unconditionally ∞ markbam (end)

ตอนที่ 29 : unconditionally - 27

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,879
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    12 ต.ค. 57




Unconditionally




ทุกครั้งที่เราพบกัน ทุกครั้งที่เธอยิ้มให้
อยากกอดเก็บเอาไว้
เพราะรู้ไม่นานเธอจะหายไป



 

 

ท้องฟ้าไม่ใช่สีเดิมทุกวัน

แต่เราก็มองมันเป็นสีฟ้าเหมือนเดิม


 

 

'เรากลับไปเป็นพี่น้องกันเถอะนะ'

 

'เรากลับไปเป็นพี่น้องกันเถอะ'

 

'เรากลับไปเป็นพี่น้อง'

 

'พี่น้อง'


 

 

ผมเปิดประตูห้องเรียนแล้วมองหาคิมยูคยอม น่าแปลกที่วันนี้ยังไม่เห็นหัวคนสูงที่โดดเด่นกว่าคนอื่นเสมอ


 

และผมก็เลือกที่จะไม่เข้าห้องอย่างที่เคยทำประจำ กลับเนรเทศตัวเองออกมาอยู่หน้าห้องแทน


 

ผมสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างจากในห้อง...


 

ที่จริงผมมองว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระนะ แต่ขอเล่าหน่อยก็ได้


 

แบมมานั่งติวด้วยกันเปล่า ผมที่เพิ่งเดินมากับคิมยูคยอมหันไปตามเสียงเรียกของพวกฮันบินที่นั่งอยู่กับกลุ่มของจองกุก ผมหันไปมองยูคยอมก่อนที่เราสองคนจะพยักหน้ารับ


 

ไม่ดีกว่าฮันบิน เดี๋ยวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ


 

และกลายเป็นคำปฏิเสธในนาทีต่อมาเมื่อคนติวคือเยริน เธอทำหน้าไม่พอใจและผมก็รับรู้ได้เธอคงไม่อยากนั่งมองหน้าผมแน่ๆ เลยปลีกตัวออกมาดีกว่า


 

ฮันบินเหมือนจะเป็นคนเดียวที่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรเลยเดินออกมานั่งอยู่บนพื้นหน้าห้องเป็นเพื่อน ที่จริงผมก็สงสัยนะว่ายูคยอมจะคิดมั้ยว่าทำไมผมถึงเลือกที่จะทำแบบนี้ แต่ดูเหมือนมันจะมีอะไรในใจเหมือนกัน ผมเลยไม่กล้าที่จะถามอะไรมาก


 

            แต่บางทีผมอาจจะเข้าใจอะไรบางอย่างวันนี้ก็ได้


 

            คิมยูคยอมกำลังกำโทรศัพท์แน่นอยู่หน้าห้องน้ำ


 

            ผมเลยไปยืนอยู่ข้างๆ แล้ววางแขนพาดไหล่กว้างนั่น ผมดึงโทรศัพท์ออกจากมือให้ด้วยนะ ผมใจดีกลัวโทรศัพท์พังคามือก่อน


 

            แล้วกำแพงแห่งความเข้มแข็งก็พังทลายลงมาต่อหน้าต่อตา


 

            ผมนึกย้อนไปถึงเรื่องของตัวเอง


 

            ณ ตอนนั้นผมยังมีไหล่คุ้นเคยนั้นเป็นที่ยึดเหนี่ยวตัวเองไม่ให้ล้มลง


 

            แต่ตอนนี้ยูคยอมไม่มีใคร นอกจากผมที่เป็นเพื่อนเขา


 

            “ยายฉันเสียแล้วแบม”


 

            เสียงที่เบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบนั้นเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ผมส่ายหน้าไม่ให้ยูคยอมพูดต่อ ผมยินดีที่จะให้ไหล่ของตัวเองเป็นที่ซับน้ำตาให้กับเพื่อนสนิทและรับความเสียใจนั้นมาไว้กับตัวเองด้วย


 

เพราะแม้ผมจะมีเรื่องเสียใจมากมายแค่ไหน


 

            ผมตระหนักได้ว่าเราต้องใช้ชีวิตให้มีความสุขและอย่ามัวเสียใจกับอดีตที่ผ่านไป


 

            พวกเขาเหล่านั้นที่อยู่ห่างไกลจะเป็นยังไงบ้างนะ


 

สบายดีหรือเปล่า...ผมละเลยคำว่าครอบครัวนานแค่ไหนแล้ว


 

.

 

.

 

.


 

ผมเลื่อนดูโทรศัพท์อย่างเคยชิน มันต้องได้จับทุกวันเหมือนปัจจัยที่ห้า ผมลบแอคเคานต์ทวิตเตอร์ไปด้วยล่ะเพราะไม่ได้เล่นแล้ว อาจจะลบเฟซบุ๊คเป็นอย่างที่สองเพราะไม่ได้มีไว้คุยกับใครหรือส่องใคร ผมไม่ได้อยากตัดขาดโลกภายนอกหรอกนะ


 

แต่บางทีผมอยากทำอะไรได้มากกว่านี้


 

ทว่า...


