เพลิงรักวิหคอัคคี (บุปผาอำพรางภาคสอง)

ตอนที่ 24 : จากลาเพื่อเริ่มต้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3408
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    27 ก.พ. 60

   



       "พะ..พี่ใหญ่"   เสี่ยวฮุ่ยได้แต่ตะลึงมองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า  รู้สึกว่าสองขาหนักอึ้งเหมือนถูกถ่วงไว้ด้วยหินจนก้าวขาไม่ออก      "   ทะ..ท่าน  มาได้อย่างไร  ? "

" มาได้อย่างไรงั้นรึ ! ?  "  เฮยจื่อยังปั้นหน้าดุ   สะบัดข้อมือพรึ่บ  ปลายนิ้วปัดผ่านชายแขนเสื้อเป็นผลให้ฝุ่นละอองที่เกาะอยู่ตามตัวปลิวฟุ้ง   " ทันทีที่ทราบข่าวว่าเจ้าอยู่ที่ไหน ข้าก็บินฝ่าม่านราตรีมาทั้งวันทั้งคืนแทบไม่ได้หยุดพัก "

เสี่ยวฮุ่ยทำหน้าสลดเมื่อได้เห็นสภาพทุลักทุเลของพี่ใหญ่  นางลอบสำรวจเขาด้วยความเป็นห่วง  พบว่าบนเรือนผมที่ปล่อยยาวดูค่อนข้างยุ่งเหยิงและยังมีเศษใบไม้ติดอยู่   ลูกปลาน้อยก้าวเข้าไปหาร่างสูงแล้วยืดตัวขึ้น   เอื้อมมือขึ้นไปหมายจะช่วยหยิบออกให้  และก็ฉวยโอกาสนี้กระซิบถามเฮยจื่อเสียงเบา     " ที่ข้าสงสัยก็คือท่านออกมาจาก
ป่าเขียวมรกตได้อย่างไรต่างหาก "

เฮยจื่อถูกลมหายใจอุ่นๆของนางปัดผ่านใบหู   รู้สึกหายใจติดขัดพิกล  

เขาแค่นเสียงต่ำในลำคอดังพอให้ได้ยินแค่สองคน      " ท่านอาจารย์อนุญาตข้าแล้ว " 

เสี่ยวฮุ่ยทำตาโต  " เหลือเชื่อ ! "   

เผลออุทานออกมาเสียงดัง  เลยทำให้จื่อเหลียงและเฟิ่งลี่หันขวับมาจ้องเขม็งที่คนทั้งคู่อย่างพร้อมเพรียงกัน 
 
ถึงเสี่ยวฮุ่ยจะรู้ดีแก่ใจว่าพี่ใหญ่ไม่เคยพูดปด  แต่เรื่องนี้ออกจะฟังดูเหนือความคาดหมายไปมากทีเดียว
 
เฮยจื่อเองก็คาดไม่ถึงเช่นกันว่าเขาจะได้รับอนุญาตให้ออกจากป่าเขียวมรกต  แถมยังต้องแบกความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่   เมื่อท่านอาจารย์ได้มอบหมายให้เขาเป็นผู้ที่ต้องนำเสี่ยวฮุ่ยกลับป่าเขียวมรกตให้จงได้  

เมื่อคืนนี้  หลังจากที่ท่านอาจารย์ได้หวนกลับมาที่ป่าเขียวมรกต  ทุกคนก็ได้รับทราบข่าวดีว่าพบตัวลูกปลาน้อยแสนซนแล้ว    แต่ไม่ทราบเพราะเหตุใด   จู่ๆท่านอาจารย์ก็เรียกตัวเขาเข้าไปพบตามลำพัง    จากนั้นก็สอนการปลดเขตอาคมเพื่อเปิดทางเข้าออกป่าเขียวมรกตให้กับเขา   

' ข้ามอบหมายให้เจ้าออกไปรับเสี่ยวฮุ่ยที่เขตภูเขาเหอซานริมแม่น้ำเหลิ่งเหอตอนกลาง   เมื่อไปถึงยังกระท่อมริมป่าไผ่  เจ้าจะได้พบกับบุรุษชุดขาวที่มีใบหน้างดงามผู้หนึ่ง   จงรายงานตัวแก่ผู้อาวุโสท่านนั้นให้ทราบ  หลังจากนั้นไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตาม  ให้นำตัวเสี่ยวฮุ่ยกลับมาที่ป่าเขียวมรกตให้จงได้ "  

เฮยจื่อคุกเข่าโขกศีรษะด้วยความซาบซึ้งยินดี   จากนั้นก็กลายร่างเป็นค้างคาวยักษ์บินฝ่าม่านราตรีมาทั้งคืนทั้งวัน
จนในที่สุด  เขาก็ได้พบนางอีกครั้ง!

