[ OS ] ชวินเมอเมด : Hunhan [จบแล้ว]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 27,596 Views

  • 249 Comments

  • 3,937 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    256

    Overall
    27,596

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

เงือกน้อยน่าฉงฉาน กับ ดร.ชวินที่เพิ่งอกหักจากแฟนสาวสวยระดับนางแบบจนต้องมานั่งตรอมใจอยู่ริมทะเล 'มะนุดด เอาสาหร่ายเลาคืนมาน๊า!'


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

ฟิคเงือกน้อยน่าฉงฉาน กับ ดร.ชวิน

ที่เพิ่งอกหักจากแฟนสาวคนสวยระดับนางแบบ

จนต้องมานั่งตรอมใจอยู่ริมทะเล ...เจอกัน 12 เม.ย นี้

#ชวินเมอเมด 

บุ๋ง บุ๋ง บุ๋ง บุ๋ง 


เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 20 เม.ย. 60 / 20:29

บันทึกเป็น Favorite




#ชวินเมอเมด ตอนที่ 1

            ในมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในประเทศเกาหลีใต้ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโด่งดังในเรื่องของคณะที่มีความหลากหลาย เป็นมหาวิทยาเอกชนที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก

            และเป็นที่ทำงานประจำของผู้ชายคนนี้...

            “เซฮุนอยู่ไหม?” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งในคราบของนางฟ้าที่มีใบหน้างดงามใครๆต่างก็รู้จักเธอ เพราะเธอคือนางแบบลูกครึ่งที่มีส่วนสูงเกือบ 177 เดรสสีขาวของเธอดูสะอาดตาก็จริง แต่ใช่ว่านิสัยของเธอจะดูสะอาดตามเนื้อผ้าขนาดนั้น

            “เซฮุน?

            “อาจารย์เซฮุนไง ไม่อยู่เหรอ ฉันไปที่ห้องเขาแล้วแต่ดูเหมือนว่าเขาจะเปลี่ยนห้องทำงานไปแล้ว”

            “อ๋อ อาจารย์เขาไม่อยู่ค่ะ น่าจะมีสอนช่วงบ่ายนะคะ รบกวนคุณผู้หญิงนั่งรอตรงนี้ได้ไหมคะ หรือว่าจะไปรอที่ห้องอาจารย์เขาก็ได้ค่ะ”

            “ฉันไปรอที่ห้องเขาแล้วกัน ห้องอยู่ไหน”

            แววตาที่ดูเหมือนนางพญากับท่าทางที่ยิ่งมองก็ยิ่งดูสง่า เธอชื่อ เพนนี เป็นแฟนสาวของดอกเตอร์เซฮุนที่เป็นอาจารย์สอนเกี่ยวกับวิชาจำพวกชีวเคมี มานานหลายปีแล้ว เซฮุนหรือโอเซฮุนเป็นอาจารย์ที่มีความสามารถ มีใบหน้าที่ดูหล่อเกินกว่าจะเป็นอาจารย์ได้

            เขาคบหากับเพนนีที่เป็นนางแบบสาวคนสวย ที่ตอนนี้โกอินเตอร์ไปไกล จนเพื่อนอาจารย์ด้วยกันยังนึกอิจฉาที่อาจารย์เซฮุนมีแฟนสวยขนาดนี้ ถึงกับว่าพวกนักศึกษายังไม่กล้าแม้แต่จะเข้ามาจีบ เพราะรู้ว่าจีบไปยังไงใจของอาจารย์ก็มีแต่เพนนีนางแบบคนสวยคนนี้เพียงคนเดียวเท่านั้น

            กว่าครึ่งชั่วโมงที่นางแบบสาวเลือกที่จะเดินมานั่งรอที่เก้าอี้หน้าห้องทำงานของเซฮุน ใครต่อใครที่เดินผ่านมาต่างก็จับจ้องมาที่เธอ ก็คงจะแน่อยู่แล้วเพราะว่าเธอเพิ่งบินกลับมาจากฝรั่งเศสหลังจากที่จบการเดินแฟชั่นวีคที่นั่น เธอไม่ได้เจอกับเซฮุนเลยตลอดสามเดือนมานี้

            และการมาของเธอในครั้งนี้ ก็เพราะว่าเธอมีเรื่องสำคัญบางอย่างที่จะต้องคุยกับเซฮุน...

            “เพนนี..”

            หลังจากที่นั่งรออยู่นาน เสียงทุ้มลึกของชายหนุ่มที่เธอเคยคุยผ่านทางโทรศัพท์ในทุกๆคืนก็ดังขึ้นมาจนเธอต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง สีหน้าและรอยยิ้มที่ปรากฎขึ้นบนใบหน้าของชายหนุ่มทำให้เธอรู้ว่าเซฮุนดีใจมากที่เธอมาหา

            “เข้าไปคุยกันในห้องได้ไหมคะ”

            “ได้สิ” เซฮุนหอบโน๊ตบุ๊คเอาไว้แนบอก แล้วจัดการกดรหัสปลดล็อคประตูให้เธอ ก่อนที่จะเดินนำแฟนสาวเข้าไปก่อน

            “กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมผมไม่เห็นรู้เลย”

            “เมื่อวานนี้ค่ะ เห็นคุณวุ่นๆสอนก็เลยไม่ได้เข้ามาหา”

            “ไปหาผมที่ห้องก็ได้นี่ ไม่เห็นต้องมาถึงที่ทำงานเลย” เซฮุนเดินไปนั่งที่เก้าอี้ทำงานของตัวเอง ส่วนหญิงสาวก็ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตรงหน้าโต๊ะของอาจารย์เซฮุนทันที

            “ไปมาแล้วค่ะ แต่คุณยังอยู่มหาลัยอยู่เลย ก็เลยคิดว่ามาหาที่นี่น่าจะเจอตัวง่ายที่สุด”

            “ผมคิดถึงคุณมากเลยรู้ไหม ผมดีใจนะที่คุณมาหาผมที่นี่”

            เพราะเพนนี คือผู้หญิงที่เซฮุนตั้งใจแต่งงานด้วย หลังจากที่จบปริญญาเอกมาเซฮุนก็ตั้งใจทำงานเพื่อที่จะสร้างรากฐานชีวิตให้มั่นคง มันคงจะดีไม่น้อยถ้าวันหนึ่งเขาได้ขึ้นไปเป็นอาจารย์ที่มีแต่คนนับหน้าถือตา ได้แต่งงานกับผู้หญิงที่สวยระดับประเทศ เขาคงจะเป็นผู้ชายที่มีความสุขที่สุดในโลกอย่างแน่นอน

            “ไม่คิดว่าคุณจะคิดถึงฉันด้วย..เห็นทำแต่งาน มีสอนตลอดห้าวัน ไม่เห็นคุณคิดที่จะบินไปหาฉันที่ต่างประเทศบ้างเลย ไม่เหมือนแฟนคนอื่นที่เขาไปตามรับตามส่งที่งานตลอด คิดๆแล้วก็นึกอิจฉาพวกเขานะคะ”

            รอยยิ้มที่เหมือนเพ้อฝันแต่ในขณะเดียวกันมันก็เหมือนเป็นการตัดพ้อบางสิ่งบางอย่างออกมา จนเซฮุนเองที่กลัวว่าเธอจะน้อยใจไป ร่างสูงโปร่งจึงลุกขึ้นเดินเข้ามาหาหญิงสาวพร้อมกับโน้มตัวไปกอดเธอไว้จากทางด้านหลังทันที

            “คุณก็รู้ว่าผมติดสอนทุกวันเลย ผมก็อยากจะไปหาคุณแทบแย่ แต่งานตรงนี้ก็ทิ้งไม่ได้ อีกอย่างผมก็เตรียมงานวิจัยอยู่ด้วย ผมอยากไปให้ได้ไกลกว่านี้ ผมอยากเลื่อนตำแหน่งคุณก็รู้”

            “ค่ะรู้ ฉันรู้มาโดยตลอดตั้งแต่สมัยที่คุณยังเป็นแค่นักศึกษาจบใหม่ แล้วฉันยังไม่มีอะไร ฉันรู้”

            “เราไปดินเนอร์กันไหม..” ปลายจมูกโด่งของเซฮุนโน้มเข้ามาจูบที่ข้างแก้มของเธอเบาๆ

            “เย็นนี้ฉันมีนัดแล้ว” หญิงสาวเลือกที่จะตัดบทออกไปดื้อๆ

            จนเซฮุนที่กอดร่างของเธออยู่นึกแปลกใจอยู่เล็กน้อยว่านัดอะไร ทำไมถึงเลือกที่จะปฏิเสธคำชวนของเขาได้

            “งั้นเสร็จธุระคุณแล้ว ไปหาผมที่ห้องนะ..ผมอยากนอนกอดคุณทั้งคืน..”

            “อย่าเลยดีกว่าค่ะ ไม่รู้ว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ อีกอย่างฉันไปนอนห้องคุณทีไร คุณไม่เคยเข้านอนพร้อมฉันเลย”

            “วันนี้คุณแปลกไปนะที่รัก” เซฮุนรู้สึกเหมือนว่าคำพูดของเพนนีแปลกไป ปกติเธอไม่ได้ปฏิเสธเขาขนาดนี้ เขารู้ดีว่าตัวเองไม่มีเวลาให้ แต่เขาเชื่อว่าตัวเองจะเป็นแฟนที่ดีของเธอได้

            “เซฮุนคะ..”

            “ครับ?”

            “ฉันว่าเราเข้ากันไม่ได้ แบบว่าฉันรู้สึกว่าตลอดเวลาที่เราคบกันมาเหมือนเราไม่รู้จักกัน เหมือนกับว่าคุณก็มีชีวิตของคุณ ฉันก็มีชีวิตของฉัน ฉันเข้าใจงานของคุณนะคะแต่พูดตามตรงไหม ฉันไม่อยากให้คุณทำงานสายนี้ ฉันรู้สึกว่า..”

            “ผมมันไม่ไฮโซเหมือนผู้ชายที่ใกล้ชิดคุณใช่ไหม” เซฮุนเลือกที่จะพูดแทรกประโยคของเพนนีออกไป แค่เพียงพูดออกมาแบบนี้ก็พอรู้แล้วว่าเธอไม่อยากคบกับผม

            แต่ก็ไม่คิดว่าเธอจะเลือกพูดมันออกมาแบบนี้..

            “คือฉัน... ฉันไม่อยากได้แฟนเป็นอาจารย์ คุณเข้าใจใช่ไหมคะฉันเป็นนางแบบ ฉันโด่งดังไปไกลเกินกว่าที่จะ อืม..คบกับคุณ ฉันรักคุณค่ะเซฮุนแต่ฉันอยากให้คุณทำตัวให้ดูดีกว่านี้ ไม่ใช่จมปรักกับงานวิจัยอะไรก็ไม่รู้ ชีวิตคุณมันจำเจเกินไป...ฉันต้องการคุณ แต่ไม่ใช่ในแบบที่คุณเป็นเช่นทุกวันนี้”

            “ผมไม่เข้าใจอะ ผมมันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ”

            “คุณดีค่ะ คุณดีทุกอย่าง คุณหน้าตาดี คุณเรียนเก่ง คุณมีเงิน แต่คุณไม่มีอะไรที่น่าสนใจเลย”

            “ผมต้องทำยังไงอะ ผมต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อคุณใช่ไหม แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกว่าไม่ชอบผมที่เป็นแบบนี้ ไหนตอนนั้นยังพูดอยู่เลยว่ารักที่ผมเป็นผม ทำไมตอนนี้คุณถึง..”

            “มันเปลี่ยนไปแล้วค่ะ มันเปลี่ยนไปแล้ว”

            “ผมไม่เข้าใจอยู่ดี ผมรักคุณนะ” มันเป็นความรู้สึกที่จุกจนพูดไม่ออก ทั้งหัวใจของเซฮุนรักแค่ผู้หญิงคนนี้คนเดียว แล้วทำไมเธอถึงมาพูดกับเขาแบบนี้ ตอนนั้นทุกอย่างมันยังดีอยู่เลย แล้วทำไมตอนนี้คุณกลับมาบอกแค่ว่า มันเปลี่ยนไปแล้ว’ ... แค่นั้นน่ะเหรอ

            “คุณมีคนอื่นเหรอ”

            “ไม่มีค่ะ”

            “ผมจะเปลี่ยนตัวเองเพื่อคุณ แล้วเราแต่งงานกันโอเคไหม”

            เซฮุนยอมรับเต็มอกว่าเขาจะไม่ยอมเสียเธอไป เขาจะไม่มียอมเสียเธอไปเด็ดขาด เขารักผู้หญิงคนนี้มาก รักมากจนสามารถตายแทนกันได้ เขารักจนไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะรักใครได้อีก..

            “อย่าให้ถึงขึ้นนั้นเลยเซฮุน ฉันไม่ได้อยากใช้ชีวิตกับคุณ อ่า คือฉันหมายความว่า ฉันอยากให้คุณมีชีวิตในแบบของคุณ ส่วนฉันก็มีชีวิตในแบบของฉัน”

            “ผมไม่ดีตรงไหน สิ่งที่คุณบอกผมมา ผมเปลี่ยนให้ได้ แค่คุณขอมา...ไม่ได้เหรอ ผม...รักคุณมากนะ” ฝ่ามือหนายกขึ้นปิดหน้าของตัวเองข่มความเสียใจเอาไว้ หลังจากที่พอจะเดาได้ว่าเธอไม่มีใจแล้ว

            ที่ผ่านมาคืออะไร ถ้าใจบอกว่าไม่ใช่ ทำไมไม่บอกมาตั้งแต่แรก ตั้งแต่วันที่เราเพิ่งเริ่มคบกัน..

            “ขอโทษนะเซฮุน แต่ฉันว่าเรา...เลิกกันเถอะ”

            “........”

            “ฉันยังรักนายนะ แต่..”

            “พอเถอะ” เหมือนว่าเธอจะรู้ว่าทำให้เซฮุนเสียใจและเหตุผลที่เธอจะไปแน่นอนว่ามันฟังไม่ขึ้น เซฮุนทำงานหนักจริงแต่ความรักที่เขามีให้เธอก็ไม่เคยน้อยลงเลย กลับกันเป็นเธอเองต่างหากที่ไม่มีเวลาให้เซฮุน งานเธอก็ไม่ได้น้อยไปกว่ากันสักเท่าไหร่หรอก

            แต่ก็อย่างว่า คนจะไป ไม่ว่าเหตุผลอะไรเขาก็ไปอยู่ดี

            “เราห่างกันสักพักก็ได้ เรายังไม่เลิกกันตอนนี้ไม่ได้เหรอ”

            “พรุ่งนี้ฉันต้องบินไปทำงานที่นิวยอร์ก...เราคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว”

            “ฉันไม่ให้เธอไป ฉันรักเธอนะ ฉันรักเธอจริงๆ ฮึก...” ร่างสูงคว้าร่างของเธอเข้ามากอดแน่น ในขณะนั้นน้ำตาที่เขาพยายามอดกลั้นเอาไว้ก็รินหลั่งไหลลงมาหมดซึ่งคราบอาจารย์หนุ่ม หมดแล้ว เขาก็แค่ผู้ชายคนหนึ่งที่หลงรักผู้หญิงคนนี้จนสุดหัวใจ

            “เซฮุน พอเถอะ ฉันไม่อยากทนกับความรู้สึกแบบนี้อีกแล้ว”

            “ไม่ฉันไม่ให้เธอไป เหตุผลแค่ว่าไปกันไม่ได้ ..ฮึก มันไม่ใช่ ฉันต้องการเหตุผลที่ดีกว่านี้ ฮือ ฉันรักเธอ”

            “เหตุผลเหรอ นายจะฟังมันจริงๆเหรอ”

            “ฮึก ว่ามาสิ..ฉันจะฟัง” เซฮุนผละตัวออกมาจากหญิงสาวพร้อมกับน้ำตาที่อาบแก้ม พยายามคิดเข้าข้างตัวเองว่าสิ่งที่เธอกำลังจะพูดอาจจะทำให้ตัวเขาพอมีหวังอยู่บ้าง

            “ฉันกำลังจะแต่งงาน

            “อ..อะไรนะ” เซฮุนถึงกับอ้าปากค้างจนแทบจะพูดไม่ออก เมื่อได้ยินคำพูดจากปากของผู้หญิงที่เขารักมากที่สุด ที่ว่า เธอกำลังจะแต่งงาน และแน่นอนว่าผู้ชายคนนั้น...ไม่ใช่เขา

            “ขอโทษที่ต้องพูดอย่างเห็นแก่ตัวนะเซฮุน หลังจากนี้เราอาจจะมองหน้ากันไม่ติด..แต่ว่า ฉันต้องการทำให้ตัวเองไปไกลได้มากกว่านี้ และเขาทำให้ฉันไปถึงเป้าหมายได้ แต่ในขณะที่นาย...ทำไม่ได้อย่างเขา เซฮุน..ฉันขอโทษจริงๆ”

            “ฉันงงไปหมดแล้ว ตอนไหน อะไร ยังไงทำไมฉันไม่รู้”

            “จริงๆเรื่องที่ฉันคบกับเขามันก็ออกสื่อมากพอแล้วนะ แค่เพียงนายไม่สนใจที่จะตามเอง ขอโทษนะเซฮุน เราจบกันตรงนี้เถอะ ฉัน..ขอโทษ”

            สิ้นเสียงสุดท้าย ร่างผอมบางก็พยายามขืนตัวออกจากอ้อมกอดของเซฮุน โดยที่มือของร่างสูงยังคงเอาแต่กอดร่างของเธอแน่น ไม่ยอมปล่อยให้ไปไหน เซฮุนรักเธอมากจริงๆ รักจนไม่คิดว่าชีวิตนี้จะรักใครได้อีกแล้ว

            “อย่าทำแบบนี้เซฮุน ปล่อยฉัน!”

            “ฮึก ไม่”

            “อย่างี่เง่าได้ไหมฉันไม่ชอบ ปล่อย!”

            “อย่าทิ้งผม ผมขอร้อง อย่าทิ้งผมไป..”

            “พอเถอะ”

            “เพนนี..ฮึก”

            “ลาก่อนเซฮุน...”

            และนั่นก็เป็นคำพูดสุดท้ายหลังจากที่อาจารย์หนุ่มถูกนางแบบสาวคนสวยบอกเลิกกลางที่ทำงาน หลังจากวันนั้นมา เซฮุนก็สั่งงดคลาสทุกอย่าง เขาไม่เข้าสอน ไม่ทำอะไรอีกเลยเหมือนคนที่ไร้สติไปแล้วจนถึงขั้นโดนคณบดีเรียกไปอบรมเรื่องพฤติกรรม ผลสุดท้าย...หนึ่งเดือนหลังจากวันที่ถูกบอกเลิกเซฮุนก็เป็นฝ่ายลาออกจากมหาลัยนั้นทันที

 

            หนึ่งปีผ่านไป...

            “ดอกเตอร์...เมื่อไหร่จะกลับไปสอนเหมือนเดิมวะ”

            ภายในห้องคอนโดหรูแห่งหนึ่งชั้นยี่สิบบนโต๊ะทำงานที่คลาคล่ำไปด้วยหนังสือกองโต กับเอกสารมากมาย แต่มันก็ไม่ได้สำคัญอะไรขนาดนั้น ดอกเตอร์หนุ่มอดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดังเมื่อหนึ่งปีก่อนกำลังนั่งเหม่อลอยมองออกไปนอกหน้าต่างที่อยู่เหนือโต๊ะทำงานที่ตั้งอยู่ภายในห้องนอนของเขา

            หนวดที่ยาวขึ้นเรื่อยๆเขาไม่คิดแม้แต่ที่จะจัดการมัน ก็เกือบเดือนได้แล้วที่เซฮุนปล่อยให้มันยาวต่อไปอย่างนั้น เขาไม่รู้ว่าการดูแลตัวเองมันจะสำคัญมากแค่ไหนในเวลานี้

            “เฮ้ถามไม่ตอบวะ ไม่กลับไปสอนเหรอ นี่พอฉันรู้ว่าแกกลายเป็นคนไร้วิญญาณแบบนี้ฉันเลยรีบบินกลับมาจากฮ่องกงเพื่อดูแลแกเลยนะเว้ย”

            คิม จงแด เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเซฮุนกำลังนั่งพูดกับเพื่อนตัวเองอยู่บนเตียงนอนโทรมๆของโอเซฮุนเพื่อนของเขา จงแดทำอาชีพสจ๊วตเพียงเพราะว่าตอนนั้นตั้งใจจะสมัครเป็นนักบินในสายการบินแห่งหนึ่ง แต่ความกล้าในการตัดสินใจยังไม่กล้าพอ

            บวกกับเหตุผลอื่นๆอีก ทำให้เขาเลือกที่จะลงมาเป็นสจ็วตแทน

            “ไม่ตอบอีก เออ ...เมียเก่าแกอะ ไม่ๆ ยัยเพนนีที่แกรักนักรักหนาน่ะตอนนี้เปลี่ยนแฟนไปกี่คนต่อกี่คนแล้วก็ไม่รู้ ยัยนั่นมันทะเยอทะยาน แกจะไปจมปรักกับรักลวงๆของแม่นั่นทำไมวะ”

            “.............” เซฮุนเงียบ

            “หน้าตาก็ไม่ได้ขี้เหร่ หาแฟนใหม่ก็ไม่ยากเลยแค่เพราะผู้หญิงคนเดียวนี่ยอมทิ้งงานทิ้งอนาคตเลยเหรอ บ้าป่ะวะ นี่ถ้าแม่แกไม่โทรมาขอร้องให้ฉันเข้ามาดูนะ ฉันไม่มาหรอกเพราะรู้ไงว่ามาแล้ว ต้องนั่งคุยคนเดียวแบบนี้เนี่ย”

            ตลอดเวลาที่ผ่านมา เซฮุนเอาแต่ฝังตัวอยู่ภายในห้องนอนของเขา นั่งอ่านงานวิจัยของคนอื่นไปเรื่อยๆอย่างไร้เป้าหมาย ไม่ได้อ่านเพื่อเอาผลงาน แต่อ่านเพื่อให้ตัวเองไม่ฟุ้งซ่าน สุดท้ายแล้วเอกสารเป็นร้อยๆแผ่นที่กองอยู่บนโต๊ะ มันแทบไม่ได้ซึมเข้าสมองเซฮุนเลยสักนิด

            “ไปเปิดหูเปิดตากันหน่อยไหม”

            “............”