 

ผมลบเฟบเวอริทในไลน์ไม่ได้และเขาก็ยังอยู่ในลิสต์นั้น


 

รูปดิสเพลย์ก็ยังเป็นรูปพี่มาร์คที่ถ่ายทับจากรูปโพลารอยด์อีกทีแต่เป็นหน้าพี่มาร์คคนเดียว มันทำให้ผมมองย้อนของตัวเองที่ทำแบบเดียวกัน เป็นหน้าผมคนเดียว


 

จากรูปเดียวกัน


 

บางทีพี่เขาคงไม่ได้ตัดขาดผมออกจากโลกของเขาหรอกมั้ง


 

ถ้าเขาให้ผมได้แค่พี่น้อง ผมก็ยอมเป็นน้องที่รักพี่คนนี้มากๆ แล้วกัน


 

 

19.32   พี่มาร์ค


 

19.32   แบมไปหาที่ห้องได้มั้ย


 

19.33   เดี๋ยวเอาหนังสือไปคืน


 

19.34   คงไม่ได้ใช้แล้ว


 

           

            พี่มาร์คไม่ได้ตอบกลับมาในทันที


 

            เขาคงไปฉลองที่เรียนจบแล้วคงยังไม่ว่างตอบ ผมก็ไม่ได้คาดหวังให้เขาตอบผมตอนนี้นะ มือไม้สั่นไปหมดตอนส่งไป ต้องรวบรวมความกล้ามากกว่าตอนพรีเซนต์งานหน้าชั้นเรียนอีก


 

            ผมกดออกจากแอพลิเคชั่นไลน์แล้วเข้าไปดูคอนแทค นี่ผมติดต่อแม่ครั้งล่าสุดเมื่อไหร่กัน...มันก็เป็นเรื่องที่นานมาแล้ว


 

            ผมคิดคำพูดที่จะพูดกับแม่ไม่ออกเลย


 

            แต่ไม่นานนักแม่ก็รับสายผมแล้ว ผมไม่ได้พูดกับแม่ในทันทีเพราะดูเหมือนแม่จะคุยกับคนอื่นอยู่ ผมถือสายรอจนได้ยินเสียงปิดประตูไปถึงได้พูดทักแม่สักที


 

"แม่ครับ"


 

[ว่าไงลูก แม่มีเวลาแป๊บเดียวนะ มีคุยกับลูกค้าต่อ] ผมก้มลงมองนาฬิกาที่โทรศัพท์ ตอนนี้ทุ่มกว่า ที่นู่นก็คงห้าโมงเย็นเอง แม่ผมทำงานหนักน่าดูสินะ


 

"คิดถึง"


 

[หิมะตกเหรอลูกแม่ ปกติไม่เคยจะโทรมา] เสียงหัวเราะลั่นจากปลายสายทำให้ผมหลุดยิ้มตามได้โดยไม่รู้ตัว แม่ผมน่ารักจะตาย...ยกเว้นตอนโมโห .__.


 

"ตกอยู่ๆ คิดถึงแม่จังเลยครับ"


 

[อยากได้อะไรเป็นพิเศษเนี่ยเรา อ้อนแม่อย่างนี้ต้องมีอะไรแน่เลย]


 

"คิดถึง”


 

“อยากกลับบ้านเราที่ไทยเร็วๆ แล้วครับ"


 

[ตอนซัมเมอร์ไง ไหนครั้งที่แล้วที่คุยกันยังงอแงไม่อยากกลับเลยลูก] เพราะตอนนั้นกับตอนนี้มันไม่เหมือนกัน มันต่างกันมากเลยนะครับแม่


 

"..."


 

[มีอะไรหรือเปล่า?]


 

"ไม่...มีอะไรหรอกครับ แม่กินข้าวหรือยัง เดี๋ยวผมกอดแล้วตัวไม่นิ่มเหมือนเดิมผมเสียใจแย่เลย” แม่หัวเราะอีกครั้งพร้อมกับเสียงเก็บกระดาษที่บ่งบอกให้รู้ว่าแม่คงต้องไปทำงานต่อแล้ว ผมมีอะไรมากมายที่อยากบอกแม่นะ...แต่ผมไม่กล้าที่จะพูดออกไปเลย


 

[กินแล้ว แบมล่ะกินยัง เบื่ออาหารเกาหลีก็กลับมากินอาหารไทยบ้านเรามา"


 

"กินแล้ว...แม่ครับ" ผมเงียบไปอีกอึดใจ แม่ก็เงียบเหมือนรอฟังสิ่งที่ผมพูดอยู่ "แม่อยากให้ผมเรียนหมอจริงๆใช่มั้ย"


 

[โอ้ย ลูกไม่ต้องคิดมากหรอก แม่ก็พูดไปงั้น อยากเรียนอะไรก็ตามใจลูกเถอะ แม่เชื่อว่าลูกแม่เก่งอยู่แล้ว ขนาดไปอยู่คนเดียวยังอยู่ได้เลย ลูกแม่เอาตัวรอดได้อยู่แล้ว]


 

"..."


