่อให้มีคนงามใช้ขนมหวานฉอเลาะป้อนถึงโต๊ะทรงงาน เขากลับยังพื้นเสียกระทั่งข้าราชบริพารคอหด

เห็นจะต้องขอบคุณความรอบคอบ ทำให้พวกนางแยกโรงหมอเป่ยจากโรงทานที่เจียยวี่กวน กองกำลังสกุลหวังจึงเห็นเป่ยหลัวเป็นมิตร ยอมให้ดำเนินกิจการอย่างราบรื่น ตรงข้ามกับหลัวเฉิงที่เจอก่อเรื่องรายวัน กระทั่งโรงทานปิดทำการไปในที่สุด

และน่าหลันซือซือยังพอใจอย่างมาก ที่เป่ยไต้ฟูกลับมายึดถือปณิธานดั้งเดิม คล้ายทุ่มเทความสามารถชดเชยที่เกือบพรากชีวิตพวกนาง ฉากหน้าเขาจึงรักษาไม่เลือกทหาร ขุนนางหรือชาวเมือง ฉากหลังกลับเตรียมรับภัยพิบัติตามขั้นตอนเหล่าหลัน

ส่วนมู่ซิ่วกับหวังหลิวทงก็กดดันใส่กันในท้องพระโรง เริ่มต้นที่มู่เฉิงเซี่ยงถวายฎีกาแต่งตั้งจูเฉิงเซี่ยงจ่างสือไปตรวจการยังเจียยวี่กวน แล้วเฉียงหลงหวงตี้ทรงลงพระนามอนุญาต ทำให้หวังไท่เว่ยเร่งเขียนฎีกาทัดทาน และสามวันถัดมา ยังนำหลักฐานความวุ่นวายที่เกิดขึ้นมาตีแผ่ด้วย

บรรดาขุนศึกล้วนเข้าข้างสกุลหวัง กล่าวหามู่ซิ่วขนานใหญ่ว่า แฝงเจตนาแทรกแซงกองทัพ นับเป็นเหตุอันไม่สมควร ขอหวงช่างทรงพิจารณา ประกอบกับจี๋อวี่สื่อต้าฝูไม่อาจสยบการทุ่มเถียงระหว่างขุนนางขั้นหนึ่งด้วยเหตุผล เฉียงหมินหลงจึงออกราชโองการเรียกตัวคน อ้างให้กลับมาช่วยราชการด่วน เพื่อรักษาน้ำใจมู่เฉิงเซี่ยงและหวังไท่เว่ย

ทว่านางกลับขนลุกเฮือกหนึ่ง เบื้องลึกมักซับซ้อนกว่าผิวเผิน เห็นได้ชัดเฉียงหมินหลงกำลังเพ่งเล็งหวังหลิวทงอยู่ เขาจึงปล่อยจูเสินฝู่ไปหยั่งเชิงกองกำลังสกุลหวังถึงเจียยวี่กวน ไม่แน่ว่าที่ออกราชโองการเรียกคนกลับฉับพลัน มังกรดุร้ายท่านนี้อาจเจอทางคุมทัพเรือนแสนของหวังไท่เว่ยแล้ว

ด้วยสถานะของไป๋เฟินเสียนเฟยกับหวังจื่อฝาแฝด นางย่อมภาวนาให้เฉียงหลงหวงตี้ทรงเก็บงานได้อย่างเกลี้ยงเกลา ไม่เช่นนั้น พวกนางย่อมต้องเหนื่อยมากแล้ว

“เหนียงเหนียง เหตุการณ์ที่นั่นไม่ปกติหรือเพคะ”

บางคราวน่าหลันซือซือจะหารือกับชีรัน ละม้ายเสริมเขี้ยวเล็บให้เด็กสาวเติบโตขึ้น และการชุบเลี้ยงเผิงซู่ อดีตคนสนิทของมู่เซียงภายในไป๋ฮวากง แม้อันตรายแต่กลับมีข้อดี เพราะเผิงกงปี้คล่องแคล่วงานหลากประเภท ชีรันที่คอยลักจำวิชาของอีกฝ่ายอยู่ ย่อมพัฒนาไหวพริบ รวมถึงความสามารถ

“ก็ไม่ถือว่าปกติ แต่ก็ไม่ผิดปกติเท่าไหร่ ยกให้เป็นภาระพวกเขาแก้ไขไป พวกเราคอยเคลื่อนไหวสนับสนุนพอแล้ว ระยะนี้ อารันต้องระวังให้มากหน่อย ไป๋ฮวากงอาจกลายเป็นเป้าหมาย คงต้องอาศัยผ่อนหนักเป็นเบา และอดทนเอาไว้ก่อน

“เพคะ”

เหตุผลให้อดทน ชีรันย่อมเข้าใจ สงสารแต่หวังจื่อน้อยๆ ของนาง สมกับที่เหนียงเหนียงกล่าวไว้จากตำหนักเย็น ข้างนอกมีแต่เภทภัย