            “เลี้ยงก็ได้ สักร้านนึง เปิดเหล้าให้ก็ได้ โอเค เหล้านอก.. ไม่เอา เออมานี่

            จงแดเริ่มหมดความอดทนกับเพื่อนคนนี้แล้ว หลังจากที่ทนนั่งปากเปียกปากแฉะกับมันมาตั้งแต่เมื่อเช้า ไม่ได้เรื่องอะไรเลย สุดท้ายเมื่อทนไม่ไหวร่างโปร่งที่ตัวเล็กกว่าก็เดินเข้ามาดึงตัวเซฮุนให้ลุกขึ้นยืนทันที

            “ไปข้างนอกกัน”

            เซฮุนเงยหน้ามามองเพื่อนสนิทของตนด้วยสีหน้าที่ไม่เข้าใจเอามากๆ แต่เพราะความล้าในหัวใจ เขาเลยเลือกที่จะเดินตามออกไปเงียบๆ จนกระทั่งมาถึงรถ พอเข้าไปนั่งในรถโดยมีจงแดที่เป็นคนขับขับไปที่ไหนก็ไม่รู้นานสองนานเกือบสองชั่วโมงเห็นจะได้ 

            ในที่สุด สถานที่ที่จงแดพาเซฮุนมานั่นก็คือ ทะเล..

            “เอาเลยนะ แกจะร้องไห้ จะคร่ำครวญหาสวรรค์วิมานอะไรก็ไปนั่งสงบสติอารมณ์อยู่ริมทะเลนู่น แล้วเดี๋ยวจะทิ้งรถไว้ที่นี่ ส่วนฉันจะไปหาญาติเขามีบ้านอยู่แถวๆนี้แหละ แล้วค่ำๆจะมารับ เชื่อฉัน.. ฉันว่าที่นี่ช่วยแกได้”

            เซฮุนที่นั่งฟังอย่างเลื่อนลอยค่อยๆหันมามองหน้าจงแดด้วยท่าทางที่ดูไม่เข้าใจสักเท่าไหร่ว่าจะพามาทะเลทำไม พามาเพื่ออะไร ไม่กลัวโดดน้ำตายเหรอ

            “หาดนี้มีคนเคยบอกว่ามันเหมือนหาดสวรรค์ คล้อยเย็นไปแล้วทรายจะเป็นประกายเหมือนมีเพชรวิบวับๆอยู่ทั่วทั้งหาด ใครไปนั่งแล้วจะสบายใจ แค่ไปนั่งระบายก็เหมือนได้ปรับทุกข์แล้วเอาเป็นว่า เขาว่าดีฉันก็อยากให้แกลองดู ส่วนนี่โทรศัพท์พกไว้ ถ้ามีเรื่องฉุกเฉินก็โทรหาฉัน เข้าใจไหม”

            ในใจของเซฮุนตอนนี้ไม่เชื่ออะไรทั้งสิ้น รู้แค่ว่าหลังจากที่เดินลงจากรถแล้วกุญแจรถก็ถูกยัดใส่มือเขาเลย หลังจากนั้นจงแดก็เดินหายไปอีกทาง เพราะมันบอกว่ามีญาติอยู่แถวนี้เลยจะไปพักผ่อนรอเวลาค่ำๆจะกลับมาหา

            ชายหนุ่มร่างสูงสภาพดูไม่สู้ดีนัก ค่อยๆย่ำเท้าเดินลงไปที่หาดทรายสีเหลืองนวลเม็ดละเอียด วินาทีแรกที่ฝ่าเท้าสัมผัสกับทราย มันให้ความรู้สึกที่ต่างไปจากทุกทีที่เคยสัมผัส มันเหมือนว่าที่นี่ต้องมีอะไร และอะไรที่ว่าเซฮุนก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร

            “เห้อ..”

            ร่างสูงเอนกายพิงกับโขดหินก้อนใหญ่ ยืดขาที่ยาวออกมาด้านหน้าที่เป็นทะเล ตรงที่ที่เซฮุนเลือกมานั่งต้องปีนขึ้นไปบนก้อนหินก้อนใหญ่ๆที่ทับถมกันอยู่ แต่ในขณะเดียวกันเมื่อมองไปข้างหน้าก็จะมีน้ำทะเลซัดเข้ามาโดนหินที่เซฮุนนั่งพักอยู่ตลอดเวลา

            บรรยากาศดีอย่างที่จงแดบอกจริงๆ...

            “ถ้าคุณยังอยู่ ผมก็อยากพาคุณมาที่นี่....”

            ทะเล..คือที่ที่เขาวาดฝันไว้ว่าอยากจะจัดงานแต่งเล็กๆกันที่นี่ หลังจากนั้นเราจะมีลูกด้วยกัน วิ่งเล่นบนชายหาดกันสามคน พ่อ แม่ ลูก.. มันเป็นความฝันตั้งแต่ที่เราเริ่มคบกัน.. มันเป็นสิ่งที่เซฮุนต้องการ แต่ตอนนี้มันก็เป็นได้แค่ฝัน ผมไม่มีเธออีกแล้ว ... ผมไม่มีค่าสำหรับใครอีกแล้ว

            ชายหนุ่มเอาแต่นั่งคิดทบทวนเรื่องราวในชีวิตของตัวเองอยู่นาน จนกระทั่งเวลาเริ่มล่วงเลยผ่านไปจากบ่ายก็เริ่มเย็น..จนกระทั่งเมื่อดวงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า แสงสีส้มมันเหมือนกับการเริ่มต้นใหม่ เหมือนกับเป็นแสงสว่างในหัวใจ ที่พยายามจะบอกกับเซฮุนว่า ทิ้งเรื่องราวทุกข์อย่างเสีย แล้วมีชีวิตใหม่ที่สดใสกันเถิด..

            “กรี๊ดดดดดดดดดดดด!”

            “เห้ย!”

            ในขณะนั้นเอง เสียงกรีดร้องของอะไรสักอย่างดังขึ้นมาใกล้ๆกับบริเวณที่ตัวเขากำลังนั่งอยู่ เซฮุนไม่รู้ว่านั่นคือเสียงอะไร จะบอกว่าเสียงผู้หญิงก็คงจะไม่ใช่ เสียงผู้ชายอย่างนั้นเหรอ

            “กรี๊ดดดดดดดดดด”

            “ส..เสียงอะไรวะ” เซฮุนรีบลุกขึ้นยืนพยายามมองหาต้นตอของเสียง แต่ก็ไม่เห็นอะไรเลยสักนิด แต่ที่น่าตกใจมากที่สุดตอนนี้ก็คงจะเป็นเกลียวคลื่นในทะเลที่ม้วนตัวกันอย่างน่ากลัว น้ำทะเลเริ่มซัดเข้าฝั่งแรงขึ้นเรื่อยๆ

            แล้วเสียงเมื่อกี๊มันคือเสียงอะไรกัน

 

            “มนุษย์ฮึก มนุษย์ช่วยเราด้วย!”

 

            “นั่นใครน่ะ!”

 

          “มนุษย์เราอยู่ตรงนี้”

 

            สิ้นเสียงนั้นเซฮุนก็รีบหันกลับไปมองทางด้านฝั่งขวามือของเขาที่เป็นหาดทรายทันที วินาทีนั้นเองร่างสูงแทบหยุดหายใจไปกับภาพตรงหน้า เมื่อมีใครก็ไม่รู้..จะเรียกว่าคนได้หรือเปล่ายังไม่รู้เลยกำลังนอนสลบอยู่ตรงชายหาดพอดี

            แต่สิ่งที่ทำให้เซฮุนตกใจกลัวเป็นอย่างมากนั่นก็คือ รูปลักษณ์ของคนตรงหน้าที่มันแปลกประหลาดเหมือนกับว่า..ไม่ใช่คน

            “ต...ตัวอะไรวะง..งูเหรอ” อาการขนลุกขนพองก่อตัวขึ้น เซฮุนรู้สึกกลัวท่อนล่างของคนตรงหน้าที่ตอนนี้มีผมยาวๆปิดบังใบหน้าเอาไว้อยู่

            สิ่งที่เซฮุนกลัวคือครีบ..หรือว่าหางปลา ไม่สิ ครีบนั่นแหละที่ขยับไปมามันดูน่ากลัวจนเซฮุนไม่กล้าเข้าใกล้ แถมยังมีเกล็ดสีฟ้าอ่อนเหมือนกับงูอีก..ตกลงนี่มันตัวอะไรกันแน่

            “อย่ากลัวเราเลย เรามาดีนะมนุษย์ ฮึก”

            “ล..แล้วแก เอ่อ เจ้า ไม่สิ..เธอเป็นใคร”

            “คุณมนุษย์กลัวเราใช่ไหม ฮึก เรารู้ว่าไม่มีใครอยากเจอเรา แต่เรากำลังตกอยู่ในอันตราย”

            “อันตรายอะไร”

            “ฮึก ในทะเลนั่น มันมีฉลามพลัดถิ่นกำลังว่ายมาทางฝูงเรา เราเลยหนี แต่เราก็หนีไปไหนไม่รอด เราเห็นมนุษย์เลยว่ายเข้ามา ฮือ ช่วยเราหน่อยได้ไหม”

            “แล้วเธอเป็นตัวอะไรฉันไม่รู้ว่าถ้าฉันช่วยเธอแล้วเธอจะน่าไว้ใจได้แค่ไหน ฉันหมายถึงว่า เธอเป็นอะไรกันแน่”

            “ฮึก..” ตัวประหลาดร่างบอบบางเลือกที่จะไม่ตอบ มีแค่เพียงเสียงสะอื้นร่ำไห้ที่ดังออกมาจนเซฮุนที่ตอนแรกก็กลัวจนไม่เข้าใกล้ แต่เมื่อลองมองไปในทะเลกลับเห็นเป็นครีบฉลามกำลังว่ายวนกันอยู่ 

            หรือว่าเรื่องที่ตัวประหลาดตนนี้พูดจะเป็นเรื่องจริง?

            “ไม่ต้องกลัวไป ฉันแค่อยากรู้ว่าเธอเป็นใคร..”

            ใจหนึ่งก็กลัว อีกใจหนึ่งก็อยากรู้ แต่เพราะความอยากรู้มันมีมากกว่า เซฮุนเลยเลือกที่จะค่อยๆเดินเข้าไปหาใกล้ๆ จนกระทั่งระยะห่างระหว่างพวกเขาอยู่ห่างกันไม่มากนัก

            ปลายนิ้วเรียวค่อยๆยื่นออกไปจับที่ผมเปียกชื้นที่ปรกใบหน้าของอีกฝ่ายออกช้าๆ สุดท้ายปลายนิ้วของเซฮุนก็ค่อยๆเชยคางมนขึ้นมา วินาทีนั้นเองที่ทำให้เซฮุนรู้สึกตกใจอีกครั้ง

            เมื่อสายตาของเขาได้สบตาเข้ากับคน(?)ตรงหน้า แววตาที่ดูเปล่งประกายระยิบระยับกับแพขนตางอนยาว แก้มกลมกลึงกับริมฝีปากสีชมพูระเรื่อนั่น มันทำให้เซฮุนตกใจ... งดงามเหลือเกิน ไม่เคยเจอใครงดงามได้ถึงเพียงนี้

            “ตอบฉันมาสิ ว่าเธอเป็นใคร?”

            “ฮึก..มนุษย์รู้จักพวกเราไหม”

            “พวกเราหมายความว่ายังไง หรือว่าเธอจะเป็น” สายตาของเซฮุนค่อยๆมองที่เรือนร่างด้านบนที่เปลือยเปล่า หน้าอกที่แบนราบ เรื่อยลงมาจนถึงเอวจนมาถึงครีบที่เหมือนมีความรู้สึก กับปลายหางที่เหมือนปลานั่น อย่าบอกนะว่านี่คือ...

            “เงือก เราเป็นเงือก”

            “ไม่จริงไม่มีอยู่จริง ฉันไม่เชื่อ”

            “เชื่อเถิด เราคือเงือกจริงๆ แต่มนุษย์อย่าเพิ่งถามอะไรเรามากไปกว่านี้เลยนะ เราบาดเจ็บ ฮึก.. มันกัดโดนหางเรา เราว่ายไปต่อไม่ได้ถ้าเราลงทะเลไป กลิ่นคาวเลือดจะทำให้พวกมันรู้ว่าเราอยู่ตรงนี้ ฮึก มนุษย์อย่าทิ้งเรานะ”

            เซฮุนไม่รู้ว่าตัวเองนั้นควรจะทำอย่างไรต่อไป ไม่รู้แม้กระทั่งวิธีช่วยชีวิตเงือกน้อยน่าสงสารตัวนี้เพราะว่าในใจลึกๆแล้วเซฮุนก็ตกใจ ไม่เชื่อกับตาตัวเองอยู่ดีว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้านี้มีอยู่จริง เขามักจะเชื่อในสิ่งที่วิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้

            แต่นางเงือกพวกนี้ มันไม่ได้มีเพียงแค่ในนิยายปรัมปราหรอกเหรอ

            “มนุษย์!! มันว่ามาแล้ว”

            “เห้ย!”

            หางของเงือกน้อยที่แช่อยู่ในน้ำ จนเกือบโดนฉลามดุร้ายว่ายเข้ามางาบแต่ก่อนที่เงือกตนนี้จะเสียหางอันสวยงามไป โชคยังดีที่เซฮุนดึงหางนั้นเข้าฝั่งได้ทัน มิเช่นนั้นเงือกน้อยตนนี้คงกลายเป็นอาหารอันโอชะของพวกฉลามก็เป็นได้

            “มะ..มนุษย์ เรา เจ็บ..ฮึก”

            ไม่ทันที่เซฮุนจะไล่พวกฉลามเหล่านั้นออกไป สัตว์ประหลาดตัวน้อยก็สลบไปต่อหน้าต่อตาเขา จนเซฮุนเริ่มทำอะไรไม่ถูก นี่ก็จะพลบค่ำแล้วด้วยหากปล่อยเอาไว้แบบนี้อีกไม่นานน้ำทะเลจะขึ้น และในตอนนั้นเอง ฉลามพวกนั้นก็จะมาลากร่างของเงือกตนนี้ลงไปขย้ำในทะเลก็เป็นแน่

            “ปล่อยไว้ไม่ได้แน่”

            เซฮุนกลัวว่าอีกฝ่ายจะตายไปต่อหน้าต่อตา ด้วยเพราะลมหายใจที่เริ่มโรยรินยิ่งทำให้เซฮุนรู้สึกสงสาร สุดท้ายสิ่งเดียวที่เขาพอจะคิดออกในตอนนี้นั่นก็คือพาเงือกตนนี้ไปให้พ้นจากที่นี่ก่อนจะดีกว่า

             

            “อย่าเพิ่งตายนะ ฉันจะพาเธอไปหาหมอ” ในอ้อมแขนแข็งแรง มีเงือกตัวน้อยกำลังนอนแน่นิ่งอยู่ในอ้อมแขนของเขา เงือกตนนี้มีรูปร่างค่อนข้างเล็กมาก เล็กกว่าเขาเยอะ ยิ่งไปกว่านั้นผิวพรรณนวลเนียนนั่นยิ่งทำให้เซฮุนรู้สึกแปลกใจ

            แต่อีกสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกขยะแขยงมากนั่นก็คือท่อนล่างที่เป็นเหมือนครีบปลา มันลื่นๆ มีเกล็ดดูน่ากลัว แต่ในขณะเดียวกัน ในยามที่แสงจากพระจันทร์ยามเย็นส่องกระทบลงมาที่เกล็ดบนตัวของเงือกน้อย มันกลับเปล่งแสงประกายวิบวับจับตา ดูน่ามองและน่าอัศจรรย์ใจอย่างยิ่ง

            “เธอเป็นตัวอะไรกันแน่”

            “อึก..มนุษย์” ด้วยความทุลักทุเล ทั้งหางที่ยาวเลื้อยเฟื้อยกับลำตัวที่เปียกชื้นแน่นอนเมื่อเซฮุนอุ้มร่างเล็กมาจนถึงรถ สิ่งแรกที่เขาลืมคำนึงถึงไปเลยคือ เขาจะเอาตัวเงือกตนนี้ไปยังไงดี

            “นั่งข้างหน้าไม่ได้ งั้นนั่งข้างหลังก่อนแล้วกัน”

            เซฮุนจัดการอุ้มตัวเงือกน้อยเข้าไปที่เบาะหลังของรถจัดแจงให้ท่อนล่างวางเอาไว้ในท่าทางที่เหมาะสม แต่แล้วปัญหาต่อมานั่นก็คือ

            “มนุษย์..เราขาดน้ำไม่ได้นะ”

            “ว่าไงนะ” สีหน้าที่โรยราราวกับว่าอีกไม่นานเงือกน้อยตัวนี้อาจจะหมดลมหายใจก็เป็นได้ เพราะสภาวะตอนนี้มันไม่เอื้ออำนวยให้สัตว์เดรัจฉานอย่างเขาอยู่เลยสักนิด ที่ที่เหมาะสมสำหรับเงือกตัวนี้มีเพียงแค่ท้องทะเลลึกเพียงเท่านั้น หากจะขึ้นมาเหนือน้ำนั้นย่อมทำได้ แต่ก็ไม่ได้นานนัก

            “ต้องเปียกเหรอ แล้วต้องเปียกแค่ไหนอะ ฉันไม่มีอ่างน้ำนะฉันยกทะเลไปให้เธอไม่ได้นะ”

            “น้ำ แค่น้ำ”

            “หืม?” เซฮุนพยายามมองหาน้ำตามที่เสียงใสๆเรียกร้องหา เขาจะเอาน้ำจากที่ไหนที่จะพอหล่อเลี้ยงไม่ให้เงือกตัวนี้หมดลมหายใจไปก่อนได้

            “หางเราต้องเปียกตลอดเวลา”

            “น้ำเหรอ ใช่ๆ แป๊บนะ”

            เซฮุนเพิ่งนึกได้ว่าหลังรถของตนมีขวดน้ำอยู่ เซฮุนเลยหยิบมันขึ้นมาเปิดฝาออกแล้วส่งไปให้คนด้านในถือเอาไว้ทันที

            “พรมใส่หางของเธอไปก่อนนะ ถ้าถึงห้องแล้วฉันจะพาเธอไปหาน้ำ”

            “ม..มะ..” ดูเหมือนว่าเงือกน้อยจะมีเรื่องบางอย่างที่อยากจะพูดกับเซฮุน แต่ดูเหมือนว่าร่างสูงจะรีบร้อนจนไม่ทันได้ฟัง รีบปิดประตูแล้ววิ่งอ้อมไปที่ฝั่งคนขับโดยไว รีบออกรถอย่างไม่รีรอ ตอนนี้เขาต้องพาเงือกตัวนี้ออกไปจากที่นี่ให้ได้

            โดยที่เซฮุนไม่ได้ฉุกคิดเลยสักนิดว่าตัวเองกำลังลนลานจนเกินเหตุ จนลืมคิดไปเลยว่าตัวเองจะรีบไปไหน ในเมื่อเงือกตัวนี้แค่ต้องการหนีฉลามไม่ได้ต้องการที่จะไปจากชายหาดนี้สักหน่อย

            ตลอดทางที่เซฮุนรีบตีรถกลับเข้าเมืองเพื่อที่จะพาเงือกน้อยกลับบ้าน จนกระทั่งมาถึงที่คอนโดของเขาในช่วงเวลาราวๆสามทุ่มเห็นจะได้ เซฮุนกลัวว่าทุกคนจะแตกตื่นเลยหยิบเสื้อคลุมที่อยู่หลังรถตนมาคลุมหางยาวๆของอีกฝ่ายเอาไว้ หากจะถามว่าตอนนี้เขาบ้ามากแค่ไหน

            เซฮุนไม่มีสติเหลืออยู่ตั้งแต่ได้เจอสัตว์ประหลาดมีหางตัวนี้แล้ว..

