เพลิงรักวิหคอัคคี (บุปผาอำพรางภาคสอง)

ตอนที่ 3 : ปฐมบท : เทพวิหคอัคคีผู้กลายเป็นตำนาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8740
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    14 มี.ค. 60




      หลังจากเกิดเหตุการณ์ท่านอ๋องรองเอ้อร์หยางก่อการกบฏขึ้นในวังปิศาจ     ผู้ที่ต่อต้านขัดขืนก็ถูกจับกุมและถูกสั่งประหารชีวิตทั้งหมด   ว่าที่ราชินีแห่งองค์ราชันถูกกล่าวหาว่ามีส่วนสมรู้ร่วมคิดกับผู้เป็นมารดา  นางจึงถูกต่อต้านคัดค้านจากกลุ่มขุนนางปิศาจเพื่อมิให้มีการสมรสเกิดขึ้น   หลังจากที่เหล่าขุนนางยื่นฎีการ้องเรียนและร่วมมือกันกดดันอย่างหนัก  จากนั้นเพียงเจ็ดวัน   องค์ราชันก็มีพระบัญชายกเลิกการสมรสระหว่างพระองค์และแม่นางเสี่ยวเตี๋ย    สร้างความพึงพอใจให้บรรดาขุนนางและเหล่าปิศาจผู้อยู่ใต้อำนาจการปกครองอย่างยิ่ง       

แต่หารู้ไม่ว่าที่ประมุขแดนปิศาจตัดสินใจทำเช่นนั้นมิใช่เพราะคุณธรรมบ้าบออันใด  หากมิใช่ความประสงค์ของเสี่ยวเตี๋ย มีหรือที่จินเสอจะยอมอ่อนข้อให้ถึงเพียงนี้

นับจากวันที่เสี่ยวเตี๋ยถูกเนรเทศออกไปจากวังปิศาจ  ก็ไม่มีผู้ใดได้ทราบข่าวคราวหรือพบเห็นโฉมสะคราญผู้เป็นยอดดวงใจขององค์ราชันอีกเลย

จินเสอขึ้นรับตำแหน่งองค์ราชันปิศาจคนใหม่ได้ไม่นาน   หลังจากนั้นเขาก็ได้ส่งสารถึงองค์เง็กเซียนฮ่องเต้   ขอเข้าเฝ้าประมุขแห่งแดนสวรรค์เพื่อเยี่ยมเยือนและกระชับสัมพันธไมตรีระหว่างดินแดนของทั้งสองภพ 

แต่ไม่ทราบด้วยเหตุใด   หลังจากที่องค์ราชันแห่งภพปิศาจคนใหม่เดินทางมาขอเข้าเฝ้าองค์เง็กเซียนแห่งแดนสวรรค์เป็นการส่วนพระองค์ได้เพียงหนึ่งวัน     ฮองเฮาหลี่กลับประชวรหนักขึ้นมาอีกรอบ   

องค์เง็กเซียนทรงร้อนพระทัยดั่งมีไฟสุมทรวง   เหล่าทวยเทพในแดนสวรรค์ก็เริ่มรู้สึกใจคอไม่ดี   เพราะการประชวรในครั้งนี้หนักหนาสาหัสยิ่งนัก   ประกอบกับแดนสวรรค์ไม่มีทั้งเทพโอสถและเทพพฤกษาที่เป็นเทพชั้นสูงที่สามารถเยียวยาพระอาการของพระนางได้    เพราะเทพเคารพทั้งสององค์ถูกขับลงไปอยู่ที่โลกมนุษย์เพื่อชดใช้ความผิดที่เคยก่อขึ้น

มีข่าวเล่าลือที่ไม่ทราบจริงเท็จประการใด   เพราะมีผู้สังเกตเห็นว่าองค์ราชันย์ปิศาจผู้นี้กลับมีรูปโฉมละม้ายคล้ายคลึงกับองค์รัชทายาทเจิ้งหย่วนยิ่งนัก   อีกทั้งฮองเฮาหลี่ก็พลั้งเผลอเพ้อนามของอดีตชายคนรักออกมาตอนที่ไม่รู้สึกตัว   นั่นเป็นเหตุให้องค์เง็กเซียนฮ่องเต้มีอาการเจ็บพระอุระแล้วก็กระอักพระโลหิตออกมาคำโตเพราะรับความเศร้าสะเทือนใจมิได้  

เมื่อประมุขแห่งภพสวรรค์และฮองเฮาแสนรักเกิดประชวรอย่างหนักพร้อมกัน   เหล่าขุนนางเทพเริ่มกระวนกระวายก้นแทบไม่ติดเก้าอี้    อีกทั้งองค์รัชทายาทเจิ้งหย่วนเองก็เริ่มมีอาการปวดศีรษะกำเริบ   บ่อยครั้งที่เขาแสดงอาการหงุดหงิดฉุนเฉียว    เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายจนผู้ใดก็เข้าหน้าไม่ติด    

โดยมิอาจรั้งรอ    ในที่สุดองค์เง็กเซียนก็มีรับสั่งให้เทพตัวแทนเหาะลงไปยังแดนมนุษย์เพื่ออัญเชิญเทพโอสถและเทพพฤกษากลับขึ้นมาแดนสวรรค์เป็นการด่วน   แต่ทว่า  ต่อให้ระดมทหารเทพลงไปค้นหาก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของพวกเขาทั้งคู่   