 

ผมไม่รู้ตัวว่าตอนนี้ผมกำลังอ่อนแอมากแค่ไหน


 

แต่ผมอยากกลับบ้าน


 

[เรื่องเรียนมีปัญหาเหรอแบม]


 

"นิดหน่อยน่ะครับ มันท้อ...ผมจะกลับไทยไปตั้งใจเรียนสอบเข้าหมอนะแม่ ฝากลงเรียนพิเศษให้หน่อยนะครับ"


 

บ้านที่ไม่ใช่แค่สิ่งก่อสร้างหรืออะไร


 

[ท้อได้แต่อย่าถอยนะลูก แม่ไม่รู้ว่าปัญหาของลูกคืออะไร แต่ว่า...]


 

แต่คือที่ที่มีคนที่เรารักและเขารักเราอยู่


 

[กลับบ้านเราเถอะครับแบม]


 

และไม่ทำให้ผมรู้สึกโดดเดี่ยวอย่างนี้


 

[ยังมีแม่อยู่ตรงนี้ทั้งคนนะ]


 

เพราะที่นี่มันอ้างว้างเกินไปสำหรับผม


 

เพราะครอบครัวคือห้วงความรักที่ปราศจากเงื่อนไขใด ไม่มีเหตุผลที่เขาจะทอดทิ้งเรา และไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้ความรักกลับคืน


 

            แม่วางสายไปแล้วแต่ผมยังถือโทรศัพท์อยู่ ร่างกายผมคงต้องการพักผ่อนอย่างจริงจังหลังจากเครียดสะสมมาตลอดทั้งสัปดาห์ ใช่แล้ว ผมสอบครั้งนี้ได้แย่ที่สุดเท่าที่เคยทำมาเพราะสมาธิผมเสียไปมากพอสมควร ผมเตรียมกดปิดโทรศัพท์


 

            แต่สุดท้ายผมก็ตัดใจไม่ลง เปิดแอพพลิเคชั่นที่เพิ่งปิดลงไป


 

...เขาไม่ตอบผมล่ะ


 

รู้ได้ยังไงน่ะเหรอ


 

เขาไม่ได้เข้ามาอ่านแล้วไม่ตอบ


 

พี่มาร์คเปลี่ยนรูปลงเป็นรูปกลุ่มเพื่อนตัวเอง สเตตัสถูกลบทิ้งและชื่อไลน์ก็เป็นชื่อ Mark Tuan


 

ก็ยังดี


 

ขอบคุณที่ไม่ทำให้ผมเสียความรู้สึกนะครับ

 

 

 

 

.

 

.

 

.


 

ผมยืนลังเลนานพอสมควรว่าจะกดกริ่งดีหรือว่าจะวางถุงหนังสือนี่ไว้หน้าห้องเงียบๆ แล้วจากไปเลย แต่ถ้าทำแบบนั้นมันคงเสียมารยาทน่าดู ยังไงพี่มาร์คก็ตั้งใจเอามาให้ผมนี่นา


 

เอาวะ ไหนก็มาถึงแล้ว เดี๋ยวไอ้พี่หวังมันก็โทรมาเร่งอีก


 

            ผมลองกดกริ่งไปครั้งนึงแล้วถอยออกมายืนรอ


 

เสียงวิ่งวุ่นวายในห้องดังพร้อมกับเสียงตะโกนบอกให้ผมรับรู้ว่ามีคนอยู่ในนั้น


 

"รอก่อนนะครับ"


 

น่าเสียดายที่เป็นรุ่นพี่แจบอม


 

"ไง"


 

พี่เขายิ้มโชว์ฟันหน้าเรียงกันครบเกือบทุกซี่ เขาเป็นคนยิ้มกว้างแบบดอกไม้บานสะพรั่งตามจริงๆ ผมโค้งทักทายแล้วยื่นถุงหนังสือคืน รุ่นพี่แจบอมมองเหมือนมันเป็นวัตถุแปลกปลอม


 

"...ฝากคืนพี่มาร์คหน่อยนะครับ"


 

"คือ" รุ่นพี่ทำท่าอึกอักเหมือนมีอะไรจะบอกแต่เหมือนจะไม่กล้าบอกเช่นกัน พี่มาร์คไม่ให้รับคืนงั้นเหรอ?



 

"เขาไม่อยู่เหรอครับ"


 

"ช่ายยย"


 

ผมลดมือลงอย่างเข้าใจ เขาคงรู้ว่าผมจะมาวันนี้เลยไม่อยู่ห้องสินะ





 

"งั้นเดี๋ยววันหลังผมมา..."


 

"ไม่ต้องหรอกแบมแบม" รุ่นพี่แจบอมวางมือลงบนไหล่ผมแล้วบีบเบาๆ...เหมือนให้กำลังใจ


 

"มาร์คมันย้ายออกไปแล้วล่ะ"


 

"..."


 

"พวกเราขายห้องนี้ได้แล้ว คงแยกย้ายกันกลับบ้าน ไว้ลองไปหามันที่บ้านดูนะ" ผมพยักหน้ายิ้มรับให้รุ่นพี่แจบอม ผมเข้าใจจริงๆ นะไม่ได้แสร้งทำหรือหลอกตัวเองอะไรทั้งนั้น ผมทำใจไว้นานแล้วว่าสักวันการจากลามันต้องมาถึง และวันนั้นเราต่างจะมีความสุขกับทางที่เลือก


 

"ไม่เป็นไรครับรุ่นพี่ ยังไงก็ขอแสดงความยินดีล่วงหน้าไว้ก่อนเลยนะครับ :)"


 

"ขอบใจมากน้องรัก เดี๋ยวไว้วันนั้นมาหาไอ้มาร์คมันด้วยนะ"


 

รุ่นพี่แจบอมวางมือบนไหล่ผมอีกครั้ง ผมโค้งขอบคุณให้แล้วถอยหลังกลับมา


 

ผมก็แค่กลัวว่า...