            “อึก..ม..มะ..มนุษย์ เราไม่มีแรง” ระหว่างที่เซฮุนกำลังควานหาคีย์การ์ดห้องของตนอยู่ ในใจก็นึกกลัว เพราะว่าตามทางเดินมันมีกล้องวงจรปิด คงไม่ดีแน่หากใครมาเช็คแล้วเห็นว่าเขากำลังพาตัวประหลาดขึ้นคอนโด

            ซึ่งตัวประหลาดที่ว่านี้เซฮุนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเป็นตัวอะไร

            “อดทนก่อนนะ”

            ร่างสูงเลือกที่จะพาเงือกน้อยเข้ามานอนในอ่างจากุชชี่ขนาดใหญ่ภายในห้องน้ำของเขา โชคดีที่คอนโดของเซฮุนค่อนข้างมีขนาดที่ใหญ่มาก มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน มิเพียงเท่านั้น สาเหตุที่ห้องนอนของเขามีอ่างจากุชชี่นั่นก็เพราะเพนนี...แฟนเก่าของเขาซื้อเข้ามาเพื่อเอาไว้เสวยสุขกันสองต่อสอง

            แต่ตอนนี้ ทุกอย่างมันกลายเป็นอดีตไปแล้ว

            “เรา...ไม่..ไหวแล้ว” ร่างทั้งร่างที่กำลังจะสูญสลายไป ค่อยๆทิ้งตัวลงดำดิ่งลงไปในน้ำที่เซฮุนกำลังเปิดให้เต็มทั้งอ่าง ในใจก็นึกกลัว เพราะสีหน้าของเงือกน้อยตนนี้ดูจะซีดเซียวเหมือนไม่มีเลือด แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคงไม่ใช่ที่หน้า แต่กลับเป็นที่หางของเงือกตนนี้ต่างหาก

            “เกล็ดเธอทำไมถึงหลุดออกมา” มือหนาจุ่มลงไปในน้ำเพื่อที่จะหยิบเกล็ดพวกนั้นขึ้นมาดู มันเหมือนกับเกล็ดปลาทั่วไป แต่มันสวยงามกว่านั้น ขนาดก็ใหญ่กว่า แต่ก่อนที่จะได้ชื่นชมความสวยงามของมันเขาควรตกใจกับความผิดปกติพวกนี้ก่อน

            “เกล็ดเกล็ดเราหลุดเหรอ!”

            “ใช่ มันหลุดออกมาสองชิ้นแล้ว จะเป็นอะไรไหม”

            “ไม่นะเกล็ดเราไม่ ฮือ ไม่ เรากำลังจะตาย”

            ท่าทางที่ดูวิตกกังวลที่แสดงออกมายิ่งทำให้เซฮุนตกใจตามไปด้วย ตอนนี้ร่างกายของอีกคนเหมือนพวกปลาในน้ำที่เวลามันใกล้จะตายตัวก็จะแข็ง หลังจากนั้นเกล็ดก็จะหลุด หลังจากเกล็ดหลุดแล้วมันก็..จะเน่า ไม่ได้นะ

            “เธอจะเน่าไหม ฉันต้องทำยังไง ออกซิเจนเหรอ ต้องใส่ออกซิเจนเหมือนในตู้ปลาไหม”

            “ไม่ ที่มนุษย์พูดคืออะไร?” ร่างเล็กทำหน้างง

            “ไม่รู้จักเหรอ”

            “............” คนที่อยู่ในอ่างเอาแต่ส่ายหน้าไปมา

            “หรือว่า จะไปหาหมอแบบ สัตว์แพทย์อะไรทำนองนี้”

            “ขอเวลาเราสักพัก อย่ารบกวนเรา แล้วเราจะบอกมนุษย์เอง”

 

            ตู้ม!!

            ไม่ทันที่เซฮุนจะได้หายสงสัย ร่างทั้งร่างที่ตอนแรกดูเหมือนว่าจะหมดแรงจนใกล้ๆจะตายก็ด่ำดิ่งลงไปในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ภายในห้องน้ำ จนน้ำที่ปริ่มล้นขึ้นมาจนมิดหัวหลังจากนั้นเงือกน้อยก็ไม่โผล่พ้นออกมาเหนือน้ำอีกเลย

            เซฮุนเองก็งง แต่ก็พยายามนั่งรอจนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงเงือกน้อยก็ไม่มีวี่แววว่าจะโผล่ขึ้นมาหาเขา จนเซฮุนถอดใจปล่อยให้อีกคนด่ำดิ่งลงไปในน้ำตามแต่ใจที่เขาอยากจะทำ ส่วนตัวเขาเองที่เจอเรื่องวุ่นวายมาทั้งเย็นแล้ว ก็ได้แต่พาตัวเองเดินออกมาจากห้องน้ำ

            เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดคลุมอาบน้ำสีขาวแขนยาวแล้วเดินไปที่หน้ากระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง ยืนจ้องมองสภาพตัวเองตอนนี้ ไม่ต่างอะไรจากพวกโจรเลยสักนิด ขอบตาก็ดำคล้ำเหมือนคนไม่ได้นอนมาเป็นอาทิตย์ๆ ไหนจะหนวดที่เริ่มยาวขึ้นมาอีก 

            สมแล้วที่จงแดมันจะด่า...

            “จงแด...ชิบหายลืมจงแดไว้ที่ทะเลนี่หว่า”

            มือหนายกขึ้นทึ้งหัวตัวเองแรงๆ หลังจากที่เพิ่งนึกออกมาว่าเขาเผลอทิ้งเพื่อนเอาไว้ที่ทะเลนั่น ไม่ได้นึกเอะใจเลยสักนิดว่ามาพร้อมกับมัน ก็บอกแล้วไงว่าสติเซฮุนหลุดไปตั้งแต่เจอเงือกน้อยตัวนี้แล้ว

           

            “ฮัลโหลจงแด...”

            [ไม่ต้องเลยมึงลืมกูเซฮุนก็เกลียดมึง! พรุ่งนี้กูมีบินมึงจะทิ้งกูแบบนี้ไม่ได้นะ ให้ตายเถอะ มึงปรับทุกข์อิท่าไหนวะ ทำไมลืมกูได้]

            หลังจากที่ตั้งใจจะโทรไปถามเพื่อนที่ถูกลืมว่าตอนนี้เป็นยังไงบ้าง แต่ไม่ทันที่เซฮุนจะพูดแก้ตัวอะไรออกไป ประโยคอันยาวยืดจากปลายสายก็ถูกพ่นออกมาจนเซฮุนพูดแทบไม่ทัน ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเขาผิด รู้แล้ว

            “ขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจทิ้งแก”

            [ขอโทษแล้วมึงจะตีรถกลับมารับกูไหมล่ะ ไม่น่าเลย กูโดนไล่ออกจากงานกูจะโทษมึงเซฮุนกูจะแช่งให้มึงไม่มีเมียตลอดชีวิต]

 

          “มนุษย์!!! มนุษย์อยู่ไหน!!!”

         

            [เสียงใครวะเซฮุน ซ่อนใครไว้!]

            ตายโหงแล้วไง ไม่ทันที่เซฮุนจะได้แก้ตัวอะไรจริงๆจังๆ เสียงแหลมๆของสัตว์ประหลาดที่นอนอยู่ในอ่างน้ำสุดหรูของเขาก็ตะโกนร้องเรียกดังขึ้น จนเซฮุนถึงกับปวดหัวนี่ก็เพื่อน นั่นก็ใครก็ไม่รู้ แล้วมันเป็นเวรเป็นกรรมอะไรของเขาที่ต้องมาเจอเรื่องพวกนี้ด้วยวะเนี่ย

            “ทีวี ไม่มีอะไรหรอก

           

          “มนุษย์!!!!!!! จะทิ้งเราไม่ได้นะ ฮืออ”

 

            [เมียใหม่เหรอ อ๋อ ทิ้งเพื่อนใช่ไหม นี่ทิ้งไว้ที่หาดคงจะเจอผู้หญิงฝรั่งแถวนั้นแล้วรีบพากลับห้องเลยใช่ไหม โกรธร้อยปีอย่ามาดีร้อยชาติ ลืมเพื่อนได้ลืมไป ต่อไปนี้กูจะงอนมึง จำไว้เซฮุน กูโกรธมึงที่มึงทิ้งกู จำไว้!!]

            ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด...

            สิ้นสุดการพ่นคำด่าจงแดก็เป็นฝ่ายตัดสายทิ้งไปเอง จริงๆนิสัยมันก็แบบนี้แหละ ขี้งอนเหมือนผู้หญิง อะไรไม่ได้ดั่งใจก็งอนไว้ก่อน แต่เดี๋ยวพรุ่งนี้มันก็ดี โกรธง่ายแต่หายเร็วคือมันเลย

            “มาแล้ว..”

            หลังจากที่วางสายจากจงแดไป ภารกิจต่อมาคือเขาต้องเข้ามาดูแลเงือกน้อยสุดแสนประหลาดที่ร้องเรียกหาเขาจนดังลั่นไปทั่วทั้งห้อง พอเปิดประตูเข้ามาเท่านั้นแหละ มันเหมือนมีแสงสว่างเปล่งประกายเป็นออร่าออกมาจากตัวของเงือกตนนี้

            ทั้งใบหน้าที่ขึ้นสี แก้มกลมกลึงน่าบีบนั่นอีก ไหนจะปากสีชมพูน่ารักๆนั่น ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเงือก ไม่สิ...เหมือนนางในเทพนิยายเรื่องไหนสักเรื่องที่เขาเคยอ่านเจอ เพียงชั่วพริบตาเท่านั้นเซฮุนก็มิอาจละสายตาไปจากเงือกน้อยตัวนี้ได้

            “มนุษย์ไปไหนมา” สองแขนเล็กที่เปลือยเปล่าจะมีก็เพียงผมสีทองที่ยาวสลวยสยายอยู่เต็มหัวไหล่ของเขา ในขณะเดียวกัน แพขนตาที่กระพริบลงถี่ๆมันเหมือนเป็นไม้ตายขั้นสุดท้ายที่ทำให้เซฮุนเลือกที่จะเดินเข้าไปหาจนได้

            “ไปเปลี่ยนเสื้อผ้ามา..ด..ดีขึ้นแล้วเหรอ”

            “อื้อ ไม่หมดแรงแล้ว”

            “งั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นก็ดี ถึงเวลาที่เธอจะเล่าให้ฉันฟังแล้วว่าเธอเป็นใคร มาจากไหน และที่สำคัญเลยคือ เธอเป็นสัตว์อะไรกันแน่”

            คำพูดคาดคั้นของเซฮุนทำเอาร่างเล็กถึงกับผงะเพียงเพราะว่าเขาฟังไม่ทัน และบางคำถามก็ไม่ได้เข้าใจอะไรลึกซึ้งขนาดนั้น พอรู้แค่คร่าวๆ แต่จะให้ตอบทั้งหมด เงือกน้อยขอบอกว่าเขาไม่เข้าใจคำถามทั้งหมดที่พูดมาเลยสักนิด

            “เราเป็นเงือก เงือก รู้จักไหม?”

            “ไม่รู้ แต่เคยได้ยินและไม่คิดว่ามีจริงจนกระทั่งมาเจอเธอ”

            “นี่มนุษย์ตัวโต เราจะบอกไว้เลยนะ ว่าเธอมันใช้เรียกเพศเมียไม่ใช่เหรอ แล้วไฉนมนุษย์ถึงเอาแต่เรียกเราว่าเธอๆๆ อยู่ได้ ในเมื่อเราเป็นเพศผู้”

            “ห๊ะ เพศผู้?” เซฮุนถึงกับรีบทรุดตัวลงนั่งข้างๆกับขอบอ่างจากุชชี่แล้วจ้องเข้าไปใกล้ๆใบหน้าหวานมากขึ้นไปอีก

            เพศผู้....บ้าน่า นางเงือกไม่ได้มีแค่ตัวเมียหรอกเหรอ

            “ถูกต้อง ในฝูงเงือกของเราแบ่งออกเป็นสองแบบ คือเงือกหนุ่มกับเงือกสาว เราคือเงือกหนุ่มร่างกำยำที่พ่อเราบอกเรามาตั้งแต่เด็กๆ ว่าถ้าหากเราโตขึ้น เราจะต้องเป็นเงือกหนุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดในมหาสมุทรนี้ให้ได้”

            “ฮ่ะๆ”

            “ขำอะไรมนุษย์!”

            หลังจากที่เงือกน้อยที่อ้างตัวว่าเป็นเพศผู้พูดจบ เซฮุนถึงกับหลุดขำออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ นี่น่ะเหรอกำยำแล้ว ไม่อยากจะบอกว่าแขนสองข้างของนายมัดรวมกันยังไม่ได้ครึ่งนึงของแขนฉันเลย

            “เปล่าๆ เล่าต่อสิ”

            “คืออย่างนี้นะมนุษย์ เรามีพ่อ แม่ พี่น้องเป็นฝูงเลยแต่พวกเขาตอนนี้....น่าจะตายหมดแล้ว”

            ใบหน้าที่ดูเศร้าหมองดูเหมือนจะร้องไห้ พร้อมกับเปลือกตาที่หลุบมองต่ำลงไปที่พื้นข้างๆขอบอ่างทันทีที่พูดถึงเรื่องครอบครัว มันอาจจะดูโหดร้ายไปสักนิดแต่มันก็ไม่ควรจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ตัวเขานั้นอาศัยอยู่รอบๆชายหาดแห่งนั้นมานานนับร้อยปีตั้งแต่บรรพบุรุษจนกระทั่งหลังๆมานี้ พวกชาวประมงเริ่มรู้ว่านางเงือกมีอยู่จริง คนพวกนั้นก็พยายามไล่ล่าเรา

            ไม่เพียงเท่านั้น ศัตรูของเราไม่ได้มีเพียงแค่มนุษย์ แต่กลับมีพวกฉลามพวกนั้นที่คอยจะกัดเราเพียงเพราะว่าเราเหมือนมนุษย์มีเลือด มีเนื้อ แต่หารู้ไม่ว่าเราก็มีส่วนหนึ่งที่เป็นสัตว์เหมือนกันกับพวกเขา

            “ถ้าอย่างนั้น เราสงสัยอยู่อย่างนึง นายรู้ภาษามนุษย์ได้ยังไง นายเข้าใจที่ฉันพูดทุกอย่าง ยิ่งไปกว่านั้นคือนายตอบโต้ฉันได้อย่างไม่ติดขัดเลย นายไปเรียนรู้มาจากไหน”

            “ผู้เฒ่าสอน...”

            “ผู้เฒ่าเต่าในดราก้อนบอลอะนะ เห้ยมีตัวตนจริงๆเหรอ โคตรชอบเลย”

            “ห๊ะ อะไรของมนุษย์ ผู้เฒ่าก็คือผู้เฒ่าไง เขาเป็นชายแก่ๆที่อยู่หมู่บ้านแถวๆนั้น เขาเป็นเพียงคนเดียวที่รู้ว่าพวกเรามีตัวตน ตั้งแต่เด็กๆ ผู้เฒ่าคนนั้นจะแวะเวียนมาพูดคุยกับเราทุกวันๆ จนเราซึมซับภาษามนุษย์ได้ด้วยตนเอง เวลามีมนุษย์มาล่า เราจะได้รู้แล้วหนีทันไงล่ะ”

            “เก่งมาก สุดยอดแล้วอย่างนี้นายจะ...”

            “จะอะไร?” เงือกน้อยมองตามสายตาของมนุษย์เรื่อยลงไปจนรับรู้ได้ว่าตอนนี้อีกคนกำลังจับจ้องมาที่หางของเขาที่กำลังสะบัดพริ้วไหวอยู่ในน้ำราวกับปลาหางนกยูงแสนสวยอะไรทำนองนั้น

            “นายจะมีหางแบบนี้ตลอดไปเลยเหรอ แล้ว..นายจะกลับไปในทะเลอีกไหม ถ้าต้องกลับฉันพานายกลับไปได้นะ”

            “.....ทะเลเหรอ” ใบหน้าหวานเศร้าหมองลงไปอีกเมื่อนึกถึงถิ่นที่อยู่ของตนตอนนี้มันถูกคุกคามด้วยสัตว์ร้ายพวกนั้นเต็มไปหมด เป็นเช่นนี้แล้วจะให้เขาอาศัยอยู่ในนั้นได้อย่างไรกัน

            “นายอยู่ที่นี่ตลอดไปไม่ได้นะ ฉันไม่รู้วิธีการดูแลนาย ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น นี่มันที่ของมนุษย์ ในเมื่อนายบอกว่านายไม่ใช่ เพราะฉะนั้นนายก็ไม่เหมาะที่จะอยู่ที่นี่”

            “แต่ว่าเราชอบที่นี่แล้ว...”

            “ว่าไงนะ” เซฮุนนึกแปลกใจในคำพูดของอีกฝ่าย แค่เพียงไม่กี่ชั่วโมงมันจะทำให้เงือกตนนี้ชอบที่นี่ได้อย่างนั้นเหรอ นี่มันคอนโดไม่ใช่อควอเรียมที่จะมีพื้นที่น้ำแหวกว่ายได้อย่างอิสระ ไม่เลยที่นี่มันคอนโด คอนโดที่ไม่เหมาะสำหรับการเลี้ยงสัตว์ทุกชนิด

            “อีกแปดวัน..เราจะเป็นมนุษย์

            “หมายความว่ายังไง ฉันไม่เข้าใจ”

            “ความเชื่อของเราบอกไว้ว่าหากเราอาศัยอยู่บนบกเป็นเวลานานกว่า วันร่างกายของเราจะแปรสภาพเปลี่ยนไปตามสิ่งแวดล้อม ในเมื่อเราอยู่ที่นี่เราก็จะเป็นเหมือนมนุษย์ เราไม่ต้องพึ่งน้ำหล่อเลี้ยงร่างกายเรา เราไม่ต้องอยู่แต่ในน้ำ แต่เราสามารถเป็นเหมือนมนุษย์ได้”

            “เป็นแบบมนุษย์ได้ในที่นี้คือ?”

            “คือเดินได้ กินได้แค่บางอย่าง แล้วก็...มีเพศสัมพันธ์อย่างมนุษย์ได้

            “จริงเหรอ

            ไม่รู้ว่าในหัวของเซฮุนตอนนี้กำลังคิดเรื่องอะไรอยู่ ระหว่างเรื่องที่ตื่นเต้นกับความมหัศจรรย์ของเงือกตัวนี้ หรือว่าประโยคสุดท้าย..ที่ว่าเงือกตนนี้สามารถเป็นมนุษย์ที่มีเพศสัมพันธ์กับมนุษย์ทั่วไปได้

            “หากแต่ว่า..เอ๋..มนุษย์ดีใจเหรอที่เรามีเพศสัมพันธ์กับมนุษย์ได้?”

            “ป..เปล่า ไม่ได้คิดอะไรเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว พูดต่อสิ” เซฮุนไม่ได้คิดจริงๆเขาสาบาน

            “อีกสิ่งหนึ่งที่เราจะบอกมนุษย์ก็คือ...เราอายุมากกว่ามนุษย์ 70 ปี เพราะงั้นที่ใบหน้าเราอ่อนเยาว์ได้แบบนี้เพราะเรากินสาหร่าย เราขาดสาหร่ายไม่ได้ ถ้าเราไม่กินเราจะแก่เป็นเหมือนผู้เฒ่า ฉะนั้นต่อแต่นี้ไปอีกแปดวันมนุษย์ต้องเลี้ยงเรา มนุษย์ต้องหาสาหร่ายมาให้เราเยอะๆ มนุษย์ต้องยกอ่างนี้ให้เรา เข้าใจไหม”

            “แล้วทำไมไม่ลงทะเลไปไม่ง่ายกว่าเหรอ...” เหมือนจะบ่นพึมพำแต่เซฮุนกลับลืมว่าเขาดันเผลอพูดมันออกไปแล้ว

            “ไม่เราลงไปตอนนี้ไม่ได้ มันอันตรายเราอาจจะถูกฉลามรุมฉีกเนื้อเราทิ้งเป็นชิ้นๆ เพราะงั้นเราจะอยู่ที่นี่ จนกว่าร่างกายเราจะเหมือนมนุษย์ เราอยากรู้ว่าเราจะเป็นยังไง และมนุษย์ตัวโตต้องช่วยเรา”

            “เกี่ยวอะไรกัน?”

            “มนุษย์คือคนสำคัญของเรานะ มนุษย์ช่วยเราเอาไว้ หากแต่ว่าถ้ามนุษย์ใจดีกับเรา เราอาจจะให้สิ่งที่มนุษย์ต้องการตอบแทนกลับไป”

            “สิ่งที่ฉันต้องการงั้นเหรอ?”

            “อือ ให้หมดเลย”

            “เป็นเงือก พูดแล้วห้ามคืนคำนะ”

            “อือ เราสาบานเราโกหกใครไม่ได้หรอก เราให้มนุษย์หมดเลย แต่มนุษย์ต้องทำให้เราเป็นคนให้ได้นะ”

            “ไม่เห็นจะยากเลย”

            ไม่ยากเลยสักนิด เป็นคนแล้วหลังจากนั้นฉันจะทำให้นายรู้เองว่าการเป็นเมียมนุษย์มันรู้สึกยังไง...


----------------


#ชวินเมอเมด ตอนที่ 2

            ไม่รู้เหมือนกันว่าชีวิตของผมมันพลิกผันไปขนาดนี้ได้อย่างไร เมื่อเช้าผมยังเฮิร์ทเรื่องเพนนีอยู่เลยพอตกเย็นผมกลับเจอสัตว์ประหลาดที่แทนตัวเองว่า เงือกจนมาถึงตอนนี้เวลาเที่ยงคืนที่ผมต้องพาตัวเองมาที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อที่จะตุนเสบียงในรอบปีเลยก็ว่าได้

            ตั้งแต่ที่ลาออกมา ผมใช้ชีวิตล่องลอยไปวันๆอาศัยเงินที่บ้านหนุนหลังอยู่แต่ก็ไม่มากเท่าไหร่นักเพราะว่าผมทำงานฟรีแลนซ์ก็รับแปลงานบ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำจริงจังอะไรเพราะว่าไม่มีกะจิตกะใจที่จะทำอะไร แค่ผมไม่คิดค่าตัวตายผมก็นึกขอบคุณตัวเองเหลือเกินแล้ว

 

            สาหร่ายน่ะ จำเป็นต้องเป็นสาหร่ายสดจากทะเลไหม?’

