เพลิงรักวิหคอัคคี (บุปผาอำพรางภาคสอง)

ตอนที่ 23 : ผู้มาเยือน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3392
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    27 ก.พ. 60





เสี่ยวหงของข้ามีความจำเป็นที่ต้องอาศัยหยกวิเศษชิ้นนี้ในการรักษาตัว    ขอโทษด้วยนะพี่ชายนกกระเรียน...   

เมื่อตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้ว  เสี่ยวฮุ่ยก็ปลดผมเปียเส้นเล็กของตนที่ทำเป็นสายคล้องตัวหยกออกจากลำคอแล้วยื่นให้จื่อเหลียง   ดวงตาสีเขียวมรกตเต็มไปด้วยประกายแห่งความเชื่อมั่น 

  " ได้  งั้นเป็นอันตกลง " 

 หากมีหยกอายุวัฒน์ช่วยคุ้มครอง   เสี่ยวหงจะต้องหลุดพ้นจากการกลายร่างเป็นมารโลหิตได้อย่างแน่นอน 

  " จัดการฝังหยกให้เสี่ยวหงต่อหน้าข้า "     


เมื่อจื่อเหลียงได้หยกวิเศษมาอยู่ในมือ     เขาก็ส่งสายตาไปยังเทพวิหคอัคคีเพื่อบอกให้อีกฝ่ายเตรียมตัวให้พร้อม   เฟิ่งลี่ผงกศีรษะลงเล็กน้อยก่อนที่จะบินมาเกาะที่โต๊ะไม้ริมหน้าต่าง   โดยมีบุรุษชุดขาวนั่งพิงเก้าอี้รออย่างสงบเยือกเย็น   

     จื่อเหลียงทอดสายตามองหยกสีเขียวในมืออยู่ครู่หนึ่ง    ก่อนที่จะเริ่มกรีดนิ้วคล้ายกับการคลี่ใบพัด  วูบนั้นได้บังเกิดประกายแสงวูบวาบในเนื้อหยก  เสี่ยวฮุ่ยพยายามเงี่ยหูฟังเสียงทุ้มต่ำที่ลอดออกจากริมฝีปากได้รูปของ
จื่อเหลียงอยู่นานสองนาน    แม้นว่านางจะไม่เข้าใจในความหมายทว่าเสียงที่เปล่งออกมากลับน่าฟังดั่งท่วงทำนองของบทเพลงอันไพเราะ    ทว่านั่นหาใช่การขับขานแต่มันคือการร่ายมนตราขั้นสูง 

 บรรยากาศภายในกระท่อมเริ่มเข้าสู่ความเงียบงันราวกับห้วงเวลาถูกยึดตรึงเอาไว้เพียงแค่นี้   พลังวิเศษสีเงินยวงที่พวยพุ่งออกมาจากฝ่ามือของจื่อเหลียงผสานกับพลังอันลึกลับของไอหยกค่อยๆจับตัวกันเป็นกลุ่มควันสีเขียวมรกต   เฟิ่งลี่สั่นสะท้านขึ้นมาในทันทีเมื่อกลุ่มควันเหล่านั้นค่อยๆโอบล้อมร่างกายของเขาเอาไว้   หยกสีเขียวพิสุทธิ์ในมือของจื่อเหลียงกลายเป็นวัตถุโปร่งแสงดั่งไม่อาจจับต้องได้   เสี่ยวฮุ่ยจ้องมองภาพที่เกิดขึ้นด้วยความอัศจรรย์ใจเป็นอย่างยิ่ง    

นางเห็นเนื้อหยกค่อยๆกลืนหายเข้าไปในร่างของเสี่ยวหงทีละนิด..ทีละนิด   การแทรกซึมของเนื้อหยกเป็นไปอย่างเนิบช้าราวกับหอยทากที่คืบคลานไปข้างหน้าอย่างเกียจคร้าน  เสี่ยวฮุ่ยหวั่นเกรงว่าเสี่ยวหงอาจจะทนความเจ็บปวดไม่ได้   เพราะร่างของมันเริ่มสั่นสะท้านหนักขึ้นทุกที