เสี่ยวฮุ่ยส่งสายตาอ้อนวอน     " พี่ใหญ่..ข้า..ข้ายังไม่อยากกลับตอนนี้   " 

เฮยจื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความวาดหวัง  ทั้งยังอ่อนเชื่อมอย่างน่าสงสารก็รู้สึกไหววูบในอกขึ้นมาเล็กน้อย    ลูกปลาน้อยแสนซนที่เต็มไปด้วยความสดใสร่าเริง  เขาไม่เคยเห็นนางยอมร้องขอสิ่งใดอย่างอ่อนหวานเช่นนี้มาก่อน  อันที่จริงเขาเองก็อยากประวิงเวลาเพื่อที่จะได้มีเวลาอยู่กับนางให้มากขึ้น  แต่เพราะไม่อาจขัดขืนคำสั่งของท่านอาจารย์ได้    ค้างคาวหนุ่มจึงเลือกที่จะทำร้ายจิตใจนางด้วยการเพิกเฉยต่อคำขอร้องนั้น      " ข้าเพียงทำตามคำสั่ง   เจ้าต้องกลับไปกับข้าเดี๋ยวนี้  "

ตอนนั้นเฟิ่งลี่เกาะอยู่ที่โต๊ะน้ำชา  มองดู ' พี่ใหญ่ '  กับ  ' น้องเล็ก '   ด้วยความรู้สึกอิจฉาเล็กน้อย   เพราะนับตั้งเจ้าหนุ่มชุดดำปรากฏกายขึ้น  เสี่ยวฮุ่ยก็ดูเหมือนจะทุ่มความสนใจไปที่  ' พี่ใหญ่ '  ของนางจนหมดสิ้น   


เมื่อใช้ไม่อ่อนไม่ได้ผล  อย่าหวังว่าจะใช้ไม้แข็งกับพี่ใหญ่ได้  เพราะนางไม่เคยเอาชนะเขาได้เลยสักครั้ง  คราวนี้คงไม่แคล้วถูกจับมัดกลับบ้านอย่างไม่ต้องสงสัย  

เสี่ยวฮุ่ยไม่อาจระบายโทสะใส่เฮยจื่อ    จึงหันไปเล่นงานจื่อเหลียงแทน    "  ท่าน..ท่าน   เป็นท่านที่เป็นคนส่งข่าวบอกบิดาของข้าใช่หรือไม่ ? "   นางขยี้เท้าด้วยความโมโห    " ที่แท้ท่านก็รู้จักกับครอบครัวข้า " 

เฮยจื่อทำเสียงดุ   " เสี่ยวฮุ่ย  อย่าเสียมารยาท ! " 

ลูกปลาน้อยถูกเสียงทุ้มตวาดใส่   สติพลันแจ่มใสขึ้นมาในทันที  ...แย่แล้ว  นางทำเสียมารยาทมากไปจริงๆ   ถ้าหากคนผู้นี้รู้จักและสนิทสนมกับหมอปิศาจ  ทั้งยังรู้จักบิดาของนางซึ่งไม่อยู่ในฐานะที่จะเปิดเผยตัวตนให้ผู้ใดทราบได้  แสดงว่าพี่ชายรูปงามท่านนี้คงจะมีเส้นสายใหญ่โตมากพอสมควร  หากนางกล้าล่วงเกินเขาก็เท่ากับเอาชีวิตตนไปเสี่ยงชัดๆ

ดังนั้น  เสี่ยวฮุ่ยจึงเปลี่ยนท่าทีทำเฉยเมยเสีย  ไม่กระโตกกระตาก  ราวกับว่าตนนั้นยอมรับชะตากรรมที่เกิดขึ้นทั้งหมดแต่โดยดี

จื่อเหลียงหาได้ใส่ใจอารมณ์ฉุนเฉียวแบบเด็กๆของผู้เป็นหลานสาว  แต่พุ่งความสนใจทั้งหมดของตนไปยังเฮยจื่อที่ยืนปั้นหน้าเคร่งขรึมด้วยท่าทีที่แสนเยือกเย็น   ด้วยบุคลิกที่ถอดแบบมาจากจินเสอ  ทำให้ค้างคาวหนุ่มน้อยดูเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบเกินอายุ

หนึ่งพันปีที่เขาเร้นกายเพื่อรักษาตัว  ค้างคาวตัวน้อยได้เติบใหญ่กลายเป็นหนุ่มรูปงามไปแล้วหรือนี่

จื่อเหลียงใคร่ครวญดูแล้ว   การเปิดเผยตัวตนในตอนนี้ใช่จะเป็นผลดี     นี่มิใช่เวลาที่เหมาะสม  ทั้งยังมีอดีตเทพวิหคอัคคีลอบสังเกตการณ์อยู่ด้วย

  "  อาจารย์ของเจ้าฝากอะไรถึงข้าเป็นพิเศษหรือไม่ ? "   จื่อเหลียงคลึงถ้วยชาในมือเล่น   น้ำชาเริ่มเย็นชืดไร้รสชาติ