หลังจากนั้นในวันรุ่งขึ้น    จดหมายลึกลับสองฉบับก็ถูกส่งขึ้นมาที่แดนสวรรค์โดยวิหคส่งสาร   หน้าซองจดหมายระบุถึงผู้รับก็คือองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ที่ทอดวรกายอย่างอ่อนแรงอยู่บนพระแท่น    เซียนรับใช้คนสนิทรีบเปิดผนึกอ่านสารตามพระประสงค์    ลายเส้นตัวอักษรหนักแน่นฝังลึกบนเนื้อกระดาษ    ใจความจดหมายมีอยู่ว่า    ด้วยตัวข้าเทพพฤกษารู้สึกเศร้าเสียใจต่อการจากไปของบุตรีเพียงคนเดียวยิ่งนัก   และเป็นที่น่าคับแค้นใจยิ่งที่เทพผู้ธำรงความยุติธรรมแห่งแดนสวรรค์ก็มิยื่นมือเข้าจัดการหรือสืบค้นสาเหตุการตายให้กระจ่างชัด   ความเคลือบแคลงสงสัยและความเศร้าโศกที่เกาะกินหัวใจผู้เป็นบิดา   ทำให้เทพพฤกษามิอาจหวนกลับไปยังแดนสวรรค์ได้อีกแล้ว  ดังนั้นเทพซู่เหย่จึงบังอาจขอประทานอนุญาตให้องค์เง็กเซียนถอดถอนตนออกจากรายชื่อทะเบียนเทพขั้นสูง   ไม่เพียงเท่านั้น    จดหมายอีกฉบับของเทพโอสถซึ่งมีเนื้อความไม่แตกต่างกันก็ยิ่งตอกย้ำความไม่ชอบมาพากลของเหตุเพลิงไหม้ที่ทำให้เสี่ยวเตี๋ยสิ้นใจตายในกองเพลิง     องค์เง็กเซียนคว้าจดหมายที่อยู่ในมือของเซียนรับใช้มาขยำขยี้แล้วก็ปาทิ้งด้วยโทสะที่พุ่งทะลุสวรรค์เก้าชั้นฟ้า   

    เรื่องที่เทพเคารพชั้นสูงซึ่งก็คือเทพพฤกษาและเทพโอสถเขียนจดหมายขอปลดตัวเองจากความเป็นเทพไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในภพสวรรค์  ดังนั้นเหล่าทวยเทพท่านอื่นๆจึงเริ่มจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันถึงความเป็นมาเบื้องหลังอย่างสนุกปาก   องค์เง็กเซียนที่เดิมก็ทรงประชวรและวุ่นวายพระทัยมากพออยู่แล้ว   ข่าวลือที่โหมกระพัดไปทั่วแดนสวรรค์อย่างไม่สู้ดียิ่งสร้างความเคียดแค้นและความอัปยศอดสูจนมิอาจออกว่าราชกิจได้  

 วันนี้องค์เง็กเซียนยังมิทันได้บรรทมดีด้วยซ้ำ   สักพักองค์รัชทายาทเจิ้งหย่วนก็ปรากฎกายขึ้นในตำหนักของผู้เป็นบิดา   แม้นว่าการขอเข้าเฝ้าในครั้งนี้จะมาในฐานะบุตรที่เปี่ยมด้วยความกตัญญู     แต่ทว่าในดวงตาขององค์รัชทายาทกลับเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงผิดหวัง     นั่นถึงกับทำให้องค์เง็กเซียนกระอักพระโลหิตออกมาคำรบสอง     

      เช้าวันรุ่งขึ้น    แดนสวรรค์ก็เกิดเหตุการณ์สะท้านสะเทือนขวัญเหล่าทวยเทพยิ่งนักเมื่อเซียนรับใช้คนสนิทไปพบพระศพองค์เง็กเซียนและฮองเฮาหลี่ถูกดาบน้ำแข็งเสียบแทงเข้าที่หน้าอกด้านซ้ายทะลุไปหลัง     พระองค์นอนหงายอยู่บนพระแท่น   พระเนตรเบิกค้างแสดงถึงความหวาดกลัวและเจ็บปวดยิ่งก่อนสิ้นพระชนม์    โดยมีร่างที่ไร้ดวงวิญญาณขององค์ฮองเฮากอดรัดร่างพระสวามีเอาไว้เบื้องบน    ทุกคนแน่ใจว่าทั้งสองพระองค์ไม่ได้ถูกลอบสังหาร  เพราะดาบน้ำแข็งชนิดนี้เป็นที่ทราบกันดีว่ามีเพียงสายเลือดแห่งเผ่ามังกรน้ำเท่านั้นที่จะเสกขึ้นมาได้   ในแดนสวรรค์นอกจากฮองเฮาหลี่และองค์รัชทายาทเจิ้งหย่วนจะมีผู้ใดที่สามารถเสกดาบน้ำแข็งเช่นนี้ได้อีกเล่า ?    

