หลงฮวา ดอกไม้มังกร (龍花) ผ่านการพิจารณากับสนพ.ปริ๊นเซส

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,256,674 Views

  • 5,408 Comments

  • 13,855 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    34,048

    Overall
    1,256,674

ตอนที่ 61 : บทที่46: ลิขิตสวรรค์ผ่าผลสาลี่ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 33383
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2319 ครั้ง
    23 มี.ค. 62

บทที่46: ลิขิตสวรรค์ผ่าผลสาลี่ 100%


(หูต้าเจียงจวิน/หูซือไคว่: เหนือกว่ามนุษย์ประหลาด ก็เห็นจะมีแต่หวงช่างพ่ะย่ะค่ะ???)


เมื่อเฉียงหลงหวงตี้มีพระประสงค์จะเสด็จเทียนเฟิ่งหวงกง แม้มีฝูงซิย่ะขวางเส้นทางอยู่จำนวนมาก ย่อมเป็นหน้าที่ราชองครักษ์ล้อมอารักขากระบวน โอรสสวรรค์กำลังประทับภายในเกี้ยวมังกรแปดฝีเท้า ปิดม่านทึบกันละอองพิษอีกชั้นหนึ่ง ขณะที่ทุกคนเร่งรีบเดินทางจากเทียนกวานเตี้ยน

แต่เพราะเคลื่อนไหวกลุ่มใหญ่ จึงย่ำเท้าเหยียบพวกมันตลอดทาง คลื่นสีดำเลยลุกฮือไล่หลัง ด้วยแรงกระหายกัดกินเศษซากพรรคพวก ทำให้ทุกคนหวาดกลัวจนจะพาจักรพรรดิเหาะเหินไป ครั้นราชองครักษ์รั้งท้ายเห็นพวกมันบินล้ำหน้า ย่อมยึดหน้าที่พิทักษ์เฉียงหลงหวงตี้ ชักดาบประจำกายออกมาฟาดฟัน ชิ้นส่วนแมลงเลยกระจัดกระจายกลางอากาศ กลายเป็นยิ่งกระตุ้นความสนใจพวกมัน

ชายหนุ่มได้ยินเสียงเอะอะกับความเคลื่อนไหวแตกตื่น ทว่ากลับนั่งเฉยอยู่ กระทั่งถึงหน้าประตูยูงแดงของตำหนักหงส์สวรรค์ หัวหน้าทหารกำลังหอบรายงานกับเจ๋อกงกง แต่โดยนัยคือทูลขอจักรพรรดิให้เสด็จกลับไปก่อน ซิย่ะฝูงมหึมากำลังรุมล้อมพวกเขา จนทหารเฝ้าประตูเข้าช่วยเหลือ

เจ๋อจิ่วซิ่งไม่ทันตัดสินใจ พญามังกรวังหน้ากลับชิงทะยานกายออกจากเกี้ยว มือข้างหนึ่งกระชากม่านทองคำขาดเป็นผืน พอปลายเท้าสัมผัสพื้น เฉียงหมินหลงก็รวบวรยุทธ์สะบัดหมุนม่านในมือ ก่อเกิดลมหอบใหญ่พัดทั้งตัวทั้งซากแมลงออกห่างกาย ทว่าบางส่วนยังกระเซ็นสาดเต็มหน้าผู้ติดตาม มีเพียงเจ๋อกงกงอาศัยหัวหน้าทหารกำบังทัน เขาจึงเนื้อตัวสะอาดเอี่ยมใกล้เคียงจักรพรรดิที่สุด

ถึงขั้นนี้ข้าราชบริพารล้วนไม่กล้าขยับเขยื้อน ยอมให้แมลงที่โดนเป่ากระเด็นไปแล้วหวนคืนมาล้อมเกาะ เพื่อให้พวกมันไม่เข้าหาเฉียงหลงหวงตี้ เคราะห์ดีที่ซิย่ะสนใจแต่เนื้อพวกเดียวกัน จึงพอทนขยะแขยงกระทั่งวรองค์เรืองรองเสด็จผ่านประตูไปก่อน จากนั้นค่อยสลัดกิริยาสุขุม กลายเป็นวิ่งเต้นสะบัดตัวขนานใหญ่

เฉียงหมินหลงย่างเท้าเข้ามาแล้ว พบว่าหวังหวงโฮ่วมีเวลาเตรียมคนรับเสด็จ บางทีอาจเพราะปรมาจารย์แพทย์หลางประจำอยู่เทียนโส้วกง จึงเดินทางมาถึงก่อน

“ถวายพระพรหวงช่าง ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่นๆ ปี เพคะ/พ่ะย่ะค่ะ”

หวังสีเจี่ยทรงอาภรณ์ชั้นนอกลายปักษาเพลิง แม้พระนางไม่ทรงมงกุฎเฟิ่งหวงเต็มพระยศ ก็ยังสำแดงเดชนางพญาแรงกล้าเทียบเท่าจักรพรรดิมังกร ทว่ามีแต่คนสายตาเฉียบคมขั้นสูงเท่านั้น จึงจะพอเห็นว่าท่วงท่าภายในกับภายนอกพระนางขัดแย้งกันอยู่

“ลุกขึ้น เจิ้นอยากดูอาการของหมินฉีแล้ว”

ทำให้ทุกคนตามเสด็จไปคอยด้านนอกห้องบรรทมจิ่นคงหวงไท่จื่อ มีเฉียงหลงหวงตี้ หวังหวงโฮ่ว หลางไต้ฟู และข้าราชบริพารคนสนิทที่ได้รับอนุญาต หลางซื่อจึงกุลีกุจอตรวจสอบพระอาการเบื้องต้น ก่อนนี้ที่เขามาถึง ก็ฟังรายงานของคณะไท่ยีบ้างแล้ว ในใจจึงสะสมก้อนกลัดกลุ้มขึ้นมา ยิ่งอ่านจังหวะชีพจร ยิ่งสัมผัสลมหายใจ สีหน้าจอมแพทย์วังหลวงยิ่งอึมครึม ก่อนเขาจะหันมาประสานมือ

“ทูลหวงช่าง กระหม่อมขอพระราชทานอนุญาตทวนลำดับพระอาการให้แน่ชัด กับคณะไท่ยีจากตงกงก่อนพ่ะย่ะค่ะ”

วรองค์สูงปัดมือให้หลางซื่อไปหารือกลุ่มศิษย์เอกที่ห้องข้าง ก่อนจะสาวพระบาทมาประทับชิดเตียงบุตรชาย เฉียงหมินฉีกำลังสะลึมสะลือ ไม่รู้เพราะเห็นฟู่หวงทรงเยี่ยมเยียนเขา หรือแค่ละเมอรื่นเริงอยู่ในภาพฝัน ดวงตาดำขลับที่แรกเลื่อนลอย จึงหยีโค้งเป็นรอยยิ้มยินดีขึ้นมา ส่งผลสั่นคลอนเกราะจักรพรรดิให้ล้าลงทันใด ด้วยปฏิกิริยาผ่านสัญชาตญาณ พระหัตถ์นุ่มร้อนของจิ่นคงหวงไท่จื่อก็อยู่ในกำมือหยาบใหญ่ กระทั่งคำปลอบยังหลั่งไหลออกมา

“เรียกตัวหลางไต้ฟูมาแล้ว ไม่นานจะต้องกลับมาแข็งแรงดีเหมือนเดิม...”

คนนอนซมเพราะพิษไข้พยักหน้ารับ แม้จะหอบทรมานที่หายใจลำบากอยู่ แต่สีหน้าและแววตารัชทายาทน้อยกลับเปล่งประกายขึ้น บรรยากาศที่หาได้ยากเย็นยิ่งระหว่างเฉียงหลงหวงตี้กับจิ่นคงหวงไท่จื่อ ทำให้ผู้พบเห็นประหนึ่งตนมีวาสนาใหญ่แล้ว

หลังจากหลางซื่อซักพระอาการอย่างละเอียดกับคณะไท่ยีของตงกงแล้ว เขาถึงจำใจก้าวเท้ามาค้อมกายรายงาน

“ทูลหวงช่าง กระหม่อมขอถวายการวินิจฉัยทางโรคว่า พระปัปผาสะของจิ่นคงหวงไท่จื่อเกิดอาการอักเสบเฉียบพลัน สาเหตุคล้ายสูดนำสิ่งรบกวนที่เป็นพิษเข้าไป ในเทียบยาบรรเทาพระอาการของจิ่นคงหวงไท่จื่อ บางชนิดไม่เพียงหายาก แต่ต้องใช้ปริมาณมาก...”

ขณะที่เฉียงหมินหลงถูกครอบงำด้วยความเป็นฟู่หวง ข้าวของนอกกายจะเทียบเป็นอะไรได้กับชีวิตเอ๋อเฉิน จอมคนย่อมใส่ใจเรื่องอื่นมากกว่ามูลค่ายา

“ไม่ว่าสมุนไพรหายากตัวไหนที่จำเป็นต้องใช้ ราคาแพงเท่าไหร่ เจ้าก็แจ้งปริมาณกับเจ๋อจิวซิ่งให้จัดหามา เจิ้นเพียงอยากทราบว่าหลังรับยาเทียบนี้ คนจะอาการดีขึ้นเมื่อใด!

หลางไต้ฟูยากจะหายใจคล่องคอดังเดิมแล้ว ด้วยฐานะเจ้าสำนักไท่ยีที่เจียงหวงไท่โฮ่วทรงคุ้มครอง เขามักกล้าพูดหลักการแพทย์ที่ชัดเจนแก่ญาติและคนไข้ ทว่านี่เกี่ยวพันถึงชะตาในอนาคตของว่าที่จักรพรรดิพระองค์หนึ่ง ย่อมไม่ห้าวหาญตรงประสบการณ์แน่นอน

“เอ่อ...ทูล...ทูลหวงช่าง แม้กระหม่อมจะได้พระโอสถที่รักษาถูกสาเหตุแล้ว แต่อวัยวะภายในมักซ่อมแซมตัวล่าช้ากว่าภายนอก ต้องใช้เวลาฟื้นฟูพ่ะย่ะค่ะ!

เฉียงหลงหวงตี้ฟังความแล้ว หน้าตาขมึงทึง นี่เท่ากับว่า กระทั่งปรมาจารย์แพทย์มือหนึ่งในใต้หล้า ก็ไม่อาจรับรองผลลัพธ์การรักษาคราวนี้หรือ!

“ในเมื่อต้นเหตุเป็นละอองพิษของพวกซิย่ะ ทว่าเหตุใดหน้ากากยังใส่เหมือนคนอื่น หรือกระทั่งหน้ากากยังมีเจตจำนงเฉพาะตัว เลือกจะป้องกันใคร ละเว้นใครได้ด้วยหรือไร...”

เมื่อตรัสกระแทกจุดดังนี้ขึ้นมา ใช่ว่าแค่หลางไต้ฟูจะแสดงสีหน้าได้ถูกต้อง หวงโฮ่วเจ้าตำหนักอย่างหวังสีเจี่ยยังตะลึงงัน พระพักตร์เผยสีขาวจัดทันใด ทำให้พระเนตรคมกริบเล็งพิรุธเหล่านั้น ตะคอกเสียงดุออกมา

“ตอบเจิ้นว่าเพราะอะไรที่ทำให้คนป่วยหนักกันแน่!

ทว่าหลายใบหน้าก้มหลบกันจ้าละหวั่น กระทั่งหวังหวงโฮ่วยังหลุบพระเนตรมองพื้น ทว่าความคิดพระนางถลาบินอย่างดุร้ายออกมา ปรารถนาจะฉวยโอกาสโยนโทษใส่หน้ากากที่ฝ่ายในร่วมมือกันทำ ว่าอาจแฝงคุณสมบัติพิษในตัวอยู่ด้วย เสียแต่มีสติล่ามมันเอาไว้ทันท่วงที

เนื่องจากพิจารณาโดยแยบยลแล้ว หน้ากากการกุศลนี้ มีพระนางถูกบีบในสถานะหวงโฮ่วให้การสนับสนุนเคียงข้างสวามี แม้อาจเกิดผลสมปรารถนาที่ทุกคนจะโจษจัน จนรังเกียจผลงานหน้ากากขึ้นมาก็ตาม อย่างไรหยิกเล็บย่อมเจ็บเนื้อถึงทุกฝ่าย หวังสีเจี่ยย่อมอดทนแสบร้อนกลางอก ปริปากสักคำหนึ่งยังเข็ญใจ

ท่ามกลางกระแสกดดันรุนแรง พระวรกายหวงโฮ่วเครียดเกร็งอย่างเห็นได้ชัด ทำให้พวกเขาเริ่มหอบหายใจคล้ายจิ่นคงหวงไท่จื่อแล้ว

“ทูลหวงช่าง...ปะ...เป็นความผิดของหม่อมฉันเพคะ!

นัยน์ตาลึกล้ำดุจความมืดตวัดไปทางหวังสีเจี่ย ทว่าผู้ส่งเสียงกลับเป็นหมี่ฉางยวี่ ที่แสดงตัวหมอบลงกับพื้น ทำให้หวงโฮ่วพระทัยกระตุกมองข้าหลวงคนสนิท

“เจ้าคือฉางยวี่ สกุลหมี่ หมี่ฉางยวี่ ดังนั้นว่ามาเป็นความผิดประการใด”

หมี่อินก้มหน้าต่ำ ยากจะแลความคิดในหัวของนาง นอกจากร่างกายที่กำลังสั่นน้อยๆ

“ทูลหวงช่าง หม่อมฉัน...หม่อมฉันเห็นว่าจิ่นคงหวงไท่จื่อทรงหน้ากากแล้ว มักทรงรังเกียจว่าทำให้หายพระทัยลำบาก บางทีก็อึดอัดกลางพระอุระ หม่อมฉันจึงคิดว่าประทับอยู่ในห้องบรรทมเช่นนี้ ไม่ได้เสด็จออกข้างนอก ทำให้...ทำให้หม่อมฉันล่วงเกินทูลแนะนำว่า ไม่...ไม่ต้องทรงหน้ากากตลอดเวลาก็ได้เพคะ...”