" ไม่ขอรับ "  เฮยจื่อส่ายหน้า ดวงตาสีนิลไม่มีร่องรอยความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย  

  คงเป็นเพราะว่าเฮยจื่อยึดถืออาจารย์ของเขาเป็นต้นแบบ  กระทั่งใบหน้าเรียบเฉยและการเก็บงำอารมณ์ความรู้สึกยังทำได้เหมือนกันซะขนาดนี้

เสี่ยวฮุ่ยลอบถอนใจเบาๆ  นางมีเรื่องอยากจะถามเขาแต่เพราะไม่อยากให้คนนอกได้ยิน   คิดจะกระซิบที่ข้างหูจึงเขย่งเท้ายืดตัวให้สูงขึ้น  แต่เพราะเฮยจื่อตัวสูงเกินไป  นางจึงทำได้ไม่ถนัด  เฮยจื่อแสร้งทำไม่รู้ไม่ชี้อยู่ครู่หนึ่ง   แต่สุดท้ายก็อดใจอ่อนไม่ได้จึงต้องย่อเข่าลงเพื่ออำนวยความสะดวกให้นาง

เสี่ยวฮุ่ยเอามือป้องปากกรอกเสียงเบาพอๆกับเสียงแมลงหวี่บิน   " ท่านพ่อโกรธมากใช่หรือไม่? "

เฮยจื่อเลิกคิ้วสูง  รอยยิ้มน้อยๆเกิดขึ้นแวบหนึ่งแล้วก็จางหายไป   ก่อนที่ตอบกลับเสียงเบา  " ในเมื่อตัดสินใจหนีออกจากบ้าน  เจ้าคงคำนวณถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นไว้แล้ว  ใยต้องหวั่นวิตกกับเรื่องนี้ด้วยเล่า  "

เสี่ยวฮุ่ยทำหน้าง้ำ  เอามือคล้องแขนพี่ใหญ่ของตน  เอียงซบศีรษะลงซบไหล่กว้างเหมือนจะยึดเป็นที่พักพิง  "  ข้าย่อมคาดเดาได้อยู่แล้ว  แต่ถ้าหากบทลงโทษนั้นรุนแรงเกินไป  ท่านต้องออกหน้าช่วยข้านะ  "

ถูกสาวน้อยหน้าหวานเจ้าของนัยน์ตาดอกท้อออดอ้อนเสียขนาดนี้  ต่อให้หัวใจเฮยจื่อสลักออกมาจากก้อนน้ำแข็งก็ยังต้องหลอมละลายเพราะความน่ารักสดใสของนาง

ในที่สุดเฮยจื่อก็เผยรอยยิ้มออกมาจนได้...

ความสนิทสนมของคนทั้งคู่ล้วนตกอยู่ในสายตาของเฟิ่งลี่โดยไม่มีตกหล่น   อดีตเทพนักรบพยายามสะกดใจตัวเองให้สงบนิ่งเข้าไว้  ..ไม่อาจยอมรับว่าได้เกิดความริษยาเจ้าหนุ่มคนนั้นเข้าเสียแล้ว 

จื่อเหลียงขยับเปลี่ยนท่า   เอ่ยยิ้มๆ    " ดูท่าพวกเขาพี่น้องคงมีเรื่องต้องพูดคุยกันอีกนาน  "    

เฟิ่งลี่แค่นเสียงฮึในลำคอ !

ลูกปลาน้อยยังคงซักถามพี่ใหญ่ต่อด้วยความสงสัย  "  เหตุใดถึงเป็นท่าน ?  "

เฮยจื่อยืดอกขึ้นด้วยความหยิ่งผยอง  " ย่อมต้องเป็นข้าผู้เดียวเท่านั้น "

"ลุงสุนัขเล่า ?"

" ไม่อยู่  หายไปจากถ้ำพร้อมๆกับเจ้า  ป่านนี้ยังไม่พบตัวเลยด้วยซ้ำ  "

"พี่เย่าจื้อกับพี่ซู่เหย่เล่า?  "

"ก็ไม่อยู่"

"งั้นพี่รองของข้าล่ะ"

" พวกเขาล้วนไม่อยู่ที่ป่าเขียวมรกตแล้ว "

กระซิบกระซาบอะไรกันนักหนา...  เฟิ่งลี่เริ่มหน้าเขียวคล้ำ !

ฟังจากที่พี่ใหญ่พูด  เสี่ยวฮุ่ยกะพริบตาปริบๆด้วยความงุนงง  ช่วงที่นางหายออกไปจากบ้าน  เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ?

และอีกเหตุผลที่ค้างคาวหนุ่มได้รับมอบหมายจากท่านอาจารย์ให้มารับลูกปลาน้อยแสนซนกลับบ้านก็คือ  ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ที่ป่าเขียวมรกต  นางจากเขา  ท่านอาจารย์และอาจารย์หญิง

แน่นอนว่าเฮยจื่อคือตัวเลือกที่ดีที่สุดหากต้องลากเสี่ยวฮุ่ยตัวแสบกลับป่าเขียวมรกต

  ต้องกล่าวย้อนกลับไปยังเหตุการณ์เมื่อคืนนี้..