พอสองนายบ่าวย่างเท้าออกจากห้องตำรา ก็พบเผิงกงปี้ที่นำทางซาลาเปาน้อยมาหาเสียนเฟยพอดี น่าหลันซือซือกอดหอมพวกเขา ก่อนปล่อยสองเปาไปล้างหน้าล้างตา แล้วค่อยเจอกันที่ห้องครัว ยามตั้งโต๊ะมื้อเย็นประสาแม่ลูก เมี่ยนเปาค่อนข้างเจริญอาหาร ข้าวสวยก็เติม ขนมหวานก็ยังเติม

ทว่าเวลาน่าหลันซือซือลูบสำรวจพุงเขา กลับไม่เจอส่วนเกินสักที มีแค่กล้ามเนื้อแข็งๆ เท่านั้น ซาลาเปาลูกนี้หัดเพาะกายเด็ก โตมาย่อมทำสตรีคลั่งไคล้ยกใหญ่แน่

เปาจื่อกินปกติอย่างละหนึ่งชาม ยังไม่มีส่วนหย่อนคล้อยสะสม เพียงกล้ามเนื้ออ่อนนุ่มกว่าเมี่ยนเปาหลายส่วน เมื่อเขาเห็นไป๋เฟินเหนียงเหนียงมองมา ย่อมเบิกยิ้มเจิดจ้าใส่นาง ทำเอามารดาคนสวยปวดใจ สำหรับซาลาเปาลูกนี้ โตมาคงเรียกลมได้ลม เรียกฝนได้ฝน ยังมีสาวไหนต้านทานไหว!

หลังจากส่งพวกเขาเข้านอนเรียบร้อยแล้ว น่าหลันซือซือค่อยนำขบวนคนไปเทียนหลงกง ยามมาถึงเจอชูกงกงหน้าห้องทรงพระอักษร หญิงสาวก็ทราบว่าเจ๋อกงกงกำลังคอยสนองพระบัญชาอยู่ด้านใน หมายความว่านางยังเป็นที่ต้อนรับ ชูซือหลิ่งกับเสี่ยวกงปี้ทำความเคารพเสียนเฟยเผ่าหรวนตี้พร้อมกัน เสียงพวกเขาย่อมคล้ายรอปฏิกิริยาหวงช่างด้วย

“ถวายพระพรไป๋เฟินเสียนเฟย พ่ะย่ะค่ะ/เพคะ”

เมื่อเจ๋อจิวซิ่งไม่ออกมาระงับคน พวกเขาย่อมผายมือเชื้อเชิญ ทั้งชูกงกงก็ยังแอบกระซิบ

“ทูลไป๋เฟินเสียนเฟย นับแต่หวงช่างเสด็จกลับจากท้องพระโรงยามเว่ย(13.00-15.00)แล้ว ไม่ยอมเสวยพระกระยาหารสักคำเดียวพ่ะย่ะค่ะ”

โฉมงามไม่อาจเสียกิริยาที่ปรุงแต่งมา นางจึงขมวดคิ้ว ซักถามอย่างห่วงใยกลับสองสามประโยค แล้วค่อยนำทางนางกำนัลประจำตัวสองคนผ่านเข้าห้องทรงพระอักษร ขณะที่เหลือรั้งคอยอยู่ด้านนอก ในหัวยังครุ่นคิด พวกเขาคาดหวังอะไร เลยดักบอกหน้าประตูเช่นนี้ หวงช่างกำลังโมโหคนแล้วยังโมโหหิว เป็นวิธีเตือนให้ระวังตัวดีๆ งั้นหรือ

โฉมสะคราญเยื้องกรายอ่อนช้อย นำพากลิ่นหอมหวานของเกสรบุปผา ทั้งยังลดทอนบรรยากาศกดดันภายในไม่น้อย เพียงก้าวแรก น่าหลันซือซือก็เห็นวรองค์ผ่าเผยประทับอยู่หลังโต๊ะทรงงาน คล้ายมังกรหนุ่มกำลังผลุบโผล่กลางกระแสฎีกา ใบหน้าหล่อเหลามืดครึ้ม แสดงเค้าพยับเมฆพยับฝนชัดเจน ส่วนเจ๋อกงกงยังปล่อยเสาห้องบีบจนตัวแบน เห็นทีจะโดนสวรรค์ลงทัณฑ์ไปหลายบทแล้ว

สิ้นประโยคขานตำแหน่งผู้เข้าเฝ้า ก็มีเพียงเสียงเบื้องบนพลิกกระดาษ น่าหลันซือซือรวมพลังใจเดินเข้าใกล้ เขาย่อมสนใจกองรายงานมากกว่านางอยู่แล้ว เมื่อมู่เฉิงเซี่ยงกับหวังไท่เว่ยมาถึงจุดแตกหัก แล้วสกุลหวังยังตั้งเป้าเป็นเสาค้ำจุนฟ้าดิน เฉียงหมินหลงคงเคร่งเครียดจนลืมกินลืมนอน

แต่พิจารณาให้ดี ปัญหาที่ชายแดนก็สะสมตัวมาหลายปีแล้ว ผู้ที่ถนัดเล็งการณ์ไกลอย่างเขาจะประมาทไปน่ะหรือ นางคนหนึ่งล่ะที่ไม่หลงเชื่อมารยาหวงช่าง!