 " เสี่ยวหง  เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ? "    แม้จะรู้สึกได้ถึงความหนาวเย็นที่โอบล้อมอยู่รอบกาย   แต่นางกลับร้อนใจยิ่งนักนางปาดเหงื่อที่ซึมออกมาจนเปียกชื้นเต็มฝ่ามือด้วยความลุ้นระทึก

ทางด้านเฟิ่งลี่   ความรู้สึกของเขาในขณะนี้ไม่ต่างจากการถูกทิ่มแทงด้วยแท่งน้ำแข็งอันแหลมคม  เจ็บปวดเสียจนชาหนึบไปทั้งร่าง

เวลาเคลื่อนผ่านไปอย่างช้าๆด้วยความทรมานใจยิ่งนัก    เหมือนการนั่งรอให้หยดน้ำค่อยๆไหลรวมกันเป็นมหาสมุทร   เสี่ยวฮุ่ยแทบจะหลั่งน้ำตาออกมาเสียให้ได้เมื่อเห็นร่างของเสี่ยวหงทรุดฮวบลงไปกองกับโต๊ะ   

  " เสี่ยวหง ! "  

จื่อเหลียงส่งสายตาเป็นเชิงห้าม    เหมือนจะบอกว่าให้นางอดทนรอ..รอไม่กี่อึดใจเท่านั้น !

ในที่สุด  การฝังหยกเข้าร่างของเสี่ยวหงก็กินเวลาไปนานถึงหนึ่งก้านธูป   ที่สุดแล้วหยกอายุวัฒน์ซึ่งมีขนาดเท่าเหรียญทองก็จมหายลงไปในร่างของวิหคโลหิตอย่างสมบูรณ์

"คราวนี้แม่นางเสี่ยวฮุ่ยคงวางใจได้แล้วกระมัง  "

ช่วงเวลาที่บีบคั้นหัวใจได้สิ้นสุดลงแล้ว   เสี่ยวฮุ่ยพุ่งเข้าไปช้อนร่างเสี่ยวหงมาไว้ในอ้อมกอด  " เหตุใดร่างของเสี่ยวหงถึงสั่นสะท้านไม่หยุด  "

จื่อเหลียงตอบกลับสั้นๆว่า  " หยกอายุวัฒน์มีต้นกำเนิดมาจากหยกน้ำแข็งหมื่นปีที่หลอมรวมพลังบริสุทธิ์ของฟ้าดินเอาไว้   ย่อมมีไอเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็งเสียด้วยซ้ำ  รอเวลาให้ลูกนกของเจ้าปรับตัวอีกสักนิดเถิด  ข้าเชื่อว่าอีกไม่นานอาการของเสี่ยวหงน่าจะดีขึ้น   " 

เฟิ่งลี่ถูกไอเย็นของหยกแผ่ซ่านแทรกซึมไปทั่วทั้งร่าง  รู้สึกเหมือนถูกโยนทิ้งไว้ท่ามกลางกองหิมะขาวโพลน  หนาวเหน็บเข้าไปถึงกระดูก

"  พวกเจ้าทั้งคู่ต่างต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูร่างกาย   ส่วนตัวข้าก็มีธุระสำคัญที่ต้องจัดการต่อ    เช่นนั้นแล้วขอให้เจ้าและสหายตัวน้อยพักผ่อนอยู่ในกระท่อมหลังนี้ตามสบาย  " 


ก่อนที่จะจื่อเหลียงจะจากไป  เขาได้ป้อนยาตานเพื่อรักษาอาการบอบช้ำให้เสี่ยวฮุ่ยอีกหนึ่งเม็ด   ไม่นานนักทั้งลูกปลาน้อยและวิหคโลหิตก็หลับไหลไม่ได้สติไปพร้อมๆกัน

อดีตองค์ราชันรูปงามจัดการเสกปราการคุ้มครองกระท่อมหลังน้อยของตนเอาไว้   จากนั้นก็ผิวปากเรียกนกพาหนะคู่ใจออกมา  

 " ไปวังปิศาจ ! "    

นกพาหนะยอบตัวลงต่ำรับบัญชาผู้เป็นนายหัวเหนือด้วยความจงรักภักดี    มันกู่ก้องร้องยาวด้วยความฮึกเหิมก่อนที่จะสะบัดปีกเต็มกำลัง  นำพาเงาร่างสีขาวดุจปุยเมฆพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าไปยังเมืองหลวงแห่งแดนปิศาจในทันที




          เช้าวันรุ่งขึ้น..