   จื่อเหลียงได้เดินทางไปยังวังปิศาจเพื่อเข้าพบกับผู้เป็นบุตรชาย   แล้วเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่ได้ทราบจากปากของลูกปลาน้อยให้จินเสอฟัง  แต่มิได้เอ่ยถึงเฟิ่งลี่เพราะเทพวิหคอัคคีได้ขอร้องมิให้ตนเปิดเผยเรื่องการฟื้นคืนชีพให้ใครทราบจนกว่าเทพหนุ่มรูปงามจะกำจัดจิตมารที่แฝงอยู่ในร่างให้สำเร็จเสียก่อน   จินเสอจึงทราบแต่เพียงว่าเสี่ยวฮุ่ยยังปลอดภัยดีและอยู่ในความดูแลจากบิดาของตน   แต่กลับไม่ทราบเรื่องของเฟิ่งลี่แม้เแต่น้อย

จบเรื่องของหลานสาวตัวแสบ   อดีตองค์ราชันและบุตรชายก็สนทนากันต่อเกี่ยวกับงานราชกิจและเรื่องจิปาถะภายในวังปิศาจ   จากนั้นจื่อเหลียงจึงได้เรียกนกพาหนะของตนเดินทางกลับกระท่อมเร้นกาย  ในขณะที่จินเสอเองก็ลอบออกไปจากวังปิศาจมุ่งตรงไปยังป่าเขียวมรกตเช่นกัน

และที่จินเสอไม่ได้มารับเสี่ยวฮุ่ยด้วยตัวเองเป็นเพราะเขาต้องการให้เฮยจื่อได้มีโอกาสออกมาสัมผัสโลกภายนอกเพื่อหาประสบการณ์    อีกประการหนึ่งเป็นเพราะมังกรหนุ่มทราบดีว่าเฮยจื่อเข้มงวดกับเสี่ยวฮุ่ยเป็นอย่างมากจนอีกฝ่ายให้ความยำเกรงพี่ชายของตนยิ่งกว่าผู้ใด   หากเฮยจื่อพูดออกมาเพียงหนึ่งคำนางย่อมไม่กล้าขัดขืน  หากเป็น 'พี่ซู่เหย่'  หรือ  ' พี่เย่าจื้อ'   แม้กระทั่ง  ' ลุงสุนัข ' ที่ออกจะตามใจหลานสาวทุกอย่าง  คงไม่มีปัญญาพาลูกปลาน้อยกลับเรือนมรกตได้โดยง่าย  เพราะนางไม่เคยเชื่อฟังใครอยู่แล้ว

   แน่นอนว่าเหตุผลที่จินเสอยุ่งที่สุดจนไม่อาจปลีกตัวมารับบุตรสาวตัวแสบได้  เป็นเพราะว่าเขาต้องอยู่ปลอบขวัญภรรยาแสนรักหลังจากที่นางเอาแต่ร้องไห้จนเก็บหยดน้ำตาได้เกือบสิบโถ  ถึงอย่างนั้นผีเสื้อใจดีเช่นนางยังมีแก่ใจสั่งไหว้วานให้เทพพฤกษาและเทพโอสถนำน้ำตาของนางไปปรุงเป็นยาเพื่อมอบให้องค์เง็กเซียนคนปัจจุบันที่ยังมีอาการปวดศีรษะเรื้อรังไม่หาย   จินเสอต้องลอบตามพ่อตาไปติดๆก่อนที่จะใช้สายตาคมกริบกวาดตามองโถน้ำตาของภรรยา  เคยทราบมาว่าตอนที่นางอยู่วังปักษีบนแดนสวรรค์   องค์รัชทายาทเจิ้งหย่วนหรือก็คือองค์เง็กเซียนฮ่องเต้องค์ปัจจุบันก็เคยรับน้ำตาของนางเพื่อบรรเทาอาการป่วย   หากนางคิดจะเร้นกายให้มิดชิด  ใยต้องเผยร่องรอยของตนเช่นนี้ด้วย  ในเมื่อน้องชายต่างบิดาของเขาเคยใช้น้ำตาของนางแทนโอสถ  จู่ๆจะให้อดีตเทพแดนสวรรค์นำโอสถที่ปรุงจากน้ำตาไปถวาย  เจิ้งหย่วนมีหรือจะไม่ระแคะระคายเรื่องการมีชีวิตอยู่ของเสี่ยวเตี๋ย  อีกทั้งจินเสอยังรับรู้จากปากเฟิ่งลี่ว่า  เทพหนุ่มทั้งสองเคยเปิดศึกแย่งชิงตัวเสี่ยวเตี๋ยกันอย่างเอิกเกริกมาแล้วจนวังแทบแตก   เหตุผลเท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่องค์ราชันย์ปิศาจจะยับยั้งท่านพ่อตามิให้นำน้ำตาผีเสื้อกลับขึ้นยังแดนสวรรค์