 

จะอยู่ไม่ถึงวันนั้น


 


 

.

 

.

 

.


 

ผมก้าวเข้ามาในบ้านหลังใหญ่โต คุณน้าแม่บ้านออกมาต้อนรับเหมือนเคยและก็ยิ้มแบบใจดีให้แบบทุกครั้ง ทำไมทุกคนชอบมองผมแล้วยิ้มแบบนั้นทั้งที่หน้าผมเหมือนคนแบกโลกไว้ทั้งใบ สุดท้ายแล้วผมก็ยิ้มตอบท่านไปจนตาเกือบปิด


 

"ช้า"


 

ดูมันครับ นี่คือคำที่ทักน้องรหัสสุดหล่อคนนี้เรอะ


 

ห้องนั่งเล่นที่มีโซฟาล้อมรอบใหญ่มาก คือใหญ่ขนาดที่ผมว่าผมมาขอเช่าห้องนั่งเล่นอาศัยยังได้ แต่ประเด็นอยู่ที่หวังแจ็คสันเกลือกกลิ้งแบบไม่สนใจคนรอบข้างและรอบตัวเต็มไปด้วยขนมขบเคี้ยว


 

รวมไปถึงของมึนเมา -_-


 

"พี่โทรเรียกผมมาทำไมวะ"


 

"เหงา"


 

ผมวางถุงหนังสือลงที่มุมห้อง อยากจะถอนหายใจให้ปอดออกมาเริงระบำข้างนอก สงสารน้าแม่บ้านที่ต้องมาอยู่กับคนซกมกแบบนี้..


 

"ไม่ต้องเก็บ เดี๋ยวก็รก"



 

"งั้นผมก็ไม่อยู่อ่ะ" เจ้าตัวรีบม้วนตัวลุกขึ้นมากวาดทุกอย่างให้อยู่ในกองเดียว แล้วตบเบาะข้างๆ ให้ผมลงนั่ง


 

"อยู่ดึกได้ใช่มั้ย คืนนี้ค้างบ้านกูนะ" ผมหรี่ตามองพี่แจ็คสัน นี่ต้องการอะไรจากผมครับ ถึงตอนนี้มันจะเริ่มเย็นแล้วก็เถอะนะ แต่ผม...


 

"ก็ได้ครับ"


 

"ดีมากน้องรัก"


 

ที่จริงผมควรจะชินใช่มั้ยว่าพี่แจ็คสันก็ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างที่คนทั่วไปเป็น แต่เอาฮาปะครับ ใช้เท้ากดเปลี่ยนช่องเนี้ย


 

"ทำดีๆ ดิวะ"


 

"อย่ามาเป็นยองแจสอง"


 

ผมย่นจมูกใส่ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแทน ไลน์ห้องเด้งแหละครับ ใช้แรงงานกันอีกแล้ว


 

'วันพุธมาทำงานที่โรงเรียนด้วย'


 

            ผมนั่งเล่มเกมในไอแพดพี่แจ็คสันจนเพลิน พอมองนาฬิกาอีกครั้งเวลาก็ผ่านไปร่วมชั่วโมง ผมเงยหน้ามองโทรทัศน์และพบว่ามันคือหนังรักโรแมนติกทางช่องเคเบิล


 

            ผมลุกขึ้นบิดไล่ความขี้เกียจ พลันสายตาเหลือบไปเห็นกีตาร์ที่อยู่มุมห้องพอดี ผมเอ่ยปากขออนุญาตเจ้าของและเจ้าตัวทำเพียงพยักหน้าแล้วหันกลับไปสนใจหนังตรงหน้าต่อ


 

            ดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปแล้วและความมืดมิดก็เข้าแทนที่ ผมมองหามุมสงบและพบว่าที่สวนหลังบ้านมีชิงช้าที่เป็นเก้าอี้นั่งอยู่


 

            ผมเลือกเพลงไทยมาเล่นสองสามเพลง หนึ่งในนั้นคือเพลงมุมที่เป็นเพลงโปรดผมเลย ฟังได้ทุกครั้งที่มีโอกาส ตอนนี้มันก็ยังเป็นเพลงโปรดผมอยู่นะ


 

            ลมหนาวพัดมากระทบหน้าผมที่นี่สั่นไปหมดแต่ผมก็ยังอยากอยู่ข้างนอกมากกว่าอยู่ดี ผมชอบมองท้องฟ้า มันเป็นความรู้สึกอิสระเพราะมันไม่มีขอบเขต


 

            เพราะท้องฟ้านั้นกว้างใหญ่


 

            ผมเลยไม่เคยมองว่ามันกว้างเกินไป


 

            “ฉันรู้ดีทำไมท้องฟ้ายามเช้า กลับดูมืดมนกว่าทุกวันที่เลยผ่าน”


 

อะไรดลใจให้ผมเลือกเพลงนี้นะ



“ฉันเข้าใจทำไมแสงจันทร์คืนนี้ เหน็บหนาวกว่าที่ฉันเคยรู้สึก”



คงเป็นเพราะผมเลือกฟังมันเมื่อเช้า



 

“ไม่แปลกใจ กับความรู้สึกที่ฉันเผชิญอยู่ตอนนี้...”


