เพลิงรักวิหคอัคคี (บุปผาอำพรางภาคสอง)

ตอนที่ 15 : ทิ้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3720
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    11 ธ.ค. 59




      ' เจ้าเป็นของข้า '  

    ใบหน้าพริ้มเพราที่เชิดขึ้นน้อยๆแสดงถึงความดื้อรั้นเอาแต่ใจ   อีกทั้งท่าทีที่แสนอวดเบ่งของนางทำให้เฟิ่งลี่อดไม่ได้ที่จะย้อนกลับไประลึกถึงอดีตเมื่อครั้งยังเป็นไอ้หนุ่มเลือดร้อน  จะว่าไปแล้วนิสัยของเสี่ยวฮุ่ยก็เหมือนกับม้าป่าที่แสนพยศ   คงหาผู้ที่กำราบได้ยากยิ่ง   วันนี้อันธพาลแดนสวรรค์ได้ประจัญหน้ากับอันธพาลแดนปิศาจเข้าให้แล้ว  แถมยังเป็นนางปิศาจน้อยหน้าหวานที่ไม่รู้จักรักตัวกลัวตายเอาเสียเลย  

กับนกประหลาดไร้ขนที่ดูอย่างไรก็น่าเกลียดน่ากลัวในสายตาของผู้อื่น   แต่สาวน้อยผู้นี้กลับทำเป็นหวงแหนยิ่งนักราวกับว่าเขาคือของล้ำค่าเพียงชิ้นเดียวของนาง   นั่นทำให้เฟิ่งลี่ทั้งขบขันและรู้สึกอบอุ่นในเวลาเดียวกัน


   จะด้วยความสงสาร  เห็นใจ  หรือเหตุผลอื่นใดก็ตามที่ทำให้เด็กสาวมิอาจทอดทิ้งลูกนกที่แสนอัปลักษณ์ไปได้   
แต่เขากับนางก็เหมือนกับกระโจนลงเรือลำเดียวกันแล้ว  อีกทั้งร่างวิหคโลหิตที่เพิ่งหลอมรวมขึ้นมามีชีวิตใหม่ยังต้องใช้เวลาอีกนานกว่าที่เขาจะสามารถฟื้นคืนพลังได้เต็มที่   หากในยามนี้ได้สาวน้อยน้ำใจงามเช่นนางคอยดูแลปกป้อง  ถึงจะดูไร้ศักดิ์ศรีไปบ้าง  แต่ในเมื่อไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้อีกแล้ว   เขาจำใจต้องวางความหยิ่งผยองลงชั่วคราว  รอจนกว่าจะหาวิธีกำจัดจิตมารที่แฝงอยู่ในร่างออกไปได้   ถึงตอนนั้นพลังเทพที่มีติดตัวมาแต่กำเนิดย่อมฟื้นฟูกลับมาได้อย่างไม่ยากเย็นนัก  

     ในเมื่อนางไม่คิดจะทอดทิ้งนกอัปลักษณ์เช่นเขา  เฟิ่งลี่ก็ไม่คิดที่จะหนีไปไหนเช่นกัน   

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ยังค้างคาในความรู้สึกคล้ายกับฝุ่นละอองที่ติดอยู่ในตา  เขี่ยก็ไม่ได้เป่าก็ไม่ออกได้แต่ขัดเคืองอย่างน่ารำคาญ   

          นั่นก็คือ...

ถ้าหากนางมารู้ความจริงทีหลังว่าเขามีจิตของมารร้ายแฝงอยู่ในร่าง   นางจะทอดสายตามองเขาอย่างอ่อนโยนเช่นนี้   

...ยังยินดีให้เขาติดตามและอยู่ข้างกายนางไปตลอดอย่างที่ได้ลั่นวาจาเอาไว้อยู่หรือไม่ ?

   บ้าเอ้ย !  นี่ไม่ใช่เรื่องที่เขาควรเก็บมาใส่ใจเลยสักนิด

เฟิ่งลี่สะบัดศีรษะอย่างไม่กล้ายอมรับความจริงว่าเขาเริ่มเกิดความรู้สึกยึดติดเสี่ยวฮุ่ยโดยที่ไม่รู้ตัว

ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง   เสี่ยวฮุ่ยไหนเลยจะเข้าใจความสับสนที่วิ่งวนอยู่ในดวงตาของเจ้าลูกนกตัวน้อย  เพราะตอนนี้สิ่งที่นางเป็นกังวลยิ่งกว่าก็คือเรื่องปากท้องของตนเอง

" ข้าหิวจนแสบไส้ไปหมดแล้ว  "   ลูกปลาน้อยย่นจมูก  พลางกวาดตามองไปรอบๆลำธารเล็กๆที่อยู่เบื้องหน้าเพื่อสำรวจดูว่าพอจะมีสิ่งใดที่ทำให้นางอิ่มท้องได้บ้าง    ที่จริงตอนที่นางใช้มนต์วิเศษม้วนวารีเป็นลูกแก้วเพื่อกักตุนไว้ดื่มกินระหว่างทาง  ฝูงปลาน้อยใหญ่ที่ว่ายตามกระแสน้ำก็มีมาให้เห็นเป็นระยะ  แต่อย่างที่เคยให้เหตุผลกับเผยคุนไปว่านางจะไม่จับปลามาทำเป็นอาหารโดยเด็ดขาด    ต่อให้พวกมันจะเป็นแค่สัตว์น้ำธรรมดาๆที่ไม่ได้อยู่ในช่วงบำเพ็ญเพียรหรือเลื่อนขั้นไปเป็นภูติหรือปิศาจก็ตามที  แต่ขึ้นชื่อว่าปลาที่แหวกว่ายอยู่ในน้ำมีครีบมีหางเหมือนตอนที่นางคืนร่างเดิม  อย่างไรเสียเสี่ยวฮุ่ยก็ตัดใจกินพวกมันไม่ลงจริงๆ