" ฟังว่าตอนนี้ที่โลกมนุษย์เกิดโรคระบาด  ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก  ท่านพ่อตาซึ่งเปี่ยมไปด้วยความเมตตาน่าจะกลับไปเยือนโลกมนุษย์อีกสักครั้ง  แล้วก็อย่าลืมขนน้ำตาของภรรยาข้าไปใช้ปรุงยาแจกจ่ายให้หมดด้วย "

ซู่เหย่รู้ว่าองค์ราชันปิศาจคงนึกตำหนิที่เขาปล่อยปละละเลยจนเป็นเหตุให้เสี่ยวฮุ่ยหายตัวไป  ทั้งยังเผลอรับปากบุตรสาวที่จะช่วยเย่าจื้อปรุงยาไปมอบให้องค์เง็กเซียนฮ่องเต้   สุดท้ายเขาก็ถูกเขยขวัญลงโทษทางอ้อม

ซู่เหย่ขบริมฝีปากเบาๆ  เพียงไม่นานใบหน้าขาวกระจ่างที่ล้อมกรอบด้วยเรือนผมสีเขียวมรกตก็เผยรอยยิ้มจางๆ

" ข้ายินดีไปที่โลกมนุษย์ตามคำขอร้องของเจ้า "

แม้นจะคลี่ยิ้มงดงามราวกับบุปผาแรกแย้ม  แต่ในใจเทพพฤกษากลับเดือดดาลยิ่งนัก  ปู่มันเอ๊ย!  ขอร้องรึ!   เขากำลังถูกลูกเขยหน้าน้ำแข็งข่มขู่แกมบังคับละไม่ว่า

ดึกสงัดในคืนนั้นหลังจากที่เฮยจื่อบินออกไปจากป่าเขียวมรกตก่อนเป็นคนแรก   ซู่เหย่ก็เทน้ำตาของบุตรสาวใส่ลงถุงผ้ามัดใส่หลัง  เรียกเมฆมงคลมาที่ชายป่าสองก้อนใหญ่  กอดประคองร่างของเย่าจื้อสุดที่รักขึ้นเมฆก้อนเดียวกัน

ส่วนเมฆที่เหลืออีกก้อนนั้น  กลับเป็นของเสี่ยวอ้าย !

เสี่ยวอ้ายทำตามคำสั่งของพี่ซู่เหย่แบบงงๆ   ได้แต่หอบหิ้วสัมภาระออกมาจากเรือนมรกตตอนที่แสงตะเกียงในห้องของแม่ผีเสื้อดับลง  

 ซู่เหย่ยิ้มกระหยิ่ม    ยามนี้บรรยากาศในห้องนอนคงเต็มไปด้วยความวาบหวามรัญจวนใจ   เพราะจินเสอคงกำลังวุ่นวายกับการปลอบโยนเสี่ยวเตี๋ย  ไหนเลยจะมีเวลาให้ความสนใจกับผู้อื่น

  ถึงทีของข้าบ้างล่ะ  เจ้าเขยขวัญตัวร้าย !

ถึงจะยอมรับโทษทัณฑ์จากจินเสออย่างมิอาจหลีกเลี่ยง   แต่อย่างน้อยซู่เหย่ก็ได้แก้แค้นอีกฝ่ายคืนด้วยการหอบหิ้วหลานชายสุดที่รักติดไม้ติดมือไปที่โลกมนุษย์ด้วย  



 เมื่อเห็นว่าถึงเวลาอันสมควรที่ต้องแยกย้ายกันไปตามวิถีทางของแต่ละคน  จื่อเหลียงจึงลุกจากเก้าอี้  กล่าวสั่งสอนลูกปลาน้อยด้วยความห่วงใย      " โลกภายนอกมีแต่ความวุ่นวายและเต็มไปด้วยอันตรายอยู่รอบด้าน  เสี่ยวฮุ่ยเอ๋ย  เจ้ายังเยาว์นัก    สมควรที่จะต้องฝึกฝนตนเองให้เก่งกล้ามากกว่านี้ก่อนที่จะออกมาเผชิญโลกกว้างตามลำพัง"

เสี่ยวฮุ่ยยืนก้มหน้านิ่งยอมรับความจริงเหล่านี้โดยไม่มีข้อโต้แย้ง

นางหนีออกมาจากบ้าน  สร้างความวุ่นวายให้คนในครอบครัวโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมา  บิดาและมารดาคงร้อนใจแทบคลั่ง   ในขณะเดียวกันเสี่ยวฮุ่ยเองก็ได้ผชิญกับเหล่าปิศาจที่เต็มไปด้วยความป่าเถื่อนและโหดร้ายมาแล้วหลายครั้งหลายคราจนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด  ยอมรับว่าสิ่งที่พี่จื่อเหลียงกล่าวมาไม่ผิดเลยสักนิด

จะมีทางเลือกอื่นใดที่ดีกว่านี้ได้เล่า...