 

“ทำไมเพลงมันเศร้าจังวะ”


 

ผมจุดยิ้มให้กับตัวเองพร้อมๆ กับพี่แจ็คสันที่ยกขวดโซจูขึ้นดื่ม พี่เขาคอแข็งจะตายดื่มมาตั้งนานยังไม่เมาเลย


 

ผมยังคงร้องคลอกับเสียงกีต้าร์ต่อไป


 

“แต่ยังมีหนึ่งคำถามที่ฉันไม่เข้าใจเป็นหนึ่งคำถามที่ฉันยังตอบไม่ได้”


 

ผม...กำลังเศร้าอยู่มั้งครับ


 

“เพราะอะไรเหตุใดเธอต้องไป รักของเราที่สวยงามจางหายไปตอนไหน”



            “เพราะอะไร คำถามยังค้างในใจ อยากขอสักครั้งได้ไหม”



 

พี่แจ็คสันวางขวดในมือลงอย่างแปลกใจ


 

“...กลับมาตอบคำถามที่มีแต่เธอที่รู้”


 

ผมวางมือลงบนสายกีต้าร์ตัวนั้นอีกครั้ง ก่อนจะวางมันลงข้างตัว พอเงยหน้ามองอีกที ดวงจันทร์ดวงโตนั้นก็หายไปหลังก้อนเมฆแล้ว


 

หรือผมมองไม่เห็นเองก็ไม่รู้ ทุกอย่างมันพร่ามัว


 

            “มันเป็นเรื่องจริงใช่มั้ย มึง...กับมัน?”


 

            ไม่แปลกที่พี่แจ็คสันจะรู้ ผมรู้สึกแย่ที่ดูทำตัวมีความลับกับทุกคนทั้งที่พอถึงเวลาแล้ว พวกเขากลับช่วยพยุงให้ผมลุกขึ้น ช่วยแบ่งเบาและดึงผมกลับมาอีกครั้ง


 

            “พี่ครับ” ผมสูดลมหายใจลึกๆ ก่อนจะพยายามเรียบเรียงคำพูดที่ผมอยากพูด “ผมว่าจะกลับไปเรียนต่อที่ไทยเลย”


 

            “เพราะมัน?” และก็กลายเป็นผมที่หลบสายตาพี่แจ็คสันซะเอง ผมว่าผมคงเป็นคนหนีปัญหาอย่างที่เขาเคยว่า..


.

            “แม่อยากให้ผมกลับไปเรียนอยู่แล้ว...ทุกอย่างก็แค่ช่วยให้มันเร็วขึ้นครับ”


 

            พี่แจ็คสันเงียบไปสักพัก ผมใช้หลังมือเช็ดน้ำตาออกแล้วขยับตัวนั่งใช้เท้าดันให้ชิงช้าเริ่มขยับ


 

“ตัดสินใจดีแล้ว?”


 

“...ผมไม่อยากรบกวนแม่อีก แม่คงเหนื่อยมาก”


 

ผมยิ้มรับเมื่อแขนยาวพาดลงมาบนไหล่ ผมเอนหัวลงไปซบลงบนไหล่ของพี่รหัสที่ดีที่สุดของผม


 

“พี่เคารพการตัดสินใจของเรานะ ถ้าคิดว่ามันดีที่สุดแล้ว อย่าเสียใจทีหลังนะรู้มั้ย”


 

            ผมพยักหน้ารับอยู่อย่างนั้นซ้ำๆ จนพี่แจ็คสันชูขวดแก้วสีเขียวที่ถือติดมือมาให้ เรานั่งกันอยู่ตรงที่เดิมและไม่มีใครพูดอะไรขึ้นมาอีก ผมรู้ว่าพี่แจ็คสันอยากรู้อะไรจากผมมากกว่านั้นแต่เขาก็ยินดีเงียบและผมรู้สึกขอบคุณเขามาตลอด


 

ก่อนที่ค่ำคืนนี้จะมืดสนิทและมีเพียงแสงจากดวงดาวประปรายและดวงจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่เหนือศีรษะ


 

            มอบให้แก่ความเสียใจที่จะไม่หวนคืน


 

.

 

            .

 

            .


 

"ยูคยอมไปไหนอ่ะแบมแบม" จินฮวานเป็นคนถาม ผมที่มาถึงตั้งนานแล้วกำลังจัดการกับกองกระดาษตรงหน้ามาสักพัก ผมระบายสีเก่งนะเชื่อดิ


 

"ไปงานศพยายที่ต่างจังหวัดน่ะ"


 

"อ้อ"


 

ปิดเทอมก็เหมือนไม่ได้ปิด วันหยุดก็ต้องมาทำงานทำการ แต่ถ้ามาทำตอนนี้ย่อมดีกว่ามาทำใกล้ๆ แล้วไม่เสร็จ ตอนนั้นจะสยองกว่าเยอะ



 