เสี่ยวฮุ่ยเป็นมัจฉามังกรซึ่งมีพลังวิเศษธาตุน้ำ  สามารถควบคุมวารีได้ดั่งใจนึก   แต่ไม่มีความสามารถในการเสกพืชผักหรือผลไม้   และไม่มีหยดน้ำตาที่ช่วยฟื้นฟูพลังและบรรเทาความเจ็บปวดได้เหมือนแม่ผีเสื้อ    

แต่มีความลับสุดยอดอย่างหนึ่งที่มีเพียงนางและพี่เย่าจื้อเท่านั้นที่รับรู้ร่วมกัน

ความลับที่ว่านั้นก็คือโลหิตของเสี่ยวฮุ่ย !

ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่นางมีอายุได้เพียงเจ็ดร้อยปีและยังอยู่ในวัยที่ซุกซนยิ่งนัก  ขณะนั้นพี่เย่าจื้อกำลังหั่นสมุนไพรชนิดหนึ่งเพื่อเอาไปตากแห้ง  ด้วยความมีน้ำใจอยากช่วยเหลือนางจึงหยิบมีดคมกริบขึ้นมาเล่มหนึ่ง  มิคาดว่าด้วยความไม่ระมัดระวังจึงทำมีดบาดมือตนเองจนเลือดไหลเป็นทางยาว   แม้จะเจ็บจนมือชาดิกแต่เสี่ยวฮุ่ยกลับไม่มีน้ำตาสักหยด  ได้แต่เม้มปากแน่นเก็บเสียงจนมิดเพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่านางซุ่มซ่ามทำมีดบาดมือตัวเอง

พี่เย่าจื้อรีบทำการห้ามเลือดและทำแผลให้นางอย่างนุ่มนวลเบามือสมกับเป็นหมอโอสถที่แสนใจดี  ผงยาที่โรยลงบนปากแผลเพียงพริบตาเดียวเนื้อที่แยกออกเป็นสองส่วนก็ค่อยๆปิดทับกันแนบสนิท  ความเจ็บปวดเบาบางลงเหลือเพียงความเย็นสบาย

หลังจากที่ทำแผลเสร็จ  ขณะที่พี่เย่าจื้อกำลังจะเก็บผ้าเปื้อนเลือดเอาไปเผาทำลาย  เขากลับสังเกตเห็นว่าแมลงตัวหนึ่งที่บินมาดอมดมบริเวณคราบโลหิตกลับมีรูปร่างขยายใหญ่ขึ้นอีกหนึ่งเท่าตัว  

     เสี่ยวฮุ่ยอ้าปากหวอด้วยความประหลาดใจ   ในขณะที่ท่านพี่เย่าจื้อขมวดคิ้วเข้าหากัน  

มือขาวผ่องดั่งหยกเนื้อดีคว้าผ้าเปื้อนเลือดมาไว้ในมือ  ก่อนที่จะจับหนอนไหมที่เลี้ยงเอาไว้หย่อนลงตรงก้อนเลือดที่เริ่มแห้งเกรอะกรัง  หนอนไหมดอมดมคราบโลหิตและก้มหน้าเลาะเล็มอย่างเอร็ดอร่อย  ไม่ถึงอึดใจมันก็ชักใยพันรอบตัวเองกลายเป็นดักแด้เพียงตัวเดียวในกลุ่มหนอนไหมที่ยังไต่ดุ๊กดิ๊กอยู่ในภาชนะที่เลี้ยงเอาไว้

  
นางเห็นมุมปากของพี่เย่าจื้อกระตุกวูบ   ดวงตาคู่งามลุกวาวคล้ายเกิดความคิดอะไรบางอย่าง  การทดลองสุดท้ายของเพื่อนบ้านรูปงามก็คือ  นำผ้าเปื้อนโลหิตผืนนั้นมาจุ่มน้ำเพื่อชะล้างคราบโลหิตออก  เมื่อนำน้ำถ้วยนั้นไปรดกระถางดอกสุ่ยเซียนที่เลี้ยงเอาไว้ พริบตาเดียวดอกตูมที่เพิ่งผลิออกเป็นช่อเล็กกลับเบ่งบานสะพรั่งเป็นพวงระย้า

   เสี่ยวฮุ่ยตกตะลึงอย่างถึงที่สุด  จ้องดอกสุ่ยเซียนสีชมพูตาไม่กะพริบ  

   พี่เย่าจื้อถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ !

สุดท้ายเสี่ยวฮุ่ยก็ได้ข้อสรุปว่า    โลหิตของนางเป็นคุณต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิด  แค่เฉพาะการดูดซับหรือกลืนกินเท่านั้น  มิได้หมายความถึงโลหิตที่แปดเปื้อนเพียงภายนอก  เช่นนั้นไม่เกิดผลอะไร   เพราะหลังจากนั้นนางได้ทดลองกรีดนิ้วของตนแล้วป้ายเลือดแดงฉานทั่วต้นสือหลิว*หวังจะให้มันออกผลนอกฤดู  ทว่าไม้ผลต้นนั้นกลับไม่มีปฏิกิริยาใดที่ผิดปกติไปจากเดิม  แต่พอนางเอาน้ำที่ล้างคราบเลือดนำไปรดที่โคนต้นของมัน   อีกสามวันถัดมานางก็ได้กินผลสือหลิวที่หวานอมเปรี้ยวสมดั่งใจหวัง

 ถ้าป่าแห่งนี้พอที่จะมีต้นไม้ที่สามารถนำผลของมันมาทานเพื่อประทังความหิวได้  นางก็อาจจะกรีดเลือดของตนออกมาสักนิด  บีบลูกแก้วน้ำรดตามลงไป  ไม่แน่ว่าอาจจะได้ผลไม้กองใหญ่ไว้รับประทานระหว่างทาง

 นั่นออกจะช้าไปสักนิดและไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย...ต้องเจ็บตัวแถมยังสละโลหิตอันมีค่าและยังต้องมานั่งรอเป็นวันๆ
นางมิใช่แม่ผีเสื้อที่เอาแต่กินผักและเห็ดจนร่างกายผ่ายผอมแทบจะปลิวไปตามลม   เด็กสาวที่ใช้พลังงานสิ้นเปลืองมากเช่นนางต้องทานอาหารจำพวกเนื้อ    คิดแล้วก็ออกล่าสัตว์ชะตาขาดสักตัวสองตัวมาย่างกินจะดีกว่า


เมื่อไม่คิดจะกินปลา  เสี่ยวฮุ่ยก็แหงนหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้า  บังเอิญสายตาเหลือบไปเห็นนกตัวอ้วนพีที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้   อื้อหือ...ถ้าจับมันมาย่างให้เกรียมนิดๆจนน้ำมันบนหนังร้อนฉ่าคงจะอร่อยมิใช่น้อย   

 เสี่ยวฮุ่ยยิ้มนิดๆที่มุมปาก  ควักแส้วารีที่เป็นอาวุธประจำกายออกมาเตรียมพร้อม
   
แส้วารีเป็นลักษณะคล้ายเชือกโปร่งแสง สามารถยืดได้หดได้ดั่งใจนึก  ฟาดฟันศัตรูได้ว่องไวตามแต่ที่ใจปรารถนา ปกตินางจะพันซ่อนเอาไว้ภายใต้สายรัดเอว ยามนี้มันถูกพันม้วนไว้ในมืออย่างมั่นคง  

เสี่ยวฮุ่ยเล็งเป้าหมายโดยไม่คลาดสายตา    นางลอกเลียนเสียงเรียกของนกชนิดนั้น   เปล่งเสียงสูงต่ำคล้ายทำนองขับขานหาคู่จนมันหลงกล     นกตัวอ้วนเงี่ยหูฟังท่าทางใจลอย   ชั่วพริบตาเดียวกับจังหวะที่อีกฝ่ายฟาดแส้ลงไปเสียงดังสนั่น

                 ฟั่บ!!

         ตุ่บ!!


นกตัวอ้วนชะตาขาดทันที  มันไม่ทันได้สัมผัสแม้เพียงเศษเสี้ยวของความเจ็บปวดก่อนสิ้นใจตายเสียด้วยซ้ำ

  เสี่ยวฮุ่ยลงมืออย่างรวบรัดและเด็ดขาดเสมอ !

" อาหารเช้าของข้า "     สาวน้อยหน้าหวานยิ้มร่า  ก่อนจะกระโดดเข้ามารับร่างนกอ้วนที่ร่วงผล็อยลงมาอย่างลิงโลด

เฟิ่งลี่เห็นยายเด็กแสบฆ่าสัตว์ตาไม่กะพริบ  ใจคอโหดเหี้ยมผิดวิสัยของเด็กผู้หญิงวัยเดียวกัน  และที่สำคัญ  เจ้านกอ้วนตัวนั้นก็เป็นเผ่าพันธุ์ปักษีเช่นเดียวกันกับเขา  


เฟิ่งลี่ตีปีกไร้ขนด้วยความแค้นเคือง    ทั้งยังกรีดร้องด้วยความไม่พอใจ


          จิ๊บๆๆๆๆ!!!


เสียงแหลมเล็กของเสี่ยวหงสะกิดความสนใจของเสี่ยวฮุ่ยขึ้นมาทันที  ตอนที่นางลงมือถอนขนนกอ้วนชะตาขาด
  เจ้าตัวเล็กก็พุ่งเข้ามาจิกนิ้วของนางอย่างเอาเป็นเอาตาย    เหมือนมันกำลังประท้วงเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับเพื่อนสัตว์ปีกด้วยกัน

          จิ๊บๆๆๆ!!!