          ‘มันหายากไหม ถ้ายากก็ไม่ต้องสดก็ได้

          ‘รู้ได้ไงว่ากินแบบอื่นได้ เคยกินแบบแห้งเหรอ

          ‘มันแห้งเหรอ งั้นเดี๋ยวแช่น้ำให้เราด้วยนะ

 

            ด็อกเตอร์หนุ่มเดินเข็นรถเข็นเข้าไปในโซนขนมขบเคี้ยวที่น่าจะมีสิ่งที่เขากำลังตามหาอยู่ เวลานี้มันก็ดึกมากแล้วทั้งแผนกแทบไม่หลงเหลือใครอยู่เลยสักคน เอาง่ายๆเลยคือทั้งซุปเปอร์มาร์เก็ตนี่น่าจะมีแค่เขากับแคชเชียร์อยู่กันสองคนก็ว่าได้

            “เอาไปแค่นี้ก็หวังว่าน่าจะพอนะ” เซฮุนหยิบซองสาหร่ายหลากหลายรสลงมาทั้งชั้นก่อนที่ทั้งรถเข็นจะเต็มไปด้วยสาหร่ายนับสิบๆซองที่เซฮุนต้องซื้อไปเลี้ยงตัวประหลาดที่ห้องของเขา

           

            มนุษย์กินน้ำจืดหรือน้ำเค็ม?’

          ‘จืด ทำไม?’

          ‘หาน้ำเค็มให้เราด้วยนะ เรากินน้ำจืดไม่ได้

          ‘ห๊ะ แล้วจะหาจากไหนอะ ต้องไปตักที่ทะเลไหมหรือว่าไง

          ‘อะไรก็ได้ที่ทำให้น้ำเค็มอะ กินได้หมด

 

            “อะไรก็ได้ที่ว่างั้นก็เอาที่คนกินได้ละกัน...เกลือแร่สักสองกล่อง” เซฮุนตัดสินใจเลือกเป็นเกลือแร่กลับไป ทั้งๆที่ก็รู้ว่ากินมากมันก็ไม่ได้ดีต่อร่างกายนัก แต่เงือกไม่ใช่คนก็น่าจะไม่เป็นอะไรในเมื่ออยู่ในทะเลมาทั้งชีวิตแล้ว กินเค็มเพราะเกลือแร่ไปก่อนคงจะไม่เป็นอะไร

            เมื่อเสาะหาวัตถุดิบเพื่อเอาไว้เลี้ยงเงือกตัวน้อยของเขาครบแล้ว ก่อนกลับเซฮุนก็ตัดสินใจเดินเลือกซื้อมีดโกนอันใหม่แล้วก็ของใช้ส่วนตัวอีกนิดหน่อยเพราะตอนนี้ทั้งห้องของเซฮุนแทบไม่มีอะไรที่ใช้ได้เลย

            ก็บอกแล้วไงว่าอกหักครั้งนี้มันสาหัสจริงๆ มีชีวิตอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ก็บุญแล้ว

           

            เซฮุนกลับเข้ามาในห้องของตนในช่วงเวลาราวๆตีหนึ่งพร้อมกับของสดของแห้งที่เขาหอบพะรุงพะรังเข้ามา เมื่อกลับมาถึงสิ่งแรกที่เซฮุนทำคือเดินเข้าไปดูเงือกน้อยที่นอนแช่น้ำอยู่ในอ่างอาบน้ำของเขา

            หลังจากที่โดนยึดอาณานิคมไปเซฮุนก็ยังไม่รู้เลยว่าวันนี้เขาจะอาบน้ำที่ไหนดี แต่ทว่าอีกเรื่องที่ทำให้เขานั้นกังวลใจไม่แพ้กันนั่นก็คือเงือกตัวนี้จะแช่อยู่แค่ในน้ำจริงๆเหรอ ตัวไม่เปื่อยแย่หรือไงกัน

            “มนุษย์กลับมาแล้ว

            เสียงหวานที่เอ่ยเรียกผู้ชายตัวสูงที่บอกว่าจะออกไปข้างนอกดังขึ้น ดูเหมือนว่าร่างน้อยจะไม่ได้หลับเหมือนกับมนุษย์เพราะว่าทันทีที่เซฮุนเดินเข้ามาในห้องน้ำได้ สองแขนที่เล็กกว่าเขาก็เอาแต่เท้าขอบอ่างจ้องมองแต่ประตูทางเข้าตาแป๋ว

            “จะขึ้นจากน้ำไหม ถ้าขึ้นจะได้อุ้ม”

            “ม..มะ ไม่ขึ้น ไม่ต้องอุ้ม!”

            “จะกินอะไรไหม ฉันซื้อของกินมาให้แต่ไม่รู้ว่ากินอะไรได้บ้าง”

            “ไม่ได้ เรากินตอนนี้ไม่ได้” สีหน้าที่ดูสลดใจเมื่อพูดถึงอาหารในช่วงเวลานี้

            “ทำไมล่ะ?”

            ถามว่าเงือกตัวนี้เรื่องมากไหมก็เรื่องมากอยู่ ถ้าเทียบกับคนที่เซฮุนเคยอยู่ด้วยแล้ว แต่ใจเขาใจเราถ้าเป็นเราไปอยู่ในที่ที่เขาเคยอยู่ เราก็คงอยากรู้อยากเห็นไปซะทุกเรื่อง เช่นกันเวลาเขามาอยู่ในโลกของเราเขาก็ย่อมไม่ค่อยประสีประสาเรื่องราวของพวกมนุษย์สักเท่าไหร่หรอก

            “ปกติเราจะไม่กินตอนมืดๆ เพราะมืดแล้วเราจะหาที่พัก”

            “คือยังไง?”

            “ถ้ากินตอนมืดท้องจะอืด เพราะปกติจะกินกลางวันแต่ถ้ามนุษย์ซื้อให้เรา เราก็จะกิน”

            มือน้อยๆยื่นออกมาหาเซฮุนเพื่อหวังที่จะรับเอาสาหร่ายที่มนุษย์ตัวโตอุตส่าห์ใจดีไปหามาให้ แต่ดูเหมือนว่าเซฮุนจะเริ่มเข้าใจความหมายที่อีกคนต้องการที่จะบอกเขาแล้ว มือที่ถือถุงส่าหร่ายอยู่ในตอนแรกจึงรีบชักกลับไปซ่อนไว้ที่ด้านหลังทันที

            “คืองดอาหารตอนกลางคืน ไม่งั้นจะท้องอืด เลยกินได้แค่ตอนกลางวันเข้าใจถูกใช่ไหม”

            “อ่า นั่นแหละๆ”

            “แล้วคืนนี้จะนอนยังไง ฉันต้องนอนนะ นายจะไม่นอนเหรอ?” เซฮุนตั้งใจว่าพอให้อาหารเสร็จทำทุกอย่างเสร็จแล้วจะเข้านอนเลย ส่วนเรื่องอาบน้ำเซฮุนคงไม่ได้อาบแน่ๆ เพราะตอนนี้เขาโดนเงือกน้อยยึดห้องน้ำไปเป็นที่เรียบร้อย

            “ไม่นอน ปกติเราไม่นอนนะก็ว่ายๆไปเรื่อยๆ แต่ถ้าอยากพักเราจะว่ายไปใกล้ๆโขดหินแล้วค่อยๆพักสายตาตรงนั้น แต่ก็ไม่นานหรอกเดี๋ยวเราก็ว่ายๆไปต่อแต่เรามาอยู่ที่นี่กับมนุษย์มันไม่มีที่ให้เราว่ายได้เลย ได้แค่ขยับๆอยู่ในอ่าง อึดอัด”

            “แล้วจะทำยังไงอะ อ่างนี่ก็ใหญ่แล้วนะ...หรือจะขึ้นไปนอนบนเตียงด้วยกัน?”

            เซฮุนชี้ไปที่เตียงของเขาที่ใช้สำหรับนอนทุกคืน

            “นั่นเรียกเตียงเหรอ?”

            “ใช่เตียง แล้วนี่เรียกว่าห้องน้ำเอาไว้อาบน้ำ ตรงที่มีเตียงเรียกห้องนอน ส่วนข้างนอกเรียกว่าห้องนั่งเล่นเอาไว้ดูทีวี ทีวีคืออะไรเดี๋ยวบอก แล้วก็ทั้งหมดนี่เรียกว่าห้อง ห้องแบบนี้เรียกว่าคอนโด เข้าใจใช่ไหม?” คิดอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายต้องไม่รู้แน่ๆว่าที่นี่เขาเรียกว่าอะไรกัน เซฮุนเลยตัดสินใจอธิบายให้ฟังอย่างเสร็จสรรพ

            “.............”

            “เงียบคือไม่เข้าใจ?”

            “อือ”

            เงือกอย่างเขาไม่ได้ฉลาดขนาดที่จะจำสิ่งที่มนุษย์พูดออกมาได้หมดหรอกนะ จำได้แค่ว่านั่นเตียง นี่อ่าง แล้วทั้งหมดเรียกว่าห้องแค่นั้นเอง

            “อยู่ไปนานๆเดี๋ยวก็เข้าใจเองนั่นแหละ”

            เซฮุนที่ทิ้งตัวนั่งลงข้างๆอ่าง ยกมือขึ้นลูบหัวเงือกน้อยที่วางคางไว้บนท่อนแขนของตัวเองตรงขอบอ่างด้วยความเอ็นดู ยิ่งได้จ้องมองสายตาที่ดูใสซื่อเซฮุนยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองหลงเข้าไปอยู่ในโลกของเงือกตัวนี้ไปแล้ว

            มันมีแต่ความใสซื่อ ไร้เดียงสา และน่าค้นหาในเวลาเดียวกัน

            “มนุษย์จะให้เราอยู่ที่นี่ไปนานๆได้ใช่ไหม?”

            “เอ่อ..”

            เซฮุนเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองเผลอพูดบางอย่างออกไปโดยไม่รู้ตัว จริงๆจะถามว่าอยู่ที่นี่ตลอดไปได้ไหมเซฮุนก็บอกไม่ได้ เพราะว่าตัวเองก็ไม่ได้มั่นคงอะไรนัก ขนาดที่ว่าจะไปรับเลี้ยงใครอีกคนก็ดูจะเหลือบ่ากว่าแรงไปหน่อย

            แต่ถ้าจะให้เขาเอาเงือกกำพร้าพ่อแม่ตัวนี้ไปปล่อยทะเลเซฮุนก็ทำใจไม่ได้ ถ้าเอาไปปล่อยแล้วจะอยู่ยังไง จะรอดจากอันตรายจากพวกฉลามไหมเซฮุนก็กังวลเรื่องนี้เหมือนกัน

            “ถ้าไม่อยากให้อยู่ก็ไม่เป็นไรนะ แค่ขอลองสัมผัสชีวิตมนุษย์วันเดียวก็พอแล้วหลังจากนั้นเราก็จะไป...” สีหน้าของเงือกตัวน้อยยามที่ปากเล็กขยับพูดไปมาช่างดูน่าเศร้าใจเหลือเกิน จริงๆทุกคนก็มีความฝัน และความฝันของการเป็นมนุษย์คือความฝันของเงือกน้อยอย่างหนึ่งเหมือนกัน

            “ไม่ใช่อย่างนั้น...คือ” เซฮุนกำลังจะอธิบายบางสิ่งบางอย่างออกไปแต่ดูเหมือนว่าร่างเล็กจะขัดขึ้นมาเสียก่อน

            “มีเรื่องทุกข์ใจใช่ไหม”

            “รู้ได้ไง?”

            “มองตามนุษย์ก็รู้แล้ว” เสียงเล็กชวนให้น่าฟัง เหมือนเป็นการเปิดประตูหัวใจของเซฮุนที่ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่ค่อยมีใครพร้อมที่จะเปิดใจรับฟังเรื่องของเขาสักคน แม้แต่จงแดเองที่ปากก็บอกว่าฟังแต่คำปรึกษาของมันกลับไม่ได้ช่วยอะไรเขาเลยสักนิด

            “ก็มีเรื่องให้คิดมาปีนึงแล้ว”

            “เล่าให้ฟังได้ไหม คืนนี้เราไม่นอนหรอกหรือว่ามนุษย์จะนอน ถ้ามนุษย์จะนอนเราจะไม่รบกวนก็ได้”

            “ไม่เป็นไร ปกติก็ไม่ค่อยได้นอนอยู่แล้ว”

            ตั้งแต่เลิกกับเพนนีมา เซฮุนไม่เคยเข้านอนตรงเวลาเลยสักวัน จากอาจารย์ที่ระเบียบจัดมีวินัยต่อตนเองตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียนหรือว่าเรื่องไหนก็ตามเซฮุนไม่เคยเลยที่จะออกนอกกรอบแต่ตั้งแต่ที่เขาเลิกกับเธอเซฮุนไม่ค่อยสนใจสิ่งรอบข้างสักเท่าไหร่

            ตัวเองจะกินเมื่อไหร่ นอนเมื่อไหร่ก็ไม่เคยสนใจ นั่นจึงเป็นเหตุให้ร่างกายของเขาเสื่อมโทรมมาจนถึงทุกวันนี้

            “งั้นเล่า ขอคำที่เข้าใจง่ายๆนะเราฟังไม่รู้เรื่องเท่าไหร่แต่จะพยายามเข้าใจก็แล้วกัน”

            เซฮุนเงียบไปสักพักก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองคนตัวเล็กที่นอนสะบัดหางอยู่ในอ่าง จะว่าแปลกๆมันก็แปลก เกิดมาไม่เคยต้องมานั่งคุยกับตัวประหลาดแบบนี้แต่ดูเหมือนว่าตัวประหลาดตัวนี้จะน่ารักจนเซฮุนลืมไปเลยว่าเราสองคนไม่เหมือนกัน

            “เมื่อหนึ่งปีก่อน.. ฉันเพิ่งโดนแฟนบอกเลิก”

            “เดี๋ยวมนุษย์! แฟนคือ?” ไม่ทันเริ่มเรื่องเงือกน้อยก็รีบพักเบรคเซฮุนกะทันหันซะแล้ว

            “คนรัก แบบผู้ชาย..ไม่สิ เพศผู้กับเพศเมียมีความรู้สึกดีๆต่อกันอะเข้าใจไหม”

            “เหมือนที่เรามีความรู้สึกดีๆกับมนุษย์ใช่ไหม?”

            ร่างสูงถึงกับชะงักไปกับคำพูดของอีกคนทั้งๆที่ตนพยายามเปรียบเปรยให้ฟังแต่ก็ไม่คิดว่าเงือกน้อยจะพูดออกมาตรงๆว่าเริ่มรู้สึกดีกับเขาทั้งๆที่เราก็เพิ่งเจอกัน เล่นเอาทั้งใบหน้าของชายหนุ่มรู้สึกร้อนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก จะว่าเขินก็เขินแต่เขาก็พยายามคิดว่าทุกคำพูดล้วนมาจากความซื่อของเงือกน้อยทั้งนั้น

            “มากกว่านั้น แฟนกันก็ต้องรักกัน รู้สึกมากกว่าเพื่อนทั่วไป แสดงความรักต่อกันเช่น กอด จูบ หรือว่ามีเพศสัมพันธ์กัน..อันหลังก็แล้วแต่คนนะ ไม่ใช่ว่าเป็นแฟนกันแล้วจะมีเพศสัมพันธ์กันทุกคน”

            “อ่อ เข้าใจแล้ว ต่อสิ”

            ใบหน้าเล็กพยักหน้าขึ้นลงแล้วตั้งใจฟังเรื่องเล่าของคุณมนุษย์ต่อ

            “ฉันรักเธอมาก รักจนอยากใช้ชีวิตร่วมกันกับเธอ อยากมีตัวน้อยด้วยกันสักคน มีบ้านสักหลังเวลาวันหยุดเราก็ไปเที่ยวด้วยกันสามคน พ่อ แม่ ลูก แต่ทุกอย่างมันก็จบลงเพราะว่าเธอมีคนอื่น”

            “............” เงือกน้อยทำหน้างง

            “ไปรักคนอื่นน่ะ เข้าใจใช่ไหม

            “มนุษย์หมายถึง เขาแบ่งความรักไปให้คนอื่นเหรอ”

            “อื้อ ไม่ได้แบ่งหรอก เขาเอาความรักที่ให้ฉันไปให้คนอื่นหมดเลย”

            “อ่า...ไม่ดีเลย” สีหน้าและท่าทางของเงือกน้อยรู้สึกเศร้าไปตามคำบอกเล่าของคุณมนุษย์ เหตุใดผู้หญิงคนนั้นถึงใจร้ายได้ขนาดนี้ มนุษย์ทำอะไรผิดเหรอ ทำไมต้องเอาความรักไปให้คนอื่นด้วย

            “ทุกวันนี้ฉันยังคิดถึงเขาอยู่เลย ไม่ว่าจะกิน จะนอน ฉันก็ยังคิดถึงเธอจนกระทั่งมาเจอนาย นายทำให้ฉันคิดได้ว่าถ้าสักวันหนึ่งฉันลืมเขาได้มันจะเป็นยังไง ฉันจะได้ความสุขคืนมาไหม เหมือนนายไงที่ถ้าวันนึงได้เป็นมนุษย์ขึ้นมา นายจะมีความสุขกว่าตอนที่เป็นเงือกไหม”

            “แล้วมนุษย์อยากรู้ไหม เหตุใดเราจึงอยากเป็นมนุษย์”

            “ทำไมล่ะ?”

            “เราอยากช่วยพ่อกับแม่เราได้เหมือนกับที่มนุษย์ช่วยเราจากสัตว์ร้าย..มันฆ่าพ่อกับแม่เรา มันฉีกเนื้อแม่เราออกเป็นชิ้นๆ...แต่เราช่วยอะไรไม่ได้เลย ทำได้แค่เพียงว่ายหนีเอาชีวิตรอดไปไกลๆ จนเราพลัดหลงกันจนกระทั่งเรามาเจอมนุษย์”

            น้ำเสียงที่สั่นเครือขณะที่เล่า แววตาที่ฉายความน่าสงสารออกมาเซฮุนก็เพิ่งเข้าใจว่าทำไมเหตุผลที่อีกคนอยากจะเป็นมนุษย์มากนัก ใจจริงๆการเป็นมนุษย์ก็ไม่ได้มีความสุขขนาดนั้นหรอก

            “แต่ถ้าฉันเลือกได้ ฉันขอเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในน้ำแบบนายดีกว่าไม่ต้องมาสนใจโลกภายนอกว่าจะเป็นยังไง ไม่ต้องสนใจว่าอนาคตเราจะต้องเจออะไรบ้าง ไม่ต้องคอยกังวลว่าเราจะกินอิ่มนอนหลับไหม ฉันว่าชีวิตแบบนายมันน่าสนุกกว่าตั้งเยอะ”

            “มันไม่เหมือนกันหรอกมนุษย์ เราเกิดในทะเล เราอยู่กับมันเรารู้ดี มนุษย์เกิดบนโลก มนุษย์ย่อมรู้ดีว่าอะไรบนโลกนี้ที่ทำให้เป็นทุกข์ จริงๆแล้ว..โลกใบนี้มันมีมืดก็ต้องมีสว่าง จะให้มันสว่างตลอดไปไม่ได้หรอกนะ”

            “ช่างพูดจริงๆ” ไม่รู้ทำไม ยิ่งได้เล่าเรื่องของกันและกันให้ฟังยิ่งทำให้เซฮุนสบายใจเพราะอย่างน้อยมันก็ทำให้เขารู้ว่าบนโลกใบนี้ไม่ได้มีแค่เพียงเขาคนเดียวที่กำลังเผชิญกับปัญหาอยู่

            ยังมีใครอีกหลายๆคนที่ทุกข์กว่าเขา ดูอย่างเงือกตัวนี้สิ...ขนาดตอนที่เล่าเรื่องถึงแม้ว่าแววตาจะเคลือบไปด้วยน้ำตาที่พร้อมจะไหลลงมาทุกเมื่อแต่ริมฝีปากก็ยังคงซึ่งรอยยิ้มเอาไว้ มันเลยทำให้ทุกคำพูดของเงือกตัวนี้ดูน่าฟัง น่าค้นหา

            อะไรกันนะที่ให้เงือกตัวนี้มีทัศนคติที่ดีได้ขนาดนี้

            “ขอสาหร่ายให้เราด้วย” มือน้อยๆแบออกมาจนพ้นขอบอ่าง พร้อมกับสายตาที่จ้องมองห่อสาหร่ายบนพื้นห้องน้ำที่เซฮุนวางทิ้งเอาไว้

            พลันสายตาคมก้มมองตามก็นึกขำอยู่ในใจ ทำไมถึงทำตัวน่ารักได้ขนาดนี้ เซฮุนชักจะชอบสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ตัวนี้แล้วสิ

            “รู้ว่าแกะไม่เป็น อ้าปากสิ”

            โพรงปากแคบๆค่อยๆอ้าออก เสี้ยววินาทีหนึ่งที่เซฮุนเผลอมองไปที่ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูตรงหน้า ไหนจะไหล่ขาวเนียนที่ไร้ซึ่งอาภรณ์ปกปิดอยู่ หากจะถามว่าเขาหวั่นไหวมากแค่ไหนเขารู้สึกเหมือนเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เคยลิ้มลอง

            ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นนะ...หมายถึง เขาไม่เคยรู้สึกอะไรกับเพศเดียวกันมาก่อนต่างหาก

            “อ้ำ!”