  ทันทีที่ผลักประตูกระท่อมเข้าไป      จื่อเหลียงก็ได้เห็นภาพอันน่ายินดียิ่งนักเมื่อหลานสาวตัวน้อยของตนผุดลุกจากเตียงขึ้นมานั่งด้วยสีหน้าท่าทางที่สดใสขึ้นมาก    ใบหน้าจิ้มลิ้มไร้เดียงสามีประกายความสดชื่นประดุจน้ำค้างพร่างพราวในยามเช้า  

จื่อเหลียงยืนอยู่ตำแหน่งหัวเตียง  หลุบตามองหลานสาวที่ยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร  ดวงตาของนางไม่แข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความหวาดระแวงดั่งเช่นวันวาน 

 " ตื่นแล้วก็บ้วนปากล้างหน้าเสียสิ  ข้าตักข้าวต้มมาให้วางอยู่บนหัวเตียง  อิ่มแล้วจะออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ริมแม่น้ำก็ได้    "

เสี่ยวฮุ่ยกล่าวคำขอบคุณด้วยความเขินอาย...เพราะสะดุดเข้ากับสายตาที่เต็มไปด้วยความลึกซึ้งของพี่ชายชุดขาวแท้ๆเชียว

ขณะที่ร่างสูงโปร่งกำลังจะก้าวผ่านไป  จื่อเหลียงพลันนึกขึ้นมาได้   "  แล้วท่าน..เอ่อ..นกน้อยของเจ้าล่ะ? "

เสี่ยวฮุ่ยนิ่งคิดแวบหนึ่ง     ก่อนที่จะล้วงมือเข้าไปในสาบเสื้อ   "  ข้าซุกมันไว้ในอกน่ะ  "

จื่อเหลียงมองไปที่หน้าอกของหลานสาว   รู้สึกคันยุบยิบในคอจนต้องกระแอมออกมา

 เขาชักสีหน้าเคร่งขรึม    "  เจ้าให้มันนอนซบในอกตลอดทั้งคืนเลยหรือ?  "

ลูกปลาน้อยพยักหน้า    " เมื่อคืนนี้ตอนที่ข้าสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก  เสี่ยวหงก็ยังนอนตัวสั่นสะท้านไม่หยุด  "  

  " แล้วอย่างไร ? "  

 เสี่ยวฮุ่ยหาได้ล่วงรู้ความในใจของอีกฝ่าย นางจึงตอบไปตามประสาซื่อ  "  ตั้งแต่เก็บเสี่ยวหงมาเลี้ยง ข้าก็ให้มันนอนในอกเช่นนี้ทุกคืน   "

เฟิ่งลี่ถูกควักออกมาวางแหมะอยู่ที่ตักของเสี่ยวฮุ่ย    ด้วยถูกความเย็นของหยกอายุวัฒน์เสียจนชาไปทั้งร่าง   ท่าทางจึงยังสะลึมสะลือเหมือนถูกวางยา    ไม่รู้ตัวสักนิดว่าถูกผู้เป็นท่านปู่ของเสี่ยวฮุ่ยจ้องมองมาด้วยแววตาที่แสนพิลึกเข้าเสียแล้ว 


จื่อเหลียงทอดถอนใจเบาๆ  ตั้งใจกล่าววาจากับเสี่ยวฮุ่ยแต่ดวงตาสบประสานเป็นนัยถึงเฟิ่งลี่      "   อย่าให้เสี่ยวหงนอนซุกที่หน้าอกของเจ้าอีก ! "

เสี่ยวฮุ่ยทำตาปริบๆ  นางมองเห็นแววตาคมกริบของอีกฝ่ายพุ่งไปยังสัตว์เลี้ยงของตนคล้ายส่งสัญญาณตักเตือนอะไรบางอย่าง