เพื่อไม่ให้สกุลหวังสมคบคิดกับผู้นำแคว้นอื่น เฉียงหมินหลงจำเป็นต้องแก้ไขอย่างเด็ดขาดและเฉียบพลัน ดังนั้นที่เขาปล่อยปละละเลยมา แน่นอนคงมีวาระซ่อนเร้นอยู่ วิเคราะห์แล้ว หญิงสาวค่อยกล้าออกเท้าขึ้นบันได สองมือมั่นคง ประคองถาดของว่าง

ชิ้ว!

ทว่าไม่ใช่แค่จู่ๆ ความเงียบโดนเป่าหาย แม้กระทั่งพวกนางยังถูกจู่โจมไปตามๆ กัน เสียงเมื่อครู่นั่น ดังมาจากบัลลังก์มังกรใช่หรือไม่ สบตาเจ๋อกงกงแล้ว น่าหลันซือซือค่อยยอบกาย กล่าวประสานเสียงกับชีรันและเจียเก๋อ

“ถวายพระพรหวงช่าง ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่นๆ ปีเพคะ”

เฉียงหมินหลงยกนิ้วถูจมูก ก่อนกระตุกยิ้มทัก

“อ้อ...อ้ายเฟยมาถึงแล้วหรือ”

จากนั้นเขาค่อยย้ายไปนั่งตั่งไม้หนานมู่ ขณะที่ทุกคนยังประสาทสัมผัสเฉื่อยช้าเล็กน้อย จึงดั่งไม่ทันกะพริบตา เฉียงหมินหลงก็เปลี่ยนที่ประทับเสร็จแล้ว ปกติพญามังกรวัยฉกรรจ์ทรงพละกำลังและเปี่ยมบารมีศักดิ์สิทธิ์ ที่แท้หวงช่างก็มีอาการเยี่ยงคนธรรมดาเหมือนกัน น่าหลันซือซือตามมาจัดชุดของหวาน เจ๋อกงกงย่อมกระสับกระส่ายเป็นมดบนกระทะไฟ

เพื่อความเหมาะสม นางจึงล่วงเกินด้วยสุ้มเสียงห่วงใย

“ทูลหวงช่าง โปรดถนอมพระวรกายด้วยเพคะ ฎีการาชการสามารถล่าช้าได้ เพื่อละเว้นชะงักไปกลางคันเพคะ”

เฉียงหมินหลงตบมือกับที่ว่างข้างตัว ทั้งยังสนใจขนมว่างหน้าตาประหลาด

“อ้ายเฟยกล่าวได้ถูกต้อง แต่เจิ้นไม่รู้สึกอยากอาหารเท่าไหร่ จึงไม่ได้สั่งตั้งโต๊ะ แล้ววันนี้อ้ายเฟยนำอะไรมาหรือ”

เจอขนมแล้วหน้าตาสดชื่นทุกที นางรู้นะว่า เขาชอบค่อนแคะเมี่ยนเปาว่าเห็นแก่กินด้วยสายตา และสุดท้ายจะกลายเป็นใครกันแน่!

“หม่อมฉันขอถวายหนิวหน่ายพ่าย(พายนมสด)ไส้หมีโหวเถา(กีวี่)เพคะ”

เห็นคนโหมงานหามรุ่งหามค่ำ ข้าวปลายังกินไม่ตรงเวลาสักมื้อ สุขภาพก็เสื่อมโทรมเป็นธรรมดา ขาดแคลนสารอาหารคงสมดุลสุขภาพ ร่วมกับนางบังคับกิจวัตรประจำวันเขาเหมือนดุสองเปาไม่ได้ ช่วงหลัง น่าหลันซือซือเลยเน้นใช้ผลไม้มีวิตามินซีสูง ทั้งภาชนะเก็บพยายามไม่ให้สัมผัสแสงหรือความร้อน จะได้รักษาคุณสมบัติเพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกาย

ทว่าพอชะลอเวลาเพียงนิดหน่อย เสียงจามชิ้วจึงทำเอาพวกนางตะลึงไปหมด

อาจจะด้วยท้องหิวอยู่หรือรสชาติถูกปาก เฉียงหลงหวงตี้จึงเสวยพายนมสดสอดไส้กีวี่อย่างรวดเร็ว หลังรินน้ำผลไม้คั้นจากเหยือกให้เขาดื่มเต็มชามแล้ว นางค่อยเปลี่ยนมาถวายน้ำชาล้างปาก

“ของหวานอ้ายเฟยทานคล่องคอ แต่ที่พวกห้องเครื่องจัดมาให้ เจิ้นกลับไม่อยากเสียเวลามอง”

นี่...นี่อาการเกี่ยงกินประเภทไหนกัน!

แล้วสายตาบีบคั้นนั่น หวังให้นางอาสาตัวเป็นแม่ครัวอีกตำแหน่งเหรอ ไม่...

ไม่มีทางเพคะ!