            “อร่อยไหม มันเป็นสาหร่ายสดนายน่าจะชอบ พอดีเดินไปตรงที่เขาขายของสดแล้วเจอพอดีเหลือแค่สามห่อสุดท้ายเลยนะ เดี๋ยวแช่ตู้เย็นไว้ให้”

            “ตู้เย็นคือ?”

            “ตู้ที่มันเย็นอะ ไงดี คือมันทำให้สาหร่ายนายเย็นขึ้นก็แล้วกัน”

            “อ๋ออ ไม่รู้จักอะ ป้อนต่อสิมนุษย์”

            เซฮุนหัวเราะออกมาให้กับความใสซื่อของเงือกตัวน้อย หลังจากที่ได้เล่าเรื่องให้อีกคนฟังเซฮุนก็รู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก ไม่ใช่เพราะว่าลืมเรื่องที่ผ่านมาได้ แต่เขาแค่รู้สึกว่าการหาอะไรทำมันน่าจะช่วยเยี่ยวยาหัวใจเขาได้ขึ้นเยอะ

            เพราะการที่ต้องอยู่คนเดียว มันก็จะยิ่งทำให้ตัวเองคิดมาก พอคิดมากก็จะฟุ้งซ่านจนไม่อยากทำอะไรเลย

            “มนุษย์ควรจะนอนนะ” หลังจากที่ป้อนสาหร่ายให้เงือกน้อยจนหมดห่อ ร่างเล็กก็เอ่ยปากบอกให้อีกคนไปนอนซะ เพราะดูเหมือนว่าอีกไม่นานก็จะเช้าแล้วเขาเข้าใจอยู่ว่ามนุษย์ต้องกินต้องนอน ไม่เหมือนกับเขาที่ไม่ต้องนอนก็ยังได้

            “ไหนใครบอกว่าไม่กินสาหร่ายตอนกลางคืน เพราะท้องจะอืด”

            “เราว่ายน้ำหนีฉลามมาทั้งวัน เรายังไม่ได้กินอะไรเลย มนุษย์อย่าโกรธเรานะ”

            “หึ” เซฮุนไม่พูดอะไร เอาแต่ยิ้มๆแล้วลุกขึ้นเดินออกจากห้องน้ำไปโดยที่ทิ้งความสงสัยไว้ให้เงือกตัวน้อยที่เอาแต่มองตามแผ่นหลังกว้างตาละห้อย มนุษย์จะหนีเขาไปนอนจริงๆเหรอ แค่คิดก็ใจหายแล้ว ถ้ามนุษย์ไปนอนไกลๆแล้วเขาจะทำยังไง

            “มนุษย์นอนข้างๆอ่างเราไม่ได้เหรอ” เงือกน้อยถามด้วยความสงสัย

            “เตียงก็มี ต้องนอนบนนั้นสิ นอนตรงนี้ปวดหลังแย่”

            “อ้าวเหรอ งั้นเราก็ไม่เห็นมนุษย์น่ะสิ” ใบหน้าหวานดูเศร้าลงอีกครั้ง

            “เห็นสิ..นายจะได้เห็นหน้าฉันทั้งคืน ตราบใดที่ฉันยังนอนอยู่บนเตียงนั่น”

            ว่าแล้วเซฮุนก็เดินออกจากห้องน้ำไป พร้อมกับมือที่ดันเอาประตูห้องน้ำให้ไปชิดกับผนังจนมั่นใจว่าระดับสายตาของเงือกตอนนี้น่าจะมองเห็นเตียงของเขาเต็มๆตา

            โชคดีที่ว่าหัวเตียงของเซฮุนดันตรงกับทางเข้าห้องน้ำพอดี เวลาร่างสูงนอนเงือกน้อยก็จะได้มองเขาจากห้องน้ำได้ตลอดเวลา

            “ฝันดีนะมนุษย์ เช้าวันใหม่มาคุยกับเราอีกนะ เราชอบคุยกับมนุษย์”

            “คุยกับมนุษย์ทุกคนเลยเหรอ”

            หลังจากที่เซฮุนเดินหายเข้าไปในห้องนอนของตัวเองสักพัก ร่างสูงก็เดินกลับมาพร้อมกับกางเกงบ็อกเซอร์เพียงตัวเดียว เปลือยท่อนบนเอาไว้เพราะว่าตัวเองไม่ได้อาบน้ำ ก็เลยไม่อยากใส่เสื้อผ้ามากชิ้นให้มันดูอึดอัดไปมากกว่านี้

            แต่หารู้ไม่ว่าตนนั้นกำลังทำให้เงือกน้อยที่มั่นใจว่าร่างกายของตัวเองกำยำที่สุดถึงกับลอบกลืนน้ำลายเพราะว่าตัวเองไม่เคยเห็นเรือนร่างของใครใหญ่กว่าตัวเองขนาดนี้

            “นี่นาย!”

            “……”

            “นายฟังฉันอยู่หรือเปล่า?”

            “อ..อ่า..อะไรนะมนุษย์ มนุษย์ว่าอะไรนะ” เหมือนกับว่าตัวเองสติหลุดหายไปพร้อมๆกับร่างกำยำของเซฮุนไปเสียแล้ว จนเซฮุนถึงกับต้องเรียกอยู่หลายรอบกว่าจะหันกลับมาคุยกับเขาได้

            “ถามว่านายชอบคุยกับทุกคนเลยเหรอ”

            “ไม่...แค่มนุษย์ตัวโตคนเดียว

            เพียงประโยคสั้นๆ แต่มันกลับทำให้หัวใจของเซฮุนวูบไหวไปชั่วขณะสามารถทำให้คนที่ไม่ยิ้มเลยตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา มีรอยยิ้มเปื้อนอยู่บนใบหน้าได้ ดูเหมือนว่าเขาจะได้สิ่งมหัศจรรย์มาช่วยเยียวยาหัวใจของเขาแล้วสินะ

            เงือก!

            “หืม?”

            ก่อนที่จะถึงช่วงสุดท้ายของคืนนี้ หลังจากที่ร่างสูงพาตัวเองขึ้นไปนอนบนเตียงได้แล้วเซฮุนก็พลิกกายตัวเองนอนตะแคงหันมามองหน้าสัตว์ตัวน้อยที่ยังคงเกาะขอบอ่างมองเขาไม่วางตา

            “ฝันดีนะ”

            “อือ ฝันดีนะคุณมนุษย์” รอยยิ้มที่ดูหวานหยดย้อยเหมือนต้องมนต์ เป็นรอยยิ้มแรกที่เซฮุนได้เห็นแล้วพาตัวเองเพ้อฝันไปไกล ขนาดตอนคบกับเพนนีรอยยิ้มของเธอก็ไม่เหมือนเงือกน้อยตัวนี้

            นายทำให้ฉันเปลี่ยนไปจริงๆ...

 


            เวลาผ่านไปจนถึงวันที่ 7 แน่นอนว่าหลังเที่ยงคืนนี้เป็นต้นไปเงือกตัวนี้จะกลายร่างเป็นมนุษย์อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ทว่าจะสมบูรณ์แค่ไหนนั้นเซฮุนเองก็ยังไม่รู้

            ตลอดเวลาที่มีเงือกตัวน้อยเข้ามาในชีวิตของเขา เซฮุนยอมรับว่าตัวเองเปลี่ยนไปจากเดิมมาก ดูได้จากพวกกองหนังสือที่เคยวางกองอยู่บนโต๊ะไร้ซึ่งการแยแส แต่พอมีเงือกน้อยเข้ามาอยู่ด้วยจึงทำให้จิตวิญญาณของความเป็นด็อกเตอร์มันลุกโชน

            คอยแต่จะหาข้อมูลว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นวิทยาศาสตร์สามารถพิสูจน์ได้หรือไม่

            “ฉันไปหาข้อมูลมาแล้วนะ เขาบอกมาว่าเงือกเป็นสัตว์ครึ่งมนุษย์ มีส่วนครึ่งท่อนบนเป็นคน ส่วนครึ่งท่อนล่างเป็นปลา แต่ยังไม่มีใครค้นพบว่ามีอยู่จริงส่วนใหญ่ที่พูดถึงกันจะเป็นนิทานปรัมปรามากกว่าเรื่องจริง... ถ้างั้น?”

            ร่างสูงที่กำลังนั่งอ่านเนื้อหาบางอย่างจากไอแพดในมือ โดยที่ตนนั้นกำลังนั่งอยู่ตรงขอบอ่างน้ำภายในห้องน้ำที่เป็นสถานที่ที่เขามักใช้เวลาอยู่ที่นี่ทั้งวันทั้งคืน นั่งอ่านหนังสือเกี่ยวกับเงือกให้เงือกฟังเพื่อที่จะเสาะหาความจริงว่าจริงๆแล้วเงือกนั้นมีอยู่จริงหรือไม่

            “จริงๆแล้วไม่มีใครเห็นพวกเราหรอก”

            “หมายความว่าไง?”

            “ชายหาดแห่งนั้น เป็นหาดที่พวกเราอาศัยอยู่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าที่นั่นมีเงือกอยู่ด้วยนอกเสียจากว่าคนโบราณจะเล่าให้ฟัง ซึ่งก็อย่างที่เราบอกว่าเราอยู่มา 70 กว่าปีแล้วเพราะฉะนั้นก็ต้องเป็นคนที่อายุมากกว่าเรา ถึงจะจำเรื่องราวในอดีตได้ว่าพวกเรามีอยู่จริง”

            “แล้วทำไมใครๆถึงไม่รู้จักหาดนั้น ฉันหมายถึงทำไมไม่มีใครรู้ว่ามีเงือกอยู่ที่นั่นด้วย”

            “ไม่รู้น่ะดีแล้ว หากพวกมนุษย์พวกนั้นรู้มีหวังได้ออกล่าพวกเราอีกแน่ๆ”

            “ถึงว่าสิ ขนาดตอนไปที่นั่นฉันยังไม่รู้เลยว่ามีหาดสวยๆงามๆแบบนั้นอยู่ด้วย”

            “แล้วมนุษย์จะอยากรู้เรื่องของเราไปทำไมเหรอ หรือว่าหลังจากที่เรากลายเป็นมนุษย์แล้ว มนุษย์จะส่งเรากลับทะเล...ใช่ไหม?”

            น้ำเสียงที่ค่อยๆเบาลงๆเรื่อยเมื่อรู้สึกว่าอีกคนไม่ต้องการ หัวใจของเงือกน้อยก็พลันสั่นไหว ตลอดเวลาหกวันที่ผ่านมา มนุษย์ทำดีกับเขาทุกอย่าง ดีขนาดที่ว่ามีอยู่คืนหนึ่งเวลาราวๆตีสามมนุษย์ก็อุ้มเราลงไปเล่นในสระน้ำด้านล่าง

            พาว่ายอยู่สองสามยามก็พาขึ้นมาบนห้องเหมือนเดิม

            “ถ้าคิดจะอยู่ด้วยกัน เราก็ต้องรู้จักที่จะเรียนรู้กันไว้บ้างนะ”

            “เราถามตรงๆเลยนะ ... มนุษย์รังเกียจไหมที่เราเป็นแบบนี้”

            เมื่อฟังคำถามจากปากคนตัวเล็กจบ เซฮุนก็เปรยสายตาไปมองปลายหางที่สะบัดไปมาอยู่ในอ่างน้ำ เขาเองยอมรับว่าครั้งแรกที่ได้เห็นก็ค่อนข้างที่จะกลัวมาก เกิดมาไม่เคยเห็นอะไรแปลกประหลาดขนาดนี้เลย แถมยังพูดได้อีกต่างหาก

            “แรกๆก็ไม่ชิน ตอนนี้ก็ยังไม่ชินอยู่ดี”

            “เรารู้ว่ามนุษย์ไม่สบายใจที่เราจะอยู่ที่นี่ด้วย จะเป็นไรไหม ถ้าเราจะขอมนุษย์ว่า...คืนนี้เราขอนอนกับมนุษย์บ้างได้ไหม”

            “หืม จะนอนด้วยกันน่ะเหรอ ในน้ำ?” เงือกน้อยส่ายหน้าทันทีที่ถูกถาม

            “นอนบนนั้นกับมนุษย์”

            “เตียงน่ะเหรอ?”

            “อือ”

            “แล้วถ้านายแห้งฉันจะทำยังไงอะ ฉันจะเป็นอะไรไหม”

            ดูเหมือนว่าเงือกตัวน้อยจะลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปซะสนิท ลืมไปว่าตัวเองขาดน้ำไม่ได้ ลืมไปว่าตัวเองไม่เหมือนมนุษย์ แต่สาเหตุที่ตนนั้นเลือกที่จะขอมนุษย์ออกไปแบบนั้นก็เพราะว่าแค่กลัว กลัวว่าถ้าวันพรุ่งนี้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป แล้วมนุษย์จะไม่เหมือนเดิมกับเรา

            กลัวว่าถ้าเราเป็นคน มนุษย์ก็ไม่ต้องดูแลเราแล้ว แล้วสุดท้ายก็จะเอาเราไปส่งกลับทะเลเหมือนเดิม

            “รู้แล้ว”

            เซฮุนที่นิ่งคิดไปสักพักก็เหมือนจะคิดอะไรสักอย่างออก ร่างสูงเลยวางไอแพดลงบนอ่างล้างหน้าแล้วก้มตัวลงมาหาเงือกน้อยที่กำลังนอนทำหน้างงๆอยู่ในอ่างทันที

            “มะ..มนุษย์จะทำอะไร มนุษย์!”

            ท่อนแขนแข็งแรงสอดเข้าไปใต้ร่างของเงือกตัวน้อยก่อนที่จะออกแรงอุ้มขึ้นมาจนโผล่พ้นน้ำ ด้วยความตกใจสองแขนของร่างเล็กก็รีบส่งไปคว้าต้นคอของมนุษย์เอาไว้เพราะความที่ว่ากลัวตัวเองตกลงไปอีกอีกอย่างเขาก็ไม่ชินด้วยที่ต้องแนบชิดกายกำยำกับร่างกายมนุษย์แบบนี้

            “ไปนอนบนเตียงกันเถอะ”

            “ต..แต่ว่า” น้ำเสียงที่ตะกุกตะกัก ดูกล้าๆกลัวๆไม่ได้กลัวเรื่องที่จะไปนอนบนเตียง แต่ตัวเขาเองกลัวเวลาที่อยู่ใกล้ๆมนุษย์ เวลาที่ใบหน้าสองเราใกล้กัน มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก รู้แค่ว่าข้างในมันสั่น แต่เงือกไร้เดียงสากลับไม่รู้อะไรเลย

            ว่าความรู้สึกแบบนี้มันหมายความว่าอะไร

            “ทำไม กลัวเหรอ หื้ม?”

            เซฮุนดูจะไม่กลัวร่างกายอันแปลกประหลาดของคนตัวเล็กสักเท่าไหร่แล้ว ต่างจากวันแรกที่เวลาจะจับหางที่ลื่นๆของอีกคนก็ดูกล้าๆกลัวๆ แต่พอมาวันนี้กลับกล้าอุ้มได้เต็มแขน แถมยังใจดีจะพาไปนอนที่เตียงอีกยิ่งทำให้ร่างน้อยรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก

            ช่างโชคดีเหลือเกินที่เขาได้เจอมนุษย์ใจดีแบบนี้..

            รอยยิ้มที่ดูมีเสน่ห์ของเซฮุนชวนให้ร่างที่อยู่ในอ้อมแขนอดที่จะเขินไม่ได้ เงือกตัวน้อยเอาแต่พักแก้มน้อยๆลงบนเนื้อหน้าอกของชายหนุ่มที่ตัวโตกว่าเขาระหว่างทางที่อีกคนพาเดินออกมาจากห้องน้ำเพื่อที่จะนำร่างเล็กไปวางไว้บนเตียงนอนของตนด้วยความทะนุถนอม

            ร่างเงือกน้อยที่เปลือยเปล่าดูจะไม่ชินกับเนื้อผ้าสากๆที่ใช้ปูคลุมที่นอนของเซฮุนสักเท่าไหร่ แต่ก็ยอมรับว่าเตียงนี้นุ่มมากจริงๆ ไม่น่าเชื่อเลยว่าโลกมนุษย์จะมีอะไรที่สบายขนาดนี้ด้วย

            “มนุษย์แน่ใจเหรอว่าเราจะนอนได้จริงๆ”

            “อื้ม” เซฮุนตอบกลับมาด้วยท่าทางพยักหน้าพร้อมกับเดินหายเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้งคราวนี้ชายหนุ่มเดินกลับออกมาพร้อมกะละมังที่มีน้ำอยู่ในนั้นเกินครึ่ง

            เซฮุนนำมันมาวางเอาไว้ที่ปลายเตียง แล้วจับเอาปลายหางของเงือกที่นอนอยู่บนเตียงลงมาจุ่มในน้ำเอาไว้ ยังดีที่หางของอีกคนยาวจนเลยเตียงลงมามาก กว่าจะคิดหาทางออกได้ก็ได้แต่ยืนคิดอยู่นาน ก็หวังว่าน้ำแค่นี้จะช่วยหล่อเลี้ยงไปได้จนถึงเที่ยงคืนนี้นะ

            “มะ..มนุษย์คิดได้ยังไง ฮือ มนุษย์เก่งจังเลย” สองมือน้อยๆยกขึ้นมาตบมือแปะๆแสดงความดีใจที่อีกคนคิดค้นอะไรแบบนี้ได้ ไม่เช่นนั้นเขาต้องไม่ได้นอนกับคุณมนุษย์แน่ๆเลย

            “จบตั้งด็อกเตอร์ เรื่องแค่นี้ทำไมจะคิดไม่ได้” เซฮุนไม่อยากจะอวดเลยว่าตัวเองคิดได้มากกว่านี้อีก ทั้งงานวิจัยบ้างล่ะ สิ่งประดิษฐ์ล้ำสมัยบ้างล่ะ หลายอย่างที่เซฮุนคิดได้

            ไม่เว้นแม้แต่ คิดไม่ซื่อ...ด็อกเตอร์หนุ่มก็คิดได้เช่นกัน

            “คืนนี้ฉันจะตั้งชื่อให้นายนะ เอาไหม”

            หลังจากที่จัดแจงหาที่นอนให้เงือกตัวน้อยเสร็จแล้ว ร่างสูงโปร่งก็เดินออกไปปิดไฟในห้องนั่งเล่นไล่ไปยันห้องครัว แล้วจึงกลับเข้ามาในห้องนอนอีกครั้งคืนนี้เขาไม่ต้องเปิดประตูห้องน้ำเพื่อให้เงือกตัวนี้นอนมองเขาทั้งคืนแล้ว

            เพราะคืนนี้เขาจะได้นอนมองหน้าเงือกตนนี้ทั้งคืนในอ้อมแขนของเขาแน่นอน

            “เอาๆๆ เราจะมีชื่อจริงๆเหรอ ฮือออ ดีใจจังเลย มนุษย์ๆ เราจะชื่อเหมือนมนุษย์ได้ไหม คุณมนุษย์ชื่ออะไรนะ เซฮุนเหรอ เราอยากชื่อเหมือนมนุษย์จัง!”

            “ชื่อเหมือนกันไม่ได้หรอก แต่ถ้านามสกุลเหมือนกันอะได้”

            เงือกน้อยทำหน้างงในขณะที่เซฮุนเอาแต่ยืนยิ้มอยู่คนเดียว คิดไว้แล้วว่าพูดแบบนี้ออกไปอีกคนต้องไม่เข้าใจความหมายของมันแน่ๆ เซฮุนก็แค่หยอกเล่นไม่ได้คิดจริงจังอะไรขนาดนี้

            ร่างสูงเดินไปปิดไฟที่อยู่บนเพดานกลางห้อง จนกระทั่งเหลือไฟที่หัวเตียงทั้งสองฝั่งเพียงอย่างเดียวที่ยังคงให้แสงสว่างอยู่ เซฮุนเดินขึ้นไปบนเตียงที่มีร่างบางนอนอยู่พร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือของตนขึ้นมาแล้วเปิดดูชื่อที่เขาได้เลือกเอาไว้หลายสิบชื่อให้กับเงือกน้อย

            “คุณมนุษย์ นามสกุลคืออะไรเหรอ?”

            “ชื่อคนเกาหลีส่วนใหญ่จะมี 3 พยางค์ แต่จะมีมากกว่านั้นก็ได้ แต่ถ้าเป็นชื่อฉันก็ 3 พยางค์คือ โอ เซ ฮุน.. โอ คือนามสกุล เซฮุนคือชื่อจริง”

            “อ๋อ งั้นเราก็โอ...โออะไรดีอะคุณมนุษย์?”