ผมกะว่าจะทำแค่ครึ่งวันแล้วตอนเที่ยงจะเฟดตัวเองออกมาเงียบๆ เคยคิดนะว่ามันต้องมีสักครั้งในชีวิตที่จะต้องไปเที่ยวแบบแบ็กแพ็กเกอร์ อยากไปท่องโลกคนเดียวด้วยสกิลภาษาง่อยๆ แต่ผมว่าพอมาอยู่ที่นี่แล้วภาษาอังกฤษผมดีขึ้นนะ นิดนึงก็ดีแล้ว =__= อยากไปดูพระอาทิตย์เที่ยงคืนที่นอร์เวย์ อยากไปกินหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์


 

แต่ทุกอย่างจบลงตรงนี้ที่ได้ข้อสรุปว่าอีกสองอาทิตย์ผมก็ต้องกลับไทย ไม่ต้องคิดไปไกลถึงยุโรปครับ แค่เกาหลีในโซลที่เขาว่าดังๆ ผมยังไปไม่ครบเลย (   ' ' )


 

"เฮ้ย งานเปื้อนแล้วเว้ย"


 

อ้าว เวรละ ผมลากพู่กันเกินขอบจนออกไปที่พื้นแล้วเลยไปกระดาษแผ่นอื่นด้วย กูจุนฮเวดึงออกทันพอดีก่อนที่มันจะลุกลามไปแผ่นอื่น กรรม -__-


 

"เหม่อไรวะเห็นมาก็นั่งนิ่งไม่พูดไม่จา"


 

ฮันบินดึงพู่กันออกแล้วยื่นทิชชู่ให้ ดีว่ายังไม่แห้งผมเลยนั่งขูดออกไปสบายอยู่


 

"คิดอะไรเพลินไปหน่อยน่ะ แหะๆ"


 

งานนี้ต้องหัวเราะกลบเกลื่อนไว้ก่อน ฮันบินส่งกรรไกรให้ผมไปตัดกระดาษแทน ส่วนตัวเองมานั่งแก้งานให้ นี่ซึ้งน้ำตาจะไหล เพื่อนประเสริฐมากใจดีมากกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว


 

อันที่จริงงานพวกนี้เหมาะกับผู้หญิงมากกว่านะครับแต่ดูจากสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว ประชากรเพศชายมีมากกว่าเพศหญิงเป็นเท่าตัว ไม่รู้นัดกันไปไหนแต่ก็ไม่มีใครถาม พวกใช้แรงงานอย่างพวกเราเลยตัดสินใจทำเองคิดอะไรออกก็ทำเลย ทำให้มันจบ


 

"แบมแบม พี่แจ็คสันเรียกแหน่ะ"


 

งานหลวงไม่เคยขาด งานราษฎร์ไม่เคยเสียด้วย ผมหมุนตัวหันไปหาพี่แจ็คสันที่ยืนหล่ออยู่ข้างหน้าแม้ในมือจะยังจับกระดาษกับกรรไกรอยู่ นี่ก็ไม่เข้าใจคอนเซปต์งานห้องเท่าไหร่ ให้ตัดไดโนเสาร์ไปไว้บนบอร์ด? ใครมันจะมาถ่ายรูปมุมนี้วะ


 

"ไปเอาใบยัง"


 

"ใบไรวะพี่"


 

ผมโดนผลักหัวจนแทบทิ่ม นี่ถ้าตัดหัวไดโนเสาร์ขาด คิมฮันบินคงไล่ให้ผมกลับบ้านแหง


 

"ใบลาออกไงโว้ย เดี๋ยวก็ไม่ทันขึ้นเครื่องหรอก"


 

แต่ก่อนจะฮันบินก็เป็นหวังคงนี่แหละที่จะฆ่าผม ผมลืมไปเลยนะเนี่ยว่าต้องรีบทำเรื่อง เพราะแม่จัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินให้แล้ว ผมต้องรีบเคลียร์เรื่องที่โรงเรียนให้เสร็จก่อนกลับ ไม่งั้นผมคงต้องรบกวนพี่แจ็คสันไม่ก็ยูคยอมแน่นอน ซึ่งผม...เกรงใจจะตายอยู่แล้ว


 

"พูดเบาๆ ดิพี่ เดี๋ยวก็รู้กันหมด"


 

"นี่กัดฟันพูดแล้วเหอะ ไปพร้อมกันนี่ล่ะ ต้องรีบกลับไปทำงานต่อ"


 

งานปีสองจะหนักกว่าปีหนึ่งตรงที่โดนบังคับมาทุกคน ส่วนปีหนึ่งให้รับผิดชอบเป็นห้อง นี่สงสัยโดนปล่อยพักถึงมาหาได้


 

"เดี๋ยวผมไปเองก็ได้ ไม่รบกวนพี่หรอก" ผมหันไปบอกฮันบินที่นั่งระบายสีอยู่ไม่ไกลว่าเดี๋ยวมา ฮันบินพยักหน้ารับรู้ก่อนจะหันไปสนใจงานต่อ


 

แต่เหมือนพี่เขาจะไมฟังผมเลยอ่ะ...


 

เป้าหมายของเราคือตึกใหญ่ที่เป็นห้องพักอาจารย์เกือบทั้งหมด อยู่ไม่ไกลจากลานหลังโรงเรียนที่ผมไปนั่งทำเท่าไหร่ ผมเผลอตัดคอทีเร็กซ์ตัวนี้ไปครึ่งนึงด้วย ซวยละ .__.