โชคดีที่องค์รัชทายาทเจิ้งหย่วนพ้นข้อกล่าวหาการลอบปลงพระชนม์ในครั้งนี้ไปได้อย่างหวุดหวิดก็เนื่องจากคืนนั้นเขาร่ำสุราอย่างหนักและนอนเมามายไม่ได้สติอยู่ที่ตำหนักของสหายเทพคนสนิทด้วยความเสียอกเสียใจเพราะทนคิดถึงแม่นางเสี่ยวเตี๋ยไม่ได้

ไม่มีผู้ใดทราบเบื้องลึกเบื้องหลังเรื่องของโศกนาฏกรรมในครั้งนี้     บ้างก็เล่าลือไปว่า  เป็นเพราะฮองเฮาหลี่ทรงประชวรหนักใกล้สิ้นลม  แต่ทว่าพระนางไม่อยากสูญสลายกลายเป็นเถ้าธุลีไปอย่างโดดเดี่ยว  จึงลอบสังหารพระสวามีให้ตายตามไปด้วย    อีกมุมหนึ่งที่ต้องเหยียบไว้เป็นความลับที่มิอาจแพร่งพราย   ทุกคนล้วนคาดเดาไปว่า
เพราะองค์เง็กเซียนและฮองเฮาหลี่คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่ตำหนักเทพพฤกษาจนเป็นเหตุให้เสี่ยวเตี๋ยบุตรีของเทพซู่เหย่สิ้นใจตายในกองเพลิง   ในวาระสุดท้ายของชีวิตฮองเฮาหลี่บังเกิดเกิดความละอายใจ  ประกอบกับความตรอมพระทัยอย่างหนักจึงตัดสินใจเสกดาบน้ำแข็งขึ้นมาปลิดชีพตนและองค์เง็กเซียนไปพร้อมๆกัน

เดิมทีองค์ราชันปิศาจซึ่งเสด็จมาเยือนแดนสวรรค์เพื่อกระชับสัมพันธไมตรี    แต่สุดท้ายกลับต้องมาร่วมในพิธีปลงพระศพองค์เง็กเซียนฮ่องเต้และฮองเฮาหลี่โดยไม่ได้ตั้งใจ?!

แดนสวรรค์จัดพิธีปลงพระศพทั้งสองพระองค์อย่างยิ่งใหญ่เป็นเวลาเจ็ดเจ็ดสี่สิบเก้าวัน   จากนั้นก็เคลื่อนพระศพทั้งสองพระองค์ไปฝังที่หุบเขาศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมีเผ่าเทพแดนพยัคฆ์เป็นผู้พิทักษ์ปกป้อง    เหล่าทวยเทพทุกองค์พร้อมใจกันส่งเสด็จประมุขแดนสวรรค์และฮองเฮาแสนรักสู่แดนสุขาวดีตราบชั่วนิรันด์กาล

กล่าวถึงเทพวิหคอัคคี...

เฟิ่งลี่ที่ยังตกอยู่ในอาการโศกเศร้า   นับตั้งแต่ที่เสี่ยวเตี๋ยตายจากเขาไปเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว  เขาก็ตรอมใจอย่างหนักจนซูบผอม  หัวใจที่แตกสลายยังมิทันได้ประสานคืนดีด้วยซ้ำ    เสด็จลุงของเขากลับต้องมาจบชีวิตอย่างน่าอนาถเช่นนี้    อีกทั้งเทพพฤกษาและเทพโอสถที่เปรียบเสมือนญาติสนิทที่เขารักและเคารพยิ่งก็ส่งจดหมายขอลาออกจากการเป็นเทพแดนสวรรค์   ทุกอย่างช่างเกี่ยวพันและเชื่อมโยงกันอย่างไม่น่าเชื่อ   เขาเริ่มหวั่นไหวไปตามข่าวลือเรื่องที่สองเทพเคารพตัดขาดจากแดนสวรรค์เพราะองค์เง็กเซียนฮ่องเต้และฮองเฮาคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารสตรีที่เขารัก 


หลังจากนั้นอีกหนึ่งเดือน   องค์ราชันจินเสอก็ได้มีโอกาสมาเยือนที่แดนสวรรค์อีกครั้งในฐานะประมุขภพปิศาจที่ต้องมาร่วมแสดงความยินดีกับองค์เง็กเซียนคนใหม่ 

องค์รัชทายาทเจิ้งหย่วนขึ้นครองบัลลังก์ในฐานะประมุขแดนสวรรค์   นับเป็นองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ในลำดับที่ยี่สิบสี่ศักราชสวรรค์ปีที่เก้าแสนแปดหมื่นเจ็ดพันหกร้อยห้าสิบสี่ปี (987,654)

หลังเสร็จงานพิธี   จินเสอในฐานะประมุขแดนราชันปิศาจยังไม่ได้เสด็จกลับในทันที     ในตอนนั้นที่เทพวิหคอัคคีเฟิ่งลี่กำลังจะเดินทางกลับวังปักษี   เขาต้องชะงักฝีเท้าเมื่อองค์ราชันย์ปิศาจที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับองค์เง็กเซียนคนปัจจุบันเอ่ยปากทักเขาด้วยน้ำเสียงแหบต่ำว่า

 "  ท่านคือเทพวิหคอัคคีเฟิ่งลี่ใช่หรือไม่ ? "