เฮยจื่อแตะเบาๆที่มือนางเพื่อกระตุ้นเตือน     " ไปกับข้า "

เห็นเจ้าหนุ่มชุดดำคว้าข้อมือของเสี่ยวฮุ่ยเอาไว้   เฟิ่งลี่ก็เหมือนถูกคลื่นที่มองไม่เห็นซัดกระหน่ำเข้ามาในหัวใจครั้งแล้วครั้งเล่า   เขาใจหาย  ไม่อยากเห็นนางจากไป  แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกโล่งอกที่นางมีคนในครอบครัวคอยดูแลปกป้อง  มิใช่เด็กสาวกำพร้าที่ไม่ทราบชะตากรรมในอนาคต

จื่อเหลียงหันมาทางเฟิ่งลี่  " สมควรแก่เวลาแล้ว   รีบออกเดินทางเถิด "

บัดนี้เฟิ่งลี่มิใช่ลูกนกไร้ขนอีกต่อไป  ปีกของเขาแข็งแรงและงดงามเป็นผลมาจากโลหิตของเสี่ยวฮุ่ย  อีกทั้งอดีตองค์ราชันย์ยังถ่ายทอดตบะบางส่วนให้เป็นพลังเกื้อหนุนเพื่อใช้ในการเดินทางไปยังหุบเขาฉิงซาน

เฟิ่งลี่กางปีกกว้างเตรียมพร้อมพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า  ทว่าร่างกายกลับรู้สึกหนักอึ้งราวกับแบกศิลาพันชั่งเต็มแผ่นหลัง   ทอดสายตามองใบหน้าหวานละมุนซึ่งบัดนี้เต็มไปด้วยความหมองเศร้าด้วยความอาลัยอาวรณ์ยิ่ง   จังหวะที่เขากำลังสะบัดปีก  เสี่ยวฮุ่ยกลับวิ่งปราดเข้ามาขวางเขาเอาไว้

" พี่ใหญ่   ท่านรอสักครู่ "     หันไปพูดประโยคนี้กับเฮยจื่อเสร็จ  นางก็รวบร่างของเฟิ่งลี่มาไว้ในอ้อมกอด  ความรู้สึกมากมายอันซับซ้อนราวกับกลีบดอกโบตั๋นกำลังคลี่บานทีละชั้น  เพียงไม่กี่วันที่ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา  ไม่น่าเชื่อว่านางจะมีความรู้สึกผูกพันกับเสี่ยวหงอย่างลึกซึ้งราวกับได้อยู่ร่วมกันมาตลอดชีวิต

" เสี่ยวหง  ข้าคงคิดถึงเจ้ามาก"

เฟิ่งลี่ปล่อยให้นางกอดนานเท่าที่ใจของนางปรารถนา  ในขณะที่เขาเองก็กำลังเก็บเกี่ยวทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเสี่ยวฮุ่ยประทับไว้ในความทรงจำ   รอยยิ้มที่แสนเบิกบาน  นัยน์ตาดอกท้อสีเขียวมรกตที่แฝงความเจ้าเล่ห์แสนซน  น้ำเสียงหวานใสที่ไพเราะกังวาน  กลิ่นกายหอมกรุ่นของนางกระทั่งผิวขาวเนียนอ่อนนุ่มซึ่งอาจจะมีเพียงเขาเท่านั้นที่เคยได้สัมผัส

นางคือเสี่ยวฮุ่ยของเขา...

ขณะที่เฟิ่งลี่กำลังจมดิ่งในห้วงอารมณ์ที่แสนอ่อนไหว  ลูกปลาน้อยกลับดึงมีดที่ซ่อนเอาไว้ในรองเท้า  กรีดฉับเข้าที่ข้อมือของตน

เฟิ่งลี่อาจจะไม่รู้ว่านางลอบทำร้ายตนเองลับหลังก็เป็นได้หากไม่เพราะกลิ่นคาวเลือดอันหอมหวานที่ลอยมาแตะจมูก

     เสี่ยวฮุ่ย!

เขาร้องเสียงหลง  แต่กลับเปล่งออกมาได้แค่สำเสียงของสกุณาตัวน้อย   ทว่าเสียงทุ้มที่เรียก ' เสี่ยวฮุ่ย' ด้วยความตื่นตระหนกกลับเป็นเจ้าหนุ่มชุดดำคนนั้น

เขากระโจนออกจากอ้อมอกของนาง   มองเสี่ยวฮุ่ยด้วยความรู้สึกอันซับซ้อน  เหตุใดนางถึงต้องกรีดข้อมือของตน  


 ....หรือว่า???