ต่อให้หมี่ฉางยวี่ดัดแปลงเรื่องราวไปจากเดิม ทุกคนที่ทราบความจริงย่อมบรรลุเจตนาของนาง ทว่าขอเพียงโทษมีคนเสนอตัวรับโทษ ในอกพวกเขาล้วนปลอดโปร่งขึ้นทั้งสิ้น

“เรื่องสำคัญที่เจิ้นไม่อาจละเลย เจ้ากลับถือดีเสนอความคิดเห็นแทนสำนักไท่ยีได้ บังอาจ! หมี่ฉางยวี่! บังอาจนัก!

สุรเสียงตะคอกดุ นอกจากทำทุกคนสะดุ้ง ยังบังคับหมี่อินโขกหัวเสียงดังสนองทันที

“หม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะ! หม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะ!

นางกำลังเงยหน้าผากแดงก่ำขึ้นมาโขกซ้ำหนที่สาม ก็ปรากฏเสียงหนึ่งสอดแทรกให้ชะงักไป

“หวงช่าง...”

เพียงหวังสีเจี่ยเปล่งเสียงเดียว ประหนึ่งส่งจังหวะให้สวามีผู้สูงส่งเหนือแผ่นดินสบช่องเล่นงาน ทั้งสีพระพักตร์เฉียงหลวงหวงตี้ยามบรรจุโทสะอยู่ นับว่าดุร้ายเกินมนุษย์ไปโข

“เหตุกำแหงของหมี่ฉางยวี่นั้นเกี่ยวข้องถึงชีวิตหวงไท่จื่อ นางกล้าดีอย่างไรมาแนะนำเรื่องผิดๆ แก่เขา เจ้าเองก็เถอะสีเจี่ย ยังรับผิดชอบไหวอีกหรือ!

หมี่อินเห็นนายหญิงตื่นกลัวจนร่างกายแข็งค้าง ย่อมไม่อาจทนเฉย ให้นางหลั่งเลือดเต็มหน้าผาก ยังไม่ทุรนทุรายเท่าเห็นหวงโฮ่วจวนแจจะหลั่งน้ำตาหนึ่งหยดออกมา

“ทูลหวงช่าง! เป็นหม่อมฉันผิดไปคนเดียวเพคะ! หวงโฮ่วมิได้ทรงรับรู้ ในทุกๆ วัน พระนางมักเมตตาคิดถึงกงอื่นๆ และกังวลพระทัยว่า จะมีผู้ใดประสบเหตุเดือดร้อนขึ้นบ้าง หม่อมฉันกับเมิ่งจงกงเสวียซื่อสื่อจึงถวายการดูแลจิ่นคงหวงไท่จื่อ และหม่อมฉัน...หม่อมฉันขอประทานอภัยโทษด้วยเพคะ หวงโฮ่ว เป็นหม่อมฉันสติปัญญาไม่ดี เป็นหม่อมฉันโง่เง่า ไม่คิดว่าจะกลายเป็นเหตุอันตรายขึ้นเลยเพคะ ฮือ...”

หลังจากโขกหัวให้จักรพรรดิจนจากรอยแดงกลายเป็นหนังปริแตก หมี่อินยังหันมาคุกเข่าโขกหัวต่อหน้าหวังสีเจี่ย จนพระนางแววตามืดครื้ม เสียสมดุลเลือดลมในพระวรกายทีละน้อย

ฉากทำนองนี้เกิดขึ้นที่ฝ่ายในนับหนไม่ถ้วน จักรพรรดิผู้ปกครองวังหลวง ย่อมโน้มเอียงเป็นบุรุษเลือดเย็นกว่าสามัญชน แม้จะทรงกราดเกรี้ยวอยู่ พระสติกลับเฉียบคมเท่าเดิม

“เมิ่งจงกงเสวียซื่อสื่อ...”

ยามเฉียงหลงหวงตี้ขานถึงนางข้าหลวงอีกตำแหน่งในเทียนเฟิ่งหวงกง หมี่ฉางยวี่จึงชะงักการโขกศีรษะ แย่แล้ว! เพราะนางไม่สันทัดเชิงเจรจา ทำให้เอ่ยปากเลื่อนเปื้อนจนได้!

ถ้ายังพากันเงียบกริบเป็นจักจั่นฤดูหนาว เห็นทีทุกหัวจะหลุดพร้อมกันเป็นขวัญตาพระนางแล้ว หวังสีเจี่ยย่อมกล่าวสุรเสียงเยือกเย็น ทั้งที่ข้างในร้อนลวกราวกับเกลือกกลิ้งบนถ่านไฟ

“ทูลหวงช่าง เพราะเมิ่งจงกงเสวียซื่อสื่อ แสดงอาการป่วยออกมาก่อน หม่อมฉันจึงแยกตัวนางไปรักษาที่เรือนอื่นแล้วเพคะ”

เฉียงหมินหลงได้เหตุผลเหมาะสม ย่อมไม่ใส่พระทัยไต่สวนประเด็นนี้ต่อ แต่จะให้ปล่อยหมี่ฉางยวี่ที่จงรักภักดีจนตามืดบอด กลับทำเขาโมโหซ้ำสอง

“เจิ้นก็ยากละเว้นโทษคนของเจ้าอยู่ดี สีเจี่ย!

ยามสายพระเนตรมืดดำจับจ้องมา ต่อให้ในพระทัยเริ่มสั่นกลัวขนาดไหน พระนางก็ยืนหยัดข้างสวามีมานานปี จิตวิญญาณย่อมแกร่งกล้าเกินคนทั่วไป

“หม่อมฉันย่อมทราบที่ผิดเพคะ แต่ก็จัดเป็นเหตุรู้เท่าไม่ถึงการณ์ คนเมื่อไม่รู้ย่อมต้องทำผิดแล้วจึงรู้ ไม่เช่นนั้นคงไม่รู้ตลอดไป...”

หวังสีเจี่ยพยายามผ่อนหนักเบา หมี่ฉางยวี่จึงย้ำโขกหัว หากเป็นผู้อื่นหน้าผากปริแตก โลหิตไหลเปื้อนหน้าขนาดนี้ ความคิดย่อมเชื่องช้าลง แต่นางกลับแตกต่าง สายตายังแจ่มใส ท่าทางเปี่ยมไปด้วยพลังมุ่งมั่น

“หม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะ! หม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะ!

เพราะไม่มีสุรเสียงปราม เท่ากับเฉียงหลงหวงตี้มีพระประสงค์ให้คนกระแทกหน้าผากกับพื้นอยู่อย่างนั้น หมี่อินย่อมไม่กล้าหยุด ทั้งที่โขกหัวไปโขกหัวมา นางเริ่มจะวิงเวียนบ้างแล้ว เห็นสีหน้ามึนชาของคนสนิท หวังสีเจี่ยจึงสิ้นความอดกลั้น

“ทูลหวงช่าง...ถือว่าหม่อมฉันเองก็มีความผิดแล้ว ที่คำนึงแต่ปัญหาส่วนรวมกว่าส่วนตัว ทำให้เผลอละเลยหมินฉีไป ทั้งยังเป็นความบกพร่องที่หย่อนคำสั่งสอนคนใน หม่อมฉันก็ขอแสดงความสำนึกผิดด้วยเพคะ!

ไม่เสียทีที่หวังหวงโฮ่วปกครองคนมานาน จึงเอาผิดพระนางได้ไม่ง่าย ร่างสีแดงเพลิงประทับขึ้น ทำทีจะคุกเข่าลงเหมือนคนสนิทแล้ว ย่อมเรียกเสียงอุทานแว่วเบา และคล้ายจิ่นคงหวงไท่จื่อจะรับรู้สถานการณ์ จึงพยายามลุก เฉียงหมินหลงย่อมประคองปรามหวงโฮ่ว แม้หมี่อินจะหยุดโขกศีรษะขอขมา จักรพรรดิก็คล้ายมองผ่าน

ทว่าไม่อาจคืนคำ โอรสสวรรค์จึงตรัสย้ำ

“โทษตายเจิ้นยกให้ แต่โทษเป็นย่อมต้องรับไป”

หมี่ฉางยวี่จึงก้มหน้าคอยฟัง หวังสีเจี่ยก็ลอบบีบมือกับชายแขนเสื้อ เฉียงหลงหวงตี้ชะงักคิดอยู่ครู่หนึ่ง ค่อยตัดสินพระทัยเด็ดขาด

“นำตัวนางออกไปโบยห้าสิบไม้!

พวกเขาล้วนเบิกตากว้าง ห้าสิบไม้กับสตรีคนหนึ่ง เรียกได้ว่าอาจรอดมาอย่างใกล้จะปางตายเต็มที ตัวอย่างก็เช่นอดีตชงอี๋กับชงหรงที่โดนตียี่สิบไม้ ได้ยินว่าพวกนางนอนซมอยู่หลายเดือน กว่าจะหายดี แต่หมี่ฉางยวี่คนนี้กลับใจคอเด็ดเดี่ยวนัก ไม่เพียงไม่คร่ำครวญ นางยังสรรเสริญพระเมตตา

“ขอบพระทัยในพระเมตตา ขอหวงช่างทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่นๆ ปีเพคะ”

หลังจากหมี่ฉางยวี่โดนกงกงพาตัวออกไปรับโทษด้านนอก หวังสีเจี่ยก็เหมือนกลัดกลุ้มกระทั่งกระแสชี่ปั่นป่วน เฉียงหมินหลงเห็นท่าทีโงนเงนของพระนาง ย่อมตรัสเรียกหลางซื่อเข้าดูแล เขาทูลขออภัยโทษ แล้วรีบตรวจตราสัญญาณของโรค จากนั้นก็ถวายรายงาน เป็นเพราะเผชิญสถานการณ์กดดันทางใจ ก่อเกิดความเครียดเฉียบพลัน ต้องการความสงบเพื่อปรับสมดุล ปี๋สุ่ยจึงประคองหวังสีเจี่ยเสด็จออกไป ขณะจักรพรรดิเริ่มสอบถามพระอาการจิ่นคงหวงไท่จื่อกับแพทย์หลวงหลาง

ครั้นแยกห่างพระเนตรพระกรรณอันดุดันแล้ว หวังสีเจี่ยย่อมเร่งกำชับสั่งปี๋จงกงสื่อ

“ปี๋สุ่ยรีบตามไปให้พวกเขายั้งมือกับหมี่อิน อย่าลืมสั่งคนปล่อยตัวเมิ่งเม่ยเจี้ยนออกมา และทำให้นางตระหนักว่า เปิ่นกงจะยอมหยุดเพียงเท่านี้”

“เพคะ”

หญิงสาวยอบกายรับคำสั่ง ทำให้กงปี้คนอื่นเสนอตัวเข้าพยุงพระนาง หวังหวงโฮ่วกลับสะบัดมือปฏิเสธ แล้วเสด็จเข้าห้องบรรทมตามลำพัง กระทั่งปี๋สุ่ยย้อนกลับมาเข้าเฝ้า สีพระพักตร์ค่อยผ่อนคลาย

“ในเมื่อทางหมี่อินเรียบร้อยดี แล้วเมิ่งเม่ยเจี้ยนเป็นอย่างไรบ้าง”

หวังสีเจี่ยไถ่ถามก็เพื่อหยั่งเชิงท่าทีปี๋สุ่ย ทว่านางข้าหลวงที่ปรึกษากลับมีจิตใจโหดเหี้ยมพอตัว ใบหน้านางราบเรียบอย่างมาก แม้ได้พบปะสภาพชวนสังเวชของเมิ่งเม่ยเจี้ยนที่ขัดคำสั่งพระนางไปแล้ว

“นางกล่าวว่าซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณหวงโฮ่วยิ่งเพคะ”

“ดี...เปิ่นกงก็ไม่อยากเสียคนที่มีอยู่น้อยนิด”

ยามหวงโฮ่วมีทีท่าพึงใจ ปี๋จงกงสื่อจึงทูลต่อ

“หม่อมฉันได้เรียกตัวเจิ้งไต้ฟูไปทำการรักษาแล้วเพคะ แต่อาจต้องพักฟื้นนานเล็กน้อย...”

หวังสีเจี่ยประจักษ์ไหวพริบข้าหลวงคนสนิท ยิ่งพอพระทัย

“เปิ่นกงได้กล่าวว่านางป่วย ดังนั้นหากไม่หายดี ก็ไม่ต้องกังวลถึงงาน”

“เพคะ”

เมื่อสตรีทั้งสองนางล้วนจัดการกลบเกลื่อนโดยรอบคอบแล้ว ทราบว่าเฉียงหลงหวงตี้ยังประทับอยู่เทียนเฟิ่งหวงกง หวังสีเจี่ยจึงสั่งเตรียมพระกระยาหารทั้งคนแข็งแรงและคนป่วย ก่อนจะเสด็จไปสมทบ


นับแต่วันที่เฉียงหลงหวงตี้เสด็จมาเทียนเฟิ่งหวงกง แล้วพบจิ่นคงหวงไท่จื่อกำลังประชวรหนักจากละอองพิษ ในฐานะฟู่หวงพามังกรหนุ่มเดินทางไปมาระหว่างสองสถานที่ถี่กว่าปกติ แต่นานทีวรองค์เจิดจ้าจึงเสด็จทอดพระเนตรเฉียงหมินฉีบนแท่นบรรทม เนื่องจากเข้าใจสภาพแวดล้อมที่ควรปนเปื้อนต่ำสำหรับผู้มีสุขภาพย่ำแย่ และไม่สมควรเปิดปิดประตูห้องบรรทมหลายเวลา

หลางไต้ฟูถึงกับอาศัยประจำเทียนเฟิ่งหวงกงพร้อมคณะศิษย์ คอยจัดเทียบยา เตรียมสมุนไพร และเฝ้าเคี่ยวอย่างรอบคอบร่วมกับคณะไท่ยีของตงกง จุดประสงค์สำคัญขณะนี้ คือพยายามประคองพระอาการจิ่นคงหวงไท่จื่อไว้ให้ได้

เจียงหวงไท่โฮ่วเปี่ยมพระทัยเดือดร้อน อยากเสด็จมาเยี่ยมหลานชายคนโตของพระนาง แต่เฉียงหลงหวงตี้ตรัสท้วงด้วยเหตุผลมีน้ำหนักสูง นอกจากเกรงพระนางพลอยสุขภาพย่ำแย่ตามไปแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับเหตุผลสภาพพิษแวดล้อมภายในห้องบรรทมเฉียงหมินฉี ที่ไม่ควรจะเข้มข้นไปกว่าทุกวันนี้