เฟิ่งลี่หมุนตัวกลับมาตามมารยาท     "  ถือว่าเป็นเกียรติยิ่งนักที่องค์ราชันย์ยังจดจำข้าได้  " 

"   แน่นอน   เพราะเทพวิหคอัคคีคือหนึ่งในตัวแทนเทพที่เคยไปร่วมแสดงยินดีตอนที่ข้าได้รับการแต่งตั้งเป็นทายาทแดนปิศาจ    " 

 เฟิ่งลี่ประสานมือขึ้น   "  ขอบพระทัยองค์ราชันเช่นกันที่ให้เกียรติแดนสวรรค์มาร่วมงานในครั้งนี้    "

 " ด้วยความยินดี  "    จินเสอคลี่ยิ้มบางๆ     " ถ้าเช่นนั้น  เทพวิหคอัคคีคงจะไม่ปฏิเสธหากข้าขอไปดื่มน้ำชาที่วังของท่านสักครั้ง " 

เฟิ่งลี่ตอบตกลง   เพราะชื่นชอบในบุคลิกที่องอาจเปิดเผยของจินเสอ  แม้จะรู้สึกสะกิดใจว่าองค์ราชันผู้นี้ช่างคล้ายคลึงกับปิศาจร้ายที่สวมใส่หน้ากากทองก็ตามที    แต่ที่มากไปกว่านั้นเฟิ่งลี่กลับรู้สึกว่าเขารู้จักคุ้นเคยกับคนผู้นี้ราวกับมิตรสหายเก่าแก่ผู้รู้ใจ    พยายามนึกอยู่นานก็หาคำตอบไม่ได้ว่าความคุ้นเคยนี้เริ่มต้นมาจากที่ใด  

เฟิ่งลี่เหลือบมองอีกฝ่ายที่ยังคงปั้นหน้าเรียบสนิท    เขาจึงตัดสินใจสลัดความเคลือบแคลงทิ้งไปก่อน  จากนั้นก็นำเสด็จประมุขแดนปิศาจไปยังวังปักษีของตน  

 หลังจากที่ก้าวพ้นเข้ามายังเขตประตูวัง   จินเสอกลับพูดขึ้นว่า   เขาต้องการไปดื่มน่ำชาที่สวนหมื่นบุปผาที่กระท่อมท้ายวังของเฟิ่งลี่     

คำกล่าวนี้สร้างความขุ่นเคืองให้เจ้าของวังเป็นอย่างมาก  !   

 " ท่านทราบได้อย่างไรว่าท้ายวังของข้ามีสวนบุปผาและกระท่อมหลังหนึ่ง   " 

จินเสอยิ้มน้อยๆที่มุมปาก   บุคลิกสุขุมองอาจสมกับตำแหน่งองค์ราชันคนใหม่     "   หลังจากที่พวกเราร่วมดื่มชาเสร็จ  ข้าจะเล่าให้ท่านฟัง  " 

สวนหมื่นบุปผายังคงได้รับการดูแลอย่างดี  อาจจะดีกว่าตอนที่เจ้าของคนเดิมดูแลเองด้วยซ้ำ  เพราะนางชอบเสกต้นไม้ใบหญ้าขึ้นมามากมายก็จริง  แต่กลับดูแลเอาใจใส่ไม่ทั่วถึงเพราะกำลังที่มีอยู่เพียงน้อยนิด

  กระท่อมหลังน้อยที่เสี่ยวเตี๋ยเคยพักอาศัย  เฟิ่งลี่ให้เหยียนเล่อส่งเซียนรับใช้มาปัดกวาดทุกวันไม่เคยขาด  คล้ายว่าเตรียมพร้อมเสมอเพื่อรอการกลับมาของนาง  แม้ว่ามันจะไม่มีวันเป็นไปได้แล้วก็ตาม

สองบุรุษรูปงามยังคงจิบชาด้วยท่าทีสงบ   หากแต่ลึกๆแล้วในหัวอกของเทพวิหคอัคคีกลับรุ่มร้อนดั่งมีเปลวเพลิงลูกใหญ่สุมแน่นอยู่ข้างใน  เขาลอบสังเกตองค์ราชันรูปงาม    เห็นว่าแววตาของอีกฝ่ายก็ลอบสำรวจบริเวณโดยรอบสวนบุปผาและกระท่อมหลังน้อยราวกับจะสลักลึกเอาไว้ในความทรงจำเช่นกัน

   " นี่คือกระท่อมที่เสี่ยวเตี๋ยเคยพักอาศัยตอนที่อยู่กับเจ้า ? " 

 ได้ยินชื่อ ' เสี่ยวเตี๋ย ' ออกจากปากของอีกฝ่าย    เทพวิหคอัคคีถึงกับนั่งไม่ติด  ผุดลุกขึ้นด้วยความพลุ่งพล่าน    

 "  องค์ราชันอย่าได้กล่าวเล่นลิ้นกับข้า  มีอะไรก็ว่ามาตามตรง  ! " 

จินเสอวางถ้วยชาลง   เงยหน้าขึ้นมองเฟิ่งลี่ที่ยืนจังก้า  ทั่วร่างเปล่งรัศมีอันร้อนแรง