  เฟิ่งลี่เองก็รู้สึกได้ถึงท่าทีที่เปลี่ยนไปของอีกฝ่าย   เมื่อเห็นอดีตองค์ราชันมองด้วยสายตากึ่งเป็นกังวลแฝงด้วยแววตำหนิ  เขาจึงรีบถอยห่างออกจากเสี่ยวฮุ่ยทันทีด้วยความละอายใจ    ด้วยเกรงว่าอดีตองค์ราชันปิศาจจะดูแคลนว่าเขาเป็นพวกชอบฉวยโอกาสกับสตรี

เสี่ยวฮุ่ยมองพี่ชายชุดขาวด้วยความงงงวยเล็กน้อย...พี่จื่อเหลียงเป็นอะไรไปแล้ว  จู่ๆก็ทำตาขวางขึ้นมาเสียอย่างนั้น

นางงัดไหวพริบออกมาเพื่อสลายบรรยากาศอันน่าอึดอัด   ด้วยการทำจมูกฟุดฟิดเหมือนสุนัขดมกลิ่น  แล้วย่นหน้าเหยเก     "  ข้ามาอยู่ที่นี่ตั้งสองวันเต็มๆ  ยังไม่ได้อาบน้ำชำระร่างกายเลยสักครั้ง  เฮ้อ..เหม็นบูดตัวเองจะแย่   เอาอย่างนี้..ข้าขอเวลาส่วนตัวสักครู่   แล้วเชิญพี่จื่อเหลียงไปรอที่นอกกระท่อมก่อนจะได้หรือไม่ ? "  

" ย่อมได้  เชิญแม่นางน้อยตามสบาย "     จื่อเหลียงหมุนตัวทันที   แต่ขณะที่กำลังจะก้าวเท้าออกจากห้อง  ยังไม่ลืมเหลียวกลับไปยังเฟิ่งลี่แล้วออกคำสั่งสั้นๆว่า    "  ตามข้ามา  " 



*********************************************


หลังจากที่ลูกปลาน้อยชำระร่างกายจนสะอาดหอมกรุ่นดีแล้ว   นางก็เดินออกมาจากกระท่อมไปยังริมฝั่งแม่น้ำ ทอดสายตามองไปยังสายน้ำอันกว้างใหญ่    ปล่อยอารมณ์ให้ล่องลอยไปตามกระแสธารอย่างสงบสุข   ความเขียวขจีของแมกไม้อีกทั้งสายลมเย็นที่พัดมาเป็นระยะทำให้เสี่ยวฮุ่ยถึงกับเคลิบเคลิ้มราวกับอยู่ในความฝัน

เสี่ยวฮุ่ยกำลังจมอยู่ในความคิดของตนด้วยความดื่มด่ำจึงไม่รู้ตัวสักนิดเลยว่ามีแขกที่ไม่ได้รับเชิญบินมาหลบอยู่ข้างหลังนางได้สักพักแล้ว

วิหคโลหิตตัวน้อยค่อยๆขยับเข้ามาจนอยู่ในระดับเดียวกับนาง  เหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างที่ประกอบด้วยจมูกโด่งที่เชิดรั้น  คางเรียวมนรับกับใบหน้าเล็กกระจุ๋มกระจิ๋ม   แพขนตางอนที่เพิ่มความหวานฉ่ำของดวงตา  ริมฝีปากอิ่มวาวราวกับเคลือบด้วยน้ำหวานจากกลีบดอกท้อ

เฟิ่งลี่ทอดถอนใจเบาๆ...เฮ้อ...อีกไม่กี่ร้อยปี  นางปิศาจน้อยผู้นี้คงจะกลายเป็นโฉมสะคราญอันดับหนึ่งแห่งภพปิศาจโดยไม่ต้องสงสัย

ถึงตอนนั้น  เสี่ยวฮุ่ยคงจะมีบุรุษมากมายมาคอยห้อมล้อมเพื่อขอความรักจากนาง

ส่วนตัวเขาเล่า..จะสามารถฟื้นคืนพลังเทพกลับไปเป็นเทพวิหคอัคคีเฟิ่งลี่ได้อีกหรือไม่   หรือสุดท้ายต้องกลายเป็นมารโลหิตไม่ต่างจากอสูรเกาซิง

ด้วยอนาคตที่ยังเลือนรางดั่งความฝัน  เฟิ่งลี่ไม่อยากดึงเสี่ยวฮุ่ยเข้าไปลุยน้ำขุ่นร่วมกันกับเขา  นางบอกว่าตนนั้นเป็นกำพร้า ย่อมไม่มีญาติพี่น้องที่จะคอยช่วยดูแล    

ถ้าหากว่า  เขาขอร้องอดีตองค์ราชันให้ช่วยอุปการะเสี่ยวฮุ่ย   นางจะยินยอมหรือไม่ ?