เมื่อทุกข้างฝ่ายต่างส่งแรงกายแรงใจเยียวยารัชทายาทน้อยในเทียนเฟิ่งหวงกง ร่างกายอ่อนแออย่างมากของจิ่นคงหวงไท่จื่อค่อยตอบสนองไปทางที่ดี ทำให้พวกเขาทยอยโล่งอก ยกเว้นหลางซื่อผู้มีสีหน้าเคร่งเครียดสม่ำเสมอ บางครั้งเขาก็ละเลยสุขภาพตนเองอยู่บ้าง เวลากินใช้ตรวจสอบพระอาการ เวลานอนยังกางตำรากองใหญ่

จากแรกเริ่มที่อาณาเขตเทียนเฟิ่งหวงกงต่อต้านการใส่หน้ากาก บัดนี้ยามจักรพรรดิเสด็จมายังทรงหน้ากากเช่นเดียวกับทหารองครักษ์ บรรดาข้าราชบริพารในตำหนักหวงโฮ่วค่อยกล้าหยิบมาสวม ส่วนบุคคลดื้อด้านกลับปรากฏหวังสีเจี่ยกับสามนางข้าหลวงคนสนิท ยามพวกเขาพบเจ้ากงยืนยันไม่ใส่หลายวันเข้า ความกล้าก็ลดระดับลง แล้วสุดท้ายพากันปลดออกหมด เพราะเกรงพ้นภัยพิบัติซิย่ะไป ชีวิตพวกเขายังคงสุ่มเสี่ยงตกนรกทั้งเป็นภายหลัง

ดังนั้นนอกจากหลางไต้ฟู และลูกศิษย์ที่ไม่ได้เป็นคนประจำตำหนักหงส์สวรรค์ กับผู้ป่วยนอนติดเตียงอย่างจิ่นคงหวงไท่จื่อ ต่างเปลือยใบหน้าสัมผัสอันตรายโดยเท่าเทียม

แมลงปิศาจที่เคลื่อนฝูงไปหนไหน จิตวิญญาณปฐพีก็เหือดแห้งเป็นสีน้ำตาลหนนั้น ย่ำสายัณห์สู่ปักษ์เซี่ยจื้อ(ประมาณวันที่ 21 ถึง 22 เดือนมิถุนายน ที่ดวงอาทิตย์ทำมุม 90° ตรงกับวันครีษมายัน กลางคืนสั้นที่สุด กลางวันยาวที่สุดในซีกโลกเหนือ)พวกมันจึงผละบินจากฉางอัน มุ่งหน้าไปตามกระแสลมอาคเนย์(ตะวันออกเฉียงใต้)อย่างมืดฟ้ามัวดิน ครั้นกองหิมะสีดำที่เกาะคลุมทั่วเมืองหลวงกะเทาะออก เผยซากยืนต้นตายของพฤษชาติ จิตใจที่หวาดผวามานานวันของผู้คน ค่อยได้ผ่อนคลาย หลายบ้านจุดธูปเซ่นไหว้วิญญาณบรรพบุรุษ หลายบ้านกอดกันร่ำไห้ที่ทุกคนปลอดภัย

ท่ามกลางบรรยากาศที่เพิ่งพ้นเงามืดมาได้ไม่นาน น่าหลันซือซือกลับกลัวจิ่นคงหวงไท่จื่อจะโดนถอดหน้ากาก ทั้งที่อากาศยังปนเปื้อนละอองพิษของระบบทางเดินหายใจ นางจึงย้ำให้โรงหมอเป่ยกระจายข่าวพร้อมหลักฐานพิสูจน์ทฤษฎีของเขา นั่นคือซิย่ะในขวดแก้วใสเหมือนที่ผีชาวซาไห่เคยบอกไว้

คำเตือนของเป่ยหลัวมีน้ำหนักอย่างมากต่อฝูงชน แม้แต่เฉียงหลงหวงตี้ยังทรงรับฟัง และเป็นผู้สนับสนุนข้อมูลแก่ประชาชนในเมืองหลวง พร้อมกันพวกเขาก็แว่วข่าว ฝูงแมลงร้ายบางส่วนทยอยล้มตายเกลื่อนกลาดพื้นแล้ว ทำให้เกิดกองซากจำนวนมหึมา เจ้าหน้าที่เมืองต่างออกมาเก็บกวาดร่วมกันชาวถิ่น

แต่ซิย่ะก็บุกรุกอู่ข้าวอู่น้ำของแคว้นจิ้น แม้ราชสำนักมองการณ์ไกล มีคำสั่งเร่งรัดการเก็บเกี่ยวไปมากแล้ว และประกาศระงับการเพาะปลูกพืชหมุนเวียน ทว่าอย่างไรพรรณไม้ยืนต้นที่ใช้เวลาเติบโตนานกว่ากลับเสียหายหมด ประเมินมูลค่าชวนกลัดกลุ้ม ว่าต่อไปภายภาคหน้า อาจมีผลกระทบเกิดภาวะข้าวยากหมากแพง

ระหว่างน่าหลันซือซือหวังให้เกิดกระแสลมกรรโชกหรือพายุฝนหลงฤดู นับเป็นกลไกเจือจางละอองพิษในอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงสุด วิญญาณนางในภพก่อนก็เคยแต่ประกอบอาชีพล่าม ความรู้ติดตัวมาผิวเผิน ไหนเลยจะผลิตสารเคมีเฉพาะทางได้ ทั้งกลุ้มใจไม่เว้นวัน ด้วยอาการเฉียงหมินฉีไม่สามารถเรียกว่าดีนัก คล้ายเขาสลับทรงสลับทรุด พาทุกฝ่ายใจหายใจคว่ำ นอกจากนี้สถานการณ์แถบชายแดนกำลังตึงเครียดเรื่อยๆ

พอหวังไท่เว่ย หวังหลิวทงรับราชโองการปรามปราบกลุ่มโจรขบถนอกกำแพงเจียยวี่กวน เขานำทัพเมืองหลวงจำนวนสองหมื่นมาถึงชายแดนแล้ว ก็จัดประชุมร่วมกับหวังต้าเจียงจวิน หวังหลิวซง บุตรชายคนโตที่เป็นแม่ทัพใหญ่คุ้มครองเป่ยกวนและตงกวน กับหวังเจียงจวิน หวังหลิวเซียว หลานชายที่รับตำแหน่งแม่ทัพประจำเจียยวี่กวนทันที

พวกเขาสกุลหวังแรกรวมตัวอย่างเปิดเผยย่อมปรีดา เนื่องจากแต่ละคนถือกำลังพลในมือ ดังนั้นสภาวะบ้านเมืองที่สงบเรียบร้อย ผู้นำทัพทั้งสามจึงไม่ได้รับอนุญาตให้เคลื่อนตัวออกจากถิ่นประจำ เวลากลับมาเคารพป้ายบรรพชนตามเทศกาล ยังต้องคนหนึ่งอยู่ อีกสองคนไป บัดนี้หวงช่างมีพระประสงค์ทำลายชุมโจรสกุลจ้าวอย่างเด็ดขาด ประหนึ่งหมายข่มขวัญผู้นำแคว้นอื่นที่อาจสอดมือก่อเหตุ ถึงมอบราชโองการอนุญาตให้ประชุมครบคนเฉพาะกิจแก่หวังไท่เว่ยต่างหลักฐานมาด้วย

หวังหลิวทงปลดเกราะหนักบางส่วน แล้วนั่งเป็นประธานกลุ่ม เบื้องหน้าทุกสายตาคือกระบะบรรจุทรายขนาดใหญ่ ประกอบด้วยรูปทรงภูเขาหลายลูก กับลายเส้นขีดเขียน กระทั่งสิ่งของจำลองอย่างแนวกำแพง เสาธง ฝูงม้า ตุ๊กตาคนก็มีตั้งวาง ขณะเดียวกันเบื้องข้างของหวังไท่เว่ย ยังกางแผนที่ภูมิทัศน์ทางทหารสองฝั่ง

หวังหลิวซงกับหวังหลิวเซียวนั่งประจำโต๊ะตำแหน่ง อยู่บนพื้นที่ฝั่งขวามือหนึ่ง ฝั่งซ้ายมือหนึ่ง แต่ละคนมีบุคคลรั้งฐานะที่ปรึกษาติดตามเพียงหนึ่ง พวกเขาเหล่านี้เปรียบเสมือนผู้จงรักภักดีขั้นสุด บ้างสถานะเป็นทหารคนสนิท บ้างคือขุนนางทหาร และบ้างฐานะซับซ้อน พอเรียกได้ว่านอกจากสกุลหวังแล้ว ไม่มีหัวหน้าทหารสกุลอื่นเข้าร่วมสักคนเดียว เป็นการประชุมส่วนตัว ก่อนหน้าจะแยกย้ายไปสั่งการลูกน้องเข้ารับภารกิจต่ออีกทอดหนึ่ง

ช่างห่างไกลราชสำนัก ทั้งปราศจากสายตาคู่อริ คนสกุลหวังล้วนฮึกเหิมประกาศแรงจริงใจซึ่งกันและกัน

“ช่วงที่พวกเจ้าออกลาดตระเวน ได้เบาะแสแหล่งกบดานพวกมันบ้างหรือไม่”

หวังหลิวเซียวในฐานะแม่ทัพประจำเจียยวี่กวน ย่อมทราบว่าเป็นคำถามถึงตน มากกว่าบิดาที่ส่วนใหญ่ปกครองเป่ยกวนอย่างหวังหลิวซง ชายร่างสูงใหญ่จึงเผยเค้ายุ่งยากใจออกมา

“ไม่เคยพบร่องรอยพวกมันเลยขอรับ เป็นเพราะที่ผ่านมาเจตนาใช้ชื่อเสียงโจรอำพรางยุทธวิธีชิงเสบียงและอาวุธของทางการ ทำให้ไม่ใคร่ใส่ใจหนูโสโครกที่วิ่งวุ่นตามตรอกเมืองเท่าใดขอรับ แต่เวิ่นจ่งตูกับพรรคพวกเปรียบประดุจหูตาของพวกเรา เพียงมีคำสั่ง คงดึงตัวพวกมันสักคนออกมาซักถามได้”

หวังไท่เว่ยมิใช่ไม่ทราบเรื่อง ส่วนหนึ่งเป็นคำสั่งของเขา หวังหลิวซงและหวังหลิวเซียวถึงเตรียมพร้อมตลอดเวลา แต่พวกเขาจำเร่งรัดแปลงแผนแล้ว การเก็บลูกหลานสกุลจ้าวที่เคยถูกเนรเทศ ถือเป็นจุดตายที่อาจทลายเหตุชอบธรรมของสกุลหวัง ฉะนั้นจึงถึงขั้นตอนสุดท้ายที่ต้องฆ่าล้างทั้งกระดาน

“เจ้ากำชับเวิ่นจ่งตู ถึงแม้ว่าจะอยู่ห่างไกลหูตาหวงช่าง อย่าประมาทคิดจะทำอะไรสะเพร่า ต้องเคลื่อนไหวอย่างสุขุม ถูกต้องตามกฎปกครองแคว้นก่อน”

โดยนัยพวกเขาล้วนกระจ่างแจ้ง การใช้กฎหมาย ใช่ว่าจะถูกศีลธรรมเสมอ 

“ประเหมาะธรรมชาตินอกด่านหมื่นหลี่ค่อนข้างโหดทารุณ ส่งเสริมให้เกิดเหตุพลิกผันพิสดารอย่างไร ธรรมดาหามีคนบากบั่นไปพิสูจน์ความจริงไม่ ในเมื่อมู่เฉิงเซี่ยงบีบข้ากระทั่งพาทหารมาได้สองหมื่น หลังจากนี้หลิวเซียว เจ้าก็นำทางพวกเขาออกไปสำรวจพื้นที่ทรหด ก่อเรื่องจู่โจมขวัญกำลังใจทหารจนขลาดกลัว แล้วข้าค่อยให้หนึ่งในคนที่เหลือถือสารไปขอความช่วยเหลือที่ฉางอัน พวกเขาคงยากปฏิเสธ ยามคนผู้นั้นเป็นพยานปากเอก พอได้ทัพอีกสามหมื่นสนับสนุน ข้าจะแบ่งเคลื่อนไหว”

“หลิวเซียว เจ้ามีหน้าที่พาทหารเมืองหลวงอย่างต่ำสองหมื่น ผสมกองกำลังของเจ้าอีกสองหมื่น หาทางขุดรากถอนโคนกบฏสกุลจ้าว บังคับจับเป็นเฉพาะหัวหน้ากลุ่มต่างแผนสำรอง ที่เหลือสังหารอย่าให้เหลือกระทั่งทารกแรกเกิด...

ระหว่างกล่าวน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม มิใช่เพียงหวังหลิวทงที่กระจายคลื่นพลังงานลบ ยังรวมถึงเหล่าทหารไร้กายเนื้อที่ห้อมล้อมสถานประชุมด้วย เสียดายกำแพงภพบางคราว ก็ยากก้าวข้าม บรรยากาศหนาวสะท้านจึงประดุจลมโชยหนึ่งกระแส

“ขณะเดียวกันกองกำลังของพวกเรา จะทยอยมุ่งหน้าเข้าเมืองหลวงในรูปขบวนคาราวาน อำพรางเครื่องแต่งกายกองทัพไปสมทบที่จุดนัดพบ ทหารประจำการในฉางอันคงเหลือเพียงห้าหมื่นนาย กว่ามีราชโองการระดมทหารกองอื่นมาช่วยเหลือ เจี่ยเอ๋อก็พร้อมเปิดประตูรับแล้ว พวกเขาไม่ทันป้องกันวิธีปิดล้อมและแทรกซึมเข้าหาหวงช่างแน่นอน”

แม้หวังไท่เว่ยจะมีความมั่นใจสูงว่าจะประสบผลสำเร็จดังวาดหวัง ทว่าเขากลับเป็นม้าแก่รู้ทาง ยากจะปลดระแวงเฉียงหลงหวงตี้

“หากเจี่ยเอ๋อไม่สามารถช่วยเหลือได้ พวกเราก็จะใช้หัวหน้าโจรร่วมกับราชโองการเบิกทาง ทันทีผ่านกำแพงวังหลวงเข้าไป จำไว้ว่าปิดประตูแล้วสังหารให้สิ้น ข้าเตรียมเหตุผลเหมาะสมแล้ว ว่าธาตุแท้ไป๋เฟินเสียนเฟย คือนางปีศาจต่างเผ่า พยายามแผ่พลังโสมมบงการใต้หล้าอย่างไร้หวั่นเกรงเบื้องบน พวกเราสกุลหวังจำประกอบพิธีชำระล้างใจกลางแผ่นดินให้ผุดผ่อง ผู้ไหนอาศัยใกล้ชิดกายนาง ย่อมสูญจิตวิญญาณแต่กำเนิด กลายเป็นทาสผีดิบให้ใช้งาน น่าเวทนาที่พวกเขามีแต่เปลือกร่าง จึงต้องกำจัดทิ้งประการเดียว ช่างน่าเวทนา...”