            “คิดชื่อก่อน นามสกุลค่อยว่ากัน” เซฮุนเสยตามองร่างน้อยที่นอนอยู่ข้างๆก่อนจะลอบกลืนน้ำลายไปอึกใหญ่ให้กับความขาวของเนื้อหนังมังสาท่อนบนของนายเงือกที่ไม่มีกล้ามหน้าท้องเหมือนเขา มีแต่หน้าท้องบางๆ ไหนจะท่อนแขนเล็กๆอีก

            ไม่เพียงเท่านั้นนะ ใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์กว่าเขายิ่งทำให้เซฮุนเริ่มมีความคิดแปลกๆเข้ามาในหัวเพราะปกติแล้วเขาไม่เคยคบใครที่เด็กกว่าเพราะอย่างเพนนีก็อายุเท่ากัน แต่กับเงือกตัวนี้ถึงปากจะบอกว่าแก่กว่าเขา แต่แค่มองหน้าเซฮุนก็ทรยศความจริงไม่ได้ว่าเงือกตัวนี้หน้าเด็กกว่าเขาเป็นไหนๆ

            “ไหนลองยู่ปากซิ”

            “ทำยังไง?” เงือกน้อยไม่รู้อะไรเลย ได้แต่ทำยู่ปากใส่เซฮุนทั้งๆที่ท่าที่ตัวเองทำนั่นแหละคือการยู่ปากในความหมายของเซฮุนนั่นเอง




            ปากสีแดงอมชมพูยู่เข้าหากัน แก้มกลมกลึงที่น่าสัมผัส กี่ครั้งแล้วที่เงือกตัวนี้ทำให้เขาลืมเรื่องในอดีตไปจนหมดสิ้น ภาพแฟนเก่าของด็อกเตอร์ที่ชาตินี้ทั้งชาติเขามั่นใจว่าจะไม่มีวันลืม แต่กลับต้องพ่ายแพ้ให้กับความน่ารักของสัตว์ประหลาดตัวนี้ 

            ไม่ว่าจะกี่ครั้ง เขาก็มิอาจละสายตาไปจากริมฝีปากเล็กๆนี้ได้เลย

            “ตะยู่...”

            “อะไรมนุษย์” ใบหน้าเล็กแสดงสีหน้างงๆใส่เซฮุนที่นอนอยู่ข้างๆกายเขา

            “ลู่หาน...ตะยู่ กวาง หน้าเหมือนกวางเลยนะเรา”

            “กวางคืออะไร?”

            “คือสัตว์ชนิดหนึ่ง มีเขาสวยๆ สวยเหมือนนายเลย”

            “เราเป็นเงือกหนุ่มร่างกำยำ ต้องให้ย้ำอีกกี่ครั้ง!” สายตาที่ดูเบื่อหน่ายแสดงออกมาอย่างชัดเจนเมื่ออีกคนเอาแต่ชมเขาว่าสวย ทั้งๆที่ก็บอกไปกี่ร้อยรอบแล้วว่าเขาเป็นเพศผู้ ต้องชมว่าร่างกำยำสิถึงจะถูก

            มนุษย์นี่ไม่เก่งเรื่องภาษาเอาเสียเลย...ไม่ได้เรื่อง

            “ชื่อเงือกลู่ เงือกลู่หาน ...โอลู่หาน”

            “ตกลงชื่อไหนมนุษย์?” เซฮุนเผลอบ่นพึมพำออกไปตอนชื่อสุดท้าย อันนั้นแค่คิดไว้เฉยๆหากว่าเงือกตัวนี้เป็นมนุษย์ได้อะไรหลายๆอย่างเขาก็ต้องทำให้มันถูกต้องเช่นนามสกุล แต่ก็เอาเถอะมันเป็นเรื่องในอนาคต ถ้าหากโดนคนอื่นจับได้ค่อยว่ากันอีกที

            “ลู่หาน ฉันชอบชื่อนี้”

            “เราก็ชอบ” เงือกน้อยที่เพิ่งได้ชื่อเป็นของตัวเองยิ้มหวานออกมาพร้อมกับปากเล็กๆที่ทวนชื่อตัวเองไปมาเพื่อให้ตนจำได้

            “ชอบชื่อเหรอ?”

            “เปล่า ชอบมนุษย์...ลู่หาน ลู่หาน...ลู่หาน มนุษย์ตั้งชื่อให้ว่าลู่หาน ลู่หาน ลู่หานนะ

            ช่างไม่รู้อะไรเลย เด็กน้อยเอาแต่ท่องชื่อตัวเองไปมา โดยที่ไม่ได้สนใจประโยคแรกที่หลุดออกมาจากปากเลยสักนิด เซฮุนรู้สึกวาบหวิวในหัวใจเมื่ออีกคนบอกชอบเขาอย่างใสซื่อ ชอบที่ว่าอาจจะเป็นหลงใหลได้ปลื้ม แต่สำหรับเซฮุนการบอกชอบเขาคือชอบ ชอบแบบชอบจริงๆ

            ชอบแบบหมายปอง ไม่ใช่ชอบแบบปลื้มอย่างนี้

            “ถ้าพรุ่งนี้ตื่นมาแล้วเป็นมนุษย์สิ่งแรกที่อยากทำคืออะไร”

            เปลือกตาบางหลุบมองต่ำเงียบไปสักพักหลังจากที่เซฮุนถามออกไปเช่นนั้นจนกระทั่งเมื่อตนคิดออกแววตาที่หวานใสก็ช้อนสายตาขึ้นมามองชายหนุ่มอีกครั้ง

            “อยากกอดมนุษย์...” เซฮุนถึงกับพูดไม่ออก หันกลับไปจ้องตากับร่างน้อยที่นอนอยู่ข้างๆกายเขาอีกครั้ง สองสายตาที่สอดประสานกันเหมือนมีอะไรบางอย่างที่สื่อถึงกัน แทบไม่ต้องพูดอะไรมากก็สามารถเข้าใจกันได้

            เซฮุนยอมรับว่าครั้งแรกที่เจอหน้าเงือกน้อยเขารู้สึกกลัวแต่ก็ไม่ถึงกับรังเกียจมันอาจจะเกิดจากความไม่ชิน แต่เมื่ออยู่ด้วยกันไปนานๆ มันเหมือนกับว่าความน่ารักจะทำให้เซฮุนลืมเรื่องที่เขาควรกลัวไปจนหมด กลายเป็นความผูกพันถึงแม้ว่ามันจะเป็นระยะเวลาเพียงสั้นๆ แต่เขาก็อยากดูแลเงือกน้อยตนนี้

            เงือกน้อยลู่หานที่เขาเอ็นดู เงือกน้อยลู่หานที่เขาฟูมฟักขึ้นมา... ในตอนนี้ความรังเกียจทั้งหมดหายไป เหลือแต่ความรู้สึกดีๆที่ก่อตัวขึ้นมาในหัวใจของเขา

            “อยากกอด ก็กอดสิ”

            ท่อนแขนยาวๆเต็มไปด้วยกล้ามเนื้ออ้าออกพาดอยู่เหนือศีรษะร่างเล็ก ใบหน้าหวานอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้รีบกระ กระสนร่างกายตัวเองเข้าหาอกแกร่งของเซฮุนแล้วซุกซบใบหน้าลงบนอกนั้นอย่างโหยหา

            เงือกน้อยไม่เคยถูกใครกอด เงือกน้อยไม่เคยมีความรู้สึกเช่นนี้เลย ยิ่งในตอนที่แขนอีกข้างของเซฮุนตวัดพาดลงมาที่เอวน้อยๆของเขา ยิ่งทำให้หัวใจดวงนี้สั่นไหว... เกิดอะไรขึ้นนะ...ทำไมแค่ได้กอดมนุษย์ก็รู้สึกดีขนาดนี้แล้ว

            “ขอให้โตมาเป็นเด็กดีของมนุษย์นะ”

            “มนุษย์อย่าทิ้งเรานะ”

            “ครับ”

            “ไม่ทิ้งแน่นะ”

            น้ำเสียงที่เว้าวอนปนออดอ้อนพยายามส่งเสียงร้องขอไม่ให้มนุษย์เอาตัวเองไปทิ้งที่ไหน เพราะเขากลัวการพลัดพราก ทุกวันนี้ทั้งพ่อทั้งแม่ก็ไม่อยู่แล้ว ถ้าต้องอยู่ในทะเลเขาก็คงกลับไปเป็นอาหารให้กับพวกฉลามอีกครั้ง

            ส่วนเซฮุนที่ครั้งหนึ่งเคยถูกทิ้งมาก่อน เขาเข้าใจดีว่าการโดนทิ้งมันเป็นอะไรที่แย่มากและเขาก็ไม่อยากกลับไปอยู่ในสภาวะแบบนั้นอีก หากจะต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ เขาก็อยากทำทุกๆอย่างให้ดีขึ้น ไม่กลับไปเป็นเหมือนวันนั้น เขาจะเลี้ยงเงือกตัวนี้ให้ดีที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำได้

            “ครับ ไม่ทิ้งแน่นอน แต่มนุษย์ขออะไรสักอย่างได้ไหม”

            “อะไรเหรอ? อยากได้อะไรล่ะ”

            “ถ้ามีสองขาใช้เดิน ถ้ามีสองมือใช้จับ ถ้ามีหัวใจไว้คอยรัก ขอได้ไหม...อย่าเดินจากฉันไปไหน”

            ปลายจมูกของเซฮุนค่อยๆจรดลงบนหน้าผากมนอย่างช้าๆ ค่อยๆบรรจงจูบลงไปตรงหน้าผากนั้นอย่างอ่อนโยน คำสัญญาเล็กๆน้อยๆแต่มันยิ่งใหญ่สำหรับหัวใจเขา หากได้สัญญาแล้วต้องไม่จากกันไปไหนอีก แค่อย่าทิ้งกันไปก็พอ..

            “เราขอบ้างนะ”

            “หืม?” เซฮุนก้มหน้ามองร่างน้อยในอ้อมกอดของเขา ที่กำลังตวัดแขนกอดร่างของเขากลับมาเช่นเดียวกันกับตอนนี้ที่เขากำลังกอดร่างน้อยเอาไว้อยู่

            “เราขอให้มนุษย์..ใจดีกับเรา ใจดีกับเรา ใจดีกับเรา มีสาหร่ายให้เรากินทุกวันร่ำไป”

            “ฮ่ะๆ”

            “หัวเราะอะไรมนุษย์!”

            “สาหร่ายหมดโลกจะกินอะไร หืม?”

            “กิน...พืชน้ำ”

            “มนุษย์กินได้ไหม?” เซฮุนก็เป็นแบบนี้ ได้โอกาสหยอดนิดหยอดหน่อยก็ยังดีทั้งๆที่รู้ว่าความใสซื่อของอีกคนย่อมไม่รู้อยู่แล้วว่าความหมายของมนุษย์มันหมายความว่าอะไร

            หลังจากจบประโยคนั้นดูเหมือนว่าบางสิ่งบางอย่างจะเริ่มเปลี่ยนแปลงไป ปกติแล้วเงือกน้อยจะไม่ค่อยนอน ไม่หลับเหมือนกับเขาแต่เพียงไม่นานเงือกลู่หานตัวนี้ก็ค่อยๆผลอยหลับคาอกของเขาไปในขณะที่เซฮุนเองก็ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ ถ้าพรุ่งนี้ตื่นมาแล้วอีกคนเป็นมนุษย์ เขาจะทำยังไงก่อนดีนะ

           

            เช้าวันต่อมา..แสงแดดที่ค่อยๆทอแสงสาดส่องเข้ามาภายในห้องนอนโทนสีทึบของอาจารย์หนุ่มรูปงามที่ตอนนี้กำลังนอนหลับใหลไม่ได้สติอยู่บนเตียงนอนหลังกว้าง ในขณะที่อ้อมแขนของเขาในตอนนี้มีก้อนมนุษย์ตัวน้อยๆกำลังขดกายนอนซุกซบอยู่

            มนุษย์ตัวน้อยๆที่เปลือยเปล่า ไม่มีแม้กระทั่งเสื้อผ้าปกปิดร่างกายอยู่เลยแม้แต่ชิ้นเดียว เนื้อตัวสะอาดสะอ้านต้องกับแสงแดดที่ส่องผ่านเข้ามาช่วยขับผิวขาวๆให้ดูขาวมากยิ่งขึ้นไปอีก ผิวเนื้อของคนตัวเล็กแดงจนอมชมพูบริเวณที่แขนแข็งแรงกำลังรัดกายบางอยู่ แน่นอนว่าเซฮุนยังคงไม่ตื่นขึ้นมาเห็นสิ่งแปลกประหลาดในเช้าวันนี้...

            “เซฮุน! อยู่ไหนวะ! ซื้อของมาฝากเพิ่งกลับมาจากเมกา..อาจารย์! ...เห้ยยยยยยยยยย!!!”

            เสียงตะโกนเรียกจนดังลั่นห้องตั้งแต่เช้าไม่ใช่ใครเป็นจงแดเพื่อนสนิทของอาจารย์เซฮุนที่เพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศแล้วรีบตรงกลับมาหาเพื่อนที่คอนโดทันทีที่เพราะหลังจากที่งอนไม่คุยกับมันมาเป็นอาทิตย์ ก็เพิ่งตระหนักขึ้นได้ว่าเพื่อนเพิ่งอกหักมันอาจจะไม่มีใครอยู่ข้างๆเลยใจดีซื้อของกินมาให้

            ทั้งๆที่ตัวเองโดนทิ้งไปเมื่อวันก่อน แต่เพราะความโกรธง่ายหายเร็วทำให้เขาเลือกที่จะกลับมาง้อมันอีกครั้ง แต่ทว่าเมื่อเดินทะลุเข้ามาจนถึงห้องนอนของอาจารย์สิ่งแรกที่ทำเอาจงแดตกใจมากก็คือภาพโป๊เปลือยของใครสักคนที่กำลังนอนอยู่บนอกของไอ้อาจารย์ทำให้จงแดอึ้ง อึ้งในความขาวของแก้มก้นนั้นไม่พอ อึ้งที่ว่า คนที่นอนอยู่บนเตียงกับมันคือใครวะ

            “เซฮุน! มึงมีเมียอ่อ?” ไม่อยากจะเชื่อก็ต้องเชื่อ...ให้ตายเถอะ เลิกกับผู้หญิงแล้วคบผู้ชายเลยเหรอ

            “อือ..ใครน่ะ”

            เพราะเสียงที่ดังลั่นห้องทำให้เซฮุนงัวเงียตื่นขึ้นมา ก่อนที่จะผงกหัวขึ้นมองที่ปลายเตียงแล้วพบว่าเป็นจงแดที่เข้ามาหาเขาตั้งแต่เช้า

            “มึง! ไม่นะ ไม่”

            “อะไรวะ?”

            “ไม่เฮิร์ทแล้วเหรอ? ลืมเพนนีได้แล้วเหรอวะ?”

            “ทำไมวะ?” เซฮุนไม่รู้ว่าจงแดจะตกใจอะไรนักหนา จนกระทั่งสายตาของเขาหันไปมองร่างน้อยที่นอนอยู่ข้างๆ เพียงเท่านั้นร่างสูงถึงกับตกใจรีบตวัดผ้านวมคลุมร่างเล็กที่กำลังนอนโป๊อยู่ข้างๆเขาทันที

            “อะ..ออกไปก่อน! เดี๋ยวตามออกไป”

            “เออๆ ออกมาตอบคำถามฉันด้วยว่านั่นใคร”

            จงแดตกใจมากแต่ก็จะรอฟังคำตอบจากปากเพื่อนคือดีที่สุด หลังจากที่เพื่อนรักปิดประตูเดินออกจากห้องไปแล้วกายหนาก็รีบยันตัวไปพิงกับหัวเตียง สลัดความคิดทุกอย่างออกจากหัว ตั้งสติให้ดีๆก่อนที่จะหันกลับไปมองร่างที่นอนอยู่ข้างๆกายเขาอีกครั้ง

            “ลู่หาน...ล..ลู่หาน” เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น เซฮุนเลยหยุดเรียกแล้วตั้งสติอีกครั้ง

            เมื่อครู่เหมือนภาพขาวๆมันซ้อนทับเข้ามาในสมองอีกครั้ง เขามั่นใจว่าตัวเองเห็น...เห็นชัดเลยด้วยว่าเรือนร่างส่วนล่างของเงือกตนนี้น่าฟัดแค่ไหน แก้มก้นแดงๆ ไหนจะ...ตรงนั้นที่มีเหมือนเขา

            สายตาของอาจารย์หนุ่มเลื่อนไปมองที่ปฏิทินบนโต๊ะทำงานพลางคิดในใจว่านี่มันก็เลยเจ็ดวันมาแล้ว ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าเรื่องนี้มีอยู่จริงหรือไม่...ใช่ เงือกตัวน้อยที่เขาพากลับห้องมาในวันนั้นตอนนี้กลับกลายร่างเป็นมนุษย์ผู้ชายตัวเล็กๆข้างกายของเขาเข้าให้แล้ว

            “ขาวได้ขนาดนี้เลยเหรอ..”

            มือหนาค่อยๆดึงผ้าห่มที่คลุมกายบางออกช้าๆ จนร่างขาวเนียนค่อยๆปรากฏต่อสายตาเซฮุนมากขึ้นจนกระทั่งผ้าห่มถูกดึงออกไปจนหมด ความคิดอันชั่วร้ายของเขามันกลับเข้ามาในสมองอีกครั้ง

            “ถ้านักศึกษารู้ว่าอาจารย์ตัวเองเป็นคนแบบนี้จะยังมีใครนับถือเราอีกไหมนะ”

            เซฮุนได้แต่บ่นกับตัวเองในยามที่สายตาจับจ้องไปที่แก้มก้นขาวๆนั่น...ขาวจนเซฮุนอยากจับ ขาวจนเขาทนไม่ไหวต้องส่งมือไปวางเอาไว้ที่แก้มก้นเนียนนุ่มราวกับซาลาเปานั่น...ถ้ามีรอยมือของเขาประทับไว้จะดีแค่ไหนกันนะ..

            ฝ่ามือขนาดใหญ่ค่อยๆลูบที่ก้นเนียนๆไปมา ยอมรับว่าตัวเองคิดไปไกลมากตอนที่ได้เห็นว่าอีกคนกลายเป็นมนุษย์แล้ว จริงๆแล้วใต้ความต้องการลึกๆภายในเขาก็อยากหาใครสักคนมาแก้เหงา..ยังไงดีล่ะ ต้องบอกว่าอารมณ์เปลี่ยวตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ยิ่งได้มาเจอเงือกน้อยที่น่ารักแบบนี้แล้วด้วย

            เซฮุนเผลอคิดไปไกลตั้งแต่วันแรกที่ได้เห็นหน้าแล้วด้วยซ้ำ

            “อ..อื้อ” เสียงครางในลำคอของคนตัวเล็กเหมือนเป็นสัญญาณบอกว่าให้เซฮุนเลิกลวนลามร่างกายของตนได้แล้ว มือหนาที่กำลังล่วงเกินอีกคนอยู่รีบยกออกทันทีที่เห็นว่าเปลือกตาบางค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมา

            “ม..มนุษย์”

            “อรุณสวัสดิ์เงือกน้อย”

            “หือ?”

            ดูเหมือนว่าลู่หานจะยังไม่รู้ตัวว่าตอนนี้ตนนั้นกลายร่างเป็นมนุษย์แล้ว ร่างเล็กที่เมื่อตื่นขึ้นมาก็รีบยันกายลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะส่งสายตาสะลึมสะลือมองหน้าอีกคนแล้วก็ได้แต่ฉงนใจว่าทำไมมนุษย์ถึงหน้าแดงขนาดนี้

            “มนุษย์ไม่สบายเหรอ”

            “ห..ห๊ะ ไม่ๆ”

            “หือ! มนุษย์! เรา เราเปลี่ยนไป ฮืออ มนุษย์เรามีขา!!!! มนุษย์ดูววววววว!! มะนู๊ดดดดดดดดด”

            เสียงร้องดีใจของเงือกน้อยมันทำให้เซฮุนดีใจตามก็จริงแต่การที่ลู่หานยกขาขึ้นมาจนอะไรต่อมิอะไรแสดงให้เซฮุนเห็นอย่างชัดเจนมันก็ยิ่งทำให้ร่างสูงใจคอไม่ดี รีบถอนหายใจออกมาแล้วเบือนสายตาไปทางอื่นทันที

            “ฮืออออออออออ มนุษย์!!! มนุษย์ตื่นเต้นสิเรามี..เอ๋? นี่คืออะไร?”

            ดูเหมือนว่าเงือกตัวน้อยจะยังไม่รู้จักสิ่งแปลกปลอมที่เกิดขึ้นมาใหม่ในร่างกายของเขา นิ้วเรียวชี้ไปที่ตรงนั้นของตัวเองแล้วหันมามองหน้าเซฮุนแบบงงๆ แต่ก็ใช้ว่าเซฮุนจะตอบกลับไปในทันที ตอนนี้ถามว่าสติของมนุษย์ยังอยู่ไหม ถามใหม่ดีกว่าว่ามนุษย์อดทนจนถึงตอนนี้ได้อย่างไร

            “คือมันต้องมีอะ”

            “ทำไมต้องมีเหรอ มนุษย์อธิบายหน่อย”

            “ไม่อธิบายได้ไหม” จากใจเลยว่าเซฮุนไม่อยากกล่าวถึงเรื่องนี้มากนัก ขอออกตัวเลยว่าถ้าอีกสิบนาทีเงือกตัวนี้ยังอ่อนต่อโลกเขาจะทำให้เงือกตัวนี้แข็งต่อโลก...ไม่สิ...รู้ทันโลกมากขึ้นแน่ๆ

            “อธิบายมา! เราอยากรู้ว่ามีไว้ทำไม เราไม่มีได้ไหมหรือว่ามนุษย์ก็มีไหนเราดูหน่อยสิมันอยู่ตรงนี้ใช่ไหม” มือน้อยๆพยายามล้วงเข้ามาที่เป้ากางเกงของชายหนุ่ม แต่ยังดีที่มือหนาตะครุบมือน้อยๆเอาไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นป่านนี้น้องของเขาได้ผิดผีกับเงือกน้อยไปแล้วแน่ๆ

            “ดูไม่ได้ คือผู้ชายต้องมีนะไอ้นี่อะ”

            “เขาเรียกว่าอะไรเหรอมนุษย์เราจะได้ไปบอกคนอื่นๆว่าเรามีนี่ด้วย” นิ้วชี้ชี้ไปที่จุดเดิมอีกครั้ง

            “เรียก..เรียกว่านั่น”

            “นั่นคืออะไร อะไรคือนั่น?” สาบานว่าเงือกน้อยไม่เข้าใจ ไม่รู้จักจริงๆ

            “เอาเป็นว่าไม่ต้องบอกใครว่านายมี ไม่ต้องสนใจมัน เก็บมันไว้ดีๆ เอาออกมาแค่ตอนจะฉี่ก็พอโอเคไหม”

            “โอเคคืออะไร?” อย่าลืมว่าภาษาอังกฤษเงือกน้อยก็ไม่รู้เรื่อง

            “ตกลงไหม... ถ้าปวดฉี่บอกเดี๋ยวสอนฉี่ ถ้ารู้สึกแปลกๆกับมันก็บอก..”