ก่อนที่เขาจะเร้นกายไปยังหุบเขาฉิงซานเพื่อรักษาตัว  คงต้องรีบจัดการเรื่องลูกปลาน้อยให้เสร็จสิ้นเสียก่อน  ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่อาจวางใจได้

เฟิ่งลี่ถอนสายตาออกจากรอยยิ้มของนางด้วยความเสียดาย  ก่อนที่จะหมุนร่างออกไปช้าๆอย่างเงียบงัน  ปล่อยให้นางมีความสุขกับการชื่นชมทัศนียภาพต่อไปโดยไม่คิดจะรบกวน   จากนั้นก็บินกลับไปหาจื่อเหลียงซึ่งกำลังนั่งจิบน้ำชาอยู่เพียงลำพังที่หน้าระเบียงกระท่อม

ที่โต๊ะตัวเดิม    จื่อเหลียงกำลังเปิดตำราเล่มหนึ่ง  

เฟิ่งลี่โฉบลงมาเกาะที่เก้าอี้ด้านตรงข้าม  ผงกศีรษะคำนับเพื่อแสดงความเคารพ

จื่อเหลียงเหลือบมองอีกฝ่าย  ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างเนิบช้า      " ข้าคิดว่าท่านควรเตรียมตัวออกเดินทางได้แล้ว  "

ในที่สุดเวลานั้นก็ใกล้จะมาถึง  เฟิ่งลี่ผงกศีรษะลงอีกครั้ง   จื่อเหลียงวางตำราลงข้างกาย  จากนั้นก็อธิบายถึงเส้นทางที่วิหคโลหิตต้องบินผ่านเพื่อไปให้ถึงยังจุดหมายปลายทางซึ่งเต็มไปด้วยอุปสรรคและความยากลำบากมากพอสมควร

เฟิ่งลี่พยักหน้าเป็นอันเข้าใจในสิ่งที่จื่อเหลียงชี้แจงมาทั้งหมด    แต่เขาเองก็มีเรื่องที่อยากจะฝากทิ้งท้ายไว้เช่นกัน  

ชายหนุ่มเตรียมสะบัดแส้ดูดโลหิตเพื่อจารึกตัวอักษรลงบนโต๊ะไม้เหมือนที่เคยทำ    ทว่าคราวนี้จื่อเหลียงกลัโบกมือห้ามก่อนที่จะยื่นแผ่นไม้ชิ้นหนึ่งให้แทน

  บุรุษชุดขาวเอ่ยยิ้มๆ  " ข้าขี้เกียจเปลืองแรงทำโต๊ะใหม่ "

เฟิ่งลี่หัวเราะหึๆ  ก่อนที่จะตวัดหางอันแหลมคมสลักคำว่า   ' เรื่องสำคัญ ' ลงไป

จื่อเหลียงผายมืออย่างใจกว้าง     " มีสิ่งใดที่ข้าพอจะช่วยเหลือท่านเทพได้อีกบ้าง "


อดีตเทพนักรบเขียนชื่อ  ' เสี่ยวฮุ่ย'  ด้วยตัวอักษรที่งดงามทรงพลัง   ยามที่สลักนามนี้ลงไปบนแผ่นไม้    ทั้งดวงตาและรอยยิ้มของเขาบ่งบอกถึงความนัยอันลึกซึ้ง

จื่อเหลียงชะงักไปเล็กน้อย   ก่อนที่จะย้อนถามเสียงสูง    " ท่านเป็นกังวลเรื่องเสี่ยวฮุ่ย ? "

เฟิ่งลี่พยักหน้า  ก่อนจะเขียนคำว่า   ' อุปการะ'    ลงไป

ใช่แล้ว...   เขาต้องการให้จื่อเหลียงรับปากที่จะดูแลลูกปลาน้อยในระหว่างที่เขาไม่อยู่ข้างกายนาง  