ความโหดร้ายทำนองนี้เกิดซ้ำซากหลากยุคสมัย สำหรับครอบครัวทหารแต่บรรพบุรุษเช่นพวกเขา เห็นการรบราฆ่าฟันศัตรูเป็นเพียงหนทางอยู่รอด หวังหลิวซงและหวังหลิวเซียวจึงเผยประกายตาฮึกเหิม ประหนึ่งพยัคฆ์ร้ายพร้อมทลายที่คุมขัง ทำให้ผู้ผ่านกาลเวลามากกว่าต้องย้ำกำชับลูกหลาน

“จงจัดการให้เงียบเชียบเข้าไว้รู้หรือไม่”

ด้วยคุณสมบัติจอมจักรพรรดิของเฉียงหมินหลง ถ้าเขาแว่วข่าวรั่วไหลแค่เล็กน้อย ยากจะประมาณโทษสาหัสชนิดใดจะตกใส่ทั้งตระกูลหวัง

“ขอรับ!

ทั้งสองคนผุดลุกขึ้นยืนประสานกำมืออย่างหนักแน่น แต่หวังหลิวซง ยังมีคำถามเกี่ยวกับหลานชายที่เป็นหวงไท่จื่อของแผ่นดิน ในอนาคตเขายังจะเปลี่ยนเป็นหวงช่างคนต่อไปด้วย

“เตีย ข้าได้ยินว่าฉีเอ๋อกำลังป่วยหนักอยู่ มีมูลความจริงหรือไม่ขอรับ”

ตรงข้ามกับหวังหลิวเซียว ที่ไม่เห็นญาติผู้น้องร่างกายอ่อนแออยู่ในสายตา เขาจึงทีท่าเฉยเมยผิดจากบิดา ในใจนักรบหนุ่มบ่นเพียงแต่หมินฉีตายเสียก็ดี หลังจากสกุลหวังรวบอำนาจเชื้อพระวงศ์มาแล้ว เขาย่อมรับบรรดาศักดิ์หวังก่อน ทั้งอาจสืบทอดบัลลังก์มังกรจากหวังหลิวทงหรือหวังหลิวซงด้วย

ตอนเดินทัพสองหมื่นออกจากวังหลวงมา หวังไท่เว่ยยังแน่ใจว่าหวงไท่จื่อกับหวงโฮ่วแข็งแรงดีทั้งคู่ ทว่าระหว่างเดินทางค่อยมีคนนำข่าวเร็วมารายงาน เท่ากับกว่าจะทราบ ยังล่าช้าเกือบวันครึ่ง ทั้งไม่เห็นผลดี ถ้าอธิบายอาการฉีเอ๋อให้ปณิธานบุตรชายสั่นคลอน

“ดังที่ข้าได้กล่าว เมืองหลวงมีเจี่ยเอ๋อดูแลอยู่แล้ว พวกเจ้าสองคนใส่ใจลำพังหน้าที่ของตนให้ดี อย่าละเลยจนพลาดพลั้งให้บรรพชนสาปแช่งเอา เข้าใจหรือไม่!

หวังต้าเจียงจวินพร้อมหวังเจียงจวินน้อมรับคำสั่งประมุข ก่อนพวกเขาจะหารือเกี่ยวกับรายละเอียดของแผนการครู่ใหญ่ จึงแยกย้ายกันเรียกหากองทัพชายแดนใต้บังคับบัญชาของตน หวังหลิวเซียวก็ส่งที่จวินซือประจำกายไปหาเวิ่นเปี่ยว ข้าหลวงประจำมณฑลที่จวนราชการเมือง พร้อมกันนั้นยังคัดขุมกำลังลับมากฝีมือ เพื่อปลอมแปลงเป็นกองโจรถ่อยสกุลจ้าว ดักเล่นงานทหารเมืองหลวงขณะลาดตระเวนนอกด่าน

ในเมื่อทางหนึ่งกดดันเวิ่นจ่งตูค้นหาร่องรอยสกุลจ้าวอย่างจริงจัง ถึงขั้นเขียนประกาศจับ อ่านออกเสียงกลางชุมชนหนาแน่น ใครมีเบาะแสทางการมอบรางวัล ใครช่วยอำพรางทางการมอบโทษมหันต์ เนื่องจากร่วมก่อขบถต่อจักรพรรดิ ย่อมส่งผลให้ตลอดแนวซีกวนจรดเป่ยกวน ล้วนมีแต่ผู้ตื่นตัว

ท่ามกลางความเคลื่อนไหวทั้งทางลับและถูกกฎหมาย ก็ปรากฏข้ารับใช้ในสถานที่ทางการต่างๆ ลักลอบฟังบทสนทนาของบรรดาเจ้านายแล้ว ก่อนย่องออกไปกระซิบกันหลายทอด ต่อให้ผ่านมาหลายปากหลายหู ทว่าใจความต้นจรดปลายทางกลับคงความแม่นยำสูง ราวกับพวกเขาคือสายลับมืออาชีพ

เมื่อขอทานข้างประตูได้ยินเสียงเล่าลือจากภายในกำแพง นั่นหมายความว่าสามารถดังไปถึงชุมโจรที่อาศัยแผ่นทรายแฝงกายอยู่

ขอทานวัยฉกรรจ์ที่หลัวจ่างกุ้ยให้ความสนใจ เพราะแววตาจัดจ้าเกินหน้าใคร บัดนี้กำลังยืนเป็นผู้นำโถงถ้ำ หลังจากฟังรายงานโดยละเอียดแล้ว เขาค่อยทอดสายตาเกลียดชังมองโพรงหินซับซ้อน รอบกายเป็นหมู่ชนร่วมสองถึงสามร้อยชีวิต สถานที่บรรจุไปด้วยหลากคนช่วงอายุ

นี่คือแหล่งกบดานลึกลับของสกุลจ้าวนับห้ารัชสมัย เริ่มแรกก็มีแต่พวกเขาที่หนีภัยการเมืองมาเร้นกาย ภายหลังจึงปะปนคนสกุลอื่นจากเจียยวี่กวนบ้าง ทว่าทั้งหมดล้วนถูกขุนนางท้องถิ่นกับกองทหารใช้ความอยุติธรรมทำร้าย นานวันจึงกลายเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว

“เมื่อมันเจตนาควานหาพวกเราขั้นพลิกฟ้าคว่ำดิน เช่นนั้นย่อมดำเนินขั้นตอนต่อไปได้!

สิ้นเสียงตะโกนก้องของเขา ฝูงคนต่างชูอาวุธคู่กายสู่อากาศ

“สู้! พวกเราสู้ไม่ถอย!

 

เมื่อได้รับรายงานสถานการณ์อลหม่านจากเจียยวี่กวน เฉียงหมินหลงย่อมบันดาลโทสะลูกมหึมา ลือกันว่าสุรเสียงตวาดก้องเทียนกวานเตี้ยน ทำเอานกกาบนหลังคาบินฮือขึ้นทันใด จากนั้นจึงมีพระบรมราชาอนุญาตมอบกองทหารไปสมทบหวังไท่เว่ยอีกสามหมื่น เพราะจำนวนคนต้องเลี้ยงดูให้อิ่มท้อง ทั้งบำรุงพละกำลังปริมาณไม่น้อย หว่านต้าสือหนงเปิดคลังหลวง ทำงานวุ่นวายขั้นที่พบหน้าเขาทีไร มักถือผ้าเช็ดหน้าเปียกชุ่มหนึ่งผืนติดมือเสมอ

การเคลื่อนพลสามหมื่นนี้ ไม่เพียงโยกย้ายทหารวังหลวงไปชายแดน ยังประกอบด้วยเสบียงกองทัพ เสบียงเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อนจากชุมโจรกบฏ ทั้งมีอาวุธครบครันราวกับพร้อมเปิดสงครามย่อยๆ กับชนเผ่านอกด่าน

เฉียงหลงหวงตี้ทรงแต่งตั้งผู้นำทัพสามหมื่น เป็นหัวหน้าราชองครักษ์ตำแหน่งอวี่หลินจูหลางของหน่วยที่เก้าอย่างหยวนเหิงอี้ ไม่ใช่ขุนนางทางทหารหรือแม่ทัพนายกองเช่นภาวะศึก ทั้งอยู่ช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานทางการเมืองที่หวังไท่เว่ยประจำไกลราชสำนัก ดังนั้นพอพรรคพวกมู่เฉิงเซี่ยงพยักหน้าเห็นดีงามกับพระปรีชาสามารถ ข้างคนฝั่งหวังหลิวทงล้วนอึดอัดใจ ไม่บังอาจคัดค้านเอิกเกริก

หยวนอวี่หลินจูหลาง ผู้บัญชาการกององครักษ์หน่วยเก้า ประจำเทียนหลงกง จึงออกเดินทางไปเจียยวี่กวนในฐานะกึ่งผู้ตรวจการของหวงช่าง ทั้งยังถือพระบัญชาอภิสิทธิ์ให้ใช้กององครักษ์เกราะดำอารักขาตลอดภารกิจด้วย ฉะนั้นเครื่องแบบที่แตกต่างระหว่างทหารสองประเภท ย่อมพาให้พวกเขาแลโดดเด่นอย่างมาก

ต่อให้เร่งร้อนเดินทาง ขณะเดียวกันก็ต้องรักษากำลังทหาร ไม่ให้เหน็ดเหนื่อยจนคุณภาพกองทัพเสื่อมถอย การเคลื่อนขบวนคนกว่าสามหมื่นย่อมทำเวลาล่าช้ากว่าม้าเร็ว ฉะนั้นทันทีที่พวกเขาปรากฏตัวหน้าประตูเจียยวี่กวน หวังไท่เว่ยกับเวิ่นจ่งตูจึงเตรียมการรับรองเป็นอย่างดี

หยวนเหิงอี้ลอบสืบเรื่องจากทหารในทัพสองหมื่น ครั้นพบว่าตรงรายงานที่หวังไท่เว่ยส่งเข้าฉางอัน เขาย่อมมีสีหน้าทีท่าที่กระตือรือร้นจะร่วมแผนปราบปรามชุมโจรขบถ 

หลังจากเวิ่นเปี่ยวปิดประกาศให้รางวัลให้โทษเกี่ยวกับร่องรอยโจร ทหารก็เข้ารวบตัวขอทานพฤติกรรมผิดปกติได้กลุ่มใหญ่ ทำให้พวกเขาลงแรงทรมานผู้ต้องสงสัย กระทั่งคนหนึ่งย่อมเปิดปากแลกกับชีวิตทั้งหมด ความลี้ลับของชุมโจรจึงถูกตีแผ่ออกมาด้วยประการฉะนี้

หวังหลิวทงจัดสรรกระบวนทหารแก่หวังเจียนจวิน หวังหลิวเซียว ผู้เป็นหลานชายที่เชี่ยวชาญสภาพภูมิทัศน์นอกกำแพง ควบคุมทัพหน้าที่คล่องแคล่วพื้นที่อันตรายจำนวนสองหมื่น จากนั้นให้หยวนอวี่หลินจูหลางนำทัพหลวงต่างกองสนุนอีกสองหมื่น ส่วนหวังต้าเจียงจวิน หวังหลิวซง ผู้เป็นบุตรชาย พบว่าบิดาในฐานะไท่เว่ยบัญชาการกองทัพราบรื่นดี เขาค่อยนำคนจากเป่ยกวนเดินทางกลับไปเฝ้าด่านเหนือ แต่แท้จริง พวกเขาเพียงซุ่มคอยสัญญาณลับตามกำหนดเวลา

ยามอรุณรุ่งมาถึงอย่างเรืองรองจากฟากบูรพา เมืองหน้าด่านทิศพายัพอย่างเจียยวี่กวน ก็เปี่ยมบรรยากาศน่าเกรงขาม ตลอดแนวกำแพงคือทหารรักษาการณ์ใบหน้าขึงขัง ขณะที่ถึงฤกษ์อำนวยชัย ประตูเมืองจึงเปิดกว้าง ปลดปล่อยกำลังพลกว่าสี่หมื่นนายสู่แดนทรายประดุจห่าธนู

เบื้องหลังกำแพงเมืองเนืองแน่นด้วยหมู่ชนหลากอาชีพ ไม่เลือกผู้ใหญ่หรือเด็กเล็ก พวกเขายืนสงบเงียบ ยากจะบรรยายอารมณ์ผ่านสีหน้าที่ค่อนข้างหดหู่ หลัวจ่างกุ้ยกับเป่ยไต้ฟูล้วนทอดสายตาขัดแย้งเช่นเดียวกัน จนประตูเมืองปิดลงหลังทหารคนสุดท้ายตบเท้าผ่านไป จากนั้นทุกคนค่อยแยกย้ายกลับที่ทางของตน

เมื่อรอนแรมฝ่าความร้อนระอุ และบึงทรายที่ซ่อนหลุมดูดชีวิตอย่างเงียบเชียบ ทหารกล้ากว่าสี่หมื่นนายกลับมีจิตใจคึกคัก ยามฟ้ามืด พวกเขาจึงพักกอง จัดเวรยามแล้วนั่งล้อมกองไฟ ไม่เพียงก่อขึ้นขับไล่สัตว์ร้ายในทะเลทราย ยังรวมถึงกำจัดไอหนาวที่แตกต่างกับช่วงวัน

หยวนอวี่หลินจูหลางมีทหารกางกระโจมพักให้เช่นเดียวกับหวังเจียงจวิน ทว่าแม้เขาจะทำทีเข้าไปนอนพักเก็บเรี่ยวแรง แต่ความคิดกลับไม่ได้หลับใหลตามสภาพภายนอกสักนิดเดียว  