  "   เฟิ่งลี่...เฟิ่งลี่     "    จินเสอเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างสนิทสนมยิ่ง     "  เสี่ยวเตี๋ยเล่าให้ข้าฟังว่า  ก่อนนั้นพวกเราคือสหายรักต่างเผ่าพันธุ์   เจ้าคือวิหคอัคคีแดนสวรรค์     เสี่ยวเตี๋ยคือยายหนอนอ้วนอัปลักษณ์    ส่วนข้านั้น.... ก็คือเจ้าเกล็ดทอง  " 

เหมือนถูกตีแสกหน้าอย่างจัง    เฟิ่งลี่ได้แต่อ้าปากค้าง     "  เจ้า..เกล็ดทอง ! ?  " 

จินเสอยิ้มบางๆ  " เจ้าคงไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน   คิดว่าข้าคงล้อเจ้าเล่นกระมัง   เฟิ่งลี่  ข้าจะไม่บังคับให้เจ้าเชื่อในสิ่งที่ข้าพูดหรอกนะ  เพราะตอนแรกที่ข้าได้ยินเรื่องเหล่านี้จากปากของเสี่ยวเตี๋ย ข้ายังโมโหนางแทบคลั่ง  "     

" เจ้าพูดเหมือนกับว่าเสี่ยวเตี๋ยยังไม่ตาย ! "  

จินเสอพยักหน้า   ดวงตาสีน้ำทะเลฉายชัดถึงความสัตย์จริง ! 


" เหลวไหลสิ้นดี !  "    เฟิ่งลี่ชี้หน้าจินเสอด้วยความเดือดดาล    "รีบบอกความจริงมาให้หมด  ไม่เช่นนั้นต่อให้เป็นองค์ราชันข้าก็จะไม่เกรงใจ " 

จินเสอเลิกคิ้วสูง  แล้วยกน้ำชาขึ้นจิบด้วยท่าทีที่แสนผ่อนคลาย  "  ถึงข้าจะจำเจ้าไม่ได้  แต่เสี่ยวเตี๋ยก็เล่าเรื่องของพวกเราให้ข้าฟังจนหมดสิ้น  อืม ..เริ่มตั้งแต่ตอนไหนดี  ตอนที่เสี่ยวเตี๋ยหนีการไล่ล่าของนกปิศาจจนตกลงมาที่หลังของข้า  ส่วนเจ้าก็จัดการนกตัวนั้นเสียจนไหม้เกรียม     หรือจะเป็นตอนที่เจ้าเอาน้ำหวานมาล่อเสี่ยวเตี๋ยแล้วดึงดันตั้งชื่อแสนเชยให้นาง   หรือว่า... "  

จินเสอตั้งท่าจะพูดต่อ  กลับถูกเฟิ่งลี่ตวาดลั่น    " เจ้าเกล็ดทอง  เจ้า..งูเจ้าเล่ห์ที่แสนร้ายกาจ      ตอนนั้นเจ้าทิ้งเสี่ยวเตี๋ยแล้วหายหัวไปไหน   "    

จินเสอตอบตามตรงโดยไม่ปิดบัง    " ข้าไปเจอศัตรูที่มีฝีมือร้ายกาจเข้าแล้วต่อสู้กันจนได้รับบาดเจ็บสาหัส  ตอนนั้นดวงจิตของข้าหลุดออกจากร่างจนเหมือนตายไปแล้วรอบหนึ่ง   แต่ในที่สุดข้าก็ฟื้นคืนชีพขึ้นมาเพราะบิดาของข้าซึ่งก็คืออดีตองค์ราชันช่วยชีวิตเอาไว้  " 

ต่อจากนั้น  จินเสอก็เล่าเรื่องของเสี่ยวเตี๋ยให้เฟิ่งลี่ฟังนับตั้งแต่ที่นางได้รับการช่วยเหลือจากองค์หญิงซู่ซินและหนีการตามล่าขององค์เง็กเซียนมาได้  จนกระทั่งได้พบกับเขาที่โลกมนุษย์     และเป็นนางที่ขอร้องให้เขาพาไปที่ภพปิศาจด้วยกัน  กระทั่งในตอนสุดท้าย   จินเสอก็ตัดสินใจบอกความจริงกับเฟิ่งลี่ข้อหนึ่งว่า  

  " ในตอนนี้   ถึงเสี่ยวเตี๋ยจะไม่ยอมสมรสกับข้า  แล้วก็ไม่ยอมรับตำแหน่งราชินีแห่งภพปิศาจ   แต่นางก็คือภรรยาแสนรักเพียงคนเดียวของข้า   เฟิ่งลี่..ที่ข้าตัดสินใจเปิดเผยความจริงในข้อนี้    หาใช่การเยาะเย้ยหรือซ้ำเติมความรู้สึกของเจ้า    แต่ข้ามาในฐานะของสามีของนางและยังเป็นสหายเก่าของเจ้า  ฟังข้าให้ดีนะเฟิ่งลี่   เจ้าอย่าได้เสียอกเสียใจกับเรื่องร้ายๆที่ผ่านมาอีก  ตอนนี้เสี่ยวเตี๋ยมีความสุขดีหลังจากที่ได้เร้นกายใช้ชีวิตอย่างสงบในที่ที่ไม่มีใครเข้าถึงและรบกวนนางได้อีก    และนางยังได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาผู้เป็นบิดาอีกด้วย   เมื่อได้ยินเช่นนี้แล้ว  ข้าหวังว่าความทุกข์และความโศกเศร้าที่อยู่ในใจของเจ้าจะบรรเทาเบาบางลงไปได้  " 