เสี่ยวฮุ่ยเลิกคิ้วสูง    เห็นเจ้าตัวเล็กออกท่าทางกระฟัดกระเฟียดแล้วก็อดขำไม่ได้     "  เจ้าทำตาวาวขนาดนี้  คงกำลังโมโหข้าอยู่สินะ "

เฟิ่งลี่สะบัดหน้าหนีด้วยความไม่พอใจ  ก่อนที่จะเหลือบมองนกอ้วนที่ถูกยายเด็กใจร้ายถอนขนเสียโกร๋นเหลือแต่ผิวซีดที่เป็นตุ่มไต  

อดีตเทพวิหคอัคคีเคยทานแต่พืชผักและมังสวิรัติเป็นหลัก    ยิ่งในช่วงเวลาที่เขารับเสี่ยวเตี๋ยเข้ามาอยู่ในความดูแล  เขาแทบจะไม่ได้แตะต้องอาหารจำนวกเนื้อสัตว์เลยด้วยซ้ำ


" เสี่ยวหง  ข้ารู้ว่าเจ้าไม่พอใจที่นกตัวนี้ต้องมาตายด้วยฝีมือของข้า  แต่ในตอนนี้ข้าไม่มีทางเลือก  หากไม่มีอาหารตกถึงท้องข้าก็ไม่มีแรงจะเดินทางต่อ  เอาอย่างนี้เถิด    ข้าสัญญาว่าข้าจะไม่ฆ่านกมาทำอาหารอีก "

โทสะของเฟิงลี่อาจจะมอดดับลงสนิทดี  หากนางไม่กล่าวต่อด้วยท่าทางยียวนว่า    " ถ้าไม่จำเป็น "

นกอ้วนถูกถอนขนเสียเกลี้ยง  เสี่ยวฮุ่ยดึงมีดสั้นที่ซ่อนอยู่ในรองเท้าหุ้มแข้งออกมาแหวกแกผ่าท้องของมันเพื่อควักเครื่องในออก  

อดีตเทพวิหคอัคคีเพิ่งจะต่อว่าต่อขานถึงความใจร้ายของนาง   มิคาดว่าหลังจากนั้นกลิ่นคาวเลือดอันหอมหวานกลับกระตุ้นให้จิตมารที่แฝงอยู่ในร่างวิหคโลหิตเริ่มตื่นตัว  

เฟิ่งลี่เริ่มสูญเสียการควบคุมตนเอง   ดวงตาสีแดงเพลิงลุกวาวราวกับสัตว์ร้าย 

ทันใดนั้นเอง  แส้ดูดโลหิตที่ซ่อนอยู่ในส่วนหางก็ค่อยๆยืดออกมา  เพียงพริบตาเดียว  ส่วนปลายที่เป็นเข็มอันแหลมคมก็ทิ่มลงไปตรงส่วนท้องที่ถูกผ่าออก   โลหิตที่กองรวมกันเป็นแอ่งถูกเข็มสีแดงดูดค่อยๆเหือดปห้งลงอย่างช้าๆ

เสี่ยวฮุ่ยเพิ่งเคยเห็นเจ้าตัวเล็กของนางสำแดงความน่าสะพรึงกลัวเป็นครั้งแรก   เพราะผิวบางใสของมันทำให้ลูกปลาน้อยมองเห็นโลหิตที่ถูกดูดเข้าไปในร่าง  ของเหลวเหนียวข้นสีแดงฉานที่ซึมซ่านไปทั่วทุกอณูเนื้อทำให้เสี่ยวหงของนางเริ่มส่องแสงเรื่อเรืองดั่งทับทิมเม็ดใหญ่ที่ถูกแสงสะท้อนจนเกิดประกายอันเจิดจ้า  

ลำตัวของเสี่ยวหงพองขึ้นเล็กน้อย  เข็มสีแดงชอนไชไปทั่วทั้งร่างราวกับหนอนพิษที่ยังคงดูดซับโลหิตทุกหยาดหยดจนกระทั่งเจ้านกอ้วนกลายเป็นนกเหี่ยวๆตัวแห้งกรอบ

     เสี่ยวฮุ่ยเบิกตามองด้วยความตกตะลึงสุดชีวิต  !  

คำถามหนึ่งที่ผุดขึ้นมาในความคิดตอนนี้ก็คือ  มันจะดูดโลหิตของนางไปด้วยหรือไม่ ! 

นางตะปบแส้วารีเตรียมเอาไว้ด้วยความไม่ประมาท  จับจ้องเข็มโลหิตที่ถอนออกจากร่างของนกอ้วนก่อนที่จะหดกลับเป็นส่วนหางดังเดิม   เสี่ยวหงเมื่อดูดโลหิตจนอิ่มจนตัวพองแล้วมันก็ล้มตัวลงนอนอย่างสงบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

เสี่ยวฮุ่ยขนลุกเกรียว  ตระหนักถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต   นางเริ่มเสียใจที่เผลอเก็บตัวอันตรายเช่นเสี่ยวหงมาไว้ข้างกาย    แถมยังขู่ตะคอกมันมิให้หนีจากนางไปอีกต่างหาก

  เป็นเพราะความดื้อรั้นปนโง่เขลาของนางแท้ๆ  ...แล้วจะทำอย่างไรเล่าทีนี้ !