 

"ถ้ามึงไม่อยู่ กูต้องเหงามากแน่เลย"


 

"..."


 

"มึงต้องกลับมานะ"


 

"โห ผมไม่ได้บินไปกลับชั่วโมงเดียวสักหน่อย" ไม่ได้บินไปกินโจ๊กฮ่องกงแล้วกลับมานะเว้ย ผมเก็บกรรไกรเสียบเข้ากระเป๋าไปแล้วถือทีเร็กซ์นี่ให้ทะนุถนอมที่สุด พี่แจ็คสันนี่ก็เดินลิ่วไปจนเกือบจะถึงห้องพักอาจารย์ รีบไปไล่ควายที่ไหนครับผม


 

แต่นั่น...


 

พี่มาร์คนี่


 

ผมหยุดเดินกะทันหันจนพี่แจ็คสันต้องหยุดบ่นแล้วหันมามอง


 

"หยุดทำไมวะ"


 

ปีสามไม่ได้มาซ้อมวันนี้ไม่ใช่เหรอ เขามาทำอะไรตอนนี้?


 

พี่แจ็คสันมองไล่สายตาผมไป ส่วนผมก็ได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่


 

"โอ้..."


 

"..."


 

"มลพิษทางอากาศสูงว่ะแถวนี้"


 

ผมควรจะทำตัวยังไง


 

ส่งยิ้มให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


 

หรือทำตัวต่างคนต่างอยู่เหมือนแต่ก่อน


 

พี่มาร์คหันมามองทางนี้เพราะพี่แจ็คสันพูดเสียงดังมาก ผมแทบลืมหายใจอยู่ตรงนี้เลยด้วยซ้ำพอเห็นหน้าเขาชัดๆ


 

แค่อาทิตย์กว่า...เขาดูซูบลงไปเยอะเลย ตอนนี้เขาดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น อาจจะเป็นเพราะสีผมที่กลายเป็นสีน้ำตาลเข้มและมันก็สั้นลงกว่าเดิม


 

ผมตัดสินใจคลี่ยิ้มให้เมื่อเราหันมาสบตากันพอดี พี่มาร์คมองตรงมานิ่ง ผมรู้ว่าเขาเห็น


 

...แต่ผมไม่เห็นเขายิ้มกลับมาเลย


 

"ยิ้มไร"


 

ผมไม่ตอบพี่แจ็คสันที่เดินมาบังระดับสายตาพอดี พอชะโงกไปมองที่เดิมอีกครั้ง พี่มาร์คหันไปทางอื่นราวกับไม่เคยมองมาทางนี้


 

ผมเข้าใจทุกอย่างดีแล้ว


 

คนที่เป็นอากาศน่ะ


 

ผมเอง


 

รู้ว่ามี


 

แต่มองไม่เห็น


 

 

 

Until the next chapter .
#ฟิคอคมบ

 

‘Love is like the wind
you can't see it but you can feel it.’
- A Walk to Remember -

 

เกือบแล้ว
เกือบหายอีกแล้ว .__.






THANKS : SQWEEZ  
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

2,405 ความคิดเห็น

  1. #2402 verynan (@verynan) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 03:32
    อึดอัดอะ อึดอัดมากกกกก งงตั้งแต่แรกละว่าชอบกันได้ไงอยู่ๆกันไปก็งี่เง้าใส่กัน ละตอนนี้ก็มาเลิกกันไม่คุยกัน
    #2402
    0
  2. #2328 -Bameverthing- (@-Bameverthing-) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 03:33
    ที่แบมพูดมาโครตแบบ ฮืออออ
    #2328
    0
  3. #2264 KiHaE*129 (@princezzaofz) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 เมษายน 2559 / 01:41
    เพลงที่ฟังตอนนี้นี่ฟีลเดียวกับเรื่องเลย
    น้ำตานี่ไหลไปอีก
    คนที่มันบอกว่าให้กับไปเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิมมันทำได้รึเปล่า
    เหอะๆ


    #2264
    0
  4. #2001 แดกเด็กทั้งวัน (@gategrace) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2557 / 21:20
    โห จิ้กเลย คอมเม้นไม่ออกบอกเลย 
    จะบอกว่าอ่านกี่รอบก็รู้สึกเฟลเหมือนเดิม ยิ่งเปิดเพลงด้วยแล้ว ถ้าเรารู้สึกแบบนี้จริงๆคงงร้องไห้ไปแล้วอะ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 17 มกราคม 2558 / 19:01
    #2001
    0
  5. #1973 Pent SG (@porpentt) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2557 / 00:18
    อย่าหาว่าอวยเลยนะไรท์เตอร์
    แต่ไรท์เตอร์ ทำรีดเดอร์คนนี้ร้องไห้แล้วนะ
    #1973
    0
  6. #1927 Tempobear (@tempobear) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2557 / 16:39
    จะเศร้าไปไหนนนนนนนนนนนนนนนนนน น  TT^TT
    #1927
    0
  7. #1840 ตัวเล็ก (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 14:00
    ไม่เข้าใจ