ไม่ทราบว่าต้องใช้ระยะเวลานานเท่าใดถึงจะสามารถกำจัดไอมารออกจากร่างกายได้สำเร็จ  

ร้อยปี  สองร้อยปี  ห้าร้อยปี  หรืออาจจะกินเวลาเป็นพันๆปี...วันเวลาที่ยาวนานและไม่สามารถคาดเดาได้ถึงจุดที่สิ้นสุด  เขาไม่อาจวางใจได้เลยหากเสี่ยวฮุ่ยจะต้องเป็นเด็กสาวเร่ร่อนซึ่งไม่มีผู้ที่ไว้ใจได้คอยดูแล

นางมีใบหน้าที่งดงามเป็นที่ถูกตาต้องใจแก่บุรุษทุกคนที่ได้พบเห็น  เช่นนั้นแล้วลูกปลาน้อยที่คิดว่าตัวเองนั้นเก่งกล้าสามารถเหนือใคร  แท้ที่จริงแล้วนางยังไม่มีความสามารถที่จะดูแลตัวเองให้ปลอดภัยได้เลยด้วยซ้ำ 

เขาหวังว่าอดีตองค์ราชันจื่อเหลียงจะยอมตกปากรับคำ   รอจนกว่า..รอจนกว่าเขาจะสามารถกลับคืนเป็นวิหคอัคคีได้อย่างสมบูรณ์  ถึงตอนนั้นหากเสี่ยวฮุ่ยยังไม่มีใคร  เขาย่อมรับนางไปอุปการะต่ออย่างแน่นอน


          ในฐานะ...


          .........................?


         นั่นสิ ..     ในฐานะอะไร?


  จู่ๆสมองที่เคยเฉลียวฉลาดปราดเปรื่องกลับรู้สึกมึนตื้อขึ้นมาดื้อๆเสียอย่างนั้น

 นางยังอ่อนวัยไร้เดียงสา  จะเข้าใจความรักของหนุ่มสาวมากน้อยสักเพียงใด   อืม...เช่นนั้นแล้วเขาจะรับดูแลนางในฐานะ 'น้องสาว '    ไปก่อนก็แล้วกัน

เห็นแส้โลหิตของเฟิ่งลี่ชะงักค้างไปนานเหมือนกำลังวนอยู่ในภวังค์ความคิด    จื่อเหลียงยกมุมปากโค้งเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าวอย่างเรียบๆว่า     " ท่านไม่ต้องเป็นห่วงเสี่ยวฮุ่ย   เพราะอีกไม่นานคนในครอบครัวของนางคงจะกำลังเดินทางมาถึงในไม่ช้านี้แล้ว   "

เฟิ่งลี่แทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน     ดวงตาสีแดงเพลิงเต็มไปด้วยร้อยแปดคำถาม

  เสี่ยวฮุ่ยบอกเองมิใช่หรือว่านางเป็นเด็กกำพร้า  แล้วจะมีญาติมิตรที่ไหนกัน ?

และที่สำคัญ    อดีตองค์ราชันย์ปิศาจล่วงรู้เรื่องภายในครอบครัวของนางได้อย่างไร ?


จื่อเหลียงเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความกังขาของเฟิ่งลี่  จึงตอบคำถามเพียงสั้นๆว่า   "  อย่างที่ท่านคาดเดา  ข้าเองก็รู้จักนางเช่นกัน  "

เฟิ่งลี่หงุดหงิดใจเหลือเกินที่ไม่อาจพูดคุยกับจื่อเหลียงได้อย่างใจนึก  ขณะที่เขากำลังจะตวัดแส้ดูดโลหิตลงไปที่แผ่นกระดานเพื่อจะซักถามอีกฝ่ายให้กระจ่าง  ทันใดนั้นเองก็มีเงาสีดำขนาดใหญ่พุ่งตรงมาที่กระท่อมด้วยความเร็วประดุจพายุหมุน  