นัยน์ตาของเฟิ่งลี่แดงก่ำ   หยาดน้ำตาได้รับการปลดปล่อยออกมาพร้อมกับความรู้สึกที่หลากหลาย  ทั้งดีใจ  เสียใจ  โล่งอก   ปวดร้าวและผิดหวังในคราวเดียว

จินเสอยื่นจดหมายที่เป็นลายมือของเสี่ยวเตี๋ยให้เฟิ่งลี่         " นางกลัวว่าเจ้าจะไม่เชื่อคำพูดของข้า   ดังนั้นจึงได้เขียนเรื่อราวทุกอย่างลงในจดหมายฉบับนี้   " 

เฟิ่งลี่รับมาด้วยมืออันสั่นเทา  หลังจากเปิดจดหมาย  กวาดตามองตัวอักษรที่คุ้นเคย   หัวใจของของเขาเต้นกระหน่ำด้วยความยินดี    แต่ดวงตากลับพร่าเลือนด้วยม่านน้ำตาที่เอ่อท้นออกมาอีกครั้ง

เทพวิหคอัคคีพับจดหมายสอดเก็บไว้ในช่องอกด้วยความคะนึงหาอาลัย   นี่อาจจะเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายที่นางทิ้งไว้ให้เขา

จินเสอลุกขึ้นยืน  ราวกับว่านี่คือภารกิจสำคัญลำดับสุดท้ายที่เขาได้ลงมือทำไปแล้ว  ส่วนผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นไรล้วนไม่อาจคาดเดา 

" เจ้าเกล็ดทอง    หากข้าไม่ยอมแพ้เรื่องเสี่ยวเตี๋ย ?   "   เฟิ่งลี่ถามเสียงกร้าวเพื่อลองใจอีกฝ่าย

จินเสอยกมุมปากยิ้มนิดๆ    " หากเทพวิหคอัคคีคิดจะเปิดศึกชิงภรรยาของข้า  สามีที่รักภรรยายิ่งผู้นี้คงต้องทุ่มเทกำลังเพื่อปกป้องนางสุดชีวิต  " 

เฟิ่งลี่เสกลูกไฟเตรียมจะซัดใส่จินเสอด้วยความคับแค้น    " ปากดีเหมือนเดิมนะงูเจ้าเล่ห์  "      แต่ยังไม่ทันได้สะบัดออก   จู่ๆลูกไฟพลันดับวูบไปพร้อมสายลมแรง  

จินเสอไม่ได้งัดพลังวิเศษขึ้นมาต่อต้าน  แต่เป็นเฟิ่งลี่ที่ยอมรามือไปเอง   " ฝากไว้ก่อนเถอะ  " 

" ได้ยินว่าเจ้าชอบการต่อสู้มาก  ว่างๆก็หาโอกาสไปเยี่ยมข้าที่วังปิศาจ  เราสองคนจะได้ประลองฝีมือกันจริงๆจังเสียที   เพราะตอนที่ข้ากับเจ้าต่อสู้กัน  ยังมิทราบผลแพ้ชนะอย่างเด็ดขาดเลยนี่  " 


เฟิ่งลี่ถึงกับขยี้เท้าด้วยความเจ็บใจ   ที่แท้องค์ราชันปิศาจก็คือบุรุษหน้ากากทองจริงๆด้วย !

เทพวิหคอัคคีลอบสำรวจสหายรักที่กลายมาเป็นศัตรูหัวใจอย่างละเอียด   ต้องยอมรับว่าเขาเริ่มไขว้เขวไปตามข่าวลือที่ว่า   ฮองเฮาหลี่อาจจะเป็นมารดาขององค์ราชันจินเสอ   เพราะจินเสอมีส่วนละม้ายคล้ายคลึงกับเจิ้งหย่วนอยู่บ้าง  

โชคชะตาฟ้าลิขิต  มิอาจมีใครบังคับควบคุม  ในที่สุดเสี่ยวเตี๋ยก็ได้กลับไปสู่อ้อมกอดเจ้าเกล็ดทองอีกครั้งอย่างที่นางเฝ้าฝันมาโดยตลอด 

เฟิ่งลี่ยอมรับความพ่ายแพ้นี้ด้วยความยินดี...