“ทูลหวงช่าง ยิ่งไม่ทรงอยากเสวยพระกระยาหาร อย่างไรให้หลางไต้ฟูตรวจพระวรกายหน่อยเถิดเพคะ”

จอมคนแค่นหัวเราะ ก่อนประทับขึ้นจากตั่ง นางจึงลุกตาม แล้วยืนสงบเสงี่ยม ในใจว้าวุ่นยามเงามืดแผ่กระจายจากโอรสสวรรค์ แค่คนไม่อยากเพิ่มงาน ต้องพิโรธขนาดนี้ด้วย!

ระหว่างหลบตาคิดเอาตัวรอด มือนุ่มนิ่มกลับถูกตะครุบต่างตัวประกัน ทำให้ต้องเงยหน้ามองเขาในที่สุด ก่อนจะเจอสายพระเนตรแดงก่ำ แลเห็นแนวเลือดฝอยชัดเจน น่าหลันซือซืออยากร้องไห้แล้ว ไม่นะ นางต้องการเวลาไปทำอย่างอื่นมากกว่าวันๆ คิดแต่เมนูอาหาร!

“ก่อนนี้เจิ้นพะวงฎีกาที่คอยจะกองหนาตา จึงมุ่งมั่นอ่านอยู่ทุกวัน ทว่าฟังอ้ายเฟยห่วงใยแล้ว พบว่ามีเหตุผลไม่เลว เจิ้นควรพักผ่อนร่างกายบ้าง เจ๋อจิวซิ่ง!

เมื่อเจ๋อกงกงเข้ามาคอยรับพระบัญชา เขาก็กล่าวทำนอง รู้สึกไม่ค่อยดี อยากจะนอนพักแล้ว แต่ให้ไป๋เฟินเสียนเฟยปรนนิบัติที่เทียนหลงกง ด้วยธรรมชาตินิสัยของเจ๋อจิวซิ่ง ขันทีเฒ่ามักทูลขอตามหมอหลวงเข้าเฝ้าสักหนก่อน แต่พอพบพระหัตถ์จับพระชายาชาวหรวนตี้ยึดแน่น เขาค่อยเข้าใจเจตนาหวงช่าง จึงตระเตรียมการเสียดิบดี จัดแจงให้ชูกงกงส่งขบวนคนของไป๋เฟินเสียนเฟย

ยามห้าย(21.00-23.00)ก็เกือบล่วงเข้าวันใหม่แล้ว สุขภาพเฉียงหลงหวงตี้ยังไม่ค่อยปกติ เจ๋อกงกงย่อมเห็นด้วยที่น่าหลันซือซือขอถวายการดูแลเช็ดพระพักตร์ และพาหวงช่างเข้าบรรทม วรองค์ร้อนจึงตระกองกอดสาวงามชิดอก ไม่มีทีท่าจะแทะเล็มผิวเนียนขาวอย่างทุกคราว ทำให้นางคาดเดาใจไม่ถูกอยู่นาน แต่ตัวเขากลับแผ่ไออบอุ่นดีมาก จนกล่อมคนเคลิ้มหลับไป

ทว่าร่างแน่งน้อยกลับสะดุ้งตื่นเพราะเสียงไอใกล้ตัว พอนางเห็นเป็นเฉียงหมินหลงลุกขึ้นมานั่งก่อนแล้ว น่าหลันซือซือจึงรีบลุกไปรินน้ำชาสมุนไพรถวาย เขาดื่มสองสามถ้วยค่อยเห็นผลดี ทว่าเสียงลมหายใจยังติดขัดชอบกล ผลลัพธ์จากการบ้างานก็คือแพ้ภัยไวรัสเช่นนี้แหละ!

“โปรดเมตตาให้หม่อมฉันได้เรียกหลางไต้ฟูด้วยเพคะ”

คนที่เพิ่งดีขึ้นส่ายหน้า แล้วกดไหล่นางลงไปนอนใหม่ พอน่าหลันซือซือยังดึงดันลุก ทีนี้ค่อยโดนตะครุบตัวไปกอดกระชับ ชัดแล้วความอบอุ่นที่พอดีช่วงแรก ตอนนี้กำลังระอุร้อน กระทั่งผิวหน้าอังไอก็รับรู้ได้ ฝ่ามือนวลขาวถือวิสาสะสอดขึ้นแตะหน้าผาก มันร้อนมาก แต่ไร้หยดเหงื่อ

“ทรงมีไข้นี่เพคะ”

เนื่องจากไม่ทันตั้งตัวกับกิริยาเอาใจใส่ เฉียงหมินหลงจึงหลุดประโยคพิสดารออกมา

“เจิ้นปวดหัวด้วย...”