    ทำไม เพราะอะไร นี้ร้องไห้แล้วนะ ฮือออออออออออ
    #1840
    0
  8. #1714 mmmm (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2557 / 15:51
    ตัดสินใจไปพลาดไปแล้วพี่ต้วน เมินกันยังงี้เลยง่ายไปแหละ

    น้องจะไม่อยู่แล้วนะโว๊ย
    #1714
    0
  9. #1659 minnyart (@minnyart1) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2557 / 11:12
    น้องมันจะกลับบ้านแล้วนะพี่ต้วนนนน -*-
    #1659
    0
  10. #1651 BB.boo (@bai-bua18) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2557 / 05:50
    อีต้วนนนนนนนนนนนนน ฮึ้มๆๆๆๆๆๆๆ บังอาจเมินแบมแบม!!!!!!! เอาคือเลยนะแบมแบม อย่าไปใจอ่อนเด็ดขาด!
    #1651
    0
  11. #1648 chokyutoon13 (@chokyutoonsj13) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2557 / 02:39
    แจ๊คสันชัวร์ๆ
    #1648
    0
  12. #1647 chokyutoon13 (@chokyutoonsj13) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2557 / 02:39
    เวลาไม่เคยพอนะต้วนนะ มาเสียใจทีหลังก็ไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้นแล้ว แบมกำลังจะไปแล้ว. .. ผลักไสกันสุดๆเลย รู้ตัวไหมมทท มาม่าเดือดเลยไรท์
    #1647
    0
  13. #1636 +^-==-^+MOoyoNG+^-==-^+ (@lookkeo) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2557 / 23:21
    โอ้ยยยยย หน่วงงงงงงงง
    #1636
    0
  14. #1628 smile2all (@smile2all) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2557 / 22:51
    #  มันศร้าไปป่ะ ........หน่วงงงมากก........
    น้องตัดสินใจได้แล้วนะมาร์ตจริงอยู่ที่มันอาจจะเจ็บ
    แต่ก็ใช้เวลารักษาได้..แล้วนายละคิดยังไงตัดสินใจได้รึยัง

    #1628
    0
  15. #1627 BBBeam (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2557 / 21:48
    โอ้ย ไรท์ขา นี่หน่วงจนหายใจไม่อก ฮือ แบมเอ้ยกลับไทยเลยนะรีบกลับเลยให้พี่แกไปง้อที่ไทย

    #1627
    0
  16. #1626 LYMB (@lifely021991) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2557 / 21:44
    มันหน่วงมากกกกกก  นี่บอกเลย
    #1626
    0
  17. #1625 LuckyMaster (@lucky16) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2557 / 21:38
    เจ็บกว่าโดนรถชนก็คือโดนคนๆนึงเมินนี่แหละ ถ้าเขามองไม่เห็นเราอีกแล้ว เราก็ไม่ต้องพยายามทำให้เขาเห็นแล้วล่ะ หยุดและเปลี่ยนเส้นทาง เดินออกมาจากขวากหนามที่คอยทิ่มแทงเราตลอดเวลาสักที ในเมื่ออยู่แล้วไม่เคยเห็นค่าก็จากไปดีกว่านะแบม :) กลับบ้านเรากันนะ
    #1625
    0
  18. #1624 Luhan~ (@malaithip-88) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2557 / 21:35
    ตบมั้ยมาร์ค 
    #1624
    0
  19. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  20. #1622 nu'earn (@earn_ej) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2557 / 21:23
    มันหน่วงๆยังไงไม่รู้อ่ะ แบบทำไมไม่ปรับความเข้าใจกันหล่ะ?? หรือเข้าใจกันแล้ว?? ทำไมเป็นแบบนี้??
    #1622
    0
  21. #1621 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2557 / 21:16
    ฟังเพลงไปอ่านไปน้ำตามไหลเลย ไม่เข้าใจเหตุผลของมาร์คจริง ๆ นะ
    #1621
    0
  22. #1620 Numfon Hajaha (@therain98) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2557 / 19:46
    สงสารแบมแบม หน่วงอีกแล้วววว รีบมาต่อเร็วๆนะไรท์รออยู่น่า ลุ้นๆ
    #1620
    0
  23. #1618 Matcha93 (@matchamaku93) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2557 / 14:39
    ไรท์กลับมาต่อให้จบเร็วๆนะ หน่วงมาก บีบหัวใจสุดๆแล้ว คำว่ากลับมาเป็นพี่น้องกันแต่ทำตัวเหมือนไม่มีเราอยู่บนโลกมันโหดร้ายมากนะ สู้ๆน๊าา // น้ำตาซึมเลยย
    #1618
    0
  24. #1617 pprims_jma (@pprims2) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2557 / 14:38
    โฮ้ววว TT หน่วงฝุดๆ ต่อไวๆนะคะไรท์เตอร์สุดสวยยย 
    #1617
    0
  25. #1616 MandM (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2557 / 14:35
    สงสารแบมอ่ะ ไม่เข้าใจมาร์คเลยจิงๆนะ

    และแบมจะกลับไทยแล้วนะมาร์ครุมั้ยT T

    ไม่รุจะพิมพ์ไรต่อดีแล้วอ่ะ พิมพ์ไม่ออกจิงๆนะ

    ร่สึกหน่วง จุก เจ็บ
    #1616
    0