  นางฝืนยิ้มให้เขาทั้งที่เจ็บปวดมิใช่น้อย   พลางส่ายศีรษะเป็นเชิงห้ามมิให้ญาติผู้พี่คนนั้นเดินเข้ามา

จื่อเหลียงยืนมองภาพที่เกิดขึ้นอย่างเงียบงัน...

เสี่ยวฮุ่ยปล่อยให้โลหิตพุ่งทะลักออกมาเป็นสาย  มือข้างที่กำมีดสั้นเอาไว้โบกสะบัดอีกครั้ง  คราวนี้หยาดโลหิตที่ไหลรินออกมาไม่ขาดสายค่อยๆหลอมรวมกันเป็นเม็ดเล็กๆราวกับไข่มุกที่แต่งแต้มด้วยชาด

ดวงตาสีเขียวมรกตเต็มไปด้วยม่านบางใสที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ   นางกล่าวด้วยเสียงสั่นพร่าว่า

" เสี่ยวหง..ข้าเป็นหนี้ชีวิตเจ้า  ต่อให้ชดใช้เท่าไหร่ก็คงไม่เพียงพอ  จากกันคราวนี้ไม่รู้ว่าจะมีวาสนาได้กลับมาพบกันอีกหรือไม่  เสี่ยวหง..หยกอายุวัฒน์อาจจะช่วยขับพิษหรือกำจัดไอมารให้เจ้าได้  แต่โลหิตของข้าจะช่วยให้เจ้าเติบใหญ่อย่างสมบูรณ์เพียงระยะเวลาไม่กี่ปี  หากโชคดีกว่านั้นเม็ดโลหิตเหล่านี้อาจจะช่วยให้เจ้ามีกายทิพย์ได้เร็วขึ้น   " 

  เมื่อรีดโลหิตของตนออกมาได้มากพอ เสี่ยวฮุ่ยก็ฉีกชายเสื้อพันห้ามเลือดเอาไว้   เก็บไข่มุกเม็ดเล็กๆที่หลอมจากโลหิตของตนใส่ถุงหอม  ผูกใส่ที่คอของเสี่ยวหง  " โลหิตของข้าในถุงหอมน่าจะมีมากกว่าห้าร้อยเม็ด  เจ้าค่อยๆทยอยแบ่งทานวันละเม็ดก็น่าจะเพียงพอ "      ครั้นมือขาวซีดคล้องถุงหอมให้เขาเสร็จ   ร่างของเสี่ยวฮุ่ยก็เอนวูบคล้ายสูญเสียการทรงตัวไปชั่วขณะ   เฮยจื่อพุ่งเข้ามารับนางไว้ในอ้อมกอด  ดวงตาสีนิลตวัดผ่านมาที่เฟิ่งลี่อย่างไม่เป็นมิตร

" นางเสียเลือดมากไปเลยเกิดอาการหน้ามืด  ได้นอนพักสักครู่อีกเดี๋ยวก็คงฟื้น "   ที่จื่อเหลียงไม่คิดจะขัดขวางการ
กระทำของหลานสาวเพราะเชื่อว่านางทำไปเพราะมีเหตุผลส่วนตัว    " อย่าเสียเวลาอีกเลย  รีบไปเถิด "

เฟิ่งลี่รู้สึกปวดใจยิ่งนัก    เห็นได้ชัดว่าเจ้าหนุ่มชุดดำมองเขาด้วยแววตาที่เคืองแค้นยิ่ง    ดั่งมีปราการสูงใหญ่ที่คอยกั้นขวาง   

คนผู้นั้นกักตัวนางไว้ในอ้อมแขนอย่างหวงแหน  เฟิ่งลี่ยิ้มหยันด้วยความขมฝาดในลำคอ   เสี่ยวฮุ่ย..ข้าต้องกลับมาหาเจ้าอย่างแน่นอน..ถึงเวลานั้น  ข้าคงสามารถโอบกอดเจ้า  ปกป้องเจ้าได้อย่างที่ใจปรารถนา


นี่เป็นการจากลาเพื่อเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง  วิหคโลหิตเชิดหน้าขึ้นฟ้าอย่างเด็ดเดี่ยว  กางปีกกล้าด้วยความหยิ่งผยอง  

 สักวัน..   เขาจะต้องกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ให้สมกับความทุ่มเทช่วยเหลือทั้งจากท่านจื่อเหลียงและเสี่ยวฮุ่ย


ท้องฟ้าสีครามริมแม่น้ำเหลิ่งเหอ    วิหคโลหิตกางปีกกว้างอย่างทระนงก่อนที่จะโผนทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า  เพียงชั่วพริบตาเดียว  เงาร่างสีแดงเพลิงก็ค่อยๆกลืนหายไปกับแสงแดดเจิดจ้าท่ามกลางฤดูคิมหันต์อันร้อนแรง