ทว่า..ตลอดหนึ่งวันที่นางคลุกคลีอยู่กับเจ้าตัวน้อย   แถมเมื่อคืนนี้ที่นางเป็นฝ่ายยัดเยียดให้มันซุกอยู่ในร่องอกของตนเพราะกลัวว่ามันจะหนาวตาย  เสี่ยวหงก็หาได้ปล่อยเข็มโลหิตออกมาทำอันตรายต่อนางไม่ 

ไม่ได้..นางหากคิดเช่นนั้นก็ถือว่ามองโลกในแง่ดีเกินไป  ที่มันไม่ทำร้ายนางอาจจะเป็นเพราะว่ามันคงอิ่มสบายท้องเพราะได้กินลูกแก้วดวงจิตไปก่อนหน้านั้นแล้ว

เฮ้อ..ช่างเถิด  จะด้วยเหตุผลใดก็ตามที่นางยังไม่ตกเป็นเหยื่อของวิหคโลหิตตัวนี้  แต่ที่แน่ๆ  เสี่ยวฮุ่ยมิอาจวางใจให้มันเข้าใกล้ตนได้อีกแล้ว

หลังจากที่เสี่ยวฮุ่ยจัดการอาหารเช้าเสร็จ  นางก็ช้อนร่างของเสี่ยวหงที่กำลังหลับสนิทเพราะท้องอิ่ม  ซุกไว้ในลูกโป่งวิเศษที่นางเสกขึ้นมา  แน่นอนว่าลูกปลาน้อยต้องเสกพลังวิเศษเพิ่มลงไปเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งทนทาน  หากว่าเสี่ยวหงเกิดหิวโหยและคิดไม่ซื่อกับนางขึ้นมา  อย่างน้อยลูกโป่งที่เหนียวหนึบยากที่จะเจาะทะลุได้โดยง่ายก็อาจจะประวิงเวลาให้นางคิดหาทางจัดการกำราบมันได้ก่อนที่นางจะกลายเป็นเหยื่อเสียเอง

เสี่ยวฮุ่ยเริ่มออกเดินทางอีกครั้งในช่วงเวลาสายๆ  ทว่าวันนี้นางไม่ได้ใช้วิธีเหาะกลางอากาศ  แต่ใช้วิธีเดินเท้าไปเรื่อยๆโดยไม่รีบร้อน    เหตุที่เสี่ยวฮุ่ยเลือกทำเช่นนี้ก็เพราะว่า การเหาะบนอากาศต้องใช้พลังเป็นจำนวนมาก  หากเคราะห์ยามยามร้ายเกิดเสี่ยวหงปล่อยเข็มโลหิตออกมาทำร้ายนาง  เช่นนั้นนางจะตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำได้  

เฟิ่งลี่ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงการฟื้นฟูร่างและพลังฤทธิ์  ยามนี้เขาไม่ต่างจากทารกที่ท้องอิ่มก็ต้องนอนหลับพักผ่อน  หารู้ไม่ว่าคนที่บีบบังคับให้เขาร่วมเดินทางไปด้วยเริ่มเกิดความคลางแคลงใจขึ้นและคิดหาวิธีตีตัวออกห่างตนอย่างแนบเนียน

 เสี่ยวฮุ่ยเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ     นอกจากจะได้ชื่นชมทัศนียภาพที่สวยงามแล้ว  นางยังสามารถแบ่งสมาธิเพื่อจับตาดูความเคลื่อนไหวของเสี่ยวหงไปได้อีกทาง

ถนนสายนี้มีสหายปิศาจเดินผ่านไปมาค่อนข้างบางตา   ส่วนใหญ่แล้วทุกคนล้วนก้มหน้าก้มตาไม่สนใจใคร  ทำหน้าถมึงทึงไม่ค่อยเป็นมิตรนัก  เสี่ยวฮุ่ยเองแม้จะเป็นผู้ที่มีมนุษสัมพันธ์เป็นเยี่ยมยังต้องเก็บสายตาซุกซนของตนเอาไว้ชั่วคราวเพราะไม่อยากหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัว

เพิ่งจะเดินผ่านกลุ่มปิศาจหน้าตาโหดเหี้ยมราวกับมหาโจรใจทรามมาได้สักระยะ    เสี่ยวฮุ่ยก็เหลือบไปเห็นความผิดปกติบางอย่างเข้าให้   

ด้านหน้าที่เป็นป่ารกและถูกปกคลุมด้วยหญ้าสูง  มีเสียงสวบสาบดังขึ้น  เสี่ยวฮุ่ยตะปบแส้วารีที่พันอยู่รอบเอวเตรียมพร้อม  หากเป็นสัตว์ป่า  นางจะล่าไว้เป็นอาหาร  ทว่าหากเป็นศัตรูที่ตั้งใจลอบทำร้ายเพื่อจุดประสงค์อะไรบางอย่าง   นางอาจจะชิงลงมือสังหารมันเสียแล้วชิงเอาลูกแก้วดวงจิตของฝ่ายตรงข้ามมอบให้เป็นขนมหวานแก่เสี่ยวหงซะเลย

ทว่า  การเคลื่อนไหวนั้นเชื่องช้าเอาการ  นางจดๆจ้องๆรออยู่นานกว่าที่กอหญ้าจะกระเพื่อมไหวสักครั้ง   ครั้นได้ยินเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวด  เสี่ยวฮุ่ยก็มั่นใจว่าสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ในกอหญ้าหาใช่สัตว์ป่าหรือว่าคนร้าย  ยิ่งได้เห็นมือที่เต็มไปด้วยคราบเลือดโบกขึ้นมาเหมือนต้องการขอความช่วยเหลือ  เสี่ยวฮุ่ยก็ตวัดแส้วารีกวาดต้นหญ้าสูงท่วมศีรษะนั้นทิ้งก่อนที่จะพบว่าร่างที่ฟุบอยู่นั้นเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งกำลังได้รับบาดเจ็บสาหัส

     " ช่วย..ข้า..ด้วย " 

เสี่ยวฮุ่ยกระโจนเข้าไปพลิกร่างของคนผู้นั้นโดยไม่รอช้า    ชายหนุ่มผู้โชคร้ายพยายามเปิดเปลือกตาอันหนักอึ้งของตนขึ้นอย่างยากลำบาก  ใบหน้าซีกซ้ายของเขาบวมเป่ง  เสื้อผ้าสีทึมเต็มไปด้วยคราบโลหิตเกรอะกรัง  

ตอนที่นางพยุงร่างสะบักสะบอมนั้นขึ้นมา  เสี่ยวฮุ่ยรับรู้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นในถุงหอมของตน  ลูกโป่งวิเศษที่ครอบขังเสี่ยวหงเอาไว้เริ่มขยับเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง  เสี่ยวฮุ่ยเกิดความตื่นตระหนก   คาดว่าวิหคโลหิตตัวน้อยคงได้กลิ่นคาวเลือดของคนผู้นี้เข้าแล้วกระมัง! 
  