น่าหลันซือซือขมวดคิ้ว ใบหน้าน้อยๆ ขยับหยุกหยิก คล้ายเรียกร้องอิสระจากอ้อมแขนกักขัง

“หวงช่างจะทรงฝืนพระวรกาย ทำให้ประชวรหนักกว่านี้ไม่ได้นะเพคะ”

ผลลัพธ์ที่ได้หรือ ก็ฝ่ามือใหญ่ๆ กล่อมหัวนางอยู่สองสามป้าบ หญิงสาวจึงดิ้นขลุกขลัก กระทั่งเฉียงหมินหลงรำคาญใจ เลยตลบผ้ามัดนางเอาไว้กับที่นอน น่าหลันซือซือย่อมประท้วงเสียงอู้อี้

“หวงช่าง! โปรดทรงปล่อยหม่อมฉันเรียกหลางไต้ฟูเถิดเพคะ”

ไม่ตอบ นางไม่ว่า แต่มาจามใส่หัวคนนี่!

ไวรัสพระราชทาน!

“หวงช่าง! ทรงไม่ห่วงพระพลานามัยส่วนพระองค์ย่อมแล้วไป แต่หม่อมฉันอาจพาไข้ไปติดหมินจือกับหมินเหมิงได้ โปรดเมตตาทบทวนด้วยเพคะ”

ครั้นทราบเบื้องลึกที่โฉมสะคราญรั้นจะเรียกหมอหลวง ชายหนุ่มย่อมสะบัดร่างออกห่าง โกรธหรือย่อมโกรธ แต่จะให้คนลากนางไปลงไม้ เฉียงหมินหลงกลับใจไม่เด็ดขาดพอ น่าหลันซือซืออยากตีปากตัวเองนัก เห็นเขาไม่ถือสาหลายเรื่องเข้าหน่อย ก็ประมาทให้มันนำสมองแล้ว

หญิงสาวค่อยๆ ดึงแขนขาออกจากกองผ้านวม สีหน้ากลัดกลุ้มอย่างมาก ข้อความในใจก็กระโจนหลุดหมดแล้ว สวรรค์ยังแย่แน่ นรกต้องยิ่งแย่แน่ๆ!

เสียงความเคลื่อนไหวข้างหลัง ทำให้เฉียงหลงหวงตี้ชี้นิ้วไปที่ประตู

“เจ้า...แค่ก กลับไป๋ฮวากงไปเลยไป!

อ้า...ลองนางสะบัดตูดกลับจริงละก็ เตรียมเลือกโลงนอนแทนเตียงได้เลย!

“หวงช่าง...โปรดประทานอภัยโทษหม่อมฉันด้วยเพคะ...”

กล้ามเนื้อกำยำเกร็งต้านอานุภาพน้ำเสียงอ่อนหวาน ขณะเดียวกันจมูกที่ยังหายใจไม่คล่อง กลับทำให้เขาได้กลิ่นหอมระรวย

“หม่อมฉัน...หม่อมฉันเพียงไม่ปรารถนาให้ทรงละเลยพระอาการ จึงได้ล่วงเกินนำหมินจือหมินเหมิงขึ้นมากราบทูลแล้วเพคะ”

-

-

--ต่อค่ะ--(สุขสันต์วันปีใหม่นะคะ ขอให้ทุกคนมีความสุขกายสบายใจ รวยเงินรวยทอง รวยโชครวยลาภ<<<ขอเก็บพาร์ทนี้เอาไว้อวยพรคนอ่านน้า ปรากฏว่าทัน เย้! ปิดตอบวันนี้เลยค่า แต่จริงๆ แล้วต้องบีบจำนวนหน้าต่อตอนกันหน่อยละ 5555 ชักจะเขียนเพลิน หนาขึ้นเรื่อยๆ ฮาาาา)

ทว่าสภาพที่เฉียงหลงหวงตี้ระเบิดพลังงานลบอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังไม่หันหน้ามาหาสนทนาความกับนาง ยิ่งทำน่าหลันซือซือเคร่งเครียดจนขนหัวลุก ความเงียบคั่นกลางระหว่างคนสองคน และแกร่งกล้าประดุจกำแพงหินสูงยี่สิบฉื่อ ทว่ามันกลับถูกเจาะเป็นโพรง ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาประโยคเดียว

“หรือหวงช่างจะไม่โปรดเสวยพระโอสถ”

นางถึงกับกดมุมปากยิ้ม เมื่อใบหน้าดุดัน จู่ๆ เปลี่ยนทิศทางมาประจันด้วย

“หน้าไหนสติเลื่อนเปื้อนพูดว่าเจิ้นกลัวยาออกมา!

หญิงงามย่อมโอนอ่อนดั่งกิ่งหลิวลู่มรสุม

“ทูลหวงช่าง ทั่วใต้หล้าหามีผู้ใดบังอาจเช่นนั้นไม่เพคะ เพียงหม่อมฉันทราบมาว่า โรคระยะเริ่มต้นมักดูแลรักษาง่าย หากปล่อยเรื้อรังไปแล้วจะกลายเป็นลำบากยิ่ง ลำพังคนหาเช้ากินค่ำป่วยหนัก ยังไม่อาจหารายได้จุนเจือครอบครัว แต่หวงช่างทรงเป็นโอรสสวรรค์ เปรียบประดุจดวงแก้วของแว่นแคว้น ถ้าประชวรหนักแล้ว ผู้คนย่อมรู้สึกหมองมัวตามไปด้วย ไม่เพียงเท่านั้น ยามราชการบ้านเมืองหยุดชะงัก เหตุเดือดร้อนทั้งหลายก็ยิ่งฮึกเหิม จากเหตุผลเหล่านี้แล้ว โปรดเมตตาอภัยโทษหม่อมฉันที่ได้ทูลล่วงเกินไปด้วยเพคะ”

ดวงตาดำมืดที่จ้องนางอยู่ บัดนี้ทวีความลึกเป็นทวีคูณ ก่อนเขาจะเบือนหน้าบึ้งตึง ออกคำสั่งเสียงห้วนดุ

“เรียกเจ๋อจิวซิ่ง!