 เฟิ่งลี่ตวัดสายตามองอย่างระแวดระวัง  แส้โลหิตเตรียมการจู่โจมศัตรูที่ยังมองไม่เห็น    ในขณะที่องค์จื่อเหลียงยังคงรักษาความสงบเยือกเย็นเอาไว้ราวกับว่าเขารู้ล่วงหน้าอยู่ก่อนแล้ว


ขณะนั้นเป็นจังหวะที่ลูกปลาน้อยเดินกลับมาถึงหน้ากระท่อมพอดิบพอดี   ทันทีที่นางเห็นเงาดำทะมึนโฉบผ่านป่าไผ่ตรงมาที่กระท่อม    เสี่ยวฮุ่ยก็ร้องตะโกนออกมาอย่างลืมตัว

          "หยุดนะ!"    

เงาร่างสีดำที่โฉบผ่านไปมาประดุจวิญญาณล่องหนที่แท้ก็คือค้างคาวยักษ์ตัวหนึ่งนั่นเอง ! 

ทันทีที่ได้ยินเสียงหวานใสที่แสนคุ้นเคย   ค้างคาวรัตติกาลที่น่าเกรงขามก็โฉบลงมาที่ระเบียงกระท่อมก่อนที่จะคืนสู่กายทิพย์อย่างสง่างาม

เสี่ยวฮุ่ยทำตาโต  อ้าปากหวอจนยัดไข่ลงไปได้ทั้งฟอง

ใครคนนั้น..ปรากฏตัวขึ้นโดยไม่คาดฝัน !

เรือนผมสีดำขลับที่เคยงดงามและเรียบลื่นดุจแพรไหมบัดนี้กลับฟูฟ่องและยุ่งเหยิงราวกับรังนก   เสื้อผ้าสีดำสนิทเต็มไปด้วยฝุ่นเกาะหนาเป็นชั้นๆ ไม่บอกก็รู้ได้ว่าคนผู้นี้เดินทางมาด้วยความเร่งรีบและยากลำบากเพียงใด


เฟิ่งลี่เหลือบมองผู้มาเยือนอย่างไม่เป็นมิตร     แส้โลหิตสะบัดเร่าเตรียมที่จะพุ่งไปจัดการเจ้าหนุ่มท่าทางหยิ่งยะโสผู้นั้น    เสี่ยวฮุ่ยขนลุกชันด้วยความหวาดเสียวก่อนที่จะพุ่งร่างบอบบางเข้ามาขวางเอาไว้


    "  พะ..พี่ใหญ่"     เสี่ยวฮุ่ยหลุดสองคำนั้นออกมาด้วยความตื่นตระหนกสุดชีวิต    

   เฟิ่งลี่เบิกตามองด้วยความสงสัย  นางเรียกคนผู้นั้นว่าพี่ใหญ่  เหตุใดถึงไม่มีเค้าหน้าที่คล้ายคลึงกันเลยสักนิด 

   เจ้าหนุ่มนั่นใช่พี่ชายแท้ๆของเสี่ยวฮุ่ยแน่หรือ !?  

   ทางด้านผู้มาเยือน    แรกเริ่มทีเดียวนั้น  ดวงตาสีนิลมีแววโกรธขึ้งสาวน้อยที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างเห็นได้ชัด  หว่างคิ้วเป็นรอยนูนจากหัวคิ้วที่กระตุกชนกัน   ริมฝีปากบางเม้มแน่นจนขาวซีด     ทว่าหลังจากนั้น   เมื่อกวาดตามองอย่างละเอียดและเห็นว่าคนที่ทำให้เขาห่วงหาและคิดถึงแทบคลั่งมีผ้าแถบพันศีรษะโดยรอบ  อารมณ์เดือดจัดถึงขีดสุดที่พยายามข่มกลั้นเอาไว้ก็สลายไปในพริบตา  ปลายนิ้วทั้ังห้าที่หยาบด้านเพราะการฝึกกระบี่อย่างหนักเอื้อมออกไปหมายจะลูบที่เรือนผมของนาง  

  บัดนี้ลูกปลาน้อยแสนซนได้ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้านี้แล้ว ..เขาจะจัดการลงโทษนางอย่างไรดี?