แต่ทว่า   ด้วยศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายที่ค้ำคออยู่   เขายังต้องวางมาดประกาศก้องอย่างโอหังเพื่อข่มขู่อีกฝ่าย 

  " หากเจ้ากล้าทำให้นางเสียใจหรือร้องไห้   ข้าจะเป็นฝ่ายตามไปชิงภรรยาเจ้ามาดูแลเสียเอง  " 

จินเสอหัวเราะในลำคอ     "  คง ไม่มีวันนั้นอย่างเด็ดขาด  " 

เฟิ่งลี่เห็นอีกฝ่ายเชิดหน้าท่าทางหยิ่งจองหอง   หัวใจของผู้พ่ายก็เริ่มคันยุบยิบราวกับมีมดนับร้อยนับพันตัวมารุมไต่     

เขาลั่นวาจาดุเดือดออกมาด้วยความเจ็บใจ     " วันนี้เจ้าช่วงชิงสิ่งที่ข้ารักมากที่สุดไปได้   ไว้วันหน้าข้าจะลองช่วงชิงสิ่งที่เจ้าทะนุถนอมและหวงแหนที่สุดกลับคืนให้ได้  คอยดู  !  " 

จินเสอก้มศีรษะลง  หากแต่ดวงตากลับยียวนยิ่งนักเหมือนเป็นการตอบรับคำท้าของอีกฝ่าย   

" ได้..ข้าจะรอ  " 


 หลังจากที่องค์รัชทายาทเจิ้งหย่วนขึ้นรับตำแหน่งเง็กเซียนฮ่องเต้คนใหม่  พระองค์ก็ได้ออกบทบัญญัติให้มีการแก้ไขกฏธรรมเนียมบางประการ   หนึ่งในนั้นก็คือ  แดนสวรรค์ยินดีเปิดกว้างให้เทพสามารถสมรสกับอสูรหรือปิศาจต่างเผ่าได้โดยไม่มีบทลงโทษ   ในตอนแรกนั้น  การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ถูกคัดค้านอย่างหนักจากเทพหัวโบราณที่ยึดมั่นในหลักจารีตดั้งเดิม  แต่องค์เง็กเซียนพระองค์ใหม่ยังคงยืนยันตามเจตนารมย์เดิมของตนอย่างเด็ดเดี่ยว  เพียงแต่เป็นการพบกันครึ่งทางนั่นก็คือ  หากจะสมรสกับคนต่างเผ่าถึงแม้จะไม่ถูกปลดออกจากการเป็นเทพและไม่ถูกทำโทษใดๆ  แต่ก็ห้ามบุตร ธิดา หรือสามี ขึ้นมาอาศัยอยู่เป็นพลเมืองแดนสวรรค์    นับว่าเป็นการตกลงร่วมกันและได้ข้อสรุปอันดีโดยละมุนละม่อม  

กฏที่บัญญัติขึ้นมาใหม่   มีใครไม่ทราบบ้างว่า  สาเหตุเกิดจากสตรีที่องค์เง็กเซียนปักใจรักอย่างล้ำลึก  นางก็คือกึ่งเทพกึ่งปิศาจที่สิ้นใจตายไปในกองเพลิง   บุตรีผู้เลอโฉมของเทพพฤกษาที่มีนามว่า  ' เสี่ยวเตี๋ย ' นั่นเอง  








**  ยินดีต้อนรับสมาชิกบ้านบุปผาอำพรางที่อุตส่าห์หอบหมอนผ้าห่มย้ายบ้านมาที่รังของพี่นกแทน
เรื่องนี้เป็นภาคพิเศษต่อเนื่องกันนะคะ  ส่วนแม่ยกพี่งูและผีเสื้อน้อยไม่ต้องเสียใจ  เพราะพวกเขาไม่หายไปไหนอย่างแน่นอน  นี่ถือเป็นตอนแรกที่ลงให้อย่างสมบูรณ์  ส่วนใครที่เป็นแม่ยกพี่นกขอเสียงหน่อยนะคะ  จุ๊บๆๆ  ***

เรื่องนี้จินเสอและเพื่อนรักเฟิ่งลี่อาจจะเล่นงัดข้อกันนัวเนียจนทำให้เหล่าแม่ยกจิ้นวายแทนเสี่ยวเตี๋ยก็ได้นะ  ฮ่วย !




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

1,773 ความคิดเห็น

  1. #1773 mui07 (@mui07) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 22:21
    กลับมาอ่านอีกรอบ...อยากรู้ว่าผู้แต่งออกหนังสือรึป่าว..เพราะบางเรื่องติดล๊อค
    #1773
    0
  2. #1772 mair983 (@mair983) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 15:23
    ซื้อ ค่ะซื้อแต่งดีมาก นิสัยตัวละครโดดเด่น มีมุกขำตลอด
    #1772
    0
  3. #819 sanpahaha (@sanpahaha) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2559 / 12:24
    ตามมาจากภาคแรกค่ะลุ้นสุดๆ
    #819
    0
  4. #399 แม่หญิงเล็ก (@phutsadeeoum) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 / 23:24
    สมน้ำหน้าฮ้องเต้มากๆ นิสัยเสีย เทพนี่มีแต่คนแย่ๆ ใจต่ำทรามยิ่งกว่าแดนปีศาจ ยี้ๆๆๆ
    #399
    0
  5. #247 ลักซ์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 / 05:27
    จองอยู่ตั้งนาน สุดท้าย แห้วๆๆๆๆๆ
    #247
    0
  6. #190 หนอนใบชา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 14:37
    ตามมาติดๆ แอบชูป้ายให้เฟิ่งลี่ตั้งแต่บุปผาอำพรางแระ
    #190
    0
  7. #182 Oil Sasipron (@autogun) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 22:16
    ขอบคุณค่ะ
    #182
    0
  8. วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 12:52
    ตามมาแล้วค่ะ
    #145
    0
  9. #141 *!POPEYE!* (@_-phuntira-_) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 09:54
    เฮียจะกินเด็ก ระวังพ่อเด็กนะเออ...
    #141
    0
  10. #139 _WUYUQING (@nam_yanisa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 04:58
    ฮือออ ทำไมอ่านแล้วสงสารเจิ้งหย่วน T^T
    นางไม่มีโอกาสได้รู้ด้วยซ้ำว่าเสี่ยวเตี๋ยยังไม่ตาย
    แถมยังต้องโดนบังคับแต่งงานกับคู่หมั้นเก่าเฟิ่งลี่อีก
    แงไรท์อ่าาา เค้าสงสารเจิ้งหย่วนที่สุดในเรื่องแล้วฮืออออ ;;-;;
    #139
    0
  11. #136 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 22:21
    สะใจองค์เง็กเซียยฮ่องเต้ แต่องค์เง็กเซียนตายได้ไง
    #136
    0
  12. วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 22:16
    รู้สึกดีที่เฟิงลี่ได้รู้ความจริงละ 555555555555555