ได้ฟังประโยคนี้ น่าหลันซือซือค่อยหายใจคล่องคอ นางจึงคลานลงจากเตียงไปยอบกาย

“ขอบพระทัยในพระเมตตาเพคะ ขอหวงช่างทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่นๆ ปีเพคะ”

แล้วไม่รอช้าเดินไปสวมชุดคลุม จากนั้นค่อยส่งเสียงเรียกเจ๋อกงกงเข้ามาสั่งความ เจ๋อจิวซิ่งย่อมมองหวงช่างก่อน เขาได้ยินเสียงทั้งไอ จาม และที่บันดาลโทสะไป สีพระพักตร์คร้ามคมยังเคร่งดุ ทำให้พอวางใจบ้าง พระอาการอาจไม่ร้ายแรงนัก

หลังจากเจ๋อจิวซิ่งไปตามตัวหลางไต้ฟู แล้วพาคนมาเข้าเฝ้าถึงห้องบรรทม หลางซื่อค่อยพบไป๋เฟินเสียนเฟยประทับร่วมเทียนหลงกงด้วย เขาจึงกล้ามองนางเพียงหางตา ขณะตรวจพระอาการอย่างเคร่งเครียด หวงช่างทรงลุ่มหลงนางอย่างมาก ยอมให้อยู่ร่วมเทียนหลงกง และหลางไต้ฟูยังแฝงความรู้สึกผิด ที่ครั้งหนึ่งเคยคิดใช้ชีวิตพระชายาผู้นี้ ประคองพระชนม์ชีพจิ่นคงหวงไท่จื่อเอาไว้

“พระอาการหวงช่าง หากทรงพักฟื้นวันสองวันย่อมดีขึ้น แต่กระหม่อมทราบว่าราชกิจระยะนี้ไม่ควรล่าช้า กระหม่อมจึงขอจัดเทียบพระโอสถบำรุงพระวรกายถวายพ่ะย่ะค่ะ”

สิ้นกระบวนการวินิจฉัยของหลางซื่อ ก็คล้ายมีสายตาคู่หนึ่งจ้องตำหนินางทันที

“เทียบยานี้ หวงช่างควรเสวยสามเวลา ยามเฉิน(7.00-9.00)ยามเว่ย(13.00-15.00) และยามซวี(19.00-21.00) นานสามวัน พระอาการเช่น พระปัสสาสะพระอัสสาสะติดขัด พระนาสิกพระเนตรเคืองแดง พระเศียรปวดวิงเวียนเหล่านี้ จะบรรเทาหายไปในที่สุด กระหม่อมจึงทูลขอเตรียมพระโอสถชุดแรกถวายพ่ะย่ะค่ะ”

เมื่อพระหัตถ์โบกอนุญาต เจ๋อกงกงย่อมตามไปดูหลางซื่อปรุงยา แล้วพวกเขาค่อยกลับคืนอาณาเขตมึนตึงระหว่างหวงช่างกับไป๋เฟินเสียนเฟย เฉียงหมินหลงรับพระโอสถมาเสวยหนึ่งถ้วย ตามด้วยชาอีกหนึ่งถ้วย นอกจากหลางไต้ฟูจะกำชับเจ๋อจิ่วซิ่ง เขายังเหมือนสั่งความน่าหลันซือซือ เลยใช้เสียงที่นางพลอยได้ยินด้วย

หลังจากทุกคนออกไปหมด หญิงสาวจึงจำนนสู่อ้อมแขนคนป่วย ปล่อยให้เขาก่ายหลับตลอดคืน ในอกลอบถอนใจ เวลาป่วยกระทั่งจักรพรรดิก็กลายเป็นเด็ก

โอ๊ยคิดถึงซาลาเปาน้อยจังเลย!


คุยกับแพนด้า:

นึกว่าจะมาไม่ทันตามสัญญาแล้ว ลูบอก แพนด้าขอยังไม่ตอบเม้นต์ใครต่อก่อนนะคะ ตอนนี้เขียนมือจนจบเล่ม 2 เรียบร้อยแล้ว เย้...เหลือต้องเติมเรื่องให้เต็มในคอมนี่ล่ะค่ะ มีรายละเอียดที่ต้องเก็บเยอะมาก ปัญหาใหญ่ก็อยู่ตรงนี้เอง 55555 หัวเราะแบบบ้าไปล้าว แต่ม่ะ สู้ตายกันสักตั้งกับเดดไลน์ที่คอยอยู่!!!