 หากปล่อยให้เสี่ยวหงหลุดออกมาได้  มันต้องปล่อยเข็มโลหิตออกมาทำร้ายชายคนนี้เป็นแน่

เสี่ยวฮุ่ยไม่อยากรับเลี้ยงนกกระหายเลือดอีกต่อไป   อันที่จริงแล้วปิศาจที่ล่าลูกแก้วดวงจิตของผู้อื่นเพื่อเพิ่มพลังฤทธิ์ให้กับตนเองใช่ว่านางจะไม่เคยได้ยิน  ทว่านกปิศาจที่อาศัยการดูดโลหิตผู้อื่นออกจะเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับนาง   และยังเป็นเรื่องที่เสี่ยงอันตรายอยู่มิใช่น้อย  

ที่สำคัญ  หากเสี่ยวหงมีโอกาสดูดโลหิตพิเศษของนางไปได้     มันอาจจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เสี่ยวหงกลายร่างจากลูกนกตัวน้อยกลายเป็นปิศาจนกขนาดมหึมาที่กระหายเลือดและโหดเหี้ยมยิ่งกว่านี้ไม่รู้อีกกี่เท่า

สุดท้าย  เสี่ยวหงก็มิได้บินหนีจากนางไปก่อน   แต่เป็นนางเองต่างหากที่ตั้งใจทรยศมัน..เพราะความจำเป็น !

หากเสี่ยวหงเป็นแค่นกประหลาดที่แสนอัปลักษณ์  นางไม่นึกรังเกียจมันแม้แต่น้อย

ต่อให้มันกินลูกแก้วดวงจิตเป็นอาหาร  นางก็ยังพอรับได้ 

เสี่ยวฮุ่ยมิได้ตกอกตกใจเลยสักนิดเมื่อได้ทราบว่าเสี่ยวหงแอบขโมยกินลูกแก้วดวงจิตของปิศาจตัวตุ่นไป    เพราะอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิตปิศาจเกือบทุกตัวคงต้องเคยกินลูกแก้วดวงจิตของผู้อื่นนอกจากจะเป็นการเพิ่มพลังฤทธิ์ให้กับตนเองแล้ว   ยังทำเพื่อการฉลองชัยชนะหากว่าสามารถโค่นล้มหรือปลิดชีพศัตรูได้สำเร็จ   อย่างเช่นที่นางสังหารปิศาจตัวตุ่นเพราะฝ่ายนั้นกระทำผิดต่อผู้อื่นก่อน  ทั้งยังคิดจะทำร้ายนางและพี่ชายนกกระเรียนโดยไร้ความปรานี  เช่นนี้ถือได้ว่าเป็นการลงมือโดยสมเหตุสมผล

แต่ปิศาจที่มีชีวิตอยู่ด้วยการสูบโลหิตผู้อื่นจนเหลือแต่ซากร่าง    ออกจะดูโหดร้ายเกินไปหน่อย...

เสี่ยวฮุ่ยเอาแต่ใคร่ครวญในแง่มุมของตนจนลืมคิดไปว่า  แท้ที่จริงแล้วนกอ้วนตัวนั้นสิ้นใจตายเพราะนางลงมือสังหาร หาใช่ฝีมือของเฟิ่งลี่แต่อย่างใด  แต่เนื่องจากว่าลูกปลาน้อยเกิดความหวาดระแวงในตัววิหคโลหิตไปเสียแล้ว  นางจึงไม่ลังเลที่จะหยิบเฟิ่งลี่ออกมาจากถุงหอม   ดวงตาสีเขียวมรกตสะท้อนความรู้สึกผิดหวังระคนเสียใจ

เฟิ่งลี่ได้กลิ่นคาวเลือดเข้มข้น  ดวงตาสีแดงเพลิงเริ่มลุกโชนอย่างน่ากลัว   เขาขยับปีกและพยายามจิกลูกโป่งให้แตก   แส้โลหิตเริ่มงอกยาวและส่ายไหวรอท่าราวกับอสรพิษตัวน้อย

 เสี่ยวฮุ่ยใจหายวาบ   หากแส้โลหิตสามารถเจาะลูกโป่งของนางออกมาได้  ชายผู้นี้จะเป็นอย่างไร  ?