**  เอาใจช่วยเฟิ่งลี่ให้คืนร่างเดิมได้เร็วๆน้า  สู้ๆ  **

ขอฝากอีกสักนิดค่ะ  ตอนนี้ไรต์ลงนิยายเรื่อง รหัสหัวใจสายใยรัก ฉบับรีไรท์ ใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศไปอ่านแนวรักใสๆในรั้วมหาวิทยาลัยลองคลิกเข้าไปดูได้นะคะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

1,773 ความคิดเห็น

  1. #1755 Pang_happy (@Pang_happy) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 20:47
    เฟิ่งลี่ พระเอกแน่นอนช่ายป่ะ สู้ๆ
    #1755
    0
  2. #1265 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 18:26
    เป็นกำลังใจให้เฟิ่งลี่

    เสี่ยวอ้ายไปเที่ยวโลกมนุษย์ อยากให้เนื้อคู่เสี่ยวอ้ายอยู่ที่โลกมนุษย์จัง และเป็นผู้หญิง(ห้าว)ด้วย
    #1265
    0
  3. #895 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 21:00
    คืนร่างสักทีพี่นก
    #895
    0
  4. #831 N.N (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2559 / 16:53
    เฟิงลี่สู้ๆ กลับคืนร่างคนได้สักที..

    เสี่ยวอ้ายขอให้เจอสาวสวยถูกใจสักทีนะ

    ขอบคุณค่ะไรท์
    #831
    0
  5. #825 sanpahaha (@sanpahaha) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2559 / 15:03
    รออออออออ บีบมากอ่ะอยากรู้ว่าจะเจอกันในรูปแบบไหน
    #825
    0
  6. #821 Sassy JJ (@nonny_d) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2559 / 14:11
    กลับมาเร็วๆนะพี่นก
    #821
    0
  7. #817 kiss k. (@kissloveadmin) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 23:30
    อีกกี่ร้อยปีถึงจะได้เจอกันล่ะนี่ สู้เขานะเฟิงลี่ 
    #817
    0
  8. #816 นกยูง-มายา (@Nokyoong) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 20:39
    เจอกันอีกที สาวน้อยจะโตเต็มที่รึยังนะ?
    #816
    0
  9. #815 Kuppa Jang (@woraorn) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 17:54
    พี่นก...สู้ๆๆๆ
    #815
    0
  10. #814 Draconball (@nan_un_maoz) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 09:02
    งือออ ทำไมไรท์ชอบให้รอนาน มันทรมานน้าาา TT
    #814
    0
  11. #813 n-u-i (@thanyah) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 01:17
    พี่นกรีบมานะ
    #813
    0
  12. #812 AKASHI. (@thanyameen) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2559 / 00:43
    ก่อนพี่นกกลับมาทวงบัลลังก์ขอฟินกับพี่ค้างคาวก่อนนะ 55555555
    #812
    0
  13. #811 Kiss (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 22:04
    จะหล่อทันเที่ยวปีใหม่กับเค้าหรือป่าวเฮีย
    #811
    0
  14. #810 P-nam (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 18:16
    ตอนหน้าขอเป็นการกลับมาเจอกันอีกครั้งเลยได้ป่ะ

    แบบว่ากิ้วๆอ่ะ ไม่อยากรอนาน กลัวเสี่ยวฮุ่ยเจอหนุ่มอื่นอีก
    #810
    0
  15. #809 andoroido (@andoroido) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 18:11
    เชียร์พระเอกๆๆๆๆๆ
    #809
    0
  16. #807 meawandmai (@meawandmai) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 15:43
    รอการกลับมาของเฟิ่งลี่ ว่าจะยิ่งใหญ่เพียงใด
    #807
    0
  17. #805 เหม่ยเหลียน (@Yuipha) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 14:53
    เฮยจื่อก็น่าสงสาร
    #805
    0
  18. #804 ลักซ์ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 14:00
    สู้ ๆ นะ สู้ ๆ ๆๆๆๆ
    #804
    0
  19. #803 mefufu69 (@mefufu69) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 13:25
    ให้ลุงนกคืนร่างไวๆจิไรท์
    สงสัยท่าจาอีกนานนนนน
    #803
    0
  20. #802 คุณหญิงแม่ (@dobdabzaa) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 13:22
    อยากเห็นเฟิ่งลี่ในร่างของเด็กน้อยกับพี่สาวเสี่ยวฮุ่ยอ่ะ 
    #802
    0
  21. #799 ^ จู ^ (@inuko555) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 12:57
    พี่นกสู้ๆ
    #799
    0
  22. #797 Meowwww (@Wan-er) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 12:24
    ชอบเรื่องนี้มากมาย
    #797
    0
  23. #796 P42213042 (@P42213042) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 12:22
    ขอบคุณค่ะ
    #796
    0
  24. #795 Mapao555 (@mapao555) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 12:22


    สู้ๆๆๆๆๆ
    #795
    0
  25. #794 Koy_Jaja (@mornman) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2559 / 12:20
    เฟิงลี่ รีบหายไวๆนะ เสี่ยวฮุยรออยู่
    #794
    0