สถานะเรื่อง: ยังไม่จบ 

สถานะการลงเรื่อง: ยังลงต่อเนื่อง

สถานะสต็อก: ไม่มี (ปั่นสด ตรวจสด)

วันนัดเจอตอนต่อไป: ยังระบุไม่ได้ (อาจจะเป็นวันไหนก็ได้)

จะลงกี่เปอร์เซ็นต์ในหนึ่งตอน: ระบุไม่ได้ (เท่าที่มีในวันที่ลง)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.563K ครั้ง

61 ความคิดเห็น

  1. #4560 Brave-loyal (@Brave-loyal) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:09
    ฮา ไวรัสพระราชทาน555
    #4560
    0
  2. #4265 monmanon (@monmanon) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 16:17
    จะแพร่หวัดให้นางพึลูกไหมเนี่ย อิอิอิ
    #4265
    1
    • #4265-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 51)
      8 มกราคม 2562 / 12:07
      แพร่หวัดให้นางมีลูกเหรอคะ กี้ดดดดดดดด ////
      #4265-1
  3. #4261 Prapailoma (@Prapailoma) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 12:38
    สวัสดีปีใหม่ค่ะแพนด้า
    #4261
    1
  4. #4227 Modap91 (@Modap91) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 12:23

    สวัสดีปีใหม่ค่ะ สุขภาพแข็งแรง และมีความสุขมากๆนะคะ

    #4227
    1
  5. #4225 Danu (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 17:23

    สวัสดีปีใหม่ค่ะ ขอให้แข็งแรงๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะขอบอกว่าจำชื่อตัวละครอื่นที่ไม่ใช่พระนางไม่ได้เลย เยอะมากชื่อยาวด้วย แต่อาศัยที่ว่าระหว่างรอให้ไรท์ลงตอนต่อไปก็กลับไปอ่านตอนก่อนหน้าย้อนๆไปว่า-ชื่อที่เพิ่งโผล่มาวันนี้มันเป็นใคร ลุ้นพระเอกนางเอกว่าจะแก้เกมกันยังไง ต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ

    #4225
    1
    • #4225-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 51)
      6 มกราคม 2562 / 11:49
      ขอบคุณมากเลยค่า แพนด้าคิดว่าอ่านต่อเนื่องต้องจำได้แน่ๆ แต่พอดีแพนด้าไม่ได้ลงทุกวันเลยเป็นปัญหา ฮือๆ
      #4225-1
  6. #4223 r123123 (@r123123) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 22:24

    ขอบคุณและสวัสดีปีใหม่ ไรท์ค่ะ

    #4223
    1
    • #4223-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 51)
      6 มกราคม 2562 / 11:49
      เช่นกันด้วยค่า
      #4223-1
  7. #4222 Kanchat Passadorn (@kaekai72) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 16:46

    สสัสดีปีใหม่
    ไม่เจ็บไม่จน
    ปั่นๆๆ..
    #4222
    1
    • #4222-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 51)
      6 มกราคม 2562 / 11:49
      555555 บรรทัดสุดท้ายนี่อะไรคะ ปั่นๆๆ
      #4222-1
  8. #4221 smppl (@somsalala) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 22:58
    พ่อลูกกันจริงๆเลยยยย
    #4221
    1
    • #4221-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 51)
      6 มกราคม 2562 / 11:49
      ช่ายเลยค่ะ สองเปาอย่ายอมแพ้เตียนะลูก
      #4221-1
  9. #4220 DayGood (@DayGood) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 22:39

    สวัสดีปีใหม่ค่าาาา
    #4220
    1
  10. #4219 mmuy (@mmuy) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 21:24

    พี่ใหญ่ของซาลาเปาน้อย

    #4219
    1
    • #4219-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 51)
      6 มกราคม 2562 / 11:50
      5555555555 ต้าเกอเกอ...
      #4219-1
  11. #4218 Nattiya Bursnachaitavee (@nsttiyaburana) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 20:33
    ขอบคุณมากกกคร้าไรท์.
    ขึ้นปีใหม่แล้วขอให้ไรท์พลานามัยสมบูรณ์
    เงินทองมากขาดสาย. มากมายพลังมโนนะคร้าาา.

    สุขสันต์ปีใหม่ค่ะ..
    #4218
    1
    • #4218-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 51)
      6 มกราคม 2562 / 11:50
      ขอบคุณมากเลยค่า ต้องการพลังมโนอย่างมากกกกเลย
      #4218-1
  12. #4217 ##@@ZINdear@@## (@DearDeaiwDream) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 20:31