นางสมควรต้องช่วยเหลือเขาให้รอดพ้นจากความตาย   มิใช่ปล่อยให้สัตว์เลี้ยงของตนหลุดออกมาคร่าชีวิตคนผู้นี้ได้สำเร็จ 


ที่จริงแล้วเฟิ่งลี่พยายามต่อสู้กับจิตมารที่กำลังครอบงำสติสัมปชัญญะของตนอย่างหนัก  กลิ่นคาวเลือดที่แสนหอมหวานทำให้เขามิอาจควบคุมตนเองได้    ในเสี้ยวสติที่ยังคงเหลืออยู่ยังนึกขอบใจเสี่ยวฮุ่ยเหลือเกินที่นางจับเขาครอบขังไว้ในลูกโป่งเล็กๆใบนี้   อย่างน้อยเขาก็แค่ทำร้ายตัวเองให้เจ็บเพื่อเรียกสติกลับคืนมาเท่านั้น

เฟิ่งลี่พยายามตะเกียกตะกายเข้าหาเสี่ยวฮุ่ย  หวังว่านางจะช้อนร่างของเขาขึ้นมา   กล่าวถ้อยคำที่แสนอ่อนโยนเพื่อปลอบขวัญหรือให้ยิ้มกำลังใจเขาสักนิด

   เขาคาดหวัง..  ว่านางจะทำเช่นนั้น  

 มันเกือบจะดีอยู่แล้วเชียว  หากว่าเขามองไม่บังเอิญเหลือบไปเห็นความหวาดระแวงที่ฉายชัดในดวงตาคู่งาม

 เฟิ่งลี่คิดว่าตนเองตาฝาดไป   เขาหลับตาลงอย่างแช่มช้า   จังหวะนั้นเองที่จิตมารพุ่งวาบเข้ามาในห้วงความคิด   วิหคโลหิตพยายามเรียกสติคืนด้วยการเอาศีรษะกระแทกผนังลูกโป่งอย่างแรง     ลูกโป่งวิเศษกลิ้งไปตามแรงกระแทกหยุดอยู่แทบเท้าของเสี่ยวฮุ่ย

   เขามึนชาไปทั้งร่าง   แต่ก็ยังแข็งใจคืบคลานเข้าไปหานางอีกครั้ง...

  เสี่ยวฮุ่ยทำราวกับว่าเห็นไส้เดือนน่าขยะแขยงกำลังจะชอนไชเข้าไปในร่าง   นางชักเท้าออกอย่างลนลานและถอยห่างไปอีกหลายคืบ

   หัวใจของเฟิ่งลี่กระตุกวูบ    ความคิดหนึ่งที่พุ่งวาบเข้ามา...  นางรังเกียจเขาใช่หรือไม่ !   

   เขากลายเป็นปิศาจร้ายในสายตาของเสี่ยวฮุ่ยไปแล้ว

 ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาเคียดแค้นแทบอยากฉีกกระชากร่างของเด็กสาวออกเป็นชิ้นๆ   กลับกลายเป็นเรื่องที่นางทำผิดสัญญาเสียเอง !

   นางพยุงร่างของไอ้หนุ่มแปลกหน้าโดยไม่คิดหวาดระแวงว่าอีกฝ่ายจะมีแผนการร้ายใดๆซ่อนอยู่    ทิ้งให้เขาดิ้นพล่านเหมือนถูกไฟแผดเผาโดยไม่เหลือบแลแม้เพียงหางตา

นางไม่เคยรับรู้ว่าเขาทรมานเจียนตายจนอยากจะแผดเผาร่างให้หายไปจากโลกนี้เสียด้วยซ้ำ !  

" เสี่ยวหง..  ข้าขอโทษ  " 

ในที่สุดเสี่ยวฮุ่ยก็ตัดสินใจทิ้งเฟิ่งลี่ที่ติดอยู่ในลูกโป่งไว้เบื้องหลัง   นางช่วยพยุงร่างบุรุษนิรนามที่ถูกทำร้ายจนเลือดชุ่มไปทั้งตัว  ก่อนที่จะพาเขาเหาะทะยานขึ้นฟ้า    ปล่อยให้วิหคโลหิตตัวน้อยดิ้นทุรนทุรายอยู่อย่างนั้น..


  ' เจ้าเป็นของข้า !'

'   สิ่งเดียวที่ข้ายอมไม่ได้เด็ดขาดก็คือการทรยศหักหลัง ! '

  นี่คือคำพูดสวยหรูที่นางพ่นออกมา  ที่แท้ก็เป็นแค่วาจาหวานหูที่เชื่อถือไม่ได้เลยแม้แต่น้อย  !


 เสี่ยวฮุ่ย  กลับมาหาข้าเดี๋ยวนี้ !    เฟิ่งลี่แผดเสียงร้องลั่นด้วยความโกรธแค้น   










**ผลสือหลิว  คือผลทับทิม..น่าจะใช่นะคะ เสิร์ซจากพี่กู ( เกิ้ลลล )

**บทนี้สงสารเฟิ่งลี่จัง   เพิ่งถูกเสี่ยวฮุ่ยขู่ไปหยกๆว่าห้ามทรยศหรือทิ้งกันไปไหน   แต่พอเห็นธาตุแท้อันน่าสะพรึงกลัวของเฮีย สาวน้อยก็อยากจะเผ่นหนีแทบไม่ทัน  อืม..อันที่จริงเสี่ยวฮุ่ยก็ไม่ผิดนะ  ใครก็รักตัวกลัวตายกันทั้งนั้น  แถมเลือดของเสี่ยวฮุ่ยก็พิเศษไม่เหมือนใครด้วย  ***

 





   

    

    