-

-

--ต่อค่ะ(ตอนนี้ก็จะมีตัวละครนานๆ ทีโผล่ และเปิดตัวละครลับอย่างหูต้าเจียงจวิน แพนด้าทำคนอ่านสับสนเลย ก็ขออภัยด้วยนะคะ แพนด้าขอน้อมรับทุกข้อคิดเห็นไปพิจารณาเวลารีไรท์ต้นฉบับก่อนส่งกองบก.น้า อาจจะไม่ได้ทำการแก้ไขในตอนที่ผ่านๆ มา ส่วนเรื่องตำแหน่ง แพนด้าอาจใช้สลับกันสองถึงสามชื่อ โดยยืนพื้นเลยต้องมีสองชื่อ คือชื่อสกุลกับชื่อตำแหน่ง อันนี้เพราะกลัวคนอ่านลืมด้วย เวลาตัวละครไหนพูดสองถึงสามชื่อของอีกตัวละครขึ้นมา อยากให้คุ้นๆ ว่าเป็นคนเดียวกันค่ะ แต่แพนด้าก็จะรับไปพิจารณาเหมือนกัน ขอบคุณทุกคนมากเลยนะคะ วันนี้ก็ปิดตอนแล้ว เนื้อหาเคลียร์ไหมคะ

และขอสอบถามอีกเรื่องค่ะ เป็นไปได้ไหมคะ เพราะแพนด้าทยอยลง(เขียนไปเรื่อยๆ มีก็ลง ไม่มีก็ขอหยุดเขียน) ทำให้อ่านขาดๆ เป็นท่อนๆ เลยรู้สึกว่าเรื่องไปช้ามาก ทั้งที่เนื้อหายังอยู่กรอบตอนเดียวกัน ไม่ได้ยืดเป็นสองถึงสามตอน หรือแพนด้าควรจะหายไปรวบรวมให้ตอนครบร้อยก่อน ค่อยมาลงหนึ่งหน คนอ่านที่น่ารักขา จะลืมแพนด้าสนิทเลยไหมคะ 555555 

ปล.'ทำไมต้องชื่อว่าลิขิตสวรรค์ผ่าผลสาลี่ ไม่เป็นผ่าผลแอปเปิ้ล ผ่าผลเงาะ ฯลฯ' คำตอบที่แพนด้าใช้ชื่อนี้ก็คือ...สาลี่ ภาษาจีนกลางเขียนว่า 酥梨 Sūlí ซู้หลี ในแง่มุมหนึ่งคำว่า 梨(หลี)ตัวนี้จะพ้องเสียงกับ 离(หลี)อีกตัวที่แปลว่า แยกจากกัน ออกจากกัน 'ลิขิตสวรรค์ผ่าผลสาลี่' จึงกลายเป็นว่า 'โชคชะตาผ่าแยกจากกัน' นั่นเองค่ะ ส่วนใครจะอยู่ ใครจะไป แค่กกกก ท้ายๆ ของตอนนี้มีคำตอบค่ะ 

รางวัลเสริมก็จะเอาชื่อทุกคนมาจับฉลาก เสี่ยงโชค+วาสนารวมทุกเว็บกันค่า 55555 และปิดคนสุดท้ายที่คุณ Isamare11 นะคะ แต่แพนด้าขอประกาศผลคนที่ได้รางวัลเสริมงวดหน้านะ ขอเวลารวบรวมชื่อกับคำตอบกับจับฉลากก่อนค่ะ แล้วจะสรุปรวมรางวัลว่ามีอะไรบ้าง พร้อมกับเริ่มทักคนที่ได้ ขอเป็นช่วงคุยกับแพนด้า ของตอนหน้า บทที่47 นะคะ

ประกาศรางวัลแรกก่อน อันนี้ชัดเจนและตรงเลยค่ะ ก็คือคุณ Aprilfoolu ค่า)  

เช้ามาพวกเขาก็ออกเดินทางตามเส้นทางที่ขอทานชี้นำ ชายวัยกลางคนผู้นี้ถูกทรมานจนร่างกายบิดเบี้ยว ไม่อาจลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวเองได้ ทั้งแพทย์ทหารยังให้การดูแลเพียงยื้อลมหายใจไว้บอกความลับ เขาจึงนอนทุรนทุรายอยู่บนรถเข็นคันหนึ่ง

หยวนเหิงอี้กุมบังเหียนอาชาเหยาะย่างเยื้องไปไม่ห่าง ย่อมโดนดึงดูดด้วยสีหน้าขื่นขมแกมเจ็บปวด ทว่าแววตาของซากมนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ กลับสว่างจ้าคล้ายรอคอยความสาสมใจบางประการ ครั้นเขามองไปทางหวังเจียงจวิน ก็ไม่เห็นหวังหลิวเซียวให้ความสนใจผู้ทรยศชุมโจรนัก หยวนอวี่หลินจูหลางจึงเฉยเมยเช่นกัน

กองทัพเปลี่ยนอิริยาบถเป็นระวังภยันตราย ยามเคลื่อนใกล้พื้นที่เป้าหมายมากขึ้น หวังเจียงจวินจึงสั่งหยุดประเมินสภาพแวดล้อม พลางส่งกองลาดตระเวนไปสอดส่องทางเบื้องหน้า พวกเขาค่อยกลับมารายงานว่าค้นพบโพรงถ้ำใต้เนินทรายตามคำสารภาพ นับว่าน่าสนใจอย่างมาก ทั้งที่แถบนี้ล้วนเคยผ่านไปผ่านมาไม่ต่ำกว่าครึ่งร้อยหน

ด้วยปากคำของเชลยโจรที่ถูกทรมาน พวกมันมีกันราวๆ เต็มที่พันชีวิต แม้ทุกคนสืบทอดเคล็ดวิชาต่อสู้สูงส่งจากบรรพบุรุษ หากประจัญบานทัพหุ้มเกราะกว่าสี่หมื่น ไหนจะยืนหยัดพิทักษ์ถิ่นไหวหรือ หยวนอวี่หลินจูหลางรับหน้าที่สนับสนุนอยู่ปากทางเข้า ขณะที่หวังหลิวเซียวนำทหารกองหน้าบุกสำรวจก่อน

หลังจากพวกเขาเดินทางคดเคี้ยวในช่องเขาทึบทึม ทั้งหมดจึงโผล่กายที่เวิ้งทรายลึกลับแห่งหนึ่ง ทหารต่างเผยสีหน้าตื่นภัย หวังเจียงจวินก็หมุนกายดูชัยภูมิ ระหว่างที่ยังไม่มีคำสั่ง กลับมีเสียงหัวเราะคลุ้มคลั่งดังกระหึ่มขึ้นจากในหมู่พวกเขา

ใบหน้าหวังหลิวเซียวปราศจากวี่แววอารมณ์ใดพาดผ่าน ยามที่เขาชักดาบประจำกายออกมา คมมีดสะท้อนแสงอาทิตย์ส่องประกายวาบ ก่อนจะดับวูบเมื่อฝังลงในกลางอกร่างบนรถเข็น ที่แท้เจ้าของเสียงหัวเราะผิดกาลเทศะ คือโจรทรยศผู้นำทางพวกเขามานั่นเอง

“สะ...สวรรค์สาป...แช่ง...นรก...นรกก็เปิดรอ...พวกเจ้าแล้ว!

เขาพ่นเลือดที่ผุดทะลัก ก่อนจะเบิกตาค้าง แล้วนอนแน่นิ่งไปอย่างนั้น หวังเจียงจวินหาได้สะท้านกับถ้อยอัปมงคลไม่ กลับชักดาบออกมา ตะโกนบัญชาการกึกก้อง

“ตั้งรับการลอบจู่โจม!

พวกทหารต่างแตกตื่นที่สิ้นคำสั่งแม่ทัพหวัง ก็ถูกธนูไร้ลูกตาพุ่งจากรอบทิศ พวกเขาโดนไล่ต้อนจนถอยกลับเข้าทางถ้ำ ตั้งใจจะหาที่กำบังเพื่อหาทางรุกต่อไป ทว่าแทนที่ภายในนี้จะปลอดภัย จึงประมาทที่ขามาสะดวกดี ขากลับไม่คาดจะดาษดื่นด้วยกลไกลับ ไหนยังมีพวกโจรทะเลทรายที่ซุ่มสังหาร กิริยาเงามืดล้วนคล่องแคล่วประหนึ่งผีร้าย

หวังหลิวเซียวมีวิชาพอตัว ยังสบถหยาบคาย โทสะพาให้อยากย้อนกลับไปแล่เนื้อศพผู้นำทาง ดาบเดียวดับชีวิตมัน เขาช่างปรานีเกินไปแล้ว!

พวกมันถึงขั้นใช้กลยุทธ์เสียสละคน แล้วหลอกกองทัพกว่าสี่หมื่นมาติดกับ สมเป็นสันดานโจรต่ำช้าที่ไร้ศักดิ์ศรีเยี่ยงอนารยะชน เก่งกาจในการลอบจู่โจม กระทั่งกองทัพสองหมื่นที่ย่างเข้าถ้ำอย่างผ่าเผย กลับทะลักหนีออกมาคล้ายฝูงแมลงวันไร้หัว

เพราะหวังหลิวเซียวรู้สึกเสียหน้าทหารเมืองหลวง เขาจึงตรึงเท้าหน้าปากถ้ำ ทำให้นายกองคนอื่นๆ ปักหลักเคียงข้าง ก่อนสวมเสียงพยัคฆ์คำรามข่มขวัญกลับคืนไป

“ถ้าพวกเจ้ายังพอมีใจรู้ดีชั่ว เห็นแก่ชีวิตบริสุทธิ์อย่างทารก ผู้หญิงและผู้เฒ่า จงยอมจำนนแก่ข้า หวังหลิวเซียวนับแต่บัดนี้ไป!

แต่น้ำใจของเขากลับได้รับหลาวแหลมพุ่งจากความมืด ทั้งมันยังปักลึกในพื้นทราย เฉียดปลายเท้าเขาอย่างแม่นยำอีกด้วย เพลิงโทสะเจียงจวินหนุ่มแน่นย่อมทะยานพุ่งไกลยิ่งกว่า หวังหลิวเซียวชูดาบใหญ่ในมือขึ้น ผิวหน้าแดงคล้ำ แววตาดุร้าย บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายเข่นฆ่าไม่เลือกถูกผิดทันใด

“ทหารบุกเข้าไป! สังหารพวกกบฏให้สิ้นเสี้ยนหนาม!

หน่วยหน้าใต้บังคับบัญชาของเขากรูตัวฝ่าห่าธนูเข้าไป ที่ถูกปักแขนขาให้สะดุดล้มก็มีมาก แต่พวกเขามีจำนวนมากกว่า ไม่ช้าพวกโจรย่อมถอยเข้าไปในถ้ำ ท่ามกลางสภาพสับสนของการต่อสู้ เสียงฝีเท้าม้ากระหน่ำควบมาทางหวังหลิวเซียว

แม่ทัพหนุ่มกระชากดาบที่เหวี่ยงไปตัดคอโจรรายหนึ่งกลับมา แต่ยังไม่ทันปะทะร่างสีดำที่พลิ้วกายลงจากหลังอาชา เขากลับหยุดมือกลางอากาศ แน่นอนว่าบุรุษเกราะดำท่านนั้น คือหยวนอวี่หลินจูหลาง หัวหน้ากองหนุนอีกสองหมื่น

ท่ามกลางผงทรายที่ฟุ้งติดหยาดโลหิตปลายดาบ เงาทะมึนของหยวนเหิงอี้ถือว่าขนาดใกล้เคียงหวังเจียงจวิน อากาศรอบกายทั้งสองล้วนโหดร้ายทัดเทียมกัน สายตาต่างสบประสานเมื่อข้างลำคอหวังหลิวเซียว รับสัมผัสเยือกยะเย็นของเงาโลหะอยู่ รัศมีคมวาวของมันถึงขั้นสะท้อนแววตาเบิกกว้างคู่หนึ่ง

มือที่กำด้ามอาวุธอยู่เกร็งแน่น นัยน์ตาขยายออกค่อยหรี่แคบลง พลางกวาดหางด้านข้างอย่างฉับไว จึงพบเจ้าของคมอาวุธไร้ตาเป็นหนึ่งในราชองครักษ์เกราะดำ มันปิดบังใบหน้าด้วยหน้ากากดำเช่นเดียวกับลูกน้องใต้บังคับคนอื่นๆ ของหยวนเหิงอี้ เครื่องแบบทหารเฉพาะกองเก้านับว่ายากแก่การปลอมแปลง ยิ่งย้ำว่าเป็นคำบัญชาของหยวนอวี่หลินจูหลางแน่แท้

ทว่าขณะที่สถานการณ์ยังไม่แจ่มกระจ่าง หวังหลิวเซียวย่อมสะกดสังหรณ์ถามก่อน

“หยวนต้าเหริน หมายความอย่างไร!

ไม่เพียงหยวนเหิงอี้นิ่งเฉย ผู้สอดแทรกกลับเป็นลูกน้องลึกลับที่ข่มขู่เขาอยู่

“สักครู่ เจ้าจะได้รู้คำตอบ...”

หยวนอวี่หลินจูหลางเห็นหวังเจียงจวินถูกคุมตัวมั่นคงดี เขาจึงกลายเป็นผู้นำทัพหนุนสองหมื่นตีล้อมทหารชายแดนที่ผสมผสานด้วยกองกำลังสกุลหวัง นอกจากนั้นยังปรากฏกองโจรขบถเผยพรรคพวกมาร่วมมือกับทางการ แต่เพราะหวังหลิวเซียวเลี้ยงดูคนในทัพไว้ไม่น้อย พวกเขาล้วนดำรงสถานะนายกองต่างๆ ย่อมรวมกลุ่มต่อสู้

พวกทหารเมืองหลวงเห็นเป็นเลือดเนื้อชาวจิ้นด้วยกัน ทำให้พอจะยอมยั้งมือจับเป็นบ้าง ความอลหม่านจึงสงบลงไม่ง่าย หลังยืนสังเกตการณ์พลางคุมเชิงหวังหลิวเซียวแล้ว ลูกน้องหน้าตาลึกลับของหยวนเหิงอี้ค่อยสลับที่ทาง ทำการปลดอาวุธและเกราะนักโทษ ก่อนให้ราชองครักษ์อีกสี่คนลงโซ่เฝ้าหวังเจียงจวิน ส่วนเขาทะยานกายไปยืนข้างหยวนอวี่หลินจูหลาง ใช้พลังภายในเปล่งเสียงกัมปนาท กระทั่งคนในรัศมีคลื่นเสียงผงะหงาย แก้วหูรวดร้าวเฉียบพลัน

“ทั้งหมดหยุดมือ!