            “เดี๋ยวสอนเหรอ มนุษย์จะสอนเราเหรอ เย้! มนุษย์ใจดีที่สุดเลย มนุษย์ๆ มนุษย์ต้องให้เราดูของมนุษย์นะ เราอยากเห็น”

            แววตาที่ดูจะดีใจมาก มากกว่าตอนที่รู้ว่าตัวเองได้เป็นมนุษย์กำลังส่งมายังเซฮุนที่ทำหน้าหนักใจอยู่ ไม่คิดเลยว่าสมองตอนเป็นมนุษย์จะประมวลผลความใสซื่อออกมาได้มากขนาดนี้ แล้วอะไรคือเซฮุนต้องมาสอนให้รู้จักกับตรงนั้นด้วย

            “ดูไม่ได้ ปกติเขาไม่ดูของคนอื่นกัน”

            “อ้าว แล้วงี้มนุษย์จ้องของเราทำไม หูย มนุษย์ต้องให้เราดูคืนสิไม่อย่างนั้นเราไม่ยอมนะ มนุษย์ต้องผลัดให้เราดูบ้าง นะมนุษย์ มะนู๊ดดดดดด!!!”

            ในส่วนของเซฮุนตอนนี้ คำพูดที่ยังวนเวียนอยู่ในหัวเขาตลอดเวลาก็คือ ขอเลิกเป็นคนดีแล้วไล่จงแดกลับไปส่วนเขาขอสอนภาษากายให้เงือกน้อยจอมวอแวตัวนี้ได้ไหม เซฮุนจะบ้า! ทำไมชีวิตต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย จบแล้วชีวิตปริญญาเอกของเขา จบแล้วด็อกเตอร์มหาลัย มันจบแล้ว

            “มนุษย์เปิดเร็ว มะนู๊ดดดดดดด”

            “เลิกแผดเสียงใส่แล้วนั่งนิ่งๆได้ไหมลู่หาน!”

            “T^T"

 ---------------------------------------------


             ดูเหมือนว่าร่างเล็กจะมีท่าทางที่ดูแง่งอนร่างสูงอยู่ไม่ใช่น้อย เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่โดนดุ เล่นเอาเซฮุนเองก็ทำตัวไม่ถูกสุดท้ายแล้วก็เลยทำได้แค่ลุกออกไปหาเสื้อผ้ามาให้อีกคนใส่แล้วพาออกไปข้างนอกห้องเพื่อที่จะพาไปหาจงแดแล้วบอกมันเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด

            “มนุษย์สอนเราเดินด้วย” ลู่หานเอาแต่นั่งรอให้มนุษย์ตัวโตที่เพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเดินผ่านมาแล้วจึงรีบเอ่ยเรียกเสียงดังเซฮุนเองก็ไม่รู้ว่าเงือกตัวนี้กำลังอยู่ในอารมณ์ไหนจะงอนหรือว่าจะดีก็ไม่รู้

            “เดินไม่เป็นเหรอ”

            “อือ เราเดินเองก็ได้ เราไม่ง้อมนุษย์ก็ได้ เรามันไม่ใช่คนนี่ เราจะไปเดินเป็นได้ยังไง แต่ช่างเถอะเราไม่อยากรบกวนมนุษย์ถ้ามนุษย์….อ..อื้อ!”

            ไม่ทันที่เจ้าตัวเล็กจะพ่นคำบ่นออกมามากไปกว่านี้ เซฮุนที่อดทนกับปากแดงๆของเงือกน้อยไม่ไหวรีบก้มตัวลงไปประกบจูบทันทีไม่มีการสอดใส่ ไม่มีสัมผัสที่ลึกซึ้งมันเป็นเพียงจูบเพื่อปิดปากไม่ให้บ่นใส่เขาอีก และนั่นกลับทำให้เงือกน้อยตกใจทำอะไรไม่ถูก

            รู้ตัวอีกทีก็ถูกคุณมนุษย์ช้อนร่างกายขึ้นอุ้มไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

            “อย่ามีพิรุธนะ..”

            เซฮุนพร่ำบอกเพียงเท่านี้ ต่างฝ่ายต่ายไม่พูดอะไรออกมาอีกจนกระทั่งร่างสูงอุ้มลู่หานออกมาจากห้องนอนจนมาเจอกับจงแดที่นั่งทำหน้ากระวนกระวายใจอยู่บนโซฟาตัวยาวพอดิบพอดี

            “เซฮุน! ใครวะ”

            “นั่งตรงนี้ก่อน” เซฮุนวางร่างของเงือกน้อยลงบนโซฟา ยังดีแค่ไหนที่ผมสีบลอนด์ที่เคยสะยายอยู่เต็มแผ่นหลังตอนนี้ถูกม้วนขึ้นไปเป็นก้อนกลมๆอยู่กลางหัวด้วยปากกาบนโต๊ะของอาจารย์หนุ่มแล้ว

            “ลู่หานนี่คิมจงแดเพื่อนของฉัน จงแดนี่ลู่หาน...เอ่อ”

            เซฮุนเว้นวรรคไปครู่หนึ่งเพื่อที่จะคิดหาคำตอบว่าจะบอกไปว่าอย่างไรดี ตอนแรกก็ตั้งใจออกมาเล่าเรื่องที่ลู่หานเป็นเงือกให้มันฟังเพื่อที่จะได้หาทางแก้ไขกัน แต่สุดท้ายแล้วเซฮุนก็คิดว่าขนาดตัวเองยังรับในสภาพของลู่หานในตอนแรกไม่ค่อยได้เลย

            นับประสาอะไรกับจงแดมนุษย์ที่ตีโพยตีพายทุกเรื่องบนโลกใบนี้ แน่นอนว่ามันต้องตกใจมากที่รู้ว่าผู้ชายตัวเล็กๆผิวขาวๆคนนี้ไม่ใช่คนแต่เป็นนายเงือกที่มาจากทะเล

            “ลู่หานเป็น...เอ่อ เป็นคนใหม่ของฉัน”

            “คนใหม่? หมายถึงคุยๆกันอยู่?”

            เซฮุนมั่นใจมากว่าลู่หานต้องไม่เข้าใจความหมายนี้ แต่มนุษย์ที่เกิดมาแล้วหลายปีอย่างเขาเข้าใจดีว่าคนใหม่ก็หมายถึงคนรักใหม่ของเขา ครั้นจะให้โกหกไปว่าเป็นญาติพี่น้องแน่นอนว่าจงแดมันฉลาดมันไม่มีทางเชื่อแน่นอน

            ก็พี่น้องอะไรจะนอนแก้ผ้าด้วยกันบนเตียง ไม่มีทาง

            “อือ”

            “แต่ภาพที่เห็นเมื่อกี๊คือยังไงวะ? พร้อมแต่งเหรอ เห้ย! คบเด็กอะไรก็ให้เกียรติความเป็นอาจารย์ของตัวเองด้วยนะ ถึงแกจะลาออกมาแล้วแต่คำนำหน้าว่าดร.มันประทับหน้าแกอยู่ ไหนจะชื่อเสียงทุนวิจัยก่อนๆของแกอีก เอาเด็กนักศึกษามาทำเมีย มันเหมาะแล้วเหรอวะ?”

            “เดี๋ยวๆ แกคิดว่าฉันคั่วเด็กในมหาลัยตัวเองเหรอ”

            “ก็เออ ไม่ใช่เหรอ? เร็วขนาดนี้จะไปหาจากไหนได้ถ้าไม่ใช่ลูกศิษย์แก”

            “บ้า...เข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว คือฉันกับลู่หานเราค..คุยๆกันมานานแล้ว แกไม่รู้เอง”

            “แต่เมื่ออาทิตย์ก่อนแกยังเฮิร์ทจะเป็นจะตายอยู่เลยนี่”

            “ก็ดามใจกันได้นี่” เซฮุนได้แต่ภาวนาว่าขอให้จงแดเปลี่ยนประเด็นเถอะ เขาไม่อยากจะตอบคำถามเรื่องความสัมพันธ์อันยากที่จะอธิบายนี้อีกต่อไปแล้ว

            “ตกลงเป็นลูกศิษย์แก?” จงแดยังไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่

            “ไม่ใช่ เด็กมออื่น”

            คิดว่าตัวเองสร้างโปรไฟล์ของเงือกน้อยใหม่หมดแล้วนะ หวังว่าจะไม่ระแคะระคายกันไปมากกว่านี้ ถ้ามากกว่านี้ก็ไม่รู้จะตอบว่าอะไรแล้วเหมือนกัน

            “ลู่หาน ชื่อลู่หานเหรอ?”

            เพื่อความมั่นใจเห็นทีจงแดต้องออกโรงถามกับเจ้าตัวที่นั่งนิ่งอยู่บนโซฟานานแล้ว

            “อื้มๆ” เงือกน้อยพยักหน้าขึ้นลง

            “คบกับเซฮุนแล้วเหรอ”

            “อื้อ” ลู่หานเข้าใจว่าคบในที่นี่คือคบแบบพูดคุยกันแล้วนับเป็นเพื่อนอะไรทำนองนี้

            “แล้วได้กัน...”

            “พอ! พอเหอะ แกกลับไปเถอะฉันไม่ว่างจริงๆวันนี้” เซฮุนกลัวว่าลู่หานจะเผลอหลุดปากพูดเรื่องไม่เข้าเรื่องออกไป เลยรีบตัดบทจบทันที ให้แค่ได้คุยแต่ไม่ต้องล้วงความลับอะไรขนาดนั้นดีกว่า

            “อ้าว อะไรวะ เพิ่งมาซื้อของมาฝากทั้งๆที่วันนั้นแกควรง้อฉัน แต่ทำไมคราวนี้กลับโดนแกไล่อีกวะ”

            “ขอโทษ แต่วันนี้ไม่สะดวกจริงๆ ไว้ว่างๆจะไปหาที่บ้านแล้วกัน”

            “ไม่ต้องเลย มีแฟนแล้วลืมไม่ต้องเลย”

            จงแดรู้สึกน้อยใจยิ่งขึ้นไปอีก อุตส่าห์ไปซื้อของฝากมาจากแดนไกลพอมาถึงอยู่ไม่ทันถึงชั่วโมงก็ไล่กลับบ้านแล้ว จำไว้เลยนะ เทครั้งที่หนึ่งฉันก็ง้อแก แต่เทครั้งนี้ฉันจะไมง้อแกอีก จำไว้

            “ค.คุณมนุษย์ อะ.อื้อ!”

            ในขณะที่จงแดกำลังเดินกระแทกเท้าเก็บของออกจากห้องไป ดูเหมือนว่าลู่หานจะเข้าใจว่ามนุษย์จงแดนั้นจะงอนจริงๆเลยจะเรียกเอาไว้แต่ดันโดนมือหนาของมนุษย์เซฮุนยื่นเข้ามาปิดปากเอาไว้เสียก่อน

            ก่อนที่สรรพนามคำว่า มนุษย์จะทำให้จงแดสงสัยไปมากกว่า

            “คุณมนุษย์ทำไมไม่ให้เราพูด!”

            “จงแดมันเป็นพวกคิดมาก รู้แค่นี้ก็พอแล้ว”

            “แต่เขาก็ดูเป็นคนดีจะตาย ทำไมมนุษย์ไม่ให้เราพูด หรือว่ามนุษย์หวงเรา! ใช่ไหม”

            “ไม่ใช่สักหน่อย กินสาหร่ายกันเถอะ”

            เซฮุนเบี่ยงประเด็นไปเรื่องของกินแทน หลังจากที่จงแดเตลิดหนีกลับบ้านไปแล้วลึกๆเซฮุนก็รู้สึกผิดอยู่ไม่ใช่น้อย ทำจงแดมันเสียใจมาแล้วสองครั้งเห็นทีเขาคงต้องไปหามันบ่อยๆเพื่อที่จะเป็นฝ่ายง้อมันแทนบ้างแล้ว แต่เอาไว้ตอนฉันว่างจากการเลี้ยงเงือกนะ ตอนนี้ยังไม่ว่างเลยจริงๆ


            หลังจากวันนั้นมาดูเหมือนว่าลู่หานต้องใช้มือที่สามมากยิ่งขึ้น มือที่สามนี่ไม่ใช่ใครเลย เป็นมนุษย์เซฮุนนั่นเองที่ต้องคอยช่วยเหลือตัวเองทุกอย่าง ไม่ว่าจะอุ้มไปนั่นไปนี่ อุ้มไปอาบน้ำ หรือแม้กระทั่งอุ้มมานั่งดูทีวีที่ลู่หานบอกว่าชอบทุกๆวันแล้วจึงค่อยกลับไปอ่านงานวิจัยต่อได้

            เซฮุนมีแพลนว่าจะกลับไปเป็นอาจารย์เหมือนเดิม หลังจากที่สภาพจิตใจดีขึ้นแล้วแต่ก็คงจะไม่ใช่ในเร็ววันนี้ เร็วสุดก็คงจะปีการศึกษาหน้าขอให้เขาได้สอนอะไรให้เงือกตัวนี้จำได้มากกว่านี้ก่อน หายห่วงเมื่อไหร่ถึงจะทิ้งให้ไปไหนมาไหนคนเดียวได้ ซึ่งไม่ใช่ตอนนี้

            “มนุษย์เปิดลิตเติ้ลเมอเมดให้เราดูอีกรอบสิ เราอยากดูอีก”

            สองอาทิตย์ผ่านไปที่ชีวิตเซฮุนต้องอยู่กับเงือกตัวน้อยที่ยังเดินไม่ได้ เขาไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงไม่มีความคิดที่จะปล่อยเงือกตัวนี้ลงทะเลไปเลยหลังจากที่ได้ลองใช้ชีวิตเป็นมนุษย์แล้ว เซฮุนรู้แค่เพียงว่าเขาสนใจ เขาชอบที่จะได้คุย

            ถ้าเอาไปปล่อยต้องเสียใจมากๆแน่เลย ไม่ใช่เขานะที่เสียใจแต่เป็นตัวเงือกน้อยเองต่างหาก

            “ดูไปจะ 20 รอบแล้วไม่เบื่อเหรอ ท่องชื่อตัวละครได้แล้วมั้งน่ะ”

            “ใช่ ท่องได้แล้ว แต่เราอยากดูอีกนี่มันสนุกกก มนุษย์เปิดนะ มะนู๊ดดดด เปิดเถิด”

            “เปิดให้ต้องทำไงก่อน”

            เซฮุนลุกเดินออกมาจากโต๊ะทำงานที่เพิ่งไปซื้อมาวางเพิ่มเอาไว้ในห้องรับแขกเพื่อที่ว่าในแต่ละวันเขาจะได้อยู่กับเงือกน้อยตัวนี้ตลอดเวลา ร่างสูงเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าลู่หานที่นั่งอยู่บนโซฟาแล้วเงยหน้าขึ้นมาอ้อนขอร้องให้เขาเปิดการ์ตูนให้ดูอีก

            “จุ๊บ”

            มือน้อยๆคว้าลำคอที่อยู่สูงกว่าให้โน้มตัวลงมาก่อนที่จะจุ๊บลงไปที่ริมฝีปากของเซฮุนสองทีเพื่อเป็นการอ้อนที่ดีที่สุด โดยที่คนได้เปรียบคือเซฮุน ส่วนเงือกลู่ตัวน้อยก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรหรอกเพราะสัญญากับมนุษย์ไว้แล้วว่าถ้าอยากได้อะไรหลังจากที่เขาเป็นมนุษย์แล้ว ตัวเองก็จะยกให้หมดเลย

            “เป็นเด็กดีของมนุษย์นะ”

            “อื้อ”

            เซฮุนได้แต่ยกยิ้มขึ้นมาด้วยใบหน้าที่ดูมีความสุขก่อนจะเดินไปเปิดการ์ตูนให้เงือกน้อยดูอีกรอบพร้อมกับเดินไปหยิบเอาสาหร่ายในชั้นออกมาห่อหนึ่งเป็นสาหร่ายแล้วเดินกลับมานั่งข้างๆลู่หาน วาดวงแขนโอบไหล่เล็กเอาไว้ พอให้อีกคนเอนตัวมาซบอกของเขาเพื่อที่จะใช้เป็นหมอนหนุนชั้นดีที่จะทำให้เขานั่งดูการ์ตูนอย่างมีความสุขในทุกๆวัน

            “วันนี้ต้องหัดกินข้าวได้แล้วนะ”

            “ข้าวไม่อร่อย” ใบหน้าหล่อเหลาของดร.ก้มลงไปมองใบหน้าที่ตีมึนแอบดึงสาหร่ายในห่อที่เขาถือไว้ยัดเข้าปากไม่หยุด

            เซฮุนพยายามหัดให้ลู่หานกินข้าวเหมือนคนทั่วไปให้เป็น เวลาพาไปไหนจะได้กินง่ายอยู่ง่าย หัดให้เดินเป็นซึ่งอันนี้ค่อนข้างยากมากเพราะว่ากล้ามเนื้อขาของลู่หานยังไม่แข็งแรงก็แค่ยันได้แต่ยังเดินไม่เป็น ต้องให้เซฮุนอุ้มไปนู่นมานี่ตลอดเวลา ดีหน่อยที่อาบน้ำเองได้ แต่ก็นั่นแหละเซฮุนก็ใจคอไม่ดีเหมือนกันที่ต้องเข้าไปรับลู่หานออกมาจากห้องน้ำในทุกๆวัน

            “ไม่ได้ ต้องกินได้แล้ว”

            ได้แต่ดุไปเสียงเบาแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เมื่อเห็นแก้มตุ่ยๆ ปากเล็กๆเคี้ยวสาหร่ายหยุบหยับ สุดท้ายก็พ่ายแพ้ทำอะไรไม่ได้ก้มลงไปหอมแก้มอูมๆหนึ่งทีแล้วนั่งดูการ์ตูนไปด้วยกันจนถึงเย็น เซฮุนก็อุ้มพาลู่หานมาอาบน้ำในห้องน้ำ

            วางอีกคนแช่ลงในอ่าง หากจะถามว่าทำไมลู่หานโดนน้ำแล้วไม่กลับไปเป็นเงือก อันนี้เซฮุนเองก็ยังไม่รู้เหมือนกัน ถามเจ้าตัว เจ้าตัวก็บอกว่าทั้งชีวิตไม่เคยมีขา ก็เลยไม่รู้ว่าตอนเปลี่ยนกลับไปต้องทำยังไง หรือว่าต้องพากลับไปที่ทะเลที่เขาพามาทุกอย่างถึงจะเป็นเหมือนเดิม

            ซึ่งถ้าหากเป็นเช่นนั้นเซฮุนจะไม่พาอีกคนกลับไปแน่...

            “ฉันจะลงไปเอาของที่รถ อาบคนเดียวไปก่อนนะ..”

            “อื้อ” ร่างน้อยพยักหน้าพร้อมกับค่อยๆวักน้ำขึ้นมาลูบผิวกายของตนเอง

            ในตอนนี้ทรงผมของลู่หานถูกตัดจนสั้นเพราะมนุษย์พาไปตัดมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว สั้นจนเหมือนเด็กผู้ชายธรรมดาทั่วไปแต่พื้นผมยังเป็นสีสว่างอยู่ แต่การตัดผมในครั้งนี้อาจจะช่วยแยกลู่หานออกจากความเป็นผู้หญิงแต่ใบหน้าที่หวานหยดย้อยก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าลู่หานงามเหมือนผู้หญิงมากจริงๆ

            “นี่ไอแพด อย่าทำตกน้ำนะ”

            “อื้อๆ” มือน้อยๆยื่นเข้าไปประคองไอแพดมินิของคุณมนุษย์มาถือเอาไว้ หลังจากที่ร่างสูงฝากฝังให้อยู่เองดีๆแล้วจะกลับมา

            ตลอดเวลาสองอาทิตย์ที่ผ่านมาเซฮุนมีเวลาอยู่กับลู่หานทั้งวันทั้งคืนแทบไม่ได้ไปไหนเขาก็เลยสอนให้เงือกน้อยเล่นพวกเทคโนโลยีพวกนี้ให้เป็นควบคู่ไปกับการสอนหนังสือไปด้วย ตอนนี้เซฮุนอยากจะเริ่มต้นที่การเขียนก่อน อ่านออกเขียนได้ก็ถือว่าโอเคแล้ว

            แต่เซฮุนเล็งเห็นว่าเทคโนโลยีน่าจะเข้าถึงง่ายกว่า ก็เลยพยายามให้เงือกน้อยหัดเล่นจนเป็น ซึ่งเล่นทั้งวันทั้งคืน ยังไงก็ต้องรู้เรื่องอยู่แล้ว

            “ถ่ายรูปไว้ในนี้ให้คุณมนุษย์ดูเวลาเหงาดีกว่า” ร่างบางยกไอแพดในมือขึ้นมาแล้วกดถ่ายภาพหน้าตัวเองที่เห็นหัวไหล่ขาวๆโผล่พ้นน้ำมานิดหน่อย แต่มันก็น่าจะทำให้เซฮุนรู้สึกวาบหวิวหัวใจได้บ้าง

            ร่างบางนั่งแช่อยู่ในน้ำอยู่นาน ปลายนิ้วเรียวจิ้มๆไปที่คลังรูปไปเรื่อยๆจนกระทั่งเลื่อนไปเจอรูปๆหนึ่ง เป็นรูปที่ลู่หานไม่เข้าใจว่ามนุษย์จะถ่ายเก็บเอาไว้ทำไม บางอย่างเขาก็รู้จักบางอย่างเขาก็ไม่รู้จัก

            เช่นรูปนี้..