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

1,773 ความคิดเห็น

  1. #1742 Mail78 (@jnie8944) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 18:17
    แต่เสี่ยวฮุ่ยก็ผิดสัญญานะ เฮ้ยๆ
    #1742
    0
  2. #476 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2559 / 21:53
    สงสารเฟิ่งลี่ แบบนี้เฟิ่งลี่ก๋โกรธแค้นเสี่ยวฮุ่ยน่ะสิ ไม่น๊า เสี่ยวฮุ่ยเปลี่ยนใจมารับเฟิ่งลี่ด่วนเลย
    #476
    0
  3. วันที่ 3 ธันวาคม 2559 / 21:52
    เฟิงลี่ๆๆ น่าสงสาร แต่เสี่ยวฮุ่ยก็ไม่ผิดนะ สงสัยเฟิงลี่ตกหลุมรักแล้วแน่ๆ ไรต์อย่าลืมกลับมาอัพนะคะ
    #475
    0
  4. #473 mefufu69 (@mefufu69) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2559 / 01:10
    เฟิงลี้ ภาคนี้ ดาร์ค มั่ก มั่ก
    มาม่าชามหญ่าย
    #473
    0
  5. #472 กรรดึก (@angel-dimond) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2559 / 00:23
    ah...ผูกแค้นแล้ว
    #472
    0
  6. #471 young_girl (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2559 / 00:23
    วิบากกรรมจริงๆ เฟิ่งลี่ น่ากลัวขนาดนี้ใครก็ไม่อยากเข้าใกล้ พี่สุนัขอยู่ไหนมาช่วยลูกตัวเองด่วน เศร้า เสี่ยวอ้ายจะมีความลับอะไรหรือเปล่านะ....มีเพียงพลังหยินหยางของข้าเท่านั้นที่จะช่วยเจ้าได้ ข้าจะช่วยเจ้าเองเสี่ยวหง เข้าถ้ำฝึกวิชากันด่วนค่าาา เลือดอาบเเน่นอน ก็ว่าจะไม่เเกล้งเเล้วนะ ฮ่าๆ รอจ้า
    #471
    0
  7. #470 ลักซ์ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 23:30
    น่าสงสาร อีกแล้วค้าบบบ
    #470
    0
  8. #469 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 23:06
    ไรท์ใจร้ายทำไมทำกับพี่นกแบบนี้ละ อัพก็ไม่บ่อยเหมือนตอนคู่แม่

    กลับใจร้ายกับพี่นกอีก 555
    #469
    1
    • #469-1 nawalak (@iamanurse019) (จากตอนที่ 15)
      2 ธันวาคม 2559 / 23:22
      ที่ไม่ได้อัพบ่อยไม่ใช่ลำเอียงน๊าาแต่เป็นเพราะไรท์งานยุ่งขึ้น และต้องเขียนเรื่องนี้ขึ้นใหม่ในขณะที่เรื่องบุปผาอำพรางแต่งเก็บไว้เยอะมาก (ตัดออกก็หลายฉาก เสียดาย อิอิ)
      #469-1
  9. #468 วาวา (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 22:57
    เฟิ่งลี่เกลียดเลย
    #468
    0
  10. #467 Meaw (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 22:16
    ไรท์เขียนให้เฟิ่งลี่น่ากลัวแบบนี้ อย่าว่าแต่เสี่ยวฮุ่ยที่ทิ้งเลย รีดก็คิดจะทิ้งเฮียแล้วเหมือนกัน55555 ชีวิตรันทดยิ่งกว่าดาวพระศุกร์ นี่คือพระเอกจริงๆ ใช่ไหมฮ่าๆๆๆ
    #467
    0
  11. #466 n-u-i (@thanyah) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 22:13
    สงสารเฟิ่งลี่โดนทิ้ง
    #466
    0
  12. #465 AtCrazy (@pailinz) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 22:06
    โดนทิ้งแล้วอ่ะ
    #465
    0
  13. #464 20032526 (@20032526) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 21:50
    พี่นกน่าสงสาร
    #464
    0
  14. #463 ลำยอง น้องลำไย (@elamyong) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 21:40
    มันหลายปัจจัยอะนะ แล้วเฮียก็แมร่มน่ากลัวหยอกอยู่นะ
    #463
    0
  15. #462 Ms. P (@putterpt) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 21:28
    สงสารเฟิ่งลี่เเล้วก็เข้าใจเสี่ยวฮุ่ย ขอให้ทั้งคู่กลับมาเจอกันเร็วๆนะ
    #462
    0
  16. #461 P42213042 (@P42213042) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 21:28
    ขอบคุณค่ะ
    #461
    0
  17. #460 paple92164 (@paple92164) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 20:41
    สนุกคะ  ชอบๆๆๆๆ
    #460
    0
  18. #459 นกยูง-มายา (@Nokyoong) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 20:33
    ต่างคนต่างเหตุผล
    #459
    0
  19. #458 pengkanyas (@pengkanyas) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 20:28
    ง่า สงสารพี่นกอ่า ทำไมทำกับพี่นกอย่างนี้ !!!!!!!
    #458
    0
  20. #457 Kiss (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 19:55
    อ้าวเห้ย โดนแม่ทิ้งแล้ว มาโดนลูกทิ้งอีก ชีวิตบัดซบจังเฟิ่งลี่ ไม่ผิดใช่ไหมที่เฮียจะเลือกเสี่ยวอ้าย ผู้หญิงมันร้าย555
    #457
    1
  21. #456 พอลล่า (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2559 / 19:53
    สงสารเฟิ่งลี่ โดนทิ้งอีกแล้ว
    #456
    0