ต่อให้พวกเขาไม่ได้ยินใจความ ทหารสองฝ่ายล้วนจ้องหาจุดกำเนิดพลังทำลายโสตประสาทของตนอยู่แล้ว จึงพบบุรุษรูปร่างสูงใหญ่ สวมเกราะมืดทะมึนคู่กับหน้ากากผี นั่นคือหนึ่งในกองราชองครักษ์เกราะดำของเฉียงหลงหวงตี้ ในมือเขาข้างหนึ่งชูหยกใสสะท้อนแสงอาทิตย์ เนื้อในของมันใสดุจแผ่นกระจก แต่กลับกระจายเกล็ดทองเป็นรูปสัตว์เทพของจักรพรรดิ กระตุ้นเสียงกระซิบจากข้างหน้าส่งถึงข้างหลังอย่างว่องไว

บัดนี้แม้พวกทหารระดับหัวหน้าจะแข็งขืน ทว่าชั้นผู้น้อยกลับตื่นตระหนกจนทิ้งอาวุธพร้อมเพรียงกัน โทษก่อกบฏต่อราชวงศ์จิ้นอันสูงส่งนั้น ประหารล้างสกุลถึงเก้าชั่วโคตรเทียว บัดนี้สัญลักษณ์ในตำนานที่พบแล้วเสมือนเข้าเฝ้าหวงช่าง พวกเขาจะไปหาญต่อต้านได้หรือเล่า

“ตราหวงหลง...นั่นคือตราหวงหลง!

เมื่อความสงบเกิดขึ้นชั่วขณะ หยวนอวี่หลินจูหลางก็ชูส่วนคำสั่งอีกครึ่งในมือของตนเอง พอประกบกับส่วนแรกกลายเป็นชิ้นเดียวโดยไร้รอยต่อแล้ว ทุกคนล้วนขนลุกชันประหนึ่งมันเป็นตัวแทนพระเนตรที่เฉียบคมของเฉียงหลงหวงตี้ ทว่ากลับส่งผลให้พวกทหารรับใช้สกุลหวังโจมตีโดยบ้าคลั่งขึ้นมา

ไม่เพียงยากจะรอดพ้นโทษทัณฑ์ล่มจม แต่พวกเขาล้วนเป็นกองกำลังเดนตาย ผ่านการเคี่ยวกรำฝีมือมาเพื่อจงรักภักดีสกุลหวังประการเดียวเท่านั้น จึงพยายามบุกบั่นมาช่วยพาตัวหวังหลิวเซียวหลบหนี ทำให้เสียเลือดเนื้อทหารที่รับมือไม่ไหวไปหลายคน

เห็นดังนั้น บุรุษเกราะดำที่แต่งกายไม่ต่างกับลูกน้องของหยวนอวี่หลินจูหลาง จึงยกตราคำสั่งส่วนตนให้หยวนเหิงอี้ ก่อนพุ่งตัวพาทหารองครักษ์เข้าประมือเสียเอง

ยามต่อสู้ติดพันเพียงลำพังกับกลุ่มยอดฝีมือ ย่อมยากคนหนึ่งคนจะรักษาหมวกเกราะที่ถูกตัดกระชากหลุดไป ทั้งหน้ากากก็โดนคมอาวุธเฉียบบางเฉือนฉีก กระทั่งใบหน้าที่ไม่มีผู้ไหนคาดถึงเปิดเผยออกมาสู่ทุกสายตา หวังหลิวเซียวขยายนัยน์ตากว้าง เขาเคยเห็นคนผู้นี้ในราชสำนัก ในฐานะต้าเจียงจวินท่านหนึ่ง...

เป็นไปไม่ได้...เป็นไปไม่ได้ที่ลูกน้องลึกลับของหยวนอวี่หลินจูหลาง จะกลายเป็นหูต้าเจียงจวิน หูซือไคว่ ผู้เลื่องลือแห่งลุ่มน้ำซีหยางจื่อเจียง(แม่น้ำแยงซีฝั่งตะวันตก หรือต้นกำเนิดแม่น้ำแยงซี)!!!

บุคคลนี้ประวัติกำเนิดโลดโผน พื้นเพเป็นมนุษย์ลึกลับจากป่าเขาลับแล มีตำนานกล่าวว่า เขาเป็นบุตรชายนายพรานที่สาบสูญคราวพายุหิมะถล่มหมู่บ้าน ทำให้เติบโตมาในภูเขาที่เต็มไปด้วยสัตว์ป่า มีนิสัยก้าวร้าวเยี่ยงเดรัจฉาน ลืมกระทั่งคำพูดจาของคน ทว่าโชคชะตาดลพระทัยเฉียงหวงไท่จื่อในขณะทรงพระเยาว์ ขวนขวายพาราชองครักษ์จำนวนหนึ่งเสด็จล่าเสือดาวหิมะ เพื่อนำถวายอดีตจักรพรรดิที่เขตภูเขาน้ำแข็ง เก้อลาตานตง(อยู่แถบชิงไห่-ทิเบต)

นอกจากได้หนังเสือดาวคุณภาพสูง ขนนุ่มสะอาดทรงค่ามาหลายผืน เฉียงหวงไท่จื่อยังทรงเปี่ยมไหวพริบ ล่อจับตัวคนประหลาดกลับวังหลวงด้วยหนึ่งตน เพราะเด็กชายเอาตัวรอดท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ทารุณมาได้ ความสามารถแต่กำเนิดย่อมไม่ธรรมดาอยู่แล้ว ยิ่งเขาผ่านการฝึกฝนเข้มงวดร่วมพระอาจารย์ของรัชทายาทแคว้นจิ้น บัดนี้ทุกคนเพิ่งประจักษ์ระยะห่างระหว่างเทพสงครามกับมนุษย์เดินดิน

หูต้าเจียงจวินผู้เดียวก็สามารถหยอกล้อไอสังหารของหัวหน้าทหารกว่าสิบคน ทั้งใช้อาวุธสองมือเล่นงานพวกเขา จนล้มลงไปนอนครวญครางบนพื้นได้!

ครั้นสำแดงวิชาพิชิตกองกำลังคิดคดกระทั่งพวกเขาหวาดผวาแล้ว หูซือไคว่ยังย้ำผยองชัย

“ข้าหูต้าเจียงจวิน น้อมรับพระบัญชาหวงช่างมาสั่งการพวกเจ้า หากผู้ไหนยังไม่ยอมรับสิทธิอันชอบธรรมของข้า ย่อมหมายถึงโทษกบฏทันที ไม่มีการพิจารณาคุณความดีก่อนหน้าทั้งสิ้น!

เหล่าทหารที่จำนนแล้วต่างแข้งขาอ่อนล้า พวกเขารอดข้อหาหนักมาอย่างหวุดหวิดทีเดียว ตรงข้ามกับพรรคพวกสกุลหวังที่ต่อต้าน ทั้งหมดถูกทหารเมืองหลวงในบัญชาการของหยวนอวี่หลินจูหลางควบคุมตัวเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

หูซือไคว่ย้อนกลับมาหาหวังหลิวเซียวที่โดนจับกุมแน่นหนา แววตาของบุรุษสกุลหูเป็นสีประหลาด จะดำกลับไม่ดำสนิท กลับสะท้อนเงาขมุกขมัวละม้ายเคลือบหมอก แลพิสดารอย่างยิ่งสำหรับบุคคลทั่วไป

“หวังเจียงจวิน เห็นทีมีเรื่องมากมายที่พวกท่าน หวังไท่เว่ยและหวังต้าเจียงจวินต้องทูลถวายหวงช่างแล้ว ระหว่างเดินทางเข้าฉางอัน ก็ขบคิดให้ชัดเจนว่ามีอะไรบ้างเล่า”

หวังหลิวเซียวด้อยประสบการณ์ ยากจะเก็บงำกิริยาลนลานเฉกผู้ใหญ่อย่างประมุขสกุลหวัง เขาโดนดึงกายลุกขึ้น ยามที่ชุมโจรส่งเสียงอึกทึกโพรงถ้ำ ก่อนผู้นำสกุลจ้าวที่เร้นกายเนิ่นนาน ยอมเดินทางตามกองทัพกลับเจียยวี่กวนอย่างเปิดเผย

เมื่อเร่งเดินทาง ทั้งเส้นทางที่พวกโจรนำทางนับว่าร่นระยะกว่าขามา ยามเย็นภายในวันเดียวกันนั้น ประตูเมืองจึงเปิดรับกองทหารที่มีสองปฏิกิริยา พวกหนึ่งท่าทีหดหู่พิกล จะเป็นบรรดาทหารที่เคยกร่างเกเรภายในเจียยวี่กวน พวกหนึ่งท่าทีสงบนิ่ง ก็คือทหารเมืองหลวงที่ไร้รอยยินดียินร้าย ประชาชนต่างชะเง้อคอมองกันหนาตาอย่างสงสัย กระทั่งเจอว่าใครถูกคุมตัวกลับเยี่ยงนักโทษ พวกเขาค่อยซุบซิบเซ็งแซ่ กลายเป็นคลื่นเสียงเอะอะไม่เบานัก

ทุกฝีเท้าล้วนเคลื่อนย้าย มือไม้พยายามผลักไสคนข้างหน้า เพื่อเดินขนาบข้างแถวทหารตามไปถึงหน้าจวนขุนนางเมือง เวิ่นเปี่ยวกับพรรคพวกพากันขวัญตระหนก ยามหูซือไคว่กับหยวนเหิงอี้นำตราหวงหลงเข้าควบคุมสถานที่ราชการ จากนั้นขุนนางท้องที่ที่ให้ความร่วมมือกับสกุลหวังก็ถูกกวาดล้างจากจวน พวกเขาต่างคุกเข่าร่ำร้องอ้อนวอน ทั้งยังสารภาพผิดใส่ความกันวุ่นวายไปหมด แม้แต่ศักดิ์ศรียังมูลค่าต่ำกว่าการรักษาหัวตัวเองแล้ว

หูต้าเจียงจวินมอบภาระแก่หยวนอวี่หลินจูหลาง เพราะเขามีหน้าที่เร่งร้อนจะต้องกระทำต่อตามพระบัญชา จึงได้นำราชองครักษ์เกราะดำกว่าครึ่งกองจากไปพร้อมนักโทษคนสำคัญอย่างหวังหลิวเซียว พอหยวนเหิงอี้เสร็จสิ้นการจับกุมคนผิดแล้ว เขาค่อยเดินออกมา ในมือกางราชโองการแพรทอง ก่อนประกาศให้ชาวเมืองเจียยวี่กวนและกลุ่มโจรฟัง

“เฉียงหลงหวงตี้มีราชโองการ...”

เนื่องด้วยฐานะจักรพรรดิทรงศักดิ์เหนือสุดในใต้หล้า แม้ไม่ได้เห็นตัวมังกร เพียงเผยราชโองการจากพระหัตถ์ พวกเขาย่อมคุกเข่าศิโรราบลงถ้วนหน้า

“หวังไท่เว่ย หวังหลิวทง หวังต้าเจียงจวิน หวังหลิวซง หวังเจียงจวิน หวังหลิวเซียว เวิ่นจ่งตู เวิ่นเปี่ยว และผู้เกี่ยวข้องที่ร่วมกระทำความผิด เสพสุขบนความทุกข์ของชาวจิ้น จะต้องกลับไปรับโทษที่ฉางอัน หลายปีที่ผ่านมานี้ พสกนิกรต่างประสบเหตุลำเค็ญแล้ว เจิ้นในฐานะหวงตี้ไม่เมตตาคนพาล ย่อมชดใช้ผู้เดือดร้อนภายภาคหน้าอย่างแน่นอน จบราชโองการ”

ฉับพลันเสียงสดุดีเฉียงหมินหลงถึงกับดังเขย่าแนวกำแพง

“หวงช่างทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่นๆ ปี!


คุยกับแพนด้า:

ขออภัยที่ทำให้คอยนะค้า นี่เพิ่งกลับมาจากเช้งเม้งเลย คือบ้านแพนด้าชอบไปก่อนคนอื่น 5555 แวะเข้ามา จ๊ายย คนอ่านถามหา เอาไปท่อนนึงก่อนนะคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้(ที่ตรงตามนัดกันตอนที่แล้ว วันอังคารที่ 12 ที่เป็นอย่างเลตที่สุด)เจอกันอีกทีน้า

แค่กๆ ขอบคุณคนอ่านทุกคนมากเลยนะที่มีโทรไปถามเล่ม2 จะออกเมื่อไหร่กับสนพ.ด้วย แพนด้าปลื้มใจจนน้ำตาไหลเลย (สงสัยจะร้องไห้เพราะปั่นไม่ทันมากกว่านะ555555) กี้ดดดด เราจะโอ้เอ้ไม่ได้แล้ว แต่ก็ยังต้องเขียนไปเรื่อยๆ งี้อ่ะค่า ไม่รู้จะเร่งสปีดยังไง แค่กๆ

ด้วยประเด็นร้อนฉ่าของหวังสีเจี่ยกับจิ่นคงหวงไท่จื่อตอนที่แล้ว ทุกท่านใจร่มๆ ก่อนนะคะ อิอิ เพราะสถานการณ์ไม่ปกติ เป็นสภาพที่ต่างคนต่างปิดกง เพราะงั้นเกิดอะไรขึ้นนอกจากคนกันเองก็ไม่ค่อยมีใครรู้เรื่อง ดังนั้นหวังสีเจี่ยเลยอาละวาดเอากับลูกชายขนาดนี้ได้ ลองว่าถ้าทุกคนเดินทางไปมาหาสู่กันได้ หวังสีเจี่ยคงไม่กล้า เรื่องหน้ากากก็เหมือนกัน เวลาเจอหน้าคนนอก นางก็จะสวม ไม่ดื้อเพ่งขนาดนี้ 

ส่วนอารมณ์รุนแรงของแม่ เป็นอะไรที่หมินฉีพบบ่อยๆ แต่ต้นแล้ว เขาจึงชินชาจนกลายเป็นเบื่อหน่าย ถ้าไม่ถึงขั้นก่อความเดือดร้อนคนอื่น เขาที่รักแม่ก็จะยอมกล้ำกลืนไว้เอง เพราะรู้ว่าแม่ก็รักเขาไม่ใช่ไม่รักเสียเลย เพียงแต่การแสดงออกของแต่ละคนแตกต่างกันไป เลยกลายมาเป็นรูปแบบที่ทำคนอ่านหัวร้อนจี๋แบบนี้และตลอดไปค่ะ(เจ๊ยยยย) 

ว่าแต่เฮียเต้ ฮีก็เผ่นมาแล้วน้าาา... 