    น่ารักจัง 555

    #4217
    1
    • #4217-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 51)
      6 มกราคม 2562 / 11:50
      เฮียช่วงนี้ดูใจดี้ดี 55555
      #4217-1
  13. #4216 oachaporn (@oachaporn) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 19:11
    ลูกคนโตของอาซืออิอิอิ
    #4216
    1
    • #4216-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 51)
      6 มกราคม 2562 / 11:51
      กร๊ากกกกกกกก
      #4216-1
  14. #4215 Kibibiza (@Mat_AnGel) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 16:59
    หวงช่างน่ารักจังค่ะ
    #4215
    1
    • #4215-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 51)
      6 มกราคม 2562 / 11:51
      ช่วงนี้เฮียก็ยังมาสายก่อกวน อิอิ
      #4215-1
  15. #4214 เงาสายลม (@fenrir_m) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 16:30
    ลูกคนที่สาม
    #4214
    1
    • #4214-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 51)
      6 มกราคม 2562 / 11:51
      ไม่เอาคนโตเหรอคะ 5555555
      #4214-1
  16. #4213 เงาสายลม (@fenrir_m) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 15:21
    เมื่อไหร่ออกอีบุ๊ครอจนขี้เกียจซื้อแล้ว
    #4213
    1
    • #4213-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 51)
      6 มกราคม 2562 / 11:52
      ตอนนี้แพนด้าปั่นต้นฉบับอย่าเร่งมากๆ เลยค่ะ ฮือๆ
      #4213-1
  17. #4212 rugwrite (@rugwrite) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 14:01
    ไรท์น่ารักอ่านจุใจเลย สวัสดีปีใหม่เช่นกันค่ะ
    #4212
    1
    • #4212-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 51)
      6 มกราคม 2562 / 11:52
      เช่นกันนะคะ คนอ่านก็น่ารักทุกคนเลย
      #4212-1
  18. #4211 decemberrain (@decemberrain) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 13:25

    สวัสดีปีใหม่ค่ะ ต่อไม่ติดนิ๊ดนึงค่ะ เริ่มงงๆบ้างเดี่ยวจะกลับไปรีแค๊บใหม่ในตอนหลังๆ รักนู๋เปาเหมือนเดิม ขอให้ตัวละครทุกตัวสุขภาพแข็งแรงนะจ้ะ และขอให้ผู้เขียนสุขสมหวังดั่งตั้งใจ สุขภาพแข็งแรง รวย รวย รวย

    #4211
    1
    • #4211-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 51)
      6 มกราคม 2562 / 11:54
      ขอบคุณมากเลยนะคะ ถ้าอ่านแล้วยังไม่เข้าใจก็ถามเป็นคำถามได้เลยนะคะ เผื่อแพนด้าเขียนรั่วไปบ้าง เผางานมาก 55555
      #4211-1
  19. #4210 @_sassygirl_@ (@friday11) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 13:03
    คิดถึงซาลาเปาน้อยด้วย
    #4210
    1
    • #4210-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 51)
      6 มกราคม 2562 / 11:54
      ซาลาเปาน้อยก็คิดถึงคนอ่านน้า
      #4210-1
  20. #4209 mooklinlava2505 (@mooklinlava2505) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 11:33
    เธอปล่อยให้ฉันรอนานเกินนนไปปปป งืออออ
    #4209
    1
    • #4209-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 51)
      2 มกราคม 2562 / 12:09
      ง้าาาา นี่พิมพ์รอบเดียวเลย ฮือๆ
      #4209-1
  21. #4208 tkerdmeetun (@tkerdmeetun) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 10:42
    มีความอยากอ้อนเมีย
    #4208
    3
    • #4208-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 51)
      2 มกราคม 2562 / 12:08
      ช่ายเลย 55555 อุตส่าห์เอาขนนุ่มๆ ถูไถ เมียรักยังผวาเหมือนเจอหนามตำ
      #4208-1
    • #4208-3 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 51)
      6 มกราคม 2562 / 11:53
      เหมือนเฮียมีเข็มรอบตัวแบบเม่น เอาขนแหลมๆ มาถู ดูจะเสียวเป็นพิเศษ ฮาาาาา
      #4208-3
  22. #4207 พาช (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 09:32

    สู้ๆ เราก้อรออยุ่เช่นกัน

    #4207
    1
  23. #4206 PuLuksame (@PuLuksame) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 09:20
    มาอีกได้ใหมคิดถึงงงงงงงง
    #4206
    1
    • #4206-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 51)
      2 มกราคม 2562 / 12:07
      จะพยายามนะคะ
      #4206-1
  24. #4205 Arisara_P (@Arisara_P) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 08:22
    ชอบๆๆตอนพิเต้งอแง555
    #4205
    1
    • #4205-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 51)
      2 มกราคม 2562 / 12:07
      เฮียยังมีมากกว่านี้อีก
      #4205-1
  25. #4204 Taksina_Tangkwa (@Taksina_Tangkwa) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 01:40
    งือ...น้องซือได้ไวรัสพระราชทานด้วย 55
    เรื่องนี้ต้องสะสม ดีต่อใจมาก เหมือนสมองได้คิด
    เค้าเปล่าว่าแพนด้านะ เค้าชอบภาษาอ่ะ
    #4204
    1
    • #4204-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 51)
      2 มกราคม 2562 / 12:06
      ขอบคุณนะค้าาา เรื่องภาษาแพนด้าเข้าใจแล้วค่ะ เขียนธรรมดาและเขียนแนวนี้ มันก็ได้อย่างเสียอย่าง อิอิ
      #4204-1