    มาคู่กับเค้าแทนไหมยู /โดนเผา
    #134
    0
  13. #111 call me bae ♡ (@babyll) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 18:19
    ฮือออ น้ำตาไหลตามลูกเลย ใจแม่ ;-; ถือว่าเฟิ่งลี่โตขึ้นมากนะ ปกติคงไม่ฟังอะไรอาละวาดอย่างเดียว แต่นี่ทำใจยอมรับได้โยไม่โกรธแค้น ลูกโตขึ้นมากเลยนะเฟิ่งลี่ลูกแม่ ฮึกก แต่ขัดใจอย่างก็เรื่องนังซู่ซินนี่แหละ ยังไม่หายไปอีกหรอ ฉันไม่ชอบนางเลยอ่ะ อยากให้นางกลับเผ่าของนางไปเถอะ แต่นี่สงสัยการตายขององค์เง็กเซียนเส็งเคร็งนี่กับฮองเฮาอ่ะ อย่าบอกนะว่าเจิ้งหย่วนฆ่า เห็นว่าอารมณ์ไม่คงที่ด้วยนิ ที่เข้าไปหาครั้งสุดท้ายอาจไปถามเรื่องเสี่ยวเตี๋ยแล้วรู้ความจริงเลยควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้รึเปล่าหว่า เอาละ งานมโนเริ่มมาอีกละ 555555 หรือจะเป็นจินเสอที่ฆ่า ? เอาเถอะ เดาวนไปก่อน
    #111
    0
  14. #104 bbday (@bbday) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 17:43
    รักทั้งพี่นกและพี่งู. ชูป้ายไฟค่ะ แต่ให้พี่นกสมหวังในรักนะ สละชีพเพื่อส่วนรวมทำดีอันยิ่งใหญ่
    สมควรได้ความรักจริงใจ ชีวิตรันทดมาเยอะแล้ว. เมื่อไรยาใจของพี่นกจะมา.  ปักธงรอค่ะ
    #104
    0
  15. #102 Butterfly Lady (@77892) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 17:35
    พี่นกมาแล้ววู้ๆๆๆ
    #102
    0
  16. #101 tindomerel_tindy (@tindomerel_tindy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 16:53
    เสี่ยวฮุ่ยคือลูกสาวเสี่ยวเตี๋ยกับจินเสอใช่มั้ยคะ 
    Keyword ที่เดาคือคำว่า
    "ข้าจะลองช่วงชิงสิ่งที่เจ้ารักที่สุด" ของเฟิ่งลี่เกอเกอค่ะ
    #101
    0
  17. #100 chalita01 (@timmyna) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 16:12
    ขอบคุณค่ะ^^
    #100
    0
  18. วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 16:05
    จะชิงของนักนิ ลูกสาวสินะ -.,- ได้มีศึกพ่อตาลูกเขยกันแหง่มๆ
    #99
    0
  19. #98 belenn (@bentobelenn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 16:05
    กรี้ดดดดด
    #98
    0
  20. #96 may30041999 (@may30041999) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 15:56
    มาแร้ววว
    #96
    0
  21. #95 kungjung75 (@kungjung75) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 15:39
    ไรท์    ขอลูก พี่งู ตัวนึงจิ    ยกให้  เจ้านกแวมไพร์  เฟิ่งลี่
    #95
    0
  22. #93 pengkanyas (@pengkanyas) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 15:07
    แม่ยกพี่นกค่ะ แต่ก็รักพี่งู(มังกร)เหมือนเดิม
    #93
    0
  23. #92 คุณหญิงแม่ (@dobdabzaa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 14:59
    หายค้างเรื่องบุปผาอำพรางทุกประเด็นละ โดยเฉพาะเรื่องเง็กเซียนองค์เก่า 😈😈😈
    #92
    0
  24. #91 ryokicharlotte (@ryokicharlotte) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 14:57
    รอ ตอนต่อปายยยยยย
    #91
    0
  25. #90 pattyjin55 (@pattyjin55) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 14:47
    เย้ๆๆ มาตามต่แ
    #90
    0