ขออธิบายนิดๆ เพื่อความเข้าใจ น่าหลันซือซืออาชีพตะก่อนคือล่าม มาที่นี่นางก็อัพเกรดได้เพราะผีช่วย บวกกับสกิลเก่าเกี่ยวกับดูดวง คุยกับผี เห็นอนาคตบางครั้ง แล้วแต่สวรรค์จะเมตตาบอก เกี่ยวกับซิย่ะเรื่องฝุ่นพิษในอากาศ ให้ปัดเป่าทิ้งเอง ก็เกินความสามารถนางน้า แล้วทุกวันนี้เป็นเป้าหมายอยู่แล้ว นางเลยนิยมสายซัพพอร์ตมากกว่า(จูงใจให้คนตุนเสบียง ให้หมอเป่ยทำหน้ากากและแจ้งข่าวสาร) เพื่อความสงบสุขที่ยังไงมันคงไม่สงบ 55555   

ส่วนเรื่องไท่จื่อน้อย น่าหลันซือซือตำแหน่งเล็กกว่าหวงโฮ่ว คงไม่สะดวกออกหน้าอยู่แล้ว ไหนจะต้องระวังไม่ให้หวังหวงโฮ่วมาหาเรื่องอีก เพราะงั้นเลยต้องผลักหลังพี่เต้ไปทำงานทำการกำราบเมียใหญ่ของเฮียบ้าง ฮาาา

สุดท้ายขอบคุณทุกคน ทุกๆ ความคิดเห็นมากๆ เลยนะคะ 


และงานอีบุ๊คก็มาแล้วนะคะ ที่พี่เมพขาโจ๋เลยค่ะ คลิกที่อักษรชื่อเพื่อสั่งซื้อเลย 

>>> หลงฮวา ดอกไม้มังกรเล่ม1 ฉบับอีบุ๊ค <<<

หรือจะกดตามช่องข้างล่างก็ได้ค่ะ

ปล.ยังเลือกคนตอบเม้นต์เหมือนเดิมนะคะ


สถานะเรื่อง: ยังไม่จบ 

สถานะการลงเรื่อง: ยังลงต่อเนื่อง

สถานะสต็อก: ไม่มี (ปั่นสด ตรวจสด)

วันนัดเจอตอนต่อไป: ยังระบุไม่ได้ (อาจจะเป็นวันไหนก็ได้)

จะลงกี่เปอร์เซ็นต์ในหนึ่งตอน: ระบุไม่ได้ (เท่าที่มีในวันที่ลง)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.319K ครั้ง

158 ความคิดเห็น

  1. #5193 sone9Pp (@sone9Pp) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 23:44
    พี่ไคว่นี่ใช่คนที่ซือซือไปดูดวงให้ที่บ้านไหม สมัยปลอมตัวนู้น //ปล.ไรท์ขา เนื้อเรื่อโอเคมากนะคะ แค่ชื่อคนชื่อตแหน่งชื่อสถานที่ชื่อของกินเป็นจีนไปหมดนี่มันทำให้งงมากๆเลยค่ะ มันเสียอรรถรสในการอ่านมากเลย ถ้าปรับตรงนี้เรื่องน่าจะสมูทขึ้น เพราะนี่เรางงมาก
    #5193
    1
    • #5193-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 61)
      28 มีนาคม 2562 / 09:12
      พี่ไคว่ ไม่ใช่ค่ะ คนที่ไปช่วยที่จวน เป็นลูกน้องที่มู่ซิ่วไม่รักค่ะ 55555 แต่ตอนนี้เขารักกันดีแล้วนะ ชื่อจูเสินฝู่ค่ะ ฮาาาา
      ปล.เรื่องนี้รับทราบแล้วค่ะ แต่แพนด้าขอปรับอย่างจริงจังกับเรื่องใหม่นะคะ พอดีออกตัวมาเล่ม1แล้วด้วยค่ะ ฮือๆ
      #5193-1
  2. #5144 Lingphou (@Lingphou) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 23:23
    เจียงจวิน คือตำแหน่งอะไรเหรอ.อ่านไม่เข้าใจอยากให้แปลไทยให้ด้วยแบบว่าแม่ทัพก็ว่าแม่ทัพอย่าเอาเป็นภาษาจีนเลยยิ่งอ่านยิ่งงงหนักมาก
    #5144
    1
    • #5144-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 61)
      25 มีนาคม 2562 / 20:29
      แพนด้าจะรับไปปรับปรุงเบื้องหลังนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
      #5144-1
  3. #5140 BloodBeer (@cnbeer) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 19:06
    ชื่อตัวละครคือเทแล้ว ใครไม่งงคือเก่งอ่ะ เต้คือวางแผนมาแล้วใช่มะ
    #5140
    1
    • #5140-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 61)
      25 มีนาคม 2562 / 20:31
      มีความนานมากค่ะ 55555 จริงๆ ชื่อตัวละครไม่ต้องจำหมดก็ได้นะคะ ให้รู้ว่าใครข้างใครก็พอค่ะ
      #5140-1
  4. #5139 nae_tae (@nae_tae) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 08:13

    รอค่าาาาา อยากรู้แล้วววว

    #5139
    1
    • #5139-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 61)
      25 มีนาคม 2562 / 20:32
      ตอนใหม่มาแล้วค่า แต่จะรอครบร้อยก่อนค่อยอ่านก็ได้นะคะ อิอิ
      #5139-1
  5. #5138 จิล (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 23:28

    แนะนำว่าไรท์น่าจะหมายเหตุชื่อตัวละครเอาไส้ซักหน้อย ในแต่ละตอนที่มีตัวละครแบบนานๆโผล่มาทีหรือมาใหม่แล้วอธิบายสั้นๆว่าเป็นใครอยู่ฝ่ายไหนค่ะ เพราะถึงเนื้อนเรื่องรวทมๆจะไม่ลืมแต่ชื่อนี่คือเยอะมากแล้วมันจะช่วยให้คนอ่านงงน้อยลงตัวไรท์เองก็น่าจะนึกออกง่ายขึ้นด้วยค่าในตอนถัดๆไป

    #5138
    1
    • #5138-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 61)
      25 มีนาคม 2562 / 20:34
      อันนี้ไอเดียดีมากค่ะ เดี่ยวถ้าบทไหนมีตัวละครใหม่ๆ มาอีก แพนด้าจะโน้ตพิเศษให้นะคะ
      #5138-1
  6. #5137 Rainy (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 21:49

    อยากบอกไรท์ว่าเรารอเล่มสองและเล่มต่อๆไปอยู่นะจ๊ะ เราชอบนิยายเรื่องนี้รองจากนิยายแปลเรื่องทรราชตื้อรักเลยนะเราชอบในพล็อตเรื่องที่มันแปลกดี เพราะฉนั้นนิยายเรื่องนี้จะเป็นอีกเรื่องในคลังสมบัติของเราค่ะ ช่วงนี้ไม่ค่อยได้อ่านเลยเพราะไม่มีเวลา เลยคิดว่าจะรอเล่มให้ครบทีเดียวเลยT_T

    #5137
    1
    • #5137-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 61)
      25 มีนาคม 2562 / 20:34
      ขอบคุณมากเลยค่ะ แพนด้ารีบปั่นอยู่จริงๆ
      #5137-1
  7. วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 16:46
    คราวนี้ฮองเฮาก็ไม่ต่างกับถังข้าวสารไร้ข้าวสาร เป็นฮองเฮาตัวเปล่าไร้อำนาจสกุลหนุนหลัง รอสิจะร่วงปีกหักในลักษณะไหน
    #5136
    1
    • #5136-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 61)
      25 มีนาคม 2562 / 20:35
      นั่นสิน้า จะหักท่าไหนดี ฮืออออ
      #5136-1
  8. #5134 unknow-me (@someone-is-me) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 14:27
    แม่คะ หนูขอสารภาพว่าหนูจำตัวละครไม่หมดเเละงงมาก เลยอ่านข้ามๆค่ะ555555555
    #5134
    1
    • #5134-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 61)
      25 มีนาคม 2562 / 20:36
      แพนด้าขอตอบแทนคุณแม่ได้ไหมคะ 55555 อย่าซีเรียสค่า
      #5134-1
  9. #5132 ~PiMMNaRa~ (@himmel92) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 03:47
    แพนด้าเห็นอะไรดีก็ว่าตามนั้นคะ เชื่อว่าตัดสินใจดีแล้วและรู้ว่าแพนด้าจะทำได้ดีด้วยคะ :)
    #5132
    2
    • #5132-1 Aom (จากตอนที่ 61)
      17 มีนาคม 2562 / 08:59
      เห็นด้วยค่ะ ไรท์ก็เคยบอกว่าวางโครงเรื่องไว้แล้วด้วย

      อีกอย่าง เราอ่านแล้วก็เข้าใจนะคะ และถ้าไม่มีบรรยายเลย มันจะเป็นบทความไปรึเปล่าคะ มันคือนิยายอ่ะ สรุปคือโดยส่วนตัวเราชอบนะ เราถึงซื้อ และเราซื้อเล่ม 1 ไปแล้วด้วย

      รอเล่ม 2 ต่อไป ค่ะ ไรท์เป็นตัวของตัวเองนะคะ พล๊อต โครงเรื่องวางไว้ยังไง ก็แต่งตามไรท์เลยค่ะ เราสนับสนุน
      #5132-1
    • #5132-2 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 61)
      25 มีนาคม 2562 / 20:36
      ขอบคุณทั้งสองท่านที่เข้าใจแพนด้านะคะ
      #5132-2
  10. #5131 noona (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 01:05

    หูซือไคว่=อดีตองครักษ์เงาพี่เต้?

    #5131
    1
    • #5131-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 61)
      25 มีนาคม 2562 / 20:37
      ท่านนี้ กี้ดดด แพนด้าจุดพลุฉลองงงงง เยี่ยมมากค่า
      #5131-1
  11. #5130 memolunla (@memolunla) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 01:02
    หยวนเหิงอี้กับหยวนอวี่หลินจูหลางคือคนเดียวกันใช่หรือไม่คะ ตรงนี้แอบงง

    ฮ่องเต้จัดการตระกูลหวังเรื่องนี้จะได้รวมถึงคิดคดกบฏหรือเปล่า มีหลักฐานแล้วยัง
    มิงั้นโทษจะร้ายแรงพอที่จะจัดการล้างได้เกลี้ยงฤา
    #5130
    1
    • #5130-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 61)
      25 มีนาคม 2562 / 20:43
      คือคนเดียวกันค่ะ หยวนเหิงอี้ มีตำแหน่ง อวี่หลินจูหลาง(ราชองครักษ์ในฮ่องเต้) เลยบางทีจะเรียกหยวนอวี่หลินจูหลาง สกุล+ตำแหน่งค่ะ เรื่องนี้มีเงื่อนงำ 55555
      #5130-1
  12. #5128 miniamp07 (@miniamp07) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 21:07

    เรื่องนี้เราชอบเนื้อหามากเลยนะคะ แต่พอเจอศัพท์จีน ศัพท์ตำแหน่ง เราแบบอ่านผ่านๆ T-T เอาใจความว่าเกิดอะไรขึ้นสุดๆ แต่คิดว่าคงมีคนที่ชอบแนวจีนจ๋าๆ มั้งคะ ...

    #5128
    2
    • #5128-1 Lingphou (@Lingphou) (จากตอนที่ 61)
      20 มีนาคม 2562 / 23:26
      ใช่ค่ะเนื้อเรื่องดีมากชอบมากด้วย.แต่ไม่ไหวคำศัพเยอะอ่านแล้วงงมาก
      #5128-1
    • #5128-2 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 61)
      25 มีนาคม 2562 / 20:29
      แพนด้ารับทราบข้อคิดเห็นทั้งสองท่านเรียบร้อยแล้วนะคะ ขอบคุณมากเลยค่ะ
      #5128-2
  13. #5127 พาค (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 20:40