            “อันนี้มนุษย์เคยให้กิน..เรียกว่าไส้..ไส้อะไรนะ...เอ๋..มันแดงๆมันยาวๆ อ๋อ!! ไส้กรอก..อันนี้เรียกแตงกวา...อ..อันนี้เรียกว่า พะ..พริก พริกอะไรทำไมใหญ่จัง”

            “ลู่หานดูอะไรน่ะ!”

            “ห๊ะ!”

            ในขณะที่ร่างบางกำลังนั่งงงกับภาพในไอแพดในมือของตนอยู่นั้น เสียงของมนุษย์ตัวโตที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องน้ำพอดิบพอดีทำเอาเงือกน้อยสะดุ้ง เกือบทำไอแพดในมือหล่นลงไปในน้ำไปแล้ว

            “ถามว่าดูอะไร หืม?” เซฮุนเดินเข้ามาในห้องน้ำก่อนที่จะหย่อนสะโพกนั่งลงที่ขอบอ่างจดจ้องไปที่ใบหน้าที่ดูมีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด

            “ม..มนุษย์ เราสงสัย”

            “ว่า?”

            “มนุษย์ถ่ายรูปพวกนี้ไว้ทำไม มนุษย์..คือ”

            “รูป? เห้ย! หรือว่า” เหมือนกับว่าเซฮุนจะเพิ่งนึกได้ว่าในเครื่องนั้นมีรูปบางอย่างที่ไม่ควรจะให้ลู่หานเห็น แต่ตอนแรกก็คิดว่าเห็นไปคงไม่เป็นไร แต่ดูจากสีหน้าและท่าทางแล้วดูเหมือนว่าเงือกน้อยจะสงสัยเอามาก จนเซฮุนต้องรีบฉวยไอแพดกลับมาถือไว้เองทันที

            “มนุษย์หวงเหรอ เราขอโทษ เราแค่สงสัยว่ามนุษย์ถ่ายรูปนั้นไว้ทำไม

            “ไม่มีอะไร รีบอาบน้ำเถอะ จะได้รีบมากินข้าวกัน”

            เซฮุนรีบลุกขึ้นเตรียมที่จะเดินออกจากห้องน้ำไปแล้วปล่อยให้ลู่หานอาบน้ำไปเพียงคนเดียว ส่วนรูปในเครื่องน่ะเซฮุนแค่ถ่ายเอาไว้เฉยๆ แค่เอาไว้ข่มกับจงแดมันเวลามันบลัฟเรื่องอย่างว่ากลับมาว่าใหญ่นักใหญ่หนา เราก็ส่งบรรดาของใหญ่ๆกลับไปให้มันดู คือเจออะไรก็ส่งกลับไปหมด เห็นอะไรใหญ่ๆหน่อยก็ถ่ายเก็บไว้

            ตามประสาเล่นกับเพื่อนเฉยๆ จริงๆแล้วเขาไม่ใช่คนลามกขนาดนั้นให้ตายเถอะ ป่านนี้จะคิดไปไกลขนาดไหนแล้วนะ

            “อยากอาบน้ำกับเราไหมมนุษย์...” ไม่ทันที่ขายาวจะก้าวพ้นออกมาจากห้องน้ำ เสียงหวานใสก็เอ่ยเชิญชวนขึ้นมาจนเซฮุนลอบกลืนน้ำลายลงคอ เมื่อครู่นี้ที่เดินเข้าไปก็พยายามที่จะไม่จดๆจ้องๆที่เรือนร่างของคนในอ่างมากนัก

            ไม่ใช่อะไรหรอก แต่เซฮุนไม่กล้าแสดงสีหน้าที่ดูเหมือนคนหื่นกามใส่ลู่หานไป กลัวว่าอีกคนจะตกใจถ้าหากว่าเห็นอะไรต่อมิอะไรของเขามันขยายตัวอย่างเช่นตอนนี้

            “อาบไปเถอะ เดี๋ยวไปเตรียมข้าวเย็นรอ เสร็จแล้วก็เรียกเดี๋ยวเข้ามารับ”

            ร่างสูงไม่แม้แต่หันหลังกลับไปมอง ริมฝีปากทั้งบนและล่างเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรงสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามจะไม่คิด ไม่ทำอะไรทั้งสิ้น เขาจะดูเป็นมนุษย์ใจร้ายในสายตาลู่หานไม่ได้เด็ดขาด ไม่มีทาง

            “อาบเป็นเพื่อนเราก็ไม่ได้เหรอมนุษย์...”

            เซฮุนถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคออีกรอบ เพราะน้ำเสียงที่ดูอ่อนลงจนดูเหมือนเป็นเสียงออดอ้อนออเซาะจนแทบจะทำให้หัวใจของอาจารย์หนุ่มละลายไปตรงนี้

            “ไม่ได้หรอก” เซฮุนตอบกลับเสียงเบา เบาจนลู่หานแทบจะไม่ได้ยิน

            “มนุษย์ไม่สนใจเราแล้ว...”

            น้ำเสียงของลู่หานชวนให้เซฮุนใจอ่อนลง อ่อนลงเรื่อยๆ จนมือที่ถือไอแพดอยู่ยื่นมันไปวางไว้บนโต๊ะที่อยู่ตรงหน้าประตูห้องน้ำ พร้อมกับหันหน้ากับมามองร่างบางที่ยังคงนอนแช่อยู่ในอ่างร่างกายเปลือยเปล่า มีฟองสบู่ปกคลุมอยู่ทั่วทั้งผืนน้ำ

            “รู้ใช่ไหม ว่ามนุษย์เขาจะไม่ทำแค่อาบน้ำ” 

 



---------------------------------------

Cut นี้ที่รอคอย 

Pick Pick Pick me up~

----------------------------------------




            “ไม่ต้องกลัวนะ ไม่ต้องกลัว”

            “ฮึก มนุษย์ใจร้ายกว่าฉลามอีก”

            “ถึงจะเจ็บ แต่มนุษย์มีความสุขมากรู้ไหม นายได้มอบความสุข อื้อ! ให้ฉันแล้วเงือกน้อย”

            “อื้อ! จ..จริงเหรอ ฮือ แต่เราเจ็บมากเลยนะ เราไม่ไหว”

            “ไม่เป็นไรตัวน้อย อย่ากลัวไปเลยฉันอยู่ตรงนี้”

            กอดอันแสนอบอุ่นค่อยๆประคองร่างน้อยๆเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของเขา เซฮุนจัดการขยับกายอีกสองสามทีก็รีบปลดปล่อยน้ำในกายเข้าสู่ร่างกายของลู่หานทันที จนคนที่ตัวเล็กกว่าเมื่อโดนเซฮุนกอดแล้วแถมจะจมหายไปกับอกถึงกับพูดไม่ออก หลังจากเสร็จสิ้นทุกอย่างแล้วมันทำให้เขารู้เลยว่า

            ลู่หานไม่ควรชวนเซฮุนอาบน้ำด้วยเลยจริงๆ

            “บอกแล้วว่ามนุษย์ไม่น่ากลัวเท่าคุณฉลามหรอก” เซฮุนหัวเราะออกมาหลังจากที่พูดประโยคดังกล่าวจบ สองแขนกระชับกอดร่างน้อยให้เข้าหากายเข้ามากยิ่งขึ้นพร้อมกับพรมจูบไปที่ขมับไปมาอย่างนึกเอ็นดู

            “แต่มนุษย์ทำเราเจ็บ..มนุษย์ใจร้าย”

            “เจ็บ เพื่อให้รู้ว่าความรู้สึกตอนเป็นเมียมนุษย์มันเป็นยังไง” รอยยิ้มของเซฮุนยังคงปรากฏอยู่บนใบหน้าที่สมบูรณ์แบบอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่ว่าเงือกตัวน้อยไม่ทันที่จะได้เห็นก็เท่านั้นเองเพราะว่าตอนนี้ร่างบางกำลังนอนหันแผ่นหลังแนบอกแน่นๆของเซฮุนอยู่

            “เราโกรธคุณมนุษย์แล้วไม่ต้องมากอดเราเลย”

            “งอนเหรอ หืม?”

            เหมือนตัวเองลดอายุลงไปอีก ใครจะรู้ว่ามาดอาจารย์สุขุม เจ้าระเบียบอย่างเขา ลีลาบนเตียงจะร้อนแรงไม่แพงใคร มิหนำซ้ำท่าทางตอนง้อนี่ก็ยากที่ใครจะได้เห็นมันอีกด้วย

            “เอาสาหร่ายมาง้อเราด้วย”

            “แค่สาหร่าย?”

            ปกติถ้าดูในหนังเขาจะง้อด้วยสิ่งของ เงินทองกันไม่ใช่เหรอแต่กับเงือกตัวนี้นั้นแปลกมาก ไม่เรียกร้องของราคาแพงแต่กลับขอเพียงแค่สาหร่ายหลังจากที่ตกเป็นเมียของมนุษย์แล้วเนี่ยนะ

            น่ารักชะมัด

            “ใช่ สิ่งมีค่าที่สุดในชีวิตเรานอกจากพ่อแม่ ก็มีสาหร่ายเนี่ยแหละที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตของเราแล้ว”

            เสียงงุ้งงิ้งๆของลู่หาน ยิ่งทำให้เซฮุนอารมณ์ดี ยิ่งฟังก็ยิ่งอยากกอดอยากหอมไปเรื่อยๆจนกว่าจะช้ำได้ยิ่งดี

            “แล้วมนุษย์ไม่มีค่าสำหรับเงือกน้อยเหรอครับ หืม

            “มีสิ คุณมนุษย์คือที่สุดของเราแล้ว คุณมนุษย์จะเป็นที่หนึ่งของเราตลอดไป แต่ครั้งนี้มนุษย์ผิด มนุษย์ต้องง้อเราด้วยสาหร่ายนะ”

            “ครับ...สัญญาจะง้อด้วยสาหร่าย แต่ต้องกินให้หมดนะ ถ้าซื้อมาให้แล้วต้องเป็นเด็กดี ไม่ดื้อ ไม่ซน ไม่งอแง ไม่ร้องว่าเจ็บอีกเข้าใจไหม”

            “ทำไมพูดเหมือนกับว่ามนุษย์จะทำให้เราเจ็บอีก?” ร่างน้อยในอ้อมแขนเอ่ยถามด้วยความสงสัย

            “ครั้งต่อไปจะพยายามไม่ให้เจ็บอีกก็แล้วกัน”

            ถามว่าเข้าใจไหม ลู่หานไม่เข้าใจในสิ่งที่มนุษย์พูดเลยแต่ตอนนี้ร่างน้อยรู้แค่เพียงว่าตัวเองนั้นเหนื่อยเหลือเกิน เหนื่อยจนจับใจความไม่ได้ว่ามนุษย์พูดอะไรต่อจากนั้นอีกเพราะว่าหลังจากนั้นเจ้าเงือกตัวน้อยๆก็ค่อยๆเข้าสู่นิทราไปในอ้อมกอดของมนุษย์ทันที...

            “ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าอนาคตของฉัน ฉันจะอยู่ไปเพื่อใคร”

            “.................”

            “ฉัน...จะเลี้ยงนายให้โตมาเป็นเด็กดี แต่ระหว่างที่นายเติบโตนายก็ต้องเรียนรู้การเป็นเมียของฉันไปด้วยนะ รู้ไหม?”

            “………”

            “ตัวเล็ก?”

            “….”

            “ตัวเล็กหลับเหรอ?”

            “….”

            “ถ้างั้นก็....ฝันดีนะ เงือกน้อยของฉัน

 

- The End –

 

ตอนแถมจ้า..

            หนึ่งปีผ่านไป.. ดร.ชวินกลับเข้ามาทำงานในมหาวิทยาลัยอีกครั้งหลังจากที่เขาพักการสอนไปนานถึงสองปีเต็ม แน่นอนว่าที่กลับมาทำงานในครั้งนี้ได้นั้นส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะแรงผลักดันของใครคนหนึ่ง คนที่เขาพบเจอโดยบังเอิญ

            คนที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าเราจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมานานจนระยะเวลาถึงหนึ่งปีแล้ว

            เซฮุนตัดสินใจขอเงือกน้อยคบตั้งแต่หกเดือนให้หลัง หลังจากที่ทั้งสองคนพบกันในตอนนั้นกว่าที่ลู่หานจะเข้าใจคำว่าคบกันก็ต้องอธิบายกันอยู่นาน

            ในส่วนของจงแดที่ทุกวันนี้มันก็ยังไม่รู้ว่าจริงๆแล้วลู่หานไม่ใช่คนก็ได้แต่รู้แค่เพียงว่า ลู่หานเป็นแฟนใหม่ของเซฮุน เป็นรุ่นน้อง เพียงเท่านั้น

            “สวัสดีค่ะดร.วันนี้พาน้องหนูมาด้วยเหรอคะ”

            “อ่าครับ”

            เป็นเช่นนี้ทุกวัน เซฮุนมักจะพาลู่หานมาที่มหาวิทยาลัยด้วยหลังจากที่หัดให้อีกคนเดินจนสามารถเดินได้แล้วถือว่าแฟนตัวน้อยของเขาเก่งมากที่สามารถเอาชนะธรรมชาติของร่างกายแล้วเปลี่ยนตัวเองจนกลายเป็นมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบขนาดนี้

            “คบกันนานแล้ว เมื่อไหร่จะแต่งงานสักทีคะเห็นดร.ตัวติดกับน้องมากเลย”

            “ก็คงจะเร็วๆนี้น่ะครับ แต่ยังไม่แน่ใจเรื่องวัน ถ้าผมแต่งแล้วผมจะบอกนะ”

            บทสนทนาระหว่างอาจารย์หนุ่มกับอาจารย์ผู้หญิงในภาควิชาเดียวกันกับเขาจบลง หลังจากนั้นเซฮุนก็จูงมือลู่หานให้เดินตามเขาเข้ามาในห้องพักอาจารย์ที่เป็นห้องพักส่วนตัว แล้วเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานเพื่อวางกระเป๋าโน๊ตบุ๊คเอาไว้

            “มนุษย์...แต่งงานคืออะไร?”

            ลู่หานที่เดินไปนั่งอยู่ตรงเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของแฟนหนุ่มที่มีดีกรีเป็นถึงอาจารย์ในมหาลัยเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัย ถึงทุกวันนี้จะพยายามเรียนรู้ภาษามนุษย์มากขึ้น แต่ก็ยังเรียนรู้ไม่หมดทุกคำอยู่ดี

            “จริงๆเราไม่ต้องแต่งงานกันก็ได้นะ เพราะตกดึกเราก็เป็นสามีภรรยากันอยู่แล้ว”

            “คุณมนุษย์! เราเข้าใจสองคำนี้นะ!”

            “เข้าใจก็ดีเลย คืนนี้ฉัน...”

            “คุณมะนู๊ดดดดดดดด!! หื่นที่สุดเลย”

            “เก่งจังไปเรียนรู้คำนี้มาจากไหน หื้ม?” เซฮุนรู้สึกอารมณ์ดีมากจนทนไม่ไหว เดินเข้าไปสวมกอดแฟนของเขาจากทางด้านหลังแล้วขโมยหอมแก้มไปอีกสองสามทีจนหนำใจ

            “มนุษย์แหละทำให้เราเป็นแบบนี้”

            “ทำอะไรเหรอ ไม่รู้เรื่องเลย จำไม่ได้เลย...ให้ตายเถอะ”

            “..................”

            “เงือกน้อยอย่าทำหน้างอนสิ...เมื่อคืนรุนแรงไปเหรอ ขอโทษนะของมนุษย์มันใหญ่ก็ต้องทำใจนะ”

            “ฮือ! มนุษย์! เราโกรธคุณมนุษย์แล้วนะ

            “แต่คุณมนุษย์รักเงือกน้อยที่สุดในโลกเลย”

            “มนุษย์อะ!” สีหน้าเง้างอนของลู่หานเป็นอะไรที่น่าแกล้ง น่ารังแกที่สุดแล้ว

            “น่ารักแบบนี้ พรุ่งนี้คุณมนุษย์คงต้องลางานแล้วแหละ”

            “หืม?”

            “คงจะง้อเงือกน้อยตัวนี้ยาวแน่ๆเลยคืนนี้...หึหึ”

- จบจ้า





#ชวินเมอเมด  

สุขสันต์วันเกิดลู่หานลูกสาวคนสวย แล้วก็โอเซฮุนมนุษย์สุดหล่อที่หล่อเกินมนุษย์ ขอให้มีความสุขมากๆ ร่างกายแข็งแรงกำยำมีแต่คนรัก คนหลงเย้อๆ ขอให้สู่ขอน้องเขาไวๆ เลาจารอวันนั้นนะจา รั๊กกกก >< 

       

           

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ HolinezZ จากทั้งหมด 24 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

249 ความคิดเห็น

  1. #249 Noonmint (@Noonmint) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 22:26
    งื้อออ....มะนุดดดดด.
    #249
    0
  2. #248 J&k... (@kulabadsaeng19) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 11:20

    ฟินมากกกอะ
    #248
    0
  3. #247 Lukiris Tink (@kimchi9) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 10:08

    กลับมาอ่านใหม่ก็น่ารักเหมือนเดิม
    #247
    0
  4. #246 Fallen Neko (@snowji) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 10:05
    น่ารักมากกกกก
    #246
    0
  5. #245 supisarayutha (@supisarayutha) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 14:02
    ชอบบบบอ่ะะ

    คุนมะนู๊ดดดด
    #245
    0
  6. วันที่ 26 มกราคม 2562 / 12:59
    ฟินอะฟินสุดดดอยากมีโมเม้นแบบนี้บ้าง
    #244
    0
  7. #243 pascalth (@pascalth) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 18:18

    มันน่ารัก มันฟิน มันเขินนน
    #243
    0
  8. #242 mmamaexx (@metalx) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 23:45
    โครตน่ารักเลยยยยยยย หือชอบมากเลย
    #242
    0
  9. #241 -Beast- (@-Beast-) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 05:58
    งือออ น่ารักอ่ะ
    #241
    0
  10. #240 Rose_Kanokporn (@Rose_Kanokporn) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 23:49

    --///--
    #240
    0
  11. #239 Rose_Kanokporn (@Rose_Kanokporn) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 23:48

    น่ารักจังเลย
    #239
    0
  12. #238 btsbigfumf (@btsbigfumf) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 20:20
    สนุกมากเลย
    #238
    0
  13. #237 ไคไคช้อบชอบ (@kaimairu) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 16:07
    เซฮุนหื่นมากอะ น้องอย่าไปคุยกับคนแบบนี้นะ
    #237
    0
  14. #236 คุ มะ มง. (@Piyapon363) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กันยายน 2561 / 18:41
    นั้ลล้ากกกก
    #236
    0
  15. #235 AlisaChurika (@AlisaChurika) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 11:36
    อยากเป็นเงือกเลยค่ะ555555555
    #235
    0
  16. #234 123wanza (@123wanza) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 18:27
    น่ารักกกด งื้ออ
    #234
    0
  17. #233 N3467SA (@N3467SA) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 20:59
    ชอบมากค่ะ
    เงือกน้อยน่าร๊ากกก
    คุณมนุษย์หื่นมากกกกชอบความใส่ซื่อคองนายเอกมากคร้าาาา
    #233
    0
  18. #232 N3467SA (@N3467SA) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 20:58
    ชอบมากค่ะ
    เงือกน้อยน่าร๊ากกก
    คุณมนุษย์หื่นมากกกกชอบความใส่ซื่อคองนายเอกมากคร้าาาา
    #232
    0
  19. #231 Luv u soso (@exo-forever) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 09:54
    ชอบจังเลย อ่านแล้วเพลินๆไม่เครียด อยากให้แต่ง sf อีกจัง
    #231
    0
  20. #230 mmmr2545 (@mmmr2545) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:14
    น่าร้ากกกก
    #230
    0
  21. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:33
    อ่านคัทยังไงอ่าา
    #229
    0
  22. #228 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 09:34
    มะนุดดดดดดด เอาเปรียบลู่มากจ้าาาาาาา สอนการใช้ชีวิตก็เยอะนะ แต่เรื่องนั้นเยอะกว่าค่าาาา -/////- แต่ง้อด้วยสาหร่ายอะ เอ็นดู 55555
    #228
    0
  23. วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 23:52
    น่ารักมากเลยยย แงงง
    #227
    0
  24. #226 GBright˙ω˙ (@logooo) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 23:22
    ฮื่อออออน่าร้ากกกกกก
    #226
    0
  25. #225 keamdang (@keamdang) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 08:31
    ฮื่ออออออ มะนู๊ดดดดดดดด
    ทะไมร้อนแรงดั่งกะฟายเยอร์
    #225
    0