  เสี่ยวฮุ่ย..รู้หรือไม่ว่าพี่ใหญ่คนนี้แทบจะทำลายป่าเขียวมรกตจนราบคาบทุกย่างก้าวที่ออกตามหาเจ้า


ไหนเลยที่เฮยจื่อจะลงโทษนางได้ลงคอ   ยามนี้เขาไม่เหลือความขุ่นเคืองใดเลยแม้แต่น้อย   ยิ่งได้เห็นใบหน้าขาวซีดและร่างกายที่ซูบผอมลงไปถนัดตาของลูกปลาน้อย     ความคิดถึงและห่วงใยที่มีอยู่เต็มอกเกือบจะทำให้ค้างคาวหนุ่มคว้าร่างของนางมากอดจนกระดูกแทบป่นละเอียดคามือเสียด้วยซ้ำ


  ดวงตาสีดำสนิทดุจท้องฟ้ายามราตรีจับจ้องอยู่ที่ดวงหน้างดงามก่อนที่จะเอ่ยอย่างเคร่งขรึมจริงจังว่า 


  "  น้องเล็ก  ข้ามารับเจ้ากลับบ้าน " 









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

1,773 ความคิดเห็น

  1. #1264 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 18:05
    เสี่ยวฮุ่ยไม่กลับบ้านใช่ไม๊
    #1264
    0
  2. #785 young_girl (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2559 / 19:08
    อย่างนี้เฟิ่งลี่ก็กลายเป็น...ของเผยคุน//โดนเเส้ฟาดใส่

    คิดถึงนกกระเรียนจังเลย เฮยจื่อมาเเล้ววว ทิ้งเสี่ยวอ้ายได้ไง 555
    #785
    0
  3. #783 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 01:01
    ท่านปู่มีความหวงหลาน 555
    #783
    0
  4. #782 ชาติ... ั่ว (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 21:09
    #ทีมแบ็ก แม เอ้ย พี่ค้างค้าว อิอิ
    #782
    0
  5. #781 นกยูง-มายา (@Nokyoong) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 20:48
    เฟิงลี่เจอท่านปู่เป็นด่านแรกไปละ
    #781
    0
  6. #780 N.N (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 19:45
    พี่ค้างคาวสู้ๆนะ

    ขอบคุณค่ะไรท์
    #780
    0
  7. #779 nefertari (@nefertari) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 19:44
    พี่เฟองลี่สู้ๆ ยังไงพี่ก็ได้นอนอกนุ่มๆของเสี่ยวฮุ่ยน้า
    #779
    0
  8. #778 รนยา (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 19:18
    สนุกกกกจร้าา
    #778
    0
  9. #777 AKASHI. (@thanyameen) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 19:16
    เห้ย แก๊ คืออยู่ดีๆชั้นก็ทีมพี่ค้างคาวเว้ย 555555555 ชอบบบบบบบ เบื่อเฟิงลี่ละช้าเกิน 55555
    #777
    0
  10. #776 P-nam (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 18:53
    ชูป้ายพี่เฟิง​สู้! สู้​สู้!
    #776
    0
  11. #775 n-u-i (@thanyah) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 18:35
    เฟิ่งลี่เจ้ามีคู่แข่ง
    #775
    0
  12. #774 mefufu69 (@mefufu69) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 18:25
    ลุงนกจะตีกะพี่ค้างคาว
    ลุงนกรีบคืนร่างซะทีจิ
    ไรท์อย่าให้ลุ้นนานนักจิ
    เหนใจคนแก่คนเฒ่าบ้าง เหนื่อย
    #774
    0
  13. #773 Kiss (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 17:59
    อยากเห็นเฟิ่งลี่ไฝว้ตอนได้ร่างคืนมากกว่า ตอนนี้สู้ใครไม่ได้เลย แต่จริงๆ ตัวเองแก่กว่าเนอะ ไม่น่าต้องมาคอยหวงก้างกับเด็ก อยู่นิ่งๆให้หญิงตามดีกว่า นึกว่าเฮียจะเข็ดกับความรักนานกว่านี้อีกอิอิ รอเฟิ่งลี่ come back หลังปีใหม่แบบต่อเนื่อง สู้ๆ ค่ะ
    #773
    0
  14. #771 Toffy (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 16:37
    แล้วลูกปลาน้อยจะเลือกใครนี่
    #771
    0