    มันยิ่งทำให้อยากอ่านอ่ะ

    #5127
    1
    • #5127-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 61)
      25 มีนาคม 2562 / 20:48
      หืมมมมม จริงเหรอคะ
      #5127-1
  14. #5126 ✰ MELT (@jaonookanoomwarn) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 19:24
    อ้อออ เรารู้แล้วว่าทำไมเนื้อเรื่องมันหนักค่ะ เราเห็นคอมเมนท์ข้างล่างแล้วก็นึกขึ้นได้เลย ปกติเราจะเป็นคนจำชื่อตัวละครรแม่นนะคะ ถ้าไม่เยอะเกินความจำเป็นแบบน้ำเกิน คือเกี่ยวกับชื่อตำแหน่งค่ะ บางชื่อคนไทยเองไม่รู้จักและไรท์เองไม่ได้บอกด้วยซ้ำว่ามันคือชื่อตำแหน่ง เราสับสนด้วยซ้ำค่ะว่ามันคือชื่อคน ตรงนี้แหละที่ทำให้นิยายมันอ่านยากเกินจนเก็บเกี่ยวความสนุปไม่ค่อยได้เพราะงงค่ะ5555555 แนะนำให้แก้ไขตรงนี้หน่อยนะคะ เอาจริฃๆตอนแรกเริ่มที่เราอ่าน แค่ตำแหน่งสนมแรกๆยังงงเลยค่ะ นี่ไรท์เล่นเอาตำแหน่งเป็นคำจีนหมดเลย และนักอ่านส่วนใหญ่ไม่เคยรู้มาก่อน และคำแปลบางคำไรท์ขชอบเอาไว้ท้ายตอน ซึ่งตอนนึงโคตรยาวเลยค่ะ เสียเวลาเลื่อนลงมาหาคำแปลมาก เป็นไปได้อยากให้วงเล็บไว้เลย ไม่ก็เป็นการบบรรยายให้ความหมายต่อในพาร์ทบรรยายอีกที อันนี้กรณีถ้าหากใส่วงเล็บแล้วมันทำให้เรื่องดูสะดุดเกินนะคะ เราพยายามอ่านมากจริงๆค่ะ ยอมรับเลยว่าช่วงแรกเราอ่านไม่วางไอโฟนเลย ติดมาก แต่พอหลังๆเราเริ่มอ่านไปได้นิดหน่อยก็กดออก อ่านได้ไม่นานเท่าช่วงอ่านเรื่องนี้แรกๆค่ะ เพราะว่ามันอ่านยาก ต้องคิดตลอดเวลา มันจะมีแบบ เอ๊ะ อันนี้ใครนะ ทำไมนะ เมื่อกี้บรรยายว่ายังไงนะ ประมาณนี้บ่อยๆเลยค่ะมาตอนหลังๆ ถ้าแก้ได้จะดีมากจริงๆ พล๊อตดีมาก เรารอสนับสนุนอยู่นะคะ เป็นกำลังใจให้เลย
    #5126
    3
    • #5126-2 sone9Pp (@sone9Pp) (จากตอนที่ 61)
      27 มีนาคม 2562 / 23:47
      เห็นด้วยมากๆเลยค่าาา เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้นแต่ดันสนุกไม่สุดเพราะงงชื่อคน กับชื่อตำแหน่ง
      #5126-2
    • #5126-3 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 61)
      28 มีนาคม 2562 / 09:10
      รับทราบข้อคิดเห็นจากคุณsone9Ppอีกท่านแล้วนะคะ
      #5126-3
  15. #5125 MPmimi (@MPmimi) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 19:23
    ยิ่งอ่านยิ่งงง ต้องค่อยๆอ่านซ้ำ อยากให้ไรท์ฟังคำติชมของผู้อ่านบ้างนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #5125
    1
    • #5125-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 61)
      25 มีนาคม 2562 / 20:49
      แพนด้าฟังเสมอค่ะ แต่ตอนนี้ขอโน้ตไว้ก่อนนะคะ ยังเขียนไม่จบ แพนด้าอยากเดินหน้าต่อไปก่อน ค่อยย้อนมาแก้ค่ะ
      #5125-1
  16. #5124 Limimi (@Limimi) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 19:16

    คำว่า เจียงจวิน นี่คือ แม่ทัพ

    ต้าเจียงจวิน คือ แม่ทัพใหญ่

    เข้าใจนะคะ แต่คราวนี้สับสนเพราะตระกูลหวังเป็นแม่ทัพหมด เรียกหวังเจียงจวิน เลยงงว่าเรียกใคร ระหว่างพ่อลูกตระกูลหวัง เพราะหวังไท่เวยคือ แม่ทัพใหญ่หรือต้าเจียงจวิน แล้วคนนี้ใคร อ่านตอนท้ายๆมีชื่อค่อย อ๋อๆๆหลานชาย

    #5124
    1
    • #5124-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 61)
      25 มีนาคม 2562 / 20:50
      แพนด้าอธิบายในตอนแล้วนะคะ หวังไท่เว่ยกับหวังต้าเจียงจวิน เป็นคนละคนนะคะ ไท่เว่ยคุมต้าเจียงจวินทั้งแคว้นอีกทีค่ะ
      #5124-1
  17. #5123 ~PiMMNaRa~ (@himmel92) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 18:29
    แนะนำให้ฟังหลายๆความคิดเห็นแล้ววินิจฉัยปรับปรุงนะคะ นักเขียนที่ใช้อัตตาทำงานส่วนใหญ่จะหยุดนิ่งไม่พัฒนา นิยายพล็อตดีมากแต่ถ้านักไรสื่อสารกับนักอ่านไม่ได้คือจบ...นิยายหนึ่งเรื่องเป็ยเล่มใช้ทุนไม่น้อย ไรขายพล็อต ลายเซนและเนื้องาน ถ้าสนุกนักอ่านก็บอกต่อๆกัน เราเองเมื่อก่อนเม้นอวยไรอย่างเดียวเพราะกลัวไรไม่อัพ แต่พอเริ่มเป็นสายเปย์บอกเลยว่าไม่อยากเสียเงินซื้อห่อกระดาษอนามัยหรือโหลดEbook เข้ามาให้เปลืองGB นิยายสมัยนี้เป็นตลาดใหญ่มากนะคะ แต่กลุ่มรีดกลับถูกจำกัดไว้เฉพาะกลุ่ม แนวของไรถือว่าเป็นกลุ่มรีดที่กำลังขยับขยายและมีคู่แข่งทั้งไทยและจีนแถมนิยายแปลย่อมได้รับความนิยมมากกว่าหากนักอ่านเสียเวลาติงขนาดนี้และไรคิดประวิงเวลาจนเขียนจบแล้วเกลาต้นส่งต้นฉบับ คุณคิดว่ามีรีดกี่คนที่ต้องรอถึงตอนนั้นคะ แต่เดิมไรก็ใช้เวลาเป็นปีในการเขัยนเริ่องนี้อยู่แล้ว เริ่มปรับเลยคะ ตอนเกลาได้ไม่ต้องทำงานหนักมาก ไรเองก็มีงานประจำนี่คะ
    #5123
    2
    • #5123-1 MPmimi (@MPmimi) (จากตอนที่ 61)
      16 มีนาคม 2562 / 19:14
      เห็นด้วนกับความเห็นนี้มากๆค่ะ
      #5123-1
    • #5123-2 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 61)
      25 มีนาคม 2562 / 20:51
      สรุปว่าประเด็นนี้เคลียร์เรียบร้อยแล้วนะคะ เห็นคุณPimmnara มาเม้นต์ใหม่ให้แพนด้าแล้ว
      #5123-2
  18. #5122 จทน. (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 17:55

    เรียกได้ว่า เต็มเติมจริงๆ

    #5122
    0
  19. วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 17:32
    อื้อหือออ พอลงมือทีนี่เก็บกวาดเลยทีเดียว
    #5121
    1
  20. #5120 MinthraaMyraHu (@MinthraaMyraHu) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 16:57
    ขอให้ความเห็นหน่อยนะคะ
    ใช้ภาษาจีนแทนในบางตำแหน่งมากเกินไป
    ค่ะ บางคนไม่ได้รู้ภาษาจีนทำให้เข้าใจยาก คำบางคำเช่นชื่ออาหาร คำเรียกคน (เซียงเชิง และอื่นๆ) สามารถใช้คำไทยได้ เนื้อหาดีนะคะ แต่เพราะชื่อคน การใช้คำทำให้สะดุดไปเยอะเลย
    #5120
    1
    • #5120-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 61)
      25 มีนาคม 2562 / 20:52
      ขอบคุณมากเลยค่ะ แพนด้าขอไปใช้กับเรื่องใหม่นะคะ มาย้อนตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วน่ะค่ะ
      #5120-1
  21. #5119 มี่ (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 16:51

    ปราบง่ายจัง เวิ่นเว้อมาตั้งนานเเค่เนี้ย

    #5119
    1
    • #5119-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 61)
      25 มีนาคม 2562 / 20:52
      ฮืออออออออออ พาคนอ่านลุยทะเลไกลเลยจินะคะ
      #5119-1
  22. #5118 Jam55041 (@Jam55041) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 16:35

    ตัวละครค่อนข้างเยอะ และเรียบเรียงเหตุการณ์งุนงงไปหน่อยค่ะ ยังไงไรต์ลองเกลาเนื้อหาตอนรีไรต์เป็นหนังสืออีกทีเนอะ

    #5118
    1
    • #5118-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 61)
      25 มีนาคม 2562 / 20:53
      รับทราบค่ะ แพนด้าต้องอ่านทวนอีกสักรอบค่ะ เพราะเขียนทุกวันนี้แทบไม่ได้ทวนอะไรเลยจริงๆ น่าจะรั่วๆ เยอะค่ะ
      #5118-1
  23. #5117 ning792528 (@vj792528) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 15:34

    เฟยๆและตระกูลจ้าวแค่หาหลักฐาน...สำหรับพี่เต้พิจารณาหลักฐานและเป็นผู้ออกโรงสั่งการระงับการก่อกบฏตลบหลังตระกูลหวัง...รอชมการทำลายอำนาจตระกูลหวังอยู่จ๊า

    #5117
    1
    • #5117-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 61)
      25 มีนาคม 2562 / 20:54
      จะได้ดังใจไหมน้าาาา กลัวจังเลย
      #5117-1
  24. #5116 ohahao (@jeabjrza55) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 15:31
    จับยกตระกูล บรรดาหัวๆนี้ยกทัพเข้าเมืองหลวงใช่เปล่าอ่านแล้วตัองคิดตามว่าใครคุมกองทัพที่ไหนอยู่ส่วนไหนของแผนที่จะมึนหน่อยๆ
    #5116
    1
    • #5116-1 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 61)
      25 มีนาคม 2562 / 20:54
      ใช่ค่ะ ตีหัวหน้าก่อน เพราะแยกกันมา ใช้วิธีกองโจรโล้ดเลยค่ะ(เย้ยยย จะใช่เหรอที่ว่าไป)
      #5116-1
  25. #5115 อาเรนน่า (@Mukmaydori) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 14:32
    เราว่าไรท์อัพทีละนิดทำให้เนื้อหามันไม่ปะติดปะต่อนะคะ แถมชื่อจีนตำแหน่งมันค่อนข้างจำยากสำหรับคนไม่คุ้นเคย แล้วไรท์เขียนนิยายสไตล์อารัมภาบท ที่จะอธิบายรอบข้างอธิบายรายละเอียดต่างๆค่อนข้างเยอะเพื่อให้คนเห็นภาพ ซึ่งไม่ได้ผิดนะคะ แต่อยากให้อัพ100เปอเลยมากกว่า เพราะอ่านทีละนิด แล้วลองอ่านรวดเดียวทั้งหมดใหม่ อารมมันเปลี่ยนเลย แล้วเราว่าไรท์ทำข้อมูลตัวละครด้วย จะดีมากกก
    #5115
    6
    • #5115-3 milky_bread (@milky_bread) (จากตอนที่ 61)
      16 มีนาคม 2562 / 16:06
      เห็นด้วยมากๆ&#8203; เ&#8203;ลยค่ะ&#8203;
      #5115-3
    • #5115-4 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 61)
      25 มีนาคม 2562 / 20:53
      แพนด้ารับทราบข้อคิดเห็นส่วนนี้แล้วค่ะ ขอบคุณมากเลยค่ะ
      #5115-4
  26. #5102 kikijajakiki (@kikijajakiki) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 11:49
    ในฐานะคนอ่านบอกได้เลยว่าเป็นเนื้อเรื่องที่ยืดยื้อโดยไม่มีเนื้อเท่าไหร่ เน้นแต่น้ำค่ะ

    มันจับใจความสำคัญอะไรไม่ได้ ดูอ่านไปเรื่อยเปื่อย คงไม่ใช่แนวเราจริงๆ แม้จะพยายามเปิดใจในความน้ำท่วมทุ่งแล้ว

    เราอ่านนิยายจีนมาเยอะนะ ประเภทหลายเล่มจบด้วย แต่ไม่เคยอ่านแล่วรู้สึกถึงความอืดอาดของเนื้อเรื่องขนาดนี้ มีปมในปมในปมๆๆๆ แบบนี้ อ่านมาแทบตายเนื้อเรื่องไม่ไปถึงไหน

    บอกตรงๆ เราเสียดายสมองและเวลาของนักเขียนค่ะ ที่พยายามใส่อะไรมามากมายแต่เข้าใจอยู่คนเดียว ถ้าพยายามรวบเนื้อหาตัดคำฟุ่มเฟย บทบรรยายที่ไม่จำเป็นจะเป็นนิยายที่สนุกมากนะคะ แต่พอเจอแบบนี้บอกเลยว่าเป็นนิยายที่น่าเบื่อและหนักสมองโดยไม่จำเป็น คนอ่านต้องใช้สมองในการจำชื่อคนแทนที่จะใช้ไขปัญหาในเรื่อง

    ที่ติมาทั้งหมดนี่เพราะอยากให้นิยายออกมาน่าอ่าน

    เราว่านิยายที่ดีไม่ใช่แค่คนเขียนสนุกและรู้เรื่องอยู่คนเดียวนะคะ
    #5102
    4
    • #5102-1 MinthraaMyraHu (@MinthraaMyraHu) (จากตอนที่ 61)
      16 มีนาคม 2562 / 16:58
      สารภาพว่าแอบเห็นด้วยกับคุณค่ะ
      #5102-1
    • #5102-4 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 61)
      25 มีนาคม 2562 / 20:30
      ขอบคุณทุกท่านมากเลยค่ะ แพนด้ารับทราบเรียบร้อยแล้วนะคะ
      #5102-4
  27. #5025 Aprilfoolu (@Aprilfoolu) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 18:34
    คำว่า สาลี่ ภาษาจีน พ้องเสียงกับคำว่า&#31163;ที่แปลว่า ออกห่างจากกัน หากส่งให้คนอื่นแล้วจะกินสาลี่ก็ต้องหั่น การหั่นสาลี่ก็คือ การออกห่างจากกัน แยกทางกัน

    ลิขิตสวรรค์ ผ่าผลสาลี่ในที่นี้ คงน่าจะหมายถึง มีเหตุการณ์ทำให้ฮ่องเต้แยก(ออกห่าง)กะฮองเฮามั่ง. คือจับได้ว่าฮองเฮาไม่ดี ก็ปลดซะ
    #5025
    4
    • #5025-3 Aprilfoolu (@Aprilfoolu) (จากตอนที่ 61)
      18 มีนาคม 2562 / 12:55
      ขอบคุณไรท์นะคะ
      #5025-3
    • #5025-4 honeypooh079 (@honeypooh079) (จากตอนที่ 61)
      25 มีนาคม 2562 / 20:32
      คอยอีกท่านหนึ่งแจ้งข้อมูลจัดส่งหน่อยนะคะ แล้วแพนด้าจะรีบส่งรางวัลให้เลยค่ะ ต้องขออภัยที่ทำให้คอยนานนะคะ